กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา โอ้..อินเดีย 12

โอ้..อินเดีย 12

สวัสดีครับ...
ยังเล่าถึงสถานที่ต่าง ๆ ของสังเวชนียสถานในอินเดียไปไม่เท่าไหร่เลย
มัวแต่แวะไปเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ คน ซะมากกว่า
กัลยาณมิตร ที่ไปด้วยกันกับผม คือกลุ่มคุณหมอ จากโรงพยาบาลบางบ่อ
มีคุณหมอหลายท่าน ต่างสาขา ต่างความถนัด
ซึ่งผมได้ขอให้ ทู๊ก..ก..ท่าน ช่วยเขียนความเห็น ความรู้สึก
ต่อการที่ได้มาอินเดีย ทั้งก่อนและหลัง
อีกทั้งมุมมองที่มีต่อประเทศอินเดีย หรือคนอินเดีย ที่เราได้สัมผัส
ผมทั้งขอร้องไหว้วอนสารพัด แต่ละท่านก็รับปากกันดิบดี
แต่พอกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว...เงียบหาย
โทร.ไปตามก็ได้เหตุผลว่า ระหว่างที่ไปทัวร์กัน 10 วันเนี่ยะ
ก็ฝากงานให้หมอคนอื่นทำแทน พอกลับมาแล้วก็ต้องทำใช้หนี้เขา
อีกทั้งงานที่คนอื่นทำแทนไม่ได้ ก็อีกกองพะเนินเทินทึกนะยะ
เฮ้อ...น่าเห็นใจ

แต่วันนี้โชคดี คุณหมอโอ๋ หมอหนุ่มโสด แมนทั้งแท่ง
เป็นคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม
ที่มีปัญหากับตัวเอง และความรู้ที่ร่ำเรียนมาแทบเป็นแทบตาย
กับความรู้ใหม่เอี่ยมที่ได้จากการเริ่มสนใจ ศาสนาพุทธ
ยิ่งรู้ยิ่งสนใจ ยิ่งลงลึก ก็ยิ่งมึนงง
แต่ไม่ใช่ไม่เข้าใจนะ...งง...ก็เพราะมันเข้าใจ นะซิ
ยิ่งเข้าใจในคำสอนของพระพุทธองค์ ก็ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่
เพราะมันเริ่มขัดกับความรู้ที่ท่องบ่นมาตลอด
คุณหมอโอ๋ ได้ส่งความเห็นมาให้ผมตามสัญญา ลองอ่านดูนะครับ

14 เมษายน
วันนี้อยู่เวรห้องฉุกเฉินครับ ช่วงนี้เป็นช่วงหยุดยาวสงกรานต์
ผมไม่ได้ไปเที่ยวไหนกับเขาหรอกครับ
ตอนนี้เช้าอยู่พอมีเวลาว่าง เลยทำการบ้านส่งมาให้ตามที่สัญญาไว้

ขอเริ่มที่...ทำไมผมถึงอยากไปอินเดีย ?

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมเริ่มสนใจใน ศาสนาพุทธ จริงจังเมื่อ 1-2 ปีมานี่เอง
ผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยเชื่ออะไรงมงาย
ได้รับการเรียนและปลูกฝังอะไรที่ เป็นเหตุเป็นผล แบบวิทยาศาสตร์มาตลอดทั้งชีวิต
เมื่อก่อนจึงชอบมองว่าศาสนาเป็นเรื่องงมงาย
ผมปฏิเสธศาสนาอื่น ๆ ทั้งหมด
ยอมรับศาสนาพุทธเพียงแค่...ครึ่งเดียว
คือครึ่งที่มีแต่เหตุผลซึ่งสมควรจะเชื่อได้
และอธิบายได้ตามหลัก เหตุ-ผล ทางตรรกวิทยา หรือวิทยาศาสตร์เท่านั้น
นอกนั้นปฏิเสธหมด หรือไม่ก็เต็มไปด้วยคำถาม
อะไรที่ไม่ประจักษ์เห็นด้วยตนเองหรืออธิบายไม่ได้ก็จะ...ไม่เชื่อ
เช่น พิธีกรรมต่าง ๆ การสวดมนต์ การดูดวง ผมก็แทบไม่เคยทำ
หรือถ้าทำ ก็ทำแบบเสียไม่ได้ ทำตามคนอื่นเขาไปโดยปราศจากศรัทธา
จนเมื่อก่อนผมคิดว่าผมเป็นคนไม่มีศาสนาด้วยซ้ำไป
ซึ่งเหมือนจะดีนะครับ (แต่เดี๋ยวผมจะบอกว่ามันไม่ดีอย่างไร)

จวบจนช่วงหนึ่งที่ผมประสบความทุกข์ทางใจ
ผมพบว่า เหตุ-ผล ไม่สามารถช่วยอะไรได้
เหมือนคนจะเลิกดื่มเหล้าก็รู้อยู่ด้วยเหตุ-ผลว่ามันไม่ดี แต่ก็เลิกไม่ได้
คนอกหักก็รู้อยู่ว่าเพราะอะไร แต่ก็เลิกเสียใจไม่ได้
ช่วงนั้นประจวบเหมาะกับมี...กัลยาณมิตร ผู้ปฏิบัติธรรม
ชวนผมไปฟังหลวงพ่อองค์หนึ่ง ท่านเทศน์ตรงกับจริตผม
ผมจึงเริ่มสนใจพุทธศาสนานับแต่นั้นมา
และพบว่าผมเป็นคนที่มีอัตตามากเกินไป...จนเหมือนกบในกะลา
ที่ปิดโลกทรรศน์ของตนเองโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเลย
จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมกลับเสียดายวันเวลาที่ทำหายไปเกือบครึ่งชีวิต
ว่าผมไปทำอะไรอยู่ หลงมัวเมากับโลกภายนอก
มีอัตตาสูงจนลืมดูจิต ดูใจของตนเอง

เมื่อศึกษาธรรมะมากขึ้น ผมก็เริ่มสงสัยกับคำว่า...ศรัทธา และสิ่งที่เหนือคำอธิบาย
ตอนนี้ผมเริ่มยอมรับมากขึ้น และไม่ดูถูกสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป
เมื่อก่อนสำหรับผมแล้ว เหตุ-ผล ต้องอยู่เหนือศรัทธา
แต่เดี๋ยวนี้สำหรับผมแล้ว ศรัทธา สามารถอยู่เหนือเหตุ-ผลได้
หากมันไม่ทำให้คุณเป็นคนไม่ดี โดยเฉพาะหากศรัทธานั้นเป็นเหตุหนุนนำไปสู่ความพ้นทุกข์
เหตุนี้เองครับ...
ผมถึงต้องไปอินเดีย ไปเพื่อพิสูจน์ศรัทธาของคนที่นั่น
ไปเพื่อลดอัตตาตัวตนของผมเอง

กับความรู้สึกจากการที่ได้ไปอินเดีย เป็นอย่างไร ?

ผมเคยไปเรียนที่อเมริกา เคยไปยุโรป ไปเยือนเมืองที่ได้ชื่อว่าศิวิไลซ์ที่สุดในโลก
ไปอยู่บนตึกที่สูงที่สุด ไปดูธรรมชาติที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด
แต่คราวนี้ผมกลับอยากไปเห็นที่ ๆ วุ่นวายที่สุด ไร้ระเบียบที่สุด
ยากจนที่สุด ขอทานมากที่สุด คนมีศรัทธาแบบ...ไร้เหตุ-ผล ที่สุด
ในทางกลับกัน ที่นี่กลับเป็นที่ตั้งของศาสนาที่ยิ่งใหญ่ และควรเคารพมากที่สุด
มันเพราะอะไร ? ...เป็นสิ่งที่ผมอยากรู้

ผมคงไม่ท้าวความสิ่งต่างๆที่ พี่อนณ เขียนบรรยายไปแล้ว
แต่ผมจะบอกความรู้สึกที่ผมได้รับเลยดีกว่า

สิ่งแรกที่ผมได้เลย คือคำถามที่ว่า...
เราตัดสินความศิวิไลซ์ของสังคมที่ตรงไหน ?
สังคมอินเดียชนบททำให้ผมรู้สึกว่า ถาวรวัตถุ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
ไม่ได้ทำให้ชีวิตคนเรามีความสุขเสมอไป
ในทางกลับกัน...ทำให้เรามีความทุกข์เสียด้วยซ้ำ หากเรายึดติดในสิ่งเหล่านั้น
คนเราจริงๆแล้ว ไม่ได้ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรต่าง ๆ มากมายเลย
ก็สามารถใช้ชีวิติย่างมีความสุขได้
คนอินเดียในชนบท ถึงจะดูภายนอกเหมือนอยู่อย่างอัตคัดแร้นแค้น
แต่เขาก็ดูมีความสุขดีตามสิ่งที่เขามี
คงเพราะเขาพอใจกับสิ่งที่เขามีนั่นเอง
อย่างที่แม่น้ำคงคา มันทำให้เราเห็นสัจธรรมจริง ๆ ว่า...
คนเราตายไปแล้ว สุดท้ายมันก็ไม่เหลืออะไรไว้สักอย่าง

สิ่งที่ผมได้ต่อมา และสำคัญสำหรับผมมากคือ...ความศรัทธา
ผมเคยดูถูกคำ ๆ นี้ ผมจึงต้องมาดูว่ามันยังไง
ผมกลับพบว่า ศรัทธา ควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ
ถ้าคนเราปราศจากศรัทธาแล้ว ก็จะไม่มีแรงจูงใจ
ศรัทธาที่สมควร คือศรัทธาที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลนำมาก่อน
ถ้าศรัทธาแล้วไม่เบียดเบียนใครก็...ศรัทธาเลย ทำเลย
ความเชื่อมั่นในศรัทธา และความไร้เหตุผล ทำให้เราเปิดกว้างที่จะยอมรับสิ่งใหม่ๆเข้ามา
หลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่เห็น และยังไม่สามารถอธิบายได้
ไม่ได้หมายความว่ามัน...ไม่มี
เหมือนใบไม้ในกำมือ
เราจะเอาใบไม้ทั้งป่าที่เรายังไม่รู้ มาเป็นเหตุผลที่จะปฏิเสธใบไม้ในกำมือของพระพุทธเจ้าอย่างนั้นหรือ ??
ความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวอินเดียทำให้ผม...ลดอัตตาตัวตน
และความเย่อหยิ่งว่า กูรู้แล้ว กูแน่ กูไม่เชื่ออะไรงมงาย ลงมาได้มากทีเดียว
ที่แท้เราก็แค่ กบในกะลา ที่หลงตัวเอง มาเกือบครึ่งชีวิตนั่นเอง

ผมได้แค่สองอย่างนี้ ผมก็พอใจแล้วครับกับการไปอินเดียครั้งนี้
ผมตั้งใจจะไปเพื่อลดอัตตา ลดตัวกู ของกู ลงเท่านั้นเอง
ผมจึงไม่เลือก ทริปไฮโซ ไงครับ
และคราวหน้าถ้าผมไปอีกผมก็จะเลือกทริป โลโซ อย่างนี้แหละ
ตราบใดที่สังขารของผมยังอำนวย

สิ่งที่ผมได้มาเพิ่มนอกเหนือจากนี้คือ การได้เห็นสังเวชนียสถาน
ยิ่งเวลาสวดมนต์ด้วยกัน ณ.สถานที่เหล่านี้แล้ว
ผมยิ่งรู้สึกศรัทธา และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
เหมือนเราไปเยี่ยมพ่อยังไงไม่รู้ครับ
ยิ่งเราเห็นทุกคนที่ไปด้วยเปี่ยมด้วยศรัทธาและความตั้งใจ
ยิ่งทำให้เรารู้สึกศรัทธาตามไปด้วย
นอกจากนี้ผมยังได้ กัลยาณมิตร เพิ่มขึ้นอีกหลายคนเลยครับ

ผมรู้ตัวครับว่า ผมปฏิบัติธรรมน้อย
เรียกว่าสวดมนต์ก็แทบจะไม่เป็นเลยครับ
เคยรู้สึกหงุดหงิดตัวเองนะครับว่าเราด้อยกว่าคนอื่น
อย่างในทริปนี้ก็เหมือนกัน เห็นคนอื่นเห็นพวกพี่ๆสวดมนต์เก่ง ๆ
ภาวนาดี ๆ กันเยอะแยะ ก็รู้สึกอิจฉา รู้สึกหงุดหงิดยังไง ๆ ชอบกล
อย่างไรก็ตามความรู้สึกแบบนี้ผมเคยเป็นมาก่อนครับ
เราก็แค่บอกตัวเองว่าอย่าไปมองคนอื่นเขา กลับมามองที่ตัวเองเราเยอะ ๆ
ทำบารมีสะสมมาแค่นี้ ก็เอาแค่นี้ตั้งหน้าตั้งตาทำต่อไป
การมองคนอื่นกลับทำให้รู้สึกหดหู่ และกดดันตัวเองครับ
ใจมันเลยไม่เหมาะกับการปฏิบัติธรรม
อย่างที่นั่งสมาธิ ใต้ต้นโพธิ์ ฟังคนอื่นเขาได้ใบโพธิ์ เราก็อยากได้บ้าง
กลายเป็นกดดันตัวเอง ใจวอกแวกไม่เป็นปกติ อิจฉาคนอื่นเขาอีก
พอรู้จิตรู้ใจตัวแล้วปล่อยวางซะได้แค่ไหนก็แค่นั้น ใจมันก็โล่งสบาย
ต้นโพธิ์เขาก็ให้ใบเรามาเองล่ะครับ
อย่างผมได้มาสองใบโดยที่ไม่ได้คิดว่าจะได้เลย...ปิติก็เกิดเลยครับ
เป็นปิติเล็ก ๆ เผอิญใบโพธิ์ตกมาใส่ ตอนที่ใจเรากำลังท้อน่ะครับ
คิดว่า พระพุทธเจ้า ท่านคงอยากให้กำลังใจเรา
“ ไม่ต้องไปสงสัยหรอกว่าจริง หรือไม่ เอาเป็นว่าถ้าคิดแบบนี้แล้วทำให้เราเกิดศรัทธา แล้วมีกำลังใจนั่งสมาธิต่อไปก็ไม่ต้องไปสงสัย ”
ใจผมบอกกับจิตตัวเอง ที่เผอิญแวบเข้ามาสงสัยในตอนนั้นน่ะครับ

ปิติอีกครั้งเกิดตอนนั่งในรถระหว่างทางไปกุสินารา
ก็ฟังพระท่านเล่าประวัติของพระพุทธเจ้า ช่วงปลงสังขาร และปรินิพพาน...น้ำตาซึมเลยล่ะครับ
เหมือนเราสูญเสียพ่อของเราไป
อย่างไรก็ตาม ก็นึกถึงคำตรัสที่พระพุทธเจ้า ตรัสกับพระอานนท์ว่า
“ สังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมไป และดับไปเป็นธรรมดา ”
ก็ทำให้รู้สึกปลงสังเวช และคิดไปว่าก็เป็นเช่นนั้นเอง
ยิ่งเห็นสังเวชนียสถานที่ถูกทำลาย และเก่าพังไปตามกาลเวลา
รวมถึงได้กลับมาอ่าน พุทธพยากรณ์ ด้วยแล้ว ก็ทำให้รู้สึกแจ้งยิ่งขึ้นว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ไม่เว้นแต่พุทธศาสดาและพุทธศาสนา ก็ต้องอยู่ในกฎนี้ด้วย

กลับมาผมคงต้องทำการบ้านอีกเยอะครับ ทั้งทางโลก ทางธรรม
ชีวิตหลังกลับมาก็ต้องดำเนินชีวิตไปตามวิถีทางโลก
บางครั้งก็เบื่อ ๆ เหมือนกัน
แต่หลวงพ่อบอกไว้ว่า เมื่อเราเป็นปุถุชนไม่ใช่สมณะ ความรู้ทางโลกก็ย่อมจำเป็น ย่อมเหมาะกับเรา
เมื่อเรายังอยู่ทางโลก ก็ยังละทางโลกไปเลยไม่ได้
ให้ใช้ชีวิตตามความเหมาะสมของตนเอง
เหตุนี้แหละครับผมจึงรัก และศรัทธาศาสนาพุทธ
เพราะเป็นศาสนาที่เหมาะสำหรับทุกคน

หมอโอ๋
14 เมษายน 2555



อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 15 เมษายน 2555
Last Update : 15 เมษายน 2555 8:52:26 น. 5 comments
Counter : 2839 Pageviews.

 
สาธุ แปลว่า ดีแล้ว ถูกต้องแล้ว อนุโมทนาในความดีทั้งมวล


โดย: พอ.เกษมฯ IP: 180.183.164.194 วันที่: 15 เมษายน 2555 เวลา:19:06:37 น.  

 
ถึงคุณ อนณ และคุณหมอโอ๋ นะ ขอพิมพ์ฝากไว้ด้วยใจอนุโมทนาในกุศลความดีที่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าสิ่งใดก็ตาม เราท่านทั้งหลายโชคดีที่ได้เกิดมาอีกได้เห็นพระพุทธศาสนาที่ยังรุ่งเรืองดี 2600 ปี แล้ว ขอให้ได้เกิดมาอีกไม่ว่าจะเป็นอะไรขอให้มีใจน้อมไปในการบูชาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระรัตนตรัย อยู่เสมอ
มีสติรักษากาย ปัญญารักษาใจ อยู่ที่ใดก็มีความสุขทุกที่นะ
ขออนุโมทนา ทุกท่าน สาธุ ยิ้ม..


โดย: พอ.เกษมฯ IP: 180.183.164.194 วันที่: 15 เมษายน 2555 เวลา:19:11:36 น.  

 
อนุโมทนาสาธุ ครับ สักวันหนึ่งผมก็จะไปเช่นกัน มีเพื่อนสมาชิกในพันทิปได้เคยนำใบโพธิ์มาแจกกับสมาชิก ผมยังเก็บไว้อย่างดี
วันนี้ลองโพสท์ชวนเพื่อนในเฟสบุค ว่ามีใครอยากไปสังเวชณียสถานบ้าง ไม่มีเสียงตอบรับกันเลยครับ ยังงงๆ คนสมัยนี้ถ้าชวนไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ไปผับบาร์ยังชวนง่ายกว่าไปวัด
ผมเชื่อว่าคนที่อยากไปสังเวชณียสถานจริงๆ ต้องมีอะไรบางอย่างที่เหมือนๆกัน


โดย: นะนะ IP: 183.88.0.156 วันที่: 15 เมษายน 2555 เวลา:20:10:44 น.  

 
อนุโมทนาครับ


โดย: nan IP: 124.122.250.106 วันที่: 19 เมษายน 2555 เวลา:12:35:14 น.  

 
ขอขอบคุณพระอาจารย์เกษมที่ได้อนุเคราะห์ช่วยเหลือพวกเรามาตลอดครับ


โดย: phongchana@yahoo.com IP: 110.169.185.230 วันที่: 21 เมษายน 2555 เวลา:9:27:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.