happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

ฟ้ารำลึก




ภาพจาก finewallpaperss.com


ฟ้ารำลึก-สุเทพ วงศ์กำแหง








ฟ้ารำลึก
คำร้อง อ.กวี สัตโกวิท 
ทำนอง เกษม มิลินทจินดา


ฟ้าไสว พาหัวใจ หวนเศร้าครวญหา   


เพ้อเรียกหาน้องข้า นิจจาไยเล่าเจ้าด่วนหนี


ดวงจันทร์อันสุกสกาว แสงดาวพราวพรายริบหรี่


แต่ทำไมคืนนี้ จึงขาดน้องชี้ให้พี่ชม
   



สิ้นสลาย รักมากลายเปลี่ยนให้อับเฉา   


ทุกข์ท่วมท้นเหลือเดา รักเดียวตัวเราจึงต้องขื่นขม


เพ่งจันทร์พรางพร่ารางเลือน แสงเดือนเตือนให้สุดข่ม


อกเราต้องระบม ระทมใจหนักเพราะรักกลับกลาย
   



รักเอย รักเคยเชยชื่นชิดชม 
   

สองเราเคยร่วมภิรมย์ เสพสุขสม ไยมาแหนงหน่าย


เคยสัญญา ว่ารักนี้จักไม่กลาย   


จะรักแท้ มิรู้หน่าย มิเสื่อมคลายจวบดินและฟ้า
   



ฟ้าไสว พาหัวใจหวนให้ใฝ่ฝัน   

ฟ้านั้นยังมีวัน เมฆพลันลอยห่างกระจ่างเวหา


แต่เรายังสุดมืดมน ต้องทนสู้ไปจนกว่า    


ฟ้าจะกรุณา ชักพาเธอกลับมากับจันทร์





วันหยุดสบาย ๆ ให้ฟังเพลงเก่าเพราะ ๆ กันค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่ชอบมากที่สุดเพลงนึงของคุณสุเทพ เคยอัพไปหนนึงแล้ว (เพลงเศร้าแสนหวาน (๒)) ตอนนั้นได้ข้อมูลจากเวบผู้จัดการ หนนี้อยู่ในนสพ.ไทยโพสต์ เพลงเพราะ ๆ แบบนี้ ฟังซ้ำได้ไม่เคยเบื่อเลยค่ะ ทุกทีแปะเพลงจากยูทูบ ใส่โค้ดที่เปิดบล็อกแล้วเพลงดัง แต่ค้นดูแล้วมีแต่เพลงเวอร์ชั่นที่ร้องใหม่ ไม่ค่อยชอบเลยไปคว้าเพลงที่เคยอัพไว้ในเวบ 4shared มาแปะแทน อยากได้โค้ดที่เพลงดังตอนเปิดบล็อก ท่านใดรู้วิธีเปลี่ยนโค้ดของเวบนี้กรุณาบอกด้วย ขอบคุณล่วงหน้าค่า


คุณไพโรจน์ (find me pr) กรุณาส่งโค้ดที่เปิดบล็อกแล้วได้ยินเพลงมาให้ ดีใจจริง ๆ ที่ได้โค้ดมา ทีนี้จะได้อัพเพลงเก่า ๆ ที่หาในยูทูบไม่เจอได้ซะที ขอบคุณคุณไพโรจน์มาก ๆ นะคะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

ภูผาตั้ง



ตามไปเสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุดได้ที่นี่ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๖๖
เสพงานศิลป์ ๖๗












ภาพจาก plengpakjai.net



'ฟ้ารำลึก' เปิดจินตนาการการบ้านของ อ.กวี สัตโกวิท



"ฟ้าไสว พาหัวใจ หวนเศร้าครวญหา   
   
เพ้อเรียกหาน้องข้า นิจจาไยเล่าเจ้าด่วนหนี


ดวงจันทร์อันสุกสกาว แสงดาวพราวพรายริบหรี่   

แต่ทำไมคืนนี้ จึงขาดน้องชี้ให้พี่ชม..." 



นี่คือเพลงรักหวานอีกเพลงหนึ่งที่คำร้องและทำนองเพลงแต่งมาเข้าทางเสียงร้องและลีลา ของศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์กำแหง มากที่สุด ฟังแล้วผู้ฟังก็จะต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นฝีมือของนักแต่งชั้นครูอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้วเพลงนี้เป็นผลงานเพลงของนักแต่งเพลงมือใหม่หัดขับในขณะนั้น เพราะเป็นผลงานเพลงแรกในชีวิตของผู้แต่ง คือ อ.กวี สัตโกวิท ซึ่งเพิ่งจะมีอายุเพียง ๑๙ ปีเศษ ในขณะที่แต่งเพลงนี้  เพราะเป็นช่วงที่ยังเรียนเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๘ อยู่ที่โรงเรียนวัดราชาธิวาช
   





ครูกวี สัตโกวิท
 


อ.กวี สัตโกวิท มีชื่อจริงว่า กวีวรรษ สัตโกวิท เพราะยายจำชื่อที่พระตั้งชื่อว่า กวีวรรษ ไม่ได้ เมื่อนำไปฝากเรียนที่โรงเรียน ยายจึงบอกครูว่า ชื่อ อุดม เพราะเป็นเด็กที่อ้วนสมบูรณ์ มาก จึงใช้ชื่อ อุดม เรื่อยมา เป็นคนตำบลปากนคร อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความรักในชั้นเชิงภาษาไทย มีความฝันและจินตนาการติดตัวมาแต่วัยเด็ก หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ที่โรงเรียนพรสวัสดิ์วิทยา ก็เดินทางเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕oo โดยได้เข้าเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนวัดราชาธิวาส ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเวลาต่อมา เริ่มแต่งเพลงมาตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๘ แล้ว แต่เป็นการแต่งเล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร จนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเริ่มแต่งจริงจังมากขึ้น 



  


ช่วงเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดราชาธิราชนั้นเอง ความฝันและจินตนาการของเด็กหนุ่มจากเมืองนครก็ได้ก็ถูกปลุกให้โชติช่วงขึ้น เมื่อเขาได้ฟังรายการวิทยุจากสถานีวิทยุกองบัญชาการกองพลที่หนึ่ง รายการนั้นก็คือรายการ "ยอดเพลงไทยประจำสัปดาห์" และรายการ "เพื่อนนอน" ซึ่งจัดโดย ป.วรานนท์ นักแต่งเพลงและนักจัดรายการเพลงรุ่นพี่ ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นนักจัดรายการเสียงเสน่ห์แล้ว รายการที่จัดก็มีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการแนะนำเพลงไทยสากลที่มีมาตรฐาน และยังเป็นการจัดอันดับเพลงไทยสากล ซึ่งจะต้องมีการลุ้นกันทุก ๆ สัปดาห์ ว่าเพลงไหนจะขึ้นจะลงจากอันดับในแต่ละสัปดาห์ และยังมีผู้ทรงคุณวุฒิในวงการเพลงไทยมาร่วมรายการอีกหลายต่อหลายคน เพื่อมาทำหน้าที่ในการลงคะแนนจัดอันดับเพลง
   






นอกจากนี้ แล้ว ป.วรานนท์ ยังเป็นนักแต่งเพลงฝีมือดี มีเพลงซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนั้น เช่น เพลง "บัวน้อยคอยรัก" ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง, "เพราะขอบฟ้ากว้าง" ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร, "ทาสรัก" ขับร้องโดย นริศ อารีย์ และ "หอรักหอร้าง" ขับร้องโดย ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา เป็นต้น  ดังนั้นหลังจากสืบเสาะถึงที่อยู่และเส้นทางเรียบร้อยแล้ว กวีวรรษ สัตโกวิท หนุ่มนักฝันจากเมืองนครก็ตัดสินใจไปขอพบกับนักจัดรายการและนักแต่งเพลงรุ่นพี่ ป. วรานนท์ ผู้นี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการห้องบันทึกเสียงอยู่ที่ อัศวินภาพยนตร์ 
   





ภาพจาก plengpakjai.net



เมื่อได้พบและสนทนากันแล้ว รุ่นพี่ก็มองเห็นหน่วยก้านและความตั้งใจของรุ่นน้อง ซึ่งเปล่งประกายอยู่ในแววตาและทุกถ้อยคำสนทนา จึงได้เปิดทางและให้คำแนะนำให้ลองแต่งเพลงมาดูแววกัน พร้อมกับได้แนะนำให้รู้จักกับผู้เรียบเรียงเสียงประสานและผู้แต่งทำนองเพลงมือชั้นครู คือ ครูเกษม มิลินทจินดา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นครูเพลงคนแรกของ อ.กวีสัตโกวิท นั่นเอง
 


และแล้วเพลงการบ้านก็ได้เริ่มต้นขึ้น จากเนื้อร้องทำนองไทยเดิมที่เขียนถึงสาวคนรักที่เมืองนคร ก็ได้กลายมาเป็นทำนองใหม่ "ฟ้ารำลึก" คำร้อง อ.กวี สัตโกวิท ทำนอง เกษม มิลินทจินดา ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเพิ่งกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นหมาด ๆ ช่วงนั้นพอดี ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก ครูเกษม มิลินทจินดา และ ป.วรานนท์ ตลอดโครงการ จากปี พ.ศ. ๒๕o๔ มาจนถึงวันนี้และอีกแสนนาน ที่เพลงนี้จะอยู่ในดวงใจของนักนิยมเพลงไทยตลอดไป





ครูกวี สัตโกวิท



อ. กวี สัตโกวิท พูดถึงเพลง "ฟ้ารำลึก" ว่า
       
“… แต่งเพลงนี้เป็นเพลงแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๒ แต่ได้อัดเสียง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๔ ที่ห้องอัด อัศวินภาพยนตร์ ช่วงคุณสุเทพ วงศ์กำแหง กลับมาจากญี่ปุ่นหมาด ๆ แต่งเพลงนี้ร่วมกับ ครูเกษม มิลินทจินดา ซึ่งเป็นเสมือนครู ผู้บุกเบิกให้ได้เรียนรู้วิธีการแต่งเพลง จากที่แต่งเพลงไม่เป็นเลย ก็รู้วิธีการจาก ครูเกษม นี่แหละ...”



"ฟ้าไสว พาหัวใจหวนให้ใฝ่ฝัน      
  
ฟ้านั้นยังมีวัน เมฆพลันลอยห่างกระจ่างเวหา


แต่เรายังสุดมืดมน ต้องทนสู้ไปจนกว่า   
    
ฟ้าจะกรุณา ชักพาเธอกลับมากับจันทร์...   





ภาพจาก fin6.com



ข้อมูลจาก
manager.co.th
komchadluek.net
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒ ก.ย. ๒๕๕๖
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒๔ ต.ค. ๒๕๕๖
นสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ๒๗ ต.ค. - ๒ พ.ย. ๒๕๕๖



บีจีจากเวบwallcoo ไลน์จากคุณญามี่

TextEditor





 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2556 19:33:28 น.  

อำลา-อาลัย อดิเรก จันทร์เรือง





สวรรค์บนทราย-อดิเรก จันทร์เรือง







สวรรค์บนทราย
คำร้อง ป.วรานนท์
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน


รำพึงรำพันเพ้อฝันเดียวดาย

โอ้วิมานทรายกลับกลายสลายจึงตรม

มั่นหมายปอง รักครองเป็นคู่ชิดชม

สร้างรักสุขสม ชวดชมชิดเชยดอกฟ้า


ใจยังรอเธอ ละเมอไม่วาย

สร้างวิมานทราย สุดหมายมุ่งปรารถนา

คลื่นเซาะฝั่ง ซัดพังลงชั่วพริบตา

วิมานถล่มจมธารา พัดพาความรักจากไกล


สวรรค์อยู่สูงเกินที่จะสร้าง

กลัววิมานลอยคว้าง รักแรมจากใจ

ความรักภักดี มีมากยิ่งกว่าเม็ดทราย

สร้างมีความหมาย คล้ายทรายซบทรวงสัมพันธ์


ยามกินยามนอน ร้าวรอนคนึง

วาบหวิวรำพึง ติดตรึงอยู่ทุกคืนวัน

โอ้วิมาน เหลือเพียงแต่ซากสัมพันธ์

หลอกหลอนเย้นหยัน จากสวรรค์วิมานทราย





เพิ่งจะอัพบล็อกไว้อาลัยคุณก้านไปเมื่อต้นเดือน เมื่อวานนี้อ่านนสพ.ไทยโพสต์ ลงข่าวการจากไปของนักร้องคนโปรดของเรา คุณอดิเรก จันทร์เรือง รู้สึกใจหายมาก ที่จริงก็ทราบว่าคุณอ๊อดเจ็บกระเสาะกระแสะมาได้พักใหญ่ ๆ แล้ว เมื่อเดือนมิถุนาได้ข่าวว่าท่านป่วยหนัก ต้องเข้ารพ.ผ่าตัดฟอกไต จากนั้นมาข่าวก็เงียบหายไปจนวันนี้ที่นสพ.ลงข่าวการจากไปของท่าน


คุณอดิเรกเป็นนักร้องลูกกรุงที่เราชอบเสียงมากที่สุดท่านนึง แต่มีผลงานเพลงไม่มากนัก เพลงที่เพราะที่สุดในความรู้สึกของเราคือเพลง "สวรรค์บนทราย" รองลงมาคือเพลง "ลืมพี่ลงคอ" เคยไปชมคอนเสิร์ตเพลงเก่าที่ท่านขึ้นเวทีด้วย ถึงอายุเยอะแล้วแต่เสียงยังดีมาก ร้องเพลงได้เต็มเสียงจนไม่น่าเชื่อว่าอายุขึ้นเลขเจ็ดแล้ว เสียดายก็แต่ไม่เคยฟังท่านร้องทั้งสองเพลงแบบสด ๆ สักที น่าเศร้าที่คุณอดิเรกจากไปแล้ว แต่ยังดีที่ยุคนี้มียูทูบ อยากเห็นหรืฟังท่านร้องเพลงเมื่อไหร่ก็คลิกฟังได้ทุกเมื่อ


ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวจันทร์เรืองที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ขอดวงวิญญาณคุณอดิเรกไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ








เคยอัพบล็อกคุยถึงคุณอดิเรกไว้สองบล็อก

สวรรค์บนทราย
มาร่วมส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้ค่ะ

หมู่บ้านหล่ายดอย



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๖๓












ภาพจาก utubeclassic.com


"รำพึงรำพันเพ้อฝันเดียวดาย   
โอ้วิมานทรายกลับกลายสลายจึงตรม

มั่นหมายปองรักครองเป็นคู่ชิดชม   
สร้างรักสุขสมชวดชมชิดเชยดอกฟ้า..." 



จากนี้ไป เราคงมีแต่เสียงรำพึงรำพันเพ้อฝันเดียวดาย ของ อดิเรก จันทร์เรือง พี่ชายผู้แสนดีของน้อง ๆ และเพื่อนที่แสนดีของเพื่อน ๆ ไว้ให้ฟังกันแต่ในเพลง "สวรรค์บนทราย" เพลงไทยสากลอมตะอีกเพลงหนึ่งที่ยังคงความไพเราะของเพลงไม่เสื่อมคลาย คำร้อง ป. วรานนท์ ทำนองโดย สมาน กาญจนะผลิน ซึ่งไปตั้งวงเตรียมพร้อมรออยู่บนสวรรค์ก่อนหน้านี้แล้ว 


อดิเรก จันทร์เรือง เป็นศิลปินอีกคนที่เกิดมาในแวดล้อมอย่างคนที่มีสายเลือดศิลปินมาโดยกำเนิด เป็นนักแสดงแต่อายุ ๑o ขวบ อยู่ในคณะละคร ผกาวลี ซึ่งเป็นเครือญาติ  คือศิลปินแห่งชาติ ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง กับคู่ชีวิต ลัดดา สารตายน จากนั้นก็ไปร่วมงานกับคณะศิวารมย์, อัศวินการละคร, คณะเทพศิลป์ และมาจนถึงคณะละคร ชื่นชุมนุมศิลปิน ในโอกาสที่ อดิศักดิ์ เศวตนันท์ และ สวลี ผกาพันธุ์ ได้ก่อขึ้นมา อดิเรก จันทร์เรือง จึงเป็นนักร้องร่วมยุคและร่วมคณะเดียวกันกับ สุเทพ วงศ์กำแหง, ชรินทร์ นันทนาคร, นริศ อารีย์ และ พูลศรี เจริญพงษ์ 





ครูสมาน กาญจนผลิน
ภาพจาก sg14.yolasite.com



ความโดดเด่นในการร้องเพลงของ อดิเรก จันทร์เรือง ในยุคนั้น คือการร้องเพลงสากล เช่น เพลงของ แฟรงก์ ซิเนตรา, ดีน มาร์ติน และ แอนดี วิลเลียมส์ จนแฟนเพลงส่วนหนึ่งจะมีความทรงจำอยู่ที่การร้องเพลงสากลของเขามากกว่า การร้องเพลงไทยสากล ทั้ง ๆ ที่มีเพลงยอดนิยมอยู่มากมายที่ อดิเรก จันทร์เรือง เป็นนักร้องต้นฉบับ เช่น สวรรค์บนทราย, ผมเอง, ลืมพี่ลงคอ, ชุมทางชีวิต, ทะเลน้ำตา และ ไก่ฟ้า เป็นต้น


อดิเรก จันทร์เรือง เป็นเพื่อนรักและเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคณะนักร้องประสานเสียง สุเทพคอรัส ขึ้นมาเป็นครั้งแรก  ก่อนจะที่มีสมาชิกคนต่อ ๆ มาคือ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา, นิทัศน์ ละอองศรี, ธานินทร์ อินทรเทพ, สุวัจชัย สุทธิมา, มนูญ เทพประทาน และ อดุลย์ กรีน จนครบทีม โดยมี นริส ทรัพยประภา เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานและควบคุมดนตรี





ครูป.วรานนท์
ภาพจาก siamdara.com



เมื่ออดิศักดิ์ เศวตนันท์ กับสวลี ผกาพันธุ์ได้ตั้งคณะละครชื่นชุมนุมศิลปินขึ้นมา อดิเรก จันทร์เรือง ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักร้อง เช่นเดียวกับ ชรินทร์ นันทนาคร, สุเทพ วงศ์กำแหง, นริศ อารีย์ และพูลศรี เจริญพงษ์ เพียงแต่อดิเรกมักนำเพลงสากลของแฟรงค์ ซิเนตร้า, ดีน มาร์ติน และแอนดี้ วิลเลียมส์ มาขับร้อง


กระทั่ง พ.ศ. ๒๔๙๘ เมื่อคณะชื่นชุมนุมศิลปินเป็นคณะแรกที่ได้จัดรายการเพลงทางทีวี ในสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ครูสมาน กาญจนผลิน ผู้ควบคุมวงดนตรี ได้แต่งเพลงผมเองให้อดิเรกร้องบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก ต่อด้วยเพลงสวรรค์บนทราย อดิเรกมามีชื่อเสียงกับเพลงไทยเมื่อนำเพลงไก่ฟ้าของชาญ เย็นแขมาร้องใหม่ ต่อเนื่องด้วยการอัดแผ่นเพลงชุมทางชีวิต ของนริส ทรัพยประภา และเพลงทะเลน้ำตาของ ป.ชื่นประโยชน์





ภาพจาก saisampan.net



อดิเรกเริ่มร้องเพลงประจำที่นาโทริสและโรงแรมโอเรียนเต็ล มีโอกาสไปหาสุเทพ วงศ์กำแหง ที่ภัตตาคารห้อยเทียนเหลา จึงร่วมก่อตั้งคณะสุเทพคอรัส ภายหลังจึงได้ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา มาร่วมคณะ เมื่อสุเทพมีภารกิจต้องเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น คณะสุเทพคอรัสจำเป็นหยุดพักชั่วคราว ระหว่างนั้นครูลัดดา สารตายน (ศิลปบรรเลง) มีโครงการนำศิลปะนาฏศิลป์ไทยไปแสดงที่ยุโรปและอเมริกา อดิเรกซึ่งมีความฝันอยากเห็นความศิวิไลซ์ของโลกตะวันตก มีโอกาสติดตามไปแสดงที่อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน ชาวคณะผกาวลีกว่า ๒o คนได้รับเกียรติแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระราชินีเดนมาร์ก ก่อนจะข้ามฝั่งไปแสดงอีก ๒๖ รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา





ภาพจาก pisutshop.com



เมื่อสิ้นสุดการแสดงที่มหานครนิวยอร์ก อดิเรกตัดสินใจไม่กลับเมืองไทยพร้อมคณะ และเริ่มชีวิตโรบินฮูดตระเวนร้องเพลงตามสถานบันเทิง อดิเรกพกพาความมุ่งมั่นไปพบวิลเลียมส์ มอริส เอเยนซีคัดเลือกศิลปินออกรายการทูไนท์โชว์ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี จนมีโอกาสให้จอห์นนี คาร์สัน พิธีกรทูไนท์โชว์สัมภาษณ์ชีวิตและเรื่องราวการแสดงข้ามประเทศของคณะผกาวลี อดิเรกตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา จนได้รับกรีนการ์ดสัญชาติอเมริกัน และใช้ชีวิตอยู่กับลูกชาย ดิเรก จันทร์เรือง และลูกสาว เมธาณี จันทร์เรือง อยู่ที่รัฐมิชิแกน แต่ก็บินกลับมาร่วมงานร้องเพลงในประเทศไทยเป็นครั้งคราว





ภาพจาก naewna.com



อดิเรกเมื่ออยู่เมืองไทยยังคงไม่ทิ้งอาชีพร้องเพลง มักจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเพลงเก่าเสมอ ตอนที่กลับมาพักผ่อนที่เมืองไทย มีคนถามว่าคุณอดิเรกไปร้องเพลงประจำอยู่ที่ ครัวรสสุคนธ์ โรงแรมรอยัลแปซิฟิก จริงหรือไม่ คำตอบคือไปร้องเพลงที่นั่นบ่อยครั้ง แต่ร้องในฐานะแขกที่ไปรับประทานอาหาร แต่ศุกร์ปลายเดือนพฤศจิกายน ครูชาลี อินทรวิจิตร เป็นหวัดเสียงแหบแห้ง ขอร้องให้ อดิเรก ช่วยไปร้องแทนหนึ่งวัน





ภาพจาก saisampan.net



เดือนกันยายนที่ผ่านมา นสพ.ลงข่าวคุณอดิเรกล้มป่วยด้วยโรคไตวายจนต้องฟอกไตสัปดาห์ละ ๓ ครั้งที่โรงพยาบาลราชวิถี และมีอาการทรุดหนักจนต้องนำตัวเข้าห้อง "ไอซียู" เพราะมีโรคแทรกซ้อนทั้งปอดบวมและติดเชื้อในกระแสเลือด แถมร่างกายยังผอมจนน่าเป็นห่วง ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและรับอาหารทางสายยาง แม้จะพูดไม่ได้แต่ยังมีสติรับรู้ปกติดี จนเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคมที่ผ่านมา อาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ มีเลือดออกในสมองแต่แพทย์ไม่สามารถผ่าตัดได้ เพราะภาวะร่างกายอ่อนแอและสิ้นใจอย่างสงบในเวลา o๘.o๕ น.



"ยามกินยามนอน...ร้าวรอนคนึง   
วาบหวิวรำพึง...ติดตรึงอยู่ทุกคืนวัน

โอ้วิมาน...เหลือเพียงแต่ซากสัมพันธ์       
หลอกหลอนเย้ยหยัน...จากสวรรค์วิมานทราย..."
   












ลืมพี่ลงคอ - อดิเรก จันทร์เรือง





ฟังคุณอดิเรกร้องเพลงสด ๆ ถึงสูงวัยแล้วแต่เสียงยังดีมาก ๆ

สไบแพร - อดิเรก จันทร์เรือง





ข้อมูลจาก
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒ ก.ย. ๒๕๕๖
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒๔ ต.ค. ๒๕๕๖
นสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ๒๗ ต.ค. - ๒ พ.ย. ๒๕๕๖
komchadluek.net



บีจีจากเวบwallcoo ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

TextEditor





 

Create Date : 25 ตุลาคม 2556    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 15:50:26 น.  

อำลา-อาลัย ก้าน แก้วสุพรรณ




ภาพจาก maemaiplengthai.com


รวมเพลง ก้าน แก้วสุพรรณ ๑




ช่วงหลัง ๆ มานี้วงการเพลงสูญเสียนักร้องรุ่นเก่า ๆ ไปหลายท่าน และล่าสุดคือ คุณก้าน แก้วสุพรรณ เราชอบฟังเพลงลูกทุ่งเก่า ๆ มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพลงคุณก้านก็ชอบมากหลายเพลง อย่างเช่น น้ำตาลก้นแก้ว แก่งคอย รอยไถแปร โสนน้อยเรือนงาม เพราะขอบรั้วกั้น และอีกหลาย ๆ เพลง ฟังแล้วเย็นในอารมณ์ดีเหลือเกิน เพื่อน ๆ ที่ชอบเพลงเก่าคงชอบเพลงคุณก้านเหมือนกัน


ได้ข่าวคุณก้านป่วยมาพักใหญ่แล้ว ไม่คิดว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้ เป็นบุญของท่านที่จากไปอย่างสงบ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวแก้วสุพรรณ และขอดวงวิญญาณท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ















ภาพจาก ohmytracks.com



หากจะพูดถึงนักร้องยุคแรก ๆ ของจังหวัดสุพรรณแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จักนักร้องระดับตำนานก้าน แก้วสุพรรณ มีชื่อจริงว่า มงคล หอมระรื่น มีชื่อเล่นว่า แดง เป็นชาวอำเภอสามชุก เป็นนักร้องลูกทุ่งชายเสียงดี มีน้ำเสียงหวานไพเราะ และได้ชื่อว่าเป็นนักร้องผู้เปิดตำนานนักร้องจากแดนสุพรรณ เมืองที่ผลิตนักร้องลูกทุ่งระดับตำนานประดับวงการเพลงลูกทุ่งมากมาย ก้าน แก้วสุพรรณ มีผลงานเพลงดังมากมาย แต่ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับเขาก็คือเพลง “น้ำตาลก้นแก้ว”


ขุนพลเพลงลูกทุ่งชื่อดังล้มป่วยกระทันหันจนทรุดหนัก ได้สร้างความตกใจแก่บุคคลที่ได้รับรู้ถึงอาการป่วยไม่น้อย โดยเฉพาะกับบุคคลในแวดวงลูกทุ่งสัปดาห์นี้ “บันเทิงแนวหน้า” จึงขอนำจุดเริ่มต้นของ ก้าน แก้วสุพรรณ บุคคลที่ควรค่าแก่การยกย่องในวงการเพลงลูกทุ่งมาฝาก ให้หวนรำลึกถึงอดีตกว่าจะเป็น “ครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่” ในวันนี้





ภาพจาก เฟซบุครายการชิงช้าสวรรค์


บุตรบุญธรรมของหลวงพ่อ


ด้วยความที่ครอบครัวมีฐานะยากจนจึงถูกนำมาฝากเลี้ยงไว้ที่วัด และต่อมาก็ได้เป็นบุตรบุญธรรมของพระครูสุนทรานุกิจ (หลวงพ่อวัดสามชุก) ด้วยความเอ็นดูของหลวงพ่อที่เอ็นดูเราเหมือนลูกแท้ และหวังให้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนต่อในชั้นสูง ๆ จึงต้องการให้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ โดยเข้ามาเมื่อชั้นป.๔ แต่การที่จะมาอยู่นี่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องบวชเป็นสามเณรก่อนในขั้นแรกเท่านั้น ซึ่งตอนนั้นอายุแค่ ๑o ปีเท่านั้น มันค่อนข้างเป็นเรื่องยากลำบากมาก แต่เพื่อที่จะได้เรียนต่อเลยต้องบวชเณร และระหว่างบวชก็ตั้งใจศึกษาพระธรรมคำสอนอย่างดีไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางอะไร จนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด โดยเรียนจบนักธรรมตรีในตอนอายุ ๑๗ ในตอนนั้นรู้สึกภูมิใจมาก ๆ ที่ตนเองทำได้ถึงแม้จะเป็นการเรียนทางธรรมแต่มันก็ภูมิใจจริง ๆ





ภาพจาก maemaiplengthai.com


เดินทางเข้ากรุงเทพ


หลังจากเรียนจบนักธรรมตรีก็ได้ถูกส่งตัวมาอยู่กรุงเทพฯ  เพื่อสอบนักธรรมโท ตอนนั้นวัดที่มาอยู่คือ วัดปรินายก แถวๆสะพานผ่านฟ้า แต่บวชได้ไม่นานเท่าไร เพราะมีภาระคอยอยู่ ก็คือครอบครัวของเราที่ลำบากต้องหาเงินมาให้ครอบครัวใช้จ่าย เพราะเหมือนเราเป็นหัวหน้าครอบครัวมีหน้าที่เลี้ยงทุกคน แต่จริง ๆ แล้วเราไม่ได้รู้สึกว่ามันคือเรื่องหนักหนา คือครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอยู่แล้ว





ภาพจาก baanbaimai.com


การตัดสินใจครั้งสำคัญ


ตอนนั้นด้วยสถานะทางครอบครัวเลยมีความจำเป็นต้องตัดสินใจสึกออกมา เพื่อหางานทำจะได้มีเงินส่งกลับไปที่บ้าน ซึ่งการหางานในช่วงเวลานั้นมันยากมาก เพราะเราก็อายุยังน้อย และไม่มีประสบการณ์อะไร แต่หางานอยู่สักพักก็ได้งาน คือการเป็นกระเป๋ารถเมล์ของบริษัท รสพ. โดยประจำอยู่ที่อู่ศรีนคร ซึ่งตอนแรกเราคิดว่างานที่ทำจะราบรื่น แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด คือจะมีแก๊งอันธพาลชอบมารังแกและดูถูกเรา ถามว่าทนไหวไหม ตอนแรก ๆ เราคิดว่าจะทนไหวมันเพราะถือว่าเราทำเพื่อครอบครัว แต่พอหนัก ๆ เข้ามันก็ไม่ไหวจริง ๆ จึงตัดสินใจลาออกดีกว่าแล้วกลับบ้านที่สุพรรณ คือคิดว่ายังไงซะสุพรรณก็คือบ้านของเรา คงไม่มีที่ไหนดีไปกว่าบ้านอีกแล้ว  พอเอาเข้าจริง ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะกลับไปได้ไม่นานก็กลับเข้ากรุงเทพฯ ใหม่ ด้วยความที่อยากหาเงินได้เยอะ ๆ คราวนี้เลยหันมาต่อยมวย โดยตระเวนต่อยตามงานต่าง ๆ ไปทั่ว คือมีงานไหนก็ไปหมดในยุคนั้นเวลาชกมวยเสร็จก็จะมีให้ร้องเพลงประชันกันด้วย





ภาพจาก maemaiplengthai.com


เข้าสู่วงการเพลง


มันมาจากความบังเอิญมากกว่า เพราะเพื่อนมักยุยงไปประกวด ด้วยพวกเขาเห็นว่ามีเสียงที่ดี แต่ตอนนั้นการประกวดเป็นไปแบบจำใจมากกว่า โดยส่วนตัวไม่ได้อยากเลย แล้วมีบางครั้งที่เพื่อนแอบไปลงชื่อประกวดให้โดยที่ไม่รู้มาก่อน แต่พอไปประกวดแล้วมันเหนือความคาดหมาย คือไม่คิดว่าตัวเองจะชนะ และก็มาคิดได้ว่าตระเวนประกวดเป็นอาชีพมันน่าจะดีกว่าชกมวย เพราะชกมวยมันเปลืองตัว เหนื่อย และอาจทำให้สภาพร่างกายของเราแย่ จึงตัดสินใจเดินสายประกวดแทนการชกมวยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แล้วส่วนใหญ่ไม่ว่าไปประกวดเวทีไหนก็จะได้แชมป์หมด จนไม่มีใครอยากให้ขึ้นประกวดแล้ว คือถูกขอร้องว่าไม่ให้ประกวด ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันในตอนนั้น แต่โชคเหมือนเข้าข้างเพราะมีแมวมองมาทาบทามเพราะเห็นว่าเราเสียงดีถูกใจเขา เลยชักชวนให้มาลองร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงดู เลยตัดสินใจตกลงทำเพราะคิดว่าโอกาสไม่ได้มาหาเราบ่อย แต่สุดท้ายเราก้ต้องผิดหวัง คือในตอนนั้นแมวมองพาไปพบคุณบังเละ วงค์อาบู และคุณคำรณ สัมบุญนานนท์ แล้วเหมือนคุณบังเละกับคุณคำรณ น่าจะยังไม่พอใจผลงานของเราจึงได้รับการปฎิเสธกลับมา





ภาพจาก baanbaimai.com

เรียนร้องเพลง


บังเอิญว่าได้ทราบข่าวว่าครู ป. ชื่นประโยชน์ เปิดโรงเรียนสอนดนตรีจึงไปลองสมัครดู แต่ว่าโรงเรียนของครูป. มีกฎว่าทุกคนที่สมัครจะต้องทดสอบเสียงร้องของตัวเองด้วย ตอนนั้นรู้สึกกดดันเหมือนกัน แต่คิดว่าต้องลองสักครั้ง ยังไงซะก็ไม่มีอะไรจะเสีย สำหรับคนมาสมัคร ถ้าเสียงผ่านถึงจะถูกเรียกตัวมาหลังจากปิดรับสมัคร ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะครูได้เรียกตัวมาเป็นนักเรียนเรียนร้องเพลง ตอนเรียนอยู่ก็ช่วยงานครูทุกอย่างทั้งเก็บกวาด และถูบ้าน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมครูถึงให้เป็นลูกบุญธรรมจนในที่สุดก็แต่งเพลงให้เพลงหนึ่งชื่อ "คนชาวนา" และตั้งชื่อใหม่ให้ซึ่งคือ ก้าน แก้วสุพรรณ  และก็พาไปบันทึกเสียงด้วย จากนั้นก็มีอีก ๒ เพลง แต่ก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก ถามว่าท้อไหม มันก็มีบ้างแต่ก็ยังคงสู้อยู่ เชื่อว่าต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน





ภาพจาก maemaiplengthai.com


เพลงที่สร้างชื่อเสียง



เพลง “ หลงกรุง ” ซึ่งเป็นเพลงของคุณต่อชัย ภู่ชมภู แต่เสียชีวิตก่อนที่จะแต่งเสร็จ ครู ป. จึงนำมาแต่งต่อ และเป็นโชคดีมาก ๆ ที่ได้มีโอกาสร่วมร้องเพลง และเป็นนักร้องของวงร่วมกับนักร้องเก่ง ๆ และมีชื่อเสียงมากมายอย่าง สุรพล สมบัติเจริญ, ผ่องศรี วรนุช  และตอนนั้นก็มีอีกเพลงคือ แก่งคอย ตอนตนมีชื่อเสียงพอควรแล้วครูก็ได้หยุดทำวง แต่ผมกับเพื่อนก็ออกมาทำวงใหม่ ใช้ชื่อว่า "ประกายดาว" ซึ่งก็มีนักร้องร่วมมากมายคือ สุรพล สมบัติเจริญ, ผ่องศรี วรนุช, ทูล ทองใจ, และคำรณ สัมบุณนานนท์  แล้ววงก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก คือส่วนตัวไม่ได้คิดว่าจะสบความสำเร็จนะ และพอมีงานเข้ามาเยอะ ๆ คุณสุรพล สมบัติเจริญ เลยแยกไปทำวงของตัวเอง ส่วนวงประกายดาว ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น “ก้าน แก้วสุพรรณ"





ภาพจาก maemaiplengthai.com



ทั้งนี้ สุรพล สมบัติเจริญ แต่งเพลงให้ร้อง ๕ เพลง  คือ น้ำตาลก้นแก้ว โสนน้อยเรือนงาม รอยไถแปร สาส์นสีโศก และคนปาดตาล ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวง “ประกายดาว” มาเป็นวง “ก้าน แก้วสุพรรณ” เดินสายรับงานทั่วประเทศอยู่ประมาณ ๑o ปี  หลังจากที่ สุรพล  สมบัติเจริญ เพื่อนรักถูกลอบยิงเสียชีวิตในปี ๒๕๑๑ ก้าน แก้วสุพรรณ มีความรู้สึกหดหู่ใจ จึงค่อย ๆ หายไปจากวงการ และเลิกวงไปในที่สุด แต่ยังรับใช้แฟนเพลงด้วยการรับเชิญไปร้องตามงานต่าง ๆ อยู่ไม่ขาด ที่ผ่านมามีผลงานเพลงโด่งดังมากมาย อาทิ  น้ำตาลก้นแก้ว แก่งคอย เพราะขอบรั้วกั้น หนุ่มเมืองนนท์ รอยไถแปร โสนน้อยเรือนงาม สาส์นสีโศก สวรรค์ชาวนา บางพลัด บางซ่อน บ้านแพน แม่ชบาไพร กระท่อมดวงใจ อกหักเพราะรักคุณ ลาแล้วแก้วตา หลงกรุง แก่งหลวง สาวบ้านสร้าง ฯลฯ





ภาพจาก ishop.jarungjai.com


อาการป่วย


ช่วงแรกมีอาการปวดท้องแต่ว่าไม่เป็นอะไรมากบวกกับไม่ค่อยมีเงินรักษาเลยไม่ได้ไปหาหมอ จนระยะหลังอาการทรุดหนักปวดท้องจนทนไม่ไหว ภรรยาต้องพาส่งโรงพยาบาล ไม่เคยคิดว่าตนเองจะป่วยหนักเพราะเลิกสูบบุหรี่มาเป็น ๒o ปีแล้วและเหล้าก็ไม่กินถือศีลมาตลอก แต่สุดท้ายก็เป็นมะเร็ง ตอนนี้ได้ย้ายมารักษาตัวที่ศูทย์มะเร็งแห่งชาติ พญาไท


หลังจากลูกทุ่งอมตะ "ก้าน แก้วสุพรรณ" หรือนายมงคล หอมระรื่น วัย ๗๔ ปี เจ้าของเพลงดังน้ำตาลก้นแก้ว และรอยไถแปร ล้มป่วยด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ และผ่าตัดลำไส้ใหญ่เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ อีกทั้งร่างกายผ่ายผอม และเข้ารักษาตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) อ.สามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายนที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อเวลา o๖.๕o  วันที่ ๖ ตุลาคม นักร้องลูกทุ่งชื่อดังเสียชีวิตลงอย่างสงบ





ภาพจาก saisampan.net



ด้าน น.ส.โชติก หอมระรื่น อายุ ๒๖ ปี ลูกสาว เล่าว่า พ่อรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ หมอบอกให้ทำใจตั้งแต่ตอนนั้น หมอบอกอยู่ได้ประมาณ ๒ เดือน แต่เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ ลำไส้ใหญ่แตก ขณะไปร้องเพลงที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ซึ่งมะเร็งลามไปมากแล้ว ตอนนั้นตัดเฉพาะไส้ที่แตก แต่พ่อได้กำลังใจจากแฟนเพลงจำนวนมากจึงอยู่มาได้ พอมาเข้าโรงพยาบาลรอบนี้ อาการทรงมาเรื่อย ๆ กระทั่งมีอาการไอเมื่อ ๒-๓ คืนที่ผ่านมา มีเสมหะบ้าง หมอก็ให้ยาตามปกติ

"ช่วงเช้ามืดเปิดพระสวดให้พ่อฟัง พอฟังพระจบพ่อก็ไปเลย พ่อไปสบายแล้ว หนูไม่อยากให้พ่อทรมาน"





ภาพจาก innnews.co.th



รวมเพลง ก้าน แก้วสุพรรณ ๒





ข้อมูลจาก
naewna.com
komchadluek.net



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้
พิพิธภัณฑ์เมือง


เสพงานศิลป์บล็อกล่าสุด
เสพงานศิลป์ ๖o



บีจีและไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





 

Create Date : 13 ตุลาคม 2556    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 15:51:24 น.  

เพลง "รักอย่ารู้คลาย"




ภาพจาก บล็อกคุณ yyswim


รักอย่ารู้คลาย - สุเทพ วงศ์กำแหง







“รักอย่ารู้คลาย”
คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน


จำพรากจากขวัญดวงใจ
ต่อนี้ไป ใครเล่าจะโลมสมร
โอ้ใครจะคอยพัดให้คลายร้อน
โอ้ใครเขาจะร้องกลอน กล่อมเจ้าให้นอน ฝันดี


ใครเล่าโลมเล้าเอาใจ
ห่างน้องไป ใจห่วงนวลฉวี
ไม่ควรโศกตรมให้เสื่อมราศี
เมื่อยามน้องโศกฤดี ก็เหมือนทรวงพี่ แหลกลาญ


จากน้องไปทั้งที...ขวัญพี่คงหาย
ถ้าแม้นมิได้จูบลานงคราญ
จูบฝังใจ ฝากไว้เป็นพยาน
เมื่อยามพี่ไปไกลบ้าน รักอย่าราญสลาย..


ลาก่อน ลาแล้วกานดา
ห่างน้องมา ยังห่วงอาลัยไม่หาย
กี่วันกี่เดือนรักอย่าสลาย
กี่ปีรักอย่ารู้คลาย อย่ารู้วันหน่ายจากกัน..





ปลายเดือนนี้ (๒๙ ก.ย.) คุณสุเทพจะจัดคอนเสิร์ต ตั้งชื่อได้เพราะมากว่า “ตามรอยแพรบนฟองเบียร์” คนรุ่นใหม่หน่อยคงสงสัยว่าทำไมถึงใช้ชื่อนี้ เหตุผลก็เพราะเป็นคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ชอบเสียงนุ่มนวลชวนฝันของคุณสุเทพ เลยให้สมญาว่า “นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์” คุณสุเทพมีเพลงที่เพราะมากมายนับไม่ถ้วน อย่างเพลงที่คอลัมน์ที่เอามาลงบล็อกเขียนถึงก็ชอบมาก ชื่อเพลง "รักอย่ารู้คลาย" ทั้งเนื้อร้องและทำนองเพราะเหลือเกิน คอนเสิร์ตจะจัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว อยู่ใกล้ ๆ บ้านแถมตรงกับวันอาทิตย์ด้วย เราได้ข่าวก็แจ้นไปจองบัตรอย่างไวเลย ตอนนี้ก็ตั้งตารอชมแบบใจจดใจจ่อมาก ท่านใดเป็นแฟนคลับคุณสุเทพอยากชมก็จองบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ได้เลยค่ะ



อ่านรายละเอียดคอนเสิร์ตได้ที่นี่ค่ะ
คอนเสิร์ต "ตามรอยแพรบนฟองเบียร์"



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด
เสพงานศิลป์ ๕๖












ภาพจาก plengpakjai.net


จาก 'รักอย่ารู้คลาย' ถึง 'บ้านเรา' สู่ ๘o ปี เสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์



ปี พ.ศ. ๒๕oo รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม คณะผู้แทนศิลปินไทย นำโดยสุวัฒน์ วรดิลก หัวหน้าคณะ และศิลปินนักแสดง ๔๘ คน อาทิ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, สุพรรณ บูรณพิมพ์, สุเทพ วงศ์กำแหง, บุญยง เกตุคง เป็นต้น ได้เดินทางไปเปิดการแสดงเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในจีนระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕oo และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวจีนและผู้นำจีนที่เข้ามาชมการแสดง รวมทั้งโจวเอินไหล นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น





ภาพจาก saisampan.net



แต่แล้วมิตรภาพระหว่างไทยกับจีนก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหนักหน่วง เมื่อรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงสงคราม ได้ถูกยึดอำนาจโดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ตึงเครียดขึ้นอีก เพราะ จอมพลสฤษดิ์ ดำเนินนโยบายต่อต้านและปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง อีกทั้งยังมีนโยบายผูกพันกับสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นแฟ้น





ภาพจาก wikipedia.org



คนไทยหลายคนที่เคยเดินทางไปเยือนจีนถูกจับกุมในข้อหาฝักฝ่ายคอมมิวนิสต์ สุวัฒน์ วรดิลก หัวหน้าคณะ ถูกจับกุมคุมขังเป็นเวลา ๔ ปี สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งได้ร่วมเดินทางไปในคณะด้วย ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกจับกุมเช่นเดียวกัน แต่ขากลับได้ตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นประมาณ ๓ ปี เพื่อศึกษาต่อทางด้านการวาดรูป ซึ่งเคยเรียนที่โรงเรียนเพาะช่างมาแล้ว และเพื่อลดความตึงเครียดทางการเมืองในขณะนั้นด้วย





ภาพจาก ryt9.com



เมื่อ ครูชาลี อินทรวิจิตร ได้ทราบข่าวว่าเพื่อนรักจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นถึง ๓ ปี ก็รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนมาก เกรงว่าชื่อเสียงจะหายไปจนทำให้แฟนเพลงลืมสนิท จึงได้ร่วมกันกับ ครูสมาน กาญจนะผลิน แต่งเพลงเฉพาะกิจขึ้นมาเพลงหนึ่งให้กับ สุเทพ วงศ์กำแหง แล้วกำชับว่า


“ถ้าเอ็งต้องไปถึง ๓ ปีละก็ แฟนเพลงเขาต้องลืมเอ็งแน่...เอาอย่างนี้ ไปร้องเพลงนี้อัดเสียงไว้ แล้วระหว่างที่เอ็งไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ๓ ปีนี้ ข้าจะเอาเพลงนี้ไปให้นักจัดรายการวิทยุเขาเปิดเชียร์ไว้ เสียงเอ็งจะได้ยังอยู่ตลอด ๓ ปีนี้ แฟนเพลงจะได้ไม่ลืม”





ภาพจาก noyshop.com


เพลงนั้นก็คือ “รักอย่ารู้คลาย” ซึ่งขึ้นต้นเพลงว่า


“จำพรากจากขวัญดวงใจ
ห่างน้องไปใจห่วงดวงสมร
โอ้ใครจะคอยพัดให้คลายร้อน
โอ้ใครเขาจะร้องกลอนกล่อมเจ้าให้นอนฝันดี....”



ภายหลังที่ได้ร้องบันทึกเสียงเพลง “รักอย่ารู้คลาย” เสร็จแล้ว สุเทพ วงศ์กำแหง ก็บินไปใช้ชีวิตและเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา ๓ ปีเต็ม จึงได้กลับประเทศไทย และตลอดเวลา ๓ ปีที่ผ่านไปนั้น ทุกอย่างได้เป็นไปตามความคาดหมายของครูชาลี นั่นคือสถานีวิทยุต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างพร้อมใจกันเปิดเพลง “รักอย่ารู้คลาย”ต่อเนื่องกันมาจากวันนั้น จนทำให้เพลงนี้ดังไปทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้





ภาพจาก weloveshopping.com



แต่ก่อนที่ สุเทพ วงศ์กำแหง จะกลับถึงเมืองไทย ครูชาลียังได้แต่งเพลงเตรียมไว้ให้อีกเพลงหนึ่ง ครูชาลีเล่าว่า


"เพลงใหม่นี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากภาพที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทรุดลงกราบพระบาทของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่สนามบิน เมื่อวันเสด็จฯ กลับประเทศไทย ภายหลังที่ทรงสำเร็จการศึกษามาจากประเทศออสเตรเลีย"


นั่นก็คือเพลงที่ชื่อ “บ้านเรา” คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร ทำนอง ประสิทธิ์ พยอมยงค์ ซึ่งมีวรรคทองอยู่ที่ท่อนแยกว่าดังนี้


“บุญนำพา...กลับมาถึงถิ่น
ทรุดกายลงจูบดิน...ไม่ถวิลหายใคร
หัวใจฉัน...ใครรับฝากเอาไว้
จากกันแสนไกล...ยังเก็บไว้หรือเปล่า....”



และจากเพลง “รักอย่ารู้คลาย” มาถึงเพลง “บ้านเรา” นี้เอง ที่ทำให้ช่วงหลังกลับจากไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ชื่อเสียงของ สุเทพ วงศ์กำแหง ได้ดังพุ่งขึ้นอีกครั้งอยากรวดเร็ว และครั้งนี้ได้พุ่งขึ้นสู่ความสุดยอดในชีวิตของการเป็นนักร้องหมายเลขหนึ่งของประเทศไทย ด้วยประกาศนียบัตรจากรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานถึง ๓ ปีซ้อน และได้รับสมญานามว่า “นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์” จากนักประพันธ์ใหญ่นามว่า 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์



บ้านเรา - สุเทพ วงศ์กำแหง




ในวันอำลา “ครัวรสสุคนธ์” โรงแรมรอยัลแปซิฟิค ถนนพระรามเก้า เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ สิงหาคม ที่ผ่านมา คอยแล้วคอยเล่าก็ไม่มีใครได้ยินเสียงเพลง “รักอย่ารู้คลาย” ทั้งจาก สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ หรือจากแขกที่มาร่วมอำลาอาลัย ทั้ง ๆ ที่ สุเทพ วงศ์กำแหง ร้องอยู่ที่นี่ทุกคืนวันจันทร์ ต่อเนื่องกันมา ๒o ปีเศษแล้ว


แต่ในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายนนี้ ในคอนเสิร์ต “ตามรอยแพรบนฟองเบียร์” เวลาแสดง ๑๔.oo น. ณ BCC HALL บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น ๕ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เราอาจได้ยินเพลง “รักอย่ารู้คลาย” บนเวทีนี้บ้างก็ได้


ซื้อบัตรได้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือ โทร. o๒-๒๖๒-๓๔๕๖ ราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,๒oo และ ๑,ooo บาท





ภาพจาก thaiticketmajor.com



ข้อมูลจากนสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ๑-๗ ก.ย. ๒๕๕๖



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100 และ คุณ ebaemi


Free TextEditor





 

Create Date : 24 กันยายน 2556    
Last Update : 31 ตุลาคม 2557 20:33:34 น.  

คอนเสิร์ต "ตามรอยแพรบนฟองเบียร์"





สุดที่รัก - สุเทพ วงศ์กำแหง





“สุเทพ วงศ์กำแหง” ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของตำนาน “นักร้องเสียงขยี้แพรในฟองเบียร์” และ สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปภัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัทพล นิกร กิมหงวน จำกัด แถลงข่าวคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” คอนเสิร์ตครั้งสำคัญ รวมเพลงยอดนิยมตลอดกาลที่ท่านบันเสียงไว้เกือบ ๕,ooo เพลง โดยในงานนี้ได้คัดสรรค์บทเพลงพิเศษช่วงหนึ่งของชีวิต ของคุณ สุเทพ รวมกว่า ๔o บทเพลง พร้อมแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต การันตีความเพลิดเพลินตลอดการแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งจะมีขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น. ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว






นายบูรพา อารัมภีร และ นายนพรุจ กีรติกุลอเนก ผู้บริหารบริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด ในนามผู้จัดงาน กล่าวถึงการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “เนื่องด้วย บริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด มีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของทายาทศิลปินแห่งชาติที่ผูกพันกับงานประพันธ์รวมทั้งเป็นนักเขียนและผู้จัดรายการวิทยุ ร่วมกับ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจ อีเว้นท์และประชาสัมพันธ์ และ ผู้ที่มีธุรกิจด้านการศึกษาและส่งเสริมสังคมวัฒนธรรม แต่ทั้งหมดต่างมีมุมมองเดียวกันในด้านเพลงไทยสากลหรือเพลงลูกกรุงที่กำลังมีบทบาทน้อยลงไปในยุคปัจจุบัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันใช้ความสามารถและประสบการณ์สร้างสรรค์งานและกิจกรรม เรียกกระแสความสนใจในเพลงลูกกรุงรวมถึงกิจกรรมบันเทิงในอดีตให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยการจัดงานคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งครั้งสำคัญ ในการสร้างปรากฏการณ์คอนเสิร์ตระดับตำนานที่จะทำให้ผู้เข้าชมได้ซาบซึ้งอิ่มเอมไปกับบทเพลง และเข้าถึงความเป็นยอดนิยมตลอดการอย่างแท้จริง”






“การจัดงานคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ในครั้งนี้ มีความแตกต่างจากคอนเสิร์ต ของ คุณสุเทพ ตลอดกว่า ๖o ปี บนเส้นทางสายดนตรี เนื่องจากการแสดงคอนเสิร์ตจะถ่ายทอดและเรียงร้อยเรื่องราวชีวประวัติของ คุณสุเทพ ผ่านภาพประวัติศาสตร์ชีวิตคุณสุเทพที่แฟนเพลงไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงการนำเอา Computer Graphic ซึ่งเป็นเทคนิคสมัยใหม่มาแต่งเติมและสร้างสีสรรค์ให้กับรูปแบบการแสดง ให้ดูทันสมัย ตระการตา ไม่น่าเบื่อ จำเจ รวมถึงเพลงยอดนิยมในแต่ละช่วงชีวิต ซึ่งได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร และ คุณบูรพา อารัมภีร ร่วมเรียงร้อยเรื่องราว ทางด้านผู้สร้างสรรค์งานดนตรีและอำนวยเพลง ได้แก่ คุณอรรถพร กำภู ณ อยุธยา นักดนตรี หนึ่งในสมาชิก วงดนตรี พิ้งแนเตอร์ และโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงใหญ่ที่ผูกพันกับงานเพลงลูกกรุงและ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังศิลปินระดับต้ๆนที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ อัลบั้มโกลด์ซีรีส์สุนทราภรณ์, เบิร์ด ธงไชย ๑oo เพลงรัก, ชรินทร์ นันทนาคร, นันทิดา แก้วบัวสาย, ศรันญ่า สงเสริมสวัสดิ์ เป็นต้น






โดยมีนักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีใจรักเพลงไทยสากล ในนาม “วงดนตรีมิตรต่างวัย” ที่ก่อตั้งโดย บริษัท พล นิกร กิมหงวน พร้อมเครื่องดนตรีกว่า ๓o ชิ้น ร่วมสร้างสรรดนตรีในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งทุก ๆ บทเพลงจะได้รับการเรียบเรียงท่วงทำนองใหม่ให้มีความละมุนละไมแต่ยังไม่ทิ้งโครงของท่วงทำนองเพลงเดิม และเพิ่มกลิ่นไอของความทันสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืน”


ทางด้านพระเอกคนสำคัญ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ เปิดเผยถึงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “คอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” จะถือเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตครั้งสำคัญบนเส้นทางสายดนตรี ด้วยบทเพลงเกือบ ๔o เพลง ที่ขนมาเอาใจคอเพลงลูกกรุงและแฟนเพลงของ ”สุเทพ” โดยจะมีทั้งเพลงยอดนิยมที่คุ้นหู รวมถึงเพลงที่ไม่เคยมีการบันทึกเสียงมาก่อน แต่เป็นเพลงที่ได้มีโอกาสร้องประกอบละครวิทยุ ละครเวที ละครทีวี พร้อมกันนี้ยังมีแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต ที่จะมาร่วมมอบความสุขตลอดคอนเสิร์ต ได้แก่ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ, คุณโฉมฉาย อรุณฉาน, คุณผุสดี วงศ์กำแหง, คุณสุเมธ องอาจ, คุณปุ้ย The Voice (ดวงพร พงศ์ผาสุก), กลุ่มสุเทพ จูเนียร์ (คุณชรัมภ์ เทพชัย, คุณพรหมเทพ เทพรัตน์, คุณฎากร เทพทอง, คุณอุมาพร บัวพึ่ง, คุณวิชัย ปุญญะยันต์) และ คุณเชี่ยวชาญ สมบัติเทพ ลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุด”






ภายในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” ยังมีโชว์พิเศษเรียกน้ำย่อยจากแฟนเพลงด้วยการแสดงจาก “คุณสุเทพ วงศ์กำแหง” ในบทเพลง “คนขายเสียง” และ เพลงยอดนิยม “เสน่หา” พร้อมกันนี้ยังมีโชว์พิเศษกับแขกรับเชิญ “คุณสุเมธ องอาจ” ในบทเพลงยอดนิยมตลอดกาล “รักคุณเข้าแล้ว” กับแนวเพลงอะคูสติก!!! ที่ถือเป็นครั้งแรกของคุณสุเทพที่ร้องเพลงในแนวอะคูสติก นอกจากนี้ยังโชว์บทเพลงไพเราะ“ป่าลั่น” จากคุณสุเทพ พร้อมด้วย กลุ่มสุเทพจูเนียร์






คอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ ๘o สุเทพ วงศ์กำแหง” คอนเสิร์ตรวมเพลงยอดนิยมตลอดกาลและเพลงพิเศษรวมกว่า ๔o บทเพลง และแขกรับเชิญกว่า ๑o ชีวิต ในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น. ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,๒oo, ๑,ooo บาท สำรองบัตรได้แล้วที่ ไทยทิกเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ โทร.o๒-๒๖๒-๒๔๕๖ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปภัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี






ภาพและข้อมูลจาก
newsplus.co.th
1m1f.com
thaipr.net
แม่ไม้เพลงไทย
ศิลปินแห่งชาติ
wilipedia.org
dekchalad.net
jetkaro.exteen.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่



Free TextEditor





 

Create Date : 24 กันยายน 2556    
Last Update : 24 กันยายน 2556 8:48:16 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  
BlogGang Popular Award#10


 
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 81 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.