กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา กฏแห่งกรรมที่เห็นกับตา

กรรมทันตา กฏแห่งกรรมที่เห็นกับตา

ผมได้ดูรายการทีวีประเภท กรรมลิขิต หรือกฏแห่งกรรม
แล้วนึกได้ว่าในชีวิตจริงที่ผ่านมาเกือบ 50 ปี ได้เห็นกฏแห่งกรรมที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว
ทั้งยังได้รู้เห็นในเรื่องนั้นๆ จริงๆ หลายเรื่อง เลยอยากเล่าให้คนอื่นได้ฟังกันบ้าง เพื่อเป็นอุธาหรณ์

เรื่องนี้เป็นเรื่องของลุงผมเอง ชื่อ...ลุงวินัย ( นามสมมติ )
ลุงของผม เป็นหมอฝ่ายบริหาร
มีตำแหน่งสุดท้ายใหญ่โตเป็นถึง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจำจังหวัด ทางภาคตะวันออก
จังหวัดใหญ่ที่มีนิคมอุตสาหกรรมด้วยนั่นแหละ
ลุงเป็นคนเก่งมาก ไต่เต้ามาจากทหารเกณฑ์หน่วย...เสนารักษ์
เมื่อครบเกณฑ์แล้วก็ขอเรียนต่อทางการแพทย์ จนกระทั่งได้ออกมารับราชการเป็นหมอที่ชลบุรี

ต่อมาได้พบป้าของผมเอง ชื่อ...ป้าแจ่ม ( นามสมมติ )
และอีกไม่กี่ปีได้ย้ายไปประจำที่จังหวัดใหญ่ขึ้น
ทั้งคู่ได้ซื้อบ้านในจังหวัดนั้น จนกระทั่งปัจจุบันนี้
ที่บ้านหลังนี้เมื่อประมาณกว่า 50 ปีก่อนยังค่อนข้างกันดารมาก
ลุงผมได้เปิดคลีนิคเล็กๆ ที่บ้านด้วย ซึ่งดูเหมือนเป็นรายได้ที่ดีมาก
แถมยังได้รับการนับถือจากคนแถวนั้นมากทีเดียว

ลุงหมอวินัยมีลูกชายคนเดียว ชื่อ...ต้น ( นามสมมติ )
ลุงวินัย และป้าแจ่ม มีนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวมาก คงด้วยความที่เคยจนยากมาก่อน
ผิดกับ ต้น ลูกชายซึ่งเกิดมาขณะที่พ่อแม่มีฐานะดีแล้ว
ออกแนวเกเร ฟุ่มเฟือยเอาแต่ใจตามประสาลูกโทน

ตลอดเวลาที่รับราชการเป็นหมอใน รพ.ดังกล่าว ลุงวินัย มักจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก
เช่น เบิกค่าเช่าบ้าน ทั้งๆ ที่อยู่บ้านตัวเองแท้ๆ ซึ่งเป็นการโกงหลวงอย่างหนึ่ง
หรือคอรัปชั่น เรื่องเกี่ยวกับการประมูลงานหลวงบางอย่าง
แต่ตำแหน่งงานการก็ก้าวหน้าต่อเนื่องตลอดเวลา

ส่วนต้น ลูกชายหมอวินัย นั้นเรียนจบจาก ร.ร.มัธยมที่แพงที่สุดในจังหวัด ได้อย่างทุลักทุเลเต็มทน เพราะเกเรมาก
มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เป็น ร.ร.ช่างกลแถวบางแค
ก็ไม่รู้เพราะกรรมที่หมอวินัยทำลงไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำให้ลูกชายไปคบเพื่อนไม่ดี
กินเหล้า สูบกัญชากันจนเมามายเป็นประจำ
ต่อมาไม่นานชวนกันไปปล้นผู้โดยสารบนรถเมล์ กลางวันแสก ๆ
จนถูกตำรวจตามจับได้ และส่งฝากขังที่คุกคลองเปรม
หมอวินัย และป้าแจ่ม เสียใจและทุกข์ทนอย่างที่สุด
ซึ่งผมก็เพิ่งเข้าใจที่ว่า...ลูกติดคุก ก็เท่ากับพ่อแม่ติดคุกด้วย...ว่าเป็นอย่างไร
ลุงและป้าผมร้องไห้ทุกวัน วิ่งเต้นทุกวิถีทาง
เวลาไปเยี่ยมลูกที่คุก ผมเห็นลุงกับป้าทุกข์ทรมานยิ่งกว่าลูกชายเขาอีก
เมื่อหมดเวลาเยี่ยมก็ยังไม่ยอมกลับ
ยืนมองดูกำแพงคุกจนกระทั่งมืดค่ำ...ทุกครั้งไป

กว่าลูกชายจะหลุดคดีได้ ก็หลาย ๆ เดือน
แต่ดูเหมือนเป็นปี ๆ ทีเดียว เสียเงินทองวิ่งเต้นไปไม่รู้ว่ามากมายแค่ไหน
เมื่อรอดคุกมาแล้ว ต้น ก็ทำตัวดีขึ้นในระยะแรก ๆ
แต่ต่อมาก็กินเหล้าเมายาตามเคย
หมอวินัยต้องเอาตัวไปรักษาเรื่องยาเสพติดหลายครั้ง
ผมเคยได้ยินลุงหมอวินัยเล่าให้แม่ผมฟังว่า ....
ใช้วิธีถ่าย เอาเลือดเดิมออกทั้งตัว เอาเลือดใหม่ใส่เข้าไปแทน แปลกดี.....

ต่อมา ต้น ก็ได้เมียคนหนึ่ง เป็นคนดีมากๆ สงบเสงี่ยมน่ารัก
แต่มีนิสัยกลัวสามี เพราะโดนซ้อมเมื่อเมาได้ที่เป็นประจำ
มีลูกสาว 2 คน ก็เป็นเด็กดีมาก และเป็นที่รักของ ปู่ ย่า เหลือหลาย
เวลาผ่านมาอีกหลายปี หมอวินัยก็เจริญเติบโตในหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง
นับได้ว่ามีความสุขกับการงาน และหลานสาวอย่างยิ่ง
แต่ก็มีกรรม...ทุกข์ใจเรื่องลูกชายต้วเอง อย่างที่สุดเหมือนกัน
จำได้ว่า ลุงหมอวินัย ได้ใช้เส้นสายจนกระทั่งลูกชาย – ลูกสะใภ้ ได้เข้าทำงานใน รพ.อยู่ด้วยกัน

จนกระทั่ง หมอวินัยได้เป็นถึง รองผู้อำนวยการ รพ. เป็นฝ่ายบริหารใหญ่
และมีหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ...เซ็นอนุญาตให้นำ ศพ ผู้ที่เสียชีวิตออกไปจาก รพ.ได้
ซึ่งจังหวัดนี้ มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีคนงานเสียชีวิต จากอุบัติเหตุและโรคภัยมากมาย
แต่ศพคนงานหรือใครที่ตาย ต้องได้รับการอนุญาตจากหมอวินัยก่อน จึงจะนำออกจาก รพ.ได้
แต่เดิมก็มีคนเอารถมารับจ้างนำศพไปส่งให้ที่วัดหรือบ้านอยู่แล้ว
ซึ่งเรื่องแบบนี้บอกได้เลยว่ามีคนรับจ้างอยู่ทุก รพ.แหละครับ

หมอวินัย มองเห็นโอกาสให้ลูกชายและญาติอีกคนทำกิจการรับจ้างรับส่งศพเสียเอง โดยกีดกันไม่ให้คนอื่นได้ประโยชน์จากตรงนี้ ทั้งยังเรียกค่าขนส่งแพง มากกก.ก..ก.....
ศพหลายรายส่วนมากเป็นคนงานที่อยู่ต่างจังหวัด ทางเหนือ และอีสานเสียเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งค่ารถส่งศพต่อครั้งหลายพัน หรือเกือบหมื่น
สร้างรายได้ พร้อมคำสาปแช่งมากมาย.........
ญาติพี่น้อง ลูกเมียของคนที่ตายก็ทุกข์ใจแสนสาหัสแล้ว ยังมาถูกขูดรีดค่าส่งศพกลับบ้านอีก
ถ้าไม่ให้ก็ไม่ต้องเอาศพออกไป......
หมอวินัย กับลูกชายกลับยินดีในกิจการนี้มาก
ไม่มีใครกล้าตักเตือนตรง ๆ
เพราะตำแหน่งใหญ่ สามารถให้คุณให้โทษใครก็ได้

เวลาผ่านไปประมาณ 2 ปี
ด้วยความที่รายได้ดี ทำให้ ต้น ลูกชายหมอวินัย และญาติที่ช่วยกันทำงานนี้ ร่ำรวยขึ้น
มีเงินเที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายามากขึ้นด้วย
แถมยังมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาอีกทำให้อยู่ไม่ติดบ้าน
มีเรื่องทะเลาะกันในครอบครัวเป็นประจำ สร้างความกลุ้มใจให้หมอวินัยกับป้าแจ่มอยู่ตลอดเวลา
จนป้าแจ่ม เคยบนบานขอให้สิ่งศักด์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้ลูกชายคนเดียว อยู่ติดบ้าน เลิกเที่ยวเตร่ซะที

วันหนึ่ง ต้น ซึ่งเมากลับจากบ้านเมียน้อย ขี่รถมอเตอร์ไซค์ล้มหัวฟาดเสาไฟฟ้าอย่างแรง
สมอง...เสียหายไปบางส่วน อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน
หมอวินัยได้ส่งลูกชายคนเดียวเข้าผ่าตัดที่ รพ.ที่ตนเองอยู่
แต่ความเสียหายของ สมอง มากซะจนต้องผ่าตัดหลายๆ ครั้ง
สุดท้ายรอดมาได้.......

หลังจากอยู่ห้อง I.C.U.หลายเดือน เมื่อฟื้นขึ้นมากลับมีอาการเหมือน...คนปัญญาอ่อน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ต้องป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดอึ เช็ดฉี่ เหมือนเด็กแรกเกิดอีกหน

รักษาอยู่หลายปี ก็ค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิด...ทีละนิด
ค่อยๆ พูดได้อ้อ ๆ แอ้ ๆ แต่จำความไม่ได้
จำใครก็ไม่ได้เลย แม้แต่ลูกเมีย
หมอวินัย กับป้าแจ่มนั้น ยิ่งทุกข์ใจแสนสาหัสที่ลูกชายคนเดียวมาเป็นอย่างนี้
ส่วนลูกสะใภ้ทนรับสภาพไม่ไหว ก็หนีไปอยู่กับพ่อแม่ตามเดิม
เพราะมัวแต่เอาเวลาไปรักษาลูก สุดท้ายการงานที่เคยรุ่งเรืองก็เริ่มมีปัญหา
คนที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาก็แฉเรื่อง ทุจริต คอรัปชั่นในอดีตหลาย ๆ เรื่อง
ถูกตั้งกรรมการสอบจนต้องลาออกมากินบำนาญอยู่บ้าน
รายได้หดหาย มีแต่รายจ่าย มีแต่ความทุกข์
ซึ่งกลับมากขึ้นเพราะเมื่อ ต้น ลูกชายค่อยๆ หายดีขึ้น
ถึงจะจำใครไม่ได้ แต่อาละวาดจะกินเหล้าให้ได้
ต้องให้ยาระงับประสาทอย่างแรงกินทุกวัน ๆ
กินยาระงับประสาทเป็นปี ๆ จนกระทั่งมีอาการเซื่องซึมตลอดเวลา
ถ้าไม่ให้กินยา ก็อาละวาดจะกินเหล้าอยู่ตลอด
เคยหนีออกจากบ้านไปหาเหล้ากิน จนต้องตามหากันจ้าละหวั่น
เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ทุกวัน ๆ เป็นเดือน เป็นปี จน 10 กว่าปี
หมอวินัยก็แก่ชราลงมาก ร่างกายทรุดโทรม เพราะความทุกข์ใจ
จนลุกลามกลายเป็นโรคตับเรื้อรัง ต้องเข้าออก รพ.ที่เคยทำงานหลายครั้ง
ส่วนป้าแจ่ม ซึ่งก็มีความทุกข์ใจไม่ต่างกัน แต่ยังแข็งแรง คอยสู้กับลูกชายยามที่อาละวาดทุกครั้ง

ต่อมาอีกไม่นาน หมอวินัย ก็มีอาการแปลกๆ เพิ่มขึ้นอีก
อาการซึมเศร้า ไม่พูดไม่จา นอนนิ่ง ๆ ไม่อยากพบใคร
ไม่สนใจอะไรอีก ซึ่งยิ่งสร้างความทุกข์ใจให้ป้าแจ่มอย่างมาก
จนในที่สุด.....ป้าแจ่มมีอาการทางประสาท
ความจำเสื่อม จำได้บ้างไม่ได้บ้าง นั่งยิ้มอารมณ์ดีทั้งวัน ...
แต่ก็ยังหุงข้าวหาปลาไปป้อน หมอวินัย และลูกชายได้

ปลายปี 2553 ที่บ้านหมอวินัย มีสภาพคือ...
มีหมอวินัย ที่นอนซึมเศร้าไม่พูดไม่จา
มีป้าแจ่ม ที่ความจำเสื่อมแต่นั่งยิ้มแย้มทั้งวัน
และมี ต้น ที่แข็งแรงขึ้น แต่ความจำที่ไม่ประติดประต่อ
จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ยังอาละวาดเวลาอยากกินเหล้า..........
แต่ก็ยังอยู่กันได้ด้วยเงินบำนาญ ซึ่งหลานสาวที่ขณะนี้ก็เป็นสาวแล้วดูแลอย่างทุกข์ทนเต็มที
ยิ่งนานวันเข้า ทุกวันที่ผ่านไป ปัญหาที่ทับถมไม่เห็นทางออก
ความทุกข์ใจ ทุกข์กายรังแต่จะเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
ไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ ยังจะต้องทนทุกข์ทรมาน...ไปอีกนานแค่ไหน

อีกกว่าปีต่อมา ป้าแจ่ม อาการทางประสาทหนักขึ้นจนจำอะไรไม่ได้
ถูกส่งมารักษาที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา กรุงเทพฯ ได้เกือบ 3 ปี
และเสียชีวิตใน รพ.นั่นเอง
ทางบ้านต้องแยกเอา หมอวินัย ไปอยู่อีกบ้านหนึ่ง
ต้องจ้างให้คนคอยหาข้าว หาน้ำให้กิน
อาการซึมเศร้ามากขึ้น บางครั้งหูแว่วได้ยินคนมาเรียก
หรือความทรงจำที่ปวดร้าวมันผุดด.ด..ด พรายขึ้นมา
มีชีวิตที่เหลืออยู่....อย่างทุกข์ทน

ส่วน ต้น ลูกชายอาการดีขึ้นตามลำดับ
แต่ต้องถูกทิ้งไว้อยู่บ้านคนเดียว โดยจ้างให้คนคอยเอาข้าว เอาน้ำมาให้ทุกวัน
เป็นอย่างนี้อยู่เป็นปี...ปี...
จนกระทั่งวันหนึ่ง
คนที่รับจ้างส่งข้าว น้ำ พบว่า...นอนตายอยู่ในบ้านหลายวันแล้ว
โดยไม่มีใครรู้....

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงกฏแห่งกรรมที่...น่ากลัวมากจริง ๆ
หวังว่าท่านที่ได้อ่านเรื่องนี้แล้ว เกิดความกลัวบาป
ก็จะเป็นบุญกุศลให้ครอบครัวหมอวินัย
ให้ได้ผ่อนโทษจากบาปเคราะห์นี้ด้วย เถิด....


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 24 เมษายน 2557 13:11:53 น. 2 comments
Counter : 1070 Pageviews.

 
สนุกมากค่ะ


โดย: ณัฐ IP: 10.210.11.93, 203.149.16.36 วันที่: 31 มีนาคม 2554 เวลา:20:29:50 น.  

 
คนที่ไม่เชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่มีสติว่า "ทุกคนต้องตาย" ตลอดจนขาดจิตที่ คิดเมตตา... ย่อมไม่เห็นว่า "ประตู สู่ อบาย เปิดรอท่าอยู่"

ตายไป ใครจะเอาอะไรไปได้เล่า นอกจาก บุญและบาป


โดย: อินท์ IP: 124.120.165.53 วันที่: 13 เมษายน 2554 เวลา:22:29:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.