happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

๑๙ ปีที่โลกนี้ไม่มี "เติ้ง ลี่จวิน"


1

ภาพจาก teresatengblog.blogspot.com


月亮代表我的心; - 鄧麗君

 


สองวันก่อนเข้าไปหาข้อมูลเขียนบล็อกในเวบผู้จัดการ หลงเข้าไปในหน้า มุมจีน มีเรื่องเกี่ยวกับประเทศจีนหลากหลาย คลิกอ่านเพลินเลยค่ะ อย่างหน้า เรียนภาษาจีน เพิ่งลงเรื่อง...๑๙ ปีที่โลกนี้ไม่มี "เติ้ง ลี่จวิน"...อ่านแล้วก็คิดถึงเสียงหวาน ๆ ของเธอจับใจ โชคดีที่มียูทูบ อยากฟังเพลงอะไรก็คลิกเข้าไปฟังได้ทุกเมื่อ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะจากไปเกือบยี่สิบปีแล้ว แต่ถึงเวลาจะผ่านไปอีกนานแค่ไหน โลกก็คงไม่มีวันลืม "เติ้ง ลี่จวิน" ได้อย่างแน่นอนค่ะ



เสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุดค่ะ

เสพงานศิลป์ ๑o๒
เสพงานศิลป์ ๑o๓













ภาพจาก tupian365.com



ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมของ ๑๙ ปีก่อน ถือเป็นเดือนแห่งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชาวจีนครั้งหนึ่ง เมื่อดวงดาวที่เจิดจริสที่สุดในฟากฟ้าบันเทิงเอเชียล่วงลับดับสูญ ชื่อของเธอไม่มีชาวจีนคนไหนในโลกไม่รู้จัก เธอผู้นี้คือ เติ้ง ลี่จวิน หรือ เทเรซา เติ้ง ศิลปินไต้หวันผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีแห่งเพลงตลอดกาล










เติ้ง ลี่จวิน เกิดเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๑๙๕๓ ที่หมู่บ้านเถียนหยัง ตำบลเปาจง อำเภอหยุนหลิน เกาะไต้หวัน ขณะที่พื้นเพเดิมของ เติ้งซู ผู้บิดา เป็นชาวมณฑลเหอเป่ย โดยเป็นนายทหารโรงเรียนนายร้อยหวงผู่แห่งพรรคก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็ก ส่วนมารดาเป็นชาวซานตง เมื่อพรรคก๊กมินตั๋งพ่ายแพ้ให้กับพรรคคอมมิสนิสต์จีนและย้ายไปตั้งรัฐบาลคณะชาติที่ไต้หวัน ครอบครัวของเติ้ง ลี่จวินจึงได้ย้ายไปตั้งรกรากที่ไต้หวันเช่นกัน เติ้ง ลี่จวินเป็นบุตรสาวคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งหมดรวม ๕ คน เดิมทีชื่อ ลี่ อวิ๋น ซึ่งแปลว่า “ไผ่เขียวที่งดงาม” แต่คนรอบข้างมักเรียกเป็น ลี่ จวิน ที่แปลว่า “หญิงที่งดงาม” เมื่อเข้าวงการบันเทิงเธอจึงใช้ชื่อ “เติ้ง ลี่จวิน” เป็นชื่อในวงการ





ภาพจาก soundofhope.org


你怎麼說 - 鄧麗君



คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



28

ภาพจากคอนเสิร์ตของโจวเจี๋ยหลุนที่ฮือฮามาก หนุ่มเจย์เซอร์ไพรซ์แฟน ๆ
โดยการร้องเพลงเมดเล่ย์ร่วมกับ “เติ้ง ลี่จวิน” ที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก ในคอนเสิร์ตที่ ไทเปอารีน่า
ภาพจาก btlnews.com



周杰倫 ร้องคู่ 鄧麗君




บนเส้นทางดนตรีในช่วงเริ่มต้น เติ้ง ลี่จวิน ผ่านมาแล้วทั้งการร้องเพลง งานแสดงภาพยนตร์ แขกรับเชิญในรายการทอล์กโชว์ และนักร้องรับเชิญในคอนเสิร์ตระดับชาติหลายวาระ ปี ๑๙๖๙ เดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในชีวิต ตามคำเชิญของมาดามลีกวนยู เพื่อไปร้องเพลงการกุศลที่สิงคโปร์ จากนั้นจึงไปเปิดการแสดงที่เกาะฮ่องกงครั้งแรกในปี ๑๙๗o






Teresa Teng - Airport (Best newcomer award 1974, Japan



เพลงภาษาญี่ปุ่น “คูโค 空港” เป็นเพลงฮิตยอดนิยมในญี่ปุ่น
ที่ทำให้ เติ้ง ลี่จวินได้รับรางวัลใหญ่จากเวที Japan Record Award มาครองเมื่อปี ๑๙๗๔



ปี ๑๙๗๓ เติ้ง ลี่จวินเซ็นสัญญาออกอัลบั้มกับบริษัทโพลีดอร์ เรคคอร์ด ประเทศญี่ปุ่น เพลงจำนวนมากของเธอถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น และที่นี่นักร้องสาวได้มีโอกาสพัฒนาทักษะการแสดงอารมณ์เพลง ในช่วงนี้ชื่อเสียงของเติ้ง ลี่จวินเริ่มโด่งดังไปทั่วเอเชีย ปัจจัยสำคัญเพราะเธอเป็นนักร้องที่ร้องเพลงได้หลายสไตล์ และเป็นนักร้องที่ออกเสียงชัดเจนไม่ว่าจะร้องด้วยภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เวียดนาม จีนกลาง กวางตุ้ง





ภาพจาก blog.udn.com


邓丽君:誰來愛我



เพลง เสยไหลไอ้หวั่อ (ใครจะมารักฉัน) คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



ในขณะที่ชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ปี ๑๙๗๙ เกิดมรสุมชีวิตครั้งใหญ่นั่นคือเธอถูกทางการญี่ปุ่นจับกุม เนื่องจากจับได้ว่า เติ้ง ใช้พาสปอร์ตปลอมสัญชาติอินโดนีเซีย เพื่อเดินทางจากฮ่องกงเข้ามายังประเทศญี่ปุ่น ทางการญี่ปุ่นจึงลงโทษให้ เติ้ง ลี่จวิน เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น และไม่อนุญาติให้กลับเข้ามาภายในเวลา ๑ ปี ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบทางลบต่อชื่อเสียงของเธอในขณะนั้นเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับปัญหาด้านสุขภาพโรคหอบหืดเรื้อรัง ทำให้เธอตัดสินใจอพยพไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา






鄧麗君 - 我和你



เพลง หวั่วเหอหนี่ หนึ่งในเพลงฮิต ที่เติ้ง ลี่จวินร้องครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗
ซึ่งเป็นปีที่ราชินีเพลงผู้นี้เดินทางไปออกผลงานที่ญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว

คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



เติ้ง ลี่จวิน อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ตลอดช่วงทศวรรษ ๑๙๘o เธอ เป็นนักร้องจีนคนแรกที่มีโอกาสเปิดการแสดงที่ซีซาร์พาเลส ในลาสเวกัส และนับตั้งแต่ปี ๑๙๙๑ เติ้ง ลี่จวิน ได้ลดบทบาทในอาชีพการร้องเพลงลง โดยเลือกใช้เวลาพักผ่อนส่วนใหญ่ในประเทศไทยและฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลอดชีวิตการเป็นนักร้องอาชีพของ เติ้งลี่จวิน เธอจะเคยขึ้นเวทีคอนเสิร์ตมานับครั้งไม่ถ้วน ในหลายสถานที่ ทว่ามีสถานที่หนึ่ง ซึ่งเติ้ง ลี่จวิน ไม่เคยเดินทางไปเปิดคอนเสิร์ต หรือแม้แต่เหยียบย่างเข้าไป แต่กลับเป็นที่ที่มีแฟนเพลงของเธอมากที่สุดในโลก...นั่นก็คือ “จีนแผ่นดินใหญ่”





ภาพจาก dlj.chenag.com


鄧麗君 - 在水一方



เพลง ไจ้สุ่ยอี้ฟัง คลิกอ่านเนื้อเพลง

       
       
เติ้ง ลี่จวิน โด่งดังขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่ ๗o ซึ่งไต้หวันเต็มไปด้วยบรรยากาศการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ส่วนตัวของเธอในฐานะบุตรสาวของนายทหารแห่งพรรคก๊กมินตั๋ง มีความคิดต่อต้านการปกครองแบบเผด็จการ ครั้งที่มีเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาและประชาชนลุกขึ้นมาชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์เรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพในวันที่ ๑๕ เมษายน ๑๙๘๙ ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งจบลงด้วยการนองเลือดเมื่อรัฐบาลปักกิ่งใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ประท้วง ด้าน เติ้ง ลี่จวิน ได้เปิดคอนเสิร์ตในนามของกลุ่มนักศึกษาขึ้นที่ฮ่องกง เพื่อประกาศจุดยืนสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มนักศึกษาในกรุงปักกิ่งของจีน คอนเสิร์ตดังกล่าวมีชื่อว่า "บทเพลงประชาธิปไตยอุทิศให้เมืองจีน" มีผู้เข้าชมกว่าสามแสนคน ซึ่งราชีนีเพลงประกาศว่า ตราบใดที่จีนแผ่นดินใหญ่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย เธอจะไม่เหยียบย่างไปเป็นอันขาด





ภาพจาก favorstar.com


Teresa Teng - 梅花(1981年)



เพลง เหมยฮวา ซึ่งแปลว่า ดอกเหมย ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำไต้หวัน
ที่รัฐบาลไต้หวันกำหนดไว้นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๑๙๖๔ เป็นต้นมา



กระนั้น ในช่วงต้นของทศวรรษที่ ๑๙๘o เติ้ง ลี่จวินก็ยังมีชื่อเสียงในหมู่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมาก แม้ว่าทางการจีนจะสั่งห้ามเนื่องจากจีนในช่วงนั้นอยู่ภายใต้กระแสของการปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ชาวจีนส่วนหนึ่งพยายามหาเพลงของเธอมาจากตลาดมืด ยิ่งห้ามยิ่งดัง เพลงของเธอถูกเปิดทุกที่ ตั้งแต่สถานเริงรมย์จนถึงสถานที่ราชการ จนกระทั่งยุคเติ้ง เสี่ยวผิง ขึ้นเป็นผู้นำ รัฐบาลจีนจึงอนุญาตให้เพลงจากฮ่องกงและไต้หวันเข้ามายังแผ่นดินใหญ่ได้ เพลงของเติ้ง ลี่จวินได้เข้าไปเติมความชุ่มชื่นในใจของชาวจีนในแผ่นดินใหญ่ ที่แห้งแล้งจากบรรยากาศของการปฏิวัติ เนื้อหาของเพลงที่พูดถึงความจริงใจ มิตรภาพ ความรัก กลายเป็นเครื่องบำบัดจิตใจจากความเคร่งเครียด หลังจากถูกหล่อหลอมให้ฟังแต่เรื่องความรักที่ผูกกับอุดมการณ์ทางการเมือง





ภาพจาก tupian365.com


Teresa Teng - 何日君再來



 เพลง เหอรื่อจวินไจ้ไหล ที่เติ้ง ลี่จวินนำเพลงเก่ามาร้องใหม่จนโด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วเอเชีย
ทว่าเพลงนี้ถูกห้ามเปิดในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะคำว่า "รื่อจวินไจ้ไหล(日君再来)"
ไปพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า "ทหารญี่ปุ่นจะบุกอีกครั้ง(日军再来)"
คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



ชาวจีนให้ฉายาเติ้ง ลี่จวินว่า “เสี่ยวเติ้ง” (เติ้งน้อย) เพื่อให้คล้องกับ “เหล่าเติ้ง” หรือ เติ้ง เสี่ยวผิง จนมีคำกล่าวว่า "กลางวันฟังเหล่าเติ้ง(เสี่ยวผิง) กลางคืนฟังเสี่ยวเติ้ง(ลี่จวิน)" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลในเพลงของเธอที่มีต่อวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้นอย่างยิ่ง เติ้ง ลี่จวินถือเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตการทำงานจนยากที่จะมีใครเทียบเคียง แต่ในด้านชีวิตด้านความรักกลับไม่นับว่างดงามนัก





ภาพจาก dlj.chenag.com


鄧麗君 - 再見我的愛人



เพลง ไจ้เจี้ยนหวั่วติไอ้เหริน หรือ goodbye my love อีกหนึ่งเพลงฮิต
ที่ผู้กำกับดัง ปีเตอร์ ชาน หยิบมาใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์สุดโรแมนติก เถียน มี่มี่
(Comrade almost a love story) นำแสดงโดย หลี หมิง และ จาง มั่นอวี้
คลิกอ่านเนื้อเพลง



รักสุดท้ายของ เติ้ง ลี่จวิน หยุดลงที่หนุ่มต่างชาติ โดยช่วงต้นทศวรรษที่ ๑๙๙o เติ้ง ลี่จวินค่อย ๆ หายไปจากวงการเพลงเนื่องจากถึงจุดอิ่มตัว รวมทั้งปัญหาด้านสุขภาพคือโรค หอบหืดเรื้อรัง ทำให้เธอหลบไปพำนักอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส และเริ่มคบหากับช่างภาพ ที่มีชื่อว่า พอล ซึ่งอายุอ่อนกว่าเธอนับ ๑o ปี และเป็นคนเดียวกับที่ร่วมเดินทางมายังประเทศไทยในการเดินทางสุดท้ายก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลงที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๑๙๙๕





พอล ช่างภาพต่างชาติ อายุน้อยกว่า ๑o ปี ผู้เป็นรักสุดท้ายของราชินีเพลงชื่อก้อง



๑๙ ปีผ่านไป แม้ร่างอาจเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่ตำนานที่ราชีนีเพลงผู้นี้สร้างเอาไว้ยังคงอยู่ บทเพลงของเติ้ง ลี่จวิน คือผลงานอมตะที่ยังคงถูกขับขานแว่วหวานมาจนถึงปัจจุบัน และยังคงสืบเนื่องต่อไปในวันข้างหน้า ดั่งคำที่ว่า ที่ใดมีชาวจีน ที่นั่นย่อมมีเพลงของ เติ้ง ลี่จวิน





หลุมศพของ เติ้ง ลี่จวิน ในสวนอวิ๋นหยวน บนเขาจินเป่าซาน ไต้หวัน





สุสานของเธอออกแบบและตกแต่งอย่างงดงาม





ทุกวันนี้ก็ยังมีคนรักเติ้ง ลี่จวินไปเคารพศพเธอไม่ขาด





ภาพจาก dlj.chenag.com



พิธีศพเติ้ง ลี่จวิน





เติ้งลี่จวิน - รวมเพลง Teresa Teng





คลิปรวมเพลงเพราะ ๆ ร้อยกว่าเพลง
แต่ไม่มีโค้ดให้แปะคลิป อยากฟังก็ตามลิงค์ข้างล่างเข้าไปเลยค่ะ

Teresa Teng Song Selection



ภาพและข้อมูลจาก manager.co.th




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีและไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2557 21:50:09 น.  

หยดน้ำเจ้าพระยา




ภาพจาก getintravel.com


หยดน้ำเจ้าพระยา - สุนทราภรณ์







“หยดน้ำเจ้าพระยา”
คำร้อง ศิริพงษ์ จันทน์หอม
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน


(ญ.) จากหยดน้ำหยดน้อยหลายร้อยหยด

รวมกันหมดเป็นมหาชลาศัย

จากปิง วัง ยม น่าน ผ่านมาไกล

แล้วรวมไหลกันเข้าเป็นเจ้าพระยา
        


(ช.) เหมือนสายเลือดรวมไหลไทยทั้งชาติ

รวมน้ำใจใสสะอาดศาสนา

รวมภักดีสูงส่งองค์ราชา

รวมศรัทธาในเสน่ห์ประเพณี



(ญ.) เจ้าพระยาเรื่อยไหลไม่รู้สร่าง

ไหลแผ่กว้างคว้างไปในทุกที่

โอบถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงชีวี

รวมฤดีไทยผองเกี่ยวคล้องกัน
           


(ช.)  จากหยดน้ำหยดน้อยหลายร้อยหยด

จึงปรากฏเป็นมหานทีขวัญ

ขอความรักเรารวมร่วมผูกพัน

นานเท่าวันเจ้าพระยาไหลบ่านอง





ช่วงนี้มีฝนมาช่วยให้คลายร้อนลง แต่ก็ยังร้อนอยู่ หาเพลงเกี่ยวกับน้ำมาให้ฟังอีกค่ะ เป็นเพลงที่เขียนถึงแม่น้ำเจ้าพระยาของวงสุนทราภรณ์ ครูเอื้อร้องคู่กับคุณวรนุช อารีย์ เสียดายที่หาภาพของ ครูศิริพงษ์ จันทน์หอม ที่แต่งเนื้อเพลงนี้ไม่ได้เลย อ่านคอลัมน์แล้วแอบทึ่ง แต่งกลอนได้เพราะมาก ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแต่งเนื้อเพลงนี้ได้เพราะขนาดนี้ ท่านใดมีภาพของครูศิริพงษ์ กรุณหลังไมค์มาให้หน่อยหรือแปะไว้ในเม้นท์ก็ได้ ขอบคุณล่วงหน้าค่า



เสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑oo
เสพงานศิลป์ ๑o๑












ภาพจาก travelhdwallpapers.com



คิดถึงเพลง “หยดน้ำเจ้าพระยา” ฤาหยดน้ำตา ศิริพงษ์ จันทร์หอม



"จากหยดน้ำ  หยดน้อย  หลายร้อยหยด   

รวมกันหมด  เป็นมหา  ชลาศัย


จากปิง วัง ยม น่าน ผ่านมาไกล           

แล้วรวมไหล  กันเข้า  เป็นเจ้าพระยา....."



นี่คือท่อนแรกของเพลงชื่อ "หยดน้ำเจ้าพระยา" คำร้องของ ศิริพงษ์ จันทร์หอม ทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน เพลงนี้มาจากบทกลอนประกวดในงาน "ลอยลำไปกับเรือเพลง" ประมาณปี ๒๕๑o-๒๕๑๕ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมปีละ ๑ ครั้ง ต่อเนื่องกันถึง ๑๒ ครั้ง โดยบรรดาชาวนักกลอนในยุคนั้น นำโดย สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ เจ้าของบทกลอนที่กลายมาเป็นคำร้องในบทเพลงอันเลื่องชื่อ "จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง" เป็นผู้จัดนักกลอนและผู้สนใจทางด้านกาพย์กลอน ล่องเรือไปบนแม่น้ำเจ้าพระยา ทัศนาจรกับเรือใหญ่ขนาดสองชั้น มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบทกลอน เช่น แต่งกลอน โต้กลอนสด





คุณสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์
ภาพจาก maemaiplengthai.com



ในคราวหนึ่งมีการจัดแต่งกลอนประกวดในงาน หัวข้อ "หยดน้ำเจ้าพระยา" ผลงานกลอนประกวดที่ชนะเลิศในครั้งนั้น เป็นของหนุ่มนักกลอนนามว่า ชื่อ ศิริพงษ์ จันทน์หอม กรรมการตัดสินชี้ขาดในวันนั้นคือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ซึ่งท่านชื่นชอบบทกลอนสำนวนนี้มาก จึงได้นำบทกลอนความยาว ๔ บทนี้ไปใส่ทำนองในจังหวะควิกวอลซ์ และได้กลายมาเป็นเพลงคู่ที่ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ขับร้องเอง คู่กับ วรนุช อารีย์  เป็นบทเพลงที่ฟังครั้งใดผู้ฟังก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศและจินตนาการที่งดงามและยิ่งใหญ่ สมกับเป็นเพลงสำหรับแม่น้ำสายหลักของคนไทยทั้งประเทศ





ครูเอื้อ ร้องคู่กับ คุณวรนุช อารีย์
ภาพจาก naewna.com



ศิริพงษ์ จันทน์หอม เป็นคนแปดริ้ว มาเป็นบัณฑิตคณะวารสารศาสตร์จากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในชมรมพระจันทร์เสี้ยวยุคก่อตั้ง เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าข่าว คอลัมนิสต์ และบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ, เส้นทางเศรษฐกิจ, เมืองไทยวันนี้, สยามโพสต์, ไทยแลนด์ไทม์, วัฏจักรการเมืองและรายวัน ผ่านงานผู้จัดรายการวิทยุและโทรทัศน์  รวมถึงเป็นกรรมการตัดสินรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลตุ๊กตาทอง, เมขลา และ โทรทัศน์ทองคำ





ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ภาพจาก posttoday.com



ในด้านงานเขียน มีผลงานเรื่องสั้นมาแล้วกว่า ๑oo เรื่อง บทกวีกว่า ๑,ooo ชิ้น และงานเขียนอีกหลากหลายแนวจำนวนมาก พร้อมงานเขียนบทกวี บทเพลง เรื่องสั้น  นวนิยาย งานแปลสารคดี และนวนิยายต่างประเทศ  ต่อเนื่องยาวนานกว่า ๔o ปี ในนามปากกาหลากหลายนับร้อยนามปากกา จนได้รับสมญานามว่า "นักเขียน ร้อยนามปากกา" ที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ และยังใช้อยู่ตลอดมาคือ "แผน ราชดำเนิน" และ "พลอยไพลิน"





คุณวรนุช อารีย์
ภาพจาก youtube.com และ websuntaraporn.com



ศิริพงษ์ จันทร์หอม เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๘๖ เจ้าของผลงานหนังสือแนวปรัชญาชีวิต-ธรรมชาติชีวิต มีหลายเล่ม เช่น ชั่วนิรันดร์, บ้านทางมะพร้าว, ชีวิตคือการเดินทาง, เพื่อนชีวิต, ธรรมชาติชีวิต, พอดีของชีวิต, ดีพอต่อทุกสิ่ง และที่พึ่งสุดท้าย และ รวมเรื่องสั้น สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ได้รับการตีพิมพ์จำหน่ายพร้อมกันเป็นชื่อชุด "คุณค่าชีวิต”  เสียชีวิตด้วยอาการไตวาย เมื่อเวลาประมาณ o๑.oo น.  วันอาทิตย์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าฯ





ภาพจาก posttoday.com



ไม่มีใครรู้เรื่องราวในชีวิต ความรัก และครอบครัว  ของ ศิริพงษ์ จันทร์หอม ได้ลึกซึ้งนัก เพราะชีวิตของเขามักจะขลุกอยู่กับงานเป็นส่วนใหญ่ นาน ๆ ทีจะได้เห็นหน้าของเขาอยู่ท่ามกลางเพื่อนพ้องที่ใกล้ชิดสนิทกัน  แต่เพื่อนผู้ใกล้ชิดหลายคนเห็นตรงกันว่า มีบทกลอนของเขาอยู่บทหนึ่งที่อ่านแล้วทำให้เข้าใจได้ว่าในเบื้องลึกหัวใจของเขาได้ซ่อนความรักและความหลังไว้อย่างลึกซึ้ง เป็นทั้งภูมิหลังของชีวิตและแรงบันดาลใจในงานอื่น ๆ ของเขาในเวลาต่อมาด้วย กลอนบทนั้นก็คือ "รอยนอน" ที่เพียงแค่อ่านดูก็พอรู้ว่าเขาเขียนไว้ด้วยน้ำตาอย่างไร


"โอ้ว่าแวว  ตาเศร้า  ของเจ้าเอ๋ย
แต่ก่อนเคย  สบชิด  ไยคิดด่วน

โอ้ว่าหยาด  น้ำตา  นองหน้านวล       
จะไปชวน  ใครเช็ด  เกล็ดน้ำตา

   

เสียดายจุม...พิตหวาม  ในความหลับ   
จะนานนับ  เดือนปี  ที่ห่วงหา

เห็นแต่รอย  เธอนอน  อ่อนระอา       
กี่เวลา  จะย้อน  ที่นอนเดิม"   





ภาพจาก บล็อกโอเคเนชั่น
       
   

ฝีมือกลอนในระดับนี้ในเมืองไทยคงมีไม่กี่คน ซึ่งไม่ว่าจะจับวางไว้ที่ไหน จะตัดตอนท่อนใดประโยคใดมาใคร่ครวญ ก็ล้วนแต่ไพเราะเสนาะใจไปทั้งสิ้น ไม่เชื่อท่านลองนำท่อนแรกของเพลง "หยดน้ำเจ้าพระยา" มาตั้งไว้เป็นท่อนแรกเหมือนเดิม แต่คราวนี้เราจะต่อด้วยบทสุดท้ายของบทกลอน "รอยนอน" แล้วให้นักแต่งทำนองเพลงมือดีสักคนแต่งทำนองใหม่ให้ เราก็จะได้เพลงใหม่อีกเพลง  ดังนี้


"จากหยดน้ำ  หยดน้อย  หลายร้อยหยด   
รวมกันหมด  เป็นมหา  ชลาศัย

จากปิง วัง ยม น่าน ผ่านมาไกล           
แล้วรวมไหล  กันเข้า  เป็นเจ้าพระยา
   


เสียดายจุม...พิตหวาม  ในความหลับ   
จะนานนับ  เดือนปี  ที่ห่วงหา

เห็นแต่รอย  เธอนอน  อ่อนระอา
กี่เวลา  จะย้อน  ที่นอนเดิม"





ภาพจาก hdtimelapse.net


อ่านแล้วจะเห็นภาพสังคมไทยวันนี้
วันที่หยดน้ำหยดน้อยหลายร้อยหยด
ไม่ยอมไหลรวมกันเข้าเป็นเจ้าพระยาอีกแล้ว
ได้แต่ไหลกันไปคนละทิศ...คิดกันไปคนละทาง


"จากหยดน้ำ  หยดน้อย  หลายร้อยหยด   

จึงปรากฏ  เป็นมหา นทีขวัญ


ขอความรัก  เรารวม  ร่วมผูกพัน   

นานเท่าวัน  เจ้าพระยา  ไหลบ่านอง"





ภาพจาก บล็อกคุณ Chionis



ข้อมูลจาก
thaipost.net
นสพ.ไทยโพสต์แทบลอยด์ ๒๕ ส.ค. ๒๕๕๖




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100


Free TextEditor





 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2557 11:21:07 น.  

สนธยาพาเพลิน




ภาพจาก rgbstock.com


เย็นลมว่าว - วินัย จุลละบุษปะ





ขออำภัยที่หายหน้าไปอีกแล้ว คิดถึงเพื่อน ๆ มาก แต่อาการงูสวัดยังไม่ค่อยหายดีเท่าไหร่ หมอบอกให้พักผ่อนเยอะ ๆ ไม่งั้นอาการจะกลับมาอีก ช่วงนี้อาจต้องหายศีรษะเป็นพัก ๆ ไม่ได้แวะไปหาเพื่อน ๆ ใน friend list ได้ครบคนอย่างเคย อย่างมากก็คงแวะไปหาเฉพาะคนที่เข้ามาเม้นท์ จะพยายามรักษาตัวให้หายดี จะได้กลับมาเล่นบล็อกได้เต็มที่เหมือนเดิม


อากาศตอนนี้ร้อนจัดได้ใจ มาฟังเพลงเพราะ ๆ ให้เย็นใจกันดีกว่า เอาจดหมายของพอ.วัชระ วีระวงศ์ที่เขียนถึงเพลงเก่า ๆ มาให้อ่านอีก ท่านเขียนถึงเพลงเกี่ยวกับบรรยากาศยามเย็นที่เพราะ ๆ ไว้หลายเพลง อากาศร้อนมาก เพื่อน ๆ ก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๙๘













ภาพจาก m.flikie.com


สนธยาพาเพลิน
โดย พ.อ.วัชระ วีระวงศ์



สภาพภูมิประเทศเมืองร้อนเช่นประเทศไทย เมื่อแสงตะวันรอนลงก็จะมีลมพัดเอื่อย ๆ พอสบาย บรรยากาศเช่นนี้ชวนให้นึกถึงสำนวน "แดดร่มลมตก" ห้วงเวลานี้นับเป็นช่วงผ่อนคลาย พักผ่อนหลังทำงาน หรือปฏิบัติภารกิจมาตลอดวัน ความรู้สึกสบายอาจสะท้อนผ่านบทเพลงยามเย็นหลากหลายอารมณ์



เพลงเย็นลมว่าว
เนื้อร้อง : ครูแก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง : ครูเอื้อ สุนทรสนาน


"เย็น ยามเมื่อเย็นลมว่าว
 
ปัดลมร้อนผ่าวเป่าลมที่หนาวไปสิ้น

ร่มเย็น ทั่วทุกถิ่น

บนแผ่นดิน สายลมรำเพยเรื่อยไป

เย็น เย็นเพราะลมโชยเฉื่อย

จิตใจหายเหนื่อยด้วยลมชโลมจิตใจ

ว่าวน้อยลอยลมฉันพลอยรื่นรมย์

ยิ่งชมยิ่งคิดไปได้ สายลมชื่นใจ
 
ว่าวลอยเหลิงไปเกลื่อนตา..."





ว่าวปักเป้า vs ว่าวจุฬา
ภาพจาก palungjit.org



บรรยากาศช่วงหนึ่งที่สายลม (ตะเภา) เอื้ออำนวยให้เล่นว่าวแถบภาคกลางช่วงต้นฤดูร้อน ลมนี้ "ปัดลมร้อนผ่าว เป่าลมที่หนาวไปสิ้น" บรรยากาศรื่นรมย์นี้ทำให้จิตประหวัดถึงเทศกาลกีฬาไทย เช่น ตะกร้อ การเล่นว่าว และแข่งว่าวที่ท้องสนามหลวง เมื่อกว่า ๔ ทศวรรษมาแล้ว การแข่งว่าวยอดนิยมคือ ว่าวจุฬา และ ว่าวปักเป้า บทเพลงเย็นลมว่าวกล่าวว่า "ดูดูเหมือนว่าวเริงร่าย จุฬาคว้าส่ายปักเป้าเจ้าย้ายเริงร่า" ที่สนามหลวงยามเย็นได้วัดสถานที่นั่งชมว่าวพร้อมอาหารเครื่องดื่มบริการ





ภาพจาก desk7.net



มีเรื่องเล่า (จากคุณบูรพา อารัมภีร) ว่า ครูแก้ว อัจฉริยะกุล และ ครูสง่า อารัมภีร สองขุนพลเพลงเคยไปนั่งสังสรรค์ชมว่าวและร่วมกันแต่งเพลงหนึ่งในร้อย "พราวแพรวอันดวงแก้วแวววาม สดสีงามหลายหลากมากนามนิยม นิลกาฬมุกดาบุษราคัมคม น่าชมว่างามเหมาะสมดี" และจินตนาการถึง "เพชรน้ำหนึ่งงามซึ้งพึงเป็นยอดมณี  ผ่องแผ้วสดสีเพชรดีมีหนึ่งในร้อยดวง" เพชรน้ำหนึ่ง เปรียบได้ว่าเป็น หนึ่งในร้อยกำเนิดขึ้นในบรรยากาศเย็นลมว่าว





บางปะกงยามเย็น
ภาพจาก bangkrod.blogspot.com



การเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นโอกาสดีที่ได้ชมภูมิประเทศที่งดงามแปลกตาช่วยผ่อนคลายยามเย็น โดยเฉพาะภาพชายน้ำบางปะกงยังคงความงามเป็นอมตะ น่าประทับใจมาโดยตลอด



"ฝั่งชายน้ำบางปะกง
ยามแสงอาทิตย์อัสดง
ใกล้จะดิ่งลงแล้วหนา
แต่บางปะกงนั้นยังคงสวยงามตา
คราใกล้สนธยา ยิ่งพาให้เราสุขสันต์


แดดจวนลับลงรำไร
มองเห็นเรือน้อยล่องลอยไป
ตื่นใจด้วยยลธารสวรรค์
เยือกเย็นสายลมพลิ้วพรมอย่างนี้ทุกวัน
ธรรมชาติยามสายัณห์  ได้เห็นแล้วลืมไม่ลง


แม้นจากไปอยู่ไกลแสน
ก็ไม่ขอลืมแดนที่เคยปักใจลุ่มหลง
จะเฝ้าแต่ฝันถึงอาทิตย์อัสดง
ชายฝั่งบางปะกง นั้นลืมไม่ลงแน่เอย"



เพลงบางปะกง ผลงานเพลงของ ครูนคร มงคลายน คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ร้องบันทึกเสียง ขับกล่อมได้ความรู้สึกราวกับว่านั่งรำพันอยู่ริมฝั่งชล และความรู้สึกที่ดีคงดำรงตลอดไป


บางปะกง - เพ็ญศรี พุ่มชูศรี







ครูนคร มังคลายน
ภาพจาก saisampan.net



เพลงบางปะกงนี้แต่งขึ้นอันเนื่องมาจากเมื่อคราวไปเปิดการแสดงที่จังหวัดฉะเชิงเทราที่โรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในอำเภอบางปะกง วันแรกมีคนชมมีมากมายเพราะมีคนมารอชมซึ่งคอยมาหลายวันแต่พอมาวันหลังหลังคนดูชักน้อยลง ครูนครจึงประกาศแก่คนดูว่าพรุ่งนี้จะตอบแทนผู้ชมชาวบางปะกงโดยการจะแต่งเพลงให้ชาวบางปะกง คือเพลงบางปะกงนี้ และเพลงนี้ ร.ต.กิตติ ประทุมแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในขณะนั้นได้มาติดต่อครูนครขอเพลงนี้เป็นเพลงประจำจังหวัด ครูนครได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณที่โรงแรมบางปะกง โดย พล.อ. ประหยัด ดิษยะศริน เป็นผู้มอบ และวิธีเรียกผู้ชมแบบนี้ได้ผลได้ทุกที่ที่ท่านได้ไปเปิดการแสดง เช่น นครนายกคือ เพลงน้ำตกสาริกา ภูเก็จ(ภูเก็ต) คือเพลงหากสุรินทร์ หัวหิน คือเพลง หัวหินไม่สิ้นทราย กาญจนบุรี คือเพลง ไทรโยคแห่งความหลัง สงขลา คือเพลง คืนหนึ่งในสงขลา เป็นต้น (ข้อมูลจากในคลิป)





ภาพจาก wallpapershd2014.com



ฝั่งน้ำชายคลอง (ริมแม่น้ำลำคลอง) ให้บรรยากาศรื่นรมย์ สวยงามแล้ว ยามเย็นที่ชายฝั่งทะเลจะเห็นภาพกว้างไกลสุดสายตา พร้อมทั้งรสสัมผัสสายลมและเกลียวคลื่นทำให้เพลินตา เพลินใจ เป็นความบันเทิงที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้



"เพลินนัยน์ตาในเวลาเย็น ๆ
มองแลเห็นท้องทะเลระรื่น
เสียงน้ำซัดโครมครืน
เห็นคลื่นสาดฝั่ง  


เรานั่งชมเพลินฤทัย
ลมเย็น ๆ พัดระโรยโชยฉ่ำ  
จวนจะค่ำเห็นตะวันรำไร จวนจะลับพื้นน้ำไป  
วิไลดังหนึ่ง ชวนเชิญให้เพลินอุรา


เพลิน.....นั่งเพลินชมลมและคลื่นซัดมา
เพลิน.....เพลินวิญญาเมื่อเวลาเย็น ๆ
สะพานสุขตา พาใจเราเป็นสุข ไร้ความทุกข์เมื่อได้มาเที่ยวเล่น
ลมทะเลเวลาเย็น พัดรื่นชื่นใจ อย่างไรไม่ลืมบางปู"

(สะพานสุขตา (บางปู) ผลงานเพลงของ ล้วน ควันธรรม)



บางปู - ล้วน ควันธรรม





"เพลิน.....นั่งเพลินชมลมและคลื่นซัดมา
เพลิน.....เพลินวิญญาเมื่อเวลาเย็น ๆ"

ถ้อยคำที่ผสานท่วงทำนองเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกเพลิด





ภาพจาก jarungjai.com





คุณกำธรสมัยหนุ่ม ๆ นี่หล่อกว่าน้องณเดชน์อีกนะเนี่ย
ภาพจาก thaifilm.com



เพลินเจริญใจเหมือนล้อตามลมและคลื่น ยิ่งผู้ที่เคยสัมผัสสายลมและเกลียวคลื่นมาก่อนก็จะเข้าถึงรสสัมผัสของลมทะเลเวลาเย็นได้กระจ่างใจ ที่สำคัญ ครูล้วน ควันธรรม ผู้แต่งเพลงนี้ได้บันทึกเสียงถ่ายทอดอารมณ์ได้ไพเราะน่าฟังอย่างยิ่ง ต่อมา กำธร สุวรรณปิยะศิริ ดาราละครช่อง ๔ บางขุนพรหม ได้ขับร้องบนเวทีการแสดงในโอกาสต่างๆ สะพานสุขตา บางปู ยังคงความงามประทับใจมาโดยตลอด





ภาพจาก desk7.net



วันเวลาเปลี่ยนไปโดยต่อเนื่อง เช้า สาย บ่าย เย็น ถึงค่ำ ปรากฏอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผู้คนประสบสุข ทุกข์สลับกันไป ในที่สุดเมื่อใจสงบ ทุกยามเย็นก็เป็นยามที่สงบสุขดังเพลง เย็น-เย็น


....."เย็น-เย็น  ตะวันลับเหลี่ยมเมฆา

ระรื่นกลิ่นมาลา เลื่อนลอยมากับลม

เย็น-เย็น ตะวันใกล้รอนรอน

ยิ่งคิดจิตอาวรณ์ ทอดถอนใจระทม

เย็น-เย็น เหม่อมองจ้องใจลอย

โอ้ รักของเราก็เลยพลอย เลื่อนลอยเช่นลม

โอ้ ความรักมักเหลวไหล ถ้าใครหลงต้องตรอมตรม

อนิจจาอ่อนอาลัย ยิ่งคิดแล้วให้ระบม

เย็น-เย็น อยู่เดียวเปลี่ยวอารมณ์

ได้ชมแต่ความงาม เมื่อยามเย็น"



(เย็น-เย็น ผลงานเพลงของ เอิบ ประไพเพลงผสม และ เอื้อ สุนทรสนาน มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ เล่าว่า ร้องประสานเสียงกับเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติ และให้ความเห็นว่า "เป็นเพลงประสานเสียงที่ใช้ผู้หญิงร้องคู่เป็นเพลงแรกของกรมโฆษณาการ)



เย็นเย็น - มัณฑนา โมรากุุล







ครูเอิบ ประไพเพลงผสม
ภาพจาก websuntaraporn.com



เพลงเย็น-เย็น มีประวัติน่าสนใจจากคำบอกเล่าของมัณฑนา โมรากุล "ประมาณปี ๒๔๘๙ เวลาไปงานเต้นรำจะต้องร้องเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมา เพราะคนชอบฟัง ชอบเต้นมาก แทบจะว่างานเต้นรำจะขาดเพลงนี้ไม่ได้เลย" อาจกล่าวได้ว่า เพลงเย็น-เย็น มีสรรพคุณเป็นยาเย็นนั่นเอง







ข้อมูลจาก
คอลัมน์ "ถูกทุกข้อ" นสพ.ไทยโพสต์ ๑ เม.ย. ๒๕๕๗
ryt9.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





 

Create Date : 26 เมษายน 2557    
Last Update : 28 เมษายน 2557 19:16:14 น.  

รสสัมผัสจากสายลม..แสงตะวัน




ภาพจาก mi9.com


มนต์รักลูกทุ่ง - ไพรวัลย์ ลูกเพชร




ช่วงนี้ป่วยเลยอัพเพลงอาทิตย์นี้ช้าไปหน่อย เอาจม.ของพ.อ.วัชระ วีระวงศ์มาให้อ่านกันอีกรอบ ท่านเขียนถึงเพลงเกี่ยวกับสายลม แสงตะวัน คุยถึงเพลงเก่าเพราะ ๆ หลายเพลงเลยค่ะ หน้าร้อนเหมาะจะไปตากอากาศรับลมทะเล ชมตะวันขึ้นและตกทะเลงาม ๆ อากาศยังร้อนอยู่ไม่หาย เพื่อน ๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

ถึงแล้งใช่แล้งรักไล้



เสพงานศิลป์บล็อกล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๙๖












ภาพจาก weekendhobby.com


รสสัมผัสจากสายลม..แสงตะวัน
พ.อ.วัชระ วีระวงศ์



หลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้เราคุ้นเคยหรือคุ้นชิน นานวันเข้าอาจชินชาจนไม่เห็นค่าเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี รสสัมผัสที่ใกล้ชิดเรามาก่อนก็อาจแปรเปลี่ยนทำให้เราลืมเลือนไปบ้าง แต่บางครั้งอาจหวนระลึกถึงได้จากบทเพลง เช่น ภาพงามเจนตาที่มาจากชายทุ่ง



เพลงมนต์รักเพลงลูกทุ่ง
เนื้อร้อง-ทำนอง ครูไพบูลย์ บุตรขัน)


"หอมเอยหอมดอกกระถิน
รวยรินเคล้ากลิ่นกองฟาง
เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง
มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง".....


....."หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน
อวลระคนหอมแก้มนงคราญ
ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาล
มนต์รักเพลงชาวบ้านลูกทุ่งแผ่วมา".....





ภาพจาก l3nr.org



หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน ดอกกระถินรวยระรินเคล้ากลิ่นกอง ฟาง ตลอดทั้งบุปผานานาพรรณล้วนเป็นกลิ่นรสที่สัมผัสได้ทั่วแคว้นแดนไทยมาก่อน แต่หลายพื้นที่ได้เปลี่ยนไปหลังจากสังคมชนบทหลายแห่งเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง พื้นที่ชานเมืองก็เปลี่ยนเป็นชุมชนขนาดใหญ่และเป็นตัวเมืองย่อย ๆ กระจายไปทั่วเขตมหานคร นานวันเข้ารสสัมผัสจากชายทุ่งก็ห่างหายจากใจ ในขณะที่คนรุ่นหลังยุคติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถืออาจไม่รู้จักรสสัมผัสจากสายลม แสงตะวันด้วยซ้ำ





ภาพจาก 1ms.net



แม้การขยายตัวของสังคมส่งผลให้พื้นที่สีเขียวลดน้อยลง แต่ยังมีพื้นที่อนุรักษ์ส่วนหนึ่งคงเหลือไว้ให้ต้นไม้ใบหญ้า สายลม แสงตะวันเป็นแหล่งพักพิงของสัตว์น้อยใหญ่ ซึ่งอาจถือว่าเป็นรมณียสถานโดยแท้


ลมโชย - มัณฑนา โมรากุล





เพลงลมโชย
เนื้อร้องโดย ม.ล.กุศทิน สนิทวงศ์ ทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน


"รื่น รื่น ลมโชย  โปรย โปรยกลิ่นหอม
ดังจะน้อมโน้มใจ  ให้ฝัน
อ่อน อ่อน ผ่อนแสง          
แรง แรง สุริยัน


สอดสีสันเลื่อมระบาย พรายเงา
แสนจะงาม ณ ยามนี้ เป็นยามที่ดีไม่เบา
ระเริงหรูคู่รักเคล้า  ระร่ำเฝ้าเร้ารักหวาน
แว่ว แว่ว ชะนีโหย โอย    

 
โอย ออดเสียง แจ้วจำเรียง
เสียงร้อง ก้องกังวาน
ชื่น ชื่น ฉ่ำหู  ตรู ตรู ตระการ
สำเนียงขาน  บรรเลงเพลงรักเอย"





ภาพจาก drodd.com



ธรรมชาติแสนงามให้คุณอนันต์ เสริมพลังสรรพชีวิน และขับกล่อมในยามพักผ่อนกายใจ หล่อเลี้ยงมวลชีวิตทั่วชีวมณฑลให้ดำรงอยู่ชั่วนาตาปี "เหมือนธรรมชาติบรรจงวาดไว้ รอเรา



เพลงรำพัน
เนื้อร้อง-ทำนองโดย ครูเนรัญชรา


ทุ่งนา ป่าเขาสลับเสลา  ลานตา
ลำคลอง เอ่อน้ำ   สีครามขอบฟ้า
แว่วเพลงหวานนกกา  พลิ้วมาตามลม
ละไอละอองของความชื่นฉ่ำ  โชยเย็น


ทุกมุมที่เห็นดุจเป็นแดนทิพย์  ชวนชม
รื่น รื่น กลิ่นหอม   หอมความสุขสม
เกลื่อนรอยพิษระทม ข่มใจให้คลาย
ราตรีมีดาว  พราวเด่น


หยดแววแสงเย็น แสงเพ็ญผ่องเพชร  
พริบพราย ปานตานางฟ้า
ลอยฟ้าเรียงราย   โปรยปรายละอองเรณู
ละอองเรณูฟ่องฟูจากฟ้า โลมดิน
ซึ้งเย็นจิตเติมประทินกลิ่น ทิพย์ พรมพรู"......




ผู้ที่ผ่านประสบการณ์มานานฟังแล้วเห็นภาพ ภาพนั้นไม่ใช่ภาพฝัน หากเป็นเงาอดีตที่งดงามและอยาก ชี้ชวนให้อนุชนช่วยกันดูแลรักษาดุจถนอมแดนทิพย์ของไทยทั้งผอง





พระรูปจาก วิกิพีเดีย


สายลมแสงตะวัน - มัณฑนา โมรากุล




เพลงสายลมแสงตะวัน
คำร้อง/ทำนอง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


ยามเมื่อแสงตะวันส่องนภา ฟ้างาม

ปวงเมฆน้อยลอยยามเมื่อสายลมพัดมา

ตะวันส่องแสงประกายพรายนภา

งามสดสีเมฆาเรืองแสงผ่องสดสีทอง

เฝ้าแหงนมองงามต้องตา


งามฟ้างามประเทือง

เพลินชมแสงเรืองช่างเหมาะเป็นเมืองเทวา

งามพริ้งพราวนัยน์ตา

ช่างงามโสภาด้วยเหล่าเทวาเสกสรร




ชมหมู่นกลอยลมล่องหนเริงลำพอง

เพลินส่งเสียงคะนองก้องสายลมตามกัน

งามห้วยเขาทิวไพรสารพัน

ลมโบกพลิ้วทิวพรรณพงไม้เอนโบกพัดเย็น

จิตโน้มเอนไปกับลม




ยามเมื่อสายลมโชยให้โหยใจรัญจวน

ลมเฉื่อยฉิวเชิญชวนให้เพ้อใจตรอมตรม

ดมกลิ่นหอมผกาพาระทม

เชยกลิ่นหอมตามลมเตือนถึงเธอเฝ้าละเมอ 

กลิ่นเนื้อเธอโชยเฉื่อยมา




กลิ่นหอมยวนชวนดม

ชื่นใจสายลมอมอบด้วยกลิ่นผกา

ผ่องสีพรายนัยน์ตา

สวรรค์สรรมางามเหล่าผกาแลหลาม




ยามหมู่ไม้ทิวไพรต้องสายลมรำเพย

ใจเคลื่อนคล้อยไปเลยเมื่อสายลมคุกคาม

ลมโบกพลิ้วปลิวไปใจหวิวตาม

ชมยิ่งเพ้อไปตามทางสายลม

ด้วยหวังชมให้สายลมพาสู่เธอ



ภาพและข้อมูลจาก
ryt9.com
คอลัมน์ "ถูกทุกข้อ"นสพ.ไทยโพสต์ ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๗






ภาพจาก บล็อกคุณ yyswim




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





 

Create Date : 15 เมษายน 2557    
Last Update : 15 เมษายน 2557 15:12:58 น.  

สายลมว่าว.....ในห้วงคิด




ภาพจาก w8themes.com


สายลมว่าว - มัณฑนา โมรากุล








สายลมว่าว
คำร้อง-ทำนอง พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


โอ้สายลมว่าว เมื่อยามร้อนเร่า

เจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นใจ

ลมเอ๋ยเมื่อไร เจ้าจึงพัดให้

หทัยสำราญผ่านฉิวโชยมา
   


ร้อนใจไกลจากเธอ  
ละเมอคอยเรื่อยมา
ร้อนรนในอุรา
หวังลมพัดพาให้คลายร้อนทอนความเศร้า
   


ลมเอ๋ยลมว่าว จิตใจร้อนผ่าว

เจ้าจงพัดมาอย่าช้าลมเอย

โอ้สายลมว่าว เมื่อยามร้อนเร่า

เจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นเชย
   


เฉื่อยฉิวรำเพย
ข้าวอนขอเอ่ย
เจ้าเคยพัดเย็นไม่เว้นวายมา






ปีนี้อากาศร้อนได้ใจมากกกก มาฟังเพลงเย็น ๆ ใจกันดีกว่าค่ะ หน้าร้อนเมืองไทยอยู่คู่กับการเล่นว่าว (แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่แล้วอ่ะ ) วงสุนทราภรณ์มีเพลงที่คู่กับหน้าร้อนอยู่หลายเพลง เพลงสายลมว่าวเป็นเพลงฤดูร้อนที่เพราะที่สุดเพลงนึง คอลัมน์ตอบปัญหาในนสพ.ไทยโพสต์ "ถูกทุกข้อ" มีผู้อ่านหลายท่านที่มีความรู้เรื่องเพลงเก่า ๆ ดีมากเขียนมา พ.อ.วัชระ  วีระวงศ์ เป็นหนึ่งในนั้น ท่านเขียนถึงเพลงนี้ไว้ เราอ่านแล้วชอบมาก เพลงสายลมว่าวมีนักร้องนำมาร้องใหม่อยู่หลายเวอร์ชั่น แต่สำหรับเราแล้ว คุณมัณฑนาร้องได้เพราะที่สุดแล้วค่ะ











ภาพจาก daily.bangkokbiznews.com



"สายลมว่าว.....ในห้วงคิด"
เขียนโดย พ.อ.วัชรี วีระวงศ์ 
   



ความทรงจำงดงามที่ผ่านกาลเวลามานาน เราอาจนำภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์มาทบทวนเพื่อรื้อฟื้นความจำได้  ทั้งนี้เฉพาะสิ่งที่เป็นวัตถุจับต้องมองเห็นได้ ส่วนกรณีความคิด ความรู้สึก เป็นนามธรรมไม่มีรูปร่างให้จับต้องบันทึกภาพได้  ต้องอาศัยความคิดฝัน จินตนาการ หากต้องการหยั่งรู้ความคิด จินตนาการ ก็ต้องอาศัยหลักฐานที่เกิดขึ้นมาจากความคิด จินตนาการ อันได้แก่ งานเขียน ประเภทบทกลอน กวีนิพนธ์ บทเพลง เป็นต้น บทเพลงถือเป็นมาตรวัดความรู้สึกได้ดี แม้ผ่านกาลเวลามานานก็สามารถจับความรู้สึกที่แตกต่างของความเป็นไปในอดีตกับปัจจุบันได้แจ่มชัด ดังรสสัมผัสในสายลมว่าว  





ภาพจาก naryak.com
    
   


ลมว่าว ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระบุว่า "ลมว่าว เป็นลมที่พัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ตอนต้นฤดูหนาว, ลมเล่นว่าวเดี๋ยวนี้คือลมตะเภา ซึ่งพัดจากทิศใต้ไปทิศเหนือในกลางฤดูร้อน"





ภาพจาก chinesemedicineliving.com

   


เพลงสายลมว่าวผ่านกาลเวลามานานครึ่งศตวรรษ บทเพลงได้ชี้อานุภาพของสายลมได้แจ่มชัด ประสิทธิภาพของลมว่าวสร้างความประทับใจได้มาก ดังเนื้อเพลงตอนหนึ่ง
   

..... "เมื่อยามร้อนเร่าเจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นใจ"....
   
..... "ร้อนใจไกลจากเธอ ละเมอคอยเรื่อยมา ร้อนรนในอุรา หวังลมพัดพาให้คลายร้อนทอนความเศร้า"....
   

สรุปว่า ยามร้อนกาย ร้อนใจ หวังลมว่าวพัดพาให้คลายร้อนทอนความเศร้าได้ทั้งสิ้น





ภาพจาก youtube.com

   


มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ ผู้ร้องเพลงนี้ให้ความเห็น (หนังสือประกอบการแสดงดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๘) ว่า "เพลงนี้เป็นเพลงที่ดิฉันรัก และรู้สึกว่าตัวเองร้องได้สมบูรณ์มาก ดิฉันอัดเพลงนี้พร้อม ๆ กับเพลงชื่อว่า 'เงาแห่งความหลัง' ซึ่งวินัยร้องคู่ไพเราะถูกใจมาก บันทึกเสียงในปี ๒๔๙๓" (อ่านเกร็ดเพลงนี้ได้ที่นี่ค่ะ เพลงคู่ยอดนิยม : เงาแห่งความหลัง)


เงาแห่งความหลัง - มัณฑนา + วินัย


   



ความสุขอันเนื่องจากลมว่าวยังปรากฏในเพลงเย็นลมว่าว   






เย็นลมว่าว
เนื้อเพลง แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนองเอื้อ สุนทรสนาน


เย็น ยามเมื่อเย็นลมว่าว   
ปัดลมร้อนผ่าว เป่าลมที่หนาวไปสิ้น

ร่มเย็นทั่วทุกถิ่น   


บนแผ่นดินสายลมรำเพยเรื่อยไป

เย็น เย็นเพราะลมโชยเฉื่อย   
จิตใจหายเหนื่อยด้วยลมชโลมจิตใจ



ว่าวน้อยลอยลมฉันพลอยรื่นรมย์   
ยิ่งชมยิ่งคิดไปได้
สายลมชื่นใจ ว่าวลอยเหลิงไปเกลื่อนตา




เย็นลมว่าว - วินัย จุลละบุษปะ


   


ลมว่าวพัดเย็นสบายทั่วทุกถิ่น นอกจากเย็นกายแล้ว จิตใจยังหายเหนื่อยด้วยลมชโลมจิตใจ เป็นความรู้สึกที่สะท้อนมาในเพลงเย็นลมว่าว บรรยากาศรื่นรมย์ดังกล่าวชาวกรุงเคยได้สัมผัสในเทศกาลว่าวไทย หรือการเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงในกาลก่อน และเลิกราไปหลังยกเลิกรถรางสายสุดท้ายเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ รถรางและการเล่นว่าวเป็นกิจกรรมหรือการแสดงออกถึงการใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไปที่หายไปในสังคมปัจจุบัน





ภาพจาก pixpros.net

   


สวนสาธารณะเป็นเพียงพื้นที่สงวนส่วนน้อยในเมืองใหญ่ที่ยังมีสายลมรื่น ไม้ดอกไม้ประดับที่ให้ความรื่นรมย์แก่ประชาชนที่ไปพักผ่อน ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ  บรรยากาศโดยรวมมีส่วนทำให้ผู้ไปเยือนจิตใจสงบเย็นลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม มุมสงบหรือพื้นที่สีเขียวควรพัฒนาให้มากขึ้นเพื่อสนองความต้องการของสังคม โดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้จะมีผู้สูงวัยมากขึ้น ข้อมูลสถิติประชากรโลกชี้ชัดว่า  โลกในวันข้างหน้าจะเป็นโลกของคนแก่ การใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไปก็จะหวนคืน ซึ่งจะเป็นผลดีให้พลเมืองตระหนักถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า





ภาพจาก บล็อกคุณ yyswim

   

โลกและสังคมเปลี่ยนแปลงโดยต่อเนื่อง ขณะที่ธรรมชาติได้รับการดูแลน้อยกว่าที่ควร สายลมในบทเพลงดุจเงาแห่งความหลังที่ฝากรอยประทับใจสู่อนุชน เพื่อทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงธรรมชาติที่งดงาม ทรงคุณค่าและช่วยกันรักษาสืบไป.
                 


ข้อมูลจาก คอลัมน์ "ถูกทุกข้อ"นสพ.ไทยโพสต์ ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๗
thaipost.net




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100 และคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 06 เมษายน 2557    
Last Update : 6 เมษายน 2557 10:48:56 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  

haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 102 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.