happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

สนธยาพาเพลิน




ภาพจาก rgbstock.com


เย็นลมว่าว - วินัย จุลละบุษปะ





ขออำภัยที่หายหน้าไปอีกแล้ว คิดถึงเพื่อน ๆ มาก แต่อาการงูสวัดยังไม่ค่อยหายดีเท่าไหร่ หมอบอกให้พักผ่อนเยอะ ๆ ไม่งั้นอาการจะกลับมาอีก ช่วงนี้อาจต้องหายศีรษะเป็นพัก ๆ ไม่ได้แวะไปหาเพื่อน ๆ ใน friend list ได้ครบคนอย่างเคย อย่างมากก็คงแวะไปหาเฉพาะคนที่เข้ามาเม้นท์ จะพยายามรักษาตัวให้หายดี จะได้กลับมาเล่นบล็อกได้เต็มที่เหมือนเดิม


อากาศตอนนี้ร้อนจัดได้ใจ มาฟังเพลงเพราะ ๆ ให้เย็นใจกันดีกว่า เอาจดหมายของพอ.วัชระ วีระวงศ์ที่เขียนถึงเพลงเก่า ๆ มาให้อ่านอีก ท่านเขียนถึงเพลงเกี่ยวกับบรรยากาศยามเย็นที่เพราะ ๆ ไว้หลายเพลง อากาศร้อนมาก เพื่อน ๆ ก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๙๘













ภาพจาก m.flikie.com


สนธยาพาเพลิน
โดย พ.อ.วัชระ วีระวงศ์



สภาพภูมิประเทศเมืองร้อนเช่นประเทศไทย เมื่อแสงตะวันรอนลงก็จะมีลมพัดเอื่อย ๆ พอสบาย บรรยากาศเช่นนี้ชวนให้นึกถึงสำนวน "แดดร่มลมตก" ห้วงเวลานี้นับเป็นช่วงผ่อนคลาย พักผ่อนหลังทำงาน หรือปฏิบัติภารกิจมาตลอดวัน ความรู้สึกสบายอาจสะท้อนผ่านบทเพลงยามเย็นหลากหลายอารมณ์



เพลงเย็นลมว่าว
เนื้อร้อง : ครูแก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง : ครูเอื้อ สุนทรสนาน


"เย็น ยามเมื่อเย็นลมว่าว
 
ปัดลมร้อนผ่าวเป่าลมที่หนาวไปสิ้น

ร่มเย็น ทั่วทุกถิ่น

บนแผ่นดิน สายลมรำเพยเรื่อยไป

เย็น เย็นเพราะลมโชยเฉื่อย

จิตใจหายเหนื่อยด้วยลมชโลมจิตใจ

ว่าวน้อยลอยลมฉันพลอยรื่นรมย์

ยิ่งชมยิ่งคิดไปได้ สายลมชื่นใจ
 
ว่าวลอยเหลิงไปเกลื่อนตา..."





ว่าวปักเป้า vs ว่าวจุฬา
ภาพจาก palungjit.org



บรรยากาศช่วงหนึ่งที่สายลม (ตะเภา) เอื้ออำนวยให้เล่นว่าวแถบภาคกลางช่วงต้นฤดูร้อน ลมนี้ "ปัดลมร้อนผ่าว เป่าลมที่หนาวไปสิ้น" บรรยากาศรื่นรมย์นี้ทำให้จิตประหวัดถึงเทศกาลกีฬาไทย เช่น ตะกร้อ การเล่นว่าว และแข่งว่าวที่ท้องสนามหลวง เมื่อกว่า ๔ ทศวรรษมาแล้ว การแข่งว่าวยอดนิยมคือ ว่าวจุฬา และ ว่าวปักเป้า บทเพลงเย็นลมว่าวกล่าวว่า "ดูดูเหมือนว่าวเริงร่าย จุฬาคว้าส่ายปักเป้าเจ้าย้ายเริงร่า" ที่สนามหลวงยามเย็นได้วัดสถานที่นั่งชมว่าวพร้อมอาหารเครื่องดื่มบริการ





ภาพจาก desk7.net



มีเรื่องเล่า (จากคุณบูรพา อารัมภีร) ว่า ครูแก้ว อัจฉริยะกุล และ ครูสง่า อารัมภีร สองขุนพลเพลงเคยไปนั่งสังสรรค์ชมว่าวและร่วมกันแต่งเพลงหนึ่งในร้อย "พราวแพรวอันดวงแก้วแวววาม สดสีงามหลายหลากมากนามนิยม นิลกาฬมุกดาบุษราคัมคม น่าชมว่างามเหมาะสมดี" และจินตนาการถึง "เพชรน้ำหนึ่งงามซึ้งพึงเป็นยอดมณี  ผ่องแผ้วสดสีเพชรดีมีหนึ่งในร้อยดวง" เพชรน้ำหนึ่ง เปรียบได้ว่าเป็น หนึ่งในร้อยกำเนิดขึ้นในบรรยากาศเย็นลมว่าว





บางปะกงยามเย็น
ภาพจาก bangkrod.blogspot.com



การเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นโอกาสดีที่ได้ชมภูมิประเทศที่งดงามแปลกตาช่วยผ่อนคลายยามเย็น โดยเฉพาะภาพชายน้ำบางปะกงยังคงความงามเป็นอมตะ น่าประทับใจมาโดยตลอด



"ฝั่งชายน้ำบางปะกง
ยามแสงอาทิตย์อัสดง
ใกล้จะดิ่งลงแล้วหนา
แต่บางปะกงนั้นยังคงสวยงามตา
คราใกล้สนธยา ยิ่งพาให้เราสุขสันต์


แดดจวนลับลงรำไร
มองเห็นเรือน้อยล่องลอยไป
ตื่นใจด้วยยลธารสวรรค์
เยือกเย็นสายลมพลิ้วพรมอย่างนี้ทุกวัน
ธรรมชาติยามสายัณห์  ได้เห็นแล้วลืมไม่ลง


แม้นจากไปอยู่ไกลแสน
ก็ไม่ขอลืมแดนที่เคยปักใจลุ่มหลง
จะเฝ้าแต่ฝันถึงอาทิตย์อัสดง
ชายฝั่งบางปะกง นั้นลืมไม่ลงแน่เอย"



เพลงบางปะกง ผลงานเพลงของ ครูนคร มงคลายน คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ร้องบันทึกเสียง ขับกล่อมได้ความรู้สึกราวกับว่านั่งรำพันอยู่ริมฝั่งชล และความรู้สึกที่ดีคงดำรงตลอดไป


บางปะกง - เพ็ญศรี พุ่มชูศรี







ครูนคร มังคลายน
ภาพจาก saisampan.net



เพลงบางปะกงนี้แต่งขึ้นอันเนื่องมาจากเมื่อคราวไปเปิดการแสดงที่จังหวัดฉะเชิงเทราที่โรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในอำเภอบางปะกง วันแรกมีคนชมมีมากมายเพราะมีคนมารอชมซึ่งคอยมาหลายวันแต่พอมาวันหลังหลังคนดูชักน้อยลง ครูนครจึงประกาศแก่คนดูว่าพรุ่งนี้จะตอบแทนผู้ชมชาวบางปะกงโดยการจะแต่งเพลงให้ชาวบางปะกง คือเพลงบางปะกงนี้ และเพลงนี้ ร.ต.กิตติ ประทุมแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในขณะนั้นได้มาติดต่อครูนครขอเพลงนี้เป็นเพลงประจำจังหวัด ครูนครได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณที่โรงแรมบางปะกง โดย พล.อ. ประหยัด ดิษยะศริน เป็นผู้มอบ และวิธีเรียกผู้ชมแบบนี้ได้ผลได้ทุกที่ที่ท่านได้ไปเปิดการแสดง เช่น นครนายกคือ เพลงน้ำตกสาริกา ภูเก็จ(ภูเก็ต) คือเพลงหากสุรินทร์ หัวหิน คือเพลง หัวหินไม่สิ้นทราย กาญจนบุรี คือเพลง ไทรโยคแห่งความหลัง สงขลา คือเพลง คืนหนึ่งในสงขลา เป็นต้น (ข้อมูลจากในคลิป)





ภาพจาก wallpapershd2014.com



ฝั่งน้ำชายคลอง (ริมแม่น้ำลำคลอง) ให้บรรยากาศรื่นรมย์ สวยงามแล้ว ยามเย็นที่ชายฝั่งทะเลจะเห็นภาพกว้างไกลสุดสายตา พร้อมทั้งรสสัมผัสสายลมและเกลียวคลื่นทำให้เพลินตา เพลินใจ เป็นความบันเทิงที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้



"เพลินนัยน์ตาในเวลาเย็น ๆ
มองแลเห็นท้องทะเลระรื่น
เสียงน้ำซัดโครมครืน
เห็นคลื่นสาดฝั่ง  


เรานั่งชมเพลินฤทัย
ลมเย็น ๆ พัดระโรยโชยฉ่ำ  
จวนจะค่ำเห็นตะวันรำไร จวนจะลับพื้นน้ำไป  
วิไลดังหนึ่ง ชวนเชิญให้เพลินอุรา


เพลิน.....นั่งเพลินชมลมและคลื่นซัดมา
เพลิน.....เพลินวิญญาเมื่อเวลาเย็น ๆ
สะพานสุขตา พาใจเราเป็นสุข ไร้ความทุกข์เมื่อได้มาเที่ยวเล่น
ลมทะเลเวลาเย็น พัดรื่นชื่นใจ อย่างไรไม่ลืมบางปู"

(สะพานสุขตา (บางปู) ผลงานเพลงของ ล้วน ควันธรรม)



บางปู - ล้วน ควันธรรม





"เพลิน.....นั่งเพลินชมลมและคลื่นซัดมา
เพลิน.....เพลินวิญญาเมื่อเวลาเย็น ๆ"

ถ้อยคำที่ผสานท่วงทำนองเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกเพลิด





ภาพจาก jarungjai.com





คุณกำธรสมัยหนุ่ม ๆ นี่หล่อกว่าน้องณเดชน์อีกนะเนี่ย
ภาพจาก thaifilm.com



เพลินเจริญใจเหมือนล้อตามลมและคลื่น ยิ่งผู้ที่เคยสัมผัสสายลมและเกลียวคลื่นมาก่อนก็จะเข้าถึงรสสัมผัสของลมทะเลเวลาเย็นได้กระจ่างใจ ที่สำคัญ ครูล้วน ควันธรรม ผู้แต่งเพลงนี้ได้บันทึกเสียงถ่ายทอดอารมณ์ได้ไพเราะน่าฟังอย่างยิ่ง ต่อมา กำธร สุวรรณปิยะศิริ ดาราละครช่อง ๔ บางขุนพรหม ได้ขับร้องบนเวทีการแสดงในโอกาสต่างๆ สะพานสุขตา บางปู ยังคงความงามประทับใจมาโดยตลอด





ภาพจาก desk7.net



วันเวลาเปลี่ยนไปโดยต่อเนื่อง เช้า สาย บ่าย เย็น ถึงค่ำ ปรากฏอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผู้คนประสบสุข ทุกข์สลับกันไป ในที่สุดเมื่อใจสงบ ทุกยามเย็นก็เป็นยามที่สงบสุขดังเพลง เย็น-เย็น


....."เย็น-เย็น  ตะวันลับเหลี่ยมเมฆา

ระรื่นกลิ่นมาลา เลื่อนลอยมากับลม

เย็น-เย็น ตะวันใกล้รอนรอน

ยิ่งคิดจิตอาวรณ์ ทอดถอนใจระทม

เย็น-เย็น เหม่อมองจ้องใจลอย

โอ้ รักของเราก็เลยพลอย เลื่อนลอยเช่นลม

โอ้ ความรักมักเหลวไหล ถ้าใครหลงต้องตรอมตรม

อนิจจาอ่อนอาลัย ยิ่งคิดแล้วให้ระบม

เย็น-เย็น อยู่เดียวเปลี่ยวอารมณ์

ได้ชมแต่ความงาม เมื่อยามเย็น"



(เย็น-เย็น ผลงานเพลงของ เอิบ ประไพเพลงผสม และ เอื้อ สุนทรสนาน มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ เล่าว่า ร้องประสานเสียงกับเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติ และให้ความเห็นว่า "เป็นเพลงประสานเสียงที่ใช้ผู้หญิงร้องคู่เป็นเพลงแรกของกรมโฆษณาการ)



เย็นเย็น - มัณฑนา โมรากุุล







ครูเอิบ ประไพเพลงผสม
ภาพจาก websuntaraporn.com



เพลงเย็น-เย็น มีประวัติน่าสนใจจากคำบอกเล่าของมัณฑนา โมรากุล "ประมาณปี ๒๔๘๙ เวลาไปงานเต้นรำจะต้องร้องเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมา เพราะคนชอบฟัง ชอบเต้นมาก แทบจะว่างานเต้นรำจะขาดเพลงนี้ไม่ได้เลย" อาจกล่าวได้ว่า เพลงเย็น-เย็น มีสรรพคุณเป็นยาเย็นนั่นเอง







ข้อมูลจาก
คอลัมน์ "ถูกทุกข้อ" นสพ.ไทยโพสต์ ๑ เม.ย. ๒๕๕๗
ryt9.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





 

Create Date : 26 เมษายน 2557    
Last Update : 28 เมษายน 2557 19:16:14 น.  

รสสัมผัสจากสายลม..แสงตะวัน




ภาพจาก mi9.com


มนต์รักลูกทุ่ง - ไพรวัลย์ ลูกเพชร




ช่วงนี้ป่วยเลยอัพเพลงอาทิตย์นี้ช้าไปหน่อย เอาจม.ของพ.อ.วัชระ วีระวงศ์มาให้อ่านกันอีกรอบ ท่านเขียนถึงเพลงเกี่ยวกับสายลม แสงตะวัน คุยถึงเพลงเก่าเพราะ ๆ หลายเพลงเลยค่ะ หน้าร้อนเหมาะจะไปตากอากาศรับลมทะเล ชมตะวันขึ้นและตกทะเลงาม ๆ อากาศยังร้อนอยู่ไม่หาย เพื่อน ๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

ถึงแล้งใช่แล้งรักไล้



เสพงานศิลป์บล็อกล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๙๖












ภาพจาก weekendhobby.com


รสสัมผัสจากสายลม..แสงตะวัน
พ.อ.วัชระ วีระวงศ์



หลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้เราคุ้นเคยหรือคุ้นชิน นานวันเข้าอาจชินชาจนไม่เห็นค่าเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี รสสัมผัสที่ใกล้ชิดเรามาก่อนก็อาจแปรเปลี่ยนทำให้เราลืมเลือนไปบ้าง แต่บางครั้งอาจหวนระลึกถึงได้จากบทเพลง เช่น ภาพงามเจนตาที่มาจากชายทุ่ง



เพลงมนต์รักเพลงลูกทุ่ง
เนื้อร้อง-ทำนอง ครูไพบูลย์ บุตรขัน)


"หอมเอยหอมดอกกระถิน
รวยรินเคล้ากลิ่นกองฟาง
เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง
มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง".....


....."หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน
อวลระคนหอมแก้มนงคราญ
ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาล
มนต์รักเพลงชาวบ้านลูกทุ่งแผ่วมา".....





ภาพจาก l3nr.org



หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน ดอกกระถินรวยระรินเคล้ากลิ่นกอง ฟาง ตลอดทั้งบุปผานานาพรรณล้วนเป็นกลิ่นรสที่สัมผัสได้ทั่วแคว้นแดนไทยมาก่อน แต่หลายพื้นที่ได้เปลี่ยนไปหลังจากสังคมชนบทหลายแห่งเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง พื้นที่ชานเมืองก็เปลี่ยนเป็นชุมชนขนาดใหญ่และเป็นตัวเมืองย่อย ๆ กระจายไปทั่วเขตมหานคร นานวันเข้ารสสัมผัสจากชายทุ่งก็ห่างหายจากใจ ในขณะที่คนรุ่นหลังยุคติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถืออาจไม่รู้จักรสสัมผัสจากสายลม แสงตะวันด้วยซ้ำ





ภาพจาก 1ms.net



แม้การขยายตัวของสังคมส่งผลให้พื้นที่สีเขียวลดน้อยลง แต่ยังมีพื้นที่อนุรักษ์ส่วนหนึ่งคงเหลือไว้ให้ต้นไม้ใบหญ้า สายลม แสงตะวันเป็นแหล่งพักพิงของสัตว์น้อยใหญ่ ซึ่งอาจถือว่าเป็นรมณียสถานโดยแท้


ลมโชย - มัณฑนา โมรากุล





เพลงลมโชย
เนื้อร้องโดย ม.ล.กุศทิน สนิทวงศ์ ทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน


"รื่น รื่น ลมโชย  โปรย โปรยกลิ่นหอม
ดังจะน้อมโน้มใจ  ให้ฝัน
อ่อน อ่อน ผ่อนแสง          
แรง แรง สุริยัน


สอดสีสันเลื่อมระบาย พรายเงา
แสนจะงาม ณ ยามนี้ เป็นยามที่ดีไม่เบา
ระเริงหรูคู่รักเคล้า  ระร่ำเฝ้าเร้ารักหวาน
แว่ว แว่ว ชะนีโหย โอย    

 
โอย ออดเสียง แจ้วจำเรียง
เสียงร้อง ก้องกังวาน
ชื่น ชื่น ฉ่ำหู  ตรู ตรู ตระการ
สำเนียงขาน  บรรเลงเพลงรักเอย"





ภาพจาก drodd.com



ธรรมชาติแสนงามให้คุณอนันต์ เสริมพลังสรรพชีวิน และขับกล่อมในยามพักผ่อนกายใจ หล่อเลี้ยงมวลชีวิตทั่วชีวมณฑลให้ดำรงอยู่ชั่วนาตาปี "เหมือนธรรมชาติบรรจงวาดไว้ รอเรา



เพลงรำพัน
เนื้อร้อง-ทำนองโดย ครูเนรัญชรา


ทุ่งนา ป่าเขาสลับเสลา  ลานตา
ลำคลอง เอ่อน้ำ   สีครามขอบฟ้า
แว่วเพลงหวานนกกา  พลิ้วมาตามลม
ละไอละอองของความชื่นฉ่ำ  โชยเย็น


ทุกมุมที่เห็นดุจเป็นแดนทิพย์  ชวนชม
รื่น รื่น กลิ่นหอม   หอมความสุขสม
เกลื่อนรอยพิษระทม ข่มใจให้คลาย
ราตรีมีดาว  พราวเด่น


หยดแววแสงเย็น แสงเพ็ญผ่องเพชร  
พริบพราย ปานตานางฟ้า
ลอยฟ้าเรียงราย   โปรยปรายละอองเรณู
ละอองเรณูฟ่องฟูจากฟ้า โลมดิน
ซึ้งเย็นจิตเติมประทินกลิ่น ทิพย์ พรมพรู"......




ผู้ที่ผ่านประสบการณ์มานานฟังแล้วเห็นภาพ ภาพนั้นไม่ใช่ภาพฝัน หากเป็นเงาอดีตที่งดงามและอยาก ชี้ชวนให้อนุชนช่วยกันดูแลรักษาดุจถนอมแดนทิพย์ของไทยทั้งผอง





พระรูปจาก วิกิพีเดีย


สายลมแสงตะวัน - มัณฑนา โมรากุล




เพลงสายลมแสงตะวัน
คำร้อง/ทำนอง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


ยามเมื่อแสงตะวันส่องนภา ฟ้างาม

ปวงเมฆน้อยลอยยามเมื่อสายลมพัดมา

ตะวันส่องแสงประกายพรายนภา

งามสดสีเมฆาเรืองแสงผ่องสดสีทอง

เฝ้าแหงนมองงามต้องตา


งามฟ้างามประเทือง

เพลินชมแสงเรืองช่างเหมาะเป็นเมืองเทวา

งามพริ้งพราวนัยน์ตา

ช่างงามโสภาด้วยเหล่าเทวาเสกสรร




ชมหมู่นกลอยลมล่องหนเริงลำพอง

เพลินส่งเสียงคะนองก้องสายลมตามกัน

งามห้วยเขาทิวไพรสารพัน

ลมโบกพลิ้วทิวพรรณพงไม้เอนโบกพัดเย็น

จิตโน้มเอนไปกับลม




ยามเมื่อสายลมโชยให้โหยใจรัญจวน

ลมเฉื่อยฉิวเชิญชวนให้เพ้อใจตรอมตรม

ดมกลิ่นหอมผกาพาระทม

เชยกลิ่นหอมตามลมเตือนถึงเธอเฝ้าละเมอ 

กลิ่นเนื้อเธอโชยเฉื่อยมา




กลิ่นหอมยวนชวนดม

ชื่นใจสายลมอมอบด้วยกลิ่นผกา

ผ่องสีพรายนัยน์ตา

สวรรค์สรรมางามเหล่าผกาแลหลาม




ยามหมู่ไม้ทิวไพรต้องสายลมรำเพย

ใจเคลื่อนคล้อยไปเลยเมื่อสายลมคุกคาม

ลมโบกพลิ้วปลิวไปใจหวิวตาม

ชมยิ่งเพ้อไปตามทางสายลม

ด้วยหวังชมให้สายลมพาสู่เธอ



ภาพและข้อมูลจาก
ryt9.com
คอลัมน์ "ถูกทุกข้อ"นสพ.ไทยโพสต์ ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๗






ภาพจาก บล็อกคุณ yyswim




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





 

Create Date : 15 เมษายน 2557    
Last Update : 15 เมษายน 2557 15:12:58 น.  

สายลมว่าว.....ในห้วงคิด




ภาพจาก w8themes.com


สายลมว่าว - มัณฑนา โมรากุล








สายลมว่าว
คำร้อง-ทำนอง พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


โอ้สายลมว่าว เมื่อยามร้อนเร่า

เจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นใจ

ลมเอ๋ยเมื่อไร เจ้าจึงพัดให้

หทัยสำราญผ่านฉิวโชยมา
   


ร้อนใจไกลจากเธอ  
ละเมอคอยเรื่อยมา
ร้อนรนในอุรา
หวังลมพัดพาให้คลายร้อนทอนความเศร้า
   


ลมเอ๋ยลมว่าว จิตใจร้อนผ่าว

เจ้าจงพัดมาอย่าช้าลมเอย

โอ้สายลมว่าว เมื่อยามร้อนเร่า

เจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นเชย
   


เฉื่อยฉิวรำเพย
ข้าวอนขอเอ่ย
เจ้าเคยพัดเย็นไม่เว้นวายมา






ปีนี้อากาศร้อนได้ใจมากกกก มาฟังเพลงเย็น ๆ ใจกันดีกว่าค่ะ หน้าร้อนเมืองไทยอยู่คู่กับการเล่นว่าว (แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่แล้วอ่ะ ) วงสุนทราภรณ์มีเพลงที่คู่กับหน้าร้อนอยู่หลายเพลง เพลงสายลมว่าวเป็นเพลงฤดูร้อนที่เพราะที่สุดเพลงนึง คอลัมน์ตอบปัญหาในนสพ.ไทยโพสต์ "ถูกทุกข้อ" มีผู้อ่านหลายท่านที่มีความรู้เรื่องเพลงเก่า ๆ ดีมากเขียนมา พ.อ.วัชระ  วีระวงศ์ เป็นหนึ่งในนั้น ท่านเขียนถึงเพลงนี้ไว้ เราอ่านแล้วชอบมาก เพลงสายลมว่าวมีนักร้องนำมาร้องใหม่อยู่หลายเวอร์ชั่น แต่สำหรับเราแล้ว คุณมัณฑนาร้องได้เพราะที่สุดแล้วค่ะ











ภาพจาก daily.bangkokbiznews.com



"สายลมว่าว.....ในห้วงคิด"
เขียนโดย พ.อ.วัชรี วีระวงศ์ 
   



ความทรงจำงดงามที่ผ่านกาลเวลามานาน เราอาจนำภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์มาทบทวนเพื่อรื้อฟื้นความจำได้  ทั้งนี้เฉพาะสิ่งที่เป็นวัตถุจับต้องมองเห็นได้ ส่วนกรณีความคิด ความรู้สึก เป็นนามธรรมไม่มีรูปร่างให้จับต้องบันทึกภาพได้  ต้องอาศัยความคิดฝัน จินตนาการ หากต้องการหยั่งรู้ความคิด จินตนาการ ก็ต้องอาศัยหลักฐานที่เกิดขึ้นมาจากความคิด จินตนาการ อันได้แก่ งานเขียน ประเภทบทกลอน กวีนิพนธ์ บทเพลง เป็นต้น บทเพลงถือเป็นมาตรวัดความรู้สึกได้ดี แม้ผ่านกาลเวลามานานก็สามารถจับความรู้สึกที่แตกต่างของความเป็นไปในอดีตกับปัจจุบันได้แจ่มชัด ดังรสสัมผัสในสายลมว่าว  





ภาพจาก naryak.com
    
   


ลมว่าว ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระบุว่า "ลมว่าว เป็นลมที่พัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ตอนต้นฤดูหนาว, ลมเล่นว่าวเดี๋ยวนี้คือลมตะเภา ซึ่งพัดจากทิศใต้ไปทิศเหนือในกลางฤดูร้อน"





ภาพจาก chinesemedicineliving.com

   


เพลงสายลมว่าวผ่านกาลเวลามานานครึ่งศตวรรษ บทเพลงได้ชี้อานุภาพของสายลมได้แจ่มชัด ประสิทธิภาพของลมว่าวสร้างความประทับใจได้มาก ดังเนื้อเพลงตอนหนึ่ง
   

..... "เมื่อยามร้อนเร่าเจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นใจ"....
   
..... "ร้อนใจไกลจากเธอ ละเมอคอยเรื่อยมา ร้อนรนในอุรา หวังลมพัดพาให้คลายร้อนทอนความเศร้า"....
   

สรุปว่า ยามร้อนกาย ร้อนใจ หวังลมว่าวพัดพาให้คลายร้อนทอนความเศร้าได้ทั้งสิ้น





ภาพจาก youtube.com

   


มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ ผู้ร้องเพลงนี้ให้ความเห็น (หนังสือประกอบการแสดงดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๘) ว่า "เพลงนี้เป็นเพลงที่ดิฉันรัก และรู้สึกว่าตัวเองร้องได้สมบูรณ์มาก ดิฉันอัดเพลงนี้พร้อม ๆ กับเพลงชื่อว่า 'เงาแห่งความหลัง' ซึ่งวินัยร้องคู่ไพเราะถูกใจมาก บันทึกเสียงในปี ๒๔๙๓" (อ่านเกร็ดเพลงนี้ได้ที่นี่ค่ะ เพลงคู่ยอดนิยม : เงาแห่งความหลัง)


เงาแห่งความหลัง - มัณฑนา + วินัย


   



ความสุขอันเนื่องจากลมว่าวยังปรากฏในเพลงเย็นลมว่าว   






เย็นลมว่าว
เนื้อเพลง แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนองเอื้อ สุนทรสนาน


เย็น ยามเมื่อเย็นลมว่าว   
ปัดลมร้อนผ่าว เป่าลมที่หนาวไปสิ้น

ร่มเย็นทั่วทุกถิ่น   


บนแผ่นดินสายลมรำเพยเรื่อยไป

เย็น เย็นเพราะลมโชยเฉื่อย   
จิตใจหายเหนื่อยด้วยลมชโลมจิตใจ



ว่าวน้อยลอยลมฉันพลอยรื่นรมย์   
ยิ่งชมยิ่งคิดไปได้
สายลมชื่นใจ ว่าวลอยเหลิงไปเกลื่อนตา




เย็นลมว่าว - วินัย จุลละบุษปะ


   


ลมว่าวพัดเย็นสบายทั่วทุกถิ่น นอกจากเย็นกายแล้ว จิตใจยังหายเหนื่อยด้วยลมชโลมจิตใจ เป็นความรู้สึกที่สะท้อนมาในเพลงเย็นลมว่าว บรรยากาศรื่นรมย์ดังกล่าวชาวกรุงเคยได้สัมผัสในเทศกาลว่าวไทย หรือการเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงในกาลก่อน และเลิกราไปหลังยกเลิกรถรางสายสุดท้ายเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ รถรางและการเล่นว่าวเป็นกิจกรรมหรือการแสดงออกถึงการใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไปที่หายไปในสังคมปัจจุบัน





ภาพจาก pixpros.net

   


สวนสาธารณะเป็นเพียงพื้นที่สงวนส่วนน้อยในเมืองใหญ่ที่ยังมีสายลมรื่น ไม้ดอกไม้ประดับที่ให้ความรื่นรมย์แก่ประชาชนที่ไปพักผ่อน ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ  บรรยากาศโดยรวมมีส่วนทำให้ผู้ไปเยือนจิตใจสงบเย็นลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม มุมสงบหรือพื้นที่สีเขียวควรพัฒนาให้มากขึ้นเพื่อสนองความต้องการของสังคม โดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้จะมีผู้สูงวัยมากขึ้น ข้อมูลสถิติประชากรโลกชี้ชัดว่า  โลกในวันข้างหน้าจะเป็นโลกของคนแก่ การใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไปก็จะหวนคืน ซึ่งจะเป็นผลดีให้พลเมืองตระหนักถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า





ภาพจาก บล็อกคุณ yyswim

   

โลกและสังคมเปลี่ยนแปลงโดยต่อเนื่อง ขณะที่ธรรมชาติได้รับการดูแลน้อยกว่าที่ควร สายลมในบทเพลงดุจเงาแห่งความหลังที่ฝากรอยประทับใจสู่อนุชน เพื่อทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงธรรมชาติที่งดงาม ทรงคุณค่าและช่วยกันรักษาสืบไป.
                 


ข้อมูลจาก คอลัมน์ "ถูกทุกข้อ"นสพ.ไทยโพสต์ ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๗
thaipost.net




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100 และคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 06 เมษายน 2557    
Last Update : 6 เมษายน 2557 10:48:56 น.  

ยรรยงค์ เสลานนท์




ภาพจากบล็อกคุณ Tiensongsang


คู่ทาษ - ยรรยงค์ เสลานนท์








เนื้อเพลงจาก บล็อกคุณ JAMAICA



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้ค่ะ

แปกแซมแนมฝัน













'ยรรยง เสลานนท์' สุดยอดต้นฉบับเพลง 'คู่ทาส' วงสุนทราภรณ์
และนักร้องผู้ขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์ 'ความฝันอันสูงสุด'



แม้จากไป ยังคง "ยรรยงค์"

อยู่เสียงเพลง "คู่ - ทาษ" หวานซึ้ง

คะนึงหาอาลัยรัก คุณครู

ขอบูชาดวงวิญญาณ์ สู่สวรรค์ อย่างมั่นคง



ยรรยง เสลานนท์ เป็นชาวกรุงเทพมหานคร บุตรชายของแม่ศิริ คุ้มอยู่ นักร้อง-นักแสดงละครวิทยุชื่อดังเพราะเหตุนี้จึงมีโอกาสติดตามมารดาไปตามสถานีวิทยุ หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศน์






เมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๑ ยรรยง เสลานนท์ ไปสมัครเข้าสอบรับราชการ แผนกบันเทิง กรมประชาสัมพันธ์ และด้วยเหตุที่ผู้สอบจะต้องมีผู้รับรองการเข้าสอบ ยรรยงนึกไม่ออกว่าจะให้ใครรับรอง รู้จักเพียงชื่อครูเอื้อ สุนทรสนาน จึงตัดสินใจไปพบวินัย จุลละบุษปะ เพื่อให้พาไปพบครูเอื้อ ซึ่งขณะนั้นครูเอื้อ กำลังยืนคุยอยู่กับวินัย จุลละบุษปะ ณ ตรงนั้น  ยรรยงจึงได้เข้าแสดงตน และ เขาได้ยื่นกระดาษให้ครูเอื้อ เซ็นชื่อรับรอง หลังไถ่ถามจนรู้ความ ครูเอื้อก็ยินดีเซ็นรับรองให้ ผลการสอบคัดเลือกรับเพียง ๓ คนจาก ๙ คนที่เข้าทำการสอบแต่ ยรรยง เสลานนท์ ไม่ผ่านบรรจุ ครูเอื้อ คงเห็นมีแววอยู่บ้าง จึงรับเข้าไว้ใน ”โครงการดาวรุ่งพรุ่งนี้” รุ่นเดียวกับ ศรวณี โพธิเทศ และ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส






ยรรยง เสลานนท์ ฝึกฝนร้องเพลง ก่อนได้ติดตามวงดนตรีสุนทราภรณ์ ไปออกรายการโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม โดยนำเพลงลาวดวงเดือน ร้องออกทีวี กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕o๓ ยรรยง จึงสอบบรรจุรับราชการ เข้าประจำแผนก ดนตรีสากล กรมประชาสัมพันธ์ ครูเอื้อ จึงมอบเพลง ''ฝากน้ำใจ'' ให้ร้องอัดแผ่นเสียงเป็นเพลงแรก ก่อนจะมีผลงานเพลงทรัพย์ทรวง, กรรมรัก, เงา, ไม่รักไม่รู้, คอยลม, ร้อนนี้พี่ยังหนาว, คมตา, ใบไม้ร่วง, พลิ้วลมวอน, ฉันรักเธอ, ราตรีประดับดาว, ยอดปรารถนา, เกาะลอย, คิดถึง, ยากยิ่งสิ่งเดียว, ชีวิตกับสังคม, ฉันไม่งาม และนิมิตสวรรค์ โดยมีเพลง ''คู่ทาส'' เป็นเพลงสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากที่สุด รวมถึงเพลงกลิ่นราตรี ของมัณฑนา โมรากุล ที่ ยรรยง เสลานนท์ นำมาร้องอัดแผ่นใหม่ก็เป็นที่นิยม





ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ภาพจาก vcharkarn.com



ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้ตั้งโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี จึงชวน ยรรยง เสลานนท์ ไปร่วมฝึกสอนขับร้องอยู่ที่โรงเรียน และยังได้รับความไว้ใจให้อัดแผ่นร้องเพลงประจำของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ เพลงรามแห่งความหลัง และดาวราม รวมถึงเพลงประจำจังหวัดปราจีนบุรี เพลงรอเธอที่ปราจีน และถิ่นเราเขาใหญ่ ร่วมถึงอัดแผ่นเพลงคืนสู่เหย้า คู่กับ บรรจงจิตต์ พัฒนาสันต์ นักร้องดาวรุ่งจากโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี ซึ่งเป็นศิษย์คนหนึ่งของยรรยงด้วย ต่อมาเพลงคืนสู่เหย้า กลายเป็นเพลงเอกประจำงานคืนสู่เหย้าของทุกสถาบัน






ทั้งนี้ ก่อนที่ครูเอื้อ สุนทรสนาน จะสิ้นบุญ ได้สั่งเสียไว้ว่าเพลงที่ครูเอื้อเคยร้องอัดไว้ทั้งหมดต่อไปให้ยรรยงเป็นผู้ร้องต่อ และแม้ว่ายรรยง เสลานนท์ จะเป็นครูสอนร้องเพลงที่โรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี แต่ก็ยังมีผลงานเพลงออกมาคือ อัลบั้มกล่อมรัก ที่ร่วมงานกับบริษัท โรต้า และยังรับราชการที่กรมประชาสัมพันธ์จนเกษียณอายุเมื่อปี ๒๕๔๔ แต่ก็ยังมีโอกาสได้ร้องเพลงอยู่เรื่อยมา จนกระทั่งล้มป่วยด้วยโรคประจำตัวหลายโรค จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖ สิริอายุ ๗๖ ปี





อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์
ภาพจาก siamdara.com



อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ เขียนไว้ในหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพคุณยรรยง เสลานนท์


คุณยรรยง เสลานนท์ เป็นนักร้องสุนทราภรณ์คนแรก ในยุคของนักร้องดาวรุ่งพรุ่งนี้ รุ่นเดียวกับคุณบุษยา รังสี และถือว่าเป็นนักร้องในยุคนั้นที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่ง ผลงานของคุณยรรยง มีตั้งแต่เพลง คู่ทาส, ทรัพย์ทรวง, ฝากน้ำใจ, คอยลม, ยอดปรารถนา, พลิ้วลมวอน, คมตา, ไม่รักไม่รู้, กรรมรัก ฯลฯ นับว่าเป็นนักร้องดาวรุ่งพรุ่งนี้ที่มีผลงานบันทึกเสียงมากที่สุด อีกทั้งคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ยังคัดเลือกให้เป็นผู้บันทึกเสียงบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” แทนตัวท่านเองด้วย นั่นแสดงให้เห็นถึงความสามารถ น้ำเสียงอันไพเราะและเป็นเอกลักษณ์ของคุณยรรยงได้เป็นอย่างดี





ภาพจาก munkonggadget.com



จำได้ว่าคุณยรรยงจะเกลียดคำว่า “นักร้องดาวรุ่งพรุ่งนี้” มาก เพราะท่านคิดว่าทำให้ท่านไม่ได้เป็นดาวรุ่งในวันนี้เสียที แต่จากผลงานของท่านที่ปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้  โดยที่ยังไม่มีนักร้องคนไหนสามารถร้องได้ไพเราะไปกว่านั้น ก็น่าจะเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าท่านคือนักร้อง “ดาวรุ่ง” สุนทราภรณ์ ทุกยุค ทุกสมัย อย่างแน่นอน





ภาพจาก
เฟซบุคคุณยรรยงค์ เสลานนท์ ในช่วงเป็นนักร้องดาวรุ่งสุนทราภรณ์



ขอตั้งจิตอธิษฐานให้ดวงวิญญาณของคุณยรรยงได้ไปสิงสถิตอยู่กับครูเอื้อ สุนทรสนาน นักร้อง นักดนตรี ที่ได้ล่วงลับไปก่อนหน้านี้แล้ว ขอให้ท่านภูมิใจเถิดว่า ท่านได้เป็นนักร้องสุนทราภรณ์ ที่ทุกคนจะกล่าวขวัญถึงไปอีกตราบนานเท่านาน





ภาพจาก
เฟซบุคคุณยรรยงค์ เสลานนท์ ในช่วงเป็นนักร้องดาวรุ่งสุนทราภรณ์




ความฝันอันสูงสุด - ยรรยง เสลานนท์





ภาพและข้อมูลจาก naewna.com



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 31 มีนาคม 2557    
Last Update : 8 เมษายน 2557 7:54:13 น.  

ชุมทางชีวิต




ภาพจาก mi9.com


ชุมทางชีวิต - สุเทพคอรัส




ชุมทางชีวิต - จินตนา สุขสถิตย์







“ชุมทางชีวิต”
คำร้อง อดิเรก จันทร์เรือง
ทำนอง นริส ทรัพยประภา


โอ้ดวงชะตา นี่หนา พระพรหมลิขิต

หนทางชีวิต คิดอยู่ อย่างมีจุดหมาย

เกิดมาทุกคน ชาตินี้ ไม่หนีความตาย

เมื่อยังไม่สาย เกินไป ให้สร้างความดี


ผู้ดีหรือไพร่ ไม่พ้น ทุกคนต้องสู้

ร้อยพันมองดู ล้วนอยู่ สู้เพื่อศักดิ์ศรี

เมื่อใครรู้ตัว อย่ามัวช้า รอฟ้าปรานี

สู้อย่าเมินหนี ไปในกลาง ชุมทางชีวี








ภาพจาก saisampan.net




เพลงละคร “ชุมทางชีวิต” คิดถึง อดิเรก จันทร์เรือง



“โอ้ดวงชะตา นี่หนา พระพรหมลิขิต

หนทางชีวิต คิดอยู่ อย่างมีจุดหมาย

เกิดมาทุกคน ชาตินี้ ไม่หนีความตาย

เมื่อยังไม่สาย เกินไป ให้สร้างความดี....."



จำได้ว่าทุกวันอาทิตย์ตอนบ่ายของช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑o ชาวบ้านร้านถิ่นทั้งในกรุงและต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะไม่ยอมอยู่ไกลจากรัศมีของจอโทรทัศน์ เพื่อจะรอคอยฟังเพลงนี้ผ่านจอโทรทัศน์ช่อง ๕ ขาวดำในยุคนั้น และคอยติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจจากภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ที่กำลังดังที่สุดในปีนั้น ภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้ก็คือ “ชุมทางชีวิต” ชื่อเดียวกับชื่อเพลงนั่นเอง เป็นเรื่องราวที่จบลงในแต่ละตอน แต่มีประเด็นและเรื่องราวชวนให้ติดตามในตอนต่อไปอยู่เสมอ ผู้แสดงนำคือ ทม วิศชาติ และ สมควร กระจ่างศาสตร์ กำกับการแสดงโดย อดุลย์ ดุลยรัตน์





(ซ้าย) คุณสมควร กระจ่างศาสตร์ (ขวา) คุณอดุลย์ ดุลยรัตน์
ภาพจากวิกิพีเดีย



ก่อนหน้านั้นละครโทรทัศน์ส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงสดหน้าจอกันเลย ในขณะที่ภาพยนตร์ชุดจากต่างประเทศได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในจอโทรทัศน์ในประเทศไทยบ้างแล้ว ส่วนของไทยเรานั้น ผู้บุกเบิกละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ชุดทางจอแก้วก็คือเรื่อง “ชุมทางชีวิต” ของรัชฟิล์มทีวีนี่เอง ที่ต้องเรียกว่าเป็นภาพยนตร์ชุดนั้น เนื่องมาจากยังถ่ายทำด้วยฟิล์มภาพยนตร์ขนาด ๑๖ มม. ขาวดำอยู่นั่นเอง





ภาพจาก utubeclassic.com



แต่ในภายหลังในละครเรื่องต่อ ๆ มา รัชฟิล์มทีวีก็ได้เปลี่ยนมาใช้เทปโทรทัศน์ทำการบันทึกแทน จนได้กลายเป็นต้นแบบละครโทรทัศน์ล้นจอมาจนถึงในปัจจุบัน รัชฟิล์มทีวี เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์โทรทัศน์ชื่อดังของไทยในอดีต เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕o๗ มีผู้นำผู้บริหารคือ พันเอกพยุง (พึ่งศิลป์) ฉันทศาสตร์โกศล ซึ่งเป็นบิดาของ ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศล นักเขียนบทละครโทรทัศน์ระดับมือทองของวงการโทรทัศน์ในปัจจุบัน





พันเอกพยุง ฉันทศาสตร์โกศล
ภาพจาก newsplus.co.th



รัชฟิล์มเริ่มสร้างภาพยนตร์ชุดระบบฟิล์ม ๑๖ มม. ด้วยตนเองเพื่อฉายทางโทรทัศน์ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑o-พ.ศ. ๒๕๒๒ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงคือ ชุมทางชีวิต, พิภพมัจจุราช, หุ่นไล่กา และ ฯลฯ อีกนับร้อยเรื่อง มีโรงถ่ายระดับมาตรฐานอยู่ที่ซอยลาดพร้าว ๖๔





ภาพจากยูทูบ



เพลง “ชุมทางชีวิต” แต่งคำร้องโดย อดิเรก จันทร์เรือง ทำนองโดย นริส ทรัพยประภา บันทึกเสียงครั้งแรกโดย จินตนา สุขสถิตย์ และ สุเทพคอรัส ส่วนเสียงร้องของผู้แต่งคือ อดิเรก จันทร์เรือง นั้นได้มาบันทึกเสียงในภายหลัง คือหลังจากไปเป็น เอ็ดดี้มิชิแกน อยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว เพื่อนำผลงานการขับร้องมารวมไว้ในชุดรวมฮิตของตนเอง





ภาพจาก thaigramophone.com



อดิเรก จันทร์เรือง เป็นคนที่เติบโตมาในครอบครัวและแวดวงของศิลปินโดยกำเนิด จึงเป็นที่ทราบกันดีในแวดวงคนใกล้ชิดว่า นอกจากจะเป็นนักร้องนักแสดงระดับแนวหน้าแล้ว เขายังเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนและแต่งเพลงได้ดีด้วย พยุง พึ่งศิลป์ แห่งรัชฟิล์ม ผู้สร้างละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ชุดเรื่อง “ชุมทางชีวิต” จึงหอบเอาพล็อตเรื่องมาขอให้แต่เพลงประกอบละครเรื่องนี้ให้ตั้งแต่ช่วงเตรียมการสร้างแล้ว





รังสิยา บรรณากร
ภาพจาก saisampan.net



นอกจากเพลง “ชุมทางชีวิต” แล้ว ผลงานการแต่งเพลงของ อดิเรก จันทร์เรือง ยังมีอีกหลายเพลง เช่น “ตลาดอารมณ์” ขับร้องโดย รังสิยา บรรณกร และอีกเพลงคือ “เวทีชีวิต” ซึ่งเป็นงานที่ยังไม่มีการเผยแพร่ และ ฯลฯ





ภาพจาก saisampan.net



ที่น่าเสียดายก็คือ เจ้าของต้นฉบับเพลง “ชุมทางชีวิต” หมายถึงผู้ร่วมงานทั้ง ๓ คนคือ ผู้แต่งทำนอง นริส ทรัพยประภา, ผู้แต่งคำร้อง อดิเรก จันทร์เรือง และผู้อำนวยการสร้าง พยุง พึ่งศิลป์ ต่างก็ทยอยจากญาติมิตรและผู้เป็นที่รักไปจนครบทั้ง ๓ คนแล้ว


คงเหลือไว้แต่ผลงานและเสียงเพลงให้คนที่อยู่ข้างหลังได้อาลัยคิดถึงไม่รู้ลืม.



ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์แทบลอยด์ ๑๖ มี.ค. ๒๕๕๗




เสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุด
เสพงานศิลป์ ๙๒
เสพงานศิลป์ ๙๑



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100


Free TextEditor





 

Create Date : 23 มีนาคม 2557    
Last Update : 23 มีนาคม 2557 22:45:40 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 98 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.