กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา โอ้..อินเดีย 8

โอ้..อินเดีย 8

เรามาคุยเรื่องของ คน ที่ผมเรียกว่า...กัลยาณมิตร ต่อนะ

คุณปรีชา...นักภาวนา จากการไฟฟ้า
เป็นพี่ชายของ คุณหมอเค็ก
สนใจเรื่องการปฏิบัติฯ ด้วยการภาวนาอย่างเอาจริงเอาจัง โลดโผน ดุเดือด
คุณปรีชา แกไม่เดินจงกรมแบบช้า ๆ นะ แต่แกจะไปเดินเร็ว ๆ เดินไปไกล ๆ เดินจริง ๆ จัง ๆ
เมื่อนั่งปฏิบัติฯ รวมจิตได้ดีแล้ว จิตก็จะมีพลังโลดโผนยั้งไม่ค่อยอยู่
มีปัญหามาก จนกระทั่งวันหนึ่งได้ไปรู้จักแม่ชี ที่สถานปฏิบัติธรรมในจังหวัดระยอง
แม่ชีท่านนี้ได้สะกิดบางอย่าง ทำให้คุณปรีชาเกิดศรัทธาจนขออุปถาก
จนได้มาอินเดียด้วยกันนี่แหละ
แม่ชีท่านนี้ เคยชี้บอกให้ระวังคนในทัวร์ทริปนี้บางคน ว่าทางภาวนาของเขาอาจจะรบกวนจริตของเรา
แล้วก็จริงด้วยแฮะ คนที่แม่ชีบอกเขามีครูบาอาจารย์ที่คนละแนวทางกับพวกผม
พอนั่งภาวนาใกล้กัน เลยทำให้คลื่นรบกวนกันจนนึกไม่ถึง...แปลกดี เน๊อะ
นั่นทำให้ผมไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้มาก กลัวท่านสัมผัสได้ถึงจิตใจด้านเลวร้ายของผมซะนี่

พี่มหา...ผู้เคยบวชเรียนตั้งแต่เด็ก จนวัยกลางคน
ท่านนี้คุยถูกคอกับผมมาก อย่างกับสนิทกันมาแต่ชาติปางไหน
พี่มหา แกเล่าว่า บวชจนได้ศึกษาเป็นมหาเปรียญ เป็นนักเทศน์ฝีปากเอก
เทศน์จนโยมผู้ฟังน้ำตาร่วงมาแล้วนับไม่ถ้วน
แต่มันมีปัญหาอีตรงที่ บวชมาตั้งแต่เด็กจนกลางคนก็ยังไม่เคยสัมผัสความสุข ความทุกข์ทางโลก
เวลาเทศน์สอนคนอื่น ก็ให้สงสัยในสิ่งที่เทศน์เอง...มันเป็นยังไงนะ
เปรียบเหมือนกับบอกใครต่อใครว่าเกลือมันเค็ม
แต่ตัวเองยังไม่เคยลองลิ้มชิมความเค็มของเกลือเลยซักกะนิ๊ด..ด..
สุดท้ายอดรนทนไม่ไหว สึกหาลาเพศออกมาทดลองของจริง
แล้วก็ได้ดังใจ...พบกับความทุกข์ ซะไม่มีดี
กว่าจะตั้งหลักชีวิตได้ เล่นเอาย่ำแย่ไปเหมือนกัน
ปัจจุบันท่านมีธุรกิจรักษาความปลอดภัย ร.ป.ภ. ซึ่งทำมานานนับสิบปีแล้ว
แล้วยังมีเรื่องตื่นเต้นผาดโผนเล่าให้ผมฟังมากมาย เช่น

เมื่อตอนเป็นเณร อยู่ภาคอีสาน ขณะนั้นอายุน่าจะซัก 15 ปีเห็นจะได้
อ้อ..ปัจจุบันนี้อายุ 61 แล้ว
ในตอนนั้นการเผาศพยังเป็นแบบ เผาสด ๆ บนเชิงตะกอนที่ใช้ฟืนในการเผา
แกก็มีหน้าที่ต้องคอยดูแลสารพัด
ศพที่มีปัญหามาก คือศพของพวกที่ชอบเล่นทางอาคม มนต์ดำ คงกระพัน หนังเหนียว
เวลาเผามันจะไม่ค่อยยอมใหม้ คือจะเผาใหม้แค่เกรียม ๆ เท่านั้น
ยังเหลือเป็นรูปเป็นร่างทั้งตัว เติมฟืนเท่าไหร่ก็ได้แค่นั้น
ต้องมาหาวิธีแก้อาถรรพ์กันวุ่นวาย
แล้ววันหนึ่งก็มีประเภทนี้มาอีกศพนึง ปัญหาเดิมก็เกิดขึ้นอีก
เผาเท่าไหร่ ๆ จนตีสองแล้วก็ไม่ยอมใหม้ซะที
ด้วยความเหนื่อยอ่อน บวกกับความเป็นเด็ก เลยออกปากด่าไปว่า...
ไอ้พวกชอบไสยศาสตร์นี่ยุ่งอิ๊บอ๊าย ตายแล้วก็ยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปหมด....
พอด่าจบ...จู่ ๆ ลมก็พัดอู้ ๆ ยอดไม้ไหวยวบยาบ
เณรก็เงยหน้ามองขึ้นไป แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด
มีเงาดำ ๆ เป็นรูปร่างของมนุษย์ กำลังขย่มอยู่บนต้นไม้
เท่านั้นแหละ เณรปากไม่ค่อยดีก็วิ่งอกตั้งไปที่โบสถ์
ระหว่างวิ่งไปได้กลางทาง ก็เหลียวหน้ากลับไปมอง
แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้ง เพราะเงาดำที่เป็นร่างมนุษย์ตนนั้น
กำลังกระโจนผาดโผนจากยอดไม้ยอดหนึ่ง ไปอีกยอดหนึ่งตามมาติด ๆ
พี่มหาเล่าว่า เงาดำตนนั้นกระโจนได้เหมือนลิงตัวใหญ่ๆ แต่มีรูปร่างเป็นคนแน่นอน
พอวิ่งจีวรปลิวสุดชีวิตเข้าไปในโบสถ์ รีบปิดประตูทันที
สักพักหนึ่งพอตั้งสติได้นิดหน่อย ลองแง้มประตูมองดู
อู๊ย..ย..มองเห็นชัดๆ เลยว่ายังยืนเกาะอยู่บนยอดไม้จ้องมาที่โบสถ์
ในที่สุดเณร ก็เลยต้องสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ทั้งคืน
พี่มหา บอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้ผจญกับวิญญาณอย่างจัง
แต่ก็ยังมีครั้งอื่นๆ อีก วันหลังค่อยเล่าให้ฟังนะครับ

หลวงพ่อเทิด...พระป่า จากร้อยเอ็ด
ท่านเป็นพระ ที่พี่มหา...อุปถากให้มาอินเดียเพื่อกราบสังเวชนียสถานด้วยกัน
ผมต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ คือผมไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องพระสงฆ์ หรือศาสนาเท่าไหร่นัก
อาจจะเรียก หรือใช้ศัพท์ผิด ๆ ถูก ๆ ก็ขอได้โปรดงดโทษให้กระผมด้วย
หลวงพ่อเทิด ท่านเป็นพระ...ธรรมยุต
แต่ประวัติความเป็นมาน่าสนใจยิ่ง
ท่านเป็น น้องชาย ของเพื่อนพี่มหา
ในปี 2540 ปีที่เศษฐกิจตกวินาศสันตะโรนั่นแหละ เป็นคนขอนแก่น
ทำงานเป็นพนักงานโอสถสภา ขอนแก่น นั่นแหละ
มีเมียที่แสนรัก และลูกสาวแล้ว งานการก็ดี ฐานะทางพ่อแม่ของท่านก็ดีมาก ๆ
แต่มีนิสัยเสียอย่างนึงคือชอบดื่มเหล้า เฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงเป็นประจำ
ซึ่งเรื่องนี้ เมียของท่านจะโกรธเกลียดมาก มีปากเสียงทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้เป็นประจำ
กระทั่งวันหนึ่ง เหตุการณ์ก็ซ้ำซากอีก เมากลับมาบ้านเหมือนเดิม
เมียที่แสนดี แต่คราวนี้โกรธแค้นมากจนทนไม่ไหว หยิบฆ้อนขึ้นมาแล้วทุบเปรี้ยงเข้าไปที่ขาของผัว ที่เมาหลับอยู่อย่างแรง
ส่งผลให้เจ้าตัว ต้องตกใจตื่นด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
หลังจากเห็นเมียรัก ถือฆ้อนอยู่ด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทันที
ความเจ็บปวด บวกกับความเมากลายเป็นความโกรธสุดขีด ลุกขึ้นจะวิ่งไปทำร้ายเมียรักให้หายแค้น
แต่ก็ต้องหกล้มลงอีก เพราะขาที่ถูกเมียรักทุบ...มันหัก
หลังจากญาติๆ ช่วยนำส่งโรงพยาบาลแล้ว อีกหลายวันที่นอนรักษาตัวอยู่นั้น
ความโกรธแค้น ความเสียใจ ความรู้สึกถึงอดีตอันแสนหวานสมัยเมื่อรักกัน มันประเดประดังขึ้นมาไม่รู้จบ
แต่ท่านก็ไม่ได้พบกันอีกเลย เพราะเมียท่านพาลูกสาวหนีหน้าไปอยู่กับพ่อแม่
หลาย ๆ อาทิตย์ที่นอนรักษาตัวอยู่นั้น แม้เวลาจะผ่านไป
แต่ความโกรธแค้น ความเสียใจ กลับไม่ลดลงเลย
มันมากขึ้นด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นที่ทำกันได้ขนาดนี้...
เมื่อรู้ตัวว่า ความโทสะมันปะทุขึ้นไม่มีหยุด
จนคิดได้ว่า...ต้องหาทางดับมันให้ได้
ท่านตัดสินใจหลบหน้าญาติพี่น้องทุกคนไปให้ไกลบ้านตัวเองที่สุด
ไปบวช อยู่ที่วัดเขาน้อย ท่าแฉลบ จันทบุรี
ใช้เวลาถึง 3 ปี กว่าใจจะสงบ
จากนั้นก็ไปร่ำเรียนกรรมฐานกับ หลวงปู่สมชาย วัดเขาสุกิม
ด้วยความตั้งใจปฏิบัติฯ จนหลวงปู่ท่านออกปากฝากฝังกับพระลูกศิษย์เอกให้คอยดูแลให้ดี
หลวงพ่อเทิด ได้เริ่มฝึกออกเดินธุดงค์ขึ้นภาคเหนือ ไปถ้ำผาป่อง ส่องดาว
เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ทะลุไปพม่า และอื่นๆ อีก
ท่านเดินตามทางของพ่อแม่ครูอาจารย์ สายหลวงปู่มั่น หลวงปู่สิม
ไม่ได้ติดต่อกลับไปทางบ้านเป็นเวลาถึง 6 ปีเต็มๆ

จนกระทั่งจิตใจสงบดีแล้วนั่นแหละถึงได้กลับไปให้พ่อ แม่ ท่านเห็นหน้า
พร้อมกับให้ช่วยจัดการเรื่องราวทางโลกให้เรียบร้อย
จากนั้นก็ธุดงค์ ต่อไปจนไปพบที่พักสงฆ์แห่งหนึ่งในจังหวัด ร้อยเอ็ด
เป็นป่าช้ากะเหรี่ยงดั้งเดิม
ท่านบอกว่าชอบป่าช้าที่นี่มาก ได้ทดลองปฏิบัติฯ อย่างอุกฤต อดข้าว 3 วัน 5 วัน ก็ยังอยู่ได้
ทดลองไปจนกระทั่งอดถึง 15 วัน
เลยตัดสินใจอธิษฐานจิตปักหลักสร้างกุฎิให้พออยู่ได้เพียงรูปเดียว
ไม่ออกไปไหน เพราะเบื่อคน...อยู่กับผี ดีกว่า
ทุกวันตื่นตี 3 ครึ่ง ทำวัตรสวดมนต์ เดินจงกรม แล้วก็ออกบิณฑบาตรประมาณ 1 กม.
แต่ก็ศึกษาปริยัติ จนได้ระดับที่ไม่อายใครเหมือนกันนะ

ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง ท่านได้ติดต่อไปที่ พี่มหา
ให้ช่วยเหลือเรื่องที่จะขอขึ้นทะเบียนเป็นวัดให้ถูกต้อง
นั่นก็เป็นเหตุให้ พี่มหา ได้รับรู้เรื่องราวของท่านหลังจากที่บวชมาแล้ว
และก็ให้เกิดศรัทธามาก
อยู่มาวันหนึ่งด้วยความจำเป็นต้องรีบไปพบกับท่าน ที่พุทธมณฑล กรุงเทพ
ภรรยาของพี่มหาก็ติดรถไปด้วย และได้พบกับหลวงพ่อเทิด เป็นครั้งแรก
อ้อ...แต่เดิมนั้น ภรรยาของพี่มหา ไม่ใคร่ศรัทธา พระ ทั้งหลาย
และความเป็นคนขี้เหนียว ก็พาลไม่ชอบทำทาน ทำบุญ ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่สามีจะวิ่งวุ่นวายช่วยเหลือใคร
แต่พอได้พบกับ หลวงพ่อเทิด แล้วเกิดปิติ ศรัทธาในบุคคลิกที่สงบนิ่งของท่าน
สิ่งที่ทำให้พี่มหาสามีงงมาก คือภรรยาออกปากขอเป็นโยมอุปถาก ซะเลยแน่ะ
แล้วที่มหัศจรรย์กว่านั้นนะ...ภรรยาของพี่มหาเริ่มสนใจ พุทธประวัติ
หัดทำทาน ขยันใส่บาตร หันมาเคร่งครัดในศีล จนเกิดอานิสงส์ทางด้านการงาน การเงินก็ดีขึ้น...ดีขึ้น
และมีสิ่งที่ไม่อยากคิดว่ามันจะเป็นไปได้...
คือลูกสาวสุดที่รักของพี่มหา มีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ ทำให้อ่อนแออยู่เสมอ
แต่พอแม่ ซึ่งก็คือภรรยาของพี่มหา รับเป็นโยมอุปถาก ถือศีลเคร่งครัด
อาการของคนเป็นลูกกลับดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
ผู้เป็นพ่อ แม่ ดีใจมาก และเชื่อมั่นว่าเป็นเพราะได้ทำบุญกับ พระผู้ตั้งใจปฏิบัติฯ
ใจดีขนาดออกเงินให้ พี่มหา พาหลวงพ่อเทิด ไปพบพระพุทธเจ้า
ถึงบ้านของท่าน...สังเวชนียสถาน ประเทศอินเดีย

หลวงพ่อเทิด ท่านสำรวมระวังมาก ยืน เดิน นั่ง ไม่เหมือนกับพระรูปอื่น
ไม่ค่อยพูดจากับใคร แต่สนใจในสังเวชนียสถานอย่างมาก
ผมเองก็รู้สึกเลื่อมใส ศรัทธา ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นท่านแล้ว
ยิ่งพอรู้เรื่องราว ก็รีบเข้าไปกราบเท้าท่าน
แปลกนะ...กราบแล้วเกิดปิติซ่าน..น...ขึ้นทันที
เมื่ออยู่กันหลายวัน ผมพยายามเซ้าซี้ถามแนวทางปฏิบัติฯ
ท่านเมตตาสอนว่า...
ตามดูจิต...สติรู้...แล้ว ปล่อยวาง
ผมก็ยังถามต่อว่า...ทำแค่นี้เองเหรอ
ท่านว่า...ใช่ ท่านก็ทำแค่นี้เหมือนกัน
ผมสงสัยเรื่อง ฝึกจิต ท่านก็อธิบายว่า...
เหมือนเรา ทำนา นั่นแหละ
สิ่งแรกก็ สำรวจตรวจตรา เตรียมที่นาให้พร้อม
เมื่อพร้อมดีแล้ว ก็ลงมือทำนา คือลงมือปฏิบัติ
...ตามดูจิต...สติรู้...แล้ว ปล่อยวาง...
ทำแค่นี้แหละ โยม
พออ้าปากจะถามอีก ท่านก็ว่า...ทำซะก่อน แล้วจะหายสงสัย แล้วจะเข้าใจ
ทำมากสงสัยน้อย ทำให้บ่อย ให้มากที่สุด
แล้วทุกอย่างจะเข้าไปถึงใจ...เอง

สา..ธุ.....


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 09 เมษายน 2555
Last Update : 12 เมษายน 2555 20:06:42 น. 5 comments
Counter : 3090 Pageviews.

 
คาถาวิเศษ
ตามดูจิต
สติรู้
แล้วปล่อยวาง
สาธุ สาธุ


โดย: nordcapp (nordcapp ) วันที่: 9 เมษายน 2555 เวลา:9:20:24 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 9 เมษายน 2555 เวลา:9:35:08 น.  

 
อนุโมทนาด้วยครับ


โดย: wilbirds IP: 114.121.61.133 วันที่: 9 เมษายน 2555 เวลา:9:47:56 น.  

 
อนุมโมทนาค่ะ

ตามดูจิต สติรู้ แล้วปล่อยวาง

คาถาง่าย ๆ แต่กลับมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่นะคะ


โดย: มาใหม่ค่ะ IP: 125.27.132.198 วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:18:47:21 น.  

 
อนุโมทนาสาธุคะ สำหรับสาระดีๆเช่นนี้


โดย: nongparn IP: 49.48.227.75 วันที่: 3 เมษายน 2556 เวลา:15:04:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.