#### รีวิวตุรกี #3 - พระราชวัง Dolmabahce, Hagia Sophia ร้าน Patara และนั่งเรือข้ามทะเล ####



สวัสดีคร้าบบบบบบบบบ











วันนี้จะพาไปเที่ยวอีกสองสถานที่สำคัญของอิสตันบูลนะคะ ก่อนที่จะเดินทางไปยังเมืองต่อไปค่ะกับพระราชวังโดลมาบาเช่กับฮายาโซเฟียนั่นเองค่าาา







พระราชวังโดลมาบาห์เช่


พระราชวังแห่งนี้ถือเป็นพระราชวังที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยค่ะ เป็นสถานที่ที่ถ้าไปอิสตันบูลยังไงก็ต้องไปนะคะ (อารมณ์ประมาณมากรุงเทพฯ ก็ต้องไปพระบรมมหาราชวัง) แต่ภาพสำหรับรีวิวนั้น ภายในอาคารทั้งหมดห้ามถ่ายภาพค่ะ ดังนั้นจะเอาเฉพาะภาพที่ถ่ายได้ (ภายนอก) มารีวิวเท่านั้นนะคะ


ก่อนอื่นมารู้ประวัติและความสำคัญของที่นี่กันก่อน ข้อมูลจากเว็บนี้ บอกไว้ดังนี้ค่ะ

พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป

จุดเด่นของวังแห่งนี้คือ มีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตา มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระไน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ และที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ของขวัญจากอังกฤษ ทำจากแก้วคริสทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5,000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ 750 ดวง พรมทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสาหินอ่อนบันไดทางขึ้นห้องโถงตรงราวทำด้วยไม้วอลนัต ลูกกรงราวบันไดทำด้วยแก้วคริสทัลสวยงามน่าทึ่งมาก พรมชั้นเลิศราคาแพงที่สุดในโลก ทอโดย Cinar ในตุรกี เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมีย ดีที่สุดในโลกของสาธารณรัฐเช็ก หินอ่อนจากอียิปต์มาทำห้องอาบน้ำ (เซาน่า) ในรูปแบบที่เรียกว่า เตอร์กิชบาธ

ที่น่าสังเกตคือมีนาฬิกาวางประดับไว้มากมาย ทุกเรือนจะชี้บอกเวลา 09:06 น. อันเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์กถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2484 และมีรูปภาพเหมือนของสุลต่านหลายพระองค์ที่น่าสนใจคือ รูปสุลต่านอับดุล อาซิส ผู้มีรูปร่างใหญ่มาก สูง 195 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 200 กิโลกรัม โปรดกีฬามวยปล้ำ ขี่ม้า ยิ่งธนู เป็นสุลต่านองค์แรกที่เสด็จเยือนต่างประเทศ เช่นอียิปต์ ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยี่ยม เยอรมนี ออสเตรีย และฮังการี ที่น่าทึ่งและประหลาดใจก็คือ ทุกๆ อย่างในพระราชวังเป็นของดั้งเดิม มิได้ถูกขโมยหรือทำลายเสียหาย การเข้าชมภายในพระราชวังก็ต้องเข้าชมเป็นคณะ เป็นรอบๆ มีเวลา มีมัคคุเทศก์ของวังนำชมทีละห้องทีละอาคาร มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมอยู่ท้ายคณะ คอยดูแลไม่ให้แตกแถวไม่ให้อยู่ห้องใดห้องหนึ่งนานเกินไป ไม่ให้จับต้องสิ่งของต่างๆ และต้องสวมถุงพลาสติกคลุมรองเท้าทุกคน เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นปาร์เกต์อันสวยงามต้องสึกหรอ รวมทั้งพื้นพรมอันล้ำค่าเสียหาย

พระราชวังเปิดทุกวัน 09:30-16:00 น. หยุดวันจันทร์และพฤหัสบดี นอกจากนี้ยังมีประตูทางเข้า หอนาฬิกา สวนริมทะเล อุทยาน นาฬิกา ดอกไม้ น้ำพุ สระน้ำ รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัว น่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่ง

สุดท้ายไม่ควรพลาดชมคือ ห้องที่วีรบุรุษแห่งชาติ ผู้นำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรกีที่ชื่ออตาเติร์กได้นอนเสียชีวิตบนเตียงที่มีธงชาติตุรกีคลุมอยู่ พร้อมนาฬิกาตั้งบอกเวลาเสียชีวิตคือ 09:06 น. เมื่อ 70 ปีมาแล้ว


วันนั้นพอรถจอดแล้วทางไกด์ก็พาเดินต่อไปค่ะ ซึ่งก็ไม่ไกลมากนักนะคะ เดินผ่านกิฟท์ช็อปทางขวามือ ซึ่งตอนแรกก็หมายไว้ในใจว่าเดี๋ยวจะแว้บมาดูตอนขาออก แต่พอจริงๆ ก็...ค่ะ ลืม 555







ทางเดินเข้าพระราชวังค่ะ มีหอนาฬิกาด้วย แค่ประตูทางเข้าก็สวยงามอลังการแล้ว โดยเวลาเข้าที่นี่จะแยกระหว่างหญิง-ชายด้วยนะคะเพราะจะมีการสแกนและตรวจร่างกายอย่างเข้มงวดค่ะ ผู้หญิงจะเข้าทางซ้ายค่ะ

พระราชวังแห่งนี้จะปิดในวันจันทร์และพฤหัสนะคะ






จากนั้นพอผ่านการสแกนเข้าไปก็จะเป็นหอนาฬิกานะคะ

ประวัติของหอนาฬิกาหลังนี้ก็ตามนี้เลยนะคะ (ข้อมูลจากเว็บพระราชวังค่ะ)

Dolmabahce Clock Tower เป็นหอนาฬิกาที่ตั้งอยู่นอกพระราชวัง Dolmabahce หอคอยถูกสร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวอาร์เมเนียที่มีชื่อเสียง Sarkis Balyan ระหว่าง พ.ศ. 2433 และ 2438 ตามคำสั่งของสุลต่านอับดุลฮามิดอัลเฟรดสุลต่าน (พ.ศ. 2385-2461)

หอนาฬิกาถูกสร้างเพิ่มในพระราชวัง Dolmabahce ด้านหน้าหอนาฬิกาจะเป็น Treasury Gate ตั้งอยู่บนจัตุรัสริมฝั่งยุโรปของ Bosphorus ซึ่งอยู่ถัดจากมัสยิด Dolmabahce

หอคอยสี่ชั้นสี่ด้านตั้งอยู่ที่ความสูง 27 เมตรออกแบบในสไตล์นีโอบาร็อคแบบออตโตมัน ตัวนาฬิกาถูกผลิตขึ้นโดยช่างทำนาฬิกาชื่อดังชาวฝรั่งเศสของ Jean-Paul Garnier และติดตั้งโดยนายนาฬิกาโยฮันน์เมเยอร์ ในปีพ. ศ. 2522 นาฬิกาเครื่องกลเดิมถูกดัดแปลงเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องไฟฟ้า 







ก่อนจะพาเข้าเที่ยวชมมาดูฟลอร์แปลนของที่นี่กันนะคะ หอนาฬิกาก็จะอยู่ทางซ้ายล่างของภาพค่ะ









หลังจากนั้นเราก็เห็นตัว Treasury Gate อยู่ข้างหน้าแล้วค่ะ









Treasury Gate แห่งนี้เป็นหนึ่งในสามประตูของวังนะคะ อีกสองประตูคือ Gate of the Sultan กับ Gate to the Bosphorus ค่ะ

สร้างได้งามมากเลยแหละ แล้วตรงเกทนี้มีออดิโอไกด์ด้วยค่ะ ภาษาก็ตามภาพนะคะ







จากนั้นพอผ่านเทรเชอรี่เกทเข้าไป ทางไกด์ก็พาเดินไปทางขวามือค่ะ เพื่อไปเข้าห้องน้ำนะคะ มีอ่างล้างมือติดผนังที่สวยมากเลยด้วยอ่าา









เข้าห้องน้ำกันเสร็จเรียบร้อย ทางไกด์ก็แจกหูฟังพร้อมเครื่องค่ะ จะเป็นการฟังไกด์โดยผ่านไมค์ติดตัวนะคะ (เหมือนพิพิธภัณฑ์กู้กงที่ไต้หวัน) เพราะภายในวังห้ามใช้เสียงดัง ถ้าใช้อุปกรณ์ตัวนี้ ไกด์ก็พูดเหมือนปกติ แต่เสียงจะเข้าไปที่หูฟังของทุกคนเลยค่ะ เราว่าดีนะ ของไทยอย่างพวกพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้วหรือสถานที่ที่ควรมีความสงบน่าจะทำ มันจะได้ทำให้ไม่จ้อกแจ้ก ไกด์เองเวลาพูดเสียงก็จะไม่ตีกันด้วยค่ะ







จากนั้นไกด์ก็เริ่มพาเดินผ่าน Selamik Garden นะคะ ตรงกลางสวนจะมีน้ำพุอยู่ด้วยค่ะ ฝั่งขวาก็จะเป็นทะเล (หรือต้องเรียกแม่น้ำ?) ที่เราล่องเรือกันเมื่อวานนี้นะคะ









สำหรับทริปนี้ทางไกด์พาเข้าแต่ตัว Selamlik นะคะ ไม่ได้เข้าไปในส่วนของฮาเร็ม เพราะมีเวลาจำกัดค่ะ นี่คือหน้าตาของอาคาร Selamlik ค่ะ







จากจุดนี้จะเห็นอีก Gate หนึ่งนั่นก็คือ Gate of the Sultan ด้วยค่ะ







ก่อนเข้าไปในอาคาร ก็ต้องสวมถุงให้รองเท้าก่อนด้วยค่ะ จะมีแจกให้ที่ด้านหน้าอาคารเลย







จากนั้นภายในก็ห้ามถ่ายรูปแล้วค่ะ แต่เอาข้อมูลกับรูปมาจากวิกิและกูเกิ้ลให้ดูแทนนะคะ

ตัวผังของอาคารหลังนี้ ก็ตามนี้เลยนะคะ เครดิตจากเว็บนี้ค่ะ จะแบ่งออกเป็นสองชั้นคือชั้นล่าง (กราวด์ฟลอร์) และชั้นบน (เฟิร์สท์ฟลอร์) ค่ะ







สำหรับส่วนแรกที่จะพูดถึงก็คือ ชั้นกราวด์ฟลอร์ หมายเลข 1 นะคะ กับ Entrance Hall นั่นเอง ข้อมูลจากวิกิฯ นะคะ


การเยี่ยมชมพระราชวัง Dolmabahce เริ่มต้นที่ Medhal Hall ซึ่งที่อยู่ตรงกลางระว่างทะเลและผืนแผ่นดิน ห้องหันหน้าไปทางทะเลถูกนำมาใช้โดยเจ้าหน้าที่ชั้นนำของชาวเติร์ก, Grand Vizier และรัฐมนตรีต่างประเทศคนอื่น ๆ ในขณะที่ห้องหันหน้าเข้าฝั่งแผ่นดินถูกใช้โดยผู้บริหารต่างๆของพระราชวังและรัฐเช่น Palace Marshall, Şeyhülislam และสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎร (Meclis-i Mebusan) และวุฒิสภา (Meclis-i Ayan)

ผู้เข้าพักจะต้องรอในห้องโถงนี้เป็นครั้งแรกและจากนั้นจะถูกนำไปใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยเจ้าหน้าที่ของโครงการพระราชวัง โคมระย้าที่แขวนอยู่กลางห้องนี้มีแขนทั้งหมดหกสิบกิ่ง ผ้า Hereke ใช้เป็นผ้าหุ้มเบาะสำหรับเฟอร์นิเจอร์และผ้าม่านอยู่ในเฉดสีแดงของราชวงศ์



เครดิตภาพ https://magiccityistanbul.blogspot.com/2013/12/dolmabahce-palace.html





Banquet Hall or Ceremonial Hall

ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่มากนะคะ พื้นที่ถึง 2000 ตารางเมตรด้วยกันค่ะ กลางห้องตกแต่งด้วยโคมระย้าคริสตัลหนัก 4.5 ตันที่พระนางสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียและพรม Hereke พิธีกรรัฐและศาสนาที่สำคัญได้จัดขึ้นใน Grand Hall ซึ่งเข้ามาจาก Bosphorus ด้านบนซึ่งมีประตูทางทะเลไว้สำหรับแขกที่เดินทางมาทางน้ำ ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีเหล่านี้จึงเฝ้าดูจากหน้าต่างที่มีทางเดินยาวเชื่อมต่อ Selamlik กับ Harem ผ่านทางเหนือห้องโถงพิธี

หอศิลป์ด้านบนถูกใช้โดยทูตต่างประเทศที่ได้รับเชิญไปร่วมพิธีทางศาสนา มีวงออเคสตราในโอกาสพิเศษ ในช่วงฤดูหนาว ห้องโถงพิธีจะถูกเป่าด้วยลมร้อนจากระบบทำความร้อนที่ด้านล่างของเสาสูง 56 แห่ง (ระบบทำความร้อนส่วนกลางพัดอากาศอุ่นจากปลายคอลัมน์ มันใช้เวลาประมาณ 3 วันในการอุ่นเครื่องที่ห้องโถงอย่างถูกต้องก่อนพิธีจะมีขึ้น) ราชบัลลังก์ทองถูกนำเข้ามาในห้องโถงและสุลต่านได้รับขุนนางและคณะทูตานุทูตบนบัลลังก์นี้ในช่วงวันเฉลิมฉลองวันศักดิ์สิทธิ์แบบดั้งเดิม







นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายห้องค่ะ รวมทั้งส่วนฮาเร็มที่เราไม่ได้ไปด้วย ถ้าต้องการอ่านหรือเห็นรูปเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่บล็อกนี้นะคะ (แต่เป็นภาษาอังกฤษนะคะ แหะๆ)

จากนั้นก็ออกมาทางด้านนอกค่ะ (ก่อนออกจะมีร้านขายของที่ระลึกนะคะ เราเองก็สอยตุ๊กตาตุรกีแบบแต่งชุดต่างๆ 12 ตัว (เป็นเซต) มาให้แม่จากที่นี่แหละค่ะ)

ด้านนอกอาคารก็สวยมากเลย









ที่นี่เป็นอีกที่ที่เจอเด็กๆ เยอะนะคะ เด็กๆ ที่นี่ชอบมาขอถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวหละ






มีรูปสิงโตเหยียบจระเข้ด้วยค่ะ ไม่แน่ใจว่ามีความหมายพิเศษยังไงบ้างนะคะ






ไปที่เที่ยวอีกที่กันดีกว่าค่ะ





Aya Sofya (Hagia Sophia)



อายาโซเฟีย คืออดีตโบสถ์คริสต์ของนิกายกรีกออร์โธดอกซ์ ต่อมาได้กลายเป็นมัสยิดในสมัยจักรวรรดิออตโตมันและตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ (Ayasofya Müzesi) ในอิสตันบูลประเทศตุรกี สร้างขึ้นในปีค. ศ. 537 ตอนต้นของยุคกลางมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความความเป็นโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีการก่อสร้างที่ถือว่าน่าประหลาดใจในยุคนั้น เป็นสถานที่ที่รวบรวมสถาปัตยกรรมไบเซนไทน์ และมีคำกล่าวกันว่าที่นี่นั้น "เปลี่ยนประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม"

จากวันที่ก่อสร้างในปีค.ศ. 537 ถึงปี 1496 มันทำหน้าที่เป็นโบสถ์ออร์โธดอกซ์และที่นั่งของพระสังฆราชแห่งคอนสแตนติโนเปิลทั่วโลก ยกเว้นระหว่างปี 1747 และ 1804 เมื่อมันถูกดัดแปลงด้วยครูเสดที่สี่กับโบสถ์โรมันคาทอลิก ภายใต้จักรวรรดิลาติน อาคารหลังนี้ถูกดัดแปลงเป็นมัสยิดออตโตมันจาก 29 พ. ค. 1453 จนถึงปีค. ศ. 2474 จากนั้นก็เปิดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1935 และยังคงเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเวลาเกือบพันปีจนกระทั่ง Seville Cathedral เสร็จสมบูรณ์ในปี 1520


ด้านหน้าของฮายาโซเฟียค่ะ ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับสุเหร่าสีน้ำเงินที่กำลังปิดก่อสร้างอยู่นะคะ







ใกล้ๆ กันมีคาเฟ่เล็กๆ ด้วยค่ะ ออกแนวซื้อแล้วมาหาที่นั่งกินเอาเองอะนะคะ







หลังจากไกด์ปล่อยให้ถ่ายรูปด้านหน้ากันครู่หนึ่งก็เรียกไปเข้าแถวค่ะ แถวยาวมากกกก เป็นที่ยอดฮิตอีกที่หนึ่งอะนะ ที่นี่ค่าเข้า 40 ลีราห์ค่ะ ราวสามร้อยกว่าบาท







หลังผ่านการประตูแรกมาแล้วก็จะเจออาคารหลักแล้วค่ะ 



ข้อมูลจากวิกิฯ เช่นเคยนะคะ

ปัจจุบันอาคารหลังนี้สร้างขึ้นให้เป็นโบสถ์ระหว่างค.ศ. 532 และ 537 ตามคำสั่งของจักรพรรดิไบแซนไทน์จัสติเนียนที่หนึ่งและเป็นโบสถ์ที่สามของพระสติปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหน้านี้ถูกทำลายโดยผู้ก่อการจลาจลใน Nika Revolt มันถูกออกแบบโดยนัก geometers ชาวกรีก อิสิดอร์แห่งมิลีทัสและ Anthemius Tralles คริสตจักรได้อุทิศให้กับพระปัญญาธิคุณของพระเจ้า อันเป็นเครื่องหมายลำดับที่สองของตรีเอกภาพ งานเลี้ยงสังสรรค์ในวันที่ 25 ธันวาคมเป็นการระลึกถึงการกำเนิดของเครื่องหมายในพระคริสต์ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะเรียกว่าซานตาโซเฟีย (ราวกับว่ามันถูกตั้งชื่อตามชื่อ Sophia the Martyr)

โซเฟียเป็นคำสะกดเสียงในภาษาละตินของคำภาษากรีกสำหรับภูมิปัญญาชื่อเต็มของมันในภาษากรีกคือ ΝαόςτηςΑγίαςτουΘεούΣοφίας, Naos tēs Hagias tou Theou Sophias "ศาลแห่งพระสติปัญญาของพระเจ้า" โบสถ์มีของสะสมของพระธาตุและสิ่งต่างๆ 

ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกพิชิตโดยจักรวรรดิออตโตมันภายใต้ Mehmed the Conqueror ผู้ซึ่งสั่งให้โบสถ์หลักของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์เปลี่ยนเป็นมัสยิด ถึงแม้บางส่วนของกรุงคอนสแตนติโนเปิลจะตกสู่สภาพทรุดโทรม แต่โบสถ์ยังคงได้รับการดูแลรักษาด้วยเงินเป็นจำนวนมากเพื่อการนี้ อย่างไรก็ตามโบสถ์คริสเตียนได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ปกครองออตโตมันใหม่และตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเป็นมัสยิด ระฆังแท่นบูชา สัญลักษณ์ทางศาสนาและวัตถุอื่น ๆ ถูกทำลาย และภาพโมเสคที่บรรยายถึงพระเยซูแม่พระแม่มารีนักบุญคริสเตียนและทูตสวรรค์ก็ถูกทำลายหรือฉาบปูนเปียก คุณลักษณะของอิสลามเช่น mihrab (ช่องเฉพาะในกำแพงชี้ทิศทางไปยังนครเมกกะคำอธิษฐาน), minbar (เทศน์) ถูกเพิ่ม 

มันยังคงเป็นมัสยิดจนกระทั่ง 1931 เมื่อมันถูกปิดให้ประชาชนเป็นเวลาสี่ปี มันถูกเปิดขึ้นในปี 1935 เป็นพิพิธภัณฑ์โดยสาธารณรัฐตุรกี เมื่อปี 2014 สุเหร่าโซเฟียกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการแวะเยี่ยมชมเป็นอันดับสองในตุรกีดึงดูดนักท่องเที่ยวเกือบ 3.3 ล้านคนต่อปี ตามข้อมูลที่ออกโดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของตุรกีสุเหร่าโซเฟียเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เยี่ยมที่สุดในตุรกีในปี พ.ศ. 2558 





มีเคาน์เตอร์ขายตั๋วอยู่ด้วยนะคะ มีตัวราคา 50 ลีราห์ด้วย แต่ไม่มีภาษาอังกฤษบอกว่าคืออะไร แต่ถ้าซื้อเป็นมิวเซียมพาส (เข้าได้ 12 ที่ และใช้เป็นส่วนลดพวกทัวร์ล่องเรือและอื่นๆ ได้ด้วย) จำนวน 5 วันก็ 125 ลีราห์ค่ะ นี่ถ้ามาเที่ยวเองแบบไม่มากับทัวร์ เราคงซื้อตัวนี้หละ เราสายมิวเซียมอยู่แล้ว







จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการเอกซเรย์และตรวจตั๋วค่ะ ทางไกด์ถึงได้แจกตั๋วให้ทีละคนเลยอะนะ







ก่อนจะถึงทางเข้าอาคารจะมีบริการให้เช่า Audio Guide ด้วยค่ะ แต่ยังไม่มีภาษาไทยนะ แล้วก็ทางซ้ายมือ ตรงข้ามกับทางเข้า ก็จะมีสวนเล็กๆ มีที่นั่งและร้านขายของว่างและไอศกรีมอยู่ด้วยค่ะ







หลังจากไกด์เล่าข้อมูลของที่นี่เสร็จเรียบร้อยก็ให้เวลา...45 นาที (แทบร้องไห้ ให้วิ่งชมชัดๆ) เอาผังของอาคารนี้เท่าที่หาได้มาให้ดูก่อนแล้วกันค่ะ จะมีทางขึ้นลงสองฝั่งของอาคารนะคะ 







เข้าไปก็จะเจอโถงก่อนค่ะ มีภาพเขียนที่แสดงให้เห็นเลยว่าแต่เดิมเป็นโบสถ์คริสต์นะคะ









มีภาพที่น่าจะเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามด้วยนะคะ แต่ไม่มีเวลาไปอ่านเลยแหละ จากนั้นเราก็เลี้ยวซ้ายค่ะ เพื่อเตรียมเดินขึ้นไปที่ชั้นบนก่อนค่ะ







สำหรับทางเดินขึ้นจะเป็นทางลาดปูด้วยหินตามภาพเลยค่ะ เดินเหนื่อยพอควรเหมือนกัน 555 ขึ้นไปก็จะเป็นชั้นบนที่อยู่ไม่ห่างจากตัวหลังคาวิหารมากนักนะคะ เสาที่เขียวๆ นี่บอกว่าทำมาจากหินเทสนิเซียสีเขียวนะคะ







ถ่ายมาให้เห็นระดับความสูงของชั้นนี้ค่ะ อยู่กึ่งกลางหละนะคะ จะเห็นว่ามีซ่อมแซมหลายส่วนอยู่เหมือนกัน เราก็เดินเลาะๆ ไปเพื่อจะไปถ่ายรูปตรงกลางอาคารอีกทีค่ะ







โดมของสุเหร่าโซเฟียได้กระตุ้นความสนใจเป็นพิเศษสำหรับนักประวัติศาสตร์ศิลป์ สถาปนิกและวิศวกรหลายคน เนื่องจากทางนวัตกรรมที่สถาปนิกดั้งเดิมได้จินตนาการไว้ โดมมีลักษณะเป็นทรงกลมรูปสามเหลี่ยมสี่รูปทรงซึ่งเป็นหนึ่งในการใช้งานที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่หนึ่ง เป็นโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนกระทั่งมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เสร็จสมบูรณ์ และมีความสูงที่ต่ำกว่าโดมอื่น ๆ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เช่นกัน

น้ำหนักของโดมยังคงเป็นปัญหาสำหรับการดำรงอยู่ของอาคารส่วนใหญ่ หอคอยโดมเดิมทรุดตัวลงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 558 ปี 563 โดมใหม่ถูกสร้างขึ้นโดย Isidore น้องหลานชายของ Isidore จาก Miletus ซึ่งแตกต่างจากเดิม 

สุเหร่าโซเฟียมีชื่อเสียงในเรื่องของแสงที่สะท้อนถึงทุกแห่งภายในห้องโถง









จากนั้นเดินต่อไปอีกก็จะพบกับประตูหินอ่อนค่ะ ข้อมูลจากวิกิฯ เช่นเคยนะคะ


ประตูหินอ่อนภายใน Hagia Sophia ตั้งอยู่ที่แกลเลอรี่ด้านบน มันถูกใช้โดยผู้เข้าร่วมใน synods ที่เข้าและออกจากห้องประชุมผ่านประตูนี้ มีคนพูดกันว่าแต่ละด้านเป็นสัญลักษณ์และด้านหนึ่งหมายถึงสวรรค์ในขณะที่อีกฝ่ายหมายถึงนรก ผนังเต็มไปด้วยรูปผลไม้และปลา ประตูเปิดออกสู่พื้นที่ที่ใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมที่เคร่งเครียดและการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ







เดินไปที่อีกฝั่งหนึ่ง ก็จะพบกับความสวยงามอีกอย่างก็คือ มีการประดับภาพโมเสคสวยๆ เยอะเลยค่ะ บางอันก็เป็นภาพพระแม่มารีนิรมล แล้วก็มีบางจุดที่เชื่อกันว่าเป็นหลุมศพด้วยนะคะ









จุดต่อมา เขาเรียกกันว่า Wishing Column ค่ะ ตามป้ายบอกว่ามีหลายข้อมูล แต่เราเอาข้อมูลจากวิกิฯ มาให้อ่านแล้วกันนะคะ


ที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอาคารมีเสาที่มีรูตรงกลางปกคลุมด้วยแผ่นทองสัมฤทธิ์ เสานี้มีชื่อแตกต่างกัน เช่น เสาเหงื่อออก เสาร้องไห้ เสาขอพร ฯลฯ ถ้าสัมผัสที่เสาจะมีความชุ่มชื้นและเชื่อกันว่ามีอำนาจเหนือธรรมชาติ ตำนานกล่าวว่าตั้งแต่ St. Gregory Miracle Worker ปรากฏใกล้เสาในปีค.ศ. 1200 ก็จะมีความชื้นออกมา เป็นที่เชื่อกันว่าการสัมผัสความชื้นนี้สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้

ซึ่งเราก็เห็นหลายคนเอานิ้วแหย่ไปที่รูตรงกลางนะคะ (ดูได้จากคลิปนะ)







ลงไปข้างล่างกันค่ะ มีอีกหลายจุดให้ชม แล้วการชมโถงโดมจากข้างล่างนี่ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการชมที่ชั้นบนเลยนะคะ

และจะมีป้ายอธิบายจุดที่สำคัญๆ ทั้งหมดด้วยค่ะ ตามนี้เลย






จุดแรกจะเป็น The Apsis จะเป็นภาพพระแม่มารีนิรมลกับพระบุตร เทวดากาเบรียลทางด้านขวา และเทวดามิคาเอลทางด้านซ้ายนะคะ







ตัวนี้เป็น The Mihrab ค่ะ ซึ่งอ่านป้ายแล้วก็ยังไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ เป็นจุดที่บอกทิศทางไปเมกะด้วยนะคะ







สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามอีกอันค่ะ อ่านป้ายแล้วยังไม่เข้าใจเช่นเคย ความรู้ศาสนาอิสลามเราน้อยสุดเลยค่ะในบรรดาสามศาสนา แหะๆ







เอารูปมาให้อ่านเองเช่นเคยนะคะ ถ้าใครมีความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามจะอธิบายเพิ่มก็ยินดีนะคะ







The Muezzin Gallery ในป้ายบอกว่าเป็นแกลอรี่ที่ muezzin เรียกผู้ศรัทธาในระหว่างการสวดมนต์น่ะค่ะ สร้างในสมัยสุลต่านมาเหม็ดที่ 3 นะคะ







ต่อไปเป็นห้องอ่านหนังสือและห้องสมุดที่สร้างโดยสุลต่านมาเหม็ดที่ 1 ในปี 1739 นะคะ 







จากนั้นดูเวลาก็ใกล้ถึงเวลานัดแล้วค่ะ เราเลยรีบเดินออกมา จะมีร้านขายที่ระลึก และโลงหินของจักรพรรดินีไอรีน ภรรยาของจักรพรรดิจอห์นที่สองด้วยนะคะ









ใครชอบดูภาพเคลื่อนไหว สามารถดูได้ที่คลิปด้านล่างนี้เลยนะคะ







ออกมาที่จุดนัดหมาย ปรากฏว่าคนยังไม่ครบ เลยไปสำรวจร้านซะหน่อยค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกของกินเล่นนะคะ ลองซื้อไอติมมากิน ก็โอเคค่ะ ไม่ได้อร่อยมากมาย แต่ก็ไม่แย่นะคะ ราคาไอติมก็หนึ่งลูก 6 ลีราห์ สองลุก 10 ลีราห์ สามลูก 12 ลีราห์ ฯลฯ ค่ะ มีทั้งแบบใส่กรวยและถ้วยนะคะ







เราสั่งแบบสองสกูปไป แต่เขาผสมรสมาให้ด้วยแหละ 555







ออกมาเจอน้ำพุอีกแล้วค่ะ สร้างเอาไว้ทำการชำระล้าง สร้างในสมัยสุลต่านมาหมุดที่ 1 ในปีค.ศ. 1740 ค่ะ







จากนั้นไกด์ก็พาเดินจากอญาโซเฟียผ่านหน้าวังทอปคาปึอีกรอบ แล้วก็ไปที่จุดนัดหมายเพื่อรอรถมารับค่ะ ระหว่างทางก็ผ่านร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารน่ารักๆ หลายร้านเหมือนกัน








ขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ก็ไปกินอาหารกลางวันกันค่ะ รถจอดแล้วก็ยังต้องเดินต่อนะคะ ผ่านร้านไอศกรีมตุรกีกวนตีนที่ทางไกด์บอกว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดด้วย (อยู่ในซอยที่มีร้าน Capari อยู่ข้างหน้าในภาพอะค่ะ) แต่ว่าให้มาแวะกินหลังอาหารกลางวันค่ะ ตอนนี้ให้เดินตามไปที่ร้านอาหารกลางวันคือร้าน Patara กันก่อน







เดินต่อไป ย่านนี้น่าจะเป็นพวกย่านที่รวมร้านอาหารต่างๆ นะคะ เพราะเห็นหลายร้านเลยแหละ







ตัวร้าน Patara ค่ะ ร้านตกแต่งน่ารักดีนะคะ อาหารก็ตามสูตรหละค่ะ มีสลัด ซุป ขนมปัง จานหลักเป็นปลากับข้าว แล้วก็ปิดด้วยผลไม้ค่ะ แต่เป็นมื้อที่กินกันเร็วมากๆ เพราะมีแต่คนอยากไปกินไอติมกวนตีนกันค่ะ 555









ไอติมกวนตีนค่ะ กวนตีนจริงๆ 555 น่ารักดี เห็นไกด์บอกว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำแล้วก็ดังมาก ก่อนจะมีเจ้าอื่นๆ ทำตามนะคะ







จากนั้นก็ขึ้นรถเดินทางไปข้ามเรือเพื่อจะไปโรงแรมคืนนี้ค่ะ นี่ดูแผนที่ก็ยังงงอยู่ว่าทำไมถึงต้องไปนั่งเรือหว่า ไม่แน่ใจว่าวิ่งเส้นไหนค่ะ เพราะนี่ดูกูเกิ้ลแมพก็วิ่งทางบกอย่างเดียวก็ได้นี่หว่า 6 ชม.กว่าๆ







ระหว่างทางนี่รู้สึกจะแวะจุดพักระหว่างทาง 1 หรือ 2 ครั้งนี่แหละค่ะ (เอาเป็นว่าถ้าใครมีเวลาพอ อย่าเลือกทัวร์ที่เที่ยวแบบนี้แล้วมีแค่ 5 คืนเลยค่ะ สัก 6 คืนขึ้นไปจะดีกว่ามาก ไม่งั้นนั่งรถโหดมาก แต่ขอบอกว่านี่ยังไม่ใช่วันที่โหดสุดนะคะ เหอๆ) ก็ถ่ายรูปพวกของกิน ขนมต่างๆ มาให้ชมค่ะ แม็กนั่มที่นี่มีรสที่บ้านเราไม่มีด้วยนะคะ









นี่คือการรอขึ้นเรือค่ะ คิวยาวมากกก อารมณ์ประมาณท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้างตอนเทศกาลเลยค่ะ 







พอได้ขึ้นเรือ ก็ลงจากรถบัส เดินขึ้นไปกัน เราก็ถ่ายรูปร้านอาหารนี้มาได้คือ Ilhan Restaurant ค่ะ ซึ่งในแผนที่มีสองร้านด้วยกันตามภาพนะคะ แต่ถ้าดูจากรูปในกูเกิ้ลแล้วคิดว่าร้านที่เราถ่าย น่าจะเป็นร้านที่อยู่ไกลกว่าแหละค่ะ เพราะตอนนั่งเรือก็ไม่ได้นั่งนานมากด้วยนะคะ









วิวบริเวณท่าเรือค่ะ แล้วก็บนเรือจะมีที่นั่งทั้งด้านนอกและด้านในนะคะ อากาศเย็นพอควร ใส่กระโปรงไปนี่มีลมเป่ากระโปรงเปิดกันเลยทีเดียว 555

ราคาเครื่องดื่มก็ตามภาพนะคะ เราซื้อชามาถ้วยหนึ่งหละ

ตอนไปถึงท่าเรือก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ภาพเหมือนพระอาทิตย์ตกนี่กล้องหลอกนะคะ จริงๆ ยังไม่สีขนาดนี้หรอก 555













พอใกล้ๆ ถึงฝั่ง ทางไกด์ก็มาเรียกให้ไปขึ้นรถบัสค่ะ ลืมแจ้งว่า ห้องน้ำจะต้องเข้าที่ด้านล่าง ชั้นที่รถบัสจอดนะคะ







จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังโรงแรมค่ะ โดยรร.ของเราจะอยู่ที่เมือง Canukkale ซึ่งก็อยู่ห่างจากท่าเรือราวๆ ไม่เกิน 1 ชม.นะคะ








สำหรับวันที่สองก็จบแต่เพียงเท่านี้นะคะ เอนทรี่หน้าจะพาไปดูโรงแรมที่พักคืนที่สองกันนะคะกับโรงแรม Kolin Hotel Kanukkale ค่ะ





ปฏิทินธรรม




วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561

1. ทำบุญตักบาตร ณ วัดพุทธบูชา (กิจกรรมจัดทุกวันเสาร์แรกของเดือน)




วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 
2561
 (ปกติกิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน แต่เดือนมกราคม จะจัดวันปีใหม่)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น. 


ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
https://www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447


2. งานไถ่ชีวิตโคกระบือ ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯhttps://web.facebook.com/bogboon/photos/a.614964165213890.1073741836.335629013147408/540852169291757/






วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2561 (ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของทุกเดือน)

1.ขอเชิญร่วมทำบุญตักบาตรพระเถระ ณ ศาลาจตุรมุข วัดสังฆทาน นนทบุรี



วันอาทิตย์ที่ 9 และ 23 ธันวาคม 2561 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts




วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 (จัดทุกอาทิตย์ที่สามของเดือน)
1. ตักบาตร พระกัมมัฏฐาน และ ฟังพระธรรมเทศนา เวลา 7.00 น.
ณ ชมรมกลุ่มพุทธธรรมลานทอง หมู่บ้านลานทอง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์นี้



วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 (กิจกรรมทุกเสาร์ที่ 4 ของเดือน)

1. ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารโดยพระเถระวัดป่ากรรมฐาน

เมตตารับบาตรโดย
เวลา ๐๗.๐๐-๑๐.๐๐ น. ณ ศาลาปันมี มูลนิธิบ้านอารีย์


วันเสาร์และอาทิตย์ที่ ธันวาคม 2561 (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน)

1. งานบุญประจำเดือน (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน) ทำบุญบำรุงรักษาสวนแสงธรรม และถวายปัจจัยร่วมสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ณ วัดป่าบ้านตาด

ณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑล สาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร











ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1469696+6770168=8239864/13815/1777




      Travel Blog 




Create Date : 29 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2561 9:18:01 น. 33 comments
Counter : 1140 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmambymam, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณผีเสื้อยิปซี, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณkae+aoe, คุณตะลีกีปัส, คุณอุ้มสี, คุณJinnyTent, คุณเริงฤดีนะ, คุณเกศสุริยง, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณlife for eat and travel, คุณกิ่งฟ้า, คุณmariabamboo, คุณออโอ, คุณauau_py, คุณชีริว, คุณล้งเล้งลัลล้า, คุณ**mp5**, คุณNior Heavens Five, คุณRinsa Yoyolive, คุณKavanich96, คุณผู้ชายในสายลมหนาว


 
พระราชวังดูอลังการมากๆๆเลยนะคะ ^^



โดย: ผีเสื้อยิปซี วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:9:18:46 น.  

 
พี่จะไปวันเสาร์นี้จ้ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:9:55:46 น.  

 
โหวตครับคุณเต้ย

ชอบสถาปัตยกรรมของตุรกีครับ
อยากไปถ่ายภาพโบสถ์วิหารดูบ้าง
ผมยังไม่เคยไปถ่ายภาพแนวนี้เลย

ไอติมแนวนี้เห็นแล้วฮาดี
แต่ถ้าต้อง
เป็นคนที่ไปยืนเล่น สงสัยมีเคืองครับ
ไม่ได้กินซะที 5555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:12:47:25 น.  

 
อยากไปเที่ยวพระราชวังมากค่า สวยงามอลังการ
ไอติมตรุกีนี่เป็นอะไรที่ไม่อยากยุ่งเลยจริง ๆ 555


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:13:12:00 น.  

 
ยิ่งใหญ่มากๆ


โดย: kae+aoe วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:13:53:45 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

วิ่งตามเที่ยวด้วยค่ะ
เหนื่อยเลย
ดูสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
ชอบจังค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:14:14:50 น.  

 
ขอบคุณคุณเต้ยที่พาเที่ยวตลอด


โดย: kae+aoe วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:15:52:05 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
narellan Food Blog ดู Blog
haiku Book Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
ญามี่ About Weblog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog

ชอบบบรรยากาศร้านอาหาร
และลัดเลาะพาช้อปปิ้ง


โดย: อุ้มสี วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:16:10:44 น.  

 
วังใหญ่สวยงามอลังการสุดเลยอ่ะ
Gate of the Sultan ก็ตระการมาก คงเป็นประตูสำหรับคิงโดยเฉพาะใช่ไหม
อายาโซเฟีย ก็อลังการ ศิลปจิตรกรรมต่างๆงามจริงๆ ชมเพลินมากมายวันนี้
ชมแล้วนึกอยากไปเที่ยวสักครั้ง
ตุรกี เป็นประเทศที่ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกประเทศ
แถมเป็นประเทศอิสลามที่ทันสมัยด้วย
Ilhan Restaurant ดีงามสุดๆ

แปะโหวตตอนเช้า เกือบลืมเม้นท์แน่ะจ้ะ






โดย: mambymam วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:18:37:55 น.  

 
คนไปเที่ยวตุรกีเยอนะคะ
คนใกล้ตัว รอบ ๆ ตัวพี่ไปกันเยอะ
ยกเว้นตัวเอง ไม่มีเวลาไปไหนไกล ๆ เลย

หยุดร้านเดือนละ 2 วัน 3 วัน
นี่ว่าจะหยุดสิ้นปี 4 วันยังไม่มีแพลน
แต่ก็คงไม่พ้นแล้วทางเหนือค่ะ
สุขภาพไม่ค่อยดี ระยะทางในการเที่ยวก็จำกัดไปด้วย



โดย: JinnyTent วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:21:05:25 น.  

 
ชอบเมืองเค้า ขลัง
และหนุ่มๆตุรกี ก็ดูดีค่ะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:21:51:15 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อุ้มสี Review Food Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Travel Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Pet Blog ดู Blog
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Movie Blog ดู Blog
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
ว้าวตุรกีน่าเที่ยวจัง อยากตามรอยน้องเต้ยเสียแล้ว


โดย: เกศสุริยง วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:22:43:47 น.  

 
ตรวจเข้มแยกชาย-หญิงเลย ก็สมควรอยู่แล้วถ้าอยากเก็บไว้ขายได้นานๆ ก็ต้องทำแบบนี้แหละ

หูฟังพร้อมเครื่องนี่น่าสนใจ บางครั้งของต่างประเทศมีอะไรหลายๆ อย่างที่น่าเอามาใช้ในไทย แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นในส่วนของเรื่องงบประมาณด้วยกระมัง (เข้ากระเป๋ามากเกิน)

สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ ที่ชอบห้ามถ่ายรูป ส่วนหนึ่งอาจเพราะคนจะได้อยากมา ไม่งั้นถ่ายหมดเดี๋ยวไม่มีคนมา 555 อีกส่วนน่าจะเป็นในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน เดี๋ยวโจรมันรู้ช่องทาง


โบสถ์ เป็น มัสยิดเลย ดูแล้วกว้าง แค่ 45 นาที ไม่พอแน่นอน


ไอติมดูแล้ว 3 ลูกนี่คุ้มมากเลยนะ แต่ถ้ากินไม่เก่งอาจเลี่ยนได้ (ในภาพไหงมันดูแบนๆ แบบนั้นได้ล่ะ)

ร้านไอศกรีมตุรกีกวนติง ผมจะไม่กินเด็ดขาด คือเราเข้าใจว่าเขาขายในจุดของการแสดง และการกวนติง แต่เราเป็นคนที่สนใจรสชาติ ไม่ได้สนใจในส่วนของการแสดง ดังนั้นเราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ดีไม่ดีเดี๋ยวมีเรื่องกันอีก เราเคยดูคลิปคนจีนซื้อ เล่นกันนานมากไม่ได้ซะที คนจีนมันงับกินโคนไอติมอย่างเดียวเลย 555

แม็กนั่มรสที่บ้านเราไม่มีได้ลองมั้ยครับ เจอพวกร้านที่มีขายขนม หรือจุดพักยังไงก็ต้องแวะนะ 555 นูเทลล่าของเขามีกระปุกขนาดเล็กแบบนี้ด้วย (กระปุกแบบนี้เราตักกินเล่นสบายๆ เลย ไม่พอด้วย)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา:23:51:57 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:6:39:14 น.  

 
โอ้โหววววว
คุณสาวไกด์ฝีมือแต่งกลอนไม่ใช่เล่นเลยนะคะ
แบบนี้น่าจะเขียนบ่อยๆนะคะเนี่ย อิอิ ^^

ปล.ตามมาตอบจากหน้าบล็อกค่ะ



โดย: ผีเสื้อยิปซี วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:11:07:49 น.  

 
ตามติดการเที่ยวตุรกีค่ะ โหวตค่าา เพิ่งดูยูทูปเที่ยวตุรกีไม่นานมานี้เองค่ะ เห็นล่่ะอยากไปมาก


โดย: life for eat and travel วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:13:00:45 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณเต้ย ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ ภาพสวยมากค่ะ ขอบคุณที่ไปโหวตให้เจ้านางผมหอมนะคะ ความจริงเขียนบล็อกใหม่แล้วแต่ลืมวิธีที่จะให้มาหน้าบล็อกใหม่ค่ะเปิดยังไงก็ไปหน้าบล็อกเก่าตลอดเลย แหะ แหะ จากไปเสียนานลืมวิธีทำไปเยอะเลยค่ะ อิอิ ยังไปเยี่ยมเยือนเพื่อนๆไม่ครบเลยค่ะค่อยๆไปทีละบ้านสองบ้าน
โหวตท่องเที่ยวและการเดินทางให้ค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sweet_pills Travel Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:13:24:45 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับคุณเต้ย

อยากเจอแบบแดงๆเหลืองๆทั้งดอยเหมือนกันครับ
แต่ถูกบังคับให้ต้องไปช่วงนั้นพอดี
กลับมา วันรุ่งขึ้นหมิงก็เปิดเทอมพอดีครับ ไม่สามารถเลื่อนวันกลับได้ครับ
ไม่งั้นอยากจะเลทสักสามอาทิตย์ ใบไม้เปลี่ยนสีเต็มๆเลย 555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:14:53:46 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Travel Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




สวยจังค่ะ ชอบภาพข้ามทะเลอาทิตย์จะตกดิน
ได้เที่ยวคือกำไรชีวิต แต่เหมือนคุณเต๊ยจะกำไรบ่อย ๆ ตลอด ๆ เลยค่ะ ส่งกำลังใจค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:15:29:56 น.  

 
สงสัยว่าไอติมกวนตีนนั่นจะกินยังไงคะ ไม่ละลายแล้วหกหมดเหรอ


โดย: ออโอ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:18:04:12 น.  

 
แวะมาเที่ยวชมภาพสวยๆด้วยค่ะ สวยจริงๆ เห็นอาหารแต่ละอย่างอยากจกออกมาชิม คริๆ
ปล. ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังเรื่องร้านตู้เสบียง ที่เมืองคอนค่ะ คนพาไปบอกเปิดใหม่ นู๋ก็เข้าใจว่าเปิดใหม่ค่ะ ไม่ค่อยได้ไปเมืองนี้เท่าไหร่น่ะค่ะ แหะๆๆๆ^___^


โดย: auau_py วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:19:04:42 น.  

 
ขอบคุณจ้ะ



โดย: mambymam วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:20:03:44 น.  

 
ผมไปช่วง 23-28 ตุลาคม
แต่ตั้งใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องไปช่วงเวลานี้
เพราะกลับมาหมิงหมิงเปิดเทอม 29 พอดี 555

ถ้าเลื่อนอีกสองอาทิตย์เพื่อรอใบไม้เปลี่ยนสีัท้งหมด
ผมก็ไม่เอาครับ
ตรงกับช่วงที่ผมงานยุ่งด้วยพอดี

ปีนี้ตั้งใจไปโอซาก้ากับเกียวโตครับ
ตอนแรกจะไปโตเกียว
แต่ดูแล้วไม่ใช่เป้าหมายที่อยากไปจริงๆ
เมืองอื่นก็ยังไม่ได้อยู่ในใจครับ
แต่คงได้ไปอีกหลายรอบอยู่ล่ะครับ
ชอบญี่ปุ่นมากๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:20:46:01 น.  

 
ที่ไปคุย
นูเทลล่ามันอร่อยจริงๆ ครับ ทานแล้วอารมณ์ดีด้วย แต่เวลาตักกินต้องค่อยๆ กินแต่พอคำ ใส่ปากทีเดียวเยอะเกินก็ไม่ไหวเหมือนกัน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:21:23:52 น.  

 
เห้ย พี่เต้ยขึ้นซีรี่ยส์ตุรกีเมื่อไหร่เนี่ย?? มาตอนสามละ
โดลมาบาเช่สวยครับ แต่ถ่ายรูปด้านในไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้เก่ามากนักเลยไม่อินกะมันเท่าไหร่ << ยี้ พวกบ้าซากอิฐ
แถมวันที่ผมไปฝนตกปรอยๆอีกต่างหาก ถ่ายรูปไป ถือร่มไป ต้องไม่ให้กล้องโดนน้ำ ลำบากแท้ๆ
ถึงจะถ่ายด้านในไม่ได้ แต่โซนรอบๆ กับพวกรูปปั้นในสวนก็สวย
หอนาฬิกาก็สวย จำได้ว่าพยายามหามุมถ่ายอยู่นานเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยดูประวัติ

อายาโซเฟีย ถึงจะกลายเป็นมัสยิดไปแล้ว แต่ดีนะครับที่เขาไม่ทำลายภาพพระแม่มารี และภาพคริสต์ศาสนาภาพอื่นๆ ศิลปะระดับโลกทั้งนั้น
พี่เต้ยเจอแจ็คพ็อทมาก ซ่อมอยู่ซะครึ่งหลัง (รอบผมไม่โดน แต่ไปโดนที่บลูมอสก์)

ไอติมลีลาของตุรกีนี่ไม่อยากซื้อกินเลยง่ะ ไปซื้อแล้วยังโดนแกล้งปั่นหัวอีก กว่าจะได้กิน แต่ถ้าเป็นคนดูก็เพลินดีนะ
ร้านนี้เจ้าแรกๆเลยด้วย คลาสสิค ♥ ดูไซส์ที่ขุดขึ้นมาแล้วไอติมร้านนี้เหนียวดีจริงๆ (ไม่เหนียวก็เล่นลีลาไม่ได้มากอีก)


โดย: ชีริว วันที่: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา:22:59:13 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 ธันวาคม 2561 เวลา:6:55:26 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
มาเก็บข้อมูลประเทศตุรกีค่ะน้องเต้ย


โดย: ล้งเล้งลัลล้า วันที่: 1 ธันวาคม 2561 เวลา:8:42:07 น.  

 
ีอัพอันใหม่ล้าว ว่าจอัพเมื่อวานแหละแต่พักเที่ยงออกไปกินข้าวข้างนอกเลยมาอัพวันนี้แทน 555


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 1 ธันวาคม 2561 เวลา:12:53:37 น.  

 
ตามไปเที่ยวชมด้วย พระราชวังโดลมาบาห์เช่ สวยครับ


โดย: **mp5** วันที่: 2 ธันวาคม 2561 เวลา:19:35:38 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับพี่เต้ย
พระราชวังดูยิ่งใหญ่หรูหรามากเลยครับ
โหวตครับ


โดย: Nior Heavens Five วันที่: 2 ธันวาคม 2561 เวลา:20:13:08 น.  

 
การไปกับทัวร์มีข้อดีข้อเสียต่างกันค่า
แต่ต้องรักษาเวลากับเค้าด้วย
การนั่งรถนานๆ ระหว่างทริปนี่ก็เมื่อยเหมือนกัน ถ้าจัดทริปหลายวันแบบหลวมๆ ดีไปอย่าง



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 2 ธันวาคม 2561 เวลา:22:52:13 น.  

 
อยากไปตุรกี แต่ยังไม่มีโอกาสเลย


โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 4 ธันวาคม 2561 เวลา:11:12:00 น.  

 
พี่ไม่ได้ไปพระราชวังโดห์มาบาห์เช่เลย เห็นของเต้ยแล้ว เสียดายมาก ของพี่ไม่มีในโปรแกรมล่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 28 ธันวาคม 2561 เวลา:19:44:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 202 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
29 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.