happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

รวงทอง ทองลั่นธม






มั่นใจไม่รัก - รวงทอง ทองลั่นทม




ยังไม่พ้นเดือนแห่งความรัก บรรยากาศหวานยังพอกรุ่น ๆ อยู่ หาเพลงของนักร้องเสียงหวานได้ใจอย่าง คุณรวงทอง ทองลั่นธม มาให้ฟังกันค่ะ นสพ.แนวหน้าวันอาทิตย์ คอลัมน์ Retro เขียนถึงนักร้องวงสุนทราภรณ์หลายท่าน รวมถึงคุณรวงทองด้วย สะกดนามสกุลของท่านผิดมานาน คิดว่าสะกดว่า ทองลั่นทม แต่ที่ถูกต้องเป็น ทองลั่นธม เพลงของคุณรวงทองเพราะ ๆ ทั้งนั้น เลือกไม่ถูกว่าจะแปะเพลงไหนดี เดี๋ยวนี้ในยูทูบมีคนโหลดเพลงเก่าแบบเป็นชุดเยอะมาก เสียดายที่ส่วนใหญ่จะหวง ไม่มีโค้ดให้แปะลงบล็อก


อากาศช่วงนี้เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น เพื่อน ๆ รักษาสุขภาพกันนะคะ



พักนี้มีงานนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรมหลายงาน อัพใหม่ได้สองบล็อกเลย

เสพงานศิลป์ ๘๓
เสพงานศิลป์ ๘๔













นักร้องหญิงมากล้นด้วยพรสวรรค์ 'รวงทอง ทองลั่นธม'
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวง 'สุนทราภรณ์'



รวงทอง ทองลั่นธม เดิมชื่อ ก้อนทอง ทองลั่นธม เกิดเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๘o ที่ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเกิดได้เพียง ๒ ปี มารดาเสียชีวิตจึงไปอยู่กับยายจนถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ และ พ.ศ. ๒๔๘๕ เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างหนัก ยายจึงอพยพไปอยู่ที่อยุธยาแล้วย้ายกลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง






ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนันทศึกษา จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ แล้วไปเรียนต่อที่โรงเรียนขัตติยาณีผดุง และเพราะทราบดีว่าฐานะทางบ้านยากจน จึงตั้งใจเรียนจนสอบได้ที่หนึ่งและเป็นหัวหน้าชั้นด้วย ระหว่างที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ พ่อทำงานไม่ไหวเพราะสุขภาพไม่ดี จึงต้องลาออกจากโรงเรียนเมื่ออายุเพียง ๑๗ ปีเท่านั้น






แต่เพราะเป็นคนที่ชอบการร้องเพลง ญาติผู้ใหญ่ที่นับถือจึงนำไปฝากกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน เนื่องจากชอบร้องเพลงและมีเสียงไพเราะ ได้ฝึกหัดร้องเพลงกับ พลโท หม่อมหลวงขาบ กุญชร และ ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อให้ว่า รวงทอง ทองลั่นธม






“รวงทอง” เข้าเป็นนักร้องประจำวงดนตรีสุนทราภรณ์ และเริ่มมีชื่อเสียงจากการร้องเพลง รักบังใบ ของครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ มีชื่อเสียงโด่งดังจากเพลง จำได้ไหม (คำร้องโดย ธาตรี ทำนองโดย เอื้อ สุนทรสนาน) และขวัญใจไอ้ทุย (โดย สมศักดิ์ เทพานนท์) พ.ศ. ๒๕oo





บนซ้าย-พลโท หม่อมหลวงขาบ กุญชร...ขวา-ครูแก้ว อัจฉริยกุล
ล่างซ้าย-ครู สมศักดิ์ เทพานนท์...ขวา-ครูชอุ่ม  ปัญจพรรค์
ภาพจากเวบสุนทราภรณ์, วิกิพีเดีย และ เวบสายสัมพันธ์



ทั้งนี้ยังได้เป็นนางเอกละครโทรทัศน์ทางไทยทีวี ช่อง ๔ บางขุนพรหม เรื่อง จุฬาตรีคูณ คู่กับ อาคม มกรานนท์ ในปีนั้นด้วย รวมทั้งมีงานเพลงประกอบภาพยนตร์ เด่น ๆ เช่น ปาหนัน, สร้อยไข่มุก, วนาลี ฯลฯ ยุคนั้น รวงทอง นับเป็นดารานักร้องใหม่ล่าสุดที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนอย่างยิ่งในช่วงเวลานั้น






แต่เนื่องจากงานเพลงประจำและงานพิเศษ รายการวิทยุและโทรทัศน์ มีจำนวนมากจึงไม่มีเวลา ทำให้ปี พ.ศ. ๒๕o๖ รวงทองได้ลาออกไปเป็น นักร้องอิสระ และเป็นผู้จัดและนำแสดงในละครโทรทัศน์ ททบ.๗ (ขาวดำ) สนามเป้า (ททบ.๕ ปัจจุบัน) เช่น จุฬาตรีคูณ คู่กับ ตรัยเทพ เทวะผลิน และร่วมแสดงภาพยนตร์ เช่น ในฝูงหงส์






รวงทอง ทองลั่นธม ได้รับรางวัลใบโพธิ์ทองพระราชทาน จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ (ในฐานะนักร้องผู้เผยแพร่ภาษาไทยได้ชัดเจนถูกต้อง ), รางวัลแผ่นเสียงทองพระราชทาน จากเพลง วนาสวาท, รักเธอเสมอ ในปี พ.ศ. ๒๕o๘ และได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙






รวงทอง เป็นผู้ที่อนุรักษ์เพลงอมตะของครูเพลงทั้งหลายอย่างต่อเนื่อง เพราะยังขับร้องตามงานคอนเสิร์ตการกุศลร่วมกับวงดนตรีสุนทราภรณ์อยู่เสมอและเป็นผู้ที่ศิลปินรุ่นหลัง ๆ ให้ความเคารพนับถือและเอาเป็นแบบอย่างตลอดมา





ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ภาพจาก palungjit.org



“ครูเอื้อ สุนทรสนาน” เขียนถึง “รวงทอง ทองลั่นธม” (จากหนังสือพระเจ้าทั้งห้าตำนานความเป็นมาของสุนทราภรณ์)


รวงทองเป็นศิษย์คนหนึ่งของผม ในจำนวนหลาย ๆ คนที่ผมภาคภูมิใจ เราได้ร่วมงานเพลงกันมาสมัยหนึ่ง เธอเป็นผู้ที่ได้รับผลสำเร็จจากการร้องเพลงอย่างดียิ่ง ในแบบฉบับของตนเอง ตลอดเวลาที่อยู่ในความดูแลของผลตั้งแต่อายุ ๑๗ ปีได้เริ่มต้นฝึกฝนร้องเพลงกับวงดนตรีสุนทราภรณ์เพียง ๒ ปี ก็ได้ร้องเพลงแรกชื่อ “รักบังใบ” จากคำร้องของครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ ร้องส่งวิทยุกระจายเสียง เมื่อสิ้นเสียงของเธอ บรรดาแฟนเพลงถึงกับวิ่งเกรียวกราวมาขอดูตัวนักร้อง ตลอดจนผู้ใหญ่ และผู้อุปการะวงดนตรีได้ให้ความสนใจโทรมาไต่ถาม และขอฟังเพลงนี้อีกครั้งในรายการเดียวกัน






เพลงที่ทำชื่อเสียงให้เธอเป็นอย่างมาก คือเพลง “จำได้ไหม, “ขวัญใจเจ้าทุย”, “หญิงก็มีหัวใจ”, “เสียงกระซิบจากเกลียวคลื่น” และอีกหลาย ๆ เพลง ผู้ที่มีส่วนช่วยส่งให้เธอมีชื่อเสียงยิ่ง ๆ ขึ้นไปก็มี ครูแก้ว อัจฉริยะกุล, ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์, ครูธาตรี (วิชัย โกกิละกนิษฐ) และครูสมศักดิ์ เทพานนท์ เพลงที่เราแต่งให้เธอจนบัดนี้ก็ยังอยู่ในความนิยมของแฟนเพลงตลอดมา






รวงทองเป็นอะไรได้หลายอย่างจากพรสวรรค์ มีความสามารถ มีความอดทน ไม่ใช่เพียงร้องเพลงให้คนซาบซึ้ง แต่สามารถทำให้เพลงเข้าไปในอารมณ์ของผู้ฟังจนเป็นที่ประทับใจ เธอยังพิสูจน์ได้ว่า ความเป็นศิลปินนักร้องต้องมีศิลปะในการร้องด้วย เธอเล่นละครได้ดี โดยเฉพาะละครเพลง แสดงได้ทั้งบทรักกระจุ๋มกระจิ๋ม หรือเศร้าโศกสูญเสีย ระทมทุกข์ แสดงได้ดีเหมือนกัดขึ้นกับตนเอง






ในด้านอุปนิสัยของรวงทองที่มีต่อเพื่อนร่วมงาน ร่วมอาชีพ จัดว่าเธอเป็นคนดีมาก ใจคอกว้างขวาง ผมขอรับรองได้ว่า ไม่เคยได้ยินรวงทองติฉินนินทาผู้ใดเลย ตลอดจนไม่เคยนำเรื่องใด ๆ อันเป็นข้อผิดพ้องหมองใจของนักดนตรี นักร้อง เพื่อนฝูงมาเล่าให้ผมหรือผู้ใดทราบ ภายหลังที่รวงทองออกจากวงดนตารีของผมไปแล้ว ทุกครั้งที่มีโอกาสพบกัน เธอก็ยังคงปฎิบัติตนเป็นศิษยานุศิษย์ที่ดี นับว่าเธอเป็นผู้ที่กตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์โดยสม่ำเสมอ วันไหว้ครู ปีใหม่ วันเกิด ถ้าเธอไม่ติดธุระหรือป่วยไข้ เธอจะพยายามมาอวยพรต่อผม ต่อผู้มีอุปการคุณตลอดมา







รวงทอง ทองลั่นธม มีความสุขในวัย ๗๗ ปี กับคู่ชีวิต คือ พ.ต.ท.วรพล สุคนธร มีบุตร-ธิดา ๒ คน คือ เอกอดุลย์ และ ศยามล และในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๗ มูลนิธิสุนทราภรณ์จะเป็นเจ้าภาพจัดงานคอนเสิร์ต "ด้วยมนตราแห่งเสียงอันพิจิตรเรืองรุ่ง ทาบทานาทุ่งรวงทอง...ขอทดแทนคุณสุนทราภรณ์" ให้กับรวงทอง โดยมีศิลปินแห่งชาติรับเชิญอีก ๒ ท่านคือ ดอกดิน กันยามาร ที่จะมาขับร้องเพลงร่วมกับคุณรวงทอง และ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ จะจัดทำละคร “พระลอ เรื่องนี้เป็นพิเศษ สำหรับคุณรวงทอง” เพื่อมอบรายได้สนับสนุนในการรักษาพยาบาล ซึ่งขณะนี้รวงทองป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ถึง ๖ โรคด้วยกัน






และที่ผ่านมามีผลงานที่สร้างชื่อเสียงกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่งรวมอยู่ CD แฟนคลับสุนทราภรณ์ ทั้งชุดเพลงเดี่ยว และ เพลงคู่ อาทิ จำได้ไหม, ไม่ใกล้ไม่ไกล, มั่นใจไม่รัก, วิมานสีชมพู, เสียงกระซิบจากเกลียวคลื่น, ลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง, ขวัญใจเจ้าทุย, รอพี่, ขอรักคืน, ตัดสวาท, ปาหนัน, ฝันถึงกันบ้างนะ, อย่าซื้อฉันด้วยเงิน, สนต้องลม, แสนสียดาย, เอื้องกำศรวล, บนลานลั่นทม, อย่าลืมกันนะ, หญิงอ่อนโลก, แผลรักในใจ, ปลอบใจเจ้าทุย, ดอนทรายครวญ, ชีวิตบ้านนา, ลมพาฝัน, ระทมในลั่นทม, ราตรีสิ้นดาว, ยามร้าง, รอคำรัก, หวานรัก, ถึงเธอ, เพื่อคุณ, อย่าปันใจให้ฉัน, ผู้หญิงก็มีหัวใจ, สั่งรัก, รักเธอคนเดียว, เพื่อนใจ, อย่าห้ามรัก, อุ่นไอรัก, เพ้อฝันไป, ขยี้ใจ, หนีนรก, รักบังใบ, กุญแจใจ, รักเร่, ชีวิตกับความรัก, เพลงรักจากดวงใจ, อยู่เพื่อรัก, รักจำพราก, ชื่นสุข, ฝากใจกับจันทร์, แนวหลัง, คำรำพัน, ชีวิตบ้านนา, มองฉันทำไม, รักเธอเสมอ, หงส์กับกา, สำคัญที่ใจ, พระจันทร์วันเพ็ญ, ยอดรักยอดขวัญ ฯลฯ











ภาพและข้อมูลจาก
naewna.com
fantom-xp.com
plengpakjai.net
บล็อกคุณ yyswim
metrorecords.co.th

เฟซบุครวงทอง ทองลั่นทม




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณลัคกี้ ไลน์จากคุณ Hawaii_Havaii


Free TextEditor





 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2557 8:46:22 น.  

ทะเลไม่เคยหลับ




ภาพจากเวบ kootation.com



ไม่ได้อัพบล็อกเพลงวันอาทิตย์ซะนาน วันนี้อัพเพลงเก่าเพราะ ๆ ให้ฟังกันอีกค่ะ อากาศกลับมาร้อนอีกแล้ว นึกอยากให้ลมหนาวกลับมาอีกรอบ ร้อนแบบนี้ มารับลมทะเลจากเสียงเพลงกันดีกว่า ให้ฟังเพลงเก่งของวงดิอิมฯ "ทะเลไม่เคยหลับ" มีคนเขียนถึงเบื้องหลังเพลงนี้ไว้ในนสพ.ไทยโพสต์ เพลงนี้มีหลายเวอร์ชั่น คุณเศรษฐาเองก็ร้องใหม่อยู่หลายรอบ คลิปเพลงที่หามาเป็นเวอร์ชั่นดั้งเดิม แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นการร้องครั้งแรกเลยหรือเปล่า อากาศเปลี่ยนบ่อย เพื่อน ๆ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ



ทะเลไม่เคยหลับ - ดิ อิมพอสซิเบิ้ล








“ทะเลไม่เคยหลับ”
คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง สง่า อารัมภีร 

ขับร้องโดย เศรษฐา ศิระฉายา


มองซิมองทะเล

เสียงลมคลื่นเห่จูบหิน

บางครั้งมันบ้าบิ่น    

กระแทกหินดังครืน ๆ



ทะเลไม่เคยหลับใหล   

ใครตอบได้ไหมไฉนจึงตื่น

บางครั้งยังสะอื้น

ทะเลมันตื่นอยู่ร่ำไป



ทะเลหัวใจของเรา

แฝงเอารักแอบเข้าไว้

ดูซิเป็นไปได้

ตื่นใจเหมือนดังทะเลครวญ



ยามหลับใหลชั่วคืน

ก็ถูกคลื่นฝันปลุกฉันรัญจวน

ใจรักจึงเรรวน

มิเคยจะหลับเหมือนกับทะเล







ภาพจากเวบ 1ms.net





ภาพจากเวบ bangkokbiznews.com


เพลง “ทะเลไม่เคยหลับ” แทนคำรัก



สักกี่เหงา...รู้ไหม...ถามสายน้ำ

สักกี่ช้ำ...กี่อับเฉา...กี่ร้าวฉาน

สักกี่เรือ...ลอยลำมา...เป็นคาราวาน

สักกี่คน...ร่ำขาน...เพลงสายน้ำ




นี่คือบทกวีของคีตกวี ศิลปินแห่งชาติ ชาลี อินทรวิจิตร  ที่มักจะนำมาขานขับหน้าเวทีเพลงก่อนจะร้องเพลงใดเพลงหนึ่ง อันเป็นเรื่องราวของสายน้ำ ที่ผูกพันอย่างลึกซึ้งอยู่กับชีวิตจิตใจและจิตวิญญาณของคีตกวีท่านนี้ ลูกน้ำเค็มตัวจริงแห่งตำบล “ท่าฉลอม” อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร





ครูชาลี อินทรวิจิตร
ภาพจากเวบ siamdara.com



“เพราะมีชีวิตอยู่กับทะเล รู้จักทะเลดี เห็นริ้วรอยที่น้ำทะเลเซาะเข้าไปในหินจนทะลุเป็นร่องเข้าไปในเนื้อหิน ได้ฟังเสียงน้ำทะเลกระทบหาดสาดเสียงอยู่ไม่ขาดสายตลอดทั้งวันทั้งคืน ก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าทะเลไม่เคยหลับจริง ๆ สาดเสียงอยู่อย่างนั้นทุกเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันและกลางคืน ชื่อเพลงทะเลไม่เคยหลับ จึงปรากฏขึ้นมาในความรู้สึก”





ภาพจากเวบ korbooks.lnwshop.com



ครูชาลีเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของเพลง “ทะเลไม่เคยหลับ” ให้กับสมาชิก ชมรมคนรักสุเทพ วงศ์กำแหง ได้ฟังกันพอเป็นเครื่องปรุงรสอาหารในค่ำวันหนึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง



“แต่ชื่อ ทะเลไม่เคยหลับ เป็นชื่อนิยายเรื่องหนึ่งของ สุวัฒน์ วรดิลก ซึ่งเรากำลังทำละครกันอยู่พอดี ผมจึงต้องขอกับสุวัฒน์ว่าจะขอแต่งเพลงนี้ คือเพลงทะเลไม่เคยหลับ ซึ่งสุวัฒน์เขาก็บอกว่าตกลง แต่ต้องขอแลกกับนามปากกาของผม คือ “รพีพร ธาดา” ที่จริงสุวัฒน์เขามีนามปากกาอยู่เยอะแล้ว แต่เขาบอกว่ายังไม่ถูกใจจริง ๆ สักชื่อเดียว ในที่สุดผมก็ตอบตกลงยกนามปากกาให้เขา แต่มีข้อแม้ว่าขอให้เขาตัดคำว่า “ธาดา” ออก ให้ใช้เฉพาะ “รพีพร” ก็เป็นอันว่าตกลงกันไปตามนั้น”





ภาพจากเวบ skitzone.com



จึงนับว่าเบื้องหลังของเพลง “ทะเลไม่เคยหลับ” นี้ ยังมีเบื้องหลังของเบื้องหลังซ้อนอยู่อีกเรื่องหนึ่ง คือเบื้องหลังนามปากกา “รพีพร” ของ สุวัฒน์ วรดิลก ศิลปินแห่งชาติผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของแวดวงวรรณกรรมนั่นเอง 



“ผมจึงให้ แจ๋ว สง่า อารัมภีร แต่งทำนองให้ ปกติแล้วเราไม่ค่อยได้ทำงานร่วมกันบ่อยนัก เหตุผลก็คือ  แจ๋วเขาเป็นทั้งนักดนตรีและนักแต่งเพลง เพลงที่แจ๋วแต่งเขาจะแต่งทั้งคำร้องและทำนองเองทั้งหมดเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเวลาผมแต่งผมจึงมักจะให้น้าหมานกับอาจารย์ประสิทธิ์เขาใส่ทำนองมากกว่า”





ชัชฎาพร รักษณาเวช
ภาพจากเวบ saisampan.net



ครูชาลีได้เล่าถึงการทำงานร่วมกับศิลปินแห่งชาตินักแต่งทำนองเพลงผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามท่าน  



“แต่สำหรับเพลงทะเลไม่เคยหลับนี้ เป็นช่วงที่เรากำลังทำละครร่วมกันอยู่ ผมจึงได้ให้แจ๋วเขาแต่งทำนองให้ แล้วก็ให้ชัชฎาพร รักษณาเวช เป็นผู้ขับร้องในละคร แต่ยังไม่ได้บันทึกแผ่นเสียงในขณะนั้น จนกระทั่งเมื่อผมกับศิรินทิพย์ได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง “สวนสน” เราจึงได้ให้วงดิอิมพอสซิเบิ้ลบันทึกเสียง เพื่อนำมาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยมี เศรษฐา ศิระฉายา เป็นนักร้องนำ” 






ภาพจากเวบ skitzone.com



จึงน่าจะเป็นที่คาดหมายได้ว่า ใน “คอนเสิร์ตหีบเพลงชัก...แทนคำรัก สง่า อารัมภีร ๒” ในวันอาทิตย์ที่ ๓ มีนาคมนี้ (พ.ศ. ๒๕๕๖) เวลา ๑๔.oo น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งนำโดย ๖ ศิลปินแห่งชาติ สวลี ผกาพันธุ์, สุเทพ วงศ์กำแหง, ชาลี อินทรวิจิตร, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ชรินทร์ นันทนาคร, จินตนา สุขสถิตย์ และนักร้องยอดนิยมแห่งยุคอีกมากมายนั้น


ผู้ขับร้องเพลง “ทะเลไม่เคยหลับ” แทนคำรัก สง่า อารัมภีร นั้น น่าจะมิใช่ใครอื่น นอกจากผู้เป็นเจ้าของเรื่องราวและคำกวีในบทเพลง “ทะเลไม่เคยหลับ” นามว่า ชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ นั่นเอง.



ข้อมูลจากนสพ.ไทยโพสต์ แทบบลอยด์ ๓ - ๙ ก.พ. ๒๕๕๖





ภาพจาก markshaker.wordpress.com



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100


Free TextEditor





 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2557 21:24:28 น.  

มัณฑณา โมรากุล





ภาพจาก wallpager.com



สาส์นรัก - มัณฑนา โมรากุล





มีคนโหลดเพลงคุณมัณฑณาไว้เป็นชุดในคลิปเดียว แต่ไม่ได้แปะคลิปไม่ได้
ถ้าอยากฟังแบบเต็ม ๆ ก็คลิกลิงค์นี้เลยค่ะ youTube Mix



ไม่ได้อัพบล็อกเพลงมาพักใหญ่ อัพบล็อกเพลงเก่า ๆ เอาใจจขบ.และคนรักเพลงเก่าเหมือนเคย มีประวัตินักร้องให้อ่านด้วย เมื่อสักสองสามเดือนที่ผ่านมา ทุกอาทิตย์นสพ.แนวหน้าจะลงคอลัมน์เกี่ยวกับนักร้องและนักแสดงรุ่นเก่า ๆ ลงข้อมูลค่อนข้างละเอียด น่าสนใจมาก ๆ ช่วงนี้จะลงเรื่องของนักร้องวงสุนทราภรณ์เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นช่วงฉลองครบรอบ ๗๔ ปีของวง เมื่อวานนี้ (๒๖ ม.ค.) ลงเรื่องราวของ คุณมัณฑณา โมรากุล ภาพในนสพ.สแกนแล้วไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ต้องไปหามาจากในเวบ เพลงของคุณมัณฑณาเพราะมากทุกเพลง เลือกไม่ถูกว่าจะแปะเพลงไหนดี อยากแปะคลิปรวมเพลงที่มีคนโหลดไว้ในยูทูบแต่ทำไม่ได้ ถ้าท่านใดแก้โค้ดเป็นละก็วานบอกทีเถิด ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ยังมีเรื่องราวของนักร้องเก่าอีกหลายท่าน แล้วจะทะยอยอัพให้เพื่อน ๆ อ่านกันอีกค่ะ




บล็อกคุณปอนที่อัพล่าสุดค่ะ

หมู่บ้านทรงพระเจริญ











ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๒ จากซ้ายไปขวา
แถวบน - มัณฑณา โมรากุล, ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง, นายจตุพร รัตนะวราหะ,
นายองอาจ สาตรพันธุ์, นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล
แถวล่าง - นายประยงค์ ชื่นเย็น, นายวรนันท์ ชัชวาลทิพากร,
นางเพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์, นายอุทัย แก้วละเอียด
ภาพจากนสพ.แนวหน้า



ช่วงนี้เป็นเวลาของการฉลอง ๗๔ ปี ให้กับวงดนตรีที่มีคนรู้จักหัวหน้าวงในระดับโลก ครูเอื้อ สุนทรสนาน ท่านเป็นทั้งศิลปินแห่งชาติ และบุคคลดีเด่นด้านวัฒนธรรมของโลก ที่คนไทยยอมรับกับความเป็นสุดยอดของศิลปินอย่างแท้จริง ซึ่ง“บันเทิงแนวหน้า” กับ “มูลนิธิสุนทราภรณ์” โดย “หมึกดำ” บรรณาธิการฝ่ายข่าวบันเทิง กับ คุณอติพร สุนทรสนานเสนะวงศ์ ขอส่งความสุขให้กับ แฟน RETRO เปิดตัวศิลปินที่นับเป็นสมาชิกทั้งการก่อตั้งวงสุนทราภรณ์ หลากหลายรุ่นมาให้อ่าน โดยสัปดาห์นี้พบกับ..





(ซ้าย) เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (ขวา) พระยาอนิรุทธเทวา
ภาพจาก manager.co.th และ กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"



มัณฑนา โมรากุล ปัจจุบันมีชื่อจริงว่า มัณฑนา เกียรติวงศ์ (๓o มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ อดีตนักร้องหญิงคนแรกของวงดนตรีกรมโฆษณาการและนักร้องรุ่นแรกของวงสุนทราภรณ์





ภาพจาก thaifilm.com



มัณฑนา โมรากุล เกิดที่วังสวนสุพรรณที่พำนักของเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร (เป็นที่ประทับตามพระนามพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์กรมขุนสุพรรณภาควดี) เป็นบุตรีคนที่ ๔ ในจำนวน ๖ คนของหลวงสิริราชทรัพย์ (ชัย โมรากุล) (๒๔๓๙ -๒๕o๔) ข้าราชการกรมบัญชีกลาง กับ นางผัน โมรากุล (สกุลเดิม เครือสุวรรณ)ซึ่งเป็นครูละครในวังสวนสุพรรณ





หลวงสิริราชทรัพย์ (ชัย โมรากุล) และ นางผัน โมรากุล (สกุลเดิม เครือสุวรรณ)
ภาพจาก manager.co.th



ชื่อของ “มัณฑนา” นั้นมีการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้ง ครั้งแรกเมื่อเกิด เป็นเวลาที่บิดาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์จากขุนขึ้นเป็น หลวง เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ จึงเมตตาตั้งชื่อให้ว่า “เจริญ” เพราะเกิดมาพร้อมกับความเจริญของบิดา ในช่วงหนึ่งได้มีโอกาสเล่นละครร่วมกับ “คณะบรรทมสินธุ์” ของ พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ) ท่านจึงให้ชื่อสำหรับใช้เล่นละครว่า “แสงจำเริญ” ต่อมาได้ไปฝึกการขับร้องเพลงกับ ครูสกนธ์ มิตรานนท์ (พ.ศ. ๒๔๘๒) จึงเปลี่ยนชื่อให้เป็น “จุรี” และครั้งหลังที่สุด จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เปลี่ยนชื่อให้เป็น “มัณฑนา” (พ.ศ. ๒๔๘๕)





ภาพจาก กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"



“มัณฑนา” ได้ฝึกร้องเพลงครั้งแรก กับ “มิสแมคแคน” ที่ในโบสถ์พระคริสต์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และเริ่มหัดร้องเพลงไทยเดิมกับ ครูเจอ บุรานนท์ (มารดาของ สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต)ที่ในวังสวนสุพรรณ ภายหลังเกิดแรงบันดาลใจจากการขับร้องเพลงไทยสากลของ จำรัส สุวคนธ์ บวกกับมีความชื่นชอบในการขับร้องเพลงไทยสากลอยู่แล้ว จึงได้ฝึกหัดขับร้องเพลงไทยสากลอย่างจริงจัง จาก ครูสกนธ์ มิตรานนท์, ครูเวส สุนทรจามร และครูสริ ยงยุทธ ซึ่งเป็นครูเพลงของ “วงสุนทราภรณ์” รวมถึงฝึกฝนด้วยตนเองด้วย





ภาพจาก oknation.net



ด้านการศึกษาได้รับการศึกษาที่โรงเรียนเสาวภา แต่จบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เพราะฐานะทางบ้านไม่อำนวย จึงได้แต่หัดร้องเพลงกับ ครูสกนธ์ มิตรานนท์ และครูพิมพ์ พวงนาค โดยเล่นละครวิทยุกับคณะจารุกนก อยู่ระยะหนึ่ง จนมีโอกาสได้บันทึกเสียงเพลงไทยสากลเพลงแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ กับ ห้าง ต. เง็กชวน คือเพลง “น้ำเหนือบ่า” แต่งโดยครูพิมพ์ พวงนาค ซึ่งขายดีมากจนห้าง ต. เง็กชวน ผลิตออกจำหน่ายหลายครั้งด้วยกัน





ภาพจาก last.fm



ต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปขับร้องเพลงในงานวันประสูติ ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ครั้งนั้น “มัณฑนา” จึงได้รับการชักชวนจาก พันตรีวิลาส โอสถานนท์ อธิบดีกรมโฆษณาการในขณะนั้น ให้ไปเป็นนักร้องของวงดนตรีโฆษณาการในวันถัดมา ขณะนั้นมีอายุเพียง ๑๖ ปีเท่านั้นจึงยังบรรจุเป็นข้าราชการไม่ได้ ต้องบรรจุในตำแหน่งพนักงานวิสามัญ (ลูกจ้าง) ก่อน จนมีอายุครบตามกำหนดจึงได้เลื่อนเป็นนักร้อง นับเป็นนักร้องหญิงคนแรกของวง





พันตรีวิลาส โอสถานนท์
ภาพจาก manager.co.th และ nara-rarebook.tarad.com



ในช่วงที่รับราชการในกรมโฆษณาการ “มัณฑนา” ได้ขับร้องเพลงปลุกใจ และเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงเพลงไทยสากลประเภทต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมากกว่า ๒oo เพลง ลักษณะการร้อง เธอเป็นนักร้องหญิงคนแรก ๆ ของไทยที่นำการใช้ลูกคอแบบตะวันตกมาใช้ร้องในเพลงไทย เพื่อช่วยการร้องให้เกิดเสียงสูง เรียกว่า “เสียงสมอง”





จากซ้ายไปขวา จุรี โอศิริ, พิทยา บุณยรัตพันธุ์, จันทนา โอบายวาทย์,
รุจี อุทัยกร, สุปาณี พุกสมบูรณ์ และมัณฑนา โมรากุล
ภาพจาก manager.co.th



โดยเธอได้เล่าให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ ฟังว่า หัดด้วยตนเองด้วยการดำน้ำลงไปใช้ลูกคอ จนแทบจะจมน้ำตายหลายครั้ง นอกจากนี้ ยังได้รับหน้าที่โฆษกหญิงยุคต้นของกรมโฆษณาการด้วย เธออยู่กับวงดนตรีกรมโฆษณาการ และวงดนตรีสุนทราภรณ์ อยู่ประมาณ ๑o ปี จึงลาออกในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ เพื่อสมรสกับ นายบุญยงค์ เกียรติวงศ์ มีบุตร-ธิดารวม ๔ คน





ภาพปกซีดีดาวประดับฟ้า วางจำหน่ายเมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว (เรามีแผ่นนี้ด้วยค่ะ)
ภาพจาก กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"






ภาพปกใน ซีดี ๗๒ ปี มัณฑณา โมรากุล
ภาพจาก กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"



ภายหลังที่ได้ลาออกจากราชการ “มัณฑนา” ได้ร่วมกับสามีทำกิจการ โรงภาพยนตร์ศรีพรานนก และ สร้างภาพยนตร์ในระยะหนึ่ง ด้านการขับร้องเพลงก็ได้กลับมาบันทึกเสียงกับ วงดนตรีสุนทราภรณ์ หลายครั้ง อาทิ เพลง ลาแล้วสามพราน และยังได้ร่วมขับร้องเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ในรายการพิเศษฉลองการก่อตั้ง วงดนตรีสุนทราภรณ์ครบ ๒o ปี และ ๒๕ ปี





ซีดีดาวประดับฟ้า
ภาพจาก กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"



จนถึง พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงเลิกขับร้องเพลงอย่างถาวรด้วยเหตุผลทางสุขภาพ และเป็นศิลปินสุนทราภรณ์คนเดียวที่มิได้กลับมาขับร้องเพลงอีกเลย ถึงแม้ว่าจะได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็ได้มอบให้ศิลปินนักร้องรุ่นหลัง ๆ มาถ่ายทอดบทเพลงแทน และได้ใช้ชีวิตอย่างสงบกับบุตร-ธิดา ที่บ้านย่านพุทธมณฑล สาย ๒ แต่ยังได้ปรากฏตัวตามงานคอนเสิร์ตการกุศลบ้างโดยมิได้ร้องเพลงอีกเลย คือ





ภาพจาก thaifilm.com



คอนเสิร์ต “ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล” จัดขึ้น ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ในโอกาสครบรอบ ๗๒ ปี

คอนเสิร์ต “นิมิตใหม่ ใช่เพียงฝัน ๘o ปีมัณฑนา โมรากุล” จัดโดยกรมศิลปากร ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖

คอนเสิร์ตการกุศล “ย้อนเวลากับมัณฑนา โมรากุล” เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕o ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ในโอกาสครบรอบ ๘๔ ปี





ภาพจาก saisampan.net



คอนเสิร์ต “ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ” จัดขึ้น ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ในโอกาสได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และมีอายุครบ ๘๗ ปี มัณฑนา โมรากุล ถือว่าเป็นนักร้องเพลงสุนทราภรณ์ ถือเป็นต้นฉบับ ของนักร้องรุ่นหลัง ๆ แม้แต่ รวงทอง ทองลั่นทม ศิลปินแห่งชาติ และ บุษยา รังสี ยังรับเป็นแบบอย่าง





แผ่นปลิวงานคอนเสิร์ต
ภาพจาก กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"






บัตรคอนเสิร์ต
ภาพจาก กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"



“มัณฑนา” มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงกับ วงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่งรวมอยู่ CD แฟนคลับสุนทราภรณ์ที่ยังหาซื้อได้ในปัจจุบันทั้งเพลงเดี่ยว และเพลงคู่ อาทิ บัวกลางบึง, วังน้ำวน, วังบัวบาน, ดอกใกล้มือ, ภูกระดึง, ผู้แพ้รัก, สิ้นรักสิ้นสุข, จันทน์กะพ้อร่วง, สาส์นรัก, ศาสนารัก, สายลมครวญ, เมื่อไหร่จะให้พบ, สาริกาชมเดือน, อาลัยลา, เรณูดอกฟ้า, หากภาพเธอมีวิญญาณ, ทางที่ต้องกลับ, ปางหลัง, ภาพลวงตา, ผีเสื้อยามเช้า, เพลินเพลงค่ำ





ภาพจาก กระทู้ "ย้อนหลังวันวาน กับ มัณฑนา โมรากุล"



นอนฝันไป, สาวน้อยร้อยชั่ง, ดอกไม้ถิ่นไทยงาม, รักจำพราก, เด่นดวงดาว, สายลมว่าว, เพชรบุรีแดนใจ, ดอกไม้กับแมลง, ยอดสน, วิญญาณรัก, เพลงราตรี, รักเร่, เทพบุตรในฝัน, อารมณ์รัก, คำรำพัน,กลิ่นราตรี, หวนคำนึง, ผาเงอบ, รักที่ถูกลวง, ธรณีกรรแสง, เสี่ยงเทียน,ลอยลำสำราญ, ยามห่างกัน, เย็นเย็น, ปรัชญาขี้เมา, ลูกน้ำเค็ม, สนต้องลม, มาลีแดนสรวง, ดาวที่อับแสง, อาลัยรัก, ดำเนินทราย, คูหาสวรรค์, ปาริชาต, ดาวประดับฟ้า ฯลฯ..





บัวศรีวิชัย
ภาพจาก กระทู้ดอกบัว




ข้อมูลจาก
naewna.com









อัพบล็อกนี้แล้วนึกได้ เรามีแผ่นเสียงของคุณมัณฑนาที่เก็บไว้นานแล้ว เป็นแผ่นที่จัดทำในโครงการอนุรักษ์เพลงเก่า น้องสะใภ้ได้เป็นของขวัญวันแต่งงาน เห็นเราชอบเพลงเก่าเลยยกให้ พอเห็นแล้วกรี๊ดอย่างแรง ออกแบบกล่องเป็นกำมะหยี่สีแดง สวยมาก ๆ ด้านในมีหนังสือประวัติและผลงานของคุณมัณฑนาเล่มนึง แผ่นเสียง ๔ แผ่น และข้อความของคณะผู้จัดทำแผ่นนึง ข้อความพูดถึงเทปคาเซ็ท แต่ตอนที่ได้รับมาไม่มีเทป เดาว่าเขาคงทำแผ่นเสียงคู่กับเทปคู่กัน หนังสือทำดีมาก ๆ รวบรวมชีวประวัติและการทำงานในวงการเพลงแบบละเอียดละออมาก เสียดายที่ไม่มีเนื้อเพลง แต่ดีกว่าตรงที่มีเรื่องราวและเบื้องหลังของแต่ละเพลงแทน อ่านแล้วอยากอัพลงบล็อกมาก ไว้มีเวลาพิมพ์จะอัพลงบล็อก ตอนนี้ก็ชมโฉมแผ่นเสียงไปก่อนละกันค่ะ









































































ภาพจาก imagesbuddy.com


ปีใหม่จีนนี้ ขอให้เพื่อนบล็อกทุกท่านมีความสุขมาก ๆ ร่ำรวยมีเงินใช้ เฮง ๆ กันทุกท่านเลยค่ะ


万事如意 新年发财 ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ : ปีใหม่(จีน)ขอให้ร่ำรวย ๆ และขอให้สมหวัง

新正如意,新年发财 ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ :  ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวังปีใหม่ขอให้ร่ำรวย

福禄双全  ฟู๋ลู่ซวงฉวน :  ศิริมงคลเงินทองอำนาจวาสนา

万事如意 ว่านซื่อหยูอี้ : สมความปรารถนา

恭喜发财 กงสี่ฟาไฉ : ขอให้ร่ำรวย

财源广进 ไฉเหยียนกว่างจิ้น : เงินทองไหลมา

招财进宝 เจาไฉ่จิ้นเป่า : เงินทองไหลมา

年年有余 เหนียนเหนียนโหย่วหยวี๋ : เหลือกินเหลือใช้

事事顺利 ซื่อซื่อซุ่นลี่ : ทุกเรื่องราบรื่น

金玉满堂 จินยวี้หม่านถัง : ร่ำรวยเงินทอง

一本万利 อิ้เปิ่นว่านลี่ : กำไรมากมาย

大吉大利 ต้าจี๋ต้าลี่ : ค้าขายใด้กำไร

年年发财 เหนียนเหนียนฟาไฉ : ร่ำรวยตลอดไป

龙马精神 หลงหม่าจินเสิน : สุขภาพแข็งแรง

吉祥如意 จี๋เสียงหยูอี้ : สมความปรารถนา

好运年年 เห่ายวิ่นเหนียนเหนียน : โชคดีตลอดไป

四季平安 ซื่จี้ผิงอัน : ปลอดภัยตลอดปี

幸福如意 ซิ่งฝูหรูอี้ : มีความสุขสมปรารถนา

恭喜发财 กงสี่ฟาไฉ : ขอให้ร่ำรวย

财源广进 ไฉเหยียนกว่างจิ้น : เงินทองไหลมา

吉祥如意 จี๋เสียงหรูอี้ : เป็นสิริมงคลสมดังปรารถนา

年年有余 เหนียนเหนียนโหย่วหยวี๋ : เหลือกินเหลือใช้

事事顺利 ซื่อซื่อซุ่นลี่ : ทุกเรื่องราบรื่น

金玉满堂 จินยวี้หม่านถัง : ร่ำรวยเงินทอง

一本万利 อิ้เปิ่นว่านลี่ : กำไรมากมาย

大吉大利 ต้าจี๋ต้าลี่ : ค้าขายได้กำไร


(คำอวยพรจากเวบ tumsrivichai.com)



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า


Free TextEditor





 

Create Date : 28 มกราคม 2557    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2557 6:54:59 น.  

ฟ้ารำลึก




ภาพจาก finewallpaperss.com


ฟ้ารำลึก-สุเทพ วงศ์กำแหง








ฟ้ารำลึก
คำร้อง อ.กวี สัตโกวิท 
ทำนอง เกษม มิลินทจินดา


ฟ้าไสว พาหัวใจ หวนเศร้าครวญหา   


เพ้อเรียกหาน้องข้า นิจจาไยเล่าเจ้าด่วนหนี


ดวงจันทร์อันสุกสกาว แสงดาวพราวพรายริบหรี่


แต่ทำไมคืนนี้ จึงขาดน้องชี้ให้พี่ชม
   



สิ้นสลาย รักมากลายเปลี่ยนให้อับเฉา   


ทุกข์ท่วมท้นเหลือเดา รักเดียวตัวเราจึงต้องขื่นขม


เพ่งจันทร์พรางพร่ารางเลือน แสงเดือนเตือนให้สุดข่ม


อกเราต้องระบม ระทมใจหนักเพราะรักกลับกลาย
   



รักเอย รักเคยเชยชื่นชิดชม 
   

สองเราเคยร่วมภิรมย์ เสพสุขสม ไยมาแหนงหน่าย


เคยสัญญา ว่ารักนี้จักไม่กลาย   


จะรักแท้ มิรู้หน่าย มิเสื่อมคลายจวบดินและฟ้า
   



ฟ้าไสว พาหัวใจหวนให้ใฝ่ฝัน   

ฟ้านั้นยังมีวัน เมฆพลันลอยห่างกระจ่างเวหา


แต่เรายังสุดมืดมน ต้องทนสู้ไปจนกว่า    


ฟ้าจะกรุณา ชักพาเธอกลับมากับจันทร์





วันหยุดสบาย ๆ ให้ฟังเพลงเก่าเพราะ ๆ กันค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่ชอบมากที่สุดเพลงนึงของคุณสุเทพ เคยอัพไปหนนึงแล้ว (เพลงเศร้าแสนหวาน (๒)) ตอนนั้นได้ข้อมูลจากเวบผู้จัดการ หนนี้อยู่ในนสพ.ไทยโพสต์ เพลงเพราะ ๆ แบบนี้ ฟังซ้ำได้ไม่เคยเบื่อเลยค่ะ ทุกทีแปะเพลงจากยูทูบ ใส่โค้ดที่เปิดบล็อกแล้วเพลงดัง แต่ค้นดูแล้วมีแต่เพลงเวอร์ชั่นที่ร้องใหม่ ไม่ค่อยชอบเลยไปคว้าเพลงที่เคยอัพไว้ในเวบ 4shared มาแปะแทน อยากได้โค้ดที่เพลงดังตอนเปิดบล็อก ท่านใดรู้วิธีเปลี่ยนโค้ดของเวบนี้กรุณาบอกด้วย ขอบคุณล่วงหน้าค่า


คุณไพโรจน์ (find me pr) กรุณาส่งโค้ดที่เปิดบล็อกแล้วได้ยินเพลงมาให้ ดีใจจริง ๆ ที่ได้โค้ดมา ทีนี้จะได้อัพเพลงเก่า ๆ ที่หาในยูทูบไม่เจอได้ซะที ขอบคุณคุณไพโรจน์มาก ๆ นะคะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

ภูผาตั้ง



ตามไปเสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุดได้ที่นี่ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๖๖
เสพงานศิลป์ ๖๗












ภาพจาก plengpakjai.net



'ฟ้ารำลึก' เปิดจินตนาการการบ้านของ อ.กวี สัตโกวิท



"ฟ้าไสว พาหัวใจ หวนเศร้าครวญหา   
   
เพ้อเรียกหาน้องข้า นิจจาไยเล่าเจ้าด่วนหนี


ดวงจันทร์อันสุกสกาว แสงดาวพราวพรายริบหรี่   

แต่ทำไมคืนนี้ จึงขาดน้องชี้ให้พี่ชม..." 



นี่คือเพลงรักหวานอีกเพลงหนึ่งที่คำร้องและทำนองเพลงแต่งมาเข้าทางเสียงร้องและลีลา ของศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์กำแหง มากที่สุด ฟังแล้วผู้ฟังก็จะต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นฝีมือของนักแต่งชั้นครูอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้วเพลงนี้เป็นผลงานเพลงของนักแต่งเพลงมือใหม่หัดขับในขณะนั้น เพราะเป็นผลงานเพลงแรกในชีวิตของผู้แต่ง คือ อ.กวี สัตโกวิท ซึ่งเพิ่งจะมีอายุเพียง ๑๙ ปีเศษ ในขณะที่แต่งเพลงนี้  เพราะเป็นช่วงที่ยังเรียนเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๘ อยู่ที่โรงเรียนวัดราชาธิวาช
   





ครูกวี สัตโกวิท
 


อ.กวี สัตโกวิท มีชื่อจริงว่า กวีวรรษ สัตโกวิท เพราะยายจำชื่อที่พระตั้งชื่อว่า กวีวรรษ ไม่ได้ เมื่อนำไปฝากเรียนที่โรงเรียน ยายจึงบอกครูว่า ชื่อ อุดม เพราะเป็นเด็กที่อ้วนสมบูรณ์ มาก จึงใช้ชื่อ อุดม เรื่อยมา เป็นคนตำบลปากนคร อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความรักในชั้นเชิงภาษาไทย มีความฝันและจินตนาการติดตัวมาแต่วัยเด็ก หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ที่โรงเรียนพรสวัสดิ์วิทยา ก็เดินทางเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕oo โดยได้เข้าเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนวัดราชาธิวาส ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเวลาต่อมา เริ่มแต่งเพลงมาตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๘ แล้ว แต่เป็นการแต่งเล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร จนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเริ่มแต่งจริงจังมากขึ้น 



  


ช่วงเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดราชาธิราชนั้นเอง ความฝันและจินตนาการของเด็กหนุ่มจากเมืองนครก็ได้ก็ถูกปลุกให้โชติช่วงขึ้น เมื่อเขาได้ฟังรายการวิทยุจากสถานีวิทยุกองบัญชาการกองพลที่หนึ่ง รายการนั้นก็คือรายการ "ยอดเพลงไทยประจำสัปดาห์" และรายการ "เพื่อนนอน" ซึ่งจัดโดย ป.วรานนท์ นักแต่งเพลงและนักจัดรายการเพลงรุ่นพี่ ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นนักจัดรายการเสียงเสน่ห์แล้ว รายการที่จัดก็มีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการแนะนำเพลงไทยสากลที่มีมาตรฐาน และยังเป็นการจัดอันดับเพลงไทยสากล ซึ่งจะต้องมีการลุ้นกันทุก ๆ สัปดาห์ ว่าเพลงไหนจะขึ้นจะลงจากอันดับในแต่ละสัปดาห์ และยังมีผู้ทรงคุณวุฒิในวงการเพลงไทยมาร่วมรายการอีกหลายต่อหลายคน เพื่อมาทำหน้าที่ในการลงคะแนนจัดอันดับเพลง
   






นอกจากนี้ แล้ว ป.วรานนท์ ยังเป็นนักแต่งเพลงฝีมือดี มีเพลงซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนั้น เช่น เพลง "บัวน้อยคอยรัก" ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง, "เพราะขอบฟ้ากว้าง" ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร, "ทาสรัก" ขับร้องโดย นริศ อารีย์ และ "หอรักหอร้าง" ขับร้องโดย ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา เป็นต้น  ดังนั้นหลังจากสืบเสาะถึงที่อยู่และเส้นทางเรียบร้อยแล้ว กวีวรรษ สัตโกวิท หนุ่มนักฝันจากเมืองนครก็ตัดสินใจไปขอพบกับนักจัดรายการและนักแต่งเพลงรุ่นพี่ ป. วรานนท์ ผู้นี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการห้องบันทึกเสียงอยู่ที่ อัศวินภาพยนตร์ 
   





ภาพจาก plengpakjai.net



เมื่อได้พบและสนทนากันแล้ว รุ่นพี่ก็มองเห็นหน่วยก้านและความตั้งใจของรุ่นน้อง ซึ่งเปล่งประกายอยู่ในแววตาและทุกถ้อยคำสนทนา จึงได้เปิดทางและให้คำแนะนำให้ลองแต่งเพลงมาดูแววกัน พร้อมกับได้แนะนำให้รู้จักกับผู้เรียบเรียงเสียงประสานและผู้แต่งทำนองเพลงมือชั้นครู คือ ครูเกษม มิลินทจินดา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นครูเพลงคนแรกของ อ.กวีสัตโกวิท นั่นเอง
 


และแล้วเพลงการบ้านก็ได้เริ่มต้นขึ้น จากเนื้อร้องทำนองไทยเดิมที่เขียนถึงสาวคนรักที่เมืองนคร ก็ได้กลายมาเป็นทำนองใหม่ "ฟ้ารำลึก" คำร้อง อ.กวี สัตโกวิท ทำนอง เกษม มิลินทจินดา ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเพิ่งกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นหมาด ๆ ช่วงนั้นพอดี ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก ครูเกษม มิลินทจินดา และ ป.วรานนท์ ตลอดโครงการ จากปี พ.ศ. ๒๕o๔ มาจนถึงวันนี้และอีกแสนนาน ที่เพลงนี้จะอยู่ในดวงใจของนักนิยมเพลงไทยตลอดไป





ครูกวี สัตโกวิท



อ. กวี สัตโกวิท พูดถึงเพลง "ฟ้ารำลึก" ว่า
       
“… แต่งเพลงนี้เป็นเพลงแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๒ แต่ได้อัดเสียง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๔ ที่ห้องอัด อัศวินภาพยนตร์ ช่วงคุณสุเทพ วงศ์กำแหง กลับมาจากญี่ปุ่นหมาด ๆ แต่งเพลงนี้ร่วมกับ ครูเกษม มิลินทจินดา ซึ่งเป็นเสมือนครู ผู้บุกเบิกให้ได้เรียนรู้วิธีการแต่งเพลง จากที่แต่งเพลงไม่เป็นเลย ก็รู้วิธีการจาก ครูเกษม นี่แหละ...”



"ฟ้าไสว พาหัวใจหวนให้ใฝ่ฝัน      
  
ฟ้านั้นยังมีวัน เมฆพลันลอยห่างกระจ่างเวหา


แต่เรายังสุดมืดมน ต้องทนสู้ไปจนกว่า   
    
ฟ้าจะกรุณา ชักพาเธอกลับมากับจันทร์...   





ภาพจาก fin6.com



ข้อมูลจาก
manager.co.th
komchadluek.net
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒ ก.ย. ๒๕๕๖
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒๔ ต.ค. ๒๕๕๖
นสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ๒๗ ต.ค. - ๒ พ.ย. ๒๕๕๖



บีจีจากเวบwallcoo ไลน์จากคุณญามี่

TextEditor





 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2556 19:33:28 น.  

อำลา-อาลัย อดิเรก จันทร์เรือง





สวรรค์บนทราย-อดิเรก จันทร์เรือง







สวรรค์บนทราย
คำร้อง ป.วรานนท์
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน


รำพึงรำพันเพ้อฝันเดียวดาย

โอ้วิมานทรายกลับกลายสลายจึงตรม

มั่นหมายปอง รักครองเป็นคู่ชิดชม

สร้างรักสุขสม ชวดชมชิดเชยดอกฟ้า


ใจยังรอเธอ ละเมอไม่วาย

สร้างวิมานทราย สุดหมายมุ่งปรารถนา

คลื่นเซาะฝั่ง ซัดพังลงชั่วพริบตา

วิมานถล่มจมธารา พัดพาความรักจากไกล


สวรรค์อยู่สูงเกินที่จะสร้าง

กลัววิมานลอยคว้าง รักแรมจากใจ

ความรักภักดี มีมากยิ่งกว่าเม็ดทราย

สร้างมีความหมาย คล้ายทรายซบทรวงสัมพันธ์


ยามกินยามนอน ร้าวรอนคนึง

วาบหวิวรำพึง ติดตรึงอยู่ทุกคืนวัน

โอ้วิมาน เหลือเพียงแต่ซากสัมพันธ์

หลอกหลอนเย้นหยัน จากสวรรค์วิมานทราย





เพิ่งจะอัพบล็อกไว้อาลัยคุณก้านไปเมื่อต้นเดือน เมื่อวานนี้อ่านนสพ.ไทยโพสต์ ลงข่าวการจากไปของนักร้องคนโปรดของเรา คุณอดิเรก จันทร์เรือง รู้สึกใจหายมาก ที่จริงก็ทราบว่าคุณอ๊อดเจ็บกระเสาะกระแสะมาได้พักใหญ่ ๆ แล้ว เมื่อเดือนมิถุนาได้ข่าวว่าท่านป่วยหนัก ต้องเข้ารพ.ผ่าตัดฟอกไต จากนั้นมาข่าวก็เงียบหายไปจนวันนี้ที่นสพ.ลงข่าวการจากไปของท่าน


คุณอดิเรกเป็นนักร้องลูกกรุงที่เราชอบเสียงมากที่สุดท่านนึง แต่มีผลงานเพลงไม่มากนัก เพลงที่เพราะที่สุดในความรู้สึกของเราคือเพลง "สวรรค์บนทราย" รองลงมาคือเพลง "ลืมพี่ลงคอ" เคยไปชมคอนเสิร์ตเพลงเก่าที่ท่านขึ้นเวทีด้วย ถึงอายุเยอะแล้วแต่เสียงยังดีมาก ร้องเพลงได้เต็มเสียงจนไม่น่าเชื่อว่าอายุขึ้นเลขเจ็ดแล้ว เสียดายก็แต่ไม่เคยฟังท่านร้องทั้งสองเพลงแบบสด ๆ สักที น่าเศร้าที่คุณอดิเรกจากไปแล้ว แต่ยังดีที่ยุคนี้มียูทูบ อยากเห็นหรืฟังท่านร้องเพลงเมื่อไหร่ก็คลิกฟังได้ทุกเมื่อ


ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวจันทร์เรืองที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ขอดวงวิญญาณคุณอดิเรกไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ








เคยอัพบล็อกคุยถึงคุณอดิเรกไว้สองบล็อก

สวรรค์บนทราย
มาร่วมส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้ค่ะ

หมู่บ้านหล่ายดอย



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๖๓












ภาพจาก utubeclassic.com


"รำพึงรำพันเพ้อฝันเดียวดาย   
โอ้วิมานทรายกลับกลายสลายจึงตรม

มั่นหมายปองรักครองเป็นคู่ชิดชม   
สร้างรักสุขสมชวดชมชิดเชยดอกฟ้า..." 



จากนี้ไป เราคงมีแต่เสียงรำพึงรำพันเพ้อฝันเดียวดาย ของ อดิเรก จันทร์เรือง พี่ชายผู้แสนดีของน้อง ๆ และเพื่อนที่แสนดีของเพื่อน ๆ ไว้ให้ฟังกันแต่ในเพลง "สวรรค์บนทราย" เพลงไทยสากลอมตะอีกเพลงหนึ่งที่ยังคงความไพเราะของเพลงไม่เสื่อมคลาย คำร้อง ป. วรานนท์ ทำนองโดย สมาน กาญจนะผลิน ซึ่งไปตั้งวงเตรียมพร้อมรออยู่บนสวรรค์ก่อนหน้านี้แล้ว 


อดิเรก จันทร์เรือง เป็นศิลปินอีกคนที่เกิดมาในแวดล้อมอย่างคนที่มีสายเลือดศิลปินมาโดยกำเนิด เป็นนักแสดงแต่อายุ ๑o ขวบ อยู่ในคณะละคร ผกาวลี ซึ่งเป็นเครือญาติ  คือศิลปินแห่งชาติ ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง กับคู่ชีวิต ลัดดา สารตายน จากนั้นก็ไปร่วมงานกับคณะศิวารมย์, อัศวินการละคร, คณะเทพศิลป์ และมาจนถึงคณะละคร ชื่นชุมนุมศิลปิน ในโอกาสที่ อดิศักดิ์ เศวตนันท์ และ สวลี ผกาพันธุ์ ได้ก่อขึ้นมา อดิเรก จันทร์เรือง จึงเป็นนักร้องร่วมยุคและร่วมคณะเดียวกันกับ สุเทพ วงศ์กำแหง, ชรินทร์ นันทนาคร, นริศ อารีย์ และ พูลศรี เจริญพงษ์ 





ครูสมาน กาญจนผลิน
ภาพจาก sg14.yolasite.com



ความโดดเด่นในการร้องเพลงของ อดิเรก จันทร์เรือง ในยุคนั้น คือการร้องเพลงสากล เช่น เพลงของ แฟรงก์ ซิเนตรา, ดีน มาร์ติน และ แอนดี วิลเลียมส์ จนแฟนเพลงส่วนหนึ่งจะมีความทรงจำอยู่ที่การร้องเพลงสากลของเขามากกว่า การร้องเพลงไทยสากล ทั้ง ๆ ที่มีเพลงยอดนิยมอยู่มากมายที่ อดิเรก จันทร์เรือง เป็นนักร้องต้นฉบับ เช่น สวรรค์บนทราย, ผมเอง, ลืมพี่ลงคอ, ชุมทางชีวิต, ทะเลน้ำตา และ ไก่ฟ้า เป็นต้น


อดิเรก จันทร์เรือง เป็นเพื่อนรักและเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคณะนักร้องประสานเสียง สุเทพคอรัส ขึ้นมาเป็นครั้งแรก  ก่อนจะที่มีสมาชิกคนต่อ ๆ มาคือ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา, นิทัศน์ ละอองศรี, ธานินทร์ อินทรเทพ, สุวัจชัย สุทธิมา, มนูญ เทพประทาน และ อดุลย์ กรีน จนครบทีม โดยมี นริส ทรัพยประภา เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานและควบคุมดนตรี





ครูป.วรานนท์
ภาพจาก siamdara.com



เมื่ออดิศักดิ์ เศวตนันท์ กับสวลี ผกาพันธุ์ได้ตั้งคณะละครชื่นชุมนุมศิลปินขึ้นมา อดิเรก จันทร์เรือง ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักร้อง เช่นเดียวกับ ชรินทร์ นันทนาคร, สุเทพ วงศ์กำแหง, นริศ อารีย์ และพูลศรี เจริญพงษ์ เพียงแต่อดิเรกมักนำเพลงสากลของแฟรงค์ ซิเนตร้า, ดีน มาร์ติน และแอนดี้ วิลเลียมส์ มาขับร้อง


กระทั่ง พ.ศ. ๒๔๙๘ เมื่อคณะชื่นชุมนุมศิลปินเป็นคณะแรกที่ได้จัดรายการเพลงทางทีวี ในสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ครูสมาน กาญจนผลิน ผู้ควบคุมวงดนตรี ได้แต่งเพลงผมเองให้อดิเรกร้องบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก ต่อด้วยเพลงสวรรค์บนทราย อดิเรกมามีชื่อเสียงกับเพลงไทยเมื่อนำเพลงไก่ฟ้าของชาญ เย็นแขมาร้องใหม่ ต่อเนื่องด้วยการอัดแผ่นเพลงชุมทางชีวิต ของนริส ทรัพยประภา และเพลงทะเลน้ำตาของ ป.ชื่นประโยชน์





ภาพจาก saisampan.net



อดิเรกเริ่มร้องเพลงประจำที่นาโทริสและโรงแรมโอเรียนเต็ล มีโอกาสไปหาสุเทพ วงศ์กำแหง ที่ภัตตาคารห้อยเทียนเหลา จึงร่วมก่อตั้งคณะสุเทพคอรัส ภายหลังจึงได้ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา มาร่วมคณะ เมื่อสุเทพมีภารกิจต้องเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น คณะสุเทพคอรัสจำเป็นหยุดพักชั่วคราว ระหว่างนั้นครูลัดดา สารตายน (ศิลปบรรเลง) มีโครงการนำศิลปะนาฏศิลป์ไทยไปแสดงที่ยุโรปและอเมริกา อดิเรกซึ่งมีความฝันอยากเห็นความศิวิไลซ์ของโลกตะวันตก มีโอกาสติดตามไปแสดงที่อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน ชาวคณะผกาวลีกว่า ๒o คนได้รับเกียรติแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระราชินีเดนมาร์ก ก่อนจะข้ามฝั่งไปแสดงอีก ๒๖ รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา





ภาพจาก pisutshop.com



เมื่อสิ้นสุดการแสดงที่มหานครนิวยอร์ก อดิเรกตัดสินใจไม่กลับเมืองไทยพร้อมคณะ และเริ่มชีวิตโรบินฮูดตระเวนร้องเพลงตามสถานบันเทิง อดิเรกพกพาความมุ่งมั่นไปพบวิลเลียมส์ มอริส เอเยนซีคัดเลือกศิลปินออกรายการทูไนท์โชว์ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี จนมีโอกาสให้จอห์นนี คาร์สัน พิธีกรทูไนท์โชว์สัมภาษณ์ชีวิตและเรื่องราวการแสดงข้ามประเทศของคณะผกาวลี อดิเรกตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา จนได้รับกรีนการ์ดสัญชาติอเมริกัน และใช้ชีวิตอยู่กับลูกชาย ดิเรก จันทร์เรือง และลูกสาว เมธาณี จันทร์เรือง อยู่ที่รัฐมิชิแกน แต่ก็บินกลับมาร่วมงานร้องเพลงในประเทศไทยเป็นครั้งคราว





ภาพจาก naewna.com



อดิเรกเมื่ออยู่เมืองไทยยังคงไม่ทิ้งอาชีพร้องเพลง มักจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเพลงเก่าเสมอ ตอนที่กลับมาพักผ่อนที่เมืองไทย มีคนถามว่าคุณอดิเรกไปร้องเพลงประจำอยู่ที่ ครัวรสสุคนธ์ โรงแรมรอยัลแปซิฟิก จริงหรือไม่ คำตอบคือไปร้องเพลงที่นั่นบ่อยครั้ง แต่ร้องในฐานะแขกที่ไปรับประทานอาหาร แต่ศุกร์ปลายเดือนพฤศจิกายน ครูชาลี อินทรวิจิตร เป็นหวัดเสียงแหบแห้ง ขอร้องให้ อดิเรก ช่วยไปร้องแทนหนึ่งวัน





ภาพจาก saisampan.net



เดือนกันยายนที่ผ่านมา นสพ.ลงข่าวคุณอดิเรกล้มป่วยด้วยโรคไตวายจนต้องฟอกไตสัปดาห์ละ ๓ ครั้งที่โรงพยาบาลราชวิถี และมีอาการทรุดหนักจนต้องนำตัวเข้าห้อง "ไอซียู" เพราะมีโรคแทรกซ้อนทั้งปอดบวมและติดเชื้อในกระแสเลือด แถมร่างกายยังผอมจนน่าเป็นห่วง ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและรับอาหารทางสายยาง แม้จะพูดไม่ได้แต่ยังมีสติรับรู้ปกติดี จนเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคมที่ผ่านมา อาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ มีเลือดออกในสมองแต่แพทย์ไม่สามารถผ่าตัดได้ เพราะภาวะร่างกายอ่อนแอและสิ้นใจอย่างสงบในเวลา o๘.o๕ น.



"ยามกินยามนอน...ร้าวรอนคนึง   
วาบหวิวรำพึง...ติดตรึงอยู่ทุกคืนวัน

โอ้วิมาน...เหลือเพียงแต่ซากสัมพันธ์       
หลอกหลอนเย้ยหยัน...จากสวรรค์วิมานทราย..."
   












ลืมพี่ลงคอ - อดิเรก จันทร์เรือง





ฟังคุณอดิเรกร้องเพลงสด ๆ ถึงสูงวัยแล้วแต่เสียงยังดีมาก ๆ

สไบแพร - อดิเรก จันทร์เรือง





ข้อมูลจาก
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒ ก.ย. ๒๕๕๖
นสพ. Exite ไทยโพสต์ ๒๔ ต.ค. ๒๕๕๖
นสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ๒๗ ต.ค. - ๒ พ.ย. ๒๕๕๖
komchadluek.net



บีจีจากเวบwallcoo ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

TextEditor





 

Create Date : 25 ตุลาคม 2556    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 15:50:26 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  
BlogGang Popular Award#10


 
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.