happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

อำลา...อาลัย Mel Torme




ภาพจากเวบ musicbloodline.info



MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com



วันหยุดสบาย ๆ ให้ฟังเพลงเก่าเพราะ ๆ จากนักร้องเสียงนุ่มนวลชวนฝันกันค่ะ หลายวันก่อนอ่านเจอข่าวไว้อาลัย เมล ทอร์เม่ ในนสพ.กรุงเทพธุรกิจ เลยคว้ามาอัพบล็อก เราว่าคนไทยคงไม่ค่อยรู้จักนักร้องท่านนี้เท่าไหร่ น้องชายแนะนำให้ฟังเพลงของเมลเพราะเห็นว่าเราชอบเพลงแฟรก์ ซิเนตรา ฟังแล้วชอบมาก ๆ สไตล์การร้องและเสียงออกแนวคล้าย ๆ กันเลย ถือได้ว่าสองท่านนี้เป็นนักร้องรุ่นเดียวกัน ลุงเมลอายุอ่อนกว่าลุงแฟรก์สิบปี เราชอบเพลงเก่า ๆ ไม่ว่าจะไทยหรือเทศก็ตรงที่เนื้อร้องเพราะราวกับบทกวี ทำนองก็แสนจะเสนาะหู ที่จริงสองท่านนี้ร้องเพลงสไตล์แจ๊สที่มีทำนองคึกคักด้วย แต่เราชอบเพลงแนวหวาน เลยเลือกแต่เพลงช้ามาให้ฟังกัน


ป่านนี้สวรรค์คงอบอวลไปด้วยเสียงอันเสนาะโสตของนักร้องเสียงสวรรค์ เพราะลุงเมลไปร้องเพลงประสานเสียงกับลุงแฟรก์บนฟ้าแล้ว ขอร่วมไว้อาลัยต่อลุงเมล ขอดวงวิญญาณท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวทอร์เม่ด้วยค่ะ










อัพบล็อกบอกข่าวนิทรรศการศิลปะอันใหม่แล้ว
อยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้างก็คลิกเลยค่า เสพงานศิลป์ ๓






ภาพจากเวบ quotestemple.com



ถ้าเอ่ยถึงนักร้องแจ๊สชาย ชื่อของ เมล ทอร์เม่ (Mel Torme) อาจจะไม่เป็นที่รู้จักกันกว้างขว้างนักในบ้านเรา แต่ เมล ทอร์เม่ เป็นศิลปินมากความสามารถที่ทำงานอยู่ในแวดวงบันเทิงหลากหลายด้าน ต่อเนื่องและยาวนานมากว่า ๖o ปี ทั้งงานด้านการร้องเพลง เล่นดนตรี แต่งเพลง เป็นผู้เรียบเรียงดนตรี ผู้ผลิตรายการทีวี รวมไปถึงการใช้เวลาที่เหลือจากงานที่กล่าวไปข้างต้น ถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านั้นออกมาเป็นตัวหนังสือ ให้ผู้คนได้ติดตามค้นหาความเป็นไปของตัวละครชีวิตจริงในโลกมายาที่น้อยคนนักจะได้เข้าไปสัมผัส





ภาพจากเวบ everythingaction.com



เมล ทอร์เม่ เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ค.ศ. ๑๙๒๕ ที่นครชิคาโก ครอบครัวเป็นชาวยิวที่รักเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เขาเติบโตมาในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง แผ่นเสียง และมีตัวโน้ตเพลงวิ่งวนเวียนอยู่รอบตัว ทอร์เม่ ซึมซับเสียงดนตรี และหลงรักบทเพลงเหล่านั้น ในวัยเด็กเขาให้ความสนใจเรียนกลองและเปียโน





ภาพจากเวบ bangkokjazzlife.com



เมื่ออายุ ๖ ขวบได้เข้าร่วมกับคณะละครเด็ก ออกแสดงละครไปทั่วเมืองชิคาโก และอีกสองปีต่อมา ทอร์เม่ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงในประเภทเด็กจากงาน The Century of Progress World’s Fair ผลจากการประกวดครั้งนี้ทำให้เขาได้เข้าร่วมแสดงละครชวนหัวเรื่อง Song of The City ของสถานีวิทยุ NBC ในบทของ จิมมี เด็กส่งหนังสือพิมพ์ จากนั้นมา ทอร์เม่ กลายเป็นดาราเด็กเนื้อหอมที่มีงานแสดงเข้ามามากมายต่อเนื่องจนเข้าสู่วัยรุ่น





ภาพจากเวบ bangkokjazzlife.com



เมื่อ ทอร์เม่ อายุ ๑๕ ปี ความสามารถอีกด้านหนึ่งของเขาได้ฉายออกมา นั่นก็คือการประพันธ์เพลง ทอร์เม่ได้นำบทเพลง Lament to Love ที่เขาแต่งไปทดสอบกับวงของ แฮรี่ เจมส์ (Harry James) นักทรัมเป็ตและนายวงบิ๊กแบนด์ชื่อดัง ซึ่งในขณะนั้นกำลังเปิดรับสมัครนักร้องประจำวง แม้จะพลาดโอกาสการเป็นนักร้องในวงแฮรี่ เจมส์ แต่เพลงที่เขานำไปร้องในการทดสอบนั้นกลับเป็นที่ชื่นชอบของ เจมส์ จนกระทั่ง เจมส์ ขออนุญาตนำบทเพลงดังกล่าวไปบันทึกเสียง และเพลง Lament to Love ก็กลายเป็นเพลงฮิต ติดอันดับท๊อปเท็นใน Hit Parade ที่จัดอันดับความนิยมเพลงในยุคนั้น





ภาพจากเวบ quotestemple.com



เมื่อเพลง Lament to Love ดังกระหึ่มไปทั่ว ชื่อเสียงของ ทอร์เม่ เองเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้ เบน โพลแลค (Ben Pollack) มือกลองและนายวงชื่อดัง มองเห็นพรสวรรค์และความสามารถอันหลากหลายของ ทอร์เม่ เขาได้เซ็นต์สัญญาว่าจ้างให้ ทอร์เม่ เป็นนักร้องและเป็นผู้เรียบเรียงดนตรี สำหรับวงดนตรีที่เขาทำร่วมกับ ชิคโก มาร์กซ์ (Chico Marx) ศิลปินตลก ซึ่งในช่วงหลัง ทอร์เม่ได้ทำหน้าที่มือกลองประจำวงอีกตำแหน่งหนึ่ง





ภาพจากเวบ soundtrackcollector.com




หลังจากแยกวงกับ พอลแลค และ มาร์กซ์ ทอร์เม่มีโอกาสร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง Higher and Higher ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา และยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ แฟรงค์ ซิเนตร้า (Frank Sinatra) ซึ่งในขณะนั้นทั้งคู่ได้รับบทบาทเป็นเพียงดาราประกอบ หลังจากนั้น ทอร์เม่ มีผลงานภาพยนตร์ตามมาอีกสองเรื่องคือ Pardon My Rhythm และ Let’s Go Steady





แฟรงค์ ซิเนตร้า
ภาพจากเวบ screenhead.com



ในปี ๑๙๔๔ ทอร์เม่ ได้จัดตั้งวงคณะนักร้องมีชื่อว่า เมล-โทนส์ (Mel-Tones) ขึ้น สมาชิกวงประกอบไปด้วย เบอร์นี พาร์ค (Bernie Parke), เบ็ตตี บีเวริดจ์ (Betty Beveridge), เลส แบกซ์เตอร์ (Les Baxter) และ จินนี โอ คอนเนอร์ (Ginny O’Conner)





วงดนตรี เมล-โทนส์
ภาพจากเวบ singers.com



คณะ เมล-โทนส์ สร้างชื่อเสียง มีเพลงฮิตอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อได้มีโอกาสร่วมงานกับวงดนตรีชื่อดังของ อาร์ตี ชอว์ (Artie Shaw’s Band) คณะเมล-โทนส์ ถือเป็นวงต้นแบบให้กับคณะนักร้องในยุคหลัง เช่นวง เดอะแมนแฮตตัน ทรานซ์เฟอร์ (The Manhattan Transfer) คณะนักร้องแจ๊สประสานเสียงที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน





วงเดอะแมนแฮตตัน ทรานซ์เฟอร์
ภาพจากเวบ uulyrics.com



จนกระทั่งปี ๑๙๔๗ ทอร์เม่ ตัดสินใจยุบวงเพื่อแยกตัวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว ช่วงแรก ทอร์เม่ ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จนกระทั่งปี ๑๙๔๙ ผลงานเพลง The Careless Love ได้รับความนิยมจนขึ้นถึงอันดับ ๑ ของชาร์ทเพลงฮิต หลังจากนั้นก็มีเพลงฮิตอื่น ๆ ตามมาอีกเป็นระยะ ๆ





ภาพจากเวบ timelesstrack.com



และในช่วงนี้เอง เพลง The Christmas Song (Chestnut Roasting on the Open Fire…) ที่ ทอร์เม่ แต่งขึ้นร่วมกับ บ๊อบ เวลล์ส (Bob Wells) ถูกนำไปบันทึกเสียงในอัลบั้มเพลงคริสมาสต์ ของ แน็ท คิง โคล (Nat King Cole) นักร้องผิวสีผู้โด่งดัง เสียงร้องอันนุ่มนวลของ แน็ท คิง โคล ปัดฝุ่นงานประพัน์ของทอร์เม่ และ เวลล์ส ที่ทิ้งร้างนานหลายปีให้กลายมาเป็นเพลงฮิต ถูกนำมาบันทึกเสียงครั้งแล้วครั้งเล่า กลายเป็นบทเพลงประจำเทศกาลคริสมาสต์ที่คนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี





แน็ท คิง โคล
ภาพจากเวบ maniadb.com



นอกเหนือจากงานร้องเพลง การประพันธ์เพลงและงานด้านการแสดง ทอร์เม่ ยังสนใจงานด้านการผลิตรายการโทรทัศน์ด้วย ในปี ๑๙๖๓ ทอร์เม่ ได้ร่วมเขียนบทให้กับสถานีโทรทัศน์ CBS รายการ Judy Garland Show มี จูดี้ การ์แลนด์ ดาราสาวมากความสามารถเป็นผู้ดำเนินรายการโดย ทอร์เม่ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงานในครั้งนี้ออกมาเป็นหนังสือชื่อ The Other Side of the Rainbow





จูดี้ การ์แลนด์
ภาพจากเวบ stevehollier.wordpress.com



ผลงานทางด้านการเขียนหนังสือของ ทอร์เม่ ยังรวมไปถึง อัตชีวประวัติของ Buddy Rich มือกลองคนสำคัญของวงการแจ๊ส และ อัตชีวประวัติของเขาเองที่ใช้ชื่อว่า It Wasn’t All Velvet





ภาพจากเวบ ebay.com



ปี ๑๙๘o ทอร์เม่ มีผลงานบันทึกเสียงร่วมกับ จอร์จ เชียริง (George Shearing) นักเปียโนแจ๊สตาพิการ อัลบั้ม An Evening with George Shearing and Mel Torme ได้รับรางวัลแกรมมีปี ๑๙๘๒ และอัลบั้ม Top Drawer ได้รับรางวัลแกรมมีปี ๑๙๘๓ ติดต่อกันสองปีซ้อน หลังจากนั้นยังมีผลงานร่วมกันต่อเนื่องอีกหลายชุด





ภาพจากเวบ tradebit.com




ภาพจากเวบ ebay.com



ทอร์เม่ ใช้เวลาในชีวิตของเขาไปกับการสร้างสรรค์ผลงานมากมาย แม้เขาจะไม่มีเวลาว่างมากนัก แต่ดูเหมือนว่า ทอร์เม่ มีความสุขในสิ่งที่เขาทำ ทอร์เม่ ยังคงร้องเพลงต่อไป จนเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต อาการเส้นเลือดในสมองตีบตันทำให้เป็นอัมพาตต้องนั่งรถเข็น ทอร์เม่ จึงจำเป็นต้องหยุดทำงานที่เขารักและพักผ่อนอยู่บ้าน จนกระทั่งวันที่ ๕ มิถุนายน ๑๙๙๙ ทอร์เม่ จากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงผลงานที่ข้ามผ่านกาลเวลามานานแสนนาน





ภาพจากเวบ clarkknowless.wordpress.com




Rest in Peace...Mel Torme
ภาพจากเวบ quotestemple.com










ข้อมูลจากเวบ
bangkokjazzlife.com
นสพ.กรุงเทพธุรกิจ จุดประกายวันที่ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๕



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนขวับจ๊ะ


บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2555 19:18:09 น.  

Those Were The Days




ภาพจากเวบ uulyrics.com


Those Were the Days 1968 - Mary Hopkin




อัพเพลงเก่าที่เพราะมาก ๆ ให้ฟังกันค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงฝรั่งเพลงแรก ๆ ที่รู้จัก ฟังปุ๊บก็ชอบปั๊บเลย ถ้าใครชอบเพลงฝรั่งเก่า ๆ คิดว่าเพลงนี้ต้องเป็นเพลงในดวงใจอันดับต้น ๆ แน่ เป็นเพลงที่มีเสน่ห์มาก ทั้งเนื้อร้องและทำนองอวบอวลไปด้วยอารมณ์ nostalgia แค่ทำนองเพลงขึ้นมาก็ทำให้อมยิ้มได้ทุกคราวไป นึกอยากอัพเพลงนี้มานาน พอดีได้อ่านคอลัมน์ "บุคลิกภาพ - มุมมองของแฟชั่นและการแต่งกาย" ในนิตยสารสกุลไทย คุณสุภาพิมพ์เขียนถึงเพลงนี้ไว้ค่อนข้างละเอียด ทำให้ได้รู้ว่าเพลงต้นฉบับเป็นภาษารัสเซียน เพลงเพราะได้ใจ เลยมีคนนำมาร้องใหม่ในหลายหลายภาษา หลายเวอร์ชั่น เข้าไปดูข้อมูลใน wekipedia ลองนับดูในแล้วมากกว่า ๖o เวอร์ชั่น

ไม่ได้ซื้อแฟนหนังสือสกุลไทย แต่ไปร้านหนังสือก็จะพลิกอ่านคอลัมน์ของคุณสุภาพิมพ์เป็นประจำ เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาหลายปี ถึงตอนนี้ก็ส่งความรู้คืนครูเรียบวุธ แต่ก็ยังชอบอะไรที่เกี่ยวกับประเทศนี้อยู่ ท่านจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศฝรั่งเศส เพราะงั้นเลยชอบอ่านคอลัมน์ของคุณสุภาพิมพ์ไปด้วย นึกอยากรู้ว่าท่านเป็นใคร ถ้าใครรู้จักคุณสุภาพิมพ์ วานเข้ามาบอกหน่อยนะคะ

ในคอลัมน์ลงเนื้อเพลงทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส พิมพ์เนื้อเพลงกับหาคำแปลเนื้อภาษาอังกฤษได้ แต่ภาษาฝรั่งเศส มีตัวบังคับสระหรืออั๊กซอง (accent) พิมพ์ไม่เป็น ต้องไปหาเนื้อเพลงจากในเวบ ส่วนคำแปลหาไม่เจอ จะแปลเองคงม่ายเวิร์ค ท่านใดเก่งภาษาฝรั่งเศสจะช่วยแปลจะเป็นพระคุณยิ่งค่า
















THOSE WERE THE DAYS


Once upon a time there was a tavern,
Where we used to raise a glass or two.
Remember how we laughed away the hours
And dreamed of all the great things we would do.

เมื่อนานมาแล้วในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
ที่พวกเราเคยชนแก้วกัน
จำได้ไหม ช่วงเวลาที่เรามีแต่เสียงหัวเราะ
วันที่เราร่วมกันวาดฝันถึงสิ่งยิ่งใหญ่ที่จะทำในวันข้างหน้า


(Refrain)Those were the days, my friend!
We thought they’d never end.
We’d sing and dance forever and a day.
We’d live the life we choose.
We´d fight and never lose.
For we were young and sure to have our way
La la la la...

วันเวลาเหล่านั้น เพื่อนเอย!
เราต่างคิดว่ามันไม่มีวันสิ้นสุด
เราจะร้องและเต้นรำตลอดไป เช่นในวันนั้น
เราใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือก
เราต่อสู้และไม่เคยสูญเสีย
เพราะเรายังเด็กและแน่ใจว่ามีเส้นทางสำหรับเรารออยู่


Then the busy years went rushing by us.
We lost our starry notions on the way.
If by chance I’d see you in the tavern,
We’d smile at one another and we´d say:

จากนั้นปีที่วุ่นวายวิ่งไล่ตามเรามา
เราเสียความคิดหวังอันแจ่มจ้าที่เคยวาดไว้
ถ้ามีโอกาส ฉันจะเห็นเธอในร้านเหล้า
เรายิ้มให้กันและพูดคุยถามไถ่


(Refrain)


Just tonight I stood before the tavern.
Nothing seemed the way it used to be.
In the glass I saw a strange reflection.
Was that lonely woman really me?

คืนนั้น ฉันยืนอยู่หน้าร้านเหล้า
ดูเหมือนมันไม่มีทางที่มันเคยเป้น
ในกระจกนั้น ฉันเห็นภาพสะท้อนที่แปลกไป
ผู้หญิงที่ดูเหงาคนนั้น คือฉันหรือ?


(Refrain)


Through the door there came familiar laughter.
I saw your face and heard you call my name.
Oh, my friend, we’re older but no wiser,
For in our hearts the dreams are still the same.

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยดังลอดประตูออกมา
ฉันเห็นเธอและได้ยินเธอเรียกชื่อฉัน
โอ เพื่อน เราต่างแก่ลงแต่ยังคงเขลา
เพราะหัวใจยังไม่ทิ้งความฝันในวันเก่า

(Refrain)


คำแปลจาก บล็อกคุณดอกไม้บานริมรั้ว








ภาพจากเวบ jimsfavoritemusic.blogspot.com




ภาพจากเวบ strawbsweb.co.uk



ในทศวรรษ ๑๙๖o เพลงหนึ่งที่ฮิตมากคือ Those were the days ร้องโดย แมรี ฮอพคิน (Mary Hopkin) ทำนองเพลงตะวันออก ๆ อย่างบอกไม่ถูก มาทราบในภายหลังว่าเป็นทำนองเพลงพื้นเมืองของยิปซีในรัสเซีย ซึ่งมีมาแต่โบราณกาล มีข้อมูลอยู่ระบุว่าเพลงนี้มีการบันทึกเสียงกันมาตั้งแต่ยุค ๒o ของศตวรรษที่แล้ว






Along An Endless Road / Дорогой длинною (subs by V.Chetin)




ผู้ที่นำไปอัดแผ่นเสียงครั้งแรกในทศวรรษ ๑๙๒o คือ อเล็กซานเดอร์ เวอร์ตินสกี (Alexander Vertinsky) ผู้แต่งเนื้อร้องคือ คอนสแตนติน โปเดรฟสกี (Konstantin Podrevsky) ชื่อเพลง Dorogoi dlinnoyu ("Дорогой длинною", lit. "By the long road") หรือแปลเป็นไทยว่า "เส้นทางสายยาว" แต่บางคนใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Endless Road เพลงพื้นบ้านยิปซี-รัสเซียนั้นมีไพเราะหลายเพลง เช่น Dark Eyes หรือ Nights in Moscow









The Limeliters เป็นผู้ทำให้เพลง Dorogoi dlinnoyu เป็นที่รู้จัก ต่อมาในปี ๑๙๖๘ บอรีส ฟอมิน (Boris Fomin) ยีน ราสคิน (Gene Raskin) แต่งเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ พอล แมคคาร์ทนีย์ (Paul mcCartnery) สนับสนุนให้ แมรี ฮอพคินส์ ร้องอัดแผ่นเสียง โดยเขาเป็นโปรดิวเซอร์เอง





พอล แมคคาร์ทนีย์
ภาพจากเวบ fanpop.com



หลังจากนั้นศิลปินคนอื่น ๆ ก็นำเพลงนี้ไปร้องมากมายหลายคน อย่าง Sandie Shaw, The Fifth Dimension, Susan Lainey, Dayna Kurtz, Kiki & Herb, Cara Jones, Leningrad Cowboys และ Dolly Parton ส่วนในเวอร์ชั่นภาษาต่างประเทศของแมคคาร์ทนีย์ ก็มีผู้นำมาร้องใหม่หลายคน รวมทั้งยังมีการดัดแปลงเนื้อร้องเป็นภาษาอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกหลายภาษา เช่น ญี่ปุ่น, จีน (ร้องโดย เติ้ง ลี่ จวิน ), สวีเดน, ฮังการี, ฮีบรู, สโลวีเนีย, อัฟกัน, เวียดนาม และอื่น ๆ









Those were the days ขึ้นอันดับ ๑ ของอังกฤษ และอันดับ ๒ ของบิลบอร์ด แม็กกาซีน (Billboard Magazine) และเป็นเพลงของแมรี ฮอพคินส์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของบริษัทแผ่นเสียง Apple Records นอกจากร้องเป็นภาษาอังกฤษแล้ว แมรี ฮอพคิน ยังอัดภาษาฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน และอิตาเลียนด้วย





ภาพจากเวบ flickr.com



เสียงเพลง Those were the days ทำให้นึกเห็นภาพชาวรัสเซียและการเต้นรำแบบรัสเซีย แล้วก็พลันนึกถึงวงดนตรีพเนจรในย่านเลอ มาเรส์ (Le Marais) ในช่วงฤดูร้อน เป็นคณะใหญ่ประกอบด้วยนักร้องนักดนตรีประมาณ ๑o ขึ้น ยืนร้องบนบาทวิถี ผู้ชมยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง โดยมีรถวิ่งไปมาตรงกลาง เป็นดนตรีแบบยิปซี-รัสเซีย ฟังคึกคักดี คนหนึ่งมีหน้าที่เรี่ยไรเงินจากผู้ชม





ย่านเลอ มาเรส์
ภาพจากเวบ wikipedia.org



Those were the days มีผู้ร้องหลายคน อาทิ แซนดี ชอว์ (Sandy Shaw) เจอรี เวล (Jerry Vale) แวนดา แจ๊คสัน (Wanda Jackson) แองเกลเบิร์ต ฮัมเพอร์ดิงค์ (Englebert Humperdinck) โรเจอร์ วิทเทคเกอร์ (Roger Whittaker) อีกทั้งเป็นเพลงบรรเลงโดยวงดนตรีใหญ่ ๆ อย่าง เพอร์ซี เฟธ (Percy Faith) เกลน มิลเลิอร์ (Glen Miller) เป็นต้น

ภาษาฝรั่งเศสชื่อเพลงว่า Le temps de fleurs ร้องโดย ดาลิดา (Dalida)








ภาพจากเวบ flickr.com






LE TEMPS DES FLEURS


Dans une taverne du vieux Londres
Où se retrouvaient des étrangers
Nos voix criblées de joie montaient de l'ombre
Et nous écoutions nos cœurs chanter


(Refrain)


C'était le temps des fleurs
On ignorait la peur
Les lendemains avaient un goût de miel
Ton bras prenait mon bras
Ta voix suivait ma voix
On était jeunes et l'on croyait au ciel
La, la, la...


Et puis sont venus les jours de brume
Avec des bruits étranges et des pleurs
Combien j'ai passé de nuits sans lune
A chercher la taverne dans mon cœur


Tout comme au temps des fleurs
Où l'on vivait sans peur
Où chaque jour avait un goût de miel
Ton bras prenait mon bras
Ta voix suivait ma voix
On était jeunes et l'on croyait au ciel
La, la, la ......


Je m'imaginais chassant la brume
Je croyais pouvoir remonter le temps
Et je m'inventais des clairs de lune
Où tous deux nous chantions comme avant


(Refrain)


C'était le temps des fleurs
On ignorait la peur
Les lendemains avaient un goût de miel
Ton bras prenait mon bras
Ta voix suivait ma voix
On était jeunes et l'on croyait au ciel
La, la, la...


Et ce soir je suis devant la porte
De la taverne où tu ne viendras plus
Et la chanson que la nuit m'apporte
Mon cœur déjà ne la connaît plus


(Refrain)


C'était le temps des fleurs
On ignorait la peur
Les lendemains avaient un goût de miel
Ton bras prenait mon bras
Ta voix suivait ma voix
On était jeunes et l'on croyait au ciel
La, la, la...


เนื้อเพลงจากเวบ 5lyrics.com




Le temps des fleurs - DALIDA




คอนเสิร์ต Les Enfoirées ซึ่งจัดปีละครั้งเพื่อหารายได้สำหรับองค์การพัฒนาเอกชน les restos du coeur เพื่อแจกจ่ายอาหารแก่ผู้ยากไร้ นำ Les Temps des fleurs มาร้องในปี ๒oo๗ โดยนักร้องหลายรุ่นหลายคน นักร้องแต่งตัวแบบยิปซี ทำให้เพลงมีอรรถรสขึ้น








ภาพจากเวบ flickr.com


ข้อมูลจาก
นิตยสารสกุลไทย ฉบับวันอังคาร ๑๔ ก.พ. ๒๕๕๕
gotomanager.com
oknation.net
youtube.com


ถ้าชอบบล็อกนี้ อยากโหวตให้ก็เลือกหมวดดนตรีนะจ๊ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่า


บีจีจากคุณญามี่ ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจาก คุณ KungGuenter

Free TextEditor





 

Create Date : 26 มีนาคม 2555    
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 21:04:52 น.  

ความรักในบทเพลงเหนือกาลเวลา "สง่า อารัมภีร"


บล็อกที่แล้วชวนไปชมคอนเสิร์ตครูแจ๋ว วันนี้ก็จะเปิดการแสดงแล้ว เลยอัพบล็อกโฆษณาให้อีกรอบ กรุงเทพธุรกิจ (วรรณกรรม) เขียนถึงครูแจ๋ว ลงเรื่องเต็มปกหลังเลย ข้อความยาวจัด จด ๆ จ้อง ๆ หาเวลานั่งพิมพ์ก็ไม่ว่างสักที โชคดี เจอบทความชื่อเดียวกันในเวบ เนื้อหาสั้นกว่าหน่อย แต่ยังไงก็ยังยาวอยู่ดี ถ้าขี้เกียจอ่าน ก็ฟังเพลงเพลิน ๆ ละกัน เลือกเพลงของครูแจ๋วที่เราชอบมากหลายเพลงเลยค่ะ ไม่พล่ามมากแระ อ่านกันเลยดีกว่า




ภาพจากเวบ daily.bangkokbiznews.com


‪ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ - สุเทพคอรัส‬







ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com



‘ความรัก’ ในบทเพลงเหนือกาลเวลา ‘สง่า อารัมภีร’
โดย ปริญญา ชาวสมุน



เพลงรักแสนหวานหลายเพลงเคยขับกล่อมหัวใจคนหนุ่มสาวในยุคหนึ่ง สู่อีกยุค แม้ท่วงทำนองเสนาะหูนั้นในยุคนี้จะเปลี่ยนไปบ้างตามเว่อร์ชั่นใหม่ ๆ ทว่าทุกเมโลดี้ยังจับขั้วหัวใจนักฟังเพลงรุ่นลายครามไม่จางหาย ทั้งคนรุ่นใหม่ ๆ ด้วยที่หลงซึ้งกับถ้อยคำอย่างไม่รู้ตัว

มีบางคนเคยบอกว่า คนรุ่นใหม่ใช้ความรักอย่างสิ้นเปลือง และตีค่าความรักผิดแผกไปจากที่ควร ยิ่งถ้าได้ย้อนเวลาไปดูความรักของคนรุ่นก่อน จะยิ่งประจักษ์ว่าความรักอันบริสุทธิ์คืออะไร แม้จะสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง แต่รูปรอยแห่งรักกลับไม่ขุ่นมัวเท่าปัจจุบันนี้เลย





ผลงานเพลงจากภาพยนตร์



คงจะดีไม่น้อย หากเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนแห่งรักนี้ คนรุ่นใหม่จะเรียนรู้เรื่องราวความรักจากบทเพลงหวานซึ้ง ซึ่งเคยตรึงใจคอเพลงในอดีตจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะฝีไม้ลายมือการประพันธ์โดย ครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร บรมครูเพลงไทยประยุกต์ แม้ว่าท่านจะจากลาวงการนี้ไปนานนับทศวรรษ แต่ชื่อของครูสง่า ไม่ว่าในนิยามของนักประพันธ์เพลง ศิลปินแห่งชาติ นักดนตรี หรือ นักเขียน เจ้าของนามปากกา แจ๋ว วรจักร ก็ยังประทับแน่นในห้วงคำนึงของคอเพลงเสมอมา






คนรุ่นใหม่อาจนึกไม่ออกว่าครูสง่าคือใคร แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อหลายเพลงดัง อาทิ น้ำตาแสงไต้, เรือนแพ, ทาสเทวี, สีชัง, หาดสีทอง, วานลมจูบ, แม้ทะเลยังระทม, ปริญญาชาวนา,หนี้รัก, รักข้ามขอบฟ้า, ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้ ,หนึ่งในร้อย ฯลฯ ...หรืออย่างเพลง ทะเลไม่เคยหลับ ที่โด่งดังของวง ดิ อิมพอสสิเบิ้ล โดยเพลงที่เหนือกาลเวลาเหล่านี้แหละ ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของครูแจ๋ว หรือสง่า อารัมภีร ทั้งสิ้น แม้ทุกวันนี้ก็มีนักร้องรุ่นใหม่ ๆ นำมาขับขานอย่างต่อเนื่อง

อะไรที่ทำให้เสน่ห์เพลงรักของครูสง่ายังมีอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ อาจต้องมองให้ลึกในหลายประเด็นความ





ภาพจากเวบ palangjit.com



สิ่งแรกที่นักฟังเพลงรุ่นใหม่กับรุ่นเก่ามีไม่เท่ากันคือ สุนทรียะขณะฟัง เพลงใหม่คนใหม่วกวนอยู่เพียงคำว่า ‘รัก’ แม้จะรายล้อมด้วยเรื่องราวประกอบมากมาย ทว่า สุดท้ายกลับหลีกหนีรักแบบฉาบฉวยไปได้ไม่ไกลนัก แต่สำหรับเพลงเก่าคนเก่ามักมีแก่นของ ‘รัก’ ชัดเจน กอปรกับวรรณศิลป์เทียบเท่างานวรรณกรรมดี ๆ สักชิ้น กระดูกมวยของเพลงยุคใหม่กับยุคเก่าจึงต่างเบอร์อยู่มากโข

อีกสิ่งหนึ่งที่เพลงรักของครูสง่าโดดเด่นเหนือเพลงอื่นใด คือ จิตวิญญาณที่ใส่ลงไปเพลงนั้น ‘น่าเชื่อถือ’ จากคำบอกเล่าของ บูรพา อารัมภีร บุตรชายคนโต ครูสง่าแต่งเพลงจากแรงบันดาลใจในหลาย ๆ สิ่ง ความรักในเนื้อเพลงและทำนองมักจะถ่ายทอดจากความรักที่ท่านมี เช่น เพลง รักคนที่เขารักเราดีกว่า ก็มาจากประสบการณ์ความรักของครูสง่าโดยตรง

“ก่อนที่จะเจอแม่ผม ก็เคยรักผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เขาไม่รักตอบ พอดีแม่มารัก ก็มาเป็นเพลงรักคนที่เขารักเราดีกว่า”





บูรพา อารัมภีร
ภาพจากเวบ daily.bangkokbiznews.com



เมื่อย้อนไปครั้งเยาว์วัย สง่า อารัมภีร เติบโต ณ ตำบลบางขุนพรหม ซึ่งเป็นหมู่บ้านนักดนตรี ตั้งแต่วังบางขุนพรหม เป็นที่ประทับของ สมเด็จฯเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต มีวงดนตรีบรรเลงเป็นประจำทั้งวงปี่พาทย์ มโหรี เครื่องสาย จนถึงแตรวง บรรเลงเพลงไทยและเพลงฝรั่ง ครูสง่าวัยเด็กได้ยินได้ฟังเพลงดังออกจากวังนั้นเสมอ นอกจากนี้ วัดอินทรวิหาร วัดใหญ่อมตรส วัดสามพระยา ซึ่งอยู่ใกล้เคียงยังเป็นแหล่งรวมนักดนตรีกลุ่มเครื่องสายที่สำคัญ อาทิ บ้านของหลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น โรยชีวิน), บ้านหลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย), บ้านขุนสนิทบรรเลงการ (จง จิตตเสวี) และครูละเมียด จิตตเสวี, บ้านของนายเตียง ธนโกเศศ เรื่อยมาจนถึงบ้านพิณพาทย์ในซอยวัดสามพระยา เสียงดนตรีจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยเด็กกระทั่งฝักลึกติดตัวเรื่อยมา ประกอบกับพ่อแม่บุญธรรมเป็นผู้รักดนตรี จานเสียงเพลงไทยเพลงฝรั่งถูกเปิดฟังในบ้านเป็นปกติวิสัย เมื่อได้ฟังเพลงไทยสากลในระยะเริ่มแรกของ พรานบูรพ์ ซึ่งแต่งขึ้นเพื่อประกอบการแสดงละครมากเป็นพิเศษ จึงฝังใจในเพลงประกอบละครเรื่อยมา





ครูพรานบูรพ์
ภาพจากเวบ chumchonradio.net



เมื่อเติบใหญ่ ครูสง่า ได้ศึกษาศิลปะการดนตรีเพิ่มเติมด้วยตนเอง คือ อาศัยฟังเพลงมากซึ่งส่วนมากในยุคนั้นจะเป็นยุคเพลงละครทั้งหมด ทั้งเพลง น้ำตาแสงไต้, หนึ่งในร้อย หรือ เรือนแพ ล้วนเป็นเพลงประกอบละคร ซึ่งถือเป็นการตกผลึกจากประสบการณ์ของครูสง่าทั้งสิ้น ทว่า ก่อนที่ละครเรื่องต่าง ๆ จะก่อกำเนิดขึ้นมาได้ ล้วนแตกหน่อจากบทประพันธ์ งานวรรณกรรม

ตั้งแต่อายุ ๑o ขวบ ครูสง่าก็หลงใหลในตัวอักษร รักการอ่านหนังสือมากเสียจนเป็นหนอนหนังสือคนหนึ่งทีเดียว หนังสือนวนิยายยุคนั้นไม่ว่าจะของ ดอกไม้สด, แม่อนงค์, แม่ราตรี, ยาขอบ ตลอดจนหนังสือวารสาร เช่น เสนาศึกษา ก็อ่านจนหมด วรรณคดีเก่าก็ไม่ละเว้น จนทำให้ความรู้ด้านภาษาไทยของครูสง่าจึงลุ่มลึก โดยเฉพาะโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน





รางวัลแผ่นเสียงทองคำ



บูรพา บุตรชาย เล่าว่า พ่อของเขาหลงใหลหนังสือมากถึงขั้นเคยหนีออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปตามที่นัก เขียนเคยเขียนไว้ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ ขณะที่ผู้ปกครองไปธุระที่กรุงเทพฯ ท่านออกจากบ้านไปท่องเที่ยวลำพังตัวคนเดียว รับจ้างทำงานคุมเครื่องเรือยนต์ที่บ้านแหลมเพชรบุรีจนถึง ปี พ.ศ. ๒๔๘o

“พ่อชอบอ่านหนังสือมาก อ่านหนังสือจนเคยหนีไปเที่ยวก็เคยนะ อ่านหนังสือของดอกไม้สด อยากไปเห็นบ้านแหลม หนีออกจากบ้านไปดูบ้านแหลมว่าเป็นอย่างที่เขาเขียนหรือเปล่า”





ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com



ต่อมา ความรู้ความสามารถที่สั่งสมจากการอ่านหนังสือก็สะพรั่งเป็นดอกผล เพลงหลายเพลงมีวรรณกรรมเป็นแรงบันดาลใจ

“เพลงบางเพลงก็เอามาจากวรรณกรรม อย่าง เวนิชวานิช ของ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ พออ่านหนังสือเยอะก็หยิบงานจากในหนังสือ อย่าง เพลงความรัก เพลงสีชัง แต่งให้อาหม่อม (หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์) อาหม่อมก็ได้แผ่นเสียงทองคำ เพลงจากภาพยนตร์ อย่างเรือนแพ มนตร์รักดอกคำใต้ หนี้รัก นี่ก็มาจากวรรณกรรมแล้วไปทำเป็นภาพยนตร์”





ตู้หนังสือของครูแจ๋ว



บูรพา เล่าต่อว่า เพลงรักของครูสง่ามีต้นธารมาจากหลายทาง ทั้งจากชีวิต ละคร ภาพยนตร์ และจากหนังสือ ครูสง่าจึงคบค้าสมาคมกับนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ บ่อยครั้งที่ท่านนั่งร่ำน้ำอำพันกับมวลมิตรเหล่านั้น และน่าจะบ่อยครั้งกว่าพบปะสังสรรค์นักดนตรีด้วยกันเองเสียอีก คุณลักษณะเช่นนี้จึงติดตัวครูสง่ามาตลอด ไม่ว่านั่งประพันธ์เพลง หรือปฏิบัติกิจวัตรใด ๆ ก็ตาม ท่านมักจะหยิบยกขวดเล็ก ๆ อันเปรียบเสมือน ‘อาวุธทางอารมณ์’ ขึ้นมาจิบอยู่เนือง ๆ จึงไม่น่าแปลกใจ หากจะพบเห็นครูสง่านั่งยิ้มกริ่มได้ตลอดเวลาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่

“นี่แหละชีวิตศิลปินสมัยก่อน ศิลปินดั้งเดิม” บูรพากล่าว





ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com



การคบหาสมาคมนักเขียนนักประพันธ์ของครูสง่า สาเหตุหนึ่งนอกจากได้ร่ำสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอแล้ว นักเขียนทั้งหลายประดุจคลังความคิด คลังปัญญา หากเมื่อใดครูสง่าได้เสวนาด้วย ย่อมได้รับอะไรมาไม่มากก็น้อย

“พ่อเขาไม่คบเฉพาะนักแต่งเพลง เพราะนักแต่งเพลงก็อยู่เฉพาะโลกของเขา แต่พอพ่อมาอยู่กับพวกเขียนหนังสือเป็นอีกเรื่องแล้วนะ พวกนี้สนุกนะ ความคิดความอ่านอะไรต่ออะไร ‘มันมาก'





เปียโนหลังโปรดของครูแจ๋ว


หลังจากได้ร่วมวงสนทนาและวงสุรากันได้ดี บวกกับครูสง่าเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จึงรู้จักผู้คนมากขึ้น เส้นทางอาชีพและวรรณกรรมจึงเปิดกว้าง และชื่อของ แจ๋ว วรจักร ก็เป็นที่ยอมรับขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนามปากกานี้ก็มีที่มาจากความรักของครูสง่าและภรรยาของท่าน

บูรพา เล่าว่า “ชื่อแจ๋ว วรจักร เพราะแม่อยู่วรจักร อยากรำลึกถึงว่าพบรักกับแม่ที่วรจักร แม่เป็นลูกสาวร้านถ่ายรูปที่วรจักร”





บูรพาและญาดา อารัมภีร
ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com


แจ๋ว วรจักร ไปปรากฏผลงานอยู่หลายแห่ง อาทิ สยามสมัย, ดาราไทย, ไทยรัฐ, เสียงปวงชน, ฟ้าเมืองไทย, ฟ้าเมืองทอง, ไทยโทรทัศน์, ฟ้าอาชีพ, ฟ้านารี, ถนนดนตรี

ก่อนที่ครูสง่าจะถึงแก่กรรมไปเมื่อกลางปี ๒๕๔๒ ผลงานเพลงของท่านกว่า ๒,ooo เพลง มีนักร้องแจ้งเกิดจากบทเพลงของท่านมากมาย ซึ่งในวันเสาร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นี้ บทเพลงรักซึ่งกลั่นจากดวงใจของครูสง่า อารัมภีร จะกลับมาขับกล่อมผู้ฟังอีกครั้ง ในคอนเสิร์ต ‘หีบเพลงชัก...แทนคำรัก สง่า อารัมภีร’ นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ในเดือนแห่งความรัก ที่จะมาเรียกรอยยิ้มคนไทยได้อีกครั้ง





ภาพจากเวบ daily.bankokbixnews.com



สำหรับแฟนเพลงรุ่นลายคราม นับเป็นการพาย้อนรำลึกถึงวันวานแห่งความสุขและความทรงจำที่งดงาม สำหรับนักฟังเพลงรุ่นใหม่ นี่คือคีตกรรมอันเป็นบทเรียนรู้สำคัญและทรงคุณค่ายิ่ง เพราะจะได้เต็มอิ่มกับบทเพลงลูกกรุงยอดนิยม ผลงานประพันธ์ของ ศิลปินแห่งชาติ สาขาเพลงไทยสากลท่านนี้ ถ่ายทอดอารมณ์โดย ศิลปินแห่งชาติ และรวมสุดยอดนักร้องคุณภาพระดับตำนาน อาทิ สวลี ผกาพันธุ์, สุเทพ วงศ์กำแหง, ชาลี อินทรวิจิตร, ชรินทร์ นันทนาคร, ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์, ธานินทร์ อินทรเทพ, วินัย พันธุรักษ์ เป็นต้น ร่วมดื่มด่ำสุนทรียรสแห่งดนตรีได้ ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประตูเปิด ๑๓.oo น. เริ่มแสดง ๑๔.oo น. รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กองทุนสวัสดิการ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย






คลิปงานแถลงข่าว




ข้อมูลจาก
นสพ.กรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๕
daily.bangkokbiznews.com


บีจีจากเวบ wallcoo

Free TextEditor





 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:10:10 น.  

คอนเสิร์ต หีบเพลงชัก...แทนคำรัก "ครูแจ๋ว"




ภาพจากใบปลิวงานคอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง
"คิดถึงครูแจ๋ว" ที่ศาลาเฉลิมกรุง วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๒



เข้าเทศกาลวาเลนไทน์อีกแล้ว ชวนไปดูคอนเสิร์ต์เพลงหวาน ๆ กันค่ะ เป็นเพลงเก่า ๆ ผลงานของครูสง่า อารัมภีร หลายอาทิตย์ก่อนอ่านคอลัมน์ "หน้าม่านมายา" ในนสพ.กรุงเทพธุรกิจ เซ็คชั่นจุดประกายที่คุณนิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์เขียนถึงคอนเสิร์ตเพลงครูสง่า อารัมภีร เอามาลงบล็อกบอกข่าวให้คนรักเพลงของครูแจ๋วได้ทราบกัน คอนเสิร์ตจะจัดในวันที่ ๑๘ เดือนนี้เสียดายที่เป็นวันเสาร์ ต้องทำงาน เลยแห้วซ้าาาา ใครว่างวันเสาร์หน้าแล้วชอบเพลงเก่า ๆ ละก็ อย่าพลาดคอนเสิร์ตนี้เชียวนา

ในคอลัมน์เอ่ยถึงเพลงทั้งหมดยี่สิบเพลง หามาให้ฟังได้ครบจากเวบ mixpod เหมือนเคย แถมมีเพลง "น้ำตานวล" ที่ร้องแก้กับเพลง "น้ำตาแสงไต้" ด้วย ขอบคุณคนทำเวบเพลงดี ๆ ไว้ตรงนี้ด้วยค่ะ


วาเลนไทน์นี้ ใครที่มีความรัก ก็ขอให้หวานชื่นยิ่งขึ้นทุกวัน รักกันมั่นคงยืนยาว ส่วนคนที่ยังไม่มี ก็ขอให้เจอคนดีที่ใช่ในเร็ววัน สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ



น้ำตาแสงไต้- ฉลอง สิมะเสถียร








น้ำตาแสงไต้

คำร้อง : มารุต - เนรมิต

ทำนอง : สง่า อารัมภีร


นวลเจ้าพี่เอย

คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ

ถ้อยคำเหมือนจะชวน

ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย


น้ำตาอาบแก้ม

เพียงแซมเพชรไสว

แวววับจับหัวใจ

เคล้าแสงไต้ งามจับตา


นวลแสงเพชร

เกล็ดแก้วอันล้ำค่า

ยามเมื่อแสงไฟส่องมา

แวววาวชวนชื่นชม


น้ำตาแสงไต้

ดื่มใจพี่ร้าวระบม

ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์

จำใจข่มใจไปจากนวล














ภาพจากเวบ thaiticketmajor.com



หีบเพลงชัก...แทนคำรัก "ครูแจ๋ว"



ช่วงเวลาก่อนที่ ครูแจ๋ว-สง่า อารัมภีร จะป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคเบาหวานและเป็นแผลที่เท้า หรือช่วงก่อนปี ๒๕๒๔ นั้น ครูแจ๋วมักจะแวะเวียนไปที่บ้านพี่อาจินต์ ปัญจพรรค์ เป็นประจำ ตามประสาคนรู้จักคุ้นเคย เพื่อนั่งพูดคุยสารพัดเรื่อง

เอกลักษณ์ประจำตัวของครูแจ๋วที่จะขาดไม่ได้เวลาไปไหนมาไหนก็คือ การใส่หมวกและสะพายย่าม...โดยในย่ามนั้น นอกจากจะมีหนังสือและปากกาแล้ว ยังมีขวดสแตนเลสขนาดเล็กหรือขนาดหนึ่งกั๊กอยู่ในนั้นด้วย





ภาพจากเวบ bangkokbiznews.com



การพูดคุยของท่านผู้อาวุโสทั้งสองนั้น มีหลายเรื่อง หลายรส ยิ่งเป็นเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาด้วยแล้ว จะเล่าเรื่องอย่างสนุกสนาน และนาน ๆ ครั้งครูแจ๋งก็จะล้วงเอาขวดกั๊กนั้นมาจิบเสียที ส่วนผมซึ่งเป็นคนรุ่นลูกฟังแล้วก็เพลิดเพลินตามไปด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ครูแจ๋วหอบรูปภาพรูปหนึ่งไปที่บ้านพี่อาจินต์ด้วย เป็นภาพขาวดำเก่าแก่แล้ว คนในภาพนั้นใส่ชุดนักเรียน หน้าตาดีมาก ครูแจ๋วกับพี่อาจินต์ให้ทายซิว่าเป็นใครกันแน่ ?





คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์
ภาพจากเวบ chaoprayanews.com



เด็กในชุดนักเรียนที่ปรากฎในภาพนั้น ผมดูแล้วค่อนข้างจะดูออกยาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่มีเค้าผู้เป็นเจ้าของก็ตรงบริเวณปากนั่นแหละ..ซึ่งในที่สุดก็ได้คำเฉลย เป็นภาพของครูแจ๋วสมัยเป็นเด็กนักเรียนนั่นเอง ทุกวันนี้รูปดังกล่าว คุณเต้ย-บูรพา อารัมภีร ลูกชายครูแจ๋วยังเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีที่บ้าน





ภาพจากเวบ komchadluek.net



ครูแจ๋ว-สง่า อารัมภีร ได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงไทยสากลที่ดีเยี่ยมเอาไว้มากมายหลายเพลง นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลงานการเขียนหนังสืออีกด้วย โดยเฉพาะนามปากกา "แจ๋ว วรจักร"

สำหรับงานเพลงของครูแจ๋วนั้น เป็นเพลงที่โด่งดังและมีผู้คนชื่นชอบทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียว แม้จะผ่านวันเวลามาเนิ่นานสักเพียงใด แต่เพลงจำนวนมากอันเป็นผลงานของครูแจ๋วก็ยังโด่งดัง และกลายเป็นเพลงอมตะทั้งในวันนี้และอนาคต





ครูสง่า อารัมภีรและครูสมาน กาญจนผลิน นักประพันธ์เพลงคู่บุญ
เจ้าของฉายา "เพลงรัก...ครูสมาน เพลงหวาน...ครูสง่า"
ภาพจากเวบ komchadluek.net



ไม่ว่าจะเป็นเพลง น้ำตาแสงไต้, เรือนแพ, สีชัง, ความรัก, รักข้ามขอบฟ้า, ทะเลไม่เคยหลับ, วานลมจูบ...และอีกมากมายหลายเพลง ล้วนแล้วเป็นเพลงอมตะทั้งสิ้น และทุกว้นนี้ก็ยังมีคนนิยมร้อง และมีศิลปินเพลงรุ่นหลัง ๆ นำมาร้องใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า





คุณฉลอง สิมะเสถียร ที่ร้องเพลงน้ำตาแสงไต้เวอร์ชั่นที่เราโหลดมาให้ฟัง
ภาพจากเวบ okanation.net



หรือแม้กระทั่งยุคสตริงดังอย่าง ดิ อิมพอสิเลิ้ล เพลง "ทะเลไม่เคยหลับ" ซึ่งถือเป็นเพลงที่เขียนได้้ยอดเยี่ยมของครูแจ๋ว ก็เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ส่งให้ชื่อของวงดิ อิมฯ โด่งดังอย่างมากในยุคที่ผ่านมา ที่บอกว่าเพลงนี้เขียนได้อย่างยอดเยี่ยมนั้น ก็เพราะเป็นการใช้ทะเลเปรียบกับความรักได้อย่างลุ่มลึกลงตัวนั่นเอง อีกทั้งทำนองเพลงก็ยังสอดคล้องกับเนื้อหาสาระอีกด้วย





ปกแผ่นเสียง..น้ำตาแสงไต้ ขับร้องโดย บุญช่วย หิรัญสุนทร
ภาพจากเวบ oknation.net


หลังจากครูแจ๋วถึงแก่กรรมไปเมื่อปี ๒๕๔๒ นอกจากจะทำให้วงการเพลงไทยสากลต้องสูญเสียบุคคลสำคัญแล้ว ยังทำให้คนที่รู้จักคุ้นเเคยกับครูแจ๋วรู้สึกอาลัยอาวรณ์อย่างมาก เพราะครูแจ๋วใจดี ใจเย็น เจอใครก็มีรอยยิ้มให้





ภาพยนตร์พันท้ายนรสิงห์เวอร์ชั่นแรกสุด ฉายเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓
ภาพจากเวบ wikipedia.org



ดังนั้น ใครก็ตามที่ชื่นชอบบทเพลงของครูแจ๋ว หรือยากร่วมรำลึกถึงครูแจ๋ว-สง่า อารัมภีร์ ในวันเสาร์ที่ ๑๘ ก.พ. ๒๕๕๕ นี้ ขอเชิญฟังเพลงไพเราะจากผลงานชั้นยอดของศิลปินแห่งชาติ ครูส่งา อารัมภีร์ ในคอนเสิร์ตการกุศล "หีบเพลงชัก...แทนคำรัก สง่า อารัมภีร" ได้เลย โดยงานนี้คัดสรรเพลงอมตะแสนไพเราะกว่า ๓๕ เพลง เช่น นำ้ตาแสงไต้, เรือนแพ, สุดที่รัก, ทาสเทวี, สีชัง, ความรัก, พี่ยังรักเธอไม่คลาย,วนาสวาท, เกียรติศักดิ์ทหารเสือ, กุลสตรี, ทะเลไม่เคยหลับ, หาดสีทอง, เมื่อวานนี้, พรุ่งนี้, คืนนี้, คืนหนึ่ง, รักจริงหรือเปล่า, วานลมจูบ, แม้ทะเลยังระทม, ปริญญาชาวนา, หนี้รัก, รักข้ามขอบฟ้า, ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้, หนึ่งในร้อย



>

คุณบูรพา-ดร.ญาดา อารัมภีร
ภาพจากเวบ oknation.net





ภาพจากเวบ komchadluek.net



ส่วนนักร้องที่จะมาร่วมในงานนี้ก็มีศิลปินแห่งชาติถึงห้าท่านคือ สวลี ผกาพันธุ์, สุเทพ วงศ์กำแหง, ชาลี อินทรวิจิตร, ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์, ชรินทร์ นันทนาคร และนักร้องยอดนิยมมากมาย เช่น ธานินทร์ อินทรเทพ, นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ, ศรีไศล สุชาติวุฒิ, วินัย พันธุรักษ์, สันติ ลุนเผ่, อรวี สัจจานนท์ บรรเลงเพลงโดย วิชัย ปุญญะยันต์ & His Orchestra ส่วนพิธีกร บูรพา-ดร.ญาดา อารัมภีรลูกชายของครูแจ๋วและภรรยารับหน้าที่นี้ โดยคอนเสิร์ตเริ่มเวลา ๑๔.oo น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์...

รายได้ส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตนี้มอบให้ "กองทุนสวัสดิการนักเขียน สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย" สนใจติดต่อซื้อบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. o๒ - ๒๖๒ - ๓๔๕๖





ภาพจากเวบ thaiticketmajor.com


คลิปงานแถลงข่าว












พันท้ายนรสิงห์ ไม่แน่ใจว่าเป็นเวอร์ชั่นไหน คุณนิรุตต์หนุ่มฟ้อหน้าใสกิ๊งเลย
ส่วนผู้หญิง ไม่แน่ใจว่าใช่คุณปริศนา กล่ำพินิจหรือเปล่า
ภาพจากเวบ janichan.net



น้ำตานวล - ดาวใจ ไพจิตร







น้ำตานวล

คำร้อง : ปรีดี สุจริตกุล
ทำนอง : สง่า อารัมภีร


นวลเจ้าต้องตรม เอารักข่มไว้ ในทรวง

โอ้ใจ ไฉนยังห่วง น้ำตาร่วง รินด้วยอาลัย

น้ำตา อาบร่าง เป็นลางหรือไฉน

เพียงคิด จิตหลอนไป ช้ำหมองไหม้ ในอุรา

นวล แสนรัก สมัครมั่น อันล้ำค่า

คอยพี่หวน คืนกลับมา ถึงคราวันสิ้นลม

น้ำตา แสงไต้ ดื่มใจ พี่ร้าว ระบม

ไม่อยาก พรากขวัญ ภิรมย์

แล้วใยข่ม ใจไปจากนวล

นวลเศร้าวิญญา น้ำตานองหน้านวล

เนื้อเพลงจากเวบ songdee.com







คุณดาวใจและคุณปรีดี
ภาพจากเวบ whatgroupthai.com



เพลง "น้ำตานวล" เป็นเพลงที่คุณปรีดี สุจริตกุล แต่งร่วมกับ ครูแจ๋ว ใช้ทำนองเดิมของเพลง "น้ำตาแสงไต้" ซึ่งครูแจ๋วนำทำนองมาจากเพลงไทยเดิม ๒ ทำนอง ๒ เพลงด้วยกันคือ เพลง เขมรไทรโยค และ ลาวครวญ ซึ่งในครั้งนั้น ครูเนรมิตต้องการเพลงนำที่มีทั้งความหวานปนเศร้าอยู่ในเพลงเดียวกัน ครูแจ๋วจึงนำทั้ง ๒ เพลงมารวมเป็นเพลงเดียวกัน คนที่มาดูละครในสมัยนั้น หลังจากที่เพลง "น้ำตาแสงไต้" พลิ้วขึ้นในฉากสุดท้าย เสียงร้องไห้กันระงมทั้งโรงละคร "เฉลิมกรุง" ทีเดียว ส่วนเพลง "น้ำตานวล" ถึงแม้จะเป็นเพลงที่แต่งใหม่ขึ้นมาในยุคหลัง แต่ยังคงกลิ่นอายของความเศร้าโศกในเพลงไว้ได้ อย่างรันทดต่อความรู้สึกของผู้ฟังเพลงเช่นเดียวกันกับเพลง "น้ำตาแสงไต้" เพราะสงสาร "นวล" หญิงอันเป็นที่รักของ "พันท้ายนรสิงห์"

เพลงน้ำตาแสงไต้ เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง "พันท้ายนรสิงห์" ที่จัดแสดงที่ศาลาเฉลิมไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ โดยคณะศิวารมณ์ ประพันธ์ทำนองโดย สง่า อารัมภีร โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงเขมรไทรโยคและเพลงลาวครวญ ผู้ขับร้องคนแรกคือ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์








ขอต่ออีกนิ๊ดดดดนึง ตื่นเต้นมากที่เจอคลิปนี้ เป็นเพลงของครูแจ๋วที่ชอบมากที่สุดเพลงนึง ชื่อเพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" คุณ koblaodinsor โหลดคลิปจากหนังเวอร์ชั่นดั้งเดิมไว้ มิสเก้อหล่านร้องทั้งเพลงจีนและไทยด้วย


葛兰 - 庙院钟声 (เก้อหลาน - ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้)







ภาพจากเวบ arjarnpoo.com


ข้อมูลจากเวบ oknation.net
wikipedia.org












ตบท้ายด้วยข่าวละครเวทีชิ้นเยี่ยมอีกสักงาน ชื่อเรื่อง "หนึ่งในดวงใจ สุนทราภรณ์ เดอะ มิวสิคัล" วันนี้เพิ่งจะไปดูมา ชอบมาก ๆ นักแสดง บท ฉาก แสง เสียง กำกับดีหมด ไม่คิดว่านักร้อง นักแสดงรุ่นใหม่จะร้องเพลงสุนทราภรณ์ได้ดีขนาดนี้ ไว้มีเวลาค่อยอัพบล็อกชมอีกที ถ้าใครชอบเพลงสุนทราภรณ์เหมือนเรา ต้องไปดูละครเวทีเรื่องนี้ค่ะ

บอกข้อมูลนิดนึง มูลนิธิสุนทราภรณ์ ร่วมกับ เจ เอส แอลฯ จัดละครเพลงเรื่องนี้ มีเพลงเพราะ ๆ ของวงสุนทราภรณ์ที่อยู่ในความทรงจำ จากนักร้อง-นักแสดงชื่อดัง อาทิ ซี ศิวัฒน์, ซานิ, ต้อล, ฝ้าย พร้อมนักแสดงรุ่นเก๋า หนุ่ม สันติสุข, ท้อป ดารณีนุช, ผัดไท, ปั๋ง ประกาศิต จัดการแสดงที่ โรงละครเอ็ม เธียเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ที่จริงละครแสดงวันนี้เป็นวันสุดท้าย แต่คนดูตรึมเลยเพิ่มอีกสองรอบ เสาร์ - อาทิตย์หน้า เวลาบ่ายสอง บัตรราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,ooo บาท หาซื้อได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทรศัพท์ o๒ - ๒๖๒ - ๓๔๕๖ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ o๒ - ๗๓๑ - o๖๓o ต่อ ๑oo


ถ้าอ่านบล็อกนี้แล้วชอบ อยากโหวตให้ก็เลือกหมวดแฟนคลับนะจ๊ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่า


บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ KungGuenter และ คุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor





 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 3 สิงหาคม 2556 9:54:36 น.  

ไช่ฉิน (๑)




ภาพจากเวบ bbs.zsjde.com


蔡琴 - 被遗忘的时光





หายศีรษะไปหลายวันอีกแล้ว งานยุ่ง ๆ แถมต้องนั่งซ่อมบล๊อกเก่า ๆ ที่รูปหาย หลัง ๆ มานี้ฝากรูปไว้ที่เวบ ohozza หน้าเวบบอกว่าฝากรูปได้ไม่่มีวันหมดอายุ แต่ตอนนี้รูปที่โหลดไว้หายเกลี้ยง จะว่าเวบเจ๊งก็ไม่ใช่เพราะยังเข้าเวบได้ แต่โหลดรูปแล้วมีแต่โค้ด รูปไม่ขึ้น เลยแอบงงอยู่จนเดี๋ยวนี้ว่าเป็นเพราะอะไร มีบล็อกเก่าอยู่หลายบล็อกที่ฝากรูปไว้ที่เวบนี้ ไม่อยากทิ้งบล็อกให้เหลือแต่ตัวหนังสือ เลยต้องนั่งโหลดรูปใหม่ สองวันแก้ได้แค่ไม่กี่บล็อกเอง เพราะงั้นช่วงนี้อาจหายศีรษะไปเป็นช่วง ๆ เน้อ

นึก ๆ อยู่ว่าจะอัพเรื่องอะไรดี พอดีเมื่อวานได้อ่านคอลัมน์ "หน้าม่านมายา" ในจุดประกาย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ที่คุณนิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์เขียนถึงคอนเสิร์ตเพลงครูสง่า อารัมภีรแล้วชอบมาก กะว่าจะอัพให้อ่าน เขียนเกือบเสร็จแล้ว พอดีนึกได้ว่าใกล้วันตรุษจีน เลยหาเรื่องจีน ๆ มาอัพให้เข้ากับบรรยากาศดีกว่า

นักร้องจีนที่เราชอบที่สุด นอกจากเติ้งลี่จวินแล้วก็คือ ไช่ฉิน นี่แหละค่ะ ตั้งใจว่าจะทำบล็อกให้มานาน (เป็นโครงการระยะยาวพอ ๆ กับบล็อกเติ้งลี่จวินเลย อิ อิ ) หารูปกับข้อมูลไว้เรียบร้อย แต่ไม่มีเวลาเรียบเรียง พักหลัง ๆ มานี้ได้ดูไช่ฉินขึ้นเวทีในรายการเพลงทาง CCTV บ่อยเข้า ออกอาการอยากเขียนบล็อกมาก ลงมือร่างบล็อกไว้ แล้วค่อย ๆ นั่งเขียนจนเสร็จทันตรุษจีนพอดี ตอนเขียนบล็อกเติ้งลี่จวินก็ว่ามีรูปกับข้อมูลเยอะแล้วนะ แต่ไช่ฉินนี่มีเยอะกว่าเพราะเธอยังมีชีวิตและร้องเพลงอยู่ ถึงอายุมากแล้วแต่คุณภาพเสียงยังดีเยี่ยมคงเส้นคงวา และนับวันจะยิ่งดีขึ้น ที่เราชอบมากอีกอย่างคือ เธอเป็นคนที่รักษารูปร่างดี ท่วงท่าลักษณะก็สง่างามมาก ไม่ว่าจะตอนขึ้นเวทีหรือเป็นถ่ายภาพ ถ้าจะให้เลือกว่าชอบใครมากกว่ากันระหว่าง เติ้งลี่จวิน และ ไช่ฉิน คงจะตอบไม่ได้ เพราะสไตล์การร้องต่างกัน เติ้งลี่จวินมีเสียงร้องที่หวาน กังวาน สดใส ส่วนเสียงของไช่ฉินจะทุ้ม นุ่มนวล คลาสสิก ฟังแล้วกลมกล่อมในอารมณ์ เหมือนไวน์รสเยี่ยมที่บ่มจนได้ที่ (อย่างที่หลายคนพูดไว้) ถือเป็นนักร้องในดวงใจอันดับแรกคู่กับเติ้งลี่จวินเลยค่ะ

ต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ มากนะคะที่แวะมาแสดงความยินดีในบล็อกที่แล้ว บล็อกแก๊งค์ประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว ดีใจกับเพื่อนบล็อกคนกันเองหลายคนที่ซิวมาได้หลายรางวัล และขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้สายสะพายด้วยค่ะ










ภาพจากเวบ bitex-en.com






被遺忘的時光
bei4 yi2 wang4 de shi2 guang1
เป้ย อี๋ ว่าง เตอ สือ กวง
ช่วงเวลาที่ถูกลืม


是誰在敲打我窗
shi4 shei2 zia4 qiao1 da3 wo3 chuang1
ซื่อ เสย ไจ้ เชียว ต่่า หว่อ ชวาง
ใครกันกำลังเคาะหน้าต่างห้องของฉัน

是誰在撩動琴弦
shi4 shei2 zai4 liao2 dong4 qin2 xian2
ซื่อ เสย ไจ้ เหลียว ต้ง ฉิน เสียน
ใครกันที่กำลังบรรเลงเครื่องสาย

那一段被遺忘的時光
na4 yi2 duan4 bei4 yi2 wang4 de shi2 guang1
น่า อี๋ ต้วน เป้ย อี๋ ว่าง เตอะ สือ กวาง
ช่วงเวลาที่ถูกลืมช่วงนั้น

漸漸地迴昇出我心坎
jian4 jian di4 hui2 sheng1 chu1 wo3 xin1 kan3
เจี้ยน เจียน ตี้ หุย เซิง ชู หว่อ ซิน ข่าน
ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในใจฉันอีกครั้ง



是誰在敲打我窗
shi4 shei2 zai4 qiao1 da3 wo3 chuang1
ซื่อ เสย ไจ้ เชียว ต่า หว่อ ชวาง
ใครกันกำลังเคาะบานหน้าต่างห้องของฉัน

是誰在撩動琴弦
shi4 shei2 zai4 liao2 dong4 qin2 xian2
ซื่อ เสย ไจ้ เหลียว ต้ง ฉิน เสียน
ใครกันที่กำลังบรรเลงเครื่องสาย

記憶中那歡樂的情景
ji4 yi4 zhong1 na4 huan1 le4 de qing2 jing1
จี้ อี้ จง น่า ฮวาน เล่อ เตอะ ฉิง จิง
ภาพความสุขในห้วงความทรงจำนั้น

慢慢的浮現在我的腦海
man4 man di4 fu2 xian4 zai4 wo3 de nao3 hai3
ม่านมาน ตี้ ฝู เสี้ยน ไจ้ หว่อ เตอะ เหนา ไห่
ปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิดของฉันอย่างช้า ๆ



那緩緩飄落的小雨
na4 huan3 haun piao1 luo4 de xiao3 yu3
น่า ฮว่าน ฮวาน เพียว ลั่ว เตอะ เสียว หยี่ว์
สายฝนที่ตกโปรยปราย

不停的打在我窗
bu4 ting2 di4 da3 zai4 wo3 chuang1
ปู้ ถิง ตี้ ต่า ไจ้ หว่อ ชวาง
หล่นกระทบบานหน้าต่างห้องของฉันไม่หยุด

只有那沈默不語的我
zhi3 you3 na4 chen2 mo4 bu4 yu3 di4 wo3
จื๋อ โหยว่ น่า เฉิน โม่ ปู้ หยี่ว์ ตี้ หว่อ
มีเพียงฉันที่เงียบงันไร้สรรพเสียง

不時的回想過去
bu4 shi2 di4 hui2 xiang3 guo4 qu4
ปู้ สือ ตี้ หุย เสี่ยง กั้ว ชี่ว์
ครุ่นคำนึงถึงอดีตเสมอมา



是谁在敲打我窗
shi4 shei2 zia4 qiao1 da3 wo3 chuang1
ซื่อ เสย ไจ้ เชียว ต่่า หว่อ ชวาง
ใครกันกำลังเคาะบานหน้าต่างห้องของฉัน

是谁在撩动琴弦
shi4 shei2 zai4 liao2 dong4 qin2 xian2
ซื่อ เสย ไจ้ เหลียว ต้ง ฉิน เสียน
ใครกันที่กำลังบรรเลงเครื่องสาย

记忆中那欢乐的情景
ji4 yi4 zhong1 na4 huan1 le4 de qing2 jing1
จี้ อี้ จง น่า ฮวาน เล่อ เตอะ ฉิง จิง
ภาพความสุขในห้วงความทรงจำนั้น

慢慢地浮现在我的脑海
man4 man di4 fu2 xian4 zai4 wo3 de nao3 hai3
ม่านมาน ตี้ ฝู เสี้ยน ไจ้ หว่อ เตอะ เหนา ไห่
ปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิดของฉันอย่างช้า ๆ....


แปลโดย วริศ ลิ้มทองกุล
เนื้อเพลงจากเวบ haoxin.exteen.com









ใครคนนั้นเคยเคาะบานหน้าต่างห้อง
ให้ฉันต้องฟังพิณเพลงบรรเลงสาย
ช่วงเวลาที่ถูกลืม หวนกลับกราย
เจิดกระจ่างแจ่มคล้าย ไม่คลายเลือน...


ใครคนนั้นเคยเคาะบานหน้าต่างห้อง
ฉุดใจล่องตามเพลงบรรเลงเหมือน
ความสุขหวนคืนมาอีกคราเยือน
กระจ่างเตือนแจ่มรักรู้อยู่เงียบงัน....


สายฝนหลั่งสาดพร่างหน้าต่างห้อง
ฉันเหม่อมองกลับไปในความฝัน
เงาอดีตงดงามเกินรำพัน
ณ คืนวันแผ่วเพลงบรรเลงพิณ....


ใครคนนั้นเคยเคาะบานหน้าต่างห้อง
เสียงเพลงก้องแจ่มใจไม่เคยสิ้น
ช่วงเวลาเคยถูกลืม ปลื้มชีวิน
สุขเยือนยินย้อนยาม.. หวานความรัก...


ร้อยกรองโดย ชบาแดงสีเหลือง
จากเวบ mblog.manger.co.th






“ซื่อเสย ไจ้เชียวต่าหว่อชวง
ซื่อเสย
ไจ้เหลียวต้งฉินเสียน 
น่าอี๋ต้วนเป้ยหยีว่างเตอสือกวาง
....” 


(ใครหนอ ที่เคาะเรียกที่ริมหน้าต่าง
ใครหนอ ที่ดีดสะบัดสายพิณ ช่วงเวลาที่ถูกลืมเลือน....)



เสียงเพลงนุ่ม ๆ ที่ติดหูผู้ชมภาพยนตร์จีนเรื่อง “สอง
คนสองคม” (无间道) หลายคนอาจไม่รู้จักชื่อเพลงหรือแม้กระทั่งผู้ร้อง 
แต่ทุกคนติดหูติดใจเสียงร้องจนมีการโพสต์หาแผ่นซีดีกันอย่างล้นหลาม
ตามเว็บบอร์ดสำหรับแฟน ๆ เครื่องเสียง โดยเฉพาะเว็บบอร์ดยอดนิยม
อย่าง wijitboonchoo.com



ไช่ฉิน เป็นใครเหรอ
คำตอบอาจออกมาหลายรูปแบบ

ถ้าเป็นนักฟังเพลงอย่างผิวเผิน
จะได้คำตอบคือ นักร้องหญิงไต้หวันคน
หนึ่ง

ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไป เมื่อได้เห็นรูปถ่ายของไช่ฉิน
จะได้คำตอบคือผู้หญิง
ที่มีไฝน้ำตาเม็ดโตที่ตาด้านซ้าย

ถ้าเป็นพวกออดิโอไฟล์ จะได้คำตอบคือ
นักร้องที่มีผลงานใช้สำหรับทด
สอบและอ้างอิงด้านเสียงกลางต่ำ






ภาพจากเวบ tw.page.com


ไช่ ฉิน (蔡琴 พินอิน: Cài Qín; อังกฤษ: Tsai Chin) เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕oo ที่อำเภอเกาซุง ประเทศไต้หวัน เป็นนักร้องเพลงโฟล์กและป็อบ มีบรรพบุรุษมาจากมณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน มีชื่อเสียงจากน้ำเสียงที่ทุ้ม นุ่ม เป็นเอกลักษณ์ จากการร้องเพลงภาษาจีนกลาง และภาษาหมิ่นหนาน ตั้งแต่ทศวรรษ ๑๙๗o และปัจจุบันยังเป็นที่นิยมอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักที่สุดของเธอ คือเพลง Bei yiwang de shiguang (被遺忘的時光, The forgotten times) เป็นเพลงฮิตในอดีตที่นิยมนำมาใช้ในการทดสอบเครื่องเสียง และถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่อง สองคนสองคม ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕




ภาพจากเวบ womanofchina.cn


ในด้านของชื่อเสียงแล้ว ไช่ฉินอาจไม่โด่ง
ดังเท่าเติ้งลี่จวินเพื่อนนักร้องร่วมชาติจากไต้หวันเช่นกัน อีกอย่างการวาง
ตัวของไช่ฉินเองก็ค่อนข้างจะทำตัวเงียบ ๆ หรือ low profile เราจึงรู้จัก
ตัวตนของไช่ฉินน้อยมาก ข่าวคราวไม่ว่าจะเป็นด้านดีหรือด้านลบตลอด
จนประวัติส่วนตัวมีออกมาน้อยมาก แต่ไช่ฉินเองก็สามารถครองใจนักฟัง
เพลง โดยเฉพาะกลุ่มออดิโอไฟล์ได้อย่างเหนียวแน่น ผลงานหลายชุด
ของเธอกลายเป็นผลงานที่ “ต้องมี” ไว้ในหิ้ง มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ใช่นักฟัง
ตัวจริง




ภาพจากเวบ nipic.com


ไช่ฉินเดิมทีเป็นนักร้องเพลงพื้นบ้าน ได้รับฉายาว่า “ราชินีเพลงพื้น
บ้าน” ซึ่งเพลง “เป้ยหยีว่างเตอสือกวาง” (被遗忘的时光) หรือ “วันเว
ลาที่ถูกลืมเลือน” ที่ใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่องสองคนสองคม 无间道
 ก็เป็นเพลงหนึ่งในผลงานเพลงพื้นบ้าน “หมิงเกอ-ไช่ฉิน” (蔡琴-民歌) 
(Folk Songs - Cai Qin) ซึ่งเป็นผลงานสมัยที่ยังไม่มีชื่อเสียงอย่างปัจจุบัน
 จนเมื่อต้นปี ๑๙๘๑ ด้วยเพลง “เชี่ยซื่อหนี่เตอเวินเหยา” (恰似你的温柔
) หรือดั่งเช่นความอบอุ่นจากเธอ ที่ส่งให้ไช่ฉินดังเป็นพลุแตกในไต้หวัน
หลังจากนั้นก็ได้รับรางวัลต่าง ๆ ทั้งในไต้หวันและฮ่องกง รวมทั้งรางวัล
ม้าทองคำ และตลอด ๒o กว่าปีในวงการเพลง ไช่ฉินมีผลงานออกมาร่วม ๔o ชุดด้วยกัน




ภาพจากเวบ zcool.com.cn


ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในด้านเสียงเพลงก็ตาม แต่ในด้านชีวิตส่วน
ตัวกลับล้มเหลว เหมือนกับคนในวงการมายาส่วนใหญ่ ไช่ฉินแต่งงานอยู่
กินกับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของไต้หวัน หยางเต๋อชาง (杨德昌) ซึ่งเริ่ม
จีบไช่ฉินในขณะที่เธอกำลังแสดงหนังเรื่อง “ชิงเหมยจุ๊หม่า” (青梅竹马) 
หรือ Poppy Love จนตกลงปลงใจแต่งงานอยู่กินกันถึง ๑o ปี สุดท้ายใน
ปี ๑๙๙๕ วันที่ ๕ สิงหาคม ทั้งสองก็ประกาศหย่ากัน โดยต่างฝ่ายต่างไม่
ยอมเปิดเผยเหตุผลที่แท้จริง




ไช่ฉินและหยางเต๋อชาง
ภาพจากเวบ enjoy.eastday.com





ภาพจากหนังเรื่อง “ชิงเหมยจุ๊หม่า”
ภาพจากเวบ 365.jia.cn


แต่จากการเปิดเผยของไช่เฟย น้องสาว
ของไช่ฉินกล่าวว่า สาเหตุเนื่องจากฝ่ายชายมีผู้หญิงใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลง่าย ๆ 
พื้น ๆ หลังจากที่หย่าขาดกัน ไช่ฉินก็กลายเป็น “ผู้หญิงบาดเจ็บ” ว่างเว้น
จากการผลิตผลงานใหม่ออกสู่ตลาดถึง ๓ ปีเต็ม ๆ จนเมื่อในงานแสดง
คอนเสิร์ตครั้งหนึ่งถึงรู้ว่า แฟนเพลงยังคอยสนับสนุนให้กำลังใจเธออยู่
 ไช่ฉินจึงเริ่มออกงานมากขึ้น ปี ๑๙๙๙ เธอเริ่มเดินสายจัดแสดงในจีน
แผ่นดินใหญ่ จนสามารถครองใจแฟนเพลงกลุ่มใหญ่ได้ไม่แพ้เติ้งลี่จวิน
(邓丽君) เลยทีเดียว




ภาพจากเวบ chinadaily.com


หลายคนกล่าวว่า เสียงของไช่ฉินเหมือนกับไวน์ชั้นเยี่ยมที่บ่มจนได้ที่ 
ยิ่งบ่มนานยิ่งนุ่มกลมกล่อม จนใคร ๆ ที่ได้ลิ้มรสแล้ว ล้วนแต่ติดอกติดใจ
จนต้องมีไว้ติดตัวไว้จิบยามเหงา ไช่ฉินมีผลงานออกมาทั้งหมด ๔o ชุด ในปี ค.ศ. ๒oo๗ อัลบั้มชุด "Tsai Chin Live 2007" และ "Golden Voice" เป็นหนึี่งในสิบอันดับอัลบั้มเพลงจีนกลางที่ทำยอดขายสูงสุด ของสมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ (IFPI) และรางวัลอัลบั้มที่ทำยอดขายสูงสุดของฮ่องกง




ภาพจากเวบ blog.roodo.com


ข้อมูลจากเวบ
thaichinese.net
wikipediap.org








มีคลิปชีวประวัติของไช่ฉินมาฝาก เป็นรายการที่ออกอากาศทางช่อง CCTV-music มีทั้งหมดสามตอน ยังมีบล็อกไช่ฉินอีกหลายภาค ไว้ค่อยแปะในบล็อกต่อ ๆ ไป เสียดายที่ไม่มีซับภาษาปะกิต เลยดูแล้วไม่รู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง แต่แค่ฟังเพลงของเธอก็ชอบแล้วค่ะ ในเวบของ CCTV-music โหลดคลิปไว้ แต่ copy โค้ดมาลงบล็อกไม่ได้ เลยไปหาในเวบอื่นดู พอดีเจอ ถ้าเปิดคลิปแล้วโหลดช้า หรือดูไม่ได้ก็ตามไปดูคลิปต้นฉบับที่ลิงค์นี้ค่ะ yue.cntv.cn


《音乐传奇》 20111221 不了琴音·蔡琴(一)




เวบนี้รวบรวมเพลงของไช่ฉินไว้ตรึม คลิกที่ลิงค์เข้าไปฟังได้เลยค่ะ
ezpeer.com


บีจีจากเวบ richardhellegallery
ไลน์จากคุณ Jinnycafe และคุณญามี่
กรอบจากคุณ thattron และคุณ KungGuenter

Free TextEditor




 

Create Date : 21 มกราคม 2555    
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 21:10:32 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.