กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 5


กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 5

ต่อจาก
กรรมทันตา อาชีพเชฟ..อาชีพทรหด 1
//pantip.com/topic/30683816

กรรมทันตา อาชีพเชฟ..อาชีพทรหด 2
//pantip.com/topic/30685306

กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 3
//pantip.com/topic/30686306

กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 4
//pantip.com/topic/30686911



พอขึ้นเรียน ปี 4

ซึ่งก็เพิ่งจะเปิดเทอมไปได้ซักเดือนเดียวเอง เลยไม่รู้จะเล่าอะไร....
ลูกสาวบอกว่าปีนี้คงปวดหัวกับเรื่องทำ วิจัย ด้านอุตสาหกรรมอาหาร
เห็นว่าตั้งท่าเริ่มแรกก็ มีแต่ปัญหาหนักสมอง
นอกนั้นก็เน้นหนักไปแต่เรื่องการฝึกงานนอก มหาลัยฯ หนักแทบทั้งปี
เรื่องการฝึกงานนี่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจใคร่ครวญเหมือนกัน
งานในโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร รีสอร์ท ห้องอาหาร บาร์ ฯลฯ
แต่ละแบบมันมี สไตล์ การทำงานไปคนละแบบคนละมุม
งานโรงแรม มันจะเป็นงานที่เน้นจำนวนมาก มันค่อนข้างหนัก
แต่ก็จะมีคนช่วยกันทำเยอะ
ลูกสาวผม เคยไปฝึกเล่าว่า...ต้องยืนห่อเกี๊ยวครั้งละ 200 ลูก
แล้วห่อแบบเฉพาะของโรงแรมเค้าซะด้วยนะ พับไปพับมาซับซ้อนดีพิลึก...
เดี๋ยวนี้เห็น เกี๊ยว ทีไรสงสารตัวเองทุกที
งานโรงแรมมันไม่เหมือนพวกห้องอาหาร มันมีแพลนงานมาล่วงหน้านานพอสมควร
เป็นงานที่รู้ล่วงหน้าถึงจำนวนแขก และเวลาแน่นอน
แต่งานแบบ ห้องอาหาร ก็อีกอย่างหนึ่ง
ทุกตำแหน่งสเตชั่นสถานี ข้าวของวัตถุดิบต่างๆ ก็ต้องเตรียมกันล่วงหน้า
เรารู้เมนูก็จริง แต่ไม่รู้ว่าลูกค้าจะสั่งอะไร สั่งเมื่อไหร่
จำนวนแขกอีกล่ะ การไม่รู้นี่มันก็ตื่นเต้นดี
พอลูกค้าสั่งอาหาร ออร์เดอร์มาปุ๊บบ..บ ก็สนุกกันละ
งานมันต้อง....ว่องไว รวดเร็ว ขืนมัวชักช้าอืดอาด.ด..ด
เชฟใหญ่ฆ่าตายกันพอดี
ยิ่งร้าน หรู ถึงหรูเลิศล้ำ แค่ไหน...ความคาดหวังของลูกค้าก็ยิ่งสูงกว่านั้น
ความเครียดของ เชฟใหญ่ หรือ เฮดเชฟ ก็ยิ่งสูงกว่าลูกค้าอีก

พูดไปแล้วพวก เชฟ นี่ก็แปลก แปลก เพี้ยน เพี้ยน
เคยบอกแล้วว่าโลกของพวกเขา มันอยู่ในครัว
พื้นที่เล็ก ๆ จัดวางสารพัดเตา สารพันอุปกรณ์
แต่มีคนยัดเข้าไปตั้งหลายคน ประจำแต่ละสเตชั่น แต่ละหน้าที่
อุณหภูมิร้อนขึ้นตามไฟที่ลุกโชนทุก ๆ เตา
ต่างคนต่างก็ต้องรับผิดชอบงานของตัวให้...ดีที่สุด
แล้วไอ้แต่ละคนที่มาอัดยัด ทนร้อน กันอยู่เนี่ยะ
มันร้อยพ่อพันแม่ มีเบื้องหลังแบ็คกราวน์ชีวิตไม่เหมือนกัน
บางคนก็เรียนอย่างมีทฤษฎี มีระบบ เรียนมาฝึกมาอย่างหนัก
หลายคนก็ไม่ได้ร่ำเรียนสูง แต่ฝ่าฟันมาจากระดับล่างขึ้นมาอย่างแสนทรหด
ทุกคนก็มีจุดยืน มีอีโก้ มีความภาคภูมิใจแบบของใครของมัน
ออร์เดอร์ก็เร่ง ความอร่อยก็ต้องเลิศ ความพิถีพิถันก็ต้องยอด
ความเครียดก็เพิ่มสูงขึ้นไปอีก บางครั้งก็มีผิดคิวขัดแย้งปีนเกลียวกัน
เพราะฉนั้น ระเบียบวินัย ในครัวจึงต้องเข้มข้น...เฉียบขาด
ลองคิดดูนะครับ อากาศร้อน งานเร่ง เครียด ปีนเกลียว
แล้วทุกคนก็มี มีดเชฟ คมกริ๊บบบบ น้ำมันเดือดปุด..ปุด
ถ้าไม่มีความยำเกรงกัน คงตีกันแหลกราญ
แต่ในครัวนี่ทุกคนเค้ากลัว...เฮดเชฟ
คนที่อาละวาดได้ มีแต่ เฮดเชฟ เท่านั้น
แล้วก็แหม...ปรี๊ดด..ด แตกบ่อยซะด้วย
ออกอิทธิฤทธิ์ ขว้างตะหลิว ขว้างกะทะ...ขว้างลงพื้น ลงอ่างอ่ะนะ
ไอ้ที่ตัวเล็ก ๆ ตำแหน่งกระจ้อยร่อยน่ะ...ไม่มีสิทธิ์มีปากมีเสียง
ร้อน.น..น นักก็เดินเข้าตู้เย็น เอ๊ย ห้องเย็นไปเลย
เครียดนักทำอะไรไม่ได้ ก็เข้าตู้เย็น
โมโหด่าใครไม่ได้ ก็เปิดตู้เย็นแล้วยืนด่าไป...
สบายใจแล้วก็ออกมาทำงานต่อ
หลายคนก็ชอบไปเปิดตู้ไมโครเวฟ แล้วยืนด่าวันละหลายรอบ....
พอ เชฟ เรียกก็หันมา...ครับเชฟ ค่ะเชฟ
แล้วก็ทำงานต่อไป....
โลกของพวกเค้าเป็นหยั่งงี้....เฮดเชฟ โมโหอาละวาดได้ คนเดียว

เรื่องหนึ่งที่อยากจะเล่า
มีบรรดาเชฟใหญ่ เชฟเก่ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาพอสมควรแล้วหลายท่าน
ได้มองว่าประเทศไทย เรานี่ก็ใช่ย่อยในวงการนี้
เราได้รับการยอมรับว่า เชฟไทย สู้เค้าได้
เรามีเด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังก้าวเดินในเส้นทางนี้มากมาย
การเรียนการสอนก็เป็นมาตรฐานโลก
เพียงแต่มันยังกระจัดกระจาย ไม่รวมกันเป็นปึกแผ่น...มันไม่มีพลัง
จากความคิดอันนี้ ทำให้ค่อย ๆ เกิดการรวมหัว รวมตัว กันทำกิจกรรม
กลายเป็นกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ แต่แข็งแกร่ง ดุดัน
เรียกตัวเองว่า... Thailand Culinary Academy
เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยไม่แสวงผลกำไร
แต่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่เรียน และประกอบอาชีพ เชฟ ในประเทศไทย
ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ มืออาชีพ และ เยาวชน
ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ ให้ทั่วโลกได้รู้จักด้วยการฝึกฝนกันอย่างหนัก
และส่งไปเข้าแข่งขันในเวทีอาหารระดับ...นานาชาติ
แข่งขันกัน 92 ประเทศทั่วโลก
หัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ คือ
คุณ วิวเมนท์ ลีออง ... Willment Leong
เชฟชาวสิงคโปร์ หัวใจไทยวัย 43 ปี อยู่เมืองไทยมาร่วม 15 ปี
อดีตเชฟใหญ่โรงแรม 5 ดาว ผู้มีประวัติชีวิตโชกโชน
ในฐานะประธานผู้ก่อตั้ง Thailand Culinary Academy
แม่ทัพใหญ่ผู้ปลุกปั้น กลุ่มเชฟทีมชาติไทย
โดยไม่เลือกสถาบันการศึกษา ซึ่งก็มีบรรดา เชฟ และนักเรียนเชฟแทบทุกแห่ง
มาเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งในทีม ทั้ง เลอ กอร์ดอง เบลอ
วาแตล ดุสิตธานี ราชมงคลโชติเวช ราชภัฏฯ สวนดุสิต ฯลฯ
มีสมาชิกประมาณ 100 กว่าคน
เอ้อ...ส่งไปแข่งขันกวาดรางวัลมาแล้ว...แทบทุกคน

แต่การส่ง เชฟ ไปแข่งในรายการต่าง ๆ ทั่วโลกนี่มันต้องใช้...เงิน มากมาย
บางรายการก็ส่งแค่ไม่กี่คน แต่บางรายการส่งถึง 40 คน
ค่าเครื่องบิน ค่าระวาง ค่าอุปกรณ์ ค่าวัตถุดิบ อะไรต่อมิอะไรหลายหลาก
รวมแล้วปีละหลายสิบล้าน หรือขึ้นหลักร้อยล้าน
รายการที่แข่ง ในบ้านเราไม่ต้องพูดถึงปีละ 2 รายการเป็นอย่างน้อย
ไปแข่งนอกประเทศก็มีตั้งแต่ใกล้ ๆ อย่าง มาเลย์เซีย สิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง
ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมัน
บางรายการอย่าง ที่ปีนัง มาเลย์เซีย เราชนะรวด 3 ปีซ้อน
รายการใหญ่ที่สุดของโลกเป็นระดับ โอลิมปิก ที่เยอรมัน เราก็ชนะเลิศมา
อีทีนี้ เงินทองที่ต้องเอามาใช้ในการดังกล่าวมันต้องขอจาก สปอนเซอร์
ก็บรรดา บริษัท ห้างร้าน กลุ่มธุรกิจสารพัดทั้งเล็กทั้งใหญ่ เราเอาหมด
เช่น เบทาโกร การบินไทย โอ บอง แปง น้ำตาลริน แม็คโคร ฟอนเทอร่า
มติชน ฟูจิ ปตท. ฟู๊ดสไตลิสท์ อีเวนท์ไนน์ ฯลฯ
โอ๊ย...และอื่น ๆ อีกมากมายที่ผมอ่านไม่ออก อ่ะ
คือผมไปดูจาก เสื้อเชฟ ของลูกสาวที่ใส่ไปแข่ง
มันปักโลโก้สปอนเซอร์ไว้เรียงกันเป็นตับ แทบจะเต็มสองแขน และหน้าอก
แต่...ขอโทษนะครับ
ธุรกิจก็คือธุรกิจ บรรดาบริษัทที่ให้เงินสปอนเซอร์มาทั้งหลาย
ไม่ก็ไม่เชิงให้ ฟรี หรอกนะครับ
ให้มามากเท่าไหร่ทาง Thailand Culinary Academy ก็ต้องหาทางตอบแทนมากเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น ห้างแม็คโคร ให้มา 3 ล้าน
เราก็ต้องเกณฑ์ เชฟ สมาชิกไปออกบู๊ทสาธิตผลิตภัณฑ์ตอบแทนเขา 10 ครั้ง
เพราะหยั่งงั้นเวลาคุณไปเที่ยวงานแสดงสินค้า แล้วเห็นมีการสาธิตโชว์
ไอ้คนที่ทำเหย็ง ๆ นั่นน่ะ...เชฟ ที่ชนะระดับโลกมาแล้ว ย่ะ
เห็นหน้ามัน หน้าดำ มอมแมมละอย่าดูถูกเค้านะ
กำลังใช้หนี้บุญคุญกันตัวเป็นเกลียว...
แต่คนไทยทั่ว ๆ ไปไม่ค่อยรู้หรอกว่า ประเทศไทย เราโกยเหรียญรางวัล
มาเยอะแยะมากมาย จนทั้งโลก...โลกอาหาร ต้องหันมาจับตามอง
แถมเป็นการยกระดับ อาหารไทย วัตถุดิบไทย ให้พลอยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปด้วย
เรียกว่า องค์กรเชฟไทย ได้แอบช่วยชาติไปเงียบ ๆ ตั้งเยอะ
พวกเชฟนี่เสียก็ตรงนี้แหละ...ทำงานโคตะระเก่ง
แต่โฆษณาไม่เป็น จะบอกใครก็เหนียม ๆ อาย ๆ เกรงใจเค้า
ไม่รู้จะอาย จะเหนียมบ้าอะไร
เงินที่สปอนเซอร์ให้มา ยังไง ๆ ก็ยังติดลบอีก บานนนน..น


แต่ถ้าคุณไปเห็นเบื้องหลังของนักศึกษา ที่ได้รับการคัดตัวให้ลงแข่งรายการต่าง ๆ
ว่ามันทำไมถึงกวาดรางวัลกันมาเยอะแยะ แลดูง่ายดาย....ไม่ใช่เลย
เริ่มจากทาง Thailand Culinary Academy จะไปดูการแข่งขันทำอาหารในบ้านเรา
ซึ่งก็มีอยู่หลายครั้งในแต่ละปี
ถ้าเห็นว่าเด็กคนไหนมีแววดี มีความรู้ ทักษะความสามารถเข้าขั้น
ก็จะไปชวนมาเข้าในองค์กร
เอามาอบรมอัดความรู้ ฝึกฝนความชำนาญ เข้าไปอีก
อ้อ...ลืมบอกไปว่าเขาใช้สถานที่ และอุปกรณ์ของ ร.ร.การเรือน
และ ร.ร.การอาหารนานาชาติ ใน มหาลัยฯ ราชภัฏสวนดุสิต เป็นฐานทัพ
แต่จะทำกันในวันอาทิตย์ หรือวันหยุด เพราะไม่ชนกับการเรียนของนักศึกษาปรกติ
โดยมีบรรดา อาจารย์ และเชฟมือโปร.ที่เก่งระดับท๊อป ๆ ของประเทศ
มาผลัดกันดูแล สอนสั่ง บอกเคล็ดลับ วิธีการ ปรับทัศนคติ กันแบบเอ็ดตะโรจัดหนัก
ในการลงแข่งแต่ละครั้งแต่ละรายการ จะต้องลงมือศึกษากฏกติกา หาเมนู วางแผน
ฝึกฝนลงมือซ้ำแล้ว ซ้ำอีก...ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก 2 – 3 เดือน
อยู่มันหน้าเขียง หน้าเตา ตลอดเวลาอย่างน้อย 6 – 7 ชั่วโมง ต่อวัน
คร่ำเคร่งจริงจังตั้งแต่เช้ายันค่ำ
มีอาจารย์ หรือเชฟระดับบิ๊กเบิ้ม คอยกำกับอัดพร่ำสอนสั่ง เอ็ดตะโร
ทำแล้ว ทำอีก ทำแล้ว ทำใหม่
ยังไม่ได้อย่างใจ...มาตรฐานโลกนะโว้ย.ย..ย มันต้องสูงกว่านี้...ทำใหม่ เร็ววว.ว..ว...ว
เอาใหม่ เริ่มใหม่ ให้มันดีกว่านี้ ...ตั้งใจกว่านี้ เข้าใจมั๊ยยยยย....ย
แล้วไอ้ที่แสนจะเหนื่อยหนัก ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ไม่ได้มีเงินเป็นค่าตอบแทนแม้แต่นิดเดียว
เป็นการให้เปล่า ให้โอกาส ให้ความรู้ ....ให้เพราะต้องการสร้างชื่อ สร้างมาตรฐาน
ให้ส่งต่อถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไป
ผมเห็นเวลาที่เลิกซ้อมเดินออกมาในตอนค่ำมืดของแต่ละวัน
สภาพแต่ละคนไม่พูดไม่จา หมดเรี่ยวหมดแรง ทั้งเชฟ ทั้งอาจารย์ และนักศึกษา
พอวันใหม่ ครั้งใหม่ ก็เริ่มกันใหม่ เอ็ดตะโร อัดจัดหนักกันใหม่
เป็นอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก........
ไม่ใช่แค่เหนื่อยนะ แต่มันเครียดด้วย
ทุกคนเหมือนกับเป็นทีมชาติ เป็นตัวแทนคนไทย
ไปถึงสนามแข่งในต่างประเทศแล้ว เค้าไม่ดูหรอกว่าคุณเป็นใคร
ชื่ออะไร นามสกุลอะไร
เค้ารู้แต่ว่า คุณ...ทีมไทยแลนด์
ทำเสีย ก็ไทยแลนด์ แพ้
ทำดี ก็ไทยแลนด์ ชนะ
ไม่ใช่คุณแพ้หรือชนะ แต่เป็น...ไทยแลนด์ เหมาทั้งประเทศ แพ้หรือชนะ
การถูกคาดหวังมันเลยสูงปรี๊ดด..ด ตามไปด้วย
ลูกสาวของผม ก็โดดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเค้า
ฝึกซ้อมเหนื่อยหนัก ทุกวัน ทุกวัน ทู๊กกก..ก..ก วัน
ถูกคาดหวังไปด้วย เครียดไปด้วย
ขนาดว่าเป็นทั้งสต๊าฟ และลงแข่งมาหลายรายการแล้ว
ยังเครียดจนยืนร้องไห้ คาอ่างล้างจาน
ล้างไป...ร้องไห้ไป
ผมกับภรรยา ก็สงสารลูก แต่ไม่รู้จะทำยังไง
เหนื่อยนักทนไม่ไหว ก็ร้องไห้ไป
ชีวิตนี้เราเลือกเอง ก็ต้องร้องไห้...เอง
ร้องเสร็จแล้ว ก็ซ้อมต่อไป
เพื่อประเทศ และตัวเอง

โธ่...ลูกเอ๊ย.ย...ย


อนณ 093-149-9564
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 06 กรกฎาคม 2556
Last Update : 10 ตุลาคม 2558 22:02:27 น. 0 comments
Counter : 3128 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.