happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

ดวงใจ




ภาพจากกระทู้ จากฉางหลางสู่ปากเมง ตรังในยามอาทิตย์อัศดง


ดวงใจ - สวลี ผกาพันธุ์







ดวงใจ

คำร้อง ทำนอง สง่า อารัมภีร


ลา…..  ลา…..  ลา….            
ดวงใจ ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้

ถึงอยู่ห่างไกล   

ก็ยังส่งใจไปถึง



อ้อมแขนของฉัน    

คอยสัมพันธ์รักอันตราตรึง

คอยวันสุขซึ้ง

จากดวงใจที่จริงจังมั่นคง



เธอเป็นคนต่างแดน

แต่แนบแน่นด้วยไมตรีสูงส่ง

มีใจรักมั่นคง
(ฮัม)
ไม่มีผู้ใดเสมอ



เธอเป็นความสว่าง

พร่างดังเพชรประกายเลิศเลอ

ฉันได้จุมพิตจากเธอ

ฉันภูมิใจและสุขใจทุกคืนวัน

ลา...........ลา..........ลา...…   
ฉันสุขใจทุกคืนวัน










'ดวงใจ' ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้
คือ สัจจะที่กาลเวลาพิสูจน์แล้ว



เดือนกุมภาพันธุ์เป็นเดือนที่ใคร ๆ ก็ให้คำจำกัดความว่าเป็น “เดือนแห่งความรัก” แต่น้อยครั้งที่เราจะได้มีโอกาสทำความเข้าใจว่า ความหมายของความรักนั้น มีความลึกซึ้งและมีคุณค่าเพียงใด เพราะส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเน้นความสนใจไปที่ความรักของชายและหญิงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ความหมายที่แท้จริงของความรักนั้น เป็นความหมายที่กว้างไกลและยิ่งใหญ่กว่าความรู้สึกทางเพศมากมายนัก





ภาพจาก freshhdwallpapers.com

   


ถ้าจะตั้งคำถามว่า “ความรักคืออะไร?” ก็คงมีคำตอบมากมายในนานาทัศนะ เช่นเดียวกับคำกวีแนวปรัชญาบทหนึ่งที่ก่อให้เกิดคำถามและคำตอบได้อย่างกว้างขวาง  
   


“ชีวิตคือความฝัน สิ่งสำคัญคือเงินตรา ยอดปรารถนาคือ............”
   


คำที่จะนำมาเติมตรงช่องว่างที่ประจุดไว้นั้น ก็เป็นอิสระของใครต่อใครที่จะเติมคำใดก็ได้ที่คิดว่าเป็นยอดปรารถนาของตน เช่น  ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งก็ได้ (ที่ไม่อยู่ในรายชื่อต้องปรับ ครม.บ่อยนัก)





ภาพจากบล็อกคุณถปรร

   


หรือไม่ก็อาจจะเป็น ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับเงินเดือนเดือนละ ๖๘,๖๒o บาท และเงินเพิ่มอีกเดือนละ ๔๑,๕oo บาท รวมแล้วเป็นเงิน ๑๑o,๑๒o ต่อเดือน  ทำงานครบวาระ ๔ ปี  ก็จะได้เงินเดือนรวมแล้วเป็นเงิน ๕,๒๘๕,๗๖o บาท แต่กฎหมายอนุญาตให้ใช้เงินหาเสียงเลือกตั้งได้ไม่เกินคนละ ๔๙ ล้านบาท ดังนั้น เมื่อเอาเงินเดือน ๔ ปีของผู้ว่าฯ ไปลบออก ก็จะทราบว่าใครที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็จะขาดทุนอยู่ประมาณ ๔๔ ล้านบาท แต่ถึงกระนั้น  ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ก็ยังคงเป็น “ยอดปรารถนา” ของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ทุกท่านอยู่นั่นเอง





ภาพจาก บล็อกคุณนอกลู่นอกทาง





ภาพจาก saisampan.net

   


หรือบางท่านอาจจะตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ยอดปรารถนาคือ...ความสุข” 
   


หรือ “ยอดปรารถนาคือ...ความรัก” 
   


ก็คงพอจะทำให้กวีปรัชญาบทนี้มีความสมบูรณ์ได้อย่างเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่าคำตอบของใครจะได้คะแนนดีกว่ากันเท่านั้นเอง





ภาพจาก ishop.jarungjai.com





ภาพจาก su-usedbook.com

   


“ดวงใจ.............ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้.....” 
   


จากเสียงร้องอันทรงพลังแห่งความกังวานหวานเป็นหนึ่งเดียว ของศิลปินแห่งชาติ สวลี ผกาพันธุ์  
   


นี่คือวรรคแรกของเพลง “ดวงใจ” ซึ่งเป็นวรรคทองระดับฝังโคตรเพชร เพราะกาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า นี่คือวรรคทองแห่ง “สัจจะ” โดยแท้


“ดวงใจ” เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง “เพชรตัดเพชร” พ.ศ. ๒๕o๙ บรรเลงโดยวงดนตรี “ฟรังโก้ทอมเบ็ตต้า”





ด.ญ.เชอร์รี่ ฮอฟแมนน์ (๘ ขวบ) กลายเป็นศิลปินแห่งชาติ สวลี (พี่รี่) ผกาพันธุ์ (๘๐ ปี)
บันทึกแผ่นเสียงทั้งหมดประมาณ ๒,๐๐๐ เพลง จากนักแต่งเพลงเกือบทุกคน
(ปัจจุบันอายุ ๘๒ ปี เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖)
ภาพจาก thailanewspaper.com






ภาพจาก youtube.com





ภาพจาก tonpalm.tarad.com

   


ครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร เล่าว่า ตอนสาย ๆ ของวันนั้น ครูขับรถคู่ใจที่ให้สมญาว่า “เจ้าม้าลาย” จากบางกะสอ มาจอดไว้ที่หน้าห้าง กมลสุโกศล แล้วจากนั้นก็นั่งรถรางจากหน้าห้างกมลสุโกศลไปทำงานที่ห้องอัดเสียงทุ่งมหาเมฆ วันนั้นทำงานเสร็จตอนเย็นก็ใช้เส้นทางเดิมกลับบ้าน 





ครูสง่า อารัมภีร
ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com
  


ระหว่างขึ้นรถรางกลับไปหน้าห้างกมลสุโกศล เมื่อรถวิ่งผ่านสามย่านมาถึงหัวลำโพง ครูแจ๋วก็สังเกตเห็นว่าหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่นั่งมาบนรถเริ่มมีปากเสียงกัน เมื่อฝ่ายชายพูดกับฝ่ายหญิง ก็จะถูกฝ่ายหญิงหยิกแขนทุกครั้งไป จนมาถึงเยาวราชทั้งสองเริ่มทะเลาะกันมากขึ้นและเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงวังบูรพาหน้าโรงภาพยนตร์แกรนด์ เมื่อรถจอดรับผู้โดยสาร นักศึกษาหญิงผู้นั้นได้ยืนขึ้นและเอากระเป๋าที่ถือมาฟาดใส่หน้าอกของชายที่นั่งอยู่แล้วก็รีบเดินลงลงรถไปอย่างรวดเร็ว พอฝ่ายชายรู้ตัวก็รีบลุกขึ้นตะโกนตามหลังฝ่ายหญิงไปว่า
   


“ฉันมีสิทธิ์รักเธอนะ...” พูดจบก็รีบวิ่งลงจากรถรางตามผู้หญิงคนนั้นไป


ครูแจ๋วก็ยังนั่งอยู่บนรถเหมือนเดิม และนั่งนึกเนื้อเพลงไป  ก็เลยนึกเนื้อเพลงออกมาได้ว่า
   


“ดวงใจ.....ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้.......”
 



ดวงใจ

ภาพจาก arunsawat.com

      


เตรียมไปชมคุณสวลีขึ้นเวทีอีกครั้งในคอนเสิร์ตที่จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิอุบลรัตน์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) จัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศลเฉลิมพระเกียรติ "เมื่อเพลงพาไป...@ Sawalee" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และนำรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนการศึกษาให้โรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ และบ้านมิตราทร สถานเลี้ยงเด็กที่ติดเชื้อไวรัส HIV จากครรภ์มารดา จัดแสดงในวันเสาร์ที่ ๒๖ และวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ รอบ ๑๔.oo น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร o-๒๒๖๒-๓๔๕๖ หรือ thaiticketmajor.com บัตรราคา ๔,ooo / ๓,ooo / ๒,๕oo / ๒,ooo / ๑,๕oo / ๑,ooo และ ๕oo บาท.



คลิกอ่านรายละเอียดคอนเสิร์ต





ภาพจาก thaiticketmajor.com





ภาพจาก บล็อกคุณนอกลู่นอกทาง





ภาพจาก freshhdwallpapers.com



ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์ ๙ มี.ค. ๒๕๕๗
thaipost.net




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

Vintage of the past...หอมหวานแห่งวารวัน



บีจีจากเวบ wallcoo.com กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 08 มิถุนายน 2557    
Last Update : 8 มิถุนายน 2557 17:17:23 น.  

๒๕ ปีที่ "ชาตรี ศรีชล" จากไป




ภาพจาก กระทู้ "Journey of my best picture in 2014"



วอนแฟนเพลง-ชาตรี ศรีชล







วอนแฟนเพลง


คุณคงลืมผมก่อน หวลย้อนเมื่อตอนหนหลัง
เคยร้องเพลงให้ฟัง เมื่อครั้งเคยพบกัน
จำเสียงเดิมได้ไหม กังวาลไกลใครนั่น
กลับมากล่อมเพลงฝัน สำราญสู่มวลมิตรแฟน


อย่าพึ่งลืมผมก่อน อาวรณ์มิตรเพลงต่างแดน
ยังไม่ลืมแฟน ๆเนืองแน่นด้วยพวงมาลัย
จืดก็ยังไม่จาง ห่างก็ยังเสียงไกล้ มาพบกันคราใด
ตั้งใจมาฟังเสียงเพลง แฟนดำเนินหน้านวล


สาวสวนแตงแก้มเปล่ง เคยได้เป็นมิตรเพลง
เร่งร้อยห้อยพวงมาลัย ดำเนินเดินเล่นตรึงตรา
ฝันหาดอกฟ้าเมืองไทย ตลาดแม่พวงมหาชัย
ฝังใจมิตรดอกไม้แดง


กลับมาฟังผมก่อน อย่าค้อนหรือเคืองหน่ายแหนง
คอยด้วยใจเต้นแรง มิตรแห่งกำลังใจ
เพลงที่ส่งเสียงร้อง ก้องทั้งไกลทั้งไกล้
วอนขอกำลังใจ ไม่ลืมปลื้มใจชาตรี







อาทิตย์นี้อัพเพลงลูกทุ่งให้ฟังค่ะ เมื่อสักกลางเดือนอ่านคอลัมน์ "เป็นคุ้ง เป็นแคว" ของคุณเคน สองแคว ในนสพ.คม ชัด ลึก ถึงได้รู้ว่า คุณชาตรี ศรีชล จากไปตั้ง ๒๕ ปีแล้ว ฟังเพลงคุณชาตรีมานาน เพิ่งได้รู้ประวัติละเอียดก็ตอนที่อ่านข้อเขียนของคุณเคนนี้แหละค่ะ ชอบเพลงคุณชาตรีอยู่หลายเพลง อย่างเพลง สาวผักไห่, โฉมนาง, สมัครรักสมัครแฟน, ซมซาน และอีกหลายเพลง และที่ชอบที่สุดคือ ช้ำรักจากเมืองชล ชอบท่อนที่ร้องว่า "พี่ช้ำชอก ออกจากเมืองชล พี่ต้องดั้นด้น ต้องทนหมองไหม้ พอสิ้นรัก ก็เหมือนสิ้นใจ มาเจอเจ้าใหม่ ไม่ทันไรก็รักเธอ" แล้วก็เหมือนเคย ในยูทูบมีเพลงรวมฮิตในคลิปเดียวแต่ไม่มีโค้ดให้แปะ เลยหาคลิปแต่ละเพลงที่ชอบมาลงไว้แทน ชอบเพลงไหนก็คลิกฟังได้เลยค่ะ



คุณเคน สองแควเขียนถึงคุณชาตรีไว้หลายคอลัมน์ ตามไปอ่านได้ที่ลิงค์ข้างล่างค่ะ

เพลงชาตรีที่ฟังแล้วน้ำตาไหล
รวมเพลงชาตรี ศรีชล ครั้งแรกที่ถูกเปิดเผย
๒๕ ปี รำลึก ชาตรี ศรีชล จากบ้านแรกถึงบ้านหลังสุดท้าย



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป ๑o๕
เสพงานศิลป์ ๑o๖












ภาพจาก go2kp.com


"ไม่ลืม ปลื้มใจชาตรี กับ ๒๕ ปี ที่จากไป"
โดย เคน สองแคว



วันที่ ๑๖ พฤษภาคมเป็นวันครบรอบการเสียชีวิต ๒๕ ปี ขุนพลเพลงผู้ยิ่งใหญ่ ชาตรี ศรีชล นักร้องขวัญใจประชาชนผู้อาภัพ เจ้าของเพลงดัง “สาวผักไห่” สมัครรักสมัครแฟน” “โฉมนาง “ ฯลฯ


ชาตรี เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๒ ในสมัยที่คนลูกทุ่งไม่ได้มีสมาคมหรือชมรมต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือกันได้แบบทุกวันนี้ ชีวิตของนักเพลงผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงบั้นปลายจึงเป็นคนที่สิ้นไร้ไม้ตอก และเสียชีวิตลงอย่างน่าเห็นใจ





สัมพันธ์ พัทลุง
ภาพจาก luktunglaithai.com



โฉมนาง




สัมพันธ์ พัทลุง นักค้นคว้าข้อมูลลูกทุ่งคนเก่งอีกคนของวงการ ได้บันทึกเรื่องราวของชาตรี ศรีชล ไว้ว่า ชื่อจริงของชาตรี คือ สมบุญ ลีเส็ง เกิดเมื่อ ๑๗ ก.พ. ๒๔๙๒ ที่บ้านเลขที่ ๑๔ หมู่ ๑o ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พ่อชื่อ นายเผือก แม่ชื่อ นางสอน ลีเส็ง เป็นลูกคนที่ ๕ ในจำนวนพี่น้อง ๘ คน จบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ ๓ ที่โรงเรียนชลราษฎร์อำรุง จังหวัดชลบุรี


ชีวิตในวัยเด็กต้องต่อสู้กับปัญหาชีวิตมาตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ เนื่องจากพ่อแม่ต้องแยกทางกัน ตัวเขาเองต้องอาศัยหลวงพ่ออยู่ที่วัดใหม่ท่าโพธิ์ พนัสนิคม ชลบุรี ชาตรีเข้าสู่วงการเพลง จากการชักนำของพนม นพพร (หรือ นายชาตรี ชินวุฒิ นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน) เนื่องจากเป็นคนบ้านเดียวกัน พนม นพพร พาไปฝากไว้กับ ครูสำเนียง ม่วงทอง แห่งวงดนตรี “รวมดาวกระจาย” ชาตรีจึงได้ฝึกแต่งเพลงจนเป็นเมื่ออยู่กับครูสำเนียงนี้เอง เพลงแรกที่แต่งชื่อเพลง “วอนรัก”





ครูสำเนียง ม่วงทอง
ภาพจาก saisampan.net




14


ภาพจาก wikipedia.org



ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ร่วมวงกับ ปรีชา จิตตะรัตน์ ในนามวง “๑๘๑ ขวัญใจประชาชน” และ ปรีชา จิตตะรัตน์ นี้เองเป็นผู้ตั้งชื่อให้ว่า “ชาตรี ศรีชล” อยู่กับวงนี้ได้ไม่นานก็ลาออกมาตั้งวงใหม่กับเพื่อน ชื่อวงว่า “ศิษย์ปู่วิง” แต่ตั้งอยู่ได้ไม่นานก็ล้มเลิกวงกลับไปอยู่บ้านที่ชลบุรี เมื่อกลับไปอยู่บ้าน ขณะนั้นอายุ ๑๗ ปีได้พบรักครั้งแรกกับลูกสาวชาวประมง แต่งงานอยู่กินกันมีลูกสองคน ชื่อ สมศักดิ์ และจิตรี ศรีชล แต่หลังจากนั้นก็แยกทางกับครอบครัว





ภาพจาก jarungjai.com


ช้ำรักจากเมืองชล




กลับเข้าวงการอีกครั้งเมื่ออายุ ๑๘ ปี ด้วยการสมัครเข้าอยู่กับวงดนตรี ศรีนวล สมบัติเจริญ เมื่อราวปลายปี ๒๕๑๑ และที่นี่เองเขาได้ร้องเพลงบันทึกเสียงเพลงครั้งแรกในชีวิตการเป็นนักร้องมี ๔ เพลงด้วยกัน เพลงแรกคือ “บัวหลวง” เพลงต่อมา “สมัครรักสมัครแฟน” “ช้ำรักจากเมืองชล” และ “รอไม่ไหว” ซึ่งเขาเป็นผู้แต่งเอง เพลงแรกไม่คอยดัง แต่อีกสามเพลงดังระเบิดกลายเป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้





ภาพจาก weloveshopping.com


เมาเหล้าเมารัก




ขณะอยู่กับวงดนตรีศรีนวล เขาแต่งเพลงไว้มากมาย ทั้งร้องเอง และให้ศรีนวล ตลอดถึงนักร้องในวงร้อง ทุกเพลงล้วนแต่เป็นเพลงดังเกือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลง “แฟนมีแฟนใหม่” “รักเก่าเขาลืม” “เมาเหล้าเมารัก” ที่เขาร้องเอง ส่วนเพลง “รักหน่อย” กับเพลง” บูชายันต์” ให้ศรีนวล สมบัติเจริญ ขับร้องซึ่งเพลง”บัวหลวง” ประกบแผ่นเ สียงแผ่นเล็กกับเพลง”รักหน่อย” ซึ่งเป็นเพลงแรกที่บันทึกเสียงของทั้งคู่





ครูสุรพล-คุณศรีนวล สมบัติเจริญ
ภาพจาก suphaninsure.com



รักหน่อยนะ




นอกจากนี้ยังมีเพลง “อยากกินรัก” “หมดลมหมดเรื่อง” “ใจจะขาด” ให้กังวานไพร ลูกเพชร ร้อง และเพลง “ริมโขงหนองคาย“ “อุตรดิตถ์” ศรีไพร ลูกราชบุรี ร้อง ซึ่งเพลงหลังนี้ เป็นเพลงที่ศรีไพร ขับร้องไว้อย่างไพเราะ โดยมีจุดจำที่ออกเสียงอุตรดิตถ์ ว่า อุ๊ด-ต-ะ-ระ-ดิ้ด และอีกมากมายหลายเพลง ชาตรีอยู่กับวงศรีนวลได้ประมาณสองปี ก็ลาออกมาตั้งวงเองร่วมกับแฟนสาว คือ ปรานี ศรีชล (ปัจจุบันทำธุรกิจค้าอุปกรณ์ประดับยนต์ที่ปทุมธานี ปรานี มีบุตรกับชาตรี สามคน คือ ทนง, วงศ์ฟ้า และอ้อมใจ สองสาวกับอีกหนึ่งหนุ่ม ซึ่งหนุ่มนั้นก็คือ เอกกวี ศรีชล ที่ได้ขึ้นร้องเพลงแทนพ่อในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยครั้งที่ ๑ น่าเสียดายที่เอกกวี เสียชีวิตตั้งแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม)





ภาพจาก luktunglaithai.com


สาวผักไห่




นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ จนถึงต้นปี ๒๕๑๔ เป็นช่วงที่เขาโด่งดังสุดขีด เพลงทุกเพลงที่เขาร้องฮิตติดอันดับ และยิ่งได้เพลงชุดทำนองอินเดีย จากภาพยนต์เรื่อง “มนต์เสียงเพลง” ที่ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ประพันธ์ให้ เช่นเพลง โฉมนาง, มนต์เสียงเพลง, ธรณีชีวิต และอีกหลายต่อหลายเพลง ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วทุกหลังคาบ้าน ชื่อ “ชาตรี ศรีชล” จึงครองใจแฟนเพลงตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้





ภาพจาก pisutshop.com


มนต์เสียงเพลง




แต่จังหวะชีวิตของเขาต้องสะดุดลง เมื่อปี ๒๕๑๓ อายุเขาครบเกณฑ์ทหารพอดี เขาถูกเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ได้ไปรายงานตัวเข้ากองประจำการ เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังมีชื่อเสียง งานด้านวงดนตรีล้นมือ ต้องเดินสายไปแสดงดนตรีทั่วทุกภาคทั่วประเทศ และอีกอย่างเขาตั้งใจไว้ว่า อยากจะบันทึกเพลงตุนเอาไว้ให้มาก ๆ เมื่อเข้าเป็นทหารแล้ว เพลงของเขาจะได้ออกสู่ท้องตลาดให้แฟนเพลงได้ฟังอย่างต่อเนื่อง และตั้งใจไว้ว่า สิ้นสงกรานต์ปี ๒๕๑๔ จะกราบลาแฟนเพลงเพื่อไปรายงานตัวเข้ากรมเสียที





ภาพจาก thailandtorrent.blogspot.com





ภาพจาก thailandtorrent.blogspot.com



แต่ในวันที่ ๓ เม.ย. ๒๕๑๔ ชาตรีได้นำวงดนตรีไปทำการแสดงที่จ.ระยอง ในขณะที่เขาออกร้องเพลงหน้าเวทีได้เพียง ๕ เพลง คือ หลังคาแดง สมัครรักสมัครแฟน ธรณีชีวิต โฉมนางและ กล่อมหอ ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหาร ๔ นายขึ้นไปบนเวที และจับกุมตัวเขาไปทันที ในข้อหา “หนีทหาร” ในขณะนั้นเกิดปฏิกิริยากับคนดูเป็นอย่างมาก แฟนเพลงโห่ร้องไม่พอใจ ที่เจ้าหน้าที่กระทำอย่างไม่ให้เกียรติ ทุกคนมีความเห็นว่า น่าจะให้ชาตรีทำการแสดงจบเสียก่อน แล้วค่อยจับกุม เพราะคดีหนีทหาร ไม่ได้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ไม่ได้เป็นนักโทษฆ่าคนตายถึงกับต้องจับกุมตัวกันบนเวที





ภาพจาก thaigramophone.com


สมัครรักสมัครแฟน




เจ้าหน้าที่นำตัวชาตรี ศรีชล ไปคุมขังไว้ที่ สน.สส.สัตหีบ ชลบุรี ศาลตัดสินจำคุก ๒ ปี แต่ได้รับการลดหย่อนลงมาเหลือปีเศษ ๆ และเมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว จะต้องรับใช้ชาติโดยการเป็นทหารอีก ๒ ปี รวมชาตรีจะต้องจากแฟนเพลงไปร่วม ๓ ปี แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันรัชดาภิเษก ในปี ๒๕๑๔ จึงได้รับอภัยโทษ จึงติดคุกอยู่เพียง ๓ เดือน กับ ๑๒ วันเท่านั้น ชาตรีพ้นโทษเมื่อวันที่ ๑๖ ก.ค. ๒๕๑๔ ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง ๒๓ ปี และโชคดีที่ไม่ต้องกลับไปรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารต่ออีกสองปี เนื่องจากทางการทหารปลดเขาออกจากประจำการ 





ภาพจาก prachathon.org


ซมซาน




เมื่อพ้นโทษเขารวบรวมนักร้องตั้งวงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยมีสำนักงานอยู่ที่ ๑๖๑/๒o ซอยบุปผาสวรรค์ จรัลสนิทสงศ์ บางกอกน้อย ธนบุรี รับงานแสดงทั่วไป เพลงที่ออกมาช่วงนี้และได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลง เช่นเพลง “วอนแฟนเพลง” ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อเรียกคะแนนความนิยมกลับคืนมา













ลายมือคุณชาตรี
ภาพจาก เฟซบุค "ชาตรี" ยังไม่ตาย



ลองหาฟังดูในยูทูบ แล้วคุณจะทราบว่า ชาตรี ศรีชล เป็นนักร้องที่ทรงพลังและมีเสน่ห์ขนาดไหน และจะไม่แปลกใจที่มีคนรักเขาทั่วประเทศ ในขณะที่เขาอยู่ในคุก ได้แต่งเพลงชุด "ตะราง” ไว้หลายเพลง แต่ที่นำมาบันทึกเสียงในช่วงตั้งวงใหม่นี้ ได้แก่เพลง ตะราง โกรธกัน เยี่ยมคนในคุก ลำบากใจ ทั้ง สี่เพลงนี้ เรียกว่าชุด “ตะราง” เขาบอกว่า แต่งไว้เป็นอนุสรณ์ว่าเราเลิกความชั่วได้เพราะเข้าตะราง


ก่อนที่เขาจะติดคุก เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร “โลกดารา” ฉบับที่ ๓o เม.ย. ๒๕๑๔ สัมภาษณ์โดย สมชาย ทองขาว เขายอมรับว่า เสพเครื่องมึนเมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ กัญชา เขาเคยตั้งใจว่า เมื่อเข้ารายงานตัวเป็นทหารรับใช้ชาติ ๒ ปี ชีวิตการเป็นทหารคงจะทำให้เขาเป็นคนดี เลิกละจากอบายมุขเหล่านี้ได้ แต่ติดคุกเสียก่อน





ภาพจาก saisampan.net



เมื่อพ้นโทษออกมาไม่นาน เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมิชชั่น เนื่องจากเส้นโลหิตในสมองแตก แต่แพทย์ก็สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ เพราะนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที เมื่อเขาหายป่วยแล้ว ก็นำวงออกทำการแสดงทั่วไป ประสบความสำเร็จบ้าง ขาดทุนบ้าง ช่วงหลังเริ่มลุ่ม ๆ ดอน ๆ เนื่องจากต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง จนในที่สุดต้องล้มเลิกวง ในบั้นปลายชีวิตเขาต้องแยกทางกันอยู่กับภรรยา คือ ปรานี ศรีชล และลูก ๆ อันเป็นสุดที่รัก


ครั้นเมื่อวันที่ ๑๖ พ.ค. ๒๕๓๒ ร่างกายของชาตรีไม่อาจต้านทานกับโรคภัยไข้เจ็บ ที่โถมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับชีวิตของเขา ในที่สุด ชาตรี ศรีชล นักร้องนักแต่งเพลงลูกทุ่งผู้มากล้นไปด้วยความสามารถ ก็จากพวกเราไปด้วยความสงบ จากไปท่ามกลางความเสียใจของมิตรรักแฟนเพลง ที่เห็นเขาพ้นจากความทุกข์ทรมานจากการที่ถูกโรคภัยเบียดเบียนมาเกือบครึ่งชีวิต





ภาพจาก pisutshop.com



ปีสองปีที่ผ่านมา ที่ พนัสนิคม ชลบุรี ได้มีการจัดงานรำลึกถึงชาตรี ศรีชล แต่ยึดเอาวันเกิดของเขาเป็นตัวตั้ง มีการประกวดร้องเพลงชาตรี ศรีชล ซึ่งก็มีญาติของชาตรีที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่เข้ามาประกวดและร้องโชว์บนเวทีด้วย ซึ่งผู้เขียนได้ไปร่วมงานและรายงานข่าวไปแล้ว แต่ปีนี้ยังไม่ทราบว่า จะมีการจัดขึ้นเมื่อไหร่อย่างไร


ผลงานเพลงต้นฉบับของชาตรี ศรีชล ยังมีให้ฟังกันในยูทูบ และแผ่นซีดีแท้ ๆ ต้นฉบับของค่ายเทปบูรพา เป็นต้นฉบับที่ไพเราะสมบูรณ์แบบมากอีกต้นฉบับหนึ่ง ยังมีให้ซื้อหากัน ผู้เขียนยังนับว่า โชคดีที่เคยดูการแสดงของชาตรี ศรีชล ที่ไปร้องเพลงรับเชิญที่ตลาดนัดในจ.พิษณุโลกกลางวันแสก ๆ กับพลังเสียงอันก้องกังวานจับถึงขั้วหัวใจ และยอมรับว่า ในช่วงที่เป็นเด็กนั้น ประทับใจสุด ๆ จนยกให้เป็นนักร้องในดวงใจตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้



Rice-paddy-field2

ภาพจาก pixpros.net



ข้อมูลจาก
คอลัมน์ "เป็นคุ้ง เป็นแคว"นสพ.คม ชัด ลึก ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๗
komchadluek.net



คุณเคน สองแควเขียนเรื่องราวของคุณชาตรีไว้หลายคอลัมน์ ตามไปอ่านได้ที่ลิงค์ข้างล่างค่ะ

เพลงชาตรีที่ฟังแล้วน้ำตาไหล
รวมเพลงชาตรี ศรีชล ครั้งแรกที่ถูกเปิดเผย
๒๕ ปี รำลึก ชาตรี ศรีชล จากบ้านแรกถึงบ้านหลังสุดท้าย




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2557 23:15:31 น.  

ลินจง บุนนากรินทร์




ภาพจาก บล็อกคุณ the fivedog



รักปักใจ - ลินจง บุนนากรินทร์







รักปักใจ

คำร้อง สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์

ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน



รักปักใจโอ้ใครช่วยฉันที

ทุกนาทีดังไฟมาจี้เหลือที่บรรเทา

อาวรณ์ใจร้อนรนพะวักพะวนเหลือก่นซึมเซา

ตรึงฤทัยให้หลงเมา หัวใจกระเส่านี่ตัวเราหรือตัวใคร



ครั้งแรกก็เพียงเห็นกัน

นึกนึกหวั่นกระสันหัวใจ

พอรู้ตัวที่ไหนได้

เหลือจะหักใจให้บางให้เบา
         


รักปักใจ ผู้ใดใครไหนเล่า

คิดบรรเทา เพราะความมึนเมาเหลือเป่าปัดไป

นานวันมันลุกลาม แม้นเรายิ่งห้ามยิ่งหนักใหญ่

ตัวชักลอยเหาะเหินไป
ถึงไม่มีใครไม่เป็นไรยิ้มคนเดียว
        


นี่แหละที่เขาเรียกกัน

รักรักมั่นกระสันมัดเกลียว

ใจนั้นเต้นเป็นเสียงเดียว

รักแท้แน่เชียวไม่ลืมไม่เลือน







อัพเพลงเก่าให้ฟังอีกค่ะ ได้ข้อมูลจากนสพ.ไทยโพสต์เหมือนเคย หนนี้เขียนถึงสองเพลงดังของ คุณลินจง บุนนากรินทร์ คือ "รักปักใจ" และ "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" เราชอบเพลงหลัง แต่เป็นเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่มิสเก้อหล่านร้อง เธอเป็นนักร้องจีนที่มาแสดงหนังไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน นับว่าเป็นคนจีนที่ออกเสียงภาษาไทยได้ค่อนข้างชัดมาก ที่สำคัญคือเสียงร้องเพราะสุด ๆ แถมดนตรีก็เพราะมาก เพิ่งจะเห็นหน้าเธอชัด ๆ ก็ตอนหารูปมาลงบล็อกนี่แหละค่ะ เธอเป็นคนสวยมากทีเดียว ส่วนคุณลินจงก็เป็นนักร้องเสียงเพราะไม่แพ้กัน เดี๋ยวนี้ก็ยังร้องเพลงอยู่ เคยไปชมคอนเสิร์ตเพลงเก่า ท่านยังเสียงเพราะมาก ถึงอายุจะมากแล้วแต่กำลังเสียงยังเยี่ยมเลยค่ะ เสียดายที่อัพบล็อกช้าไปหน่อย มาอ่านข้อมูลแล้วเพิ่งจะรู้ท่านมีคอนเสิร์ตที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นเดือนนี้เอง



แวะไปชมงานศิลปกรรมช้างเผิอกครั้งล่าสุดได้ที่บล็อกนี้ค่ะ

นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ ๓



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป ๑o๕


บล็อกเสพงานศิลป์ที่งานยังจัดอยู่

เสพงานศิลป ๑o๓
เสพงานศิลป ๑o๔













ภาพจาก thaifilm.com



จาก “รักปักใจ” ถึง “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้”
“คีรีบูนสาวเสียงเสน่ห์” ลินจง บุนนากรินทร์



“คีรีบูนสาวเสียงเสน่ห์” ลินจง บุนนากรินทร์  เป็นข้อความบนปกแผ่นเสียงลองเพลย์ที่จำหน่ายได้ดีที่สุดชุดหนึ่งของห้างกมลสุโกศล ช่วงปี ๒๕๑o เพลงนำในชุดนี้ก็คือ “รักปักใจ” ผลงานเพลงของสองศิลปินแห่งชาติ คำร้อง สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน





ภาพจาก thaigramophone.com


“รักปักใจโอ้ใครช่วยฉันที   

ทุกนาทีดังไฟมาจี้เหลือที่บรรเทา 


อาวรณ์ใจร้อนรนพะวักพะวนเหลือก่นซึมเซา      

ตรึงฤทัยให้หลงเมาหัวใจกระเส่า

นี่ตัวเราหรือตัวใคร”
   


เพลง "รักปักใจ" บันทึกเสียงครั้งแรกยุคแผ่นครั่ง โดย นันทา ปีตะนีละผลิน ราวปี พ.ศ. ๒๔๙๘ แต่มาโด่งดังเต็มที่ในยุคของ ลินจง บุนนากรินทร์ ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ทำให้สมญา “คีรีบูนสาวเสียงเสน่ห์” ลินจง บุนนากรินทร์ มีการกล่าวขวัญกันมากขึ้นในหน้าบันเทิง ของ นสพ.รายวันระดับยักษ์ใหญ่แทบทุกฉบับ 





นันทา ปิตะนิละผลิน
ภาพจาก youtube.com






ภาพจาก weloveshopping.com

   


ช่วงนั้นเป็นยุครุ่งโรจน์ของดนตรีอาหารกลางวันเคล้าเสียงเพลงที่ “โลลิต้าไนต์คลับ” ถนนราชดำเนิน  ซึ่งนำโดยสองศิลปินแห่งชาติคู่ขวัญ สุเทพ วงศ์กำแหง และ สวลี ผกาพันธุ์ ร่วมด้วยนักร้องดังขวัญใจไนต์คลับในยุคนั้นอีกหลายคน แน่นอนว่ามีชื่อของ “คีรีบูนสาว”  ลินจง บุนนากรินทร์ ร่วมขบวนอยู่ด้วย ในช่วงดนตรีอาหารกลางวันของ “โลลิต้าไนต์คลับ” ในยุคนั้นด้วย





ภัตตาคารโลลิต้า
ภาพจาก กระทู้กรุงเทพฯ เมื่อก่อนนู้นนนน






ภาพจาก maemaiplengthai.com

       


อีกเพลงที่ทำให้สมญา “นักร้องเสียงคีรีบูน” ได้ถูกขยายผลให้ทรงเสน่ห์ยิ่งขึ้น คือเพลง “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” ซึ่ง “ครูแจ๋ว” สง่า อารัมภีร ศิลปินแห่งชาติ ได้นำทำนองเพลงของฮ่องกงเพลงหนึ่งที่กำลังดังในหมู่แฟนเพลงชาวจีน คือเพลง “เมี่ยว เยี่ยน จง เซิน” ซึ่งแปลว่า “เสียงระฆังจากวัด” มาใส่เนื้อไทย ในชื่อว่า “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” ให้ มิสเก้อหล่าน ดาราสาวจากฮ่องกงที่เดินทางมาร่วมแสดงภาพยนตร์ในไทยในช่วงนั้นเป็นผู้ขับร้อง





ภาพจาก saisampan.net





ภาพจาก youtube.com



ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้ - ลินจง




มิสเก้อหล่าน ร้องเพลง “เมี่ยว เยี่ยน จง เซิน”  ได้ดี แต่ยังร้องภาษาไทยได้ไม่ดีนัก จึงทำให้เพลง “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” ที่ร้องโดย มิสเก้อหล่าน ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนกระทั่งลินจงได้นำเพลงนี้มาร้องโชว์ในที่ต่าง ๆ เพลง “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” ก็เริ่มดังกระฉ่อนขึ้นมา ในที่สุด “ครูแจ๋ว” สง่า อารัมภีร จึงได้ตัดสินใจมอบให้ ลินจง บุนนากรินทร์ เป็นผู้ขับร้องบันทึกเสียงด้วยตัวเธอเองอีกครั้งหนึ่ง และในครั้งนี้เองที่ เสริมศรี เอกชัย แห่ง นสพ.เดลินิวส์ ในยุคนั้น ได้ให้สมญาใหม่แก่เธออีกนามว่า “ไข่มุกกลิ้งบนจานหยก”





ภาพจาก thaifilm.com





ภาพจาก maemaiplengthai.com
      


ความสำเร็จของเธอจากการขับร้องเพลง “รักปักใจ” และ “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่เธออีกมากมาย จนเธอได้กลายเป็นนักร้องหญิงที่มีผลงานบันทึกเสียงและมีเพลงประทับใจแฟนเพลงจำนวนมากคนหนึ่งในวงการเพลงไทย





ภาพจาก plengpakjai.net

       

วันนี้ของ ลินจง บุนนากรินทร์ เธอยังมีงานคอนเสิร์ตและงานโชว์มิได้ขาด ทุกค่ำวันเสาร์เธอจะโชว์อยู่ที่ภัตตาคาร “ตงไห่” ถนนกาญจนาภิเษก ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ (ซ้งหูฉลามเดิม) และทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เธอจะร้องโชว์ช่วงอาหารกลางวันที่ห้องอาหารโรงแรม มิราเคิลแกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ ดอนเมือง





คุณลินจงร้องเพลงที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์
ภาพจาก บล็อกคุณหมีสีชมพู



และโปรดเตรียมไปเป็นกำลังใจให้เธอ ในคอนเสิร์ตแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ  “รัตนโกสินทร์ อิน คอนเสิร์ต” นำเสนอโดย สมาคมสมาพันธ์ศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย วันเสาร์ที่ ๑o พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่จะถึงนี้ เวลา ๑๓.๓o-๑๗.oo น. ณ โรงละครแห่งชาติ ในคอนเสิร์ตนี้เธอได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ขับร้องเพลง “บัวขาว” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น “เพลงแห่งเอเชีย” โดย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียของยูเนสโก ประเทศฟิลิปปินส์ จากการที่นักร้องยอดนิยมของฮ่องกง ฟรานซิส ยิป ได้นำเพลงนี้ไปขับร้องบันทึกแผ่นเสียง จนทำให้เพลงนี้โด่งดังทั่วเอเชียและทั่วโลกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒






ภาพจาก oknation.net



โดยความสามารถและพรสวรรค์ พลังและเสน่ห์ในน้ำเสียงของเธอ ลินจง บุนนากรินทร์ “คีรีบูนสาวเสียงเสน่ห์” หรือ “ไข่มุกกลิ้งบนจานหยก” จะปลุกความไพเราะของเพลง “บัวขาว” ให้กลับมาเป็น “เพลงแห่งประชาคมอาเซียน” ได้อีกครั้งหรือไม่ เราจะไปติดตามชมกันให้ได้ในคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้.






ภาพจาก thaifilm.com



ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์ ๙ มี.ค. ๒๕๕๗
thaipost.net














ภาพจาก youtube.com






ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้
คำร้อง / ทำนอง สง่า อารัมภีร
เรียงเสียงประสาน ประสิทธิ์ พยอมยงค์


สุขใดจะเสมอ เท่าฉันมีเธอ เป็นคู่ดวงใจ

เคียงคลอ อยู่ทุกวันไป เหมือนทิวาคู่ราตรี

ดั่งแผ่นน้ำคู่ฟ้า ไปตลอดปี

รักมั่นภักดี เหมือนปลารักท้องนทีธาร




หากชีวิตของฉัน ถ้าแม้นขาดเธอ
คงหมดจิตใจ 
คงครวญพร่ำหวนอาลัย
เหมือนคนที่ไร้วิญญาณ

เธอได้ฟัง ฟังฉันรำพันกล่าวขาน

จงได้สงสาร เห็นใจในรักที่ภักดี


ฮ่า ฮ๊า ฮา ฮ่า ฮ๊า ฮา….


สุขใดจะเสมอ เท่าฉันมีเธอ
เป็นคู่ดวงใจ 
เคลียงคลอ อยู่ทุกวันไป
เหมือนทิวาคู่ราตรี 
ดังแผ่นน้ำ คู่ฟ้า ไปตลอดปี

รักเธอ เท่าชีวี ดังปลารักน้ำ..... นิ....รัน…ดร…




ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้ - เก้อหล่าน




เก่อ หลั่น (Ge Lan- 葛蘭 (ตัวอักษรจีนตัวเต็ม) - 葛兰 (ตัวย่อ) 

ชื่อจริง คือ 張玉芳 (จาง อวี้ ฟาง) ก็คือ แซ่จริง ๆ ของเธอคือ แซ่ จาง ดังนั้น ชื่อภาษาอังกฤษของเธอจึงใช้ว่า Grace Chang (Zhang) (แซ่ จาง นี้ ถ้าเป็นสำเนียงจีนแต้จิ๋ว คือ แซ่ เตีย นั่นเอง) เกิดเมื่อ ๑๓ มิถุนายน ๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๓๓) ที่ เซี่ยงไฮ้ จีนแผ่นดินใหญ่ แต่ในปี ๒๔๙๑ (๑๙๔๘) เธอและครอบครัวย้ายไปที่ฮ่องกง และเธอได้เริ่มอาชีพนักแสดงและนักร้องที่น­ั่น






ภาพจาก thaifilm.com



ปัจจุบันเธอยังมีชีวิตอยู่ อายุ ๗๗ ปีแล้ว เป็นนักแสดงชื่อดังของค่ายหนัง Cathay ของฮ่องกง ซึ่งเป็นค่ายหนังที่เป็นคู่แข่งของ Shaw Brothers แต่ค่ายหนัง Cathay จะเน้นหนังแนวสากลและมีเพลงร้อง ซึ่งทำให้เธอโด่งดังมาก

เพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" นั้น เก้อ หลั่น ร้องไว้ในเรื่อง "หงษ์หยก" (๒๔๙๙?) เพลงนี้เพราะมาก ทั้งเสียง เก้อ หลั่น เธอร้องเพลงแนวคลาสิกได้อยู่แล้ว เสียงโซปราโนมาก และเธอร้องเพลงนี้เป็นภาษาไทย โดยพยายามออกเสียงได้ค่อนข้างชัด จึงถือว่าเข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้มากแม้จะ­ไม่ใช่ภาษาของเธอก็ตาม เพลง ชีวิตฉันเคยเธอไม่ได้ นี้ มีเนื้อร้องจีนด้วย ซึ่งเก้อ หลั่น ร้องไว้ในหนังที่เธอแสดง ในปี ๑๙๕๙ (๒๕o๒) เรื่อง Air Hostess ด้วย

คำร้อง / ทำนอง สง่า อารัมภีร
เรียงเสียงประสาน ประสิทธิ์ พยอมยงค์

เพลงนี้ครูสง่า อารัมภีร แต่ง พ.ศ. ๒๔๙๙ ส่วนเพลงจีน บันทึก พ.ศ. ๒๕o๑
 

และนำไปประกอบภาพยนตร์จีน เรื่อง 空中小姐 (Air-Hostess or Air-Stewardess) ใน พ.ศ. ๒๕o๒





ภาพจาก youtube.com



葛蘭 GE LAN 廟阣鐘聲 36184PATHE 78RPM 1958





ข้อมูลจาก youtube.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2557 23:43:59 น.  

๑๙ ปีที่โลกนี้ไม่มี "เติ้ง ลี่จวิน"


1

ภาพจาก teresatengblog.blogspot.com


月亮代表我的心; - 鄧麗君

 


สองวันก่อนเข้าไปหาข้อมูลเขียนบล็อกในเวบผู้จัดการ หลงเข้าไปในหน้า มุมจีน มีเรื่องเกี่ยวกับประเทศจีนหลากหลาย คลิกอ่านเพลินเลยค่ะ อย่างหน้า เรียนภาษาจีน เพิ่งลงเรื่อง...๑๙ ปีที่โลกนี้ไม่มี "เติ้ง ลี่จวิน"...อ่านแล้วก็คิดถึงเสียงหวาน ๆ ของเธอจับใจ โชคดีที่มียูทูบ อยากฟังเพลงอะไรก็คลิกเข้าไปฟังได้ทุกเมื่อ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะจากไปเกือบยี่สิบปีแล้ว แต่ถึงเวลาจะผ่านไปอีกนานแค่ไหน โลกก็คงไม่มีวันลืม "เติ้ง ลี่จวิน" ได้อย่างแน่นอนค่ะ



เสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุดค่ะ

เสพงานศิลป์ ๑o๒
เสพงานศิลป์ ๑o๓













ภาพจาก tupian365.com



ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมของ ๑๙ ปีก่อน ถือเป็นเดือนแห่งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชาวจีนครั้งหนึ่ง เมื่อดวงดาวที่เจิดจริสที่สุดในฟากฟ้าบันเทิงเอเชียล่วงลับดับสูญ ชื่อของเธอไม่มีชาวจีนคนไหนในโลกไม่รู้จัก เธอผู้นี้คือ เติ้ง ลี่จวิน หรือ เทเรซา เติ้ง ศิลปินไต้หวันผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีแห่งเพลงตลอดกาล










เติ้ง ลี่จวิน เกิดเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๑๙๕๓ ที่หมู่บ้านเถียนหยัง ตำบลเปาจง อำเภอหยุนหลิน เกาะไต้หวัน ขณะที่พื้นเพเดิมของ เติ้งซู ผู้บิดา เป็นชาวมณฑลเหอเป่ย โดยเป็นนายทหารโรงเรียนนายร้อยหวงผู่แห่งพรรคก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็ก ส่วนมารดาเป็นชาวซานตง เมื่อพรรคก๊กมินตั๋งพ่ายแพ้ให้กับพรรคคอมมิสนิสต์จีนและย้ายไปตั้งรัฐบาลคณะชาติที่ไต้หวัน ครอบครัวของเติ้ง ลี่จวินจึงได้ย้ายไปตั้งรกรากที่ไต้หวันเช่นกัน เติ้ง ลี่จวินเป็นบุตรสาวคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งหมดรวม ๕ คน เดิมทีชื่อ ลี่ อวิ๋น ซึ่งแปลว่า “ไผ่เขียวที่งดงาม” แต่คนรอบข้างมักเรียกเป็น ลี่ จวิน ที่แปลว่า “หญิงที่งดงาม” เมื่อเข้าวงการบันเทิงเธอจึงใช้ชื่อ “เติ้ง ลี่จวิน” เป็นชื่อในวงการ





ภาพจาก soundofhope.org


你怎麼說 - 鄧麗君



คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



28

ภาพจากคอนเสิร์ตของโจวเจี๋ยหลุนที่ฮือฮามาก หนุ่มเจย์เซอร์ไพรซ์แฟน ๆ
โดยการร้องเพลงเมดเล่ย์ร่วมกับ “เติ้ง ลี่จวิน” ที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก ในคอนเสิร์ตที่ ไทเปอารีน่า
ภาพจาก btlnews.com



周杰倫 ร้องคู่ 鄧麗君




บนเส้นทางดนตรีในช่วงเริ่มต้น เติ้ง ลี่จวิน ผ่านมาแล้วทั้งการร้องเพลง งานแสดงภาพยนตร์ แขกรับเชิญในรายการทอล์กโชว์ และนักร้องรับเชิญในคอนเสิร์ตระดับชาติหลายวาระ ปี ๑๙๖๙ เดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในชีวิต ตามคำเชิญของมาดามลีกวนยู เพื่อไปร้องเพลงการกุศลที่สิงคโปร์ จากนั้นจึงไปเปิดการแสดงที่เกาะฮ่องกงครั้งแรกในปี ๑๙๗o






Teresa Teng - Airport (Best newcomer award 1974, Japan



เพลงภาษาญี่ปุ่น “คูโค 空港” เป็นเพลงฮิตยอดนิยมในญี่ปุ่น
ที่ทำให้ เติ้ง ลี่จวินได้รับรางวัลใหญ่จากเวที Japan Record Award มาครองเมื่อปี ๑๙๗๔



ปี ๑๙๗๓ เติ้ง ลี่จวินเซ็นสัญญาออกอัลบั้มกับบริษัทโพลีดอร์ เรคคอร์ด ประเทศญี่ปุ่น เพลงจำนวนมากของเธอถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น และที่นี่นักร้องสาวได้มีโอกาสพัฒนาทักษะการแสดงอารมณ์เพลง ในช่วงนี้ชื่อเสียงของเติ้ง ลี่จวินเริ่มโด่งดังไปทั่วเอเชีย ปัจจัยสำคัญเพราะเธอเป็นนักร้องที่ร้องเพลงได้หลายสไตล์ และเป็นนักร้องที่ออกเสียงชัดเจนไม่ว่าจะร้องด้วยภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เวียดนาม จีนกลาง กวางตุ้ง





ภาพจาก blog.udn.com


邓丽君:誰來愛我



เพลง เสยไหลไอ้หวั่อ (ใครจะมารักฉัน) คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



ในขณะที่ชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ปี ๑๙๗๙ เกิดมรสุมชีวิตครั้งใหญ่นั่นคือเธอถูกทางการญี่ปุ่นจับกุม เนื่องจากจับได้ว่า เติ้ง ใช้พาสปอร์ตปลอมสัญชาติอินโดนีเซีย เพื่อเดินทางจากฮ่องกงเข้ามายังประเทศญี่ปุ่น ทางการญี่ปุ่นจึงลงโทษให้ เติ้ง ลี่จวิน เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น และไม่อนุญาติให้กลับเข้ามาภายในเวลา ๑ ปี ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบทางลบต่อชื่อเสียงของเธอในขณะนั้นเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับปัญหาด้านสุขภาพโรคหอบหืดเรื้อรัง ทำให้เธอตัดสินใจอพยพไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา






鄧麗君 - 我和你



เพลง หวั่วเหอหนี่ หนึ่งในเพลงฮิต ที่เติ้ง ลี่จวินร้องครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗
ซึ่งเป็นปีที่ราชินีเพลงผู้นี้เดินทางไปออกผลงานที่ญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว

คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



เติ้ง ลี่จวิน อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ตลอดช่วงทศวรรษ ๑๙๘o เธอ เป็นนักร้องจีนคนแรกที่มีโอกาสเปิดการแสดงที่ซีซาร์พาเลส ในลาสเวกัส และนับตั้งแต่ปี ๑๙๙๑ เติ้ง ลี่จวิน ได้ลดบทบาทในอาชีพการร้องเพลงลง โดยเลือกใช้เวลาพักผ่อนส่วนใหญ่ในประเทศไทยและฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลอดชีวิตการเป็นนักร้องอาชีพของ เติ้งลี่จวิน เธอจะเคยขึ้นเวทีคอนเสิร์ตมานับครั้งไม่ถ้วน ในหลายสถานที่ ทว่ามีสถานที่หนึ่ง ซึ่งเติ้ง ลี่จวิน ไม่เคยเดินทางไปเปิดคอนเสิร์ต หรือแม้แต่เหยียบย่างเข้าไป แต่กลับเป็นที่ที่มีแฟนเพลงของเธอมากที่สุดในโลก...นั่นก็คือ “จีนแผ่นดินใหญ่”





ภาพจาก dlj.chenag.com


鄧麗君 - 在水一方



เพลง ไจ้สุ่ยอี้ฟัง คลิกอ่านเนื้อเพลง

       
       
เติ้ง ลี่จวิน โด่งดังขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่ ๗o ซึ่งไต้หวันเต็มไปด้วยบรรยากาศการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ส่วนตัวของเธอในฐานะบุตรสาวของนายทหารแห่งพรรคก๊กมินตั๋ง มีความคิดต่อต้านการปกครองแบบเผด็จการ ครั้งที่มีเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาและประชาชนลุกขึ้นมาชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์เรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพในวันที่ ๑๕ เมษายน ๑๙๘๙ ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งจบลงด้วยการนองเลือดเมื่อรัฐบาลปักกิ่งใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ประท้วง ด้าน เติ้ง ลี่จวิน ได้เปิดคอนเสิร์ตในนามของกลุ่มนักศึกษาขึ้นที่ฮ่องกง เพื่อประกาศจุดยืนสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มนักศึกษาในกรุงปักกิ่งของจีน คอนเสิร์ตดังกล่าวมีชื่อว่า "บทเพลงประชาธิปไตยอุทิศให้เมืองจีน" มีผู้เข้าชมกว่าสามแสนคน ซึ่งราชีนีเพลงประกาศว่า ตราบใดที่จีนแผ่นดินใหญ่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย เธอจะไม่เหยียบย่างไปเป็นอันขาด





ภาพจาก favorstar.com


Teresa Teng - 梅花(1981年)



เพลง เหมยฮวา ซึ่งแปลว่า ดอกเหมย ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำไต้หวัน
ที่รัฐบาลไต้หวันกำหนดไว้นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๑๙๖๔ เป็นต้นมา



กระนั้น ในช่วงต้นของทศวรรษที่ ๑๙๘o เติ้ง ลี่จวินก็ยังมีชื่อเสียงในหมู่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมาก แม้ว่าทางการจีนจะสั่งห้ามเนื่องจากจีนในช่วงนั้นอยู่ภายใต้กระแสของการปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ชาวจีนส่วนหนึ่งพยายามหาเพลงของเธอมาจากตลาดมืด ยิ่งห้ามยิ่งดัง เพลงของเธอถูกเปิดทุกที่ ตั้งแต่สถานเริงรมย์จนถึงสถานที่ราชการ จนกระทั่งยุคเติ้ง เสี่ยวผิง ขึ้นเป็นผู้นำ รัฐบาลจีนจึงอนุญาตให้เพลงจากฮ่องกงและไต้หวันเข้ามายังแผ่นดินใหญ่ได้ เพลงของเติ้ง ลี่จวินได้เข้าไปเติมความชุ่มชื่นในใจของชาวจีนในแผ่นดินใหญ่ ที่แห้งแล้งจากบรรยากาศของการปฏิวัติ เนื้อหาของเพลงที่พูดถึงความจริงใจ มิตรภาพ ความรัก กลายเป็นเครื่องบำบัดจิตใจจากความเคร่งเครียด หลังจากถูกหล่อหลอมให้ฟังแต่เรื่องความรักที่ผูกกับอุดมการณ์ทางการเมือง





ภาพจาก tupian365.com


Teresa Teng - 何日君再來



 เพลง เหอรื่อจวินไจ้ไหล ที่เติ้ง ลี่จวินนำเพลงเก่ามาร้องใหม่จนโด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วเอเชีย
ทว่าเพลงนี้ถูกห้ามเปิดในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะคำว่า "รื่อจวินไจ้ไหล(日君再来)"
ไปพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า "ทหารญี่ปุ่นจะบุกอีกครั้ง(日军再来)"
คลิกอ่านเนื้อเพลงและข้อมูล



ชาวจีนให้ฉายาเติ้ง ลี่จวินว่า “เสี่ยวเติ้ง” (เติ้งน้อย) เพื่อให้คล้องกับ “เหล่าเติ้ง” หรือ เติ้ง เสี่ยวผิง จนมีคำกล่าวว่า "กลางวันฟังเหล่าเติ้ง(เสี่ยวผิง) กลางคืนฟังเสี่ยวเติ้ง(ลี่จวิน)" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลในเพลงของเธอที่มีต่อวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้นอย่างยิ่ง เติ้ง ลี่จวินถือเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตการทำงานจนยากที่จะมีใครเทียบเคียง แต่ในด้านชีวิตด้านความรักกลับไม่นับว่างดงามนัก





ภาพจาก dlj.chenag.com


鄧麗君 - 再見我的愛人



เพลง ไจ้เจี้ยนหวั่วติไอ้เหริน หรือ goodbye my love อีกหนึ่งเพลงฮิต
ที่ผู้กำกับดัง ปีเตอร์ ชาน หยิบมาใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์สุดโรแมนติก เถียน มี่มี่
(Comrade almost a love story) นำแสดงโดย หลี หมิง และ จาง มั่นอวี้
คลิกอ่านเนื้อเพลง



รักสุดท้ายของ เติ้ง ลี่จวิน หยุดลงที่หนุ่มต่างชาติ โดยช่วงต้นทศวรรษที่ ๑๙๙o เติ้ง ลี่จวินค่อย ๆ หายไปจากวงการเพลงเนื่องจากถึงจุดอิ่มตัว รวมทั้งปัญหาด้านสุขภาพคือโรค หอบหืดเรื้อรัง ทำให้เธอหลบไปพำนักอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส และเริ่มคบหากับช่างภาพ ที่มีชื่อว่า พอล ซึ่งอายุอ่อนกว่าเธอนับ ๑o ปี และเป็นคนเดียวกับที่ร่วมเดินทางมายังประเทศไทยในการเดินทางสุดท้ายก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลงที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๑๙๙๕





พอล ช่างภาพต่างชาติ อายุน้อยกว่า ๑o ปี ผู้เป็นรักสุดท้ายของราชินีเพลงชื่อก้อง



๑๙ ปีผ่านไป แม้ร่างอาจเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่ตำนานที่ราชีนีเพลงผู้นี้สร้างเอาไว้ยังคงอยู่ บทเพลงของเติ้ง ลี่จวิน คือผลงานอมตะที่ยังคงถูกขับขานแว่วหวานมาจนถึงปัจจุบัน และยังคงสืบเนื่องต่อไปในวันข้างหน้า ดั่งคำที่ว่า ที่ใดมีชาวจีน ที่นั่นย่อมมีเพลงของ เติ้ง ลี่จวิน





หลุมศพของ เติ้ง ลี่จวิน ในสวนอวิ๋นหยวน บนเขาจินเป่าซาน ไต้หวัน





สุสานของเธอออกแบบและตกแต่งอย่างงดงาม





ทุกวันนี้ก็ยังมีคนรักเติ้ง ลี่จวินไปเคารพศพเธอไม่ขาด





ภาพจาก dlj.chenag.com



พิธีศพเติ้ง ลี่จวิน





เติ้งลี่จวิน - รวมเพลง Teresa Teng





คลิปรวมเพลงเพราะ ๆ ร้อยกว่าเพลง
แต่ไม่มีโค้ดให้แปะคลิป อยากฟังก็ตามลิงค์ข้างล่างเข้าไปเลยค่ะ

Teresa Teng Song Selection



ภาพและข้อมูลจาก manager.co.th




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีและไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2557 21:50:09 น.  

หยดน้ำเจ้าพระยา




ภาพจาก getintravel.com


หยดน้ำเจ้าพระยา - สุนทราภรณ์







“หยดน้ำเจ้าพระยา”
คำร้อง ศิริพงษ์ จันทน์หอม
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน


(ญ.) จากหยดน้ำหยดน้อยหลายร้อยหยด

รวมกันหมดเป็นมหาชลาศัย

จากปิง วัง ยม น่าน ผ่านมาไกล

แล้วรวมไหลกันเข้าเป็นเจ้าพระยา
        


(ช.) เหมือนสายเลือดรวมไหลไทยทั้งชาติ

รวมน้ำใจใสสะอาดศาสนา

รวมภักดีสูงส่งองค์ราชา

รวมศรัทธาในเสน่ห์ประเพณี



(ญ.) เจ้าพระยาเรื่อยไหลไม่รู้สร่าง

ไหลแผ่กว้างคว้างไปในทุกที่

โอบถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงชีวี

รวมฤดีไทยผองเกี่ยวคล้องกัน
           


(ช.)  จากหยดน้ำหยดน้อยหลายร้อยหยด

จึงปรากฏเป็นมหานทีขวัญ

ขอความรักเรารวมร่วมผูกพัน

นานเท่าวันเจ้าพระยาไหลบ่านอง





ช่วงนี้มีฝนมาช่วยให้คลายร้อนลง แต่ก็ยังร้อนอยู่ หาเพลงเกี่ยวกับน้ำมาให้ฟังอีกค่ะ เป็นเพลงที่เขียนถึงแม่น้ำเจ้าพระยาของวงสุนทราภรณ์ ครูเอื้อร้องคู่กับคุณวรนุช อารีย์ เสียดายที่หาภาพของ ครูศิริพงษ์ จันทน์หอม ที่แต่งเนื้อเพลงนี้ไม่ได้เลย อ่านคอลัมน์แล้วแอบทึ่ง แต่งกลอนได้เพราะมาก ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแต่งเนื้อเพลงนี้ได้เพราะขนาดนี้ ท่านใดมีภาพของครูศิริพงษ์ กรุณหลังไมค์มาให้หน่อยหรือแปะไว้ในเม้นท์ก็ได้ ขอบคุณล่วงหน้าค่า



เสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑oo
เสพงานศิลป์ ๑o๑












ภาพจาก travelhdwallpapers.com



คิดถึงเพลง “หยดน้ำเจ้าพระยา” ฤาหยดน้ำตา ศิริพงษ์ จันทร์หอม



"จากหยดน้ำ  หยดน้อย  หลายร้อยหยด   

รวมกันหมด  เป็นมหา  ชลาศัย


จากปิง วัง ยม น่าน ผ่านมาไกล           

แล้วรวมไหล  กันเข้า  เป็นเจ้าพระยา....."



นี่คือท่อนแรกของเพลงชื่อ "หยดน้ำเจ้าพระยา" คำร้องของ ศิริพงษ์ จันทร์หอม ทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน เพลงนี้มาจากบทกลอนประกวดในงาน "ลอยลำไปกับเรือเพลง" ประมาณปี ๒๕๑o-๒๕๑๕ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมปีละ ๑ ครั้ง ต่อเนื่องกันถึง ๑๒ ครั้ง โดยบรรดาชาวนักกลอนในยุคนั้น นำโดย สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ เจ้าของบทกลอนที่กลายมาเป็นคำร้องในบทเพลงอันเลื่องชื่อ "จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง" เป็นผู้จัดนักกลอนและผู้สนใจทางด้านกาพย์กลอน ล่องเรือไปบนแม่น้ำเจ้าพระยา ทัศนาจรกับเรือใหญ่ขนาดสองชั้น มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบทกลอน เช่น แต่งกลอน โต้กลอนสด





คุณสนธิกาญจน์ กาญจนาสน์
ภาพจาก maemaiplengthai.com



ในคราวหนึ่งมีการจัดแต่งกลอนประกวดในงาน หัวข้อ "หยดน้ำเจ้าพระยา" ผลงานกลอนประกวดที่ชนะเลิศในครั้งนั้น เป็นของหนุ่มนักกลอนนามว่า ชื่อ ศิริพงษ์ จันทน์หอม กรรมการตัดสินชี้ขาดในวันนั้นคือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ซึ่งท่านชื่นชอบบทกลอนสำนวนนี้มาก จึงได้นำบทกลอนความยาว ๔ บทนี้ไปใส่ทำนองในจังหวะควิกวอลซ์ และได้กลายมาเป็นเพลงคู่ที่ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ขับร้องเอง คู่กับ วรนุช อารีย์  เป็นบทเพลงที่ฟังครั้งใดผู้ฟังก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศและจินตนาการที่งดงามและยิ่งใหญ่ สมกับเป็นเพลงสำหรับแม่น้ำสายหลักของคนไทยทั้งประเทศ





ครูเอื้อ ร้องคู่กับ คุณวรนุช อารีย์
ภาพจาก naewna.com



ศิริพงษ์ จันทน์หอม เป็นคนแปดริ้ว มาเป็นบัณฑิตคณะวารสารศาสตร์จากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในชมรมพระจันทร์เสี้ยวยุคก่อตั้ง เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าข่าว คอลัมนิสต์ และบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ, เส้นทางเศรษฐกิจ, เมืองไทยวันนี้, สยามโพสต์, ไทยแลนด์ไทม์, วัฏจักรการเมืองและรายวัน ผ่านงานผู้จัดรายการวิทยุและโทรทัศน์  รวมถึงเป็นกรรมการตัดสินรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลตุ๊กตาทอง, เมขลา และ โทรทัศน์ทองคำ





ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ภาพจาก posttoday.com



ในด้านงานเขียน มีผลงานเรื่องสั้นมาแล้วกว่า ๑oo เรื่อง บทกวีกว่า ๑,ooo ชิ้น และงานเขียนอีกหลากหลายแนวจำนวนมาก พร้อมงานเขียนบทกวี บทเพลง เรื่องสั้น  นวนิยาย งานแปลสารคดี และนวนิยายต่างประเทศ  ต่อเนื่องยาวนานกว่า ๔o ปี ในนามปากกาหลากหลายนับร้อยนามปากกา จนได้รับสมญานามว่า "นักเขียน ร้อยนามปากกา" ที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ และยังใช้อยู่ตลอดมาคือ "แผน ราชดำเนิน" และ "พลอยไพลิน"





คุณวรนุช อารีย์
ภาพจาก youtube.com และ websuntaraporn.com



ศิริพงษ์ จันทร์หอม เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๘๖ เจ้าของผลงานหนังสือแนวปรัชญาชีวิต-ธรรมชาติชีวิต มีหลายเล่ม เช่น ชั่วนิรันดร์, บ้านทางมะพร้าว, ชีวิตคือการเดินทาง, เพื่อนชีวิต, ธรรมชาติชีวิต, พอดีของชีวิต, ดีพอต่อทุกสิ่ง และที่พึ่งสุดท้าย และ รวมเรื่องสั้น สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ได้รับการตีพิมพ์จำหน่ายพร้อมกันเป็นชื่อชุด "คุณค่าชีวิต”  เสียชีวิตด้วยอาการไตวาย เมื่อเวลาประมาณ o๑.oo น.  วันอาทิตย์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าฯ





ภาพจาก posttoday.com



ไม่มีใครรู้เรื่องราวในชีวิต ความรัก และครอบครัว  ของ ศิริพงษ์ จันทร์หอม ได้ลึกซึ้งนัก เพราะชีวิตของเขามักจะขลุกอยู่กับงานเป็นส่วนใหญ่ นาน ๆ ทีจะได้เห็นหน้าของเขาอยู่ท่ามกลางเพื่อนพ้องที่ใกล้ชิดสนิทกัน  แต่เพื่อนผู้ใกล้ชิดหลายคนเห็นตรงกันว่า มีบทกลอนของเขาอยู่บทหนึ่งที่อ่านแล้วทำให้เข้าใจได้ว่าในเบื้องลึกหัวใจของเขาได้ซ่อนความรักและความหลังไว้อย่างลึกซึ้ง เป็นทั้งภูมิหลังของชีวิตและแรงบันดาลใจในงานอื่น ๆ ของเขาในเวลาต่อมาด้วย กลอนบทนั้นก็คือ "รอยนอน" ที่เพียงแค่อ่านดูก็พอรู้ว่าเขาเขียนไว้ด้วยน้ำตาอย่างไร


"โอ้ว่าแวว  ตาเศร้า  ของเจ้าเอ๋ย
แต่ก่อนเคย  สบชิด  ไยคิดด่วน

โอ้ว่าหยาด  น้ำตา  นองหน้านวล       
จะไปชวน  ใครเช็ด  เกล็ดน้ำตา

   

เสียดายจุม...พิตหวาม  ในความหลับ   
จะนานนับ  เดือนปี  ที่ห่วงหา

เห็นแต่รอย  เธอนอน  อ่อนระอา       
กี่เวลา  จะย้อน  ที่นอนเดิม"   





ภาพจาก บล็อกโอเคเนชั่น
       
   

ฝีมือกลอนในระดับนี้ในเมืองไทยคงมีไม่กี่คน ซึ่งไม่ว่าจะจับวางไว้ที่ไหน จะตัดตอนท่อนใดประโยคใดมาใคร่ครวญ ก็ล้วนแต่ไพเราะเสนาะใจไปทั้งสิ้น ไม่เชื่อท่านลองนำท่อนแรกของเพลง "หยดน้ำเจ้าพระยา" มาตั้งไว้เป็นท่อนแรกเหมือนเดิม แต่คราวนี้เราจะต่อด้วยบทสุดท้ายของบทกลอน "รอยนอน" แล้วให้นักแต่งทำนองเพลงมือดีสักคนแต่งทำนองใหม่ให้ เราก็จะได้เพลงใหม่อีกเพลง  ดังนี้


"จากหยดน้ำ  หยดน้อย  หลายร้อยหยด   
รวมกันหมด  เป็นมหา  ชลาศัย

จากปิง วัง ยม น่าน ผ่านมาไกล           
แล้วรวมไหล  กันเข้า  เป็นเจ้าพระยา
   


เสียดายจุม...พิตหวาม  ในความหลับ   
จะนานนับ  เดือนปี  ที่ห่วงหา

เห็นแต่รอย  เธอนอน  อ่อนระอา
กี่เวลา  จะย้อน  ที่นอนเดิม"





ภาพจาก hdtimelapse.net


อ่านแล้วจะเห็นภาพสังคมไทยวันนี้
วันที่หยดน้ำหยดน้อยหลายร้อยหยด
ไม่ยอมไหลรวมกันเข้าเป็นเจ้าพระยาอีกแล้ว
ได้แต่ไหลกันไปคนละทิศ...คิดกันไปคนละทาง


"จากหยดน้ำ  หยดน้อย  หลายร้อยหยด   

จึงปรากฏ  เป็นมหา นทีขวัญ


ขอความรัก  เรารวม  ร่วมผูกพัน   

นานเท่าวัน  เจ้าพระยา  ไหลบ่านอง"





ภาพจาก บล็อกคุณ Chionis



ข้อมูลจาก
thaipost.net
นสพ.ไทยโพสต์แทบลอยด์ ๒๕ ส.ค. ๒๕๕๖




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100


Free TextEditor





 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2557 11:21:07 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 98 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.