happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

อำลา-อาลัย ก้าน แก้วสุพรรณ




ภาพจาก maemaiplengthai.com


รวมเพลง ก้าน แก้วสุพรรณ ๑




ช่วงหลัง ๆ มานี้วงการเพลงสูญเสียนักร้องรุ่นเก่า ๆ ไปหลายท่าน และล่าสุดคือ คุณก้าน แก้วสุพรรณ เราชอบฟังเพลงลูกทุ่งเก่า ๆ มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพลงคุณก้านก็ชอบมากหลายเพลง อย่างเช่น น้ำตาลก้นแก้ว แก่งคอย รอยไถแปร โสนน้อยเรือนงาม เพราะขอบรั้วกั้น และอีกหลาย ๆ เพลง ฟังแล้วเย็นในอารมณ์ดีเหลือเกิน เพื่อน ๆ ที่ชอบเพลงเก่าคงชอบเพลงคุณก้านเหมือนกัน


ได้ข่าวคุณก้านป่วยมาพักใหญ่แล้ว ไม่คิดว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้ เป็นบุญของท่านที่จากไปอย่างสงบ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวแก้วสุพรรณ และขอดวงวิญญาณท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ















ภาพจาก ohmytracks.com



หากจะพูดถึงนักร้องยุคแรก ๆ ของจังหวัดสุพรรณแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จักนักร้องระดับตำนานก้าน แก้วสุพรรณ มีชื่อจริงว่า มงคล หอมระรื่น มีชื่อเล่นว่า แดง เป็นชาวอำเภอสามชุก เป็นนักร้องลูกทุ่งชายเสียงดี มีน้ำเสียงหวานไพเราะ และได้ชื่อว่าเป็นนักร้องผู้เปิดตำนานนักร้องจากแดนสุพรรณ เมืองที่ผลิตนักร้องลูกทุ่งระดับตำนานประดับวงการเพลงลูกทุ่งมากมาย ก้าน แก้วสุพรรณ มีผลงานเพลงดังมากมาย แต่ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับเขาก็คือเพลง “น้ำตาลก้นแก้ว”


ขุนพลเพลงลูกทุ่งชื่อดังล้มป่วยกระทันหันจนทรุดหนัก ได้สร้างความตกใจแก่บุคคลที่ได้รับรู้ถึงอาการป่วยไม่น้อย โดยเฉพาะกับบุคคลในแวดวงลูกทุ่งสัปดาห์นี้ “บันเทิงแนวหน้า” จึงขอนำจุดเริ่มต้นของ ก้าน แก้วสุพรรณ บุคคลที่ควรค่าแก่การยกย่องในวงการเพลงลูกทุ่งมาฝาก ให้หวนรำลึกถึงอดีตกว่าจะเป็น “ครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่” ในวันนี้





ภาพจาก เฟซบุครายการชิงช้าสวรรค์


บุตรบุญธรรมของหลวงพ่อ


ด้วยความที่ครอบครัวมีฐานะยากจนจึงถูกนำมาฝากเลี้ยงไว้ที่วัด และต่อมาก็ได้เป็นบุตรบุญธรรมของพระครูสุนทรานุกิจ (หลวงพ่อวัดสามชุก) ด้วยความเอ็นดูของหลวงพ่อที่เอ็นดูเราเหมือนลูกแท้ และหวังให้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนต่อในชั้นสูง ๆ จึงต้องการให้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ โดยเข้ามาเมื่อชั้นป.๔ แต่การที่จะมาอยู่นี่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องบวชเป็นสามเณรก่อนในขั้นแรกเท่านั้น ซึ่งตอนนั้นอายุแค่ ๑o ปีเท่านั้น มันค่อนข้างเป็นเรื่องยากลำบากมาก แต่เพื่อที่จะได้เรียนต่อเลยต้องบวชเณร และระหว่างบวชก็ตั้งใจศึกษาพระธรรมคำสอนอย่างดีไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางอะไร จนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด โดยเรียนจบนักธรรมตรีในตอนอายุ ๑๗ ในตอนนั้นรู้สึกภูมิใจมาก ๆ ที่ตนเองทำได้ถึงแม้จะเป็นการเรียนทางธรรมแต่มันก็ภูมิใจจริง ๆ





ภาพจาก maemaiplengthai.com


เดินทางเข้ากรุงเทพ


หลังจากเรียนจบนักธรรมตรีก็ได้ถูกส่งตัวมาอยู่กรุงเทพฯ  เพื่อสอบนักธรรมโท ตอนนั้นวัดที่มาอยู่คือ วัดปรินายก แถวๆสะพานผ่านฟ้า แต่บวชได้ไม่นานเท่าไร เพราะมีภาระคอยอยู่ ก็คือครอบครัวของเราที่ลำบากต้องหาเงินมาให้ครอบครัวใช้จ่าย เพราะเหมือนเราเป็นหัวหน้าครอบครัวมีหน้าที่เลี้ยงทุกคน แต่จริง ๆ แล้วเราไม่ได้รู้สึกว่ามันคือเรื่องหนักหนา คือครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอยู่แล้ว





ภาพจาก baanbaimai.com


การตัดสินใจครั้งสำคัญ


ตอนนั้นด้วยสถานะทางครอบครัวเลยมีความจำเป็นต้องตัดสินใจสึกออกมา เพื่อหางานทำจะได้มีเงินส่งกลับไปที่บ้าน ซึ่งการหางานในช่วงเวลานั้นมันยากมาก เพราะเราก็อายุยังน้อย และไม่มีประสบการณ์อะไร แต่หางานอยู่สักพักก็ได้งาน คือการเป็นกระเป๋ารถเมล์ของบริษัท รสพ. โดยประจำอยู่ที่อู่ศรีนคร ซึ่งตอนแรกเราคิดว่างานที่ทำจะราบรื่น แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด คือจะมีแก๊งอันธพาลชอบมารังแกและดูถูกเรา ถามว่าทนไหวไหม ตอนแรก ๆ เราคิดว่าจะทนไหวมันเพราะถือว่าเราทำเพื่อครอบครัว แต่พอหนัก ๆ เข้ามันก็ไม่ไหวจริง ๆ จึงตัดสินใจลาออกดีกว่าแล้วกลับบ้านที่สุพรรณ คือคิดว่ายังไงซะสุพรรณก็คือบ้านของเรา คงไม่มีที่ไหนดีไปกว่าบ้านอีกแล้ว  พอเอาเข้าจริง ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะกลับไปได้ไม่นานก็กลับเข้ากรุงเทพฯ ใหม่ ด้วยความที่อยากหาเงินได้เยอะ ๆ คราวนี้เลยหันมาต่อยมวย โดยตระเวนต่อยตามงานต่าง ๆ ไปทั่ว คือมีงานไหนก็ไปหมดในยุคนั้นเวลาชกมวยเสร็จก็จะมีให้ร้องเพลงประชันกันด้วย





ภาพจาก maemaiplengthai.com


เข้าสู่วงการเพลง


มันมาจากความบังเอิญมากกว่า เพราะเพื่อนมักยุยงไปประกวด ด้วยพวกเขาเห็นว่ามีเสียงที่ดี แต่ตอนนั้นการประกวดเป็นไปแบบจำใจมากกว่า โดยส่วนตัวไม่ได้อยากเลย แล้วมีบางครั้งที่เพื่อนแอบไปลงชื่อประกวดให้โดยที่ไม่รู้มาก่อน แต่พอไปประกวดแล้วมันเหนือความคาดหมาย คือไม่คิดว่าตัวเองจะชนะ และก็มาคิดได้ว่าตระเวนประกวดเป็นอาชีพมันน่าจะดีกว่าชกมวย เพราะชกมวยมันเปลืองตัว เหนื่อย และอาจทำให้สภาพร่างกายของเราแย่ จึงตัดสินใจเดินสายประกวดแทนการชกมวยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แล้วส่วนใหญ่ไม่ว่าไปประกวดเวทีไหนก็จะได้แชมป์หมด จนไม่มีใครอยากให้ขึ้นประกวดแล้ว คือถูกขอร้องว่าไม่ให้ประกวด ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันในตอนนั้น แต่โชคเหมือนเข้าข้างเพราะมีแมวมองมาทาบทามเพราะเห็นว่าเราเสียงดีถูกใจเขา เลยชักชวนให้มาลองร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงดู เลยตัดสินใจตกลงทำเพราะคิดว่าโอกาสไม่ได้มาหาเราบ่อย แต่สุดท้ายเราก้ต้องผิดหวัง คือในตอนนั้นแมวมองพาไปพบคุณบังเละ วงค์อาบู และคุณคำรณ สัมบุญนานนท์ แล้วเหมือนคุณบังเละกับคุณคำรณ น่าจะยังไม่พอใจผลงานของเราจึงได้รับการปฎิเสธกลับมา





ภาพจาก baanbaimai.com

เรียนร้องเพลง


บังเอิญว่าได้ทราบข่าวว่าครู ป. ชื่นประโยชน์ เปิดโรงเรียนสอนดนตรีจึงไปลองสมัครดู แต่ว่าโรงเรียนของครูป. มีกฎว่าทุกคนที่สมัครจะต้องทดสอบเสียงร้องของตัวเองด้วย ตอนนั้นรู้สึกกดดันเหมือนกัน แต่คิดว่าต้องลองสักครั้ง ยังไงซะก็ไม่มีอะไรจะเสีย สำหรับคนมาสมัคร ถ้าเสียงผ่านถึงจะถูกเรียกตัวมาหลังจากปิดรับสมัคร ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะครูได้เรียกตัวมาเป็นนักเรียนเรียนร้องเพลง ตอนเรียนอยู่ก็ช่วยงานครูทุกอย่างทั้งเก็บกวาด และถูบ้าน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมครูถึงให้เป็นลูกบุญธรรมจนในที่สุดก็แต่งเพลงให้เพลงหนึ่งชื่อ "คนชาวนา" และตั้งชื่อใหม่ให้ซึ่งคือ ก้าน แก้วสุพรรณ  และก็พาไปบันทึกเสียงด้วย จากนั้นก็มีอีก ๒ เพลง แต่ก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก ถามว่าท้อไหม มันก็มีบ้างแต่ก็ยังคงสู้อยู่ เชื่อว่าต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน





ภาพจาก maemaiplengthai.com


เพลงที่สร้างชื่อเสียง



เพลง “ หลงกรุง ” ซึ่งเป็นเพลงของคุณต่อชัย ภู่ชมภู แต่เสียชีวิตก่อนที่จะแต่งเสร็จ ครู ป. จึงนำมาแต่งต่อ และเป็นโชคดีมาก ๆ ที่ได้มีโอกาสร่วมร้องเพลง และเป็นนักร้องของวงร่วมกับนักร้องเก่ง ๆ และมีชื่อเสียงมากมายอย่าง สุรพล สมบัติเจริญ, ผ่องศรี วรนุช  และตอนนั้นก็มีอีกเพลงคือ แก่งคอย ตอนตนมีชื่อเสียงพอควรแล้วครูก็ได้หยุดทำวง แต่ผมกับเพื่อนก็ออกมาทำวงใหม่ ใช้ชื่อว่า "ประกายดาว" ซึ่งก็มีนักร้องร่วมมากมายคือ สุรพล สมบัติเจริญ, ผ่องศรี วรนุช, ทูล ทองใจ, และคำรณ สัมบุณนานนท์  แล้ววงก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก คือส่วนตัวไม่ได้คิดว่าจะสบความสำเร็จนะ และพอมีงานเข้ามาเยอะ ๆ คุณสุรพล สมบัติเจริญ เลยแยกไปทำวงของตัวเอง ส่วนวงประกายดาว ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น “ก้าน แก้วสุพรรณ"





ภาพจาก maemaiplengthai.com



ทั้งนี้ สุรพล สมบัติเจริญ แต่งเพลงให้ร้อง ๕ เพลง  คือ น้ำตาลก้นแก้ว โสนน้อยเรือนงาม รอยไถแปร สาส์นสีโศก และคนปาดตาล ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวง “ประกายดาว” มาเป็นวง “ก้าน แก้วสุพรรณ” เดินสายรับงานทั่วประเทศอยู่ประมาณ ๑o ปี  หลังจากที่ สุรพล  สมบัติเจริญ เพื่อนรักถูกลอบยิงเสียชีวิตในปี ๒๕๑๑ ก้าน แก้วสุพรรณ มีความรู้สึกหดหู่ใจ จึงค่อย ๆ หายไปจากวงการ และเลิกวงไปในที่สุด แต่ยังรับใช้แฟนเพลงด้วยการรับเชิญไปร้องตามงานต่าง ๆ อยู่ไม่ขาด ที่ผ่านมามีผลงานเพลงโด่งดังมากมาย อาทิ  น้ำตาลก้นแก้ว แก่งคอย เพราะขอบรั้วกั้น หนุ่มเมืองนนท์ รอยไถแปร โสนน้อยเรือนงาม สาส์นสีโศก สวรรค์ชาวนา บางพลัด บางซ่อน บ้านแพน แม่ชบาไพร กระท่อมดวงใจ อกหักเพราะรักคุณ ลาแล้วแก้วตา หลงกรุง แก่งหลวง สาวบ้านสร้าง ฯลฯ





ภาพจาก ishop.jarungjai.com


อาการป่วย


ช่วงแรกมีอาการปวดท้องแต่ว่าไม่เป็นอะไรมากบวกกับไม่ค่อยมีเงินรักษาเลยไม่ได้ไปหาหมอ จนระยะหลังอาการทรุดหนักปวดท้องจนทนไม่ไหว ภรรยาต้องพาส่งโรงพยาบาล ไม่เคยคิดว่าตนเองจะป่วยหนักเพราะเลิกสูบบุหรี่มาเป็น ๒o ปีแล้วและเหล้าก็ไม่กินถือศีลมาตลอก แต่สุดท้ายก็เป็นมะเร็ง ตอนนี้ได้ย้ายมารักษาตัวที่ศูทย์มะเร็งแห่งชาติ พญาไท


หลังจากลูกทุ่งอมตะ "ก้าน แก้วสุพรรณ" หรือนายมงคล หอมระรื่น วัย ๗๔ ปี เจ้าของเพลงดังน้ำตาลก้นแก้ว และรอยไถแปร ล้มป่วยด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ และผ่าตัดลำไส้ใหญ่เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ อีกทั้งร่างกายผ่ายผอม และเข้ารักษาตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) อ.สามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายนที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อเวลา o๖.๕o  วันที่ ๖ ตุลาคม นักร้องลูกทุ่งชื่อดังเสียชีวิตลงอย่างสงบ





ภาพจาก saisampan.net



ด้าน น.ส.โชติก หอมระรื่น อายุ ๒๖ ปี ลูกสาว เล่าว่า พ่อรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ หมอบอกให้ทำใจตั้งแต่ตอนนั้น หมอบอกอยู่ได้ประมาณ ๒ เดือน แต่เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ ลำไส้ใหญ่แตก ขณะไปร้องเพลงที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ซึ่งมะเร็งลามไปมากแล้ว ตอนนั้นตัดเฉพาะไส้ที่แตก แต่พ่อได้กำลังใจจากแฟนเพลงจำนวนมากจึงอยู่มาได้ พอมาเข้าโรงพยาบาลรอบนี้ อาการทรงมาเรื่อย ๆ กระทั่งมีอาการไอเมื่อ ๒-๓ คืนที่ผ่านมา มีเสมหะบ้าง หมอก็ให้ยาตามปกติ

"ช่วงเช้ามืดเปิดพระสวดให้พ่อฟัง พอฟังพระจบพ่อก็ไปเลย พ่อไปสบายแล้ว หนูไม่อยากให้พ่อทรมาน"





ภาพจาก innnews.co.th



รวมเพลง ก้าน แก้วสุพรรณ ๒





ข้อมูลจาก
naewna.com
komchadluek.net



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้
พิพิธภัณฑ์เมือง


เสพงานศิลป์บล็อกล่าสุด
เสพงานศิลป์ ๖o



บีจีและไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





 

Create Date : 13 ตุลาคม 2556    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 15:51:24 น.  

เพลง "รักอย่ารู้คลาย"




ภาพจาก บล็อกคุณ yyswim


รักอย่ารู้คลาย - สุเทพ วงศ์กำแหง







“รักอย่ารู้คลาย”
คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน


จำพรากจากขวัญดวงใจ
ต่อนี้ไป ใครเล่าจะโลมสมร
โอ้ใครจะคอยพัดให้คลายร้อน
โอ้ใครเขาจะร้องกลอน กล่อมเจ้าให้นอน ฝันดี


ใครเล่าโลมเล้าเอาใจ
ห่างน้องไป ใจห่วงนวลฉวี
ไม่ควรโศกตรมให้เสื่อมราศี
เมื่อยามน้องโศกฤดี ก็เหมือนทรวงพี่ แหลกลาญ


จากน้องไปทั้งที...ขวัญพี่คงหาย
ถ้าแม้นมิได้จูบลานงคราญ
จูบฝังใจ ฝากไว้เป็นพยาน
เมื่อยามพี่ไปไกลบ้าน รักอย่าราญสลาย..


ลาก่อน ลาแล้วกานดา
ห่างน้องมา ยังห่วงอาลัยไม่หาย
กี่วันกี่เดือนรักอย่าสลาย
กี่ปีรักอย่ารู้คลาย อย่ารู้วันหน่ายจากกัน..





ปลายเดือนนี้ (๒๙ ก.ย.) คุณสุเทพจะจัดคอนเสิร์ต ตั้งชื่อได้เพราะมากว่า “ตามรอยแพรบนฟองเบียร์” คนรุ่นใหม่หน่อยคงสงสัยว่าทำไมถึงใช้ชื่อนี้ เหตุผลก็เพราะเป็นคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ชอบเสียงนุ่มนวลชวนฝันของคุณสุเทพ เลยให้สมญาว่า “นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์” คุณสุเทพมีเพลงที่เพราะมากมายนับไม่ถ้วน อย่างเพลงที่คอลัมน์ที่เอามาลงบล็อกเขียนถึงก็ชอบมาก ชื่อเพลง "รักอย่ารู้คลาย" ทั้งเนื้อร้องและทำนองเพราะเหลือเกิน คอนเสิร์ตจะจัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว อยู่ใกล้ ๆ บ้านแถมตรงกับวันอาทิตย์ด้วย เราได้ข่าวก็แจ้นไปจองบัตรอย่างไวเลย ตอนนี้ก็ตั้งตารอชมแบบใจจดใจจ่อมาก ท่านใดเป็นแฟนคลับคุณสุเทพอยากชมก็จองบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ได้เลยค่ะ



อ่านรายละเอียดคอนเสิร์ตได้ที่นี่ค่ะ
คอนเสิร์ต "ตามรอยแพรบนฟองเบียร์"



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด
เสพงานศิลป์ ๕๖












ภาพจาก plengpakjai.net


จาก 'รักอย่ารู้คลาย' ถึง 'บ้านเรา' สู่ ๘o ปี เสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์



ปี พ.ศ. ๒๕oo รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม คณะผู้แทนศิลปินไทย นำโดยสุวัฒน์ วรดิลก หัวหน้าคณะ และศิลปินนักแสดง ๔๘ คน อาทิ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, สุพรรณ บูรณพิมพ์, สุเทพ วงศ์กำแหง, บุญยง เกตุคง เป็นต้น ได้เดินทางไปเปิดการแสดงเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในจีนระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕oo และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวจีนและผู้นำจีนที่เข้ามาชมการแสดง รวมทั้งโจวเอินไหล นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น





ภาพจาก saisampan.net



แต่แล้วมิตรภาพระหว่างไทยกับจีนก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหนักหน่วง เมื่อรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงสงคราม ได้ถูกยึดอำนาจโดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ตึงเครียดขึ้นอีก เพราะ จอมพลสฤษดิ์ ดำเนินนโยบายต่อต้านและปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง อีกทั้งยังมีนโยบายผูกพันกับสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นแฟ้น





ภาพจาก wikipedia.org



คนไทยหลายคนที่เคยเดินทางไปเยือนจีนถูกจับกุมในข้อหาฝักฝ่ายคอมมิวนิสต์ สุวัฒน์ วรดิลก หัวหน้าคณะ ถูกจับกุมคุมขังเป็นเวลา ๔ ปี สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งได้ร่วมเดินทางไปในคณะด้วย ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกจับกุมเช่นเดียวกัน แต่ขากลับได้ตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นประมาณ ๓ ปี เพื่อศึกษาต่อทางด้านการวาดรูป ซึ่งเคยเรียนที่โรงเรียนเพาะช่างมาแล้ว และเพื่อลดความตึงเครียดทางการเมืองในขณะนั้นด้วย





ภาพจาก ryt9.com



เมื่อ ครูชาลี อินทรวิจิตร ได้ทราบข่าวว่าเพื่อนรักจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นถึง ๓ ปี ก็รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนมาก เกรงว่าชื่อเสียงจะหายไปจนทำให้แฟนเพลงลืมสนิท จึงได้ร่วมกันกับ ครูสมาน กาญจนะผลิน แต่งเพลงเฉพาะกิจขึ้นมาเพลงหนึ่งให้กับ สุเทพ วงศ์กำแหง แล้วกำชับว่า


“ถ้าเอ็งต้องไปถึง ๓ ปีละก็ แฟนเพลงเขาต้องลืมเอ็งแน่...เอาอย่างนี้ ไปร้องเพลงนี้อัดเสียงไว้ แล้วระหว่างที่เอ็งไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ๓ ปีนี้ ข้าจะเอาเพลงนี้ไปให้นักจัดรายการวิทยุเขาเปิดเชียร์ไว้ เสียงเอ็งจะได้ยังอยู่ตลอด ๓ ปีนี้ แฟนเพลงจะได้ไม่ลืม”





ภาพจาก noyshop.com


เพลงนั้นก็คือ “รักอย่ารู้คลาย” ซึ่งขึ้นต้นเพลงว่า


“จำพรากจากขวัญดวงใจ
ห่างน้องไปใจห่วงดวงสมร
โอ้ใครจะคอยพัดให้คลายร้อน
โอ้ใครเขาจะร้องกลอนกล่อมเจ้าให้นอนฝันดี....”



ภายหลังที่ได้ร้องบันทึกเสียงเพลง “รักอย่ารู้คลาย” เสร็จแล้ว สุเทพ วงศ์กำแหง ก็บินไปใช้ชีวิตและเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา ๓ ปีเต็ม จึงได้กลับประเทศไทย และตลอดเวลา ๓ ปีที่ผ่านไปนั้น ทุกอย่างได้เป็นไปตามความคาดหมายของครูชาลี นั่นคือสถานีวิทยุต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างพร้อมใจกันเปิดเพลง “รักอย่ารู้คลาย”ต่อเนื่องกันมาจากวันนั้น จนทำให้เพลงนี้ดังไปทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้





ภาพจาก weloveshopping.com



แต่ก่อนที่ สุเทพ วงศ์กำแหง จะกลับถึงเมืองไทย ครูชาลียังได้แต่งเพลงเตรียมไว้ให้อีกเพลงหนึ่ง ครูชาลีเล่าว่า


"เพลงใหม่นี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากภาพที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทรุดลงกราบพระบาทของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่สนามบิน เมื่อวันเสด็จฯ กลับประเทศไทย ภายหลังที่ทรงสำเร็จการศึกษามาจากประเทศออสเตรเลีย"


นั่นก็คือเพลงที่ชื่อ “บ้านเรา” คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร ทำนอง ประสิทธิ์ พยอมยงค์ ซึ่งมีวรรคทองอยู่ที่ท่อนแยกว่าดังนี้


“บุญนำพา...กลับมาถึงถิ่น
ทรุดกายลงจูบดิน...ไม่ถวิลหายใคร
หัวใจฉัน...ใครรับฝากเอาไว้
จากกันแสนไกล...ยังเก็บไว้หรือเปล่า....”



และจากเพลง “รักอย่ารู้คลาย” มาถึงเพลง “บ้านเรา” นี้เอง ที่ทำให้ช่วงหลังกลับจากไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ชื่อเสียงของ สุเทพ วงศ์กำแหง ได้ดังพุ่งขึ้นอีกครั้งอยากรวดเร็ว และครั้งนี้ได้พุ่งขึ้นสู่ความสุดยอดในชีวิตของการเป็นนักร้องหมายเลขหนึ่งของประเทศไทย ด้วยประกาศนียบัตรจากรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานถึง ๓ ปีซ้อน และได้รับสมญานามว่า “นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์” จากนักประพันธ์ใหญ่นามว่า 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์



บ้านเรา - สุเทพ วงศ์กำแหง




ในวันอำลา “ครัวรสสุคนธ์” โรงแรมรอยัลแปซิฟิค ถนนพระรามเก้า เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ สิงหาคม ที่ผ่านมา คอยแล้วคอยเล่าก็ไม่มีใครได้ยินเสียงเพลง “รักอย่ารู้คลาย” ทั้งจาก สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ หรือจากแขกที่มาร่วมอำลาอาลัย ทั้ง ๆ ที่ สุเทพ วงศ์กำแหง ร้องอยู่ที่นี่ทุกคืนวันจันทร์ ต่อเนื่องกันมา ๒o ปีเศษแล้ว


แต่ในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายนนี้ ในคอนเสิร์ต “ตามรอยแพรบนฟองเบียร์” เวลาแสดง ๑๔.oo น. ณ BCC HALL บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น ๕ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เราอาจได้ยินเพลง “รักอย่ารู้คลาย” บนเวทีนี้บ้างก็ได้


ซื้อบัตรได้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือ โทร. o๒-๒๖๒-๓๔๕๖ ราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,๒oo และ ๑,ooo บาท





ภาพจาก thaiticketmajor.com



ข้อมูลจากนสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ๑-๗ ก.ย. ๒๕๕๖



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100 และ คุณ ebaemi


Free TextEditor





 

Create Date : 24 กันยายน 2556    
Last Update : 31 ตุลาคม 2557 20:33:34 น.  

คอนเสิร์ต "ตามรอยแพรบนฟองเบียร์"





สุดที่รัก - สุเทพ วงศ์กำแหง





“สุเทพ วงศ์กำแหง” ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของตำนาน “นักร้องเสียงขยี้แพรในฟองเบียร์” และ สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปภัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัทพล นิกร กิมหงวน จำกัด แถลงข่าวคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” คอนเสิร์ตครั้งสำคัญ รวมเพลงยอดนิยมตลอดกาลที่ท่านบันเสียงไว้เกือบ ๕,ooo เพลง โดยในงานนี้ได้คัดสรรค์บทเพลงพิเศษช่วงหนึ่งของชีวิต ของคุณ สุเทพ รวมกว่า ๔o บทเพลง พร้อมแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต การันตีความเพลิดเพลินตลอดการแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งจะมีขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น. ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว






นายบูรพา อารัมภีร และ นายนพรุจ กีรติกุลอเนก ผู้บริหารบริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด ในนามผู้จัดงาน กล่าวถึงการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “เนื่องด้วย บริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด มีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของทายาทศิลปินแห่งชาติที่ผูกพันกับงานประพันธ์รวมทั้งเป็นนักเขียนและผู้จัดรายการวิทยุ ร่วมกับ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจ อีเว้นท์และประชาสัมพันธ์ และ ผู้ที่มีธุรกิจด้านการศึกษาและส่งเสริมสังคมวัฒนธรรม แต่ทั้งหมดต่างมีมุมมองเดียวกันในด้านเพลงไทยสากลหรือเพลงลูกกรุงที่กำลังมีบทบาทน้อยลงไปในยุคปัจจุบัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันใช้ความสามารถและประสบการณ์สร้างสรรค์งานและกิจกรรม เรียกกระแสความสนใจในเพลงลูกกรุงรวมถึงกิจกรรมบันเทิงในอดีตให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยการจัดงานคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งครั้งสำคัญ ในการสร้างปรากฏการณ์คอนเสิร์ตระดับตำนานที่จะทำให้ผู้เข้าชมได้ซาบซึ้งอิ่มเอมไปกับบทเพลง และเข้าถึงความเป็นยอดนิยมตลอดการอย่างแท้จริง”






“การจัดงานคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ในครั้งนี้ มีความแตกต่างจากคอนเสิร์ต ของ คุณสุเทพ ตลอดกว่า ๖o ปี บนเส้นทางสายดนตรี เนื่องจากการแสดงคอนเสิร์ตจะถ่ายทอดและเรียงร้อยเรื่องราวชีวประวัติของ คุณสุเทพ ผ่านภาพประวัติศาสตร์ชีวิตคุณสุเทพที่แฟนเพลงไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงการนำเอา Computer Graphic ซึ่งเป็นเทคนิคสมัยใหม่มาแต่งเติมและสร้างสีสรรค์ให้กับรูปแบบการแสดง ให้ดูทันสมัย ตระการตา ไม่น่าเบื่อ จำเจ รวมถึงเพลงยอดนิยมในแต่ละช่วงชีวิต ซึ่งได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร และ คุณบูรพา อารัมภีร ร่วมเรียงร้อยเรื่องราว ทางด้านผู้สร้างสรรค์งานดนตรีและอำนวยเพลง ได้แก่ คุณอรรถพร กำภู ณ อยุธยา นักดนตรี หนึ่งในสมาชิก วงดนตรี พิ้งแนเตอร์ และโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงใหญ่ที่ผูกพันกับงานเพลงลูกกรุงและ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังศิลปินระดับต้ๆนที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ อัลบั้มโกลด์ซีรีส์สุนทราภรณ์, เบิร์ด ธงไชย ๑oo เพลงรัก, ชรินทร์ นันทนาคร, นันทิดา แก้วบัวสาย, ศรันญ่า สงเสริมสวัสดิ์ เป็นต้น






โดยมีนักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีใจรักเพลงไทยสากล ในนาม “วงดนตรีมิตรต่างวัย” ที่ก่อตั้งโดย บริษัท พล นิกร กิมหงวน พร้อมเครื่องดนตรีกว่า ๓o ชิ้น ร่วมสร้างสรรดนตรีในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งทุก ๆ บทเพลงจะได้รับการเรียบเรียงท่วงทำนองใหม่ให้มีความละมุนละไมแต่ยังไม่ทิ้งโครงของท่วงทำนองเพลงเดิม และเพิ่มกลิ่นไอของความทันสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืน”


ทางด้านพระเอกคนสำคัญ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ เปิดเผยถึงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “คอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” จะถือเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตครั้งสำคัญบนเส้นทางสายดนตรี ด้วยบทเพลงเกือบ ๔o เพลง ที่ขนมาเอาใจคอเพลงลูกกรุงและแฟนเพลงของ ”สุเทพ” โดยจะมีทั้งเพลงยอดนิยมที่คุ้นหู รวมถึงเพลงที่ไม่เคยมีการบันทึกเสียงมาก่อน แต่เป็นเพลงที่ได้มีโอกาสร้องประกอบละครวิทยุ ละครเวที ละครทีวี พร้อมกันนี้ยังมีแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต ที่จะมาร่วมมอบความสุขตลอดคอนเสิร์ต ได้แก่ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ, คุณโฉมฉาย อรุณฉาน, คุณผุสดี วงศ์กำแหง, คุณสุเมธ องอาจ, คุณปุ้ย The Voice (ดวงพร พงศ์ผาสุก), กลุ่มสุเทพ จูเนียร์ (คุณชรัมภ์ เทพชัย, คุณพรหมเทพ เทพรัตน์, คุณฎากร เทพทอง, คุณอุมาพร บัวพึ่ง, คุณวิชัย ปุญญะยันต์) และ คุณเชี่ยวชาญ สมบัติเทพ ลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุด”






ภายในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ยังมีโชว์พิเศษเรียกน้ำย่อยจากแฟนเพลงด้วยการแสดงจาก “คุณสุเทพ วงศ์กำแหง” ในบทเพลง “คนขายเสียง” และ เพลงยอดนิยม “เสน่หา” พร้อมกันนี้ยังมีโชว์พิเศษกับแขกรับเชิญ “คุณสุเมธ องอาจ” ในบทเพลงยอดนิยมตลอดกาล “รักคุณเข้าแล้ว” กับแนวเพลงอะคูสติก!!! ที่ถือเป็นครั้งแรกของคุณสุเทพที่ร้องเพลงในแนวอะคูสติก นอกจากนี้ยังโชว์บทเพลงไพเราะ“ป่าลั่น” จากคุณสุเทพ พร้อมด้วย กลุ่มสุเทพจูเนียร์






คอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” คอนเสิร์ตรวมเพลงยอดนิยมตลอดกาลและเพลงพิเศษรวมกว่า ๔o บทเพลง และแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต ในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น. ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,๒oo, ๑,ooo บาท สำรองบัตรได้แล้วที่ ไทยทิกเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ โทร.o๒-๒๖๒-๒๔๕๖ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปภัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี






ภาพและข้อมูลจาก
newsplus.co.th
1m1f.com
thaipr.net
แม่ไม้เพลงไทย
ศิลปินแห่งชาติ
wilipedia.org
dekchalad.net
jetkaro.exteen.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่



Free TextEditor





 

Create Date : 24 กันยายน 2556    
Last Update : 24 กันยายน 2556 8:48:16 น.  

จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง




ภาพจาก nkp2day.com


จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง - ธานินทร์ อินทรเทพ







“จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง”
คำร้อง สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ 
ทำนอง เนรัญชรา
ขับร้องโดย ธานินทร์ อินทรเทพ


แม้อยู่ห่างต่างถิ่นแผ่นดินไหน

ถ้าวันใดคิดถึงถิ่นแผ่นดินสยาม

จงมองดาวพราวพร้อยลอยฟ้างาม

เพราะทุกยามฝากใจไว้กับดาว



ดังสำเนียงเสียงเพื่อนเตือนมาว่า

ทุกเวลาห่วงหวงกับห้วงหาว

คืนฟ้าหมองดาวอับแสงวับวาว 

แต่ยังพราวโชติช่วงในดวงใจ



คือสำเนียงเสียงสั่งถึงฝั่งโขง 

ผ่านรอบโค้งฟ้ากว้างสว่างไสว

เคลียสายลมพรมอุ่นละมุนละไม 

เหมือนเสียงไห้เจ้าพระยาที่อาวรณ์







ภาพจาก chumchonradio.net


ลำนำเพลง 'จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง' จิตวิญญาณแห่งบทกวี 'รัตนโกสินทร์'


"แม้อยู่ห่าง ต่างถิ่น แผ่นดินไหน   
ถ้าวันใด คิดถึงถิ่น แผ่นดินสยาม
จงมองดาว พราวพร้อย ลอยฟ้างาม       
เพราะทุกยาม ฝากใจ ไว้กับดาว....."




นี่คือท่อนแรกของเพลงไทยสากลอมตะที่กระชากหัวใจคนไทยผู้ที่อยู่ไกลบ้านทั้งหลายให้น้ำตาซึมทุกครั้งที่ได้ยิน ด้วยเกิดอารมณ์หวนหาคิดถึงแผ่นดินไทยที่ต้องจากไปอย่างรุนแรงที่สุด อย่าว่าแต่คนไทยที่ต้องพลัดถิ่นจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเลย แม้เราผู้ได้กินอยู่หลับนอนอยู่บนแผ่นดินนี้ทั้งยามสุขยามเศร้ามาทุกเมื่อทุกยาม ก็ยังอาจน้ำตาซึมด้วยความสะท้านสะเทือนหัวใจทุกครั้งที่ได้ยิน โดยเฉพาะยามที่ชาติบ้านเมืองของเราต้องฟันฝ่าวิกฤติของประเทศในแต่ละครั้ง





ภาพจาก saisampan.net


"ดังสำเนียง  เสียงเพื่อน  เตือนมาว่า   
ทุกเวลา  ห่วงหวง  กับห้วงหาว
คืนฟ้าหมอง  ดาวอับ  แสงวับวาว
แต่ยังพราว  โชติช่วง  ในดวงใจ..."

   


ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรแผ่นดินและทรัพยากรบุคคลตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นที่น่าภาคภูมิและปลาบปลื้มของชนรุ่นหลังเมื่อมองย้อนไปในอดีต แต่ก็น่าอาทรและห่วงใยยามเมื่อมองไปในอนาคตที่มีสถานการณ์อันแหลมคมท้าทายอยู่





ภาพจาก munkonggadget.com



กำลังใจของคนทั้งประเทศที่จะต้องฝ่าฟันกับนานาปัญหาร่วมกันจึงนับเป็นสิ่งที่จำเป็นในเวลาเช่นนี้ เสียงเพลงและบทกวีที่มีความงดงามและอ่อนโยนลึกซึ้งอย่างนี้เท่านั้น คือสิ่งปลอบประโลมใจและปลุกเร้าความรักความสามัคคีของส่วนรวมได้อย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่น มากกว่าเพลงที่เน้นแต่ความเร่าร้อนฮึกเหิมเพียงด้านเดียว  





ภาพจาก maemaiplengthai.com

   


เพลงนี้ชื่อเพลง "จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง" แต่งเนื้อร้องโดย สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ นักกลอนระดับมือทอง ผู้รวบรวมสมาชิกนักกลอนชื่อดังลง "เรือเพลง" ล่องลำน้ำเจ้าพระยามาแล้วถึง ๑๒ ครั้งในอดีต และเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกก่อตั้ง "ชมรมนักกลอน" เมื่อ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕o๒ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ในปัจจุบัน ส่วนทำนองเพลงนั้นแต่งโดยนักแต่งเพลงมือทอง "เนรัญชรา" ที่นามปากกาเริ่มหอมกรุ่นอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น 





คุณสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์
ภาพจาก maemaiplengthai.com




ครูเนรัญชรา
ภาพจาก บล็อกคุณชมพู่แก้มแหม่ม
 


"เนรัญชรา" เล่าให้ฟังเหมือนเล่าถึงเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์เรื่องหนึ่งว่า
"ผู้แต่งเนื้อร้องเพลงนี้ชื่อคุณสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ เป็นนักกลอนมือทองในยุคนั้น เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย และไม่เคยพบปะสนทนากันเป็นส่วนตัวมาก่อน จนกระทั่งเพลงนี้ได้บันทึกเป็นแผ่นเสียงและโด่งดังไปแล้ว จนกระทั่งถึงวันที่คุณสนธิกาญจน์ได้เสียชีวิตไป..."
   




ภาพจาก chumchonradio.net



สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ ๒o ธันวาคม ๒๕๒๓ ขณะเดินทางกลับจากการอภิปรายที่วิทยาลัยครูอุดรธานี รวมอายุได้ ๔๘ ปี
   


"จำได้ว่ากลอนบทนี้ได้มาถึงมือผมเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕o๒ โดยนักจัดรายการกลอนคนหนึ่งที่สถานีวิทยุทหารอากาศ ทุ่งมหาเมฆ ชื่อ วิทูรย์ พูนนารถ มียศพันจ่าอากาศเอก บอกว่าเป็นบทกลอนของนักกลอนรุ่นพี่ ชื่อสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ซึ่งกำลังเตรียมจะจัด "เรือเพลง" ล่องลำน้ำเจ้าพระยา อยากขอให้ช่วยแต่งทำนองเพลงให้ด้วย เพื่อจะนำไปใช้เป็นเพลงประจำรายการ "เรือเพลง" ในครั้งต่อไปนี้ โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อเสร็จเป็นเพลงแล้วก็จะยกสิทธิเกี่ยวกับเพลงนี้ให้ผมไปเลย..." เนรัญชราเล่าถึงความเป็นมาให้ฟังโดยละเอียด





ภาพจาก music.truelife.com

   


"เมื่อผมได้กลอนบทนี้มา ก็เห็นว่าเป็นบทกลอนที่มีความไพเราะลึกซึ้งมาก และมีรูปร่างของทำนองเพลงอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ถ้าหากแต่งทำนองผิดพลาดไปก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับงานได้ ผมจึงบอกว่าต้องขอเวลาผมให้ได้มีเวลาทำงานอย่างละเอียดรอบคอบสักนิดหนึ่ง แล้วก็บังเอิญเป็นช่วงเวลาที่ผมกำลังติดงานอื่นอยู่ในช่วงเวลานั้นด้วย ก็เลยทำให้ผมทำงานชิ้นนี้ช้าไปมาก จนในที่สุดก็ไม่สามารถส่งเพลงนี้ไปให้ทันเวลาการจัดงานในคราวนั้นได้..." เนรัญชราหยุดทบทวนความหลังเล็กน้อยแล้วจึงเล่าต่อ  
 





ภาพจาก บล็อกคุณ OldMan

   


"ต้องรอเวลาอีกเป็นปีผมจึงทำทำนองเพลงนี้เสร็จ  และได้ต้องรอเวลาอีกหลายปีกว่าเพลงนี้จะได้ทำการบันทึกเสียงที่ห้องบันทึกเสียง กมล สุโกศล โดยมีนาวาอากาศโท ปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ผู้ขับร้องต้นฉบับคนแรกคือ คุณธานินทร์ อินทรเทพ ซึ่งกำลังหนุ่มแน่นมากในขณะนั้น ประมาณปี พ.ศ. ๒๕o๗ ซึ่งร้องไว้ดีและสมบูรณ์แบบมาก และในเวลาต่อมา คุณสุเทพ วงศ์กำแหง  และคุณสวลี ผกาพันธุ์ ก็ได้ร้องบันทึกเสียงไว้ด้วย ซึ่งก็ร้องไว้ไพเราะมากทั้งสองคน"





ภาพจาก บล็อกคุณชมพู่แก้มแหม่ม




ต้นฉบับเดิมเป็นกลอนแปด สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ประพันธ์ไว้ดังนี้



"ไม่มี  ภาษาใด  ที่ในโลก
บรรยายโศก  อกเรา  ได้เศร้าเหมือน

เท่าน้ำตา  พร่าอาบ  ซับภาพเลือน
เก็บไว้เตือน  ใจว่า  แสนอาวรณ์
   


โอ้หวิวหวิว  พลิ้วแผ่ว  แล้วก็หาย
ฟังคล้ายคล้าย  เสียงฟ้า  มาหลอกหลอน
ฟังคล้ายคล้าย  เสียงลม  พรมพลิ้ววอน
เป็นบทกลอน  ว่ารักอยู่  ทุกครู่ยาม
   


แม้อยู่ห่าง  ต่างถิ่น  แผ่นดินไหน
ถ้าวันใด  คิดถึงถิ่น  แผ่นดินสยาม

จงมองดาว  พราวพร้อย  ลอยฟ้างาม
เพราะทุกยาม  ฝากใจ  ไว้กับดาว
   


ดังสำเนียง  เสียงเพื่อน  เตือนมาว่า
ทุกเวลา  ห่วงหวง  กับห้วงหาว
คืนฟ้าหมอง  ดาวอับ  แสงวับวาว
แต่ยังพราว  โชติช่วง  ในดวงใจ
   


คือสำเนียง  เสียงสั่ง  ถึงฝั่งโขง
ผ่านรอบโค้ง  ฟ้ากว้าง  สว่างไสว
เคลียสายลม  พรมอุ่น  ละมุนละไม
เหมือนเสียงไห้  เจ้าพระยา  พารัญจวน    
   


โอ้หวิวหวิว  พลิ้วแผ่ว  แล้วก็หาย       
น้ำตาพราย  พร่าหลั่ง  ยังไห้หวน
อ
อยู่แผ่นดิน  ถิ่นใด  ดวงใจครวญ
ไหลย้อนทวน  ความเศร้า  เจ้าพระยา"
   
                   
(สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ๒๕๐๐)

   

วรรคสุดท้ายของเพลง "เนรัญชรา" ได้เปลี่ยนเนื้อร้องจาก "พารัญจวน"
เป็น "ยิ่งอาวรณ์" นอกนั้นยังคงเนื้อร้องเดิมไว้ทั้งหมด   








ภาพจาก บล็อกคุณ chaba2550 



ข้อมูลจากนสพ.ไทยโพสต์ แทบบลอยด์ ๔ -๑o ส.ค. ๒๕๕๖



อ่านบล็อกคุณปอนอันล่าสุดได้ที่นี่จ้า ถนนสู่ขุนเขา



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100 และ คุณ ebaemi


Free TextEditor





 

Create Date : 24 สิงหาคม 2556    
Last Update : 26 สิงหาคม 2556 0:15:57 น.  

มาร่วมส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ





ภาพจากเวบ wabira.blogspot.com



ลืมพี่ลงคอ อดิเรก จันทร์เรือง








ลืมพี่ลงคอ


ค่ำคืนดึกดื่นพี่ยังคอยเธอ
หวิวหวั่นใจจริงเออ คอยเธออยู่ทุกเวลา
หรือดวงใจเจ้าคงสิ้นเงาเสน่หา
หลีกเร้นกายหลบหนีหน้า จากพี่ไป


ค่ำคืนดึกดื่นเราเคยคลอเคียง
สรรถ้อยคำจำเรียงเคียงประทับพิมพ์ใจ
น้องซบทรวงพี่อุ่นฤดีเพียงไหน
เสียงกระซิบแผ่วไป สุขฤทัยชื่นในอารมณ์


แต่บัดนี้ คนดีน้องเจ้าลืมคำ
ทิ้งรอยระกำความช้ำให้พี่ตรอมตรม
สิ้นความหมาย วิมานทลายลอยลม
เจ้าคงสุขสม รื่นรมย์จึงลืมสัญญา


ค่ำคืนเปลี่ยวใจอาลัยอาวรณ์
รักปักใจสะท้อน อ่อนใจจนเหลือระอา
โถดวงใจช่างลืมได้หนอแก้วตา
แล้วไยไม่เข่นฆ่า จะทรมาพี่อยู่ทำไม


เนื้อเพลงจากเวบ plengpakjai.net








ข่าวจากนสพ. Xcite ไทยโพสต์ ๑๑ มิ.ย. ๒๕๕๖



เมื่อเช้าวานนี้อ่านข่าวนักร้องคนโปรดของเรา "คุณอดิเรก จันทร์เรือง" เข้าโรงพยาบาลเพราะป่วยหนักแล้วตกใจมาก เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปดูคอนเสิร์ตที่คุณอดิเรกขึ้นเวทีร้องเพลงอยู่เลย เห็นท่านเดินไม่สะดวกนักก็คิดอยู่ว่าอาจจะไม่สบาย แต่ไม่คิดว่าจะป่วยหนักขนาดนี้ เราชอบเพลงคุณอดิเรกมาก ๆ เป็นนักร้องรุ่นเก่าที่มีเพลงไม่มากนัก แต่เพลงเพราะ ๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะเพลง "สวรรค์บนทราย" ที่เคยอัพบล็อกไว้ และอีกเพลงที่เพราะไม่แพ้กันคือเพลง "ลืมพี่ลงคอ" ที่อยู่ในบล็อกนี้ หาเนื้อเพลงมาได้ แต่ไม่ทราบว่าผู้ประพันธ์คือใคร ท่านใดทราบก็ช่วยบอกด้วยนะคะ


พออ่านข่าวว่าคุณอดิเรกจะเข้าผ่าตัดวันนี้ (๑๒ มิ.ย.) แล้วรีบเขียนบล็อกแบบด่วนจี๋ อยากให้เพื่อน ๆ มาร่วมด้วยช่วยกันภาวนาและส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก และขอพระบารมีในหลวงช่วยดลบันดาลให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ ให้คุณอดิเรกสุขภาพแข็งแรงขึ้นในเร็ววันค่ะ



นิทรรศการศิลปะบล็อกล่าสุดค่ะ
เสพงานศิลป์ ๓๙
เสพงานศิลป์ ๔o



อ่านเนื้อเรื่องออทั่มเวอร์ชั่นไทยสองตอนล่าสุดได้ที่นี่ค่ะ

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ (๗)
รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ (๘)











ภาพจากนสพ.แนวหน้า ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๕



หากย้อนเวลาไปเมื่อกว่า ๓o ปี เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก นักร้องผู้โด่งดังท่านนี้ อดิเรก จันทร์เรือง ซึ่งศิลปินท่านนี้ได้ฝากผลงานต่าง ๆ รวมถึงบทบาทการแสดงละคร และบทเพลง อาทิ เช่น สวรรค์บนทราย, ไก่ฟ้า, ลืมพี่ลงคอ, คุณจะงอนมากไปแล้ว และอีกมากมาย พร้อมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มไพเราะชวนหลงใหลทำให้ อดิเรก จันทร์เรือง หรือ เอ็ดดี้ มิชิแกน โด่งดังมากในยุคนั้น

"บันเทิงแนวหน้า" จึงไม่ละสายตาที่เฝ้าจับจ้อง สอดส่องหาเพื่อที่จะได้พูดคุยถึงผลงานในอดีตของศิลปินท่านนี้มาให้แฟนเพลง ได้ให้หายคิดถึงกัน



เริ่มตั้งแต่ ๑o ขวบ มีโอกาสร้องเพลงหน้าพระที่นั่ง

"ร้องเพลงมาตั้งแต่สิบขวบแล้วเพราะเป็นคนที่ชอบการร้องเพลงเพราะสมัยนั้นต่างจากสมัยนี้มาก? บอกไม่ถูกว่าเข้ามาร้องเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่แน่ คือ เราร้องมาตลอดเรื่อย ๆ และได้มีโอกาสไปร้องถวายต่อหน้าพระพักตร์ของในหลวงด้วยและนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจมาก และเป็นกำลังใจให้เราที่จะสร้างสรรค์ผลงานอื่น ๆ ตามาด้วยจนถึงปัจจุบัน"






ภาพจากเวบ orrawee.com



เล่นละครหลายคณะ

"อย่างที่บอกไปแล้วเราคลุกคลีงานแสดงตั้งแต่อายุสิบขวบ ได้เป็นพระเอกตอนเด็กของ คณะศิวรมณ์- คณะเทพสิทธิ์ คณะสวลี และคณะผกาวลี ภายใต้การนำของศิลปินแห่งชาติ ครูประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง กับคู่ชีวิต ครูลัดดา สารตายน นอกจากจะร่วมเล่นละครกับผกาวลี ยังเคยข้ามไปแสดงละครเรื่องกู้ราชบัลลังก์กับคณะศิวารมย์เรื่องพันท้ายนรสิงห์ และนเรศวรกับคณะอัศวินการละคร รวมถึงคณะเทพศิลป์ในบางโอกาส"



ความสามารถมาพร้อมกับชื่อเสียง

"เมื่อคุณ อดิศักดิ์ เศวตรนันท์ กับ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ได้ตั้งคณะละคร “ชื่นชุมนุมศิลปิน” ขึ้นมา เราได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักร้อง เช่นเดียวกับ ชรินทร์ นันทนาคร- สุเทพ วงศ์กำแหง,-นริศ อารีย์ และ พูลศรี เจริญพงษ์ เพียงแต่เรามักนำเพลงสากลของ แฟรงค์ ซิเนตร้า- ดีน มาร์ติน และแอนดี้ วิลเลียมส์ มาขับร้อง


จน พ.ศ. ๒๔๙๘ มีคณะ “ชื่นชุมนุมศิลปิน” เป็นคณะแรกที่ได้จัดรายการเพลงทางทีวี ในสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ครูสมาน กาญจนผลิน ผู้ควบคุมวงดนตรี ได้แต่งเพลงเราก็ได้ ร้องบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก ต่อด้วยเพลงสวรรค์บนทราย เรามามีชื่อเสียงกับ เพลงไก่ฟ้า ของ ชาญ เย็นแข มาร้องใหม่ ต่อเนื่องด้วยการอัดแผ่นเพลงชุมทางชีวิต ของ นริส ทรัพยประภา และ เพลงทะเลน้ำตา ของ ป.ชื่นประโยชน์"






ภาพจากเวบ youtube.com



ใช้ชีวิตต่างแดน

"ไปอยู่ที่นั่นตอนอายุ ๒๖ เท่านั้นเอง ไปกับคณะผกาวลี เอาศิลปวัฒนธรรมของไทยไปเผยแพร่ เล่นโขนด้วย และมีอะไร ๆ หลายอย่าง และร้องเพลงไทยเดิม ครูประสิทธิ์ ศิลปะบรรเลง และครูลัดดา ของผกาวลี คือฝรั่งเขามาจ้างให้ไปร้องเพลงที่ยุโรปหลายประเทศเลย แล้วก็ไปที่อเมริกา พอทัวร์จบแล้วก็ได้ไปร้องเพลงที่ไนท์โชว์ของ จอห์นนี่ คาซั่น ก็เลยอยู่มาหลายสิบปี"



ร้องเพลงพร้อมโชว์ศิลปะไทย

"ชีวิตก็สนุกดีต้องต่อสู้ เพราะเราเป็นคนไทยแล้วได้ไปเสนอศิลปะของเรา แล้วก็เอาเพลงไทยไปร้องด้วย เพลงฝรั่งบ้าง เล่นโขน เล่นละครหลายอย่าง ได้ออกรายการทีวีที่ต่างประเทศด้วย ที่นั้นเราก็มีชื่อเสียงบ้างการตอบรับดี อย่างร้องเพลงฝรั่งเราก็ร้องอยู่โอเรียลทอลตั้ง ๒ ยุค ตอนนี้มีลูกสาวที่ซานดิเอโก เมธาณี จันทร์เรือง เขาทำงานเป็น ลุกน้องบิลเกตต์ เป็นผู้จัดการทำซอฟท์แวร์ และมีลูกชาย กำลังทำปริญญาอยู่


สมัยก่อน ต้องเลี้ยงลูกเองต้องไปร้องเพลงที่ไนต์คลับกลับมาก็ต้องเลี้ยงลูก ตอนนี้ลูกสาวอายุ ๒๘ ลูกชาย ๓o สมัยนั้นเราต้องดูแลลูกเองหมดเลยเพราะไม่มีญาติที่นั่นอยู่ที่นั่นหลายสิบปี พอกลับมาเมืองไทยก็มีคอนเสิร์ต ร่วมกับหลาย ๆ คน"






วงสุเทพคอรัส
บนจากซ้ายไปขวา ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา, อดุลย์ กรีน, สุเทพ วงศ์กำแหง, มนูญ เทพประทาน, นิทัศน์ ละอองศรี
ล่างจากซ้ายไปขวา สุวัจชัย สุทธิมา, ธานินทร์ อินทรเทพ, อดิเรก จันทร์เรือง
ภาพจากเวบ prachathon.org



ลูกอยากให้พัก แต่เราคิดว่า เป็นกำไรของชีวิต

"อายุก็ไม่ใช้น้อยแล้วนะ จะให้ไปทำงานเหมือนแต่ก่อนคงไม่ไหวแล้วแต่ใจอยากทำนะ ผมเชื่อว่าทุกคนนะแหละที่อยากจะทำงานแต่ด้วยสภาวะร่างกายไม่อำนวยเลยต้องหยุดพัก แต่ก็จะมีงานการกุศลต่างๆ ก็มีบ้างที่ไปร่วมงาน ถือว่าเป็นกำไรชีวิตที่เรายังมีแรงจับไมค์ร้องเพลงให้ทุกคนฟังได้มีความสุขที่ได้ร้องเพลง ลูกก็บอกว่า “พักผ่อนบ้างนะพ่อ” แต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะเขารู้ว่าเราคือนักร้อง"



ชีวิตตอนนี้มีความสุขมาก อยากทำร้านอาหารไทย

"ปัจจุบันอยู่กับลูกชาย ดิเรก จันทร์เรือง และลูกสาวเมธาณี จันทร์เรือง อยู่ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนี้มีโครงการจะขยายธุรกิจร้านอาหารไทย ไปถึงชิคาโกและตามเมืองใหญ่ เพราะคนต่างชาติส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะรับประทานอาหารไทยอยู่แล้วและไม่น้อยเลยนะคนไทยก็เยอะ แต่ก็เป็นหน้าที่ของลูก ๆ เราอายุเยอะแล้วทำไม่ไหวหรอก"






ภาพจากเวบ orrawee.com



การดูแลสุขภาพ พลังเสียงยังคงความนุ่มนวลชวนหลงไหล

"ก็ออกกำลังกายนะเป็นสิ่งสำคัญเลยเราอายุเยอะแล้วจะทำอะไรหนักไปก็ไม่ได้ ก็พยายามตื่นเช้าเดินไปมายกแขน ยกมือ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดเรื่องนี้ ลูก ๆ จะเน้นเป็นพิเศษเลยเพราะสุขภาพมีผลต่อเสียงของเราเช่นกัน ที่สำคัญเลยไม่ดูดบุหรี่ ดื่มเหล้า"



บำรุงพระพุทธศาสนาคือหน้าที่ของคนไทย

"เป็นสิ่งที่สำคัญมากนะ เพราะเรานับถือศาสนาพุทธ เราก็สมควรบำรุงพระพุทธศาสนา ทางสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย โดย คุณสุเทพ วงศ์กำแหง นายกสมาคมนักร้องฯ คุณธานินทร์ อินทรเทพ ปฏิคมสมาคมนักร้องฯ และ คุณชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ ไปร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพุทธวิหารวัดไทยต่างแดนที่เมืองวอร์เรนรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา"



อยากให้รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

"ลูกๆหลาน ๆ นี้ชอบใจอยู่อย่างทุกคนมีความขยันและความตั้งใจในการแสดงได้ดี การแอ๊คติ้งทำให้มีความเคลื่อนไหวทำให้ดูน่ารักขึ้น แต่ขอให้ระวังเรื่องภาษาเพราะเราเป็นคนไทยต้องรักษาธรรมเนียบและประเพณีไทยเอาใว้ มีหลายต่อหลายคนนะ พอไปอยู่เมืองนอกแล้วก็กลายเป็นเด็กหัวนอกไปเลย โดยทั่วไปนะจะเป็นแบบนั้น อยากให้ รักชาติ ศาสนา และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา"





ภาพจากเวบ naewna.com



สัมภาษณ์โดย มะระ โช จากคอลัมน์
"Star Retro : อดิเรก จันทร์เรือง นักร้อง นักแสดง เจ้าของผลงานเพลงอมตะหลากหลาย"
นสพ.แนวหน้า ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๕



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบwallcoo
ไลน์และรูปในกล่องเม้นท์จากคุณเนยสีฟ้า
กรอบจากคุณ ebaemi ไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 11 มิถุนายน 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:13:14 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  
BlogGang Popular Award#10


 
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.