happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

คอนเสิร์ต "ตามรอยแพรบนฟองเบียร์"





สุดที่รัก - สุเทพ วงศ์กำแหง





“สุเทพ วงศ์กำแหง” ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของตำนาน “นักร้องเสียงขยี้แพรในฟองเบียร์” และ สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปภัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัทพล นิกร กิมหงวน จำกัด แถลงข่าวคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” คอนเสิร์ตครั้งสำคัญ รวมเพลงยอดนิยมตลอดกาลที่ท่านบันเสียงไว้เกือบ ๕,ooo เพลง โดยในงานนี้ได้คัดสรรค์บทเพลงพิเศษช่วงหนึ่งของชีวิต ของคุณ สุเทพ รวมกว่า ๔o บทเพลง พร้อมแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต การันตีความเพลิดเพลินตลอดการแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งจะมีขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น. ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว






นายบูรพา อารัมภีร และ นายนพรุจ กีรติกุลอเนก ผู้บริหารบริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด ในนามผู้จัดงาน กล่าวถึงการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “เนื่องด้วย บริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด มีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของทายาทศิลปินแห่งชาติที่ผูกพันกับงานประพันธ์รวมทั้งเป็นนักเขียนและผู้จัดรายการวิทยุ ร่วมกับ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจ อีเว้นท์และประชาสัมพันธ์ และ ผู้ที่มีธุรกิจด้านการศึกษาและส่งเสริมสังคมวัฒนธรรม แต่ทั้งหมดต่างมีมุมมองเดียวกันในด้านเพลงไทยสากลหรือเพลงลูกกรุงที่กำลังมีบทบาทน้อยลงไปในยุคปัจจุบัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันใช้ความสามารถและประสบการณ์สร้างสรรค์งานและกิจกรรม เรียกกระแสความสนใจในเพลงลูกกรุงรวมถึงกิจกรรมบันเทิงในอดีตให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยการจัดงานคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งครั้งสำคัญ ในการสร้างปรากฏการณ์คอนเสิร์ตระดับตำนานที่จะทำให้ผู้เข้าชมได้ซาบซึ้งอิ่มเอมไปกับบทเพลง และเข้าถึงความเป็นยอดนิยมตลอดการอย่างแท้จริง”






“การจัดงานคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ในครั้งนี้ มีความแตกต่างจากคอนเสิร์ต ของ คุณสุเทพ ตลอดกว่า ๖o ปี บนเส้นทางสายดนตรี เนื่องจากการแสดงคอนเสิร์ตจะถ่ายทอดและเรียงร้อยเรื่องราวชีวประวัติของ คุณสุเทพ ผ่านภาพประวัติศาสตร์ชีวิตคุณสุเทพที่แฟนเพลงไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงการนำเอา Computer Graphic ซึ่งเป็นเทคนิคสมัยใหม่มาแต่งเติมและสร้างสีสรรค์ให้กับรูปแบบการแสดง ให้ดูทันสมัย ตระการตา ไม่น่าเบื่อ จำเจ รวมถึงเพลงยอดนิยมในแต่ละช่วงชีวิต ซึ่งได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร และ คุณบูรพา อารัมภีร ร่วมเรียงร้อยเรื่องราว ทางด้านผู้สร้างสรรค์งานดนตรีและอำนวยเพลง ได้แก่ คุณอรรถพร กำภู ณ อยุธยา นักดนตรี หนึ่งในสมาชิก วงดนตรี พิ้งแนเตอร์ และโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงใหญ่ที่ผูกพันกับงานเพลงลูกกรุงและ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังศิลปินระดับต้ๆนที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ อัลบั้มโกลด์ซีรีส์สุนทราภรณ์, เบิร์ด ธงไชย ๑oo เพลงรัก, ชรินทร์ นันทนาคร, นันทิดา แก้วบัวสาย, ศรันญ่า สงเสริมสวัสดิ์ เป็นต้น






โดยมีนักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีใจรักเพลงไทยสากล ในนาม “วงดนตรีมิตรต่างวัย” ที่ก่อตั้งโดย บริษัท พล นิกร กิมหงวน พร้อมเครื่องดนตรีกว่า ๓o ชิ้น ร่วมสร้างสรรดนตรีในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งทุก ๆ บทเพลงจะได้รับการเรียบเรียงท่วงทำนองใหม่ให้มีความละมุนละไมแต่ยังไม่ทิ้งโครงของท่วงทำนองเพลงเดิม และเพิ่มกลิ่นไอของความทันสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืน”


ทางด้านพระเอกคนสำคัญ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ เปิดเผยถึงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “คอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” จะถือเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตครั้งสำคัญบนเส้นทางสายดนตรี ด้วยบทเพลงเกือบ ๔o เพลง ที่ขนมาเอาใจคอเพลงลูกกรุงและแฟนเพลงของ ”สุเทพ” โดยจะมีทั้งเพลงยอดนิยมที่คุ้นหู รวมถึงเพลงที่ไม่เคยมีการบันทึกเสียงมาก่อน แต่เป็นเพลงที่ได้มีโอกาสร้องประกอบละครวิทยุ ละครเวที ละครทีวี พร้อมกันนี้ยังมีแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต ที่จะมาร่วมมอบความสุขตลอดคอนเสิร์ต ได้แก่ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ, คุณโฉมฉาย อรุณฉาน, คุณผุสดี วงศ์กำแหง, คุณสุเมธ องอาจ, คุณปุ้ย The Voice (ดวงพร พงศ์ผาสุก), กลุ่มสุเทพ จูเนียร์ (คุณชรัมภ์ เทพชัย, คุณพรหมเทพ เทพรัตน์, คุณฎากร เทพทอง, คุณอุมาพร บัวพึ่ง, คุณวิชัย ปุญญะยันต์) และ คุณเชี่ยวชาญ สมบัติเทพ ลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุด”






ภายในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ยังมีโชว์พิเศษเรียกน้ำย่อยจากแฟนเพลงด้วยการแสดงจาก “คุณสุเทพ วงศ์กำแหง” ในบทเพลง “คนขายเสียง” และ เพลงยอดนิยม “เสน่หา” พร้อมกันนี้ยังมีโชว์พิเศษกับแขกรับเชิญ “คุณสุเมธ องอาจ” ในบทเพลงยอดนิยมตลอดกาล “รักคุณเข้าแล้ว” กับแนวเพลงอะคูสติก!!! ที่ถือเป็นครั้งแรกของคุณสุเทพที่ร้องเพลงในแนวอะคูสติก นอกจากนี้ยังโชว์บทเพลงไพเราะ“ป่าลั่น” จากคุณสุเทพ พร้อมด้วย กลุ่มสุเทพจูเนียร์






คอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” คอนเสิร์ตรวมเพลงยอดนิยมตลอดกาลและเพลงพิเศษรวมกว่า ๔o บทเพลง และแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต ในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น. ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,๒oo, ๑,ooo บาท สำรองบัตรได้แล้วที่ ไทยทิกเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ โทร.o๒-๒๖๒-๒๔๕๖ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปภัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี






ภาพและข้อมูลจาก
newsplus.co.th
1m1f.com
thaipr.net
แม่ไม้เพลงไทย
ศิลปินแห่งชาติ
wilipedia.org
dekchalad.net
jetkaro.exteen.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่



Free TextEditor





 

Create Date : 24 กันยายน 2556    
Last Update : 24 กันยายน 2556 8:48:16 น.  

จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง




ภาพจาก nkp2day.com


จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง - ธานินทร์ อินทรเทพ







“จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง”
คำร้อง สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ 
ทำนอง เนรัญชรา
ขับร้องโดย ธานินทร์ อินทรเทพ


แม้อยู่ห่างต่างถิ่นแผ่นดินไหน

ถ้าวันใดคิดถึงถิ่นแผ่นดินสยาม

จงมองดาวพราวพร้อยลอยฟ้างาม

เพราะทุกยามฝากใจไว้กับดาว



ดังสำเนียงเสียงเพื่อนเตือนมาว่า

ทุกเวลาห่วงหวงกับห้วงหาว

คืนฟ้าหมองดาวอับแสงวับวาว 

แต่ยังพราวโชติช่วงในดวงใจ



คือสำเนียงเสียงสั่งถึงฝั่งโขง 

ผ่านรอบโค้งฟ้ากว้างสว่างไสว

เคลียสายลมพรมอุ่นละมุนละไม 

เหมือนเสียงไห้เจ้าพระยาที่อาวรณ์







ภาพจาก chumchonradio.net


ลำนำเพลง 'จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง' จิตวิญญาณแห่งบทกวี 'รัตนโกสินทร์'


"แม้อยู่ห่าง ต่างถิ่น แผ่นดินไหน   
ถ้าวันใด คิดถึงถิ่น แผ่นดินสยาม
จงมองดาว พราวพร้อย ลอยฟ้างาม       
เพราะทุกยาม ฝากใจ ไว้กับดาว....."




นี่คือท่อนแรกของเพลงไทยสากลอมตะที่กระชากหัวใจคนไทยผู้ที่อยู่ไกลบ้านทั้งหลายให้น้ำตาซึมทุกครั้งที่ได้ยิน ด้วยเกิดอารมณ์หวนหาคิดถึงแผ่นดินไทยที่ต้องจากไปอย่างรุนแรงที่สุด อย่าว่าแต่คนไทยที่ต้องพลัดถิ่นจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเลย แม้เราผู้ได้กินอยู่หลับนอนอยู่บนแผ่นดินนี้ทั้งยามสุขยามเศร้ามาทุกเมื่อทุกยาม ก็ยังอาจน้ำตาซึมด้วยความสะท้านสะเทือนหัวใจทุกครั้งที่ได้ยิน โดยเฉพาะยามที่ชาติบ้านเมืองของเราต้องฟันฝ่าวิกฤติของประเทศในแต่ละครั้ง





ภาพจาก saisampan.net


"ดังสำเนียง  เสียงเพื่อน  เตือนมาว่า   
ทุกเวลา  ห่วงหวง  กับห้วงหาว
คืนฟ้าหมอง  ดาวอับ  แสงวับวาว
แต่ยังพราว  โชติช่วง  ในดวงใจ..."

   


ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรแผ่นดินและทรัพยากรบุคคลตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นที่น่าภาคภูมิและปลาบปลื้มของชนรุ่นหลังเมื่อมองย้อนไปในอดีต แต่ก็น่าอาทรและห่วงใยยามเมื่อมองไปในอนาคตที่มีสถานการณ์อันแหลมคมท้าทายอยู่





ภาพจาก munkonggadget.com



กำลังใจของคนทั้งประเทศที่จะต้องฝ่าฟันกับนานาปัญหาร่วมกันจึงนับเป็นสิ่งที่จำเป็นในเวลาเช่นนี้ เสียงเพลงและบทกวีที่มีความงดงามและอ่อนโยนลึกซึ้งอย่างนี้เท่านั้น คือสิ่งปลอบประโลมใจและปลุกเร้าความรักความสามัคคีของส่วนรวมได้อย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่น มากกว่าเพลงที่เน้นแต่ความเร่าร้อนฮึกเหิมเพียงด้านเดียว  





ภาพจาก maemaiplengthai.com

   


เพลงนี้ชื่อเพลง "จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง" แต่งเนื้อร้องโดย สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ นักกลอนระดับมือทอง ผู้รวบรวมสมาชิกนักกลอนชื่อดังลง "เรือเพลง" ล่องลำน้ำเจ้าพระยามาแล้วถึง ๑๒ ครั้งในอดีต และเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกก่อตั้ง "ชมรมนักกลอน" เมื่อ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕o๒ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ในปัจจุบัน ส่วนทำนองเพลงนั้นแต่งโดยนักแต่งเพลงมือทอง "เนรัญชรา" ที่นามปากกาเริ่มหอมกรุ่นอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น 





คุณสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์
ภาพจาก maemaiplengthai.com




ครูเนรัญชรา
ภาพจาก บล็อกคุณชมพู่แก้มแหม่ม
 


"เนรัญชรา" เล่าให้ฟังเหมือนเล่าถึงเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์เรื่องหนึ่งว่า
"ผู้แต่งเนื้อร้องเพลงนี้ชื่อคุณสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ เป็นนักกลอนมือทองในยุคนั้น เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย และไม่เคยพบปะสนทนากันเป็นส่วนตัวมาก่อน จนกระทั่งเพลงนี้ได้บันทึกเป็นแผ่นเสียงและโด่งดังไปแล้ว จนกระทั่งถึงวันที่คุณสนธิกาญจน์ได้เสียชีวิตไป..."
   




ภาพจาก chumchonradio.net



สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ ๒o ธันวาคม ๒๕๒๓ ขณะเดินทางกลับจากการอภิปรายที่วิทยาลัยครูอุดรธานี รวมอายุได้ ๔๘ ปี
   


"จำได้ว่ากลอนบทนี้ได้มาถึงมือผมเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕o๒ โดยนักจัดรายการกลอนคนหนึ่งที่สถานีวิทยุทหารอากาศ ทุ่งมหาเมฆ ชื่อ วิทูรย์ พูนนารถ มียศพันจ่าอากาศเอก บอกว่าเป็นบทกลอนของนักกลอนรุ่นพี่ ชื่อสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ซึ่งกำลังเตรียมจะจัด "เรือเพลง" ล่องลำน้ำเจ้าพระยา อยากขอให้ช่วยแต่งทำนองเพลงให้ด้วย เพื่อจะนำไปใช้เป็นเพลงประจำรายการ "เรือเพลง" ในครั้งต่อไปนี้ โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อเสร็จเป็นเพลงแล้วก็จะยกสิทธิเกี่ยวกับเพลงนี้ให้ผมไปเลย..." เนรัญชราเล่าถึงความเป็นมาให้ฟังโดยละเอียด





ภาพจาก music.truelife.com

   


"เมื่อผมได้กลอนบทนี้มา ก็เห็นว่าเป็นบทกลอนที่มีความไพเราะลึกซึ้งมาก และมีรูปร่างของทำนองเพลงอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ถ้าหากแต่งทำนองผิดพลาดไปก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับงานได้ ผมจึงบอกว่าต้องขอเวลาผมให้ได้มีเวลาทำงานอย่างละเอียดรอบคอบสักนิดหนึ่ง แล้วก็บังเอิญเป็นช่วงเวลาที่ผมกำลังติดงานอื่นอยู่ในช่วงเวลานั้นด้วย ก็เลยทำให้ผมทำงานชิ้นนี้ช้าไปมาก จนในที่สุดก็ไม่สามารถส่งเพลงนี้ไปให้ทันเวลาการจัดงานในคราวนั้นได้..." เนรัญชราหยุดทบทวนความหลังเล็กน้อยแล้วจึงเล่าต่อ  
 





ภาพจาก บล็อกคุณ OldMan

   


"ต้องรอเวลาอีกเป็นปีผมจึงทำทำนองเพลงนี้เสร็จ  และได้ต้องรอเวลาอีกหลายปีกว่าเพลงนี้จะได้ทำการบันทึกเสียงที่ห้องบันทึกเสียง กมล สุโกศล โดยมีนาวาอากาศโท ปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ผู้ขับร้องต้นฉบับคนแรกคือ คุณธานินทร์ อินทรเทพ ซึ่งกำลังหนุ่มแน่นมากในขณะนั้น ประมาณปี พ.ศ. ๒๕o๗ ซึ่งร้องไว้ดีและสมบูรณ์แบบมาก และในเวลาต่อมา คุณสุเทพ วงศ์กำแหง  และคุณสวลี ผกาพันธุ์ ก็ได้ร้องบันทึกเสียงไว้ด้วย ซึ่งก็ร้องไว้ไพเราะมากทั้งสองคน"





ภาพจาก บล็อกคุณชมพู่แก้มแหม่ม




ต้นฉบับเดิมเป็นกลอนแปด สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ประพันธ์ไว้ดังนี้



"ไม่มี  ภาษาใด  ที่ในโลก
บรรยายโศก  อกเรา  ได้เศร้าเหมือน

เท่าน้ำตา  พร่าอาบ  ซับภาพเลือน
เก็บไว้เตือน  ใจว่า  แสนอาวรณ์
   


โอ้หวิวหวิว  พลิ้วแผ่ว  แล้วก็หาย
ฟังคล้ายคล้าย  เสียงฟ้า  มาหลอกหลอน
ฟังคล้ายคล้าย  เสียงลม  พรมพลิ้ววอน
เป็นบทกลอน  ว่ารักอยู่  ทุกครู่ยาม
   


แม้อยู่ห่าง  ต่างถิ่น  แผ่นดินไหน
ถ้าวันใด  คิดถึงถิ่น  แผ่นดินสยาม

จงมองดาว  พราวพร้อย  ลอยฟ้างาม
เพราะทุกยาม  ฝากใจ  ไว้กับดาว
   


ดังสำเนียง  เสียงเพื่อน  เตือนมาว่า
ทุกเวลา  ห่วงหวง  กับห้วงหาว
คืนฟ้าหมอง  ดาวอับ  แสงวับวาว
แต่ยังพราว  โชติช่วง  ในดวงใจ
   


คือสำเนียง  เสียงสั่ง  ถึงฝั่งโขง
ผ่านรอบโค้ง  ฟ้ากว้าง  สว่างไสว
เคลียสายลม  พรมอุ่น  ละมุนละไม
เหมือนเสียงไห้  เจ้าพระยา  พารัญจวน    
   


โอ้หวิวหวิว  พลิ้วแผ่ว  แล้วก็หาย       
น้ำตาพราย  พร่าหลั่ง  ยังไห้หวน
อ
อยู่แผ่นดิน  ถิ่นใด  ดวงใจครวญ
ไหลย้อนทวน  ความเศร้า  เจ้าพระยา"
   
                   
(สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ๒๕๐๐)

   

วรรคสุดท้ายของเพลง "เนรัญชรา" ได้เปลี่ยนเนื้อร้องจาก "พารัญจวน"
เป็น "ยิ่งอาวรณ์" นอกนั้นยังคงเนื้อร้องเดิมไว้ทั้งหมด   








ภาพจาก บล็อกคุณ chaba2550 



ข้อมูลจากนสพ.ไทยโพสต์ แทบบลอยด์ ๔ -๑o ส.ค. ๒๕๕๖



อ่านบล็อกคุณปอนอันล่าสุดได้ที่นี่จ้า ถนนสู่ขุนเขา



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100 และ คุณ ebaemi


Free TextEditor





 

Create Date : 24 สิงหาคม 2556    
Last Update : 26 สิงหาคม 2556 0:15:57 น.  

มาร่วมส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ





ภาพจากเวบ wabira.blogspot.com



ลืมพี่ลงคอ อดิเรก จันทร์เรือง








ลืมพี่ลงคอ


ค่ำคืนดึกดื่นพี่ยังคอยเธอ
หวิวหวั่นใจจริงเออ คอยเธออยู่ทุกเวลา
หรือดวงใจเจ้าคงสิ้นเงาเสน่หา
หลีกเร้นกายหลบหนีหน้า จากพี่ไป


ค่ำคืนดึกดื่นเราเคยคลอเคียง
สรรถ้อยคำจำเรียงเคียงประทับพิมพ์ใจ
น้องซบทรวงพี่อุ่นฤดีเพียงไหน
เสียงกระซิบแผ่วไป สุขฤทัยชื่นในอารมณ์


แต่บัดนี้ คนดีน้องเจ้าลืมคำ
ทิ้งรอยระกำความช้ำให้พี่ตรอมตรม
สิ้นความหมาย วิมานทลายลอยลม
เจ้าคงสุขสม รื่นรมย์จึงลืมสัญญา


ค่ำคืนเปลี่ยวใจอาลัยอาวรณ์
รักปักใจสะท้อน อ่อนใจจนเหลือระอา
โถดวงใจช่างลืมได้หนอแก้วตา
แล้วไยไม่เข่นฆ่า จะทรมาพี่อยู่ทำไม


เนื้อเพลงจากเวบ plengpakjai.net








ข่าวจากนสพ. Xcite ไทยโพสต์ ๑๑ มิ.ย. ๒๕๕๖



เมื่อเช้าวานนี้อ่านข่าวนักร้องคนโปรดของเรา "คุณอดิเรก จันทร์เรือง" เข้าโรงพยาบาลเพราะป่วยหนักแล้วตกใจมาก เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปดูคอนเสิร์ตที่คุณอดิเรกขึ้นเวทีร้องเพลงอยู่เลย เห็นท่านเดินไม่สะดวกนักก็คิดอยู่ว่าอาจจะไม่สบาย แต่ไม่คิดว่าจะป่วยหนักขนาดนี้ เราชอบเพลงคุณอดิเรกมาก ๆ เป็นนักร้องรุ่นเก่าที่มีเพลงไม่มากนัก แต่เพลงเพราะ ๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะเพลง "สวรรค์บนทราย" ที่เคยอัพบล็อกไว้ และอีกเพลงที่เพราะไม่แพ้กันคือเพลง "ลืมพี่ลงคอ" ที่อยู่ในบล็อกนี้ หาเนื้อเพลงมาได้ แต่ไม่ทราบว่าผู้ประพันธ์คือใคร ท่านใดทราบก็ช่วยบอกด้วยนะคะ


พออ่านข่าวว่าคุณอดิเรกจะเข้าผ่าตัดวันนี้ (๑๒ มิ.ย.) แล้วรีบเขียนบล็อกแบบด่วนจี๋ อยากให้เพื่อน ๆ มาร่วมด้วยช่วยกันภาวนาและส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก และขอพระบารมีในหลวงช่วยดลบันดาลให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ ให้คุณอดิเรกสุขภาพแข็งแรงขึ้นในเร็ววันค่ะ



นิทรรศการศิลปะบล็อกล่าสุดค่ะ
เสพงานศิลป์ ๓๙
เสพงานศิลป์ ๔o



อ่านเนื้อเรื่องออทั่มเวอร์ชั่นไทยสองตอนล่าสุดได้ที่นี่ค่ะ

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ (๗)
รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ (๘)











ภาพจากนสพ.แนวหน้า ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๕



หากย้อนเวลาไปเมื่อกว่า ๓o ปี เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก นักร้องผู้โด่งดังท่านนี้ อดิเรก จันทร์เรือง ซึ่งศิลปินท่านนี้ได้ฝากผลงานต่าง ๆ รวมถึงบทบาทการแสดงละคร และบทเพลง อาทิ เช่น สวรรค์บนทราย, ไก่ฟ้า, ลืมพี่ลงคอ, คุณจะงอนมากไปแล้ว และอีกมากมาย พร้อมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มไพเราะชวนหลงใหลทำให้ อดิเรก จันทร์เรือง หรือ เอ็ดดี้ มิชิแกน โด่งดังมากในยุคนั้น

"บันเทิงแนวหน้า" จึงไม่ละสายตาที่เฝ้าจับจ้อง สอดส่องหาเพื่อที่จะได้พูดคุยถึงผลงานในอดีตของศิลปินท่านนี้มาให้แฟนเพลง ได้ให้หายคิดถึงกัน



เริ่มตั้งแต่ ๑o ขวบ มีโอกาสร้องเพลงหน้าพระที่นั่ง

"ร้องเพลงมาตั้งแต่สิบขวบแล้วเพราะเป็นคนที่ชอบการร้องเพลงเพราะสมัยนั้นต่างจากสมัยนี้มาก? บอกไม่ถูกว่าเข้ามาร้องเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่แน่ คือ เราร้องมาตลอดเรื่อย ๆ และได้มีโอกาสไปร้องถวายต่อหน้าพระพักตร์ของในหลวงด้วยและนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจมาก และเป็นกำลังใจให้เราที่จะสร้างสรรค์ผลงานอื่น ๆ ตามาด้วยจนถึงปัจจุบัน"






ภาพจากเวบ orrawee.com



เล่นละครหลายคณะ

"อย่างที่บอกไปแล้วเราคลุกคลีงานแสดงตั้งแต่อายุสิบขวบ ได้เป็นพระเอกตอนเด็กของ คณะศิวรมณ์- คณะเทพสิทธิ์ คณะสวลี และคณะผกาวลี ภายใต้การนำของศิลปินแห่งชาติ ครูประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง กับคู่ชีวิต ครูลัดดา สารตายน นอกจากจะร่วมเล่นละครกับผกาวลี ยังเคยข้ามไปแสดงละครเรื่องกู้ราชบัลลังก์กับคณะศิวารมย์เรื่องพันท้ายนรสิงห์ และนเรศวรกับคณะอัศวินการละคร รวมถึงคณะเทพศิลป์ในบางโอกาส"



ความสามารถมาพร้อมกับชื่อเสียง

"เมื่อคุณ อดิศักดิ์ เศวตรนันท์ กับ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ได้ตั้งคณะละคร “ชื่นชุมนุมศิลปิน” ขึ้นมา เราได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักร้อง เช่นเดียวกับ ชรินทร์ นันทนาคร- สุเทพ วงศ์กำแหง,-นริศ อารีย์ และ พูลศรี เจริญพงษ์ เพียงแต่เรามักนำเพลงสากลของ แฟรงค์ ซิเนตร้า- ดีน มาร์ติน และแอนดี้ วิลเลียมส์ มาขับร้อง


จน พ.ศ. ๒๔๙๘ มีคณะ “ชื่นชุมนุมศิลปิน” เป็นคณะแรกที่ได้จัดรายการเพลงทางทีวี ในสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ครูสมาน กาญจนผลิน ผู้ควบคุมวงดนตรี ได้แต่งเพลงเราก็ได้ ร้องบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก ต่อด้วยเพลงสวรรค์บนทราย เรามามีชื่อเสียงกับ เพลงไก่ฟ้า ของ ชาญ เย็นแข มาร้องใหม่ ต่อเนื่องด้วยการอัดแผ่นเพลงชุมทางชีวิต ของ นริส ทรัพยประภา และ เพลงทะเลน้ำตา ของ ป.ชื่นประโยชน์"






ภาพจากเวบ youtube.com



ใช้ชีวิตต่างแดน

"ไปอยู่ที่นั่นตอนอายุ ๒๖ เท่านั้นเอง ไปกับคณะผกาวลี เอาศิลปวัฒนธรรมของไทยไปเผยแพร่ เล่นโขนด้วย และมีอะไร ๆ หลายอย่าง และร้องเพลงไทยเดิม ครูประสิทธิ์ ศิลปะบรรเลง และครูลัดดา ของผกาวลี คือฝรั่งเขามาจ้างให้ไปร้องเพลงที่ยุโรปหลายประเทศเลย แล้วก็ไปที่อเมริกา พอทัวร์จบแล้วก็ได้ไปร้องเพลงที่ไนท์โชว์ของ จอห์นนี่ คาซั่น ก็เลยอยู่มาหลายสิบปี"



ร้องเพลงพร้อมโชว์ศิลปะไทย

"ชีวิตก็สนุกดีต้องต่อสู้ เพราะเราเป็นคนไทยแล้วได้ไปเสนอศิลปะของเรา แล้วก็เอาเพลงไทยไปร้องด้วย เพลงฝรั่งบ้าง เล่นโขน เล่นละครหลายอย่าง ได้ออกรายการทีวีที่ต่างประเทศด้วย ที่นั้นเราก็มีชื่อเสียงบ้างการตอบรับดี อย่างร้องเพลงฝรั่งเราก็ร้องอยู่โอเรียลทอลตั้ง ๒ ยุค ตอนนี้มีลูกสาวที่ซานดิเอโก เมธาณี จันทร์เรือง เขาทำงานเป็น ลุกน้องบิลเกตต์ เป็นผู้จัดการทำซอฟท์แวร์ และมีลูกชาย กำลังทำปริญญาอยู่


สมัยก่อน ต้องเลี้ยงลูกเองต้องไปร้องเพลงที่ไนต์คลับกลับมาก็ต้องเลี้ยงลูก ตอนนี้ลูกสาวอายุ ๒๘ ลูกชาย ๓o สมัยนั้นเราต้องดูแลลูกเองหมดเลยเพราะไม่มีญาติที่นั่นอยู่ที่นั่นหลายสิบปี พอกลับมาเมืองไทยก็มีคอนเสิร์ต ร่วมกับหลาย ๆ คน"






วงสุเทพคอรัส
บนจากซ้ายไปขวา ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา, อดุลย์ กรีน, สุเทพ วงศ์กำแหง, มนูญ เทพประทาน, นิทัศน์ ละอองศรี
ล่างจากซ้ายไปขวา สุวัจชัย สุทธิมา, ธานินทร์ อินทรเทพ, อดิเรก จันทร์เรือง
ภาพจากเวบ prachathon.org



ลูกอยากให้พัก แต่เราคิดว่า เป็นกำไรของชีวิต

"อายุก็ไม่ใช้น้อยแล้วนะ จะให้ไปทำงานเหมือนแต่ก่อนคงไม่ไหวแล้วแต่ใจอยากทำนะ ผมเชื่อว่าทุกคนนะแหละที่อยากจะทำงานแต่ด้วยสภาวะร่างกายไม่อำนวยเลยต้องหยุดพัก แต่ก็จะมีงานการกุศลต่างๆ ก็มีบ้างที่ไปร่วมงาน ถือว่าเป็นกำไรชีวิตที่เรายังมีแรงจับไมค์ร้องเพลงให้ทุกคนฟังได้มีความสุขที่ได้ร้องเพลง ลูกก็บอกว่า “พักผ่อนบ้างนะพ่อ” แต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะเขารู้ว่าเราคือนักร้อง"



ชีวิตตอนนี้มีความสุขมาก อยากทำร้านอาหารไทย

"ปัจจุบันอยู่กับลูกชาย ดิเรก จันทร์เรือง และลูกสาวเมธาณี จันทร์เรือง อยู่ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนี้มีโครงการจะขยายธุรกิจร้านอาหารไทย ไปถึงชิคาโกและตามเมืองใหญ่ เพราะคนต่างชาติส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะรับประทานอาหารไทยอยู่แล้วและไม่น้อยเลยนะคนไทยก็เยอะ แต่ก็เป็นหน้าที่ของลูก ๆ เราอายุเยอะแล้วทำไม่ไหวหรอก"






ภาพจากเวบ orrawee.com



การดูแลสุขภาพ พลังเสียงยังคงความนุ่มนวลชวนหลงไหล

"ก็ออกกำลังกายนะเป็นสิ่งสำคัญเลยเราอายุเยอะแล้วจะทำอะไรหนักไปก็ไม่ได้ ก็พยายามตื่นเช้าเดินไปมายกแขน ยกมือ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดเรื่องนี้ ลูก ๆ จะเน้นเป็นพิเศษเลยเพราะสุขภาพมีผลต่อเสียงของเราเช่นกัน ที่สำคัญเลยไม่ดูดบุหรี่ ดื่มเหล้า"



บำรุงพระพุทธศาสนาคือหน้าที่ของคนไทย

"เป็นสิ่งที่สำคัญมากนะ เพราะเรานับถือศาสนาพุทธ เราก็สมควรบำรุงพระพุทธศาสนา ทางสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย โดย คุณสุเทพ วงศ์กำแหง นายกสมาคมนักร้องฯ คุณธานินทร์ อินทรเทพ ปฏิคมสมาคมนักร้องฯ และ คุณชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ ไปร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพุทธวิหารวัดไทยต่างแดนที่เมืองวอร์เรนรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา"



อยากให้รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

"ลูกๆหลาน ๆ นี้ชอบใจอยู่อย่างทุกคนมีความขยันและความตั้งใจในการแสดงได้ดี การแอ๊คติ้งทำให้มีความเคลื่อนไหวทำให้ดูน่ารักขึ้น แต่ขอให้ระวังเรื่องภาษาเพราะเราเป็นคนไทยต้องรักษาธรรมเนียบและประเพณีไทยเอาใว้ มีหลายต่อหลายคนนะ พอไปอยู่เมืองนอกแล้วก็กลายเป็นเด็กหัวนอกไปเลย โดยทั่วไปนะจะเป็นแบบนั้น อยากให้ รักชาติ ศาสนา และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา"





ภาพจากเวบ naewna.com



สัมภาษณ์โดย มะระ โช จากคอลัมน์
"Star Retro : อดิเรก จันทร์เรือง นักร้อง นักแสดง เจ้าของผลงานเพลงอมตะหลากหลาย"
นสพ.แนวหน้า ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๕



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบwallcoo
ไลน์และรูปในกล่องเม้นท์จากคุณเนยสีฟ้า
กรอบจากคุณ ebaemi ไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 11 มิถุนายน 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:13:14 น.  

暗香 - 沙宝亮




ภาพจาก liladaley.blogspot.com



วันอาทิตย์มาฟังเพลงเพราะ ๆ กันค่ะ เป็นเพลงจีนค่อนข้างใหม่ที่เราชอบมากที่สุดเพลงนึง คิดว่าคนไทยคงไม่ค่อยรู้จักนักร้องคนนี้เท่าไหร่ แต่พี่แกดังมากในเมืองจีน เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละครที่ดังมาก พระ-นางสวยหล่อ แถมมีนางฟ้าหลิวอี้เฟยแสดงด้วย เราดูทางช่อง CCTV ฟังรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่งก็ยังสนุกมาก ที่สำคัญคือเพลงเพราะได้ใจสุด ๆ หนนี้แปลเพลงเอง มีคำแปลภาษาปะกิตหลายเวอร์ชั่น จับมายำรวมกันแล้วแปลเป็นไทย ท่านผู้รู้เข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าแปลตรงไหนผิดก็วานบอกด้วยนะคะ แล้วก็ขอบคุณคุณต่อที่บอกวิธีหาคำอ่านพินอินในกูเกิ้ลด้วยค่ะ



เชิญเสพงานศิลป์ในนิทรรศการศิลปะได้ที่นี่ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๓๑
เสพงานศิลป์ ๓๒
เสพงานศิลป์ ๓๓



Sha Baoliang-Hidden fragrance (沙宝亮 - 暗香




hawaiihawaii



暗香
Àn xiāng
The Delicate Fragrance
รวยรินกลิ่นหอม


当花瓣离开花朵
Dāng huābàn líkāi huāduǒ
When the petals depart from the flower,
เมื่อกลีบดอกไม้ร่วงโปรยปราย


暗香残留
Àn xiāng cánliú
The Delicate fragrance remains.
ความหอมยังอวลกลิ่นรวยริน


香消在风起雨后
Xiāng xiāo zài fēng qǐ yǔ hòu
That fragrance fades after wind and rain.
กลิ่นหอมจางหายยามต้องลมและฝน


无人来嗅
Wú rén lái xiù
And no one comes to smell.
จะมีใครมาดมชมกลิ่นเจ้า


如果爱告诉我走下去
Rúguǒ ài gàosu wǒ zǒu xiàqù
If love tells me to insist,
ถ้าความรักบอกให้ฉันก้าวต่อไป


我会拼到爱尽头
Wǒ huì pīn dào ài jìntóu
I will strive till the end of love.
ฉันจะต่อสู้กระทั่งความรักสูญสลาย


心若在灿烂中死去
Xīn ruò zài cànlàn zhōng sǐqù
If heart died in the splendor,
หากหัวใจดับสิ้นในความเรืองรอง


爱会在灰烬里重生
Ài huì zài huījìn lǐ chóngshēng
From ashes love would gain renascence.
ความรักจักเกิดใหม่ในกองเถ้าธุลี


难忘缠绵细语时
Nánwàng chánmián xì yǔ shí
Having not forgot our tender whispers meanwhile
ถ้อยคำที่พร่ำกระซิบต่อกันฉันยังไม่ลืม


用你笑容为我祭奠
Yòng nǐ xiàoróng wèi wǒ jìdiàn
Remember me with your smile
จดจำฉันไว้ด้วยรอยยิ้มของคุณ


让心在灿烂中死去
Ràng xīn zài cànlàn zhōng sǐqù
Let heart die in the splendor.
ให้หัวใจดับสิ้นในความเรืองรอง


让爱在灰烬里重生
Ràng ài zài huījìn lǐ chóngshēng
From ashes love would gain renascence.
ความรักจักเกิดใหม่ในกองเถ้าธุลี


烈火烧过青草痕
Lièhuǒ shāoguò qīngcǎo hén
Again the grass green after the flame burn.
ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีอีกหลังถูกไฟโหมกระหน่ำ


看看又是一年春风
Kàn kàn yòu shì yī nián chūnfēng
Look, it is spring wind again.
ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพามาอีกครา


当花瓣离开花朵
Dāng huābàn líkāi huāduǒ
When the petals depart from the flower,
เมื่อกลีบดอกไม้ร่วงโปรยปราย


暗香残留
Àn xiāng cánliú
The Delicate fragrance remains.
ความหอมยังอวลกลิ่นรวยริน



hawaiihawaii





ภาพจาก nipic.com


เมื่อหลายวันก่อนได้ดูละครจีนเรื่อง "金粉世家" (The Story of Noble Family) อีกรอบทางช่อง CCTV แล้วอยากอัพเพลงนี้มาก เข้าไปค้นข้อมูลในเวบ มีคนให้ชื่อภาษาไทยว่า "บ้านตระกูลจิน" จำเนื้อเรื่องได้ลาง ๆ แต่ที่จำแม่นไม่ลืมคือเพลงไตเติ้ลนี่แหละ ชื่อเพลง "暗香" (The Delicate Fragrance) อ่านว่า อั้นเซียง ดูเรื่องนี้หนแรกเมื่อสักสามสี่ปีที่แล้วได้ สองปีให้หลังถึงจะรู้จักนักร้อง มาเห็นหน้าค่าตาตอนที่ดูรายการเพลงทางช่อง CCTV15 ไม่หล่อมากแต่เสียงดีเป๊ะเวอร์ ตอนที่ดูเขาร้องเพลงนี้หนแรกก็คุ้นเพลงนี้มาก พอเขาขึ้นภาพในละครก็ร้องอ๋อเลย





ภาพจาก nipic.com



หนุ่มเสียงหล่อคนนี้ชื่อ 沙宝亮 (ซา เป่าเลี่ยง) เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ที่กรุงปักกิ่ง มีเชื้อสายของชนชาติฮุย สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนศิลปะปักกิ่งในปี ๑๙๘๖ โดยเป็นนักแสดงกายกรรม และเคยได้รับรางวัลทองคำในเทศกาลกายกรรมแห่งโลกที่จัดขึ้นในฝรั่งเศสในปี ๑๙๘๗ แต่เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนักในการแสดงครั้งหนึ่ง จึงลาออกจากงานแสดงกายกรรม และตั้งใจจะเปลี่ยนอาชีพเป็นนักร้อง





ภาพจาก yue.ifeng.com



ซา เป่าเลี่ยงชอบร้องเพลงตั้งแต่อายุยังน้อย และนับว่ามีความสามารถในด้านการดนตรีด้วย เขาเข้าวงการดนตรีในปี ๑๙๙๓ เคยเป็นนักร้องในคลับต่าง ๆ ทั่วกรุงปักกิ่งเป็นเวลานาน และได้ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองเพลงเอง รวมทั้งประพันธ์เพลงให้กับนักร้องหลายคนของจีนแผ่นดินใหญ่ เดือนกรกฎาคมปี ๒oo๒ ได้ออกอัลบั้มชุดแรก ตั้งแต่ปี ๒oo๒ ถึงปี ๒oo๖ มีอัลบั้มทั้งหมด ๕ ชุด และได้รับรางวัลดนตรีต่าง ๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ พูดได้ว่า ปัจจุบัน ซา เป่าเลี่ยงกลายเป็นนักร้องอาชีพที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงอย่างกว้างขวางคนหนึ่งทีเดียว





ภาพจาก xinhuanet.com



ด้วยความดังของเพลง "暗香" ทำให้ซา เป่าเลี่ยงได้รับเลือกเป็นตัวแทนของจีนไปแข่งขันขับร้องเพลงป๊อบนานาชาติที่โรมาเนีย และได้รับรางวัลสูงสุดในการแข่งขัน (The Golden Stag) แต่เพลงนี้ก็ทำให้เส้นทางนักร้องเกือบสะดุดลง เพราะผู้ประพันธ์เพลงกล่าวหาเขาว่านำเพลงมาร้องโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่สุดท้ายก็ตกลงกันได้





ภาพจาก tieba.baidu.com


สถานที่เกิด : ปักกิ่ง
เชื้อชาติ : ฮุ่ย
วันเกิด : ๑ มกราคม
ส่วนสูง : ๑๘o ซม.
น้ำหนัก : ๗๕ กก.
กรุ๊ปเลือด : B
กีฬาที่ชื่นชอบ : ขี่, ว่ายน้ำเดินป่า,
นักแสดงที่ชอบ : Robert De Niro, Sylvia
นักร้องที่ชอบ : Sting, Huang Dawei
ภาพยนตร์ที่ชอบ :"Cinema Paradiso"
อาหารที่ชอบ : เห็ดป่า
สีที่ชอบ : สีฟ้า
สัตว์ที่ชอบ : ม้า
การศึกษา : จบการศึกษาจากโรงเรียนปักกิ่งของศิลปะในปี ๑๙๘๖
สถานภาพ : สมรสแล้ว มีลูกสาว ๑ คน





ภาพจาก trmusic.com.cn


ผลงานเพลงละครทีวี



Qian Qiu Wan Sui (千秋万岁), The Prince's Education insert song (2008)

Chen Lu (晨露) Morning Dew, The Prince's Education ending theme song, with Tan Jing (2008)

Xin Tiao (心跳) Heartbeat, Thrill ending theme song, with Zhang Jia Nan (2006)

Ai Neng You Duo Jiu (爱能有多久) How Long can Love Last, Li Hun Zai Hun theme song, withTan Jing (2005)

Jin Sheng Jin Shi (今生今世) This Life This Era, Just Like a Beautiful Flying Butterfly theme song (2004)

Duo Jiu Duo Shao (多久多少) How Long How Much, Chinese Style Divorce theme song (2004)

An Xiang (暗香) Hidden Fragrance, The Story of a Noble Family opening theme song (2003)





ภาพจาก tpwang.com



The Story of Noble Family - An Xiang




"บ้านตระกูลจิน" ละครที่สร้างจากนิยาย เป็นเรื่องราวของความรักระหว่างหนุ่มเพลย์บอยมหาเศรษฐีกับสาวน้อยชาวบ้านที่ฝ่าฝันจนความรักสมหวัง แต่การแต่งงานไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นหากแต่เป็นจุดจบที่น่าเศร้า





เฉินคุน
ภาพจาก บล็อกคุณพู่ไหม



พระเอก...จินหยานซี (เฉินคุน) คุณชายเจ็ด หนุ่มเพลย์บอยผู้มีนิสัยรักสนุกและทำทุกอย่างเพื่อชนะใจสาวน้อยที่พบกันกลางตรอกแห่งหนึ่ง แต่ตอนหลังกลับปันใจไปหาไป๋เซี่ยจวูปล่อยภรรยาและลูกให้ต้องอยู่อ้างว่างตามลำพัง กว่าเขาจะรู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นผิดพลาดก็ต้องสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว





ต่งเจี๋ย
ภาพจาก big5.3mt.com.cn



นางเอก...เหลิ่งชิงชิว (ต่งเจี๋ย) สาวน้อยชาวบ้านผู้มีอันจะกินธรรมดาคนหนึ่ง ที่พยายามหักใจไม่หลงไปกับเสน่ห์ของคุณชายเจ็ด หากเธอก็ต้องแพ้ต่อความพยายามของเขาและได้แต่งงานด้วย สุดท้ายเธอได้แต่ยอมรับว่าทุกสิ่งที่ผ่านล้วนเป็นดั่งความฝันที่ว่างเปล่า





หลิวอี้เฟย
ภาพจาก finance.cctv.com
และ fongfei.exteen.com



มือที่สาม...ไป๋เซี่ยจวู (หลิวอี้เฟย) คุณหนูผู้เอาแต่ใจ เธอหลงรักคุณชายเจ็ดมาเนิ่นนานและพยายามแก่งแย่งอยากเอาชนะ แม้เธอจะได้คนที่รักมาแต่ได้เพียงตัวไร้หัวใจ เมื่อรู้ว่าคุณชายเจ็ดยังคงรักชิงชิวไม่เปลี่ยนแปลงเธอจึงยอมตัดใจและเดินจากเขาไป





ภาพจาก yue.ifeng.com


ข้อมูลจาก
thai.cri.cn
บล็อกคุณพู่ไหม
wiki.d-addicts.com



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากคุณยายกุ๊กไก่

Free TextEditor





 

Create Date : 21 เมษายน 2556    
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 20:38:35 น.  

บ้านจรัล มโนเพ็ชร









ตำนาน


ใบหน้าเขาราวผืนป่า
มีชีวิตชีวาอย่างน่าทึ่ง
ดวงตาเขาราวแม่น้ำงามลึกซึ้ง
รอยยิ้มหนึ่งดั่งดอกไม้มอบให้กัน


เสียงของเขาราวเสียงซึง
มีเพียงหนึ่งตรึงใจชายช่างฝัน
เพลงของเขาเราทั้งรักและผูกพัน
เพลงจรัล มโนเพ็ชร เพชรแผ่นดิน


อุ๊ยคำ, มิดะ, สาวเชียงใหม่
สาวมอเตอร์ไซด์ ลูกข้าวนึ่ง
จึงถวิล
พี่สาวครับ ม่วนขนาด เมื่อได้ยิน
ผักกาดจอ ของกิ๋นคนเมือง น้อยใจยา


บ้านบนดอย มะเมี๊ยะ เจ้านาง
กาเหว่าที่บางเพลง ศิลปินป่า
รางวัลแด่คนช่างฝัน
บรรเลงมา
ลืมอ้ายแล้วกา คนสึ่งตึง ซึงสุดท้าย


ดวงใจเขาราวดนตรี
ช่าง 'สุนทรี' มีความรัก มากความหมาย
ชีวิตเขาราวน้ำค้างพร่างพราวพราย
ทองประกายเกร็ดดวงดาวเช้านิรัน


เสียงของเขาราวเสียงซึง
มีเพียงหนึ่งตรึงใจชายช่างฝัน
เพลงของเขาเราทั้งรักทั้งผูกพัน
เพลงจรัล มโนเพ็ชร เพชรแผ่นดิน


พรชัย แสนยะมูล ร้อยกรอง
นสพ.เนชั่นสุดสัปดาห์ ๑๒ ต.ค. ๒๕๕๕





น้อยใจยา - จรัล มโนเพชร




กลับมาแล้วจ้า ลากิจเกินกำหนดที่บอกไว้สิบวัน พอกลับถึงบ้านวันเดียวก็เกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ ทำเท้าตัวเองเป็นรูเพราะเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปเหยียบตะปูเข้า แถมยังทำเย็นใจไม่ไปหาหมอ พอสองวันถัดมายังเจ็บแผลอยู่ ก็เลยต้องแจ้นไปรพ. คุณหมอดูแผลบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แถมดุว่าน่าจะมาหาหมอตั้งแต่วันแรก แล้วก็ฉีดยากันบาดทะยักกับสั่งยาให้กิน และนัดให้มาฉีดยาอีกสองหน ตอนที่คุณพยาบาลพาไปฉีดยา อธิบายว่าที่ฉีดสามเข็มเพราะจะได้มีภูมิคุ้มกันไปถึงสิบปี ตอนนี้แผลเกือบหายแล้วค่ะ


ไปเมืองจีนเป็นครั้งแรก ถ่ายรูปไว้เยอะ แต่ก็เสียไปเยอะเหมือนกันเพราะกล้องที่ใช้ไม่ชินมือ ยังไงก็ขอเวลาจัดการรูปนิดนึงนะคะ หาเรื่องอื่นมาอัพให้อ่านกันก่อน ได้รับของฝากจากคุณก๋าที่ถูกใจมากหลายหน ล่าสุดก็เป็นหนังสือ "หมื่นตาธรรมะ" และ "สตีฟ จอบส์ เรียนเซน" พร้อมการ์ดพู่กันเดียวและการ์ดภาพถ่ายงาม ๆ


อ่านคอลัมน์ที่เอามาอัพตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อ่านแล้วก็ตัดเก็บไว้จนเกือบลืม ตอนที่คุณก๋าส่งหนังสือกับซีดีอ้ายจรัลมาให้แล้วนึกได้ ไปค้นมาอัพบล็อกขอบคุณ พอดีใกล้เทศกาลสงกรานต์ด้วย พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเมืองเหนือน่าจะเข้ากับบรรยากาศดี ตอนที่อ่านบทความนี้พิพิธภัณฑ์เพิ่งจะเริ่มโครงการ คิดว่าน่าจะมีความคืบหน้ามากแล้ว ท่านใดทราบข่าวเรื่องพิพิธภัณฑ์ก็เข้ามาบอกด้วยละกันเน้อ


ขอบคุณคุณก๋ามาก ๆ สำหรับมิตรภาพอันดีที่มีให้กันมาตลอด ประทับใจจริง ๆ ค่ะ อีกสองวันก็จะสงกรานต์แล้ว ขอให้เพื่อนบล็อกทุกท่านมีความสุขมาก ๆ เย็นกายเย็นใจไปตลอดทั้งปี ใครจะออกเที่ยวตจว.ก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ




บล็อกอ้ายจรัลที่เคยอัพไว้

เพชรล้านนา
"จรัล" คือนิรันดร์ในใจเรา
นิทรรศการ "จรัลในดวงใจ"



ตามข่าวงานนิทรรศการศิลปะหลากหลายได้ที่นี่ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๓o
เสพงานศิลป์ ๓๑
เสพงานศิลป์ ๓๒













ผางประทีป ณ รูปอ้ายจรัล
ณ บ้านหม้อคำตวง "จรัล มิวเซียม"



บ้านจรัล มโนเพ็ชร : จากบ้านหม้อคำตวงสู่จรัลมิวเซียม
โดย สมปอง ดวงไสว



คนที่รักดนตรีกวี บทเพลงของจรัล มโนเพ็ชร กำลังรวมหัวใจกันสร้าง "บ้านหม้อคำตวง" เป็นจรัล มิวเซียม เพื่อฝากไว้ให้กับประเทศนี้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา


บ้านคือวิมานของคน กว่าจะเป็นบ้านสักหลัง เรื่องราวความสุขความอบอุ่นในบ้านแต่ละหลังล้วนมีที่มา "บ้านหม้อคำตวง" ในซอยพระยาสุเรนท์ก็เช่นกัน "หม้อคำตวง" ชื่อนี้เดิมเป็นชื่อวัดแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ ชื่ออันไพเราะนี้มีความหมายว่า บ้านนี้มีทองคำบรรจุอยู่เต็มหม้อ ถึงวันนี้บ้านหลังนี้ก็มีทองคำบรรจุอยู่เต็มสมดังที่ผู้ตั้งชื่อปรารถนา






ที่มาของบ้านจรัล มโนเพ็ชรหลังนี้ ได้สร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของเขาในราวปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เมื่อทำเพลงพอมีทุนได้ระดับหนึ่งเขานึกถึงการสร้างบ้านสักหลังไว้เป็นที่พักพิงอยู่อาศัย เป็นที่ทำงาน เป็นสตูดิโอในการทำเพลง เขาเก็บออมแล้วซื้อที่ดินและออกแบบบ้านด้วยตนเอง ส่วนช่างต้องเป็นช่างก่อสร้างที่มีฝีมือและรู้ใจ เพื่อสร้างบ้านให้งามสมใจปรารถนา บ้านนี้จึงมีที่มาและมีความหมายยิ่ง เมื่อเจ้าของบ้านจากไปสู่แดนสวรรค์ทิพย์วิมานแล้ว คนผู้อยู่เบื้องหลังจะสร้างสรรค์บ้านหลังนี้ให้อยู่เป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงเจ้าของบ้าน และเป็นแหล่งการศึกษาเรียนรู้ของคนรุ่นหลังได้อย่างไร ในต่างประเทศจะมีบ้านนักร้องนักดนตรีศิลปินให้ไปชื่นชมเรียนรู้อยู่มากมาย แต่กับเมืองไทยมีมากมายที่จากไปตามกาลเวลา ไม่มีโอกาสให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้แต่อย่างใด แต่สำหรับบ้านหม้อคำตวง คนที่รักดนตรี กวี บทเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร กำลังรวมหัวใจกันสร้างให้เป็น จรัล มิวเซียม เพื่อฝากไว้ให้กับประเทศนี้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา





อ้ายมานิด...บทเพลงอุ้ยคำ โดย ไม้เมือง...
กับเสียงระฆัง ที่ก้องกังวาน ณ จรัล มิวเซียม
บ้านหม้อคำตวง วันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕



จรัล มโนเพ็ชร เป็นคนเวียงเชียงใหม่ บ้านนี้จึงมีกลิ่นไอล้านนานับแต่ประตูบ้าน ซึ่งภาคกลางกรุงเทพฯ ไม่มีประตูบ้านเช่นนี้ เมื่อเดินเข้าไปด้านซ้าย คนภาคกลางจะมีศาลพระภูมิ แต่คนเหนือจะมีศาลปู่ศาลย่าไว้เป็นที่เคารพบูชา ก่อนเข้าไปสู่ตัวบ้านจะพบกับรูปปั้น ของจรัล มโนเพ็ชร รูปปั้นนี้ หงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ จิตรกรปั้นด้วยความรักและผูกพัน จรัล มโนเพ็ชร เป็นรูปแรกในชีวิต หงษ์จร เล่าให้ฟังว่า ได้ไปงานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๔ ที่สุสานบ้านหลวย ลำพูนแล้วก็ให้นึกถึงเมื่อขากลับผ่านบ้านหรือร้านสายหมอกกับดอกไม้ที่ถนน เจ็ดร้อยปีเชียงใหม่ จึงคิดจะปั้นรูป จรัล มโนเพ็ชร ไว้เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงความผูกพันที่มีต่อกัน เมื่อกลับกรุงเทพฯ ได้ไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญการปั้น ริหาร โอภาส ประติมากรคนหนึ่งของบ้านเรา ก็ให้คำแนะนำอย่างดี ตั้งแต่ขึ้นรูปจนปั้นได้สำเร็จเป็นสามเดือนแห่งความผูกพัน และเมื่อสำเร็จแล้ว ริหาร โอภาส ก็ได้ช่วยถอดพิมพ์ให้ แล้วส่งให้ลีลาอาร์ตได้ดำเนินการหล่อต่อไป รูปปั้นจรัลนี้ได้หล่อขึ้นไว้สามชิ้น ชิ้นหนึ่งอยู่ที่บ้าน หงษ์จร บางใหญ่ อีกชิ้นหนึ่งอยู่ที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้เชียงใหม่ และอีกชิ้นอยู่ที่บ้านหม้อคำตวง ที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้เอง





รูปปั้นจรัล มโนเพ็ชร ฝีมือหงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ
จิตรกรที่จับงานปั้นเป็นรูปแรกในชีวิต



ขึ้นเรือนบ้านหม้อคำตวง ก่อนถึงประตูบ้านมีประติมากรรมสำริด เห็นก็รู้ว่าเป็นฝีมือของคุณมิวเซียม ยิบอินซอย ศิลปินชั้นเยี่ยมของเมืองไทย คุณมานิดบอกว่า งานนี้ผมไม่ได้รับงานให้ จรัลไปร้องเพลงกลับมาพร้อมกับถือประติมากรรมชิ้นนี้เดินเข้าบ้านอย่างมีความสุข คุณมานิดเห็นรูปนี้คงหลายสตางค์ แพงมากนะ จรัลตอบ ก็ใช่ ค่าตัวร้องเพลงผมไง เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะเป็นห้องที่มีทั้งตู้ โต๊ะ และในตู้มีรางวัลพระสุรัสวดี สุพรรณหงส์ทองคำ ที่ได้รับจากการแสดงภาพยนตร์ ตั้งไว้ให้รำลึกถึง มองไปทางด้านซ้ายคือภาพคุ้นตา ภาพดำขาว จรัลกำลังดีดกีตาร์ ข้างหน้ามีเก้าอี้วางอยู่หนึ่งตัว และมีสแตนด์ตั้งโน๊ตเพลงอยู่เบื้องหน้า ด้านข้างมีดับเบิ้ลเบสตัวเบ้อเร่อตั้งตระหง่านอยู่ เหมือนวันนี้ยังมีจรัลอยู่อย่างแท้จริง ราวกับเขายังเกากีตาร์และร้องเพลงโปรด


“อุ๊ยคำคนแก่ ท่าทางใจ๋ดี ลูกผัวบ่มี เป๋นดีเอ็นดูล้ำ

แลงนี้แดดอ่อน บ่หันอุ๊ยคำ เกยมาประจำอุ๊ยคำไปไหน

หมู่ผักบุ้งยอดซม เซาซบบ่ไหว เป็นจะใดไปแล้วอุ๊ยคำ

ฟ้ามืดมัวหม่น เมฆฝนครึ้มดำ เสียงพระอ่านธรรมขออุ๊ยคำไปดี อุ๊ยคำ”



อุ้ยคำ







อุ้ยคำ คนแก่...ท่าทางใจดี
ณ บ้านหม้อคำตวง "จรัล มิวเซียม"





อุ้ยคำ และ มานิด อัชวงศ์ กับ ระฆังใบเดิม



คุณมานิด อัชวงศ์ เล่าว่าเป็นบ้านปิดเงียบ จรัลอยู่กับน้องไม้สองคนพ่อลูกเท่านั้น ไม่ต้องการให้ใครมารบกวน ภายหลังจรัลจึงให้กั้นชานเรือนหรือระเบียงเป็นห้อง และให้ คุณมานิด มานั่งทำงานบริษัททัวร์ ณ ที่ตรงนี้ จึงได้เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกัน ห้องสองห้องนี้วันนี้เป็นที่เก็บสิ่งรักของใช้ในชีวิตจรัลไว้ให้ศึกษา แต่ยังคงเป็นที่เก็บรักษาไว้จนกว่าจะเป็นจรัลมิวเซียมขึ้นมาจึงจะเปิดให้เข้าชมได้





บ้านหม้อคำตวงบ้านของจรัล มโนเพ็ชร ที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์




เข้าเรือน เป็นรูปที่จั่วเป็นรูปกาแล



ถามคุณมานิดว่าทำไมเพลงของจรัล ภาษาถึงไพเราะงดงาม อย่างเช่น “หมู่ผักบุ้งยอดซม เซาซบบ่ไหว” เป็นนักอ่านชอบหนังสืออะไร คุณมานิดบอกว่ามีหนังสือเล่มหนึ่ง จรัลให้ผม หากว่าจะได้มาใช้เวลาในตอนนั้นสี่ห้าปี ไปเจอโดยบังเอิญแถวสะพานเหล็ก เป็นร้านซ่อมหนังสือชื่อ เซ่งฮง ได้มาแล้วก็ให้ทำหลายฉบับใครอยากอ่านเป็นประโยชน์ก็ให้ไป เหลืออยู่ตรงหน้านี้หนึ่งเล่ม ชื่อ "ชินกาลมาลีปกรณ์" แปลโดย ท่านศาสตราจารย์แสง มนวิทูร นี้นับเป็นส่วนน้อยหากจะศึกษาเรียนรู้ล้วนใช้เวลา และหากได้จัดเป็นระบบมิวเซียมเต็มรูปคงสะดวกแก่การศึกษา และนับเป็นคุณูปการกับสังคมไทยอย่างใหญ่หลวง


“มีดวงตะวันส่องเป็นแสงสีทอง

กระจ่างครรลอง เพื่อใฝ่ปองและสร้างสรรค์

ดอกไม้แย้มบาน ให้คนหาญสู้ไม่หวั่น

คือรางวัลแด่ความฝันอันยิ่งใหญ่ให้เธอ”



รางวัลแด่คนช่างฝัน







ศิลปินวงไม้เมือง ในงานคอนเสิร์ตในวันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
รายได้นำมาจัดสร้างพิพิธภัณฑ์






ของฝากจาก ศิลปินไม้เมือง..สมุดบันทึกไม้เมือง สำหรับ ๓๐ ที่นั่ง





"หนังสือทำมือ ถนนคนเดิน โดย มานิด อัชวงศ์ เมื่อครั้งเปิดถนนคนเดินครั้งแรกที่เชียงใหม่" ของชำร่วย อีกชิ้นหนึ่ง ที่จะมอบให้ "ท่านผู้ชม จำนวน ๓๐ เล่ม ที่จะมาชม คอนเสิร์ต ไม้เมือง ที่ จรัล มิวเซียม ๒๑ ก.ค. ๒๕๕๕"



จรัลมิวเซียมนี้จะเป็นความฝันของจรัลหรือไม่ จรัลไม่ได้บอกไว้ แต่เวลาที่เขาไปต่างประเทศ สิ่งที่ชอบมากคือฟังคอนเสิร์ตและเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จรัลมิวเซียม จึงเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังที่ยังมีกำลังแรงกำลังใจ ย่อมเพียรที่จะสร้างให้บังเกิด เป็นอนุสรณ์แด่คนดีคีตกวีศรีล้านนานักวัฒนธรรมคนนี้ให้ปรากฏให้ได้และแน่นอน กรุงโรมหรือแม้นครเชียงใหม่ มิอาจสร้างเสร็จได้ในวันเดียว จรัลมิวเซียมก็เช่นกัน





เวทีสีขาวที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ สุนทรี เวชานนท์ นำเสนอคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์
ณ จรัล มิวเซียม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕".... ครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น"






หน้าบ้านมีซีตาร์ตัวเอกติดประดับไว้ ตัวนี้ซื้อมาเพื่อเล่นในงานคอนเสิร์ตเพียงครั้งเดียว


“บนทางเดินที่มีขวากหนาม

ถ้าเธอคร้ามถอยไปฉันคงเก้อ

ฉันยังพร้อมช่วยเธอเสมอ

เพียงตัวเธอไม่หนีไปเสียก่อน”



บนถนนหนทางจากบ้านหม้อคำตวง สู่จรัลมิวเซียม อาจมีอุปสรรคขวากหนามบ้างกว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่เราต้องร่วมกันหวังและร่วมกันฝัน


“ความฝันของวันนี้ อย่าคิดว่าไม่มีความหมาย หากไม่งมงายไร้จุดยืน” “เก็บความหวังใส่ความฝัน ออกไปฝ่าฟันยินดีเผชิญ สู้ปัญหาซึ่งหน้าอย่าเมิน และพร้อมเดินไปไม่ยอมแพ้ สิ่งที่หวังนั้นต้องกลับมา” (ความหวังความฝันของวันนี้ จรัล มโนเพ็ชร)


ด้วยหัวใจความรักดนตรีกวีบทเพลงตัวตนของคนที่รักจรัล มโนเพ็ชร ย่อมจะนำไปสู่จรัลมิวเซียมที่ประสบความสำเร็จในที่สุดได้ไม่ยาก









ราวกับวันนี้ยังมี จรัล อยู่
เก้าอี้ดับเบิ้ลเบส ที่มีเพียงตัวเดียวจากห้าง ไนติงเกลโอลิมปิก พาหุรัด ต้องอ้อนวอนซื้อ
ในที่สุดห้างก็ขายให้วันที่ส่งของ คนทั้งห้างมายืนส่งหน้าห้างด้วยความผูกพัน












หนังสือและการ์ดที่คุณก๋าส่งมาให้ ขอบคุณคุณก๋ามาก ๆ อีกครั้งนะคะ












การ์ดตรุษจีน คุณก๋าถ่ายได้งามขนาด เห็นแว่บแรกนึกว่าเป็นภาพวาด





การ์ดพู่กันเดียวที่ส่งมาพร้อมกับหนังสือหมื่นตา




ภาพและข้อมูลจาก
เฟซบุคจรัล มิวเซียม
bangkokbiznews.com
artculture4health.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับจ๊ะ



บีจีและไลน์จากคณญามี่ กรอบจากคุณ thattron

Free TextEditor





 

Create Date : 10 เมษายน 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:17:31 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  
BlogGang Popular Award#10


 
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.