happy memories
Group Blog
 
<<
มกราคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 มกราคม 2557
 
All Blogs
 

เสพงานศิลป์ ๗๗




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto










"ล่องนาวา ตามรอยวีรชน ยลอารามงามศิลป์”


เริ่มเข้าศักราช ๒๕๕๗ ขอเชิญชวนเพื่อนๆผู้สนใจศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ร่วมล่องเรือไหว้พระในพระอารามหลวงริมเส้นทางคลองสายประวัติศาสตร์ (คลองบางหลวง-คลองด่าน) ชมศิลปกรรมอันงดงามพร้อมตามรอยเรื่องราวอันน่าสนใจของบุรพกษัตริย์ผู้มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อความอยู่รอดของสยามประเทศ (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช-พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ในกิจกรรม “สรรพ์สารศิลป์” ครั้งที่ ๑๓ ล่องนาวา ตามรอยวีรชน ยลอารามงามศิลป์ริมเส้นทางคลองสายประวัติศาสตร์(คลองบางหลวง-คลองด่าน) ในวันเสาร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๗

๐๗.๓๐ น. พบกัน ณ จุดนัดหมาย ท่าเรือเชิงสะพานตากสิน(ใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน ฝั่งพระนคร โป๊ะริมซ้ายสุดเมื่อหันหน้าเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา) ลงทะเบียน รับเอกสารและน้ำดื่ม

๐๘.๐๐ น. ออกเดินทางล่องเรือตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมฟังเรื่องราวสถานที่ต่างๆที่น่าสนใจทั้งสองฟากฝั่งจากมัคคุเทศก์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเข้าสู่คลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) ซึ่งในอดีตคือแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมและเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของขุนนางและคหบดีมาตั้งแต่ครั้ง กรุงธนบุรีเป็นราชธานี สัมผัสร่องรอยความ หลากหลายทางวัฒนธรรมของกลุ่มชนหลากศาสนา
ที่ตั้งรกรากอยู่ในบริเวณนี้จนถึงปัจจุบัน

๐๘.๓๐ น. สักการะพระพุทธรูปอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์เป็นมงคลรับปีใหม่ ๒๕๕๗ พร้อมชมภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงามวิจิตร ณ วัดเวฬุราชิน พระอารามที่สร้างจากอากรภาษีไม้ไผ่สีสุกและถวายเป็นพระอารามหลวงสมัยรัชกาลที่ ๔

๐๙.๐๐ น. ลงเรือมุ่งสู่ วัดอินทารามวรวิหาร พระอารามหลวงสำคัญมาแต่ครั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ฟังเรื่องราววีรกรรมอันหาญกล้าและยุทธศาสตร์การรบในสมรภูมิต่าง ๆ ของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเหล่านักรบไทยเพื่อรักษาเอกราชของชาติ นมัสการพระพุทธรูปฉลองพระองค์และพระบรมราชสรีรังคารของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พร้อมชมสิ่งของต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ อาทิ พระแท่นบรรทม พระบรมรูปจำลองแบบทรงพระกรรมฐาน พระเจดีย์กู้ชาติ ฯลฯ

๐๙.๓๐ น. ออกเดินเท้าลัดเลาะผ่านชุมชนตลาดวัดกลาง(วัดจันทาราม)เลียบเส้นทางคลองบางหลวง (คลองบางกอกใหญ่) ตามหาร่องรอยความรุ่งเรืองการค้าขายพลูในอดีตจนกลายเป็นนามย่านชมร้านค้าและอาคารเก่าแก่พร้อมฟังเรื่องราวเกร็ดความรู้น่าสนใจของย่านนี้ที่ปรากฏในวรรณกรรม และเรื่องเล่าในท้องถิ่น

๑๐.๓๐ น. นมัสการพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์พร้อมดื่มด่ำกับความงามสง่าของพระพุทธรูปไม้บุด้วยโลหะ ทรงเครื่องจักรพรรดิราชและภาพจิตรกรรมลวดลายเครื่องตั้งแบบจีนรูปทรงแปลกตาอันงดงามอย่างยิ่ง ณ วัดจันทารามวรวิหาร

๑๑.๓๐ น. รำลึกวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกของพระเจ้าตากสินที่เรื่องราวของท่านยังคงเล่าขาน ถึงปัจจุบันและสักการะพระพุทธรูปปางพระเจ้าเข้านิพพานอันเลื่องชื่อ ณ วัดราชคฤห์วรวิหาร

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวันเลิศรสและแวะซื้อขนมเลื่องชื่อนานาชนิดเป็นของฝากกลับบ้านตามอัธยาศัย ในบริเวณย่านตลาดพลู

๑๓.๓๐ น. เดินทางเข้าสู่”คลองด่าน” เส้นทางยุทธศาสตร์และการสัญจรแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ยลวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงแบบพระราชนิยมประจำรัชกาลที่ ๓ ที่มีความโอ่อ่าเป็นเอกลักษณ์ในย่านคลองด่าน ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังและงานศิลปกรรมต่างๆที่ผสมผสานศิลปะไทยและจีนได้อย่างกลมกลืน

๑๕.๐๐ น. ตื่นตากับพระพุทธรูปทรงเครื่องอันงดงามราวเทพเนรมิตและจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างหลวง สมัยรัชกาลที่ ๓ ที่งดงามเป็นเลิศ ณ วัดนางนองวรวิหาร

๑๖.๐๐ น. เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โบราณวัตถุและสิ่งของเครื่องใช้หลายร้อยชิ้นที่สะท้อนสภาพวิถีชีวิตชาวสวน ย่านจอมทองและวิถีชีวิตคนไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี ซึ่งสร้างขึ้นด้วยความร่วมมือและแรงศรัทธา ของพระสงฆ์และชาวบ้าน ณ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดหนังราชวรวิหาร

๑๘.๐๐ น. ถึงท่าเรือเชิงสะพานตากสิน โดยสวัสดิภาพและเปี่ยมด้วยความประทับใจ

*กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


นำชมโดย : จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม อัตราค่าร่วมกิจกรรม ท่านละ ๑,๖๐๐บาท (หนึ่งพันหกร้อยบาทถ้วน) สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา โทร.๐–๘๑๓๔๓–๔๒๖๑

* อัตรานี้รวมค่าพาหนะ อาหารเช้าและน้ำดื่ม


การสำรองเข้าร่วมสัญจร


๑. โอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน สาขา สุขุมวิท ซอย ๗๑ ในนาม นายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี ๐๗๑ – ๒๘๓๕๑๑ - ๕ ภายใน วันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๗


๒. เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาโทรศัพท์หรือส่ง SMS ยืนยันเข้าร่วมกิจกรรมที่ โทร.๐–๘๑๓๔๓–๔๒๖๑ หรือทางกล่องข้อความ (inbox) ในเฟซบุ๊ค นัท จุล โดยระบุชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อสะดวก อีเมล์แอดเดรส และชื่อในเฟซบุ๊ค เพื่อความสะดวกในการแจ้งข่าวสารกิจกรรมให้ท่านทราบต่อไป และเพื่อรักษาสิทธิ์ของท่านเนื่องจากถ้าโอนเงินมาแล้ว แต่ไม่ยืนยันการโอนเงิน ผู้จัดกิจกรรมจะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใดโอนมาและเป็นจำนวนกี่ท่าน ) กรุณานำสลิปรายการโอนเงินมาให้ในวันที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยเขียนชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ของท่าน รวมถึงของผู้ร่วมคณะท่านในใบสลิปอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของผู้จัดกิจกรรม


๓. หากท่านได้โอนเงินมาแล้ว แต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมตามที่แจ้งไว้ได้ อาจมอบให้ผู้อื่นมาแทนได้ โดยแจ้งให้ผู้จัดทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วัน ก่อนวันจัดกิจกรรม หากไม่แจ้งตามกำหนดดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน


๔. รับเฉพาะผู้สนใจชาวไทย รับจำนวนจำกัด


ระเบียบในการเข้าชมสถานที่

๑. กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการเคารพสถานที่ซึ่งไปเข้าเยี่ยมชม ซึ่งเป็นศาสนสถานหลายแห่ง

๒. กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ทุกแห่งที่เข้าไปเยี่ยมชม เช่น ไม่ล่วงล้ำและถ่ายภาพบางพื้นที่ถ้าไม่ได้รับอนุญาต











































ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคย่านจีนถิ่นบางกอก













"ดนตรี โขน ละคร กรมศิลปากร ปี ๕๗”


เมื่อศิลปินโขน ละคร นักดนตรีแห่งสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขวัญใจผู้ชม ตระเตรียมรายการแสดงประจำปี ๒๕๕๗ รับศักราชใหม่ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมไทยและสร้างกลุ่มผู้ชมนาฏศิลป์และดนตรีรุ่นใหม่ ๆ การแถลงข่าวชวนชาวไทยและชาวต่างประเทศชมการแสดงแบบออกรสจึงเกิดขึ้นอีกครั้งที่โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใช้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของประเทศ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๓ สถานที่หลักจัดการแสดง


ได้อรรถรสจากการบรรเลงและขับร้องเพลงสากลสุดไพเราะ ก่อนจะภาคภูมิใจและตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงทั้ง ๔ รายการ โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด กุมภกรรณทดน้ำ ละครพันทาง เรื่อง พระลอ โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด นนทุกอสุรา พร้อมการแสดงละครนอก เรื่องสังข์ทอง ตอนเลือกคู่ หาปลา จากศิลปินสังคีตชวนกลับไปอ่านวรรณคดีต้นฉบับ มาดูว่าปีมะเมียประชาชนจะได้อิ่มเอมกับการแสดงหลากหลายรูปแบบอย่างไร


เอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงงาน "ดนตรี โขน ละคร กรมศิลปากรสืบวัฒนธรรม" ว่า เป็นการจัดแสดงประจำปี ๒๕๕๗ ที่โรงละครแห่งชาติทั้ง ๓ แห่ง คือ โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จ.สุพรรณบุรี และโรงละครแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ในความควบคุม ดูแล รับผิดชอบของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร โรงละครแห่งชาติดำเนินกิจการมาถึงปัจจุบัน ๔๘ ปีแล้ว สนองตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ศิลปินมีสถานที่แสดงศิลปะ มีการสืบทอดไม่หยุดยั้ง


สำหรับการแสดงนาฏศิลป์ โขน ละคร ระบำ ดนตรีไทย และดนตรีสากลที่จัดแสดง ณ โรงละครแห่งชาตินี้ อธิบดีกรมศิลปากรระบุได้ปรับปรุงและพัฒนาทั้งรูปแบบ บท กระบวนท่ารำ เครื่องแต่งกาย ดนตรี เพลงร้อง เทคนิค ฉาก แสง สี เสียง เรื่อยมาเกิดผลงานด้านนาฏศิลป์ดนตรีจำนวนมาก และเป็นที่นิยมของผู้ชม มีรูปแบบและชื่อเรียกหลากหลาย เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ชม


"การแสดงประจำปี ๒๕๕๖ ยังยึดรูปแบบรายการแสดงที่ได้รับการสืบทอด เพราะยังเป็นที่นิยมชมชอบของผู้ดู แล้วก็ได้คิดรายการใหม่ ๆ ขึ้นมาให้เข้ากับยุคสมัย" เอนกกล่าว


สำหรับรายการใหม่ ๆ ที่ว่าประกอบด้วย การแสดงโขนและละครสลับกันในรายการนาฏกรรมสังคีต ทุกวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ ๑ และ ๒ ของเดือน การบรรเลงดนตรีสากลและขับร้องโดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ในรายการศิลปากรคอนเสิร์ต จัดแสดงทุกวันศุกร์ สัปดาห์ที่ ๒ ของเดือน การบรรเลงดนตรีไทยในรายการดนตรีไทยไร้รสหรือ ทุกวันศุกร์ สัปดาห์ที่ ๓ ของเดือน และรายการศรีสุขนาฏกรรม จัดแสดงศุกร์สุดท้ายของเดือนตลอดปี ๒๕๕๗


ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กล่าวว่า ในการแสดงประจำปีนี้ ดนตรีไทยจะเป็นการบรรเลงขับร้องโดยวงดุริยางค์ไทยหลากหลายวง เช่น วงปีพาทย์ วงเครื่องสาย วงมโหรี วงปี่พาทย์เสภา วงปีพาทย์ชวา ทั้งบรรเลงเดี่ยวและประชันวง แล้วยังมีการแสดงนาฏศิลป์โขน ละคร ฟ้อนรำเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ประกอบ วงดุริยางค์ไทยยังนำบทจากวรรณคดีมาขับร้องในรูปแบบเพลงตับเรื่อง เพลงเถา เพลงภาษา นอกจากนี้มีธรรมะบันเทิงที่แสดงนาฏศิลป์โขน ละครเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา ศีลธรรม ละครชาดก ละครสอนใจให้คติธรรม ส่วนรายการศรีสุขนาฏกรรม จะแสดงตอนสั้นๆ ทั้งโขน ละคร ฟ้อนรำ พื้นบ้าน จินตลีลา ก็จะเวียนไปจัดแสดงที่โรงละครส่วนภูมิภาคอีก ๒ แห่ง


"ละครพันทาง เรื่องพระลอ จะใช้ผู้แสดงหญิงล้วนตามแบบโบราณ เพราะ ๒o กว่าปีที่ผ่านมามีการใช้ชายจริงหญิงแท้มาแสดงก็เป็นที่นิยม แต่ปี ๒๕๕๗ นี้ ให้นักแสดงหญิงรุ่นใหม่ ๆ ได้สืบทอดวัฒนธรรม และให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่แสดงระบำ แต่เล่นแบบมีเรื่องราว เพื่อถ่ายทอดการแสดงนาฏศิลป์ต่อไป เช่นเดียวกับรายการละครนอก เรื่องสังข์ทอง จะใช้นักแสดงชายล้วน" ปกรณ์ให้ภาพการอนุรักษ์


สำหรับการแสดงทั้งหมดนี้ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีตย้ำ ปีใหม่นำวัฒนธรรมสู่ผู้ชมทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลาง และเด็กรุ่นใหม่ ๆ ให้รู้จักของดีกรมศิลปากร เพราะกรมนี้เปรียบเหมือนตรรกะศิลา มีมรดกวัฒนธรรมให้ศึกษา ค้นคว้า แต่ละการแสดงถือเป็นต้นแบบของชาติ ปี ๕๗ จะก้าวไปข้างหน้า เน้นดูแลรักษารูปแบบการแสดงที่เป็นบรรทัดฐาน รื้อฟื้น และชำระบทเพลงให้เป็นแบบแผน เช่นเดียวกับท่ารำ เนื้อร้อง ทำนอง เครื่องแต่งกาย ต้องทำให้สำเร็จเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เดินรอยตาม


ขณะที่ สถาพร นิยมทอง ผู้อำนวยเพลงแห่งวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร กล่าวว่า ตลอด ๑๒ เดือนของรายการศิลปากรคอนเสิร์ต จะบรรเลงและขับร้องด้วยบทเพลงคลาสสิกและเพลงกระแสนิยม อย่างเพลงบรอดเวย์ เพื่อดึงกลุ่มคนที่นิยมดูหนังฟังเพลงมาร่วมชมการแสดงของเรา เป็นอีกทางเลือก แถมบัตรราคาไม่แพง แล้วยังมีบทเพลงเก่า เพลงลูกทุ่งที่คุ้นหู ปีนี้เริ่มต้นอีกครั้งวันที่ ๑o ม.ค. ธีม "SONG TO REMEMBER" ที่โรงละครแห่งชาติ เพลงในดวงใจมากมายจากการบรรเลงของนักดนตรีที่พัฒนามาโดยตลอด


สนใจชมการแสดงสอบถามได้ที่ สำนักการสังคีต โทร o-๒๒๒๔-๑๓๔๒ หรือเปิดปฏิทินการแสดง



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
tomorrow.prd.go.th















"นิทรรศการ “ผลงานสะสมหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งที่ ๒”


๑o ปีมาแล้ว ที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เป็นศูนย์รวมของศิลปินจำนวนมากในการนำผลงานมาจัดแสดง เมื่อจบนิทรรศการ ศิลปินหลายท่าน ได้มอบผลงานสร้างสรรค์ให้เป็นสมบัติของหอศิลป์แห่งนี้ ซึ่งได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ในโอกาสนี้หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯจึงได้รวบรวมผลงานเหล่านี้มาจัดแสดงนิทรรศการ “ผลงานสะสมหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งที่ ๒” ระหว่างวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๒o มกราคม ๒๕๕๗


ผลงานศิลปะสะสมของหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ นั้นมีที่มาแตกต่างกันตามวาระโอกาส โดยหลังจากที่ศิลปินแต่ละท่านจัดแสดงนิทรรศการสิ้นสุดลง ก็เป็นดุลยพินิจของศิลปินในการมอบผลงานศิลปะให้แก่หอศิลป์ ดังจะเห็นได้ว่าในผลงานศิลปะสะสมของหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ มีรูปแบบงานที่หลากหลายและน่าสนใจ ซึ่งเมื่อปี ๒๕๕๔ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯได้เคยนำผลงานเหล่านี้ออกจัดแสดงนิทรรศการมาแล้วครั้งหนึ่ง สำหรับในครั้งนี้จึงได้เลือกสรรผลงานสะสมที่ยังไม่เคยจัดแสดงอีก ๖๕ ชิ้น ซึ่งได้รับมอบจากศิลปินระดับอาจารย์ ศิลปินแห่งชาติ อาทิ กมล ทัศนาญชลี ถวัลย์ ดัชนี ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี เดชา วราชุน ธงชัย รักปทุม อินสนธิ์ วงศ์สาม และศิลปินต่างชาติรวม ๔๔ ท่าน จึงเป็นโอกาสดีของผู้สนใจในงานศิลปะจะได้ร่วมชื่นชมนิทรรศการผลงานสะสมหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ โดยทั่วกัน







































ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคหอศิลป์กรุงเทพฯ















"บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ ๒”


เมื่อเอ่ยชื่อ "บางกอกน้อย" ย่อมรู้จักกันดีในฐานะเป็นเขตการปกครองหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักมักคุ้นกับเรื่องราววิถีชีวิตของชุมชนดังกล่าว หากไม่ใช่ชาวฝั่งธนฯ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดงาน "บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ ๒" อันเกิดจากความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลศิริราช กองทัพเรือ สำนักงานเขตบางกอกน้อย และชุมชนเขตบางกอกน้อยทั้ง ๔๒ ชุมชน หวังสืบสานวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน โดย ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล พล.ร.ต.สมประสงค์ นิลสมัย เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ อภิรัฐ ตราดุษฎี ผอ.เขตบางกอกน้อย และ ผศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมใจกันตั้งโต๊ะบอกกล่าวเล่าสิบถึงรายละเอียดการจัดงานครั้งนี้ ที่ห้องสถานพิมุขมงคลเขต พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน เมื่อวันก่อน


ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร กล่าวถึงความตั้งใจจัดงานในครั้งนี้ว่า เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนคนไทย โดยเฉพาะวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๗ ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ เพราะนอกจากเด็กๆ จะได้สนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ ภายในงานแล้ว ยังจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนในเขตบางกอกน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์และจุดกำเนิดของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันด้วย ขณะเดียวกันยังจะช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว รวมถึงยังเป็นการสร้างความร่วมมือร่วมใจระหว่างชุมชนเพิ่มยิ่งขึ้น






ด้าน ผศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ เปิดเผยถึงกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ซึ่งจะจัดขึ้นบริเวณลานหน้าพลับพลาสยามมินทราศิริราชานุสรณี สถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช ระหว่างวันที่ ๘-๑๒ มกราคม ๒๕๕๗ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ณ บางกอกน้อย" เพื่อสื่อความหมายถึง อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของบางกอกน้อย ว่าแบ่งออกเป็น ๖ โซนด้วยกัน


"สำหรับ "โซนนิทรรศการ" เน้นประวัติความเป็นมาของบางกอกน้อย ศาสนสถานสำคัญ อาทิ วัดเก่าแก่ต่าง ๆ โครงการพระราชดำริปรับปรุงโครงข่ายถนน และการแสดงผลงานการมีส่วนร่วมด้านการพัฒนาท้องถิ่นพื้นที่เขตบางกอกน้อยของกองทัพเรือ "โซนผู้สนับสนุนและส่วนของสุขภาพ" บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและรับปรึกษาปัญหาสุขภาพ "โซนศิลปหัตถรรมและภูมิปัญญา" จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นของชาวบางกอกน้อย "โซนการแสดง" นับเป็นไฮไลท์ด้วยการแสดงมินิไลฟ์แอนด์ซาวนด์ ๓ เรื่องราวสำคัญของ ๓ ราชธานีทั้ง อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ บนแผ่นดินบางกอกน้อย การแสดงจากศิลปินชื่อดัง กองดุริยางค์ทหารเรือ รวมถึงชมรมขับร้องและประสานเสียงจากนักศึกษาแพทย์ศิริราชและกิจกรรมเสวนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิเรื่องสุนทรภู่กับบ้าน วัด วัง ที่บางกอกน้อย ฯลฯ "โซนร้านค้า" จำหน่ายอาหารจากชุมชนกว่า ๒๕ ร้านค้า เช่น ไส้อั่วตรอกข้าวเม่า ปั้นสิบตลาดศาลาน้ำเย็น ฯลฯ และ "โซนพิพิธภัณฑ์ศิริราชยามค่ำคืน" เปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถานในส่วนจัดแสดงอาคาร ๓ สัมผัสวิถีชีวิตชาวบางกอกน้อย เรือโบราณ และกราบมนัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และร่วมกิจกรรมที่พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช" ผศ.นพ.ปรัชญา แจกแจงรายละเอียด






และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและเยาวชนได้ร่วมสัมผัสและเรียนรู้การฝึกเพื่อเป็นฝีพายในขบวนเรือพระราชพิธี พล.ร.ต.สมประสงค์ นิลสมัย กล่าวว่า ปีนี้กองทัพเรือได้นำเรือสุพรรณหงส์จำลอง รวมถึงการฝึกกำลังพลฝีพายบนเขียงฝึกและวิธีการขับเห่เรือมาสาธิตภายในงานด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม โบราณราชประเพณีอันทรงคุณค่ายิ่งของไทย


ขณะที่ อภิรัฐ ตราดุษฎี ผอ.เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า บางกอกน้อยเป็นเมืองเก่า เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนตั้งแต่สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี และสืบทอดมาจนปัจจุบัน มีร่องรอยความรุ่งเรือง มีป้อม กำแพง วัง มีกำแพงเมืองธนบุรี ริมคลองบางกอกน้อยมีอาคาร ตำหนัก รวมถึงวัดเรียงรายตามแนวแม่น้ำลำคลอง ส่วนปากคลองบางกอกน้อยเป็นตลาดใหญ่แห่งหนึ่งของพระนคร






บางกอกน้อยยังขึ้นชื่อเป็นหมู่บ้านช่าง มีงานช่างอยู่ที่บ้านบุ ทำขันลงหินหรือขันบุมาแต่โบราณ ปัจจุบันเรียกตรอกบ้านบุ หลงเหลือเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย เป็นช่างรุ่นสุดท้ายก็ว่าได้ บรรพบุรุษของชาวบ้านบุเป็นชาวกรุงศรีอยุธยา อพยพมาตั้งหมู่บ้านหลังเสียกรุง พ.ศ. ๒๓๑o มีการสืบสานวิชากระบี่กระบองโดยชุมชนวัดวิเศษการ วัฒนธรรมอาหารก็มีเอกลักษณ์อย่างปั้นขลิบปลา สืบทอดกันมา ทุกวันนี้ขายที่ตลาดศาลาน้ำเย็น แล้วยังมีมะตูมเชื่อมในสมัยโบราณ ถือว่าเป็นแหล่งทำมะตูมเชื่อมใหญ่ในไทย เวลานี้มีของใหม่เป็นเค้กมะตูมเพื่อคนรักสุขภาพ เดินเล่นในชุมชนจะพบตรอกมะตูม


"เขตบางกอกน้อยและประชาชนในพื้นที่ช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่ใกล้จะสูญหาย ทั้งยังขยายความร่วมมือกับศิริราชด้านวัฒนธรรม งานบางกอกน้อยเฟสติวัลเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ สถานที่จัดงานก็เหมาะสม โฉมหน้าสถานีรถไฟบางกอกน้อยได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ถือเป็นหน้าตาของบางกอกน้อย ประโยชน์ของงานนอกจากเผยแพร่ของดีย่านนี้ ยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้นด้วย" ผอ.เขตบางกอกน้อย กล่าว



ภาพและข้อมูลจากเวบ
กระทู้พันทิป
komchadluek.net















"“อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ ๕”


ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ขอเชิญร่วมสัมผัสศิลปหัตกรรมที่ทรงคุณค่า ในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ ๕ โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในการส่งเสริม ฟื้นฟู การผลิตสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านทั่วทุกภาค และอนุรักษ์สมบัติอันล้ำค่าของประเทศ






พร้อมทั้งเป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในการมองการณ์ไกลในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่พสกนิกรทั่วประเทศ โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์อาชีพด้านผลงานผ้าที่มีเอกลักษณ์ สื่อถึงศิลปวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น เป็นที่มาของแนวคิดการจัดงานครั้งนี้ นั่นคือ “สืบสานงานศิลป์ เชื่อมสายใยแห่งอาเซียน” ที่จะเน้นการแสดงศิลปหัตกรรมผืนผ้าทั้งของไทย และแต่ละชาติในอาเซียน ที่มีทั้งความเกี่ยวโยงและคล้ายคลึงจากต้นรากที่ผูกพันกันมายาวนาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นถิ่น ที่มาจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ รวมถึงกรรมวิธี วัตถุดิบ ในการทอผ้าของแต่ละประเทศ ซึ่งจะนำเสนออยู่ในกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ของงานในครั้งนี้






นำโดยนิทรรศการ “ผ้าแห่งอาเซียน” กับการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานผ้าที่ทรงคุณค่า ที่จะแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ ลวดลาย เทคนิคการถักทออันปราณีต พร้อมสื่อถึงความกลมกลืนและเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่มสำคัญ ได้แก่กลุ่มผ้าบาติก ของประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย และกลุ่มผ้าทอ จากประเทศไทย พม่า และลาว






ภายในโซนนิทรรศการที่ออกแบบและตกแต่งอย่างอลังการ ประยุกต์มาจากเรือลำใหญ่ ๒ ลำ สะท้อนเส้นทางการสานสัมพันธ์เชื่อมโยงวัฒนธรรมที่มีมาอย่างช้านาน พร้อมเรียนรู้ถึงความเหมือนและความแตกต่างของผลงานศิลป์ที่ทรงคุณค่าของแต่ละกลุ่มประเทศ ผ่านนิทรรศการที่บอกเล่าได้อย่างน่าสนใจ และไฮไลท์กับการรวมตัวครั้งสำคัญของครูช่างที่มีชื่อเสียงด้านงานผ้า ของแต่ละประเทศ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ และแสดงผลงานที่ทรงคุณค่าให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมชมการสาธิต และเลือกซื้อผลงานที่ทรงคุณค่าจากแต่ละประเทศที่มารวมไว้ในงานเดียว






นอกจากนี้ ยังประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การจัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ ของครูศิลป์ไทยที่ได้รับการคัดเลือกมาว่าเป็นสุดยอดผลงาน (Masterpiece) ใน “นิทรรศการงานชิ้นเอก” พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ ที่แนะนำบทบาทสำคัญในการส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)






พลาดไม่ได้กับเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยอันทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นงานผ้าทอ ผ้าบาติก งานเครื่องเงิน เครื่องทอง ของแต่งบ้าน เครื่องแต่งกาย ฯ จากเครือข่ายสมาชิกของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นฝีมือชั้นครู กว่า ๓o ร้าน ทั่วประเทศ พร้อมตระการตากับการแสดงบนเวทีที่สื่อถึงศิลปวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ ตลอดการจัดงาน






ร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมเป็นหนึ่งในการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยและอาเซียนสู่ระดับสากล กับงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ ๕ ได้ในระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒o มกราคม ๒๕๕๗ ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น ๑ และไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น ๒ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในเวลา ๑o.oo – ๒๑.oo น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายงานการตลาด ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) โทร o๓๕-๓๖๗-o๕๔ – ๖ ต่อ ๑๓๗๖ หรือ sacict.net







ภาพและข้อมูลจากเวบ
kapook.com
เฟซบุคอัตลักษณ์แห่งสยาม















"กระปุกหมูลูกโป่ง ๒๑ ตัว ๒๑ ลาย ๒๑ ศิลปิน”


โครงการ “ทุกพื้นที่มีการให้...ไม่สิ้นสุด” จัดขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีกระปุกหมูลูกโป่ง ๒๑ ตัว ๒๑ ลาย ผลงาน ๒๑ ศิลปิน กำลังออกเดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อระดมทุนจัดหาเครื่องมือแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลรามาธิบดี





วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ กับกระปุกหมูลูกโป่ง ผลงานต้นแบบ



พรรณสิริ คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า “โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ให้การรักษาผู้ป่วยประมาณ ๑.๔ ล้านคนต่อปี อีกทั้ง ทำหน้าที่สร้างบุคลากรทางการแพทย์ ทำการวิจัยและส่งเสริมสุขภาพคนไทย งบประมาณจากภาครัฐยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาในด้านการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ การจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รวมถึงการปรับปรุงอาคารที่ใช้งานมากว่า ๔๔ ปีให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณราว ๕oo ล้านบาท เป็นที่มาของโครงการพัฒนาอาคารและจัดหาเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลรามาธิบดี





จิตต์สิงห์ สมบุญ



“สำหรับโครงการ ‘ทุกพื้นที่มีการให้...ไม่สิ้นสุด’ ในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ฯ ที่สนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรม ศิลปินที่มาร่วมออกแบบตกแต่งกระปุกหมู รวมถึงองค์กรเอกชนที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการนี้ และท้ายสุดคือประชาชนทุกท่านที่ร่วมเป็นผู้ให้กับเรา ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมบริจาคเงิน ซึ่งเปรียบเสมือนการได้ให้ชีวิตใหม่กับผู้ป่วยค่ะ”





ลลิตา ศศิประภา



ด้าน วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องปั้นเซรามิกเถ้าฮงไถ่ กล่าวถึงการออกแบบกระปุกหมูว่า “กระปุกหมูมีรูปทรงลูกโป่ง ซึ่งมาจากแนวคิดว่า ลูกโป่งจะพองโตสวยงามต้องได้รับลมในปริมาณที่พอดี หากเป่าลมน้อยไป ก็ไม่เป็นลูกโป่ง เป่าลมมากไปลูกโป่งก็แตก สะท้อนให้เห็นถึงความพอดีที่จะทำให้ลูกโป่งสวยงาม เหมือนชีวิตของคนที่แม้ว่าไม่ได้เกิดมาเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกคน แต่สามารถเลือกที่จะ ‘ให้’ เพื่อสร้างชีวิตที่พอดีให้แก่กันและกันได้ การบริจาคไม่จำเป็นต้องเป็นเงินก้อนโต ถ้าทุกคนช่วยกัน หยอดคนละเล็กละน้อยตามกำลัง เมื่อมารวมกันก็เป็นเงินก้อนใหญ่ที่สามารถนำไปช่วยเติมเต็มชีวิตให้กับคนอีกมากมาย”





กระปุกหมู “จุด” ผลงานของ จิตต์สิงห์ สมบุญ



ทั้งนี้ กล่องรับบริจาครูปทรงกระปุกหมู ๒๑ ตัว ได้รับการตกแต่งโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง ๒๑ คน โดยกระปุกหมูต้นแบบสีขาวออกแบบโดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ หลังจากนั้นได้ผลิตหมูต้นแบบขนาดเล็ก (๒๕ x ๔o x ๒๕ ซม.) จำนวน ๒๑ ตัว เพื่อให้ศิลปินดารา อาร์ตทิส และบุคคลที่มีชื่อเสียง จำนวน ๒๑ คนมาร่วมกันตกแต่งกระปุกหมูลูกโป่งในสไตล์ของแต่ละคน ได้แก่ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, ม.ล.จิราธร จิรประวัติ, ชลิต นาคพะวัน, โลเล, สุรพร เลิศวงศ์ไพฑูรย์, ศักดิ์ชัย กาย, ศ.ระพี สาคริก, วสันต์ ผึ่งประเสริฐ, จิตต์สิงห์ สมบุญ, ยุรี เกนสาคู, ศันสนา จิราธิวัฒน์, ชนิตา ปรีชาวิทยากุล, ลลิตา ศศิประภา, ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, จิรายุ ตั้งศรีสุข, เขมนิจ จามิกรณ์, ป๊อด Modern Dog, เมื่อย Scrubb, ริท The Star, สมาชิกชมรมศิลปะโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมทั้ง วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์





“เซียงจู-หมูหอม” ตกแต่งโดย ครูโต-มล.จิราธร จิรประวัติ



ลลิตา ศศิประภา ทูตมูลนิธิรามาธิบดีฯ ออกแบบ “หมูนางฟ้า” สนับสนุนโดย Certainty ตั้งที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ๑๒.๑๑.๕๖ - ๑๑.๑๒.๕๖ หน้าร้าน Wallis ชั้น1 & เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี เธอบอกว่า “เปรียบเสมือนการให้ที่ไม่สิ้นสุด ความสมบูรณ์ของหมูเกิดจากการร่วมใจที่จะให้จากหลายๆ คน” ขณะที่ จิตต์สิงห์ สมบุญ ครีเอทีฟไดเรคเตอร์แบรนด์ Playhound ออกแบบกระปุกหมู “จุด” สนับสนุนโดย บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (๒oo๘) จำกัด ตั้งอยู่ที่ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เขาบอกว่า “จุดเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ถ้าเกิดการรวมตัวใปในแนวทางเดียวกัน ย่อมก่อร่างสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ”





“หมูหวาน” ตามสไตล์ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์



กระปุกหมูขนาดใหญ่จำนวน ๒๑ ตัวที่ใช้เป็นกล่องรับบริจาคมีขนาด ๙o x ๑๖o x ๙o ซม. ซึ่งมีลวดลายเหมือนกับกระปุกหมูที่ศิลปินทั้ง ๒๑ ท่านตกแต่งแล้ว ถูกนำไปตั้งรับบริจาคเงินที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ทั้ง ๒๑ สาขาทั่วประเทศไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ สาขาละ 1 ตัว





“หมูกวัก - Maneki Buta” ฝีมือ ยุรี เกนสาคู



ขอเชิญร่วมหยอดบริจาคในกระปุกหมูทั้ง ๒๑ ตัว รายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพลาซาทั้ง ๒๑ แห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗





“เป่า - Blow” ผลงานของ ป็อด โมเดิร์นด็อก


ผู้สนใจบริจาคเงินสามารถโอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ “มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โครงการพัฒนาอาคารและจัดหาเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้ป่วยยากไร้)” ธ.ไทยพาณิชย์ สาขารามาธิบดี เลขที่ o๒๖-๔-๒๖๖๗๑-๕ ธ.กรุงเทพ สาขารามาธิบดี (อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์) เลขที่ o๙o-๗-oo๑๒๓-๔ สอบถามและติดตามข่าวสารได้ที่ โทร.o๒-๒o๑-๑๑๑๑ / http://www.ramafoundation.or.th / IG @ramafoundation / FBมูลนิธิรามาธิบดีฯ / Twitter @ramafoundation1





“หมูริท” เจ้าชายหมูสวรรค์ ของริทThe Star



ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com
thailandexhibition.com















"ออน เดอะ มูฟ สีสันและลีลา...ศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว”


ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ จะจัดนิทรรศการศิลปะภาพถ่ายคอลเลคชั่น “ออน เดอะมูฟ” [On Da Move] สีสันและลีลา…ศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว โดยศิลปิน ดร.ธนะวัฒน์ ลิขิตคีรีรัตน์ นักภ่ายภาพฝีมือระดับโปร เจ้าของรางวัลชนะเลิศด้านการถ่ายภาพมากมาย อาทิ Your Best Shot Photography Contest และ National Geographic Thai Edition Photography Contest 2012 เป็นต้น ซึ่งจะนำผลงานถ่ายภาพศิลปะแนวทดลอง [Experimental Fine art photography] ที่แสดงเทคนิคการถ่ายภาพเคลื่อนไหวของ ช่างภาพ กล้อง วัตถุ ในจิตนาการ จนได้ภาพศิลปะที่สะท้อนลีลาการเคลื่อนไหวที่สวยงามแปลกตา บางภาพใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เพื่อสื่อถึงความเคลื่อนไหว บางภาพเกิดจากการเอาภาพถ่ายมา process ให้เกิดงานใหม่ที่แตกต่างจากภาพเดิมอย่างสิ้นเชิง


ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้สนใจรักการถ่ายภาพ และประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีเปิดงานและเสวนาศิลปะ “เปิดโลก Fine Art Photography” ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.oo น. และเข้าชมนิทรรศการศิลปะภาพถ่ายคอลเลคชั่น “ออน เดอะมูฟ” [On Da Move] สีสันและลีลา…ศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว ระหว่างวันที่ ๘ มกราคม – ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ นี้ ณ พื้นที่ศิลปะ บริเวณชั้น ๒ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thanonline.com
photoontour.com














"Popular Music & Culture Festival 2014"


วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาดนตรีสมัยนิยม ขอเชิญร่วมงาน "Popular Music & Culture Festival 2014" มหกรรมดนตรีรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงการแสดงคอนเสิร์ต


แต่จะมีการให้ความรู้ด้านการเรียบเรียงและการเขียนเนื้อเพลง จากศิลปินมากมาย เช่น ปู๋&โฟร์ 25 Hours การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดนตรีสมัยนิยม และการ Workshop Guitar โดย แจ็ค ธรรมรัตน์ ดวงศิริ และชมการแสดงที่ผสมผสานระหว่างวงดนตรี String combo และ Orchestra ที่ถูกถ่ายทอดผ่านศิลปินชื่อดังไม่ว่าจะเป็น ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์, เล็ก Greasy Cafe


และปิดท้ายด้วยการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินหลากหลายแนว อาทิเช่น Moderndog, ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, Lomosonic, The Super Glasses Ska Ensemble วงดนตรีจากอาจารย์ประจำสาขาวิชา และวงดนตรีนักศึกษาที่มีฝีมือจัดจ้านอีกมากมาย ได้แก่ Mattnimare, Civilization, Paiblues, Object in the Pants


ในวันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๗ ณ หอแสดงดนตรีและลานวงรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่เวลา ๑๑.oo น. เป็นต้นไป บัตรราคา ๒oo บาท หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่โครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป ทุกสาขาและมหาวิทยาลัยมหิดล หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุค PMCFfestival หรือโทร o๙๒-๖๖๙-o๒๔๑, o๙๒-๖๖๙-o๒o๗







ภาพและข้อมูลจากเวบ
กระทู้พันทิป
music.truelife.com















“ทรัพย์สมบัติชิ้นน้อย”


“ทรัพย์สมบัติชิ้นน้อย” คือคำอธิบายที่ฉันเรียกงานศิลปะของฉัน

เป็นงานประติมากรรมขนาดเล็กที่สร้างขึ้นจากการผสมผสานวัสดุร่วมสมัย และ วัสดุที่มีประวัติยาวนาน โดยที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับการสร้างเครื่องประดับแบบประเพณีนิยม

งานของฉันแสดงออกถึงความรู้สึก และ ปรัชญาทางชีวิต

งานของฉันเชิญชวนให้คนสัมผัส

งานของฉันเล่าเรื่องราวโดยมีชื่องานที่อธิบายการดำรงอยู่ของงานแต่ละชิ้น






อัตตาแกลเลอรี่ (ATTA Gallery) แกลเลอรี่เฉพาะทางแห่งเดียวในประเทศไทยที่นำเสนองานเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัย เชิญชมนิทรรศการเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัย และ ภาพวาด ชุด Whispering Pieces โดย Beppe Kessler ศิลปินเครื่องประดับศิลป์ระดับแนวหน้าของประเทศเนเธอร์แลนด์






Beppe Kessler เป็นศิลปินชาวฮอลแลนด์ จบการศึกษาจาก Gerrit Rietveld Academie ในเมือง Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีผลงานที่ได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัล Herbert-Hofmann-Preisในปี ๒oo๙ ที่ถือได้ว่าเป็นรางวัล Oscar ของงานเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัย






ทว่าผลงานศิลปะของ Beppe Kessler นั้น นอกจากงานเครื่องประดับศิลป์ ยังมีงานภาพวาดเทคนิคสื่อผสม และ งาน object art ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ beppekessler.nl






“ภาพที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของ Beppe Kessler น่าจำทำให้คุณตกอยู่ในภวังค์ได้ ศิลปินชาวฮอลแลนด์คนนี้ได้สร้างงานมามากกว่า ๒o ปี โดยการผสมผสานวัสดุ และ รูปร่าง ให้ออกมาเป็นงานที่น่าประหลาดใจ ซึ่งงานชุดแรกๆของเธอนั้นมีความคล้ายคลึงกับงานที่พบเห็นในปัจจุบันเป็นอย่างมาก” Daily Art Muse ได้กล่าวถึงเธอไว้บนเวบไซต์ dailyartmuse.com






นิทรรศการ Whispering Pieces โดย Beppe Kessler วันที่ ๙ มกราคม - ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เชิญร่วมงานเปิดนิทรรศการ พร้อมพบปะศิลปิน ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓o - ๒o.๓o น. ณ อัตตา แกลเลอรี่ (ATTA Gallery) O. P. Garden ซ.เจริญกรุง ๓๖ เขตบางรัก กรุงเทพฯ โทร.o๘๙-๑๔๓-๒๗๑๖ , atty@attagallery.com หรือ info@attagallery.com


นอกจากนั้น Beppe Kessler จะมีการบรรยายเกี่ยวกับการทำงาน และ ผลงานของเธอในวันศุกร์ที่ ๑o มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ (บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ)















ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th















"ม.ธรรมศาสตร์จัดทำอัลบัมเพลงชุด 'เฉิดฉายโดม'”


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำอัลบั้มเพลงชุดพิเศษ “เฉิดฉายโดม” เนื่องในวาระครบรอบ ๘o ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย นำบทเพลงอันทรงคุณค่า และเต็มเปี่ยมด้วยความทรงจำของชาวธรรมศาสตร์จำนวน ๒๔ เพลง (เพลงเต็ม ๒๑ เพลง ๒ เพลงเมดเล่ย์ ๑ เพลงบรรเลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง) มาเรียบเรียงและขับร้องใหม่เป็นเพลงประสานเสียง และดนตรีออร์เคสตรา เครื่องดนตรี ๔๕ ชิ้น โดยได้ ๒ บรมครูด้านดนตรีคลาสสิค อาจารย์จิรพรรณ อังศวานนท์ เป็นผู้อำนวยการผลิต และอาจารย์ดนู ฮันตระกูล รับหน้าที่ผู้เรียบเรียงดนตรี ขับร้องโดยนักร้องประสานเสียงซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ๔ สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยรังสิต ทั้งยังได้นักร้องมืออาชีพ คุณน้ำมนต์ - ธีรนัยน์ ณ หนองคาย ร่วมขับร้องในอัลบั้มพิเศษนี้ด้วย นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดทำเพลงธรรมศาสตร์ในรูปการบรรเลงโดยวงออร์เคสตราและคณะนักร้องประสานเสียง อัลบั้มเพลง “เฉิดฉายโดม” จัดทำเป็น Box Set อย่างสวยงาม ในราคา ๘oo บาท ผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
newsplus.co.th















ละครเวทีนิติฯ ธรรมศาสตร์ "กรงกระดาษ”


"ละคอนนิติฯ ธรรมศาสตร์" ชวนดูละครเวที "กรงกระดาษ"...จะเป็นอย่างไร หากคุณต้องอยู่ในเมืองซึ่งถูกปิดตายด้วยกําแพงสูงเสียดฟ้าและประตูบานยักษ์ ที่ซึ่งประชาชนถูกปิดกั้นความคิด ภายใต้การปกครองของเจ้าเมืองผู้เริงอำนาจ นาม'เถกิงศักดิ์' ..ไม่มีประชาชนคนใดหาญกล้าจะตั้งคำถามแม้แต่ชีวิตของพวกเขาเอง


แต่เหตุการณ์ ต้องเปลี่ยนผันเมื่อมีแฝดคู่หนึ่งถือกําเนิดขึ้น โชคชะตาเล่นตลก ให้คู่แฝดต้องแยกจากกัน "พิภพ" แฝดพี่ ผู้ถูกเถกิงศักดิ์รับไปเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก ไม่เคยตั้งคำถามกับทุกคำสั่งที่ได้รับ "พิพัฒน์" แฝดน้องผู้คิดต่าง และจะเป็นอย่างไร เมื่อพิพัฒน์กล้าลุกขึ้นจุดประกายความคิดแสนอุกอาจให้ประชาชนทั้งเมืองเปิดประตูที่ถูกปิดตายมาแสนนาน!


เปิดรอบการแสดงระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ มกราคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.oo น. เพิ่มรอบการแสดงเวลา ๑๔.oo นาฬิกา ในวันเสาร์ที่ ๑๘ และวันอาทิตย์ที่ ๑๙ ณ หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ บัตรราคา ๒oo บาท ทุกที่นั่ง


จำหน่ายบัตร ณ โถงเอสซี (SC) และ ตึกคณะนิติศาสตร์ ศูนย์รังสิต หรือช่องทางไลน์ lawtuplay หรือโทร o๘o-๕๙๘-๑๕๓๗, o๙๒-๙o๙-๒๒๓๖ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage และ Instagram ในชื่อว่า LAWTUPLAY และทาง E-mail : prlawtuplay56@gmail.com หรือทางโทรศัพท์ o๘๑-๑๗๗-๔๔๕๕



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




 

Create Date : 11 มกราคม 2557
0 comments
Last Update : 11 มกราคม 2557 23:29:16 น.
Counter : 1970 Pageviews.

BlogGang Popular Award#10


 
haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.