กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา โอ้..อินเดีย 17

โอ้..อินเดีย 17

วันนี้ขอเล่าต่อจากที่ได้ไปกราบ มายาเทวีวิหาร ...สถานที่ประสูติ
ในเขตประเทศ เนปาล

ระหว่างการเดินทางออกจากอินเดีย ไปถึงเนปาล ระยะทางเป็นร้อยกิโลเมตร แถมยังเป็นถนนแคบ ๆ ไม่ค่อยดีนัก
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
ซึ่งเรื่องอื่นไม่มีปัญหา ยกเว้นเรื่องเดียวที่หงุดหงิดใจสำหรับบางคน คือ เรื่องปวดฉี่
ที่ว่า บางคน ก็เพราะหลายวันที่เดินทางกันมา
หลาย..หลาย ท่านก็ชักชินกับการ..ฉี่..ข้างทาง กลางทุ่งนาอันเวิ้งว้าง
บางคนออกจะติดใจซะด้วยซ้ำไปนะ อย่างผมเป็นต้น
โธ่...ก็มันสะดวก สบาย ง่ายดาย สะอาด อากาศก็บริสุทธิ์อย่างกับอะไร
คุณผู้หญิง เกือบทุกคนก็ใช้วิธีนี้มาแล้ว ด้วยการใช้ผ้าถุง หรือกระโปรงสุ่มกว้าง ๆ
ก็ดูดี ไม่น่าเกลียดอนาจารซักกะนิ๊ด..ด แถมยังชอบอกชอบใจ เฮฮากันดีออก
มีก็แต่สาว ๆ เพียงไม่กี่คนแค่นั้นที่ยังทำใจไม่ได้ ไม่พูดไม่จา อดทนอดกลั้นจนหน้าเขียว...โธ่ เอ๊ย

ระหว่างทางที่ผู้แสวงบุญคนไทยเดินทางมาอินเดีย ก็ต้องใช้เส้นทางเดียวกันเกือบทั้งนั้น
เพราะจุดที่ต้องการไปกราบยัง สังเวชนียสถาน แต่ละแห่งก็ที่เดียวกันนั่นแหละ
จะต่างกันก็เพียงแค่ว่า ใครจะแวะที่แห่งไหนก่อน หลัง เท่านั้น
แต่จะว่าไปแล้ว ทุกทัวร์ก็แทบจะโปรแกรมเดียวกันทั้งนั้นแหละ
หัวหน้าทัวร์ที่ไปด้วยกันเล่าให้ฟังว่า...ทัวร์ไฮโซ หรือโลโซ นั้น
สิ่งที่เห็นคือเรื่อง สายการบิน และจุดแวะลงขาเข้าออก ประเทศอินเดียว่าจะลงที่เมืองไหน
นอกนั้นก็ต่างกันแค่ว่าจะนอน จะกินข้าวที่ โรงแรม หรือวัดไทย
อาจจะมีบ้างในช่วงไฮซีซั่น ช่วงที่คนชอบไปกันประมาณเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เท่านั้น
ที่คนไทย รวมทั้งคนพุทธประเทศอื่น จะไปกันเนืองแน่นมาก
โปรดฟังอีกครั้ง...เนืองแน่นมาก
ที่กิน ที่นอน ที่ไหว้พระ แน่นสุด ๆ
แน่นจนกระทั่งที่นอนไม่พอ โรงแรมก็เต็ม วัดก็แทบจะปริ
ต้องกางเต็นท์นอนกันเลยแหละ...สนุ๊ก สนุก แค่หนาวหงิกนิดหน่อย
ส่วนเรื่องการเดินทางระหว่างสังเวชนียสถานแต่ละที่ ก็ต้องเดินทางด้วยรถบัส หรือรถตู้เท่านั้น
แต่รถบัสจะดีกว่า เพราะกระแทก กระเทือน น้อยกว่า
รถที่ใช้ไม่ว่าทัวร์แพง หรือทัวร์ถูก ก็รถแบบเดียวกันหมด ไม่ต่างกันเลย

ระหว่างทางจาก กุสินารา ไปถึง เนปาล ก็ไกลนะ...170 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4 – 5 ชั่วโมง
ทางพระธรรมทูต ท่านเข้าใจความลำบากของผู้แสวงบุญเป็นอย่างดี
ท่านเลยหาทางจัดสร้างสถานที่ ปลดทุกข์ ให้กับญาติโยมคนไทยเรา
ทั้งทุกข์ทางกาย เรื่องห้องน้ำ ความเมื่อยล้า อาหารการกิน หรือป่วยไข้ไม่สบาย
ทั้งทุกข์ทางใจ ที่ต้องจากบ้านมาหลายวัน
ในที่สุดก็หาทางสร้างวัดเล็ก ๆ ขึ้นในรูปแบบกระทัดรัดเป็นศาลาเอนกประสงค์
โดยเอาไอเดียเพื่อเป็นศาลาพักข้างทางของผู้แสวงบุญ ห้องน้ำ
ห้องสุขา
ที่จัดภัตตาหารถวายพระสงฆ์ พระอาจารย์วิทยากร ระหว่างเดินทาง
ทำเป็นร้านกาแฟ หรือจุดแวะพักเหนื่อย ทั้งรับประทานอาหารแบบปิกนิก
จัดทำที่พักดื่มน้ำชา กาแฟ คลินิกปฐมพยาบาล ตู้ยาสามัญ
โดยตั้งใจให้เป็น...
สวรรค์บนดิน ชายแดนอินเดีย-เนปาล
สถานที่ปลดทุกข์ เห็นสุขทันตา
ซึ่งพูดจริง ๆ นะครับ...พวกท่านทำได้ดีอย่างที่สุด
วัดของท่านน่ารักม๊าก..ก..มาก
เมื่อสร้างเสร็จใหม่ ๆ ใคร ๆ ก็เรียกว่า วัดสุขาราม หรือแดนสุขาวดี
ฟังแล้วมันยังไงชอบกล แฮะ
ต่อมาได้ชื่ออย่างเป็นทางการ ว่า...วัดไทยนวราชรัตนาราม 960
เพื่อเฉลิมฉลอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 ครองราชย์ครบ 60 ปี
มีป้ายข้างหน้าเขียนบอกเจตนารมย์ไว้ชัดเจนว่า...ศูนย์การดูแลผู้แสวงบุญ 960

วันที่ผมมาถึงวัดแห่งนี้ครั้งแรก เป็นช่วงเวลาที่กำลังอ่อนเพลียจากการนั่งรถมาอย่างมาก
แต่พอได้เหยียบย่างเข้าเขต วัดไทยของเรา
ความรู้สึกมั่นคง อบอุ่น และวางใจ มันเกิดขึ้นทันที
แถมห้องน้ำก็แสนสะอาด สวย มีสไตล์ ซะด้วย
ออกจากทำธุระส่วนตัว ล้างหน้าล้างตาให้หายงัวเงียแล้วก็ให้ตื่นตา ตื่นใจกับบรรยากาศที่นี่มาก..ก..
นึกภาพนะครับ...คน 80 คนที่อ่อนเปลี้ยเพลียกายใจลงมาเข้าห้องน้ำพร้อมกัน
แต่ที่นี่ไม่ต้องห่วง มีห้องน้ำห้องสุขา รวม 35 ห้อง ...
สำหรับ อุบาสิกา 20 ห้อง
อุบาสก 10 ห้อง
พระสงฆ์อีก 5 ห้อง
ตามอัตราส่วนของจำนวนผู้มาแสวงบุญ ...เหลือเฟือ
แค่ไม่กี่นาที คนทั้ง 80 ที่...ปลดทุกข์ เห็นสุขทันตา
แถมกระชุ่มกระชวย และวุ่นวาย ทันที
ก็เดินเอะอะคึกคักกันเข้าไปข้างใน...โอ๊ย..บรรยากาศมีสไตล์ น่ารักมาก อ่ะ
มีซุ้มกาแฟเก๋ ๆ พร้อมกับซุ้ม...โรตี ที่โด่งดัง
ครับใช่ โด่งดัง เพราะว่าพระอาจารย์วิทยากร และหัวหน้าทัวร์ตะโกนบอกมาตั้งแต่ก่อนถึงวัดไทย 960 แล้วว่า...
อย่าลืมไปกิน โรตี ให้ได้นะ
ตอนที่ได้ยินทีแรก ผมก็ว่าอะไรกันวะ กะอีแค่โรตี ที่เมืองไทยผมกินเป็นประจำ
พอมาถึงยังไม่ทันลงจากรถ ท่านก็ตะโกนบอกสำทับอีกหลายครั้ง
อย่าลืมกิน โรตี 960 นะ...สุดยอด
ผมก็ยังนึกในใจว่า...แหมมันจะอะไรกันนักหนา กะอีแค่โรตี
แต่ภาพที่ผมเดินไปเจอ คุณเอ๊ย..ย..
คนเข้าไปมะรุมมะตุ้มกันแน่นซุ้มเล็ก ๆ นั่น จนมองไม่เห็นอะไรเลย
ผมก็เลยเดินเร่ไปทางซุ้ม กาแฟ ซะก่อน
แต่ก็มีคนมุงกันอยู่เยอะเหมือนกัน...ก็พวกที่เข้าไม่ถึงซุ้มโรตี เหมือนผมนี่แหละ
จะว่าไปแล้ว วัดไทย ที่อินเดียนี่ก็มีมุมกาแฟเล็ก ๆ ให้พวกเราอิ่มเอมกันทุกแห่ง
ผมก็ได้อาศัยน้ำร้อนชง ชาจีน ชาเขียว น้ำขิง เก็กฮวย มะตูม สารพัด
ได้เสพสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้หายอ่อนเพลียซะทุกที่

แต่...ที่นี่ วัดไทย 960 ผมได้เจอสิ่งที่ยิ่งกว่า เสพสุขได้มากกว่า
ที่ซุ้มกาแฟ ผมเห็นมีคุณผู้หญิงท่านหนึ่ง...บุคคลิกดีมาก
แต่งตัวไม่เหมือนแม่ชีที่ช่วยงาน แต่ใส่เสื้อผ้าดูดีมีราคา มีรสนิยม
อากัปกริยาอาการ...ยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือล้น ออกมาจากใจ จากข้างใน
คอยบริการพวกเรามือเป็นระวิง ส่งเสียงถามไถ่ ห่วงใยโดยตลอด...
...เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยมั๊ย เข้าห้องน้ำกันหรือยังคะ
ทานกาแฟกันก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยไปต่อแถวที่ซุ้มโรตีนะ
ชาก็มีนะจ๊ะ ชงเองได้เลยค่ะ ตามสบายค่ะ .....
กระแสความรู้สึกบางอย่างที่ คุณผู้หญิง ท่านนี้ส่งออกมาทำให้ผมต้องหันไปมองด้วยความสนใจ
ท่านอายุประมาณ 60 แล้ว ดูเป็นพวก ไฮโซ มาก..มาก
บุคคลิกองอาจ แต่อารีอารอบ เอาใจใส่ ดูจะมีความสุขกับการบริการคนอื่นเหลือเกิน
ระหว่างที่ผมรอกาแฟที่ท่านชงให้ ก็ปากเบาถามเรื่องของท่าน
ถึงได้รู้ว่า...ท่านชื่อ คุณวรพร
เป็นอาจารย์ สอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร แต่เพิ่งจะเกษียณได้ไม่เท่าไหร่
พอว่างงานก็ไปสังสรรค์ หรือช้อปปิ้งกับเพื่อนฝูงที่สนิทกัน
แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นแก่นสาร
แล้ววันนึง...
เพื่อนไฮโซคนหนึ่งมาบอกด้วยความตื่นเต้นว่า...ฉันโชคดีได้ไปทำงานที่ วัดไทยกุสินาราฯ ประเทศอินเดีย
ท่านก็งง พอถามไปถามมาถึงได้รู้ว่า มีการรับอาสาสมัครทำงาน
ตามความรู้ความถนัดของแต่ละคน ในช่วงไฮซีซั่น ตุลาคม ถึงเมษายน 6 เดือน
หรือยาวกว่านั้น ก็ 1 - 2 ปีก็ได้
ซึ่งก็จะมีทั้งพวกนักศึกษา หรือคนที่ว่างจากงานการแล้วแต่ยังมีไฟ มีกำลัง ทั้งมีศรัทธา
มาช่วยกันดูแลวัดไทย และผู้แสวงบุญคนไทยด้วยกัน

แล้วอาจารย์ วรพร ยังเล่าอีกว่า...
พอได้ยินเพื่อนพูดว่า ดีใจ ที่ได้ไปทำงานในวัดไทย ที่อินเดีย แค่นั้น
รู้สึกอิจฉาเพื่อนขึ้นมาทันที
โอ้โฮ..เค้าโชคดีจริง ๆ เลยนะเนี่ยะ
ทนไม่ไหวพยายามสอบถามจนได้ข้อมูลละเอียดยิบ ว่า...
เป็นการมาช่วยงานพระพุทธศาสนาในแดนพุทธภูมิ
อุทิศเวลาเท่าที่ยังมีอยู่มาช่วยงานวัดและถือศีลปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนาไปด้วย

ประเภทงานที่ต้องการ ...
งานดูแลแผนงานส่วนบริหารของโรงพยาบาล และช่วยเสริมงานบริหารให้มีมาตรฐานนโยบาย
งานดูแลอาคารที่พักผู้แสวงบุญ ช่วยดูแลความสะอาด ความเรียบร้อย ซ่อมบำรุง
งานต้อนรับปฏิสันถาร ต้อนรับ ประสานภารกิจชุมชนสัมพันธ์ งานบัญชี งานศิลปะ
งานดูแลเรื่องครัว ปรุงอาหาร จัดบริการผู้แสวงบุญ ถวายภัตตาหารเพลเช้าเพล ปลูกผักสวนครัว
งานดูแลงานก่อสร้างวัดไทย สถาปนิก วิศวกร โฟร์แมน ช่าง มีศรัทธา มีน้ำใจ และมีฝีมือเชื่อถือได้
งานเกษตรดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ตกแต่งจัดดอกไม้ บูชาพระเจดีย์ และบูชาพระในอุโบสถ
งานช่วยเผยแผ่ จัดทำหนังสือ สื่อธรรมะ ประชาสัมพันธ์ เสริมทักษะ ไอที ทำเว็บไซต์ จัดรายการวิทยุ

กำหนดเวลาตามสะดวกมา คือ
เวลา 6 เดือน ต.ค. – มี.ค. (ฤดูกาลแสวงบุญ)
เวลา 1 ปี หรือตามกำหนดงานที่มอบหมาย
กำหนด 2 ปีขึ้นไป (วัดจะหาเจ้าภาพให้ตั๋วเดินทางไปกลับ)
ถ้าสะดวกในเดือนใด จะปฏิบัติงานอย่างมี มีเวลาเท่าไหร่ คุยกันก่อนได้
แค่...แจ้งความประสงค์ ส่งประวัติ โดยมีศรัทธาเป็นพื้นฐาน ต่อการถวายงานเป็นพุทธบูชา...เท่านั้นเอง

พอสอบสวนเพื่อนจนได้ที่แล้ว ก็บังคับให้พาไปสมัครด้วยซิ...
นั่นแหละท่านก็เลยได้มาทำงานที่ วัดไทย 960 นี่แหละ
โดยสัญญาว่าจะทำให้ได้ 6 เดือน
แต่..ก็มีอุปสรรค มารผจญเยอะ การมาทำงานที่นี่ก็มีเรื่องไม่สบายใจเหมือนกัน
ก็เรื่องคน เรื่องของกิเลสต่าง ๆ ต่าง ๆ นานา...ถือซะว่าเป็นการฝึกตน ฝึกจิตใจ
แต่มารตัวใหญ่ยักษ์อย่างนึกไม่ถึง คือ...น้ำท่วมใหญ่ที่เมืองไทย
เพราะท่านมาในเดือน ตุลาคม 2554 ก่อนจะมีเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ
บ้านท่านอยู่แถว ๆ ลาดพร้าวหรือยังไงนี่ผมก็จำไม่ค่อยได้
แรก ๆ ก็โทร.กลับบ้านทุกวัน
แต่พอรู้ข่าวจากลูกสาวว่าน้ำกำลังจะท่วมบ้าน ก็ให้ร้อนใจมาก
ยิ่งหลายวันต่อมา ลูกโทร.มาบอกว่าคงต้องอพยพไปพักที่อื่นสักระยะ
โอ๊ย..ย..ท่านก็ยิ่งร้อนรุ่มกลุ้มใจจนร้องไห้ทุกวัน
ไปเรียนท่านเจ้าอาวาสที่นี่ ท่านก็บอกให้คิดดูดี ๆ ก่อนนะ
จะกลับก็ไม่ว่าอะไร...แต่กลับไปแล้วทำอะไรได้ ช่วยอะไรได้
ไหน ๆ ก็ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะอยู่ทำบุญให้ได้ 6 เดือนก็น่าจะลองสู้ดูนะ
ท่านก็มาได้คิด...กลับไปแล้วเราช่วยอะไรได้ ยังไงลูก ๆ ก็ดูแลกันได้ดีกว่าท่านแน่ ๆ
อีกอย่างนึง ถ้ากลับไปก็รังแต่จะเป็นภาระให้ซะอีก
อยู่ที่นี่ พวกเค้ากลับสบายใจว่าท่านปลอดภัยหายห่วง
แต่พอลูกสาวโทร.มาบอกว่า อพยพกันแล้วนะ...ก็ใจหายแว๊บ เหมือนกัน
ต้องต่อสู้กับความรุ่มร้อน ห่วงใยลูก ห่วงใยทรัพย์สมบัติบ้าบอทั้งหลาย
เหนื่อยนะ สู้กับใจตัวเองเหนื่อยเชียวแหละ

ผมยังถามท่านว่า เรื่องทำงานที่นี่มีปัญหามั๊ยครับ
ท่านหัวเราะ บอกปัญหาสารพัด ต้องคอยเอาใจใส่มากมายเลย
อย่างเช่นต้องคอยต้มน้ำร้อนไว้ตลอด เพราะไม่รู้ว่าคณะผู้แสวงบุญจะมาถึงกันเมื่อไหร่ จำนวนเท่าไร
ไฟฟ้าที่อินเดียนี่ ไม่ค่อยแน่นอน เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับ
จนถึงได้รู้ทีหลังว่า สโลแกนการไฟฟ้าที่นี่คือ...
ไฟจะมาเมื่อเวลาเราหลับ ไฟจะดับเมื่อเวลาเราต้องการ
แล้วยังบอกว่าตัวท่านเอง ยังไม่ได้ไปไหว้สังเวชนียสถานซักแห่งเลย
ผมก็อ้าว..ทำไมล่ะ
ท่านบอก ก็ห่วงคนไทยที่มาแสวงบุญทั้งหลายน่ะ
กลัวว่าจะไม่ได้รับความสะดวก กลัวว่ามาถึงแล้วจะไม่ได้กินกาแฟ กินน้ำร้อน
กลัวว่าพวกเราจะเหนื่อย จะหิว กลัวพวกเราจะมีใครเจ็บป่วยกันหรือเปล่า
กลัวว่าห้องน้ำห้องท่าจะไม่สะอาด จะไม่สะดวกสบาย
สรุปว่า...มัวแต่ห่วงคนอื่น เฮ้อ..อ..อ
แล้วท่านก็หัวเราะ บอกให้ไปกินโรตี อร่อยมากนะคะ...

พอเดินไปทางซุ้มโรตีอันโด่งดัง...คนไม่มีแล้ว
โรตี ก็ไม่มีเหมือนกัน...หมดเกลี้ยงเลย โธ่
ถือถ้วยกาแฟเดินเซ็งไปหาพวกคุณหมอ บางบ่อแก็งค์ของผม
เจอกำลังเอนจอยกับ โรตี อยู่พอดี
พอรู้ว่าผมไปไม่ทัน เลยแบ่งให้ได้ลองชิม
โอ้โฮ..อร่อย..ย..อ่ะ มันอร่อย มาก..มาก เลยอ่ะ
เอ๊ะ ทำไมมันอร่อยกว่าที่กินมาทั้งชีวิตนะ
ไปดูสูตรผสมแป้งถึงได้รู้ว่าเป็นยังไง...แต่จำไม่ได้แล้ว
เค้านวดแป้งกันสด ๆ แล้วลงทอดน้ำมันเยอะ ๆ
ราดด้วยนมข้น ใส่ในจานที่ทำด้วยใบไม้...ใบสาละ
อู๊ย..ย...อร่อยเหาะ
แย่งคุณหมอมาได้ 2 ชิ้นเอง แกทำตาขวาง แน่ะ
แต่ผมว่าทั้งกาแฟ ทั้งโรตี ของที่นี่อร่อยก็เพราะสูตรผสมที่หาที่ไหนได้ยาก
เพราะเค้าใส่ส่วนผสมพิเศษ...ใส่น้ำใจ ใส่ซะเต็มเปี่ยม
ทุกอย่างมันถึงได้อร่อยเลิศล้ำขนาดนี้
ผมได้เสพ...น้ำใจ อันแสนชื่นฉ่ำ
น้ำใจโพธิสัตว์

ผมเล่าเรื่องนี้ให้ คุณหม่อง ภรรยาของผมฟัง
เธอพยักหน้า อึ้ง ๆ ไม่พูดไม่จา
แต่อีกหลายวันต่อมา กลับบอกกับผมว่า...
ถ้าอีกหน่อยหมดห่วงเรื่องลูก ๆ แล้ว เราไปอยู่อินเดียกันนะ
ไปช่วยงานที่วัดไทย ไปไหว้พระ ไปเอาบุญ
พูดแค่นั้นแล้วเธอก็...น้ำตาไหล
บอกฟังเรื่องอาจารย์ วรพร แล้วอิจฉา
โธ่เอ๊ย...คุณหม่อง


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 26 เมษายน 2555
Last Update : 26 เมษายน 2555 4:33:50 น. 1 comments
Counter : 2951 Pageviews.

 
คุณอนณมีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องมาก ๆ
เห็นภาพตามไปด้วยเลย ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่บรรจงถ่ายทอด อนุโมทนาบุญ สาธุ
อยากไปช่วยงานบ้างจัง


โดย: ขอบคุณจากใจ IP: 202.28.16.87 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:20:33:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.