happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

ฝนหยาดสุดท้าย




ภาพจาก wallpapersmela.com








ฝนหยาดสุดท้าย
คำร้อง  พรพิรุณ
ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน


  

ฝนหยาดสุดท้าย หัวใจหวั่นไหวให้ตรม

ซ่อนรอยน้ำตาขื่นขม ร้าวระบมสุดที่จะฝืน 

ถึงคราวจำพราก โศกซ้ำกล้ำกลืน

ฉันนอนซบหมอนสะอื้น ค่ำคืนผวาโศกศัลย์


...ฝนหลั่งสั่งฟ้า นิจจาจำร้างห่างกัน

อย่าลืมรักเคยผูกพัน ทุกคืนวันอย่าลืมเสน่หา

ถึงกายจะห่าง แต่รักอย่ารา 

เธอเคยสัญญาไว้ว่า จะมาเมื่อฝนเยี่ยมเยือน


จงหมั่นจำความหลังอย่าลืม
สองเราเคยรักเคยปลื้ม ด่ำดื่มจำไว้อย่าเลือน
คอย ฉันคอยจนฝนใหม่เยือน 

หวั่นเกรงรักลวงลอยเลื่อน เพื่อนใจอยู่ไหนไม่มา


...ฝนหยาดสุดท้าย เขาไยปล่อยฉันให้คอย

ส่งกระแสใจเลื่อนลอย หลงรอคอย
คอยร่ำเรียกหา
ฝนเอยอย่าด่วน สิ้นร้าง...สร่างซา
เพราะชื่นหัวใจของข้า ไม่มาฝนจ๋า ข้าตรม





ขออำภัยที่ลากิจงวดนี้นานหน่อย หายศีรษะไปเกินอาทิตย์ งานพอจะซาลงนิดนึงก็รีบหาเวลาอัพบล็อกใหม่ เข้าปลายอาทิตย์แถมช่วงนี้ปลายฝนต้นหนาว หาเพลงเกี่ยวกับฝนมาให้ฟังกันค่ะ แถมด้วยผลงานของครูพรพิรุณอีกหลายเพลง ไม่เม้าธ์เยอะแระ ขอตัวตระเวนเยี่ยมเพื่อน ๆ ก่อน ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ มากที่แวะมาชมนิทรรศการภาพวาดสีน้ำในบล็อกที่แล้วและโหวตให้นะคะ



บล็อกคุณปอนล่าสุด

มหาวิหารแห่งศรัทธา



อัพเดทงานศิลปะและนิทรรศการได้ที่สองบล็อกนี้ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๑๖๒
เสพงานศิลป์ ๑๖๓







ฝนหยาดสุดท้าย ๗๙ ปี ครูพรพิรุณ



“อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลตัวเองให้ดีนะ” ไม่ได้อ้างคำพูดในโฆษณาโทรทัศน์ เป็นสถานการณ์ความจริงของสภาพภูมิอากาศเมืองไทย ยืนยันได้ด้วยพายุฝนที่ยังกระหน่ำเมืองกรุงในเวลานี้ ทั้งที่ความจริงเรากำลังก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว เอ่ยถึง “ปลายฝนต้นหนาว” บทเพลงที่สะท้อนเด่นชัดคงจะเป็นเพลง “ฝนหยาดสุดท้าย” ของนักแต่งเพลงที่ชื่อ สุคนธ์ พรพิรุณ ที่เพิ่งครบวันเกิด ๗๙ ปีไปเมื่อต้นเดือนนี้ ขับร้องโดย บุษยา รังสี





ภาพจาก saisampan.net

   


ครูพรพิรุณ หรือ สุคนธ์ กุสุมภ์ เกิดวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ณ จังหวัดราชบุรี ชื่อจริงคือ สุคนธ์ กุสุมภ์ ต้นตระกูลบิดาคือคน “โคราช” มีวัดของตระกูลที่จังหวัดนครราชสีมา คือวัด “กุสุมภ์ศรัทธาธรรม” ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพ ตรอกจันทร์ ซึ่งสร้างโดยคุณย่าแหน กุสุมภ์ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ บิดาเป็นนายทหารจึงโยกย้ายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ก่อนจบประถมปีที่ ๔ ที่โรงเรียนอาจศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนเทเวศร์วิทยาลัย และจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยพยาบาลราชวิถี ในวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย จบปี ๒๔๙๘ ระหว่างศึกษาได้ร่วมวงดนตรีวิทยาลัยพยาบาล





ภาพจาก saisampan.net

   


ระหว่างทำงานอยู่เทศบาลกรุงเทพ แผนกสงเคราะห์แม่และเด็ก สุคนธ์ กุสุมภ์ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในวงสุนทราภรณ์ ทำหน้าที่ขับร้อง และเริ่มประพันธ์เพลง ซึ่งเพลงแรก “ฉันยังคอย” ในปี พ.ศ. ๒๕o๓ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักนัก กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕o๖ เพลง “ฝนหยาดสุดท้าย” ทำให้ชื่อ อี๊ด สุคนธ์ เป็นที่กล่าวขานในวงการนักแต่งเพลง





ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ภาพจาก vcharkarn.com

   


“ปีนั้น มีหนุ่มข้าราชการแพทย์ในจังหวัดภาคเหนือท่านหนึ่งเข้ามาอบรมที่กรุงเทพฯ เราสนิทกันจนเจียดเวลาจับกลุ่มเพื่อน ๆ ไปเที่ยวฟังเพลงตามไนต์คลับ ดูหนังกันบ้างตามประสา” ครูอี๊ดย้อนถึงความหลัง จนกระทั่งวันหนึ่งมาถึง เขาจะต้องกลับต่างจังหวัดเพื่อไปทำงาน เขาสัญญาว่าจะกลับมากรุงเทพฯ ไม่เกินหน้าฝน ไม่นานนัก ครูมารู้ข่าวอีกทีว่าเขาจะเข้าพิธีแต่งงาน” ครูพรพิรุณกล่าวปิดพร้อมรอยยิ้ม





ภาพจาก saisampan.net

   


อารมณ์ความผิดหวัง แตกหน่อมาสู่บทเพลง ภายหลังครูพรพิรุณนำเนื้อร้องเพลง “ฝนหยาดสุดท้าย” และไกด์โน้ตดนตรีไปมอบให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน ก่อนหอบความเจ็บช้ำไปทำงานคลินิกของเพื่อนในสาธารณรัฐประชาชนลาวอยู่ร่วม ๑ ปี เมื่อกลับมาเมืองไทย รู้สึกตกใจเพลง “ฝนหยาดสุดท้าย” จากน้ำเสียงของบุษยา รังสี โด่งดังข้ามปี จนกลายเป็นหนึ่งในเพลงประจำตัวของบุษยา รังสี



บุษยา รังสี


ภาพจาก wikipedia.org

   


และเหมือนเป็นแรงกระตุ้น ในปีต่อมา พ.ศ. ๒๕o๘ สุคนธ์ พรพิรุณ ได้ประพันธ์เนื้อร้อง “ขอให้เหมือนเดิม” จังหวะวอลตซ์ และนำไปให้แต่งครูเอื้อ สุนทรสนาน ใส่ทำนอง เพลง “ขอให้เหมือนเดิม” ยิ่งโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อได้ครูเอื้อ สุนทรสนาน ขับร้องบันทึกแผ่นเสียง
 ในปีเดียวกัน สุคนธ์ พรพิรุณ ได้ร่วมงานกับครูสมาน กาญจนะผลิน จนได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากเพลง “ขอปันรัก” ขับร้องโดยเสกสรรค์ กุสุมภ์ ผู้เป็นน้องชายของเธอ และครูสมาน กาญจนะผลิน ยังได้ตั้งนามปากกาให้ว่า “พรพิรุณ” ซึ่งเป็นเทพแห่งสายฝน



ครูสมาน กาญจนผลิน


ภาพจาก vcharkarn.com

   


ครูพรพิรุณมุ่งมั่นประพันธ์เพลงจนหันมาประกอบอาชีพอิสระ แต่งเพลงขายให้กับวงดนตรีดัง “วงวายุบุตร” ของกองสลาก, วงดนตรีของธนาคารออมสิน, วงดนตรีสุราบางยี่ขัน ยุคครูประสงค์ ภาคสุข เป็นหัวหน้า เพลงที่ทำชื่อเสียงให้มาก คือ เพลง “คิมหันต์พิศวาส”, “อยากรักคนที่พลาดรัก”, “รอยมลทิน”, “ขอให้เหมือนเดิม”, “รางวัลชีวิต”, “ฝนหยาดสุดท้าย”, “ใครก็ได้ถ้ารักฉันจริง”, “ผิดด้วยหรือถ้าเราจะรักกัน”, “ใจชายใจหญิง”, “กว่าจะรักกันได้”, “ฉันยังคอย”, “หาดผาแดง”, “คนใจมาร”, “รักครึ่งทาง”, “รักหนึ่งในหัวใจ”, “ฉันยังคอย”, “ถ้าเธอยังรอฉันก็ยังรัก”, “ทะเลมาลี” ฯลฯ





ภาพจาก chumchonradio.net

   


ครูพรพิรุณยังประพันธ์คำร้องเพลงสำคัญ อาทิ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙, เพลง “กาญจนาภิเษก” ในวาระครองราชย์ ๕o ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘, เพลง “๗๒ พรรษานวรัชจักรีมหาราชา” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑, เพลง “ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗





ภาพจาก ankganata.deviantart.com

   


ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ล่าสุดในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ด้านสาขาดนตรีตะวันตก ปัจจุบันครูพรพิรุณดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ โดยเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาโครงการกรมประชาสัมพันธ์ คืนความสุขสู่ประชาชน “ดนตรีในสวน” ของนายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ต้องการสร้างความสุขและความปรองดองในสังคมไทย.



ภาพและข้อมูลจาก
thaipost.net
นสพ.ไทยโพสต์ ๙ พ.ย. ๒๕๕๗






ภาพจาก mensajesface.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2557 21:31:48 น.
Counter : 1113 Pageviews.  

๓ ตำนานเพลงรักแห่งสยาม




ภาพจาก noupe.com








สุริยันจันทรา
จากบทพระราชนิพนธ์ ร.๖ เรื่อง "วิวาห์พระสมุทร"
ทำนองโดย สุรพล แสงเอก
  



ถึงกลางวัน สุริยัน แจ่มประจักษ์   
   

ไม่เห็นหน้า นงลักษณ์ ยิ่งมืดใหญ่


ถึงราตรี มีจันทร์ อันอำไพ       


ไม่เห็นโฉม ประโลมใจ ยิ่งมืดมน



อ้าดวง สุรีย์ศรี ของพี่เอ๋ย  
   

ขอจงเผย หน้าต่าง นางอีกหน


ขอเชิญจันทร์แจ่ม กระจ่าง กลางสกล   


เยื่ยมให้ พี่ยล เยือกอุรา










Master of Voices…๓ ตำนานเพลงรักแห่งสยาม

ความงดงามในท่วงทำนอง

ความละเอียดอ่อนของภาษา

ความสละสลวยของเนื้อหา

เสน่ห์ของบทเพลงในวันวานที่ควรค่าแก่การจดจำ

ถ่ายทอดจากใจนักร้องคุณภาพระดับตำนาน



ครั้งแรกในรอบ ๕o ปี ที่ทั้งสามจะร้องเพลงด้วยกัน ครั้งสำคัญที่ทั้งสามจะแลกเพลงกันร้อง ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์เพลงไทยที่ ๓ ศิลปินระดับตำนานจะมาร่วมขับขานผลงานเพลงรักไม่รู้จบ บนเวทีเดียวกัน พร้อมด้วยแขกรับเชิญคนสำคัญที่มาร่วมขับขานเพลงรักอมตะที่ยิ่งใหญ่






สุเทพ วงศ์กำแหง
ศิลปินแห่งชาติ สาขา เพลงไทยสากล-ขับร้อง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๓,
รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน.
รางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน
บทเพลงที่แฟน ๆ ประทับใจ : รักคุณเข้าแล้ว, เพียงคำเดียว, ฝากฟ้าสั่งดิน, เท่านี้ก็ตรม, เสน่หา ฯลฯ






ชรินทร์ นันทนาคร
ศิลปินแห่งชาติ "สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงไทยสากล)" ปี ๒๕๔๑
รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน
นักร้องรางวัลกิติคุณสัมพันธ์ "สังข์เงิน” สาขาใช้ศิลป์สร้างสรรค์ฯ
บทเพลงที่แฟน ๆ ประทับใจ : หยาดเพชร, เรือนแพ, ทาษเทวี, ท่าฉลอม, ผู้ชนะสิบทิศ, อาลัยรัก ฯลฯ






ธานินทร์ อินทรเทพ
นักร้องเพลงลูกกรุงอาวุโส รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ปี ๒๕o๖, ๒๕o๘, ๒๕๑๔
รางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน ปี ๒๕๑๘, ๒๕๑๙, ๒๕๒๒
บทเพลงที่แฟน ๆ ประทับใจ : รักเอย, ขาดฉันแล้วจะรู้สึก, นกขมิ้น, น้ำตาร่วงหลังพวงมาลัย, ฝากเพลงถึงเธอ ฯลฯ



มีข่าวลอยลมมานานนับเดือนแล้วว่า ปลายปีนี้วงการเพลงไทยสากลมาตรฐาน หรือ "เพลงลูกกรุง" จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ระดับสะท้านสะเทือนวงการคอนเสิร์ตหนึ่ง แล้วข่าวนั้นก็ยังลอยลมต่อมาเรื่อย ๆ แต่ยังไม่มีบทสรุป แล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ก็มีภาพและข่าวสั้นเปิดเผยออกมาทางโซเชียลมีเดียว่า คอนเสิร์ตสำคัญนี้จะปรากฏขึ้นแน่นอนปลายปีนี้ 





ภาพจาก siamdara.com




ที่ยืนยันได้ชัดเจนแล้วก็คือหน้าประชาสัมพันธ์ของ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ซึ่งได้ประกาศชื่อคอนเสิร์ตและกำหนดการแสดงพร้อมราคาบัตรเข้าชมเป็นที่แน่นอนแล้ว คือ 
"Master of voice...๓ ตำนานเพลงรักแห่งสยาม"
 ในวันเสาร์ที่ ๑๓-๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี บัตรเข้าชมมีราคาตั้งแต่ ๑,ooo-๕,ooo บาท ส่วนในรายละเอียดของการแสดงนั้น คงต้องรองานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ ๓o ตุลาคมที่ผ่านมาได้มีงานแถลงข่าวที่ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์  ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท





ภาพจาก noyshop.com

   


นับเป็นปรากฏการณ์พิเศษอีกครั้ง ที่ได้ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่า บทเพลงอมตะของไทยนั้นมีความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง และนั่นทำให้มองเห็นถึงวิสัยทัศน์ของคณะผู้จัดงานนี้ คือ บริษัท ทรูวิชั่นส์ ว่ามีสายตาที่ยาวไกลและคมชัดเป็นอย่างยิ่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ทรูวิชั่นส์ ไม่เคยวางเป้าหมายไปจากเพลงอมตะของไทย นับจากคอนเสิร์ต "จิบน้ำชายามบ่าย" เมื่อสามปีที่ผ่านมา  ซึ่งก็ได้รับความสำเร็จไปในระดับหนึ่ง แม้จะมีกลุ่มเป้าหมายของคนรุ่นใหม่อยู่ในแผน แต่ทรูวิชั่นส์ก็ยังคงให้ความสำคัญกับบทเพลงและศิลปินเพลงในอดีตอย่างต่อเนื่องมั่นคง



8

ภาพจาก saisampan.net

   


และกับ "Master of voice...๓ ตำนานเพลงรักแห่งสยาม" นับว่าเป็นความสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว  ที่สามารถนำสามตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของวงการเพลงไทยสากลอมตะ คือ สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ, ชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ และ ธานินทร์ อินทรเทพ นักร้องยอดนิยมที่มีเพลงอยู่ในดวงใจของคนรักเพลงมากที่สุด มายืนอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตเดียวกัน





ภาพจาก palungjit.org

   


ในอดีตของวงการเพลงไทยตั้งแต่ยุคละครเวทีที่มีการร้องเพลงหน้าม่าน จากคณะชื่นชุมนุมศิลปิน เป็นต้นมา  มีบทเพลงเพลงหนึ่งที่นักร้องชายจะชอบนำมาร้องคู่กัน บางครั้งก็จะร้องร่วมกันถึง ๓ คน มาถึงทุกวันนี้ ยังเป็นเพลงที่อยู่ในความทรงจำของคนรักเพลงร่วมสมัย จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เพลงนั้นก็คือ "สุริยันจันทรา"
   


"ถึงกลางวัน สุริยัน แจ่มประจักษ์  ไม่เห็นหน้า นงลักษณ์ ยิ่งมืดใหญ่"

   


เท่าที่จำได้นักร้องที่วนเวียนร่วมร้องเพลงนี้ร่วมกันอยู่ สลับกันไปสลับกันมาก็จะมี  สุเทพ วงศ์กำแหง, นริศ อารีย์, ชรินทร์ นันทนาคร และ ปรีชา บุญเกียรติ





ภาพจาก บล็อกคุณเฉลิมลาภ ทราบแล้วเปลี่ยน

   


ต้นฉบับแรกที่ได้ฟังกันนั้น ขับร้องเดี่ยวโดย ปรีชา บุญเกียรติ ต่อมาจึงมีต้นฉบับที่ร้องคู่โดย สุเทพ วงศ์กำแหง และ นริศ อารีย์ ส่วนงานโชว์บนเวทีนั้นส่วนใหญ่จะร้องร่วมกัน ๓ คน  เช่น สุเทพ - ชรินทร์ -นริศ หรือ สุเทพ - นริศ - ปรีชา เป็นต้น





ภาพจาก kanchanapisek.or.th และ youtube.com

    

"สุริยันจันทรา" เป็นเพลงที่ ครูสุรพล แสงเอก ได้แต่งทำนองขึ้นจากบทละครตอนหนึ่งจากเรื่อง  วิวาห์พระสมุทร เป็นบทละครพูดสลับรำ มีทั้งบทร้องและบทเจรจา เป็นพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑





ภาพจาก thummada.com

   


วิวาห์พระสมุทร เนื้อเรื่องได้เค้ามาจากนิยายกรีกโบราณ ที่เชื่อว่าถ้าใช้หญิงงามถวายแก่พระสมุทรจะช่วยให้ชาวเมืองพ้นภัยจากทะเล เป็นบทละครสนุกสุขใจและขบขัน บางตอนเป็นเรื่องรักสดชื่น จบลงด้วยความสุข กระบวนกลอนและฉันท์ประณีตบรรจง บทร้องเพราะ ทำนองดี ตัวอย่างคำประพันธ์ในบทละคร วิวาห์พระสมุทร ที่ ครูสุรพล แสงเอก ได้ตัดตอนมาสร้างทำนองเพลงขึ้นใหม่ เป็นเพลง "สุริยันจันทรา" ก็คือ
      


"อันโดรเมดาสุดาสวรรค์   
ยิ่งกว่าชีวันเสน่หา

ขอเชิญสาวสวรรค์ขวัญฟ้า      
เปิดวิมานมองมาให้ชื่นใจ



ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์       
ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่

ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ  
ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมน



อ้าดวงสุรีย์ศรีของพี่เอ๋ย       
ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน

ขอเชิญจันทร์ส่องสว่างกลางสากล   
เยื่ยมมาให้พี่ยลเยือกอุรา..."
   
       


ในคอนเสิร์ตใหญ่ระดับสะเทือนวงการปลายปีนี้  เราอาจได้ฟัง "สุริยันจันทรา" ในเวอร์ชั่นใหม่ ที่ขับร้องโดย  "๓ ตำนานเพลงรักแห่งสยาม" ให้ได้สะเทือนสะท้านไปทั้ง สุริยัน-จันทรา และ แผ่นดินโลก ก็ได้ คงต้องติดตามกันต่อไป.





ภาพจาก dailynews.co.th



’คอนเสิร์ต Master of Voices...๓ ตำนานเพลงรักแห่งสยาม“ ได้ทั้ง ๒ รอบ ใน วันเสาร์ที่ ๑๓ ธ.ค. ๕๗ เวลา ๑๘.oo น. และ วันอาทิตย์ที่ ๑๔ ธ.ค. ๕๗ เวลา ๑๕.oo น. ณ รอยัล จูบิลี่ ฮอลล์ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี บัตรราคา ๕,ooo บาท/ ๔,ooo บาท/ ๓,ooo บาท/ ๒,ooo บาท และ ๑,ooo บาท รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้ มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส และสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเริ่มจำหน่ายบัตรวันที่ ๓๑ ต.ค. ๕๗ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ (ทุกสาขา) โทร. o-๒๒๖๒- ๓๔๕๖ หรือ thaiticketmajor.com



ภาพและข้อมูลจาก
thaipost.net
dailynews.co.th
thaiticketmajor.com
เฟซบุคไทยทิคเก็ตเมเจอร์



บล็อกคุณปอนล่าสุด

สิงห์ยิ้มยาก


บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๕๘
เสพงานศิลป์ ๑๕๙




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2557 23:52:29 น.
Counter : 1232 Pageviews.  

อำลา อาลัย...ครูสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์




ภาพจาก hifipanda.com



ขออัพบล็อกเพลงต่อเนื่องอีกสักบล็อก ตั้งใจจะไว้อาลัยครูเพลงคนสำคัญ ครูสนุทรียา ณ เวียงกาญน์ ท่านจากโลกนี้ไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว (ก.ย.) รู้แต่ว่าเท่านป็นนักแต่งเพลง พอมาอ่านข้อมูลแล้วทึ่งจัด ผลงานเพลงของท่านเพราะ ๆ ทั้งนั้น ขอบพระคุณครูสุนทรียาที่ประพันธ์เพลงเพราะ ๆ มากมาย ผลงานเหล่านั้นจะเป็นอมตะไปอีกนานแสนนานแน่นอน


ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวครูสุนทรียาที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป
ขอดวงวิญญาณท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ







อาทิตย์นี้อัพบล็อกคุณปอนข้าไปหน่อย
ไม่มีเวลาพิมพ์เลยต้องรอให้ลงในเวบกรุงเทพธุรกิจก่อนค่อยแฮ้บมาให้อ่าน

ทุ่งกว้างทางลม










ใจพี่
คำร้อง สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์
ทำนองสมาน กาญจนะผลิน
  


ใจพี่...
เอาไปเถิดคนดีพี่ให้

ไม่เคยคิดยกให้แก่ใคร

มอบให้เจ้าไว้ครอบครอง



ใจพี่...
มีเพียงหนึ่งเท่านี้ใช่สอง

จะได้รู้รักพี่ใช่ลอง

ขอมอบให้น้องตลอดกาล



หากเจ้าเมตตาปรานี

คงถนอมใจพี่มิให้ร้าวฉาน

หากเจ้าสิ้นรักหักราน

ขยี้ให้แหลกลาญคามือ



ใจพี่...

เอาไปเถิดมันมีแต่ซื่อ

ถ้าจะช้ำขอให้ด้วยมือ

เพราะซื่อจึงมอบน้องเอย







ภาพจาก wikipedia.org



'ใจพี่' เอาไปเถิดคนดี...พี่ให้
อาลัย สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์



"ใจพี่...      
เอาไปเถิดคนดีพี่ให้

ไม่เคยคิดยกให้แก่ใคร       
มอบให้เจ้าไว้ครอบครอง..."

   


เป็นเพลงเปิดหัวใจของลูกผู้ชายคนหนึ่งออกมาอย่างทะลุปรุโปร่งไปทุกห้องของหัวใจ ด้วยคำขึ้นต้นเพียงคำเดียวคือคำว่า "ใจพี่" นับว่าเป็นคำร้องสั้น ๆ ที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาเพลงยอดนิยมของไทยตลอดเวลา ๕o ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าคำร้องที่ถูกนำมาเป็นชื่อเพลงนี้เป็นคำที่ถอดออกมาจากหัวใจของผู้แต่งแล้วสะเทือนเข้าไปในหัวใจของผู้ร้อง และสะท้านเข้าไปในหัวใจของทั้งหญิงและชายที่ได้รับฟังเพลง โดยเฉพาะคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก 


ผลงานนี้เกิดขึ้นและยังจะคงอยู่ไปอีกนาน ด้วยฝีมือของสามศิลปินแห่งชาติระดับยอดฝีมือของไทย คำร้องโดย สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ทำนองโดย สมาน กาญจนะผลิน ผู้ขับร้องต้นฉบับคือ "นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์" สุเทพ วงศ์กำแหง นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในวงการเพลงไทยสากลของเราทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต





เพลงรักบางเพลงของ สุนทรียาฯ น่าจะมาจากความประทับใจที่ บ้านท่าเกษม
(จากจินตนาการของ ส.ท่าเกษม แบบคนช่างคิดช่างฝัน!)

ภาพจาก thailanewspaper.com



จึงนับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของวงการเพลงไทยสากลกับการจากไปของศิลปินแห่งชาติ นักแต่งเพลงผู้มีผลงานการประพันธ์เพลงอันยิ่งใหญ่อยู่ถึงประมาณ ๑,ooo เพลง นาม สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ซึ่งได้ถึงแก่กรรมด้วยอาการอันสงบจากอาการเส้นเลือดในสมอง
"ใจพี่" บันทึกแผ่นเสียงเป็นครั้งแรกโดย สุเทพ วงศ์กำแหง เมื่อ พ.ศ. ๒๕o๔ ต่อมาได้รับรางวัลชนะเลิศ แผ่นเสียงทองคำพระราชทานประเภท ก. ครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๕o๗ เป็นเพลงแรกที่ สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ได้แต่งคำร้องขึ้นก่อนแล้วส่งเนื้อร้องให้ ครูสมาน กาญจนะผลิน ไปใส่ทำนองตามหลัง



2

ใบปลิวประชาสัมพันธ์งานคอนเสิร์ต "เพลงกวี สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์"
จัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ภาพจาก wikipedia.org



ทำให้เพลงนี้มีรูปแบบของเพลงแตกต่างไปจากเพลงส่วนใหญ่ที่นักแต่งสองศิลปินแห่งชาติคู่นี้ได้ทำงานร่วมกันไว้ ความเป็นอิสระในการเขียนคำร้องที่ทำให้เนื้อหาได้ถูกถอดออกมาจากส่วนลึกของผู้แต่งได้อย่างชัดเจนลึกซึ้งยิ่งนัก โดยเพาะวรรคทองในท่อนแยกของเพลง



"หากเจ้าเมตตาปรานี       
คงถนอมใจพี่มิให้ร้าวฉาน

หากเจ้าสิ้นรักหักราน           
ขยี้ให้แหลกลาญคามือ..."



สุนทรียา

ศิลปินที่ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต "เพลงกวี สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์"
ภาพจาก maemaiplengthai.com

   


สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแต่งเพลงรักที่มีสำนวนอ่อนหวานลึกซึ้ง สมกับเป็นเพลงรักได้อย่างงดงามมากที่สุดอย่างยากจะหาใครเปรียบเทียบได้ นอกจากเพลง "ใจพี่" แล้วยังมีเพลงที่แต่งร่วมกับ สมาน กาญจนะผลิน ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศอีกหลายเพลง เช่น "วิหคเหินลม" ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติ ชนะเลิศรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน  ประเภท ข. ปีเดียวกับเพลง "ใจพี่"
   


"เพียงคำเดียว" ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง ชนะเลิศรางวัลเสาอากาศทองคำ สถานีวิทยุเสียงสามยอด พ.ศ. ๒๕๑๘



สุนทรียา1

ศิลปินที่ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต "เพลงกวี สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์"
ภาพจาก maemaiplengthai.com

   


สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ มีชื่อจริงว่า เกียรติพงศ์ กาญจนภี เกิดเมื่อวันพุธที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๙ เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล จนกระทั่งจบชั้นมัธยม ๖  การศึกษาชั้นสูงสุดจบเศรษฐศาสตรบัณฑิต จากประเทศอังกฤษ พ.ศ. ๒๕o๓ รับราชการฝ่ายวิชาการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นอาจารย์พิเศษ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 เป็นอดีตผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสหธนาคาร จำกัด  เป็นคณะกรรมการบัญญัติศัพท์เศรษฐศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน แล้วมาเกษียณอายุงานประจำสุดท้าย ที่ตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และกรรมการ บริษัท ไทยบรรจุภัณฑ์ และการพิมพ์ จำกัด (มหาชน)





ภาพจาก กระทู้เกียรติพงศ์ กาญจนภี


   

สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ มีผลงานเพลงยอดนิยมมากมายหลายยุคสมัย แต่งเพลงมาแล้วประมาณกว่า ๑,ooo เพลง โดยแต่งร่วมกับ สง่า อารัมภีร, แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ และมากที่สุด คือ สมาน กาญจนะผลิน ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น รักปักใจ, แน่หรือคุณขา, วิหคเหินลม, รักคุณเข้าแล้ว, เพียงคำเดียว, ดอกโศก, ความรักเจ้าขา, จำพราก, ที่รัก, รักพี่นะ, ชีวิตเมื่อคิดไป, คำคน, ใจพี่, เกิดมาอาภัพ, สัญญารัก, นกเขาคูรัก, อุทยานรักไทรโยค, ออเซาะรัก, รัก, วอนรัก, หวานรัก ฯลฯ


ขอใจให้พี่, ขอดูใจพี่, ขอใจให้น้อง, อยู่เพื่อความดี, ทูนหัวหลอกพี่, โธ่เอ๋ยทำได้, น่ารัก, นัยน์ตาฟ้า, ฝากรักฝากฝัน, เพชรในตม, อย่านะ, รังแกใจ, ไม้งามขวานบิ่น, ขอให้รักกัน, โกรธรัก, เป็นไปแล้ว, ลาแล้วแก้วตา, เมื่อรักกลับคืน, เชื่อรัก, รักลอยลม, รักเอ๋ยรักข้า, คิดไปใจหาย, ชื่นรักตักนาง ฯลฯ



4>

แผ่นเสียงลองเพลย์ เพลงนกเขาคูรัก
ผลงานการประพันธ์คำร้องของสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์
ภาพจาก wikipedia.org

      


ท่านเป็นผู้ริเริ่มใช้สรรพนาม "คุณ" แทนคำว่า "เธอ" และใช้ "ผม" แทนคำว่า "ฉัน" และ "เรียม" ในเพลงรักคุณเข้าแล้ว อันเป็นคำที่ประชาชนทุกคนในยุคนั้นใช้กันติดปากในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังมีผลงานประพันธ์เพลงให้กับสถาบันและหน่วยงานอื่น ๆ อีก ได้รับพระราชทนแผ่นเสียงทองคำ ในฐานะประพันธ์คำร้อง จากเพลงใจพี่และเพลงวิหคเหินลม , รางวัลเสาอากาศทองคำ ในเพลงเพียงคำเดียว จากสถานีวิทยุเสียงสามยอด และรางวัลนราธิป ในฐานะนักเขียนและบรรณาธิการอาวุโสที่ทำคุณประโยชน์ด้านวรรณกรรมของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย



14

ภาพจากบล็อกคุณเฉลิมลาภ ทราบแล้วเปลี่ยน



ที่มาของนามปากกา "สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์" สืบเนื่องมาจากในช่วงที่ท่านแต่งเพลงนั้น ท่านยังทำงานประจำอยู่ จึงคิดว่าคงไม่เหมาะนักถ้าจะใช้ชื่อจริงในการแต่งเพลง ฉะนั้นจึงได้ไปขอให้ น.อ.สวัสดิ์ ฑิฆัมพร ตั้งชื่อนามปากกาให้และได้ชื่อว่า "สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์" โดย "สุนทรียะ" มาจากคำว่า "aesthetic" หมายถึง ความรู้สึกอันรู้จักค่าของความงาม ทำให้ไพเราะ อ่อนโยน น่ารัก ซึ่งตั้งให้ตามอุปนิสัย แต่สุนทรียะ ฟังดูห้วนและแข็งเกินไป จึงเติมให้เป็น "สุนทรียา" ส่วน "ณ เวียงกาญจน์" หมายถึงที่แดนทอง หรือ เมืองทอง ตั้งให้ตามที่มาของตระกูล



3

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหีบทองลายสลักเป็นเกียรติยศ
ภาพจาก wikipedia.org



ครูสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ผู้ประพันธ์) ปี ๒๕๔๙ เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๓o กันยายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๕๖ น. เนื่องจากโรคลิ่มเลือดอุดตันที่เส้นหัวใจ หลังจากเข้ารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธนานกว่า ๒ เดือน สิริรวมอายุ ๘๘ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ณ ศาลา ๖ วัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันพุธที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.oo น. และจะตั้งศพบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรม มีกำหนด ๗ คืน ตั้งแต่วันที่ ๑-๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.oo น.


สำหรับเพลง "ใจพี่" นอกจากจะเป็นเพลงซึ่งได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของ สุเทพ วงศ์กำแหง อีกเพลงหนึ่งมาตลอดทุกยุคสมัย แต่จากนี้ไปนับวันจะกลายเป็นเพลงสำคัญเพลงหนึ่ง ที่จะคอยเตือนใจให้นักนิยมเพลงทั้งหลายยังต้องรัก...และอาลัยถึงสุดยอดฝีมือในวงการนักแต่งเพลงไทยท่านนี้ไปอีกนานแสนนาน  



"ใจพี่...   
เอาไปเถิดมันมีแต่ซื่อ

ถ้าจะช้ำขอให้ด้วยมือ           
เพราะซื่อจึงมอบน้องเอย...







ข้อมูลจาก
thaipost.net
komchadluek.net
นสพ.ไทยโพสต์ ๕ ต.ค. ๒๕๕๗





บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 11 ตุลาคม 2557    
Last Update : 11 ตุลาคม 2557 23:36:39 น.
Counter : 1284 Pageviews.  

ยังจำได้ไหม


head3

ภาพจาก wallpapersweb.org



อัพบล็อกช่วยโฆษณาคอนเสิร์ตของ คุณรวงทอง ทองลั่นธม ที่จะจัดในวันที่ ๑๙ ต.ค.นี้ ท่านใดชอบเสียงท่านก็จองบัตรได้เลยค่ะ ติดต่อได้ที่คุณรวงทองและศูยน์บริการสุนทราภรณ์ มีเบอร์โทรตรงท้ายบล็อก แล้วก็ต้องขอบคุณพี่หนูหล่อที่บอกวิธีโพสเพลงจากยูทูบแบบ playlist เลือกเพลงเวอร์ชั่นดั้งเดิมทั้งหมด ขอบคุณพี่หนู่หล่อมากนะคะ









จำได้ไหม
คำร้อง ธาตรี
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน


ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง

ซึ่งเคยบอกว่ารัก รัก รัก ยิ่งนัก


ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง

ซึ่งคุณสมัคร เป็นทาสดวง ใจ



เพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองตลิ่ง

อกคุณแอบอิง อกหญิงคนไหน



ยังชมว่าสวย เหมือนดั่งเดือนผ่อง

เฝ้าปองรักใคร่ จำได้ไหมคุณ



คุณชมดวงตา ว่าสุกเหมือนดาว

คุณชมผิวสาว ว่าขาวเหมือนนุ่น



คุณชมกลิ่นแก้ม ว่าหอมละมุน

ซ้ำชมว่าอุ่น ยามหนุนอุรา



ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง

ซึ่งคุณเคยบอกว่ารัก รัก รัก เท่าฟ้า



ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง

ซึ่งคุณเพ้อว่า เป็นยอดบูชาของคุณ








ภาพจาก saisampan.net


'จำได้ไหม'
เสียงอันพิจิตเรืองรุ่งทาบทานาทุ่ง รวงทอง ทองลั่นธม



นี่คือเพลงที่ทำให้แฟนเพลงไทยสากลทั่วประเทศได้รู้จักและหลงรัก นักร้องสาววัยรุ่นคนหนึ่งของวงดนตรีสุนทราภรณ์ จากปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นต้นมา มาถึงปีนี้ จึงนับเป็นเวลาจะถึง ๖o แล้ว ที่ รวงทอง ทองลั่นธม ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของสมญา “เสียงน้ำเซาะหิน” ได้ร่วมงานมากับวงดนตรี “สุนทราภรณ์”
   





ภาพจาก เฟซบุครวงทอง ทองลั่นธม

 


รวงทอง ทองลั่นธม เกิดเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘o เนื่องจากชอบร้องเพลงและมีเสียงไพเราะ  ญาติผู้ใหญ่ที่นับถือจึงพาไปฝากกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน  ตั้งแต่เมื่ออายุได้เพียง ๑๗ ปี ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากเพลง “วนาสวาท” และ “รักเธอเสมอ” ในปี พ.ศ. ๒๕o๘ ได้รับรางวัล ใบโพธิ์ทองคำพระราชทาน   จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ (ในฐานะนักร้องผู้เผยแพร่ภาษาไทยได้ชัดเจนถูกต้อง) และได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ  สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙





ภาพจาก เฟซบุเมโทรแผ่นเสียงฯ

 
      

มาถึงวันนี้ รวงทอง ทองลั่นธม มีความสุขในวัย ๗๗ ปี กับคู่ชีวิต พ.ต.ท.วรพล สุคนธร มีบุตร-ธิดา ๒ คน คือ  เอกอดุลย์ และ ศยามล และในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๓o-๑๗.๓o น. ณ โรงละครแห่งชาติ ทาง มูลนิธิสุนทราภรณ์ จะเป็นเจ้าภาพจัดงานคอนเสิร์ตที่มีชื่องดงามบรรเจิดว่า
       


“ด้วยมนตราแห่งเสียงอันพิจิตรเรืองรุ่ง ทาบทานาทุ่งรวงทอง ...ขอแทนคุณสุนทราภรณ์”





คุณดอกดิน กัญญามาลย์ และ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์

   
      

โดยมีศิลปินแห่งชาติรับเชิญอีก ๒ ท่าน คือ ดอกดิน กัญญามาลย์ ที่จะมาร้องเพลงคู่กับ รวงทอง ทองลั่นธม  และ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ จะจัดละครเรื่อง “พระลอ” ตอนพิเศษสำหรับคอนเสิร์ตนี้ ตามคำเรียกร้องของเจ้าของคอนเสิร์ต





ภาพจาก matichon.co.th

   

รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทาง มูลนิธิสุนทราภรณ์ มีวัตถุประสงค์จะมอบให้เป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับศิลปินแห่งชาติ รวงทอง ทองลั่นธม ซึ่งขณะนี้ยังป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ถึง ๖ โรคด้วยกัน แต่ในส่วนสุขภาพของเสียงนั้น ได้ฟื้นตัวจนเกือบปกติแล้ว ซึ่งแฟน ๆ จะติดตามผลงานการร้องของเธอได้อย่างใกล้ชิดและลึกซึ้งอีกครั้งในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะเธอเตรียมเพลงที่จะร้องให้แฟน ๆ ได้ฟังอย่างจุใจด้วยตัวเธอเองถึง ๑๘ เพลงด้วยกัน


“คุณชมดวงตา ว่าสุกเหมือนดาว   
คุณชมผิวสาว ว่าขาวเหมือนนุ่น

คุณชมกลิ่นแก้ม ว่าหอมละมุน           
ซ้ำชมว่าอุ่น ยามหนุนอุรา....”





ภาพจาก thaigramophone.com

       


รวงทอง ทองลั่นธม เดิมชื่อ ก้อนทอง ทองลั่นธม  ต่อมา ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ เป็นผู้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า รวงทอง ทองลั่นธม ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้เขียนถึง รวงทอง ทองลั่นธม ไว้ในหนังสือ “พระเจ้าทั้งห้า” ว่าดังนี้
       


“รวงทองเป็นศิษย์คนหนึ่งของผม ในจำนวนหลาย ๆ คนที่ผมภาคภูมิใจ"





ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ภาพจาก palungjit.org

       


เพลงที่ทำชื่อเสียงให้เธอเป็นอย่างมาก คือเพลง จำได้ไหม, ขวัญใจเจ้าทุย, หญิงก็มีหัวใจ, เสียงกระซิบจากเกลียวคลื่น และอีกหลาย ๆ เพลง ผู้ที่มีส่วนช่วยส่งให้เธอมีชื่อเสียงยิ่ง ๆ ขึ้นไปก็มี ครูแก้ว อัจฉริยะกุล, ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์, ครูธาตรี (วิชัย โกกิละกนิฐ) และครูสมศักดิ์ เทพานนท์ เพลงที่เราแต่งให้เธอ จนบัดนี้ก็ยังอยู่ในความนิยมตลอดมา





ภาพจาก weloveshopping.com

       

รวงทองเป็นอะไรได้หลายอย่างจากพรสวรรค์ มีความสามารถ มีความอดทน ไม่ใช่เพียงร้องเพลงให้คนซาบซึ้ง แต่สามารถทำให้เพลงเข้าไปในอารมณ์ของผู้ฟังจนเป็นที่ประทับใจ เธอยังพิสูจน์ได้ว่า  ความเป็นศิลปินนักร้องต้องมีศิลปะในการร้องด้วย  เธอเล่นละครได้ดี โดยเฉพาะละครเพลง แสดงได้ทั้งบทรักกระจุ๋มกระจิ๋ม หรือโศกเศร้าสูญเสีย ระทมทุกข์ แสดงได้ดีเหมือนเกิดขึ้นกับตนเอง....”



ภาพวันแถลงข่าวคอนเสิร์ต
ภาพจาก เฟซบุคเมโทรแผ่นเสียง







       


คอนเสิร์ต “ด้วยมนตราแห่งเสียงอันพิจิตรเรืองรุ่ง ทาบทานาทุ่งรวงทอง ...ขอแทนคุณสุนทราภรณ์” เชิญท่านพบกับสามศิลปินแห่งชาติ รวงทอง ทองลั่นธม, ดอกดิน กัญญามาลย์ และ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์  ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ นรอรรถ จันทร์กล่ำ บรรเลงโดย วงดนตรีสุนทราภรณ์วงใหญ่ ร่วมด้วยนักร้องดาวค้างฟ้า  และ คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ และ ศิษย์รวงทอง






11B

ภาพจาก ssmediashop.lnwshop.com

       


วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๓o-๑๗.๓o น. ณ โรงละครแห่งชาติ บัตรราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,ooo, ๘oo และ ๕oo บาท ซื้อบัตรได้ที่ รวงทอง ทองลั่นธม o๘-๗๖๑๓-๑๕๕๑ และที่ ศูนย์บริการสุนทราภรณ์  o๘-๑๒๘๕-๑๔๒๗.





ภาพจาก orrawee.com



ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์ ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๗
thaipost.net



บล็อกเสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๔๙
เสพงานศิลป์ ๑๕o




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 07 ตุลาคม 2557    
Last Update : 7 ตุลาคม 2557 10:57:15 น.
Counter : 1313 Pageviews.  

สวรรค์มืด


yellowcreekarea

ภาพจาก myaquariumclub.com


สวรรค์มืด - สุเทพ วงศ์กำแหง







สวรรค์มืด
คำร้อง  ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนองสมาน กาญจนะผลิน



ฟ้ามืดสวรรค์มัว
นึกเกรงน่ากลัว
อกรัวใจสั่น
ดั่งตะวันสูญสิ้น
สวรรค์รำไรยามไร้จันทรา
มืดฟ้ามัวดิน
น้ำตาหลั่งรินกล้ำกลืน
   


เหลือเพียงหัวใจ
รักอันสดใส
อยู่ไหนกันเล่า
ช่วยปลอบเรายิ้มชื่น
สวรรค์จะมัวสลัวเพียงใด
ไม่หายคลายคืน
รักคงยั่งยืนมิคลาย
   


เปรียบรักคนจน
เหมือนวิมานตระการพ้น
สร้างอยู่บนทราย
ตราบฟ้าดินมลาย
แต่รักไม่หาย
ไม่คลายโรยรา
   


รักกันซื่อตรง
แล้วคงสักวัน
สวรรค์สว่าง
ช่วยส่องทางรักข้า
คอยหาดวงใจ
ดังไร้ตะวันคอยแสงจันทรา
ขอจงเมตตา สวรรค์มืด





1



'สวรรค์มืด' เป็นหนึ่งในบรรดา 'เพลงเอก'
ที่คุณสุเทพ วงศ์กำแหงขับร้องมากกว่าร้อยครั้งขึ้นไป



'เพลงรักคุณเข้าแล้ว' ไม่เพียงแต่ทำให้ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง กลายเป็นนักร้องที่ครองใจแฟนเพลงทั้งในประเทศและต่างประเทศเท่านั้น ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตอีกด้วย ช่วงเวลาที่เพลงนี้โด่งดังถึงขีดสุดนั้น คุณสุเทพ วงศ์กำแหง มีอายุ ๒๑ ปี อายุครบเกณฑ์ทหารพอดี ทำให้ได้รับอานิสงส์จากเพลงนี้โดยตรง



1A

(ซ้าย) ครูปรีชา เมตไตรย์ (ขวา) พลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์
ภาพจาก saisampan.net
และ su-usedbook.com



'พลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์' เป็นนักฟังเพลงที่โปรดปรานเสียงทุ้มนุ่มหูของคุณสุเทพ...นักร้องหนุ่มผิวคล้ำตาคมอมเศร้ายิ่งนัก ท่านกรุณาเป็นธุระให้คุณสุเทพได้รับราชการเป็นพลทหารในกองทัพอากาศ แต่แรกก็เป็นทหารสังกัด 'กองพันต่อสู้อากาศยาน' ต่อมาก็ถูกยืมตัวไปประจำ 'กองดุริยางค์ทหารอากาศ' ที่มีครูปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวง ซึ่งในช่วงเวลานั้นเองก็มีการตั้ง 'วงดนตรีลูกทัพฟ้า' ขึ้น


คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เล่าถึงชีวิตสมัยที่เป็นทหารอากาศไว้ว่า


"สนุกสนานกันมากตอนนั้น รู้สึกว่าวงการดนตรีของเราบูมมาก ดนตรีของแต่ละกองทัพเขาแข่งกันในเรื่องชื่อเสียง ความรื่นรมย์ แข่งขันตีกลอง เล่นดนตรีแข่งกัน มีการร้องเพลงประกวดประชันแข่งกันสนุกสนาน ช่วงปี พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๔๙๙ มีชื่อเสียงมาก"





ภาพจาก plengpakjai.net



ความสามารถด้านการขับร้องเพลงของ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เมื่อรวมกับวุฒิการศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่าง ทำให้ท่านได้รับการพิจารณาปรับวุฒิจากพลทหารเป็น 'จ่าอากาศตรี' ในเวลาไม่นานนักชื่อเสียงของ 'ทหารนักร้องน้องใหม่ประจำกองทัพอากาศ' ก็แพร่หลายไปในวงกว้างทั้งในหมู่ทหารและพลเรือน คุณสุเทพกลายเป็นกำลังสำคัญของวงดนตรีและมีแฟนเพลงเพิ่มขึ้น ๆ ตามความสามารถที่พัฒนาตามวันเวลาที่ผ่านไป





คุณสุวัฒน์ วรดิลก
ภาพจาก siamrath.co.th



จะเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นยุคทองของคุณสุเทพก็ว่าได้ เป็นช่วงเวลาที่คุณสุเทพได้อัดแผ่นเสียงไม่น้อยกว่า ๕oo เพลง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพลงในภาพยนตร์จำนวนมากมายหลายเรื่อง ในช่วงเวลานั้นเอง ทหารหนุ่มลูกทัพฟ้าก็มีโอกาสเป็น 'พระเอกภาพยนตร์' ขาวดำ ๓๕ มม. เรื่อง "สวรรค์มืด" ซึ่งคุณสุรัตน์ วรดิลก ศิลปินแห่งชาติ นักประพันธ์ชื่อดัง เจ้าของนามปากกา 'รพีพร' ผู้เปรียบเสมือนยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงยุคนั้นเป็นผู้สร้างขึ้น คุณสุเทพแสดงคู่กับนางสาวถิ่นไทยงามที่ชื่อว่า 'สืบเนื่อง กันภัย'





ฉากหนึ่งในหนัง
ภาพจาก youtube.com



"สวรรค์มืด" เป็นเรื่องราวของหนุ่มเก็บขยะที่พบรักกับขโมยสาว วันหนึ่งหนุ่มต้องจากไปเป็นทหารรับใช้ชาติ และกลับมาในสภาพของคนพิการตาบอดทำให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ในที่สุดก็ได้สาวคนรักกลับคืนมาคอยปรนนิบัติดูแล เป็นความสุขและแสงสว่างในชีวิต



2

ครูแจ๋ว คุณสุเทพ และ คุณสวลีในห้องส่งโทรทัศน์



คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เล่าถึงภาพยนตร์เรื่อง "สวรรค์มืด" ที่รายได้ดูจะสวนทางกับคุณภาพของงาน


"เราทำงานครั้งนั้นปี พ.ศ. ๒๔๙๙ อาจจะล้ำยุคเกินไป เป็นหนังใหญ่ มีเพลงตั้ง ๖-๗ เพลง อัดเสียงทั้งพูดทั้งอะไรหมดในนั้นเลย ไม่มีการพากย์ เพลงก็เพราะมาก ทันสมัยมากทีเดียว แต่คนดูตามไม่ทัน หนังก็เลยขาดทุน"





ฉากหนึ่งในหนัง
ภาพจาก กระทู้พันทิป



ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่อง "สวรรค์มืด" จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เพลงชื่อเดียวกันกลายเป็น 'เพลงอมตะ' ที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตตราบถึงปัจจุบัน เพียงท่อนแรกของเพลงก็จับใจกับคำร้องและท่วงทำนองที่สอดประสานกันอย่างลงตัว


ฟ้ามืดสวรรค์มัวนึกเกรงน่ากลัว
อกรัวใจสั่นดั่งตะวันสูญสิ้น
สวรรค์รำไรยามไร้จันทรามืดฟ้ามัวดิน
น้ำตาหลั่งรินกล้ำกลืน






ภาพจาก thaiwriterassociation.org



"เพลงสวรรค์มืด" เป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติสองท่าน ครูชาลี อินทรวิจิตร ประพันธ์คำร้อง ทำนองเป็นของครูสมาน กาญจนะผลิน หากเอ่ยถึง "เพลงสวรรค์มืด" ถ้าเป็นนักฟังเพลงโดยเฉพาะแฟนเพลงของคุณสุเทพแล้วละก็ ย่อมรู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในบรรดา 'เพลงเอก' ที่ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้องมากกว่าร้อยครั้งขึ้นไป คุณสุเทพร้องเพลงนี้ทีไร มิตรรักแฟนเพลงทั้งหลายพากันร้องตามทีนั้น บางครั้งคุณสุเทพเดินลงจากเวทีไปทักทายแฟนเพลงถึงที่นั่งชม พลางยื่นไมโครโฟนให้ช่วยร้องสักวรรคสองวรรค ปรากฏว่าแฟนเพลง 'ยึดไมค์' ไปร้องจนจบเพลง 'นักร้องตัวจริง' เลยต้องกลายเป็นผู้ฟังแทน


ภาพยนตร์ "สวรรค์มืด" ๒๕o๑ รัตน์ เปสตันยี






ภาพและข้อมูลจากหนังสือ
"ลอยไปในลมบน" กว่าจะเป็นศิลปินแห่งชาติ 'สุเทพ วงศ์กำแหง'
เขียนโดย ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

หลังคาใบตอง



บล็อกเสพงานศิลป์

เสพงานศิลป์ ๑๔๔
เสพงานศิลป์ ๑๔๕
เสพงานศิลป์ ๑๔๖



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๕๗
เสพงานศิลป์ ๑๕๘




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 30 กันยายน 2557    
Last Update : 1 ตุลาคม 2557 9:31:21 น.
Counter : 1365 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 117 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.