happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้




ภาพจาก sweetchocobujji.blogspot.com









ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้
คำร้อง สง่า อารัมภีร
ทำนอง เพลง "เสียงระฆังที่ลานวัด"
(廟院鐘聲 เหมี่ยวย้วนจงเซิง)



สุขใดจะเสมอ เท่าฉันมีเธอ เป็นคู่ดวงใจ

เคลียคลอ อยู่ทุกวันไป เหมือนทิวาคู่ราตรี

ดั่งแผ่นน้ำคู่ฟ้า ไปตลอดปี

รักมั่นภักดี เหมือนปลารักท้อง...นทีธาร

หากชีวิตของฉัน ถ้าแม้นขาดเธอ คงหมดจิตใจ

คงครวญพร่ำหวนอาลัย เหมือนคนที่ไร้วิญญาณ

เธอได้ฟัง ฟังฉันรำพันกล่าวขาน

จงได้สงสาร เห็นใจในรักที่ภักดี

ฮา………...

สุขใดจะเสมอเท่า ฉันมีเธอเป็น คู่ดวงใจ

เคลียคลอ อยู่ทุกวันไป เหมือนทิวาคู่ราตรี

ดังแผ่นน้ำ คู่ฟ้า ไปตลอดปี

รักเธอ เท่าชีวี ดังปลารักน้ำ...นิ...รัน...ดร...








ภาพจาก thaitv3.com



ใครดูละครช่อง ๓ เรื่อง "เลือดมังกร" บ้างเอ่ย เราดูค่ะ แต่ไม่ได้จะเม้าธ์ละคร อยากจะพูดถึงเพลงน่ะ เรื่องนี้เป็นซีรีส์ยาวต่อกันห้าภาค มี เสือ, สิงห์, กระทิง, แรด และ หงส์ เริ่มต้นด้วย "เสือ" ในเรื่องมีเพลงประกอบละครเป็นเพลงเก่าที่เพราะได้ใจ คือ "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" ตอนที่ได้ยินแล้วกรี๊ดอย่างแรงเพราะชอบมากกกกก ไม่คิดว่าจะมีใครเลือกมาใช้ในละครสมัยนี้ ต้องชมคุณอ๊อฟจริง ๆ ที่เลือกเพลงได้เหมาะกับเนื้อเรื่องและยุคสมัยของละคร ถึงจะไม่ใช่เวอร์ชั่นดั้งเดิม แต่ฟังแล้วไม่เสียอารมณ์ ร้องได้เพราะจริง ๆ ค่ะ ส่วนนึงคงเป็นเพราะการเรียบเรียงดนตรีที่ไม่ต่างจากของเดิมนัก ไปค้นข้อมูลนักร้อง ชื่อคุณสาธิดา พรมหมพิริยะ เจอ กระทู้ ที่เขียนถึง เป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้าแข่งและชนะเลิศการประกวด World Championships of Performing Arts เพลงนี้มีทั้งหมดสี่เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นต้นฉบับร้องโดยมิสเก้อหลาน เวอร์ชั่นที่สองร้องโดย คุณลินจง บุนนากรินทร์ และล่าสุด คุณญาญ่า หญิง และ คุณแนน สาธิดา ร้องในละคร หามาให้ฟังจนครบเลย อัพบล็อกช้าไปหน่อย ละครจบไปเมื่อวานนี้ อาทิตย์หน้า (จันทร์-อังคาร)​ จะต่อด้วยเรื่อง "สิงห์" พี่ติ๊กเล่นคู่น้องมิว นิษฐา น่าดูมาก ๆ แฟนขวับพี่ติ๊กกาปฏิทินปูเสื่อรอชมได้เลยจ้า


บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๒o๑










ภาพจาก youtube.com



"ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" เป็นเพลงที่นำทำนองมาจากเพลงจีน "เสียงระฆังที่ลานวัด" 廟院鐘聲 เหมี่ยวย้วนจงเซิง ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง แอร์โฮสเตสสาว 空中小姐 คงจงเสี่ยวเจี่ย ภาพยนตร์ในปีพ.ศ. ๒๕o๒ ที่เก้อหลาน 葛蘭 ร้องและแสดงนำ เพลงนี้อยู่ในฉากเครื่องบินแวะพักที่กรุงเทพฯ และเธอได้มาเดินเที่ยววัดอรุณราชวราราม หากใครได้ชม จะเห็นภาพบ้านเมืองเราในยุคห้าสิบกว่าปีบนแผ่นฟิล์ม





ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com



คนไทยรู้จักเก้อหลานเป็นอย่างดี เพราะเธอโด่งดังจากแสดงภาพยนต์ไทย และมีผลงานเพลงไทยสำเนียงจีน ๆ แต่ควบกล้ำ ร.เรือ ได้ชัดเป๊ะกว่านักร้องไทยในปัจจุบันเสียอีก เธอเล่นภาพยนตร์ไทยเรื่อง "หงษ์หยก" เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๙ กำกับโดยครูเนรมิต นำแสดงโดย วิไลวรรณ วัฒนพานิช, สุรสิทธิ์ สัตย์วงศ์, ส.อาสนจินดา, เสน่ห์ โกมารชุน และล้อต๊อก เก้อหลานได้ร้องเพลงประกอบเนื้อร้องภาษาไทยไว้ในภาพยนตร์ หลายเพลงเช่น ไม่เคยรักใครเท่าเธอ, รักแรมไกล เป็นต้น









ภาพจาก บล็อกคุณ chailasalle

   

หลังจากภาพยนต์เรื่องแอร์โฮสเตสสาวออกฉาย อาแจ๋ว ครูสง่า อารัมภีร์ เกิดถูกใจในเพลงประกอบนี้ จึงได้ประพันธ์คำร้องไทย "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" และให้เก้อหลานมาร้องเพลงนี้ หลังจากนั้นอีกหลายปี "ครูแจ๋ว" สง่า อารัมภีร ศิลปินแห่งชาติ ได้นำทำนองเพลงของฮ่องกงเพลงหนึ่งที่กำลังดังในหมู่แฟนเพลงชาวจีน คือเพลง "เมี่ยว เยี่ยน จง เซิน" ซึ่งแปลว่า "เสียงระฆังจากวัด" มาใส่เนื้อไทย ในชื่อว่า "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" ให้ มิสเก้อหล่าน ดาราสาวจากฮ่องกงที่เดินทางมาร่วมแสดงภาพยนตร์ในไทยในช่วงนั้นเป็นผู้ขับร้อง





ภาพบน มีสเก้อหลาน และ คุณลินจง
ภาพล่าง คุณแนน สาธิดา และ คุณญาญ่า หญิง



มิสเก้อหล่าน ร้องเพลง "เมี่ยว เยี่ยน จง เซิน" ได้ดี แต่ยังร้องภาษาไทยได้ไม่ดีนัก จึงทำให้เพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" ที่เธอร้องไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนกระทั่งลินจงได้นำเพลงนี้มาร้องโชว์ในที่ต่าง ๆ เพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" จึงเริ่มดังกระฉ่อนขึ้นมา ในที่สุด "ครูแจ๋ว" สง่า อารัมภีร จึงได้ตัดสินใจมอบให้ ลินจง บุนนากรินทร์ เป็นผู้ขับร้องบันทึกเสียงด้วยตัวเธอเองอีกครั้งหนึ่ง และในครั้งนี้เองที่ คุณเสริมศรี เอกชัย แห่งนสพ.เดลินิวส์ในยุคนั้น ได้ให้สมญาใหม่แก่เธออีกนามว่า "ไข่มุกกลิ้งบนจานหยก"





ฉากริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในภาพยนต์





ภาพจาก บล็อกคุณ chailasalle



เพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" มีอายุจวนจะแซยิดแล้ว (๕๘ ปี) มีผู้ที่แกะเนื้อเพลงจากการฟัง หรือนำภาพยนต์มาบูรณะและใส่เนื้อเพลง ต่างมีความคลาดเคลื่อนกันคนละส่วน โดยเฉพาะวรรคที่ระบุในภาพยนตร์ ว่า 在這 "美宫和别" ณ ที่นี้พระราชวังงดงามและแยกกันกับในเนื้อเพลงที่มีคนแกะไว้ว่า 在這  "湄公河"  邊 ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง (湄公河 เหม่ยกงเหอ คือ แม่น้ำแม่โขง  ผู้เขียน) ซึ่งไม่ถูกต้อง จขบ.chailasalle แกะจากการฟังและชมภาพยนต์พบว่า ฉากในภาพยนต์คือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดอรุณ เห็นพระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลังไกล ๆ และจากการฟังเพลงนี้ซ้ำอยู่หลายหน เปลี่ยนเนื้อเพลงใหม่เป็น "ณ ที่นี้พระบรมมหาราชวังแสนงดงามอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ" ซึ่งตรงตามฉากในเรื่องทุกประการ





ภาพจาก thaifilm.com



เพลงของเก้อหลานที่ทำออกมาเป็น CD ที่ Remaster จากแผ่นเสียงต้นฉบับสปีด ๗๘ ทุกเพลง ชุดล่าสุดจัดทำโดยคณะทำงานของฮ่องกง มีปกและ booklet ข้างในที่มีภาพประกอบสวยงามพร้อมข้อมูลสองภาษา จีน-อังกฤษ ที่ทำการถ่ายเสียงจากแผ่นครั่งต้นฉบับ และ กรองเสียงด้วยระบบ *CEDAR - Ancient Sound Restoration* ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการกรองเสียงจากแผ่นเก่า โดย Lee Leng Kok ชาวสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Ancient Sound Restoration (การกรองเสียง/ บูรณะเสียงจากแผ่นเสียงเก่าโดยเฉพาะแผ่นครั่ง) ข้างในเป็นประวัติและรูปภาพ มีภาษาอังกฤษด้วย





ภาพจาก thaifilm.com



cd เพลง "เสียงระฆังจากอารามวัด" ที่นำทำนองมาใส่ในเพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" คุณภาพเสียงทุกเพลงดีกว่า cd เพลงของเก้อหลานทุกชุดที่เคยทำออกมา ไม่มีการเติมเสียง echo หรือเสียงแปลกปลอมที่ต้นฉบับไม่มี อย่างที่บริษัททำเพลงเก่าหลาย ๆ ที่ชอบทำ cd ชุดนี้ เก้อหลาน ร้องเป็นภาษาไทย ๓ เพลง คุณภาพเสียงคมชัดดี คือ รักแรมไกล, ไม่เคยรักใครเท่าเธอ และ ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้
        






在這美宫河邊 (ไจ้เจ้อเหม่ยกงเหอเปี้ยน)
เสียงระฆังวัดที่ลานหญ้า  廟院鐘聲 เหมี่ยวย้วนจงเซิง 
คำร้อง :  易文  อีเหวิน 
ทำนอง :  姚敏 เหยาหมิ่น


南風吹
Nán fēngchuī
หนานเฟิ่งชุย
สายลมแดนใต้พัดโชยมา

燕雙飛
yàn shuāngfēi 
เอีี่ยนซวงเฟย
นกนางแอ่นบินเคียงคู่

 廟院的鐘聲起 
miào yuàn de zhōng shēng qǐ 
เมี้ยวย้วนตีจงเซิงฉี่ 
แว่วเสียงระฆังวัดที่ลานหญ้าดังขึ้น

 我心願 訴向誰 
Wǒ xīnyuàn sù xiàng shuí
อั่วซินย้วนซู่เซี่ยงซุ่ย
ความนัยฉันจะเอ่ยกับใครกัน

 不知那神佛可猜對 
 Bùzhī nà shén fú kěcāi duì
ปู้จือหน้าเสิ่นฝู่เค่อไชตุ้ย
พุทธองค์ทรงคาดเดาได้ไหมหนอ

 我願人沉醉
Wǒ yuàn rénchénzuì 
อั่วย้วนเหรินเฉินจุ้ย
ฉันปรารถนาผู้นำความสุขมาให้

 伴著春光長徘徊
Bànzhe chūnguāng zhǎng páihuái
ปั้นเจอชุนกวงจ่างไผหุ่ย
มาร่วมชมความงามแห่งฤดูกาลใบไม้ผลิ (ชมสายน้ำ) ที่พริ้วไหว

在這美宫河邊      
Zài zhè méigōnghé biān
ไจ้เจ้อเหม่ยกงเหอเปี้ยน
ณ ที่นี้พระบรมมหาราชวังแสนงดงามริมฝั่งแม่น้ำ

 也使我流連不歸
Yě shǐ wǒ liúlián bù guī
เยี่ยสื่ออั่วหลิวเหลี่ยนปู้กุย
ชวนฉันให้ดื่มด่ำอยากอยู่อย่างนี้เรื่อยไป

 野花變作玫瑰鮮艷可愛
yěhuā biàn zuò méiguī xiānyàn kě'ài
เย่ฮวาเปี้ยนจั้วเหม่ยกุยเซียนเยีี่ยนเคออ้าย
บุพผาไพรพลันเปลี่ยนเป็นกุหลาบสดใสน่ารักใคร่

小草鋪成翡翠
Xiǎo cǎo pù chéng fěicuì 
เสี่ยวเฉ่าพู่เฉิงเฟ่ยชุ่ย
ลานหญ้าขจีเขียวราวหยกชั้นดี

 給大地增添光輝
Gěi dàdì zēngtiān guānghuī
เก่ยต้าตี้เจิงเทียนกวงหุย
ทำให้ผืนดินดูกระจ่างมากขึ้น

 我願人沉醉
Wǒ yuàn rénchénzuì 
อั่วย้วนเหรินเฉินจุ้ย
ฉันปรารถนาผู้นำความสุขมาให้

伴著春光長徘徊
Bànzhe chūnguāng zhǎng páihuái
ปั้นเจอชุนกวงจ่างไผหุ่ย
มาร่วมชมความงามแห่งฤดูกาลใบไม้ผลิ (ชมสายน้ำ) ที่พริ้วไหว

在這美宫河邊      
Zài zhè méigōnghé biān
ไจ้เจ้อเหม่ยกงเหอเปี้ยน
ณ ที่นี้พระบรมมหาราชวังแสนงดงามริมฝั่งแม่น้ำ

也使我流連不歸
Yě shǐ wǒ liúlián bù guī
เยี่ยสื่ออั่วหลิวเหลี่ยนปู้กุย
ชวนฉันให้ดื่มด่ำอยากอยู่อย่างนี้เรื่อยไป

雁兒飛去飛回 成雙成對
Yàn er fēi qù fēi huí Chéng shuāng chéng duì
เอี่ยนเออร์เฟยชวี่เฟยหุย   เฉิงซวงเฉิงตุ่ย
เจ้าห่านป่าโผบินไปมา  เป็นคู่คู่

任憑南風吹
Rènpíng nán fēngchuī
เริ่นผิงหนานเฟิงชุย
เหินเล่นลมใต้ที่โบกโบยอย่างไร้กังวล

 不言不語相意會
bù yán bù yǔ xiāng yì huì
ปู้เอียนปู้วี่เซียงอี้หุ่ย
มีความสุขโดยไม่ต้องเอ่ยจำนรรจ์

南風吹
Nán fēngchuī
หนานเฟิ่งชุย
สายลมแดนใต้พัดโชยมา

燕雙飛
yàn shuāngfēi 
เอีี่ยนซวงเฟย
นกนางแอ่นบินเคียงคู่

廟院的鐘聲起
miào yuàn de zhōng shēng qǐ 
เมี้ยวย้วนตีจงเซิงฉี่ 
แว่วเสียงระฆังวัดที่ลานหญ้าดังขึ้น

 我心願 訴向誰 
Wǒ xīnyuàn sù xiàng shuí
อั่วซินย้วนซู่เซี่ยงซุ่ย
ความนัยฉันจะเอ่ยกับใครกัน

不知那神佛可猜對
 Bùzhī nà shén fú kěcāi duì
ปู้จือหน้าเสิ่นฝู่เค่อไชตุ้ย
พุทธองค์ทรงคาดเดาได้ไหมหนอ 

我願人沉醉
Wǒ yuàn rénchénzuì 
อั่วย้วนเหรินเฉินจุ้ย
ฉันปรารถนาผู้นำความสุขมาให้

 伴著春光長徘徊
Bànzhe chūnguāng zhǎng páihuái
ปั้นเจอชุนกวงจ่างไผหุ่ย
มาร่วมชมความงามแห่งฤดูกาลใบไม้ผลิ (ชมสายน้ำ) ที่พริ้วไหว

在這美宫河邊      
Zài zhè méigōnghé biān
ไจ้เจ้อเหม่ยกงเหอเปี้ยน
ณ ที่นี้พระบรมมหาราชวังแสนงดงามริมฝั่งแม่น้ำ

 也使我流連不歸
Yě shǐ wǒ liúlián bù guī
เยี่ยสื่ออั่วหลิวเหลี่ยนปู้กุย
ชวนฉันให้ดื่มด่ำอยากอยู่อย่างนี้เรื่อยไป

野花變作玫瑰鮮艷可愛 
yěhuā biàn zuò méiguī xiānyàn kě'ài
เย่ฮวาเปี้ยนจั้วเหม่ยกุยเซียนเยีี่ยนเคออ้าย
บุพผาไพรพลันเปลี่ยนเป็นกุหลาบสดใสน่ารักใคร่

給我帶來心願
Gěi wǒ dài lái xīnyuàn
เก่ยอั่วไต้ไหลซินย้วน
ช่างประทับตราตรึงในใจฉัน

願我沉醉不歸
yuàn wǒ chénzuì bù guī
ให้กลับมาอยู่ที่นี้ตลอดไป...






在這美宫河邊






ข้อมูลจาก
ryt9.com
thaifilm.com
บล็อกคุณ chailasalle




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ



บีจีจากเวบ walcool ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ ebaemi และ คุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor





 

Create Date : 08 เมษายน 2558    
Last Update : 9 เมษายน 2558 23:55:30 น.
Counter : 1598 Pageviews.  

รักคุณเข้าแล้ว




ภาพจาก wallpapernesia.com








รักคุณเข้าแล้ว
คำร้อง สุนทรี ณ เวียงกาญจน์
ทำนอง สมาน กาญจนผลิน


รักคุณเข้าแล้ว เป็น ไร        
รักจนคลั่งไคล้จริงจัง
คุณ รักใครหรือยังฉันใด        


หวั่นใจว่าคงไม่แคล้ว
เลยรักเข้าแล้วจนได้          
บอกแล้วไม่วันไหน
ต้องเผลอใจเข้าสักวัน          


รักคุณเข้าแล้วเต็มทรวง
แล้วคุณอย่าหวงสัมพันธ์        
เราคิดมารักกันดีไหม


ก็ทีผมยังรักคุณ
ก็คุณรักบ้างเป็นไร
ของรักกันได้
อย่าคิดอะไรเลยคุณ


รักคุณเข้าแล้วเป็นไร        
รักจนคลั่งไคล้จริงจัง
คุณรักใครหรือยังฉัน ใด        


หวั่นใจว่าคงไม่แคล้ว
เลยรักเข้าแล้ว จนได้          
บอกแล้วไม่วันไหน
ต้องเผลอใจ เข้าสักวัน          


รักคุณเข้าแล้วเต็มทรวง
แล้วคุณอย่าหวง สัม พันธ์        
เราคิดมารักกันดีไหม


ก็ทีผมยังรักคุณ
ก็คุณรักบ้างเป็นไร
ของรักกันได้
อย่าคิดอะไรเลยคุณ






อากาศช่วงนี้กลับมาร้อนเว่อร์อีกแล้ว มาฟังเพลงเล่นให้เย็นใจดีกว่า จวนจะหมดเดือนกุมภาฯ แล้ว หาเพลงหวาน ๆ มาให้ฟังส่งท้ายเดือนแห่งความรัก เลือกเพลง "รักคุณเข้าแล้ว"


เมื่อปลายเดือนที่แล้วได้อ่านจดหมายที่คุณสุเทพเขียนถึงนสพ.ไทยโพสต์ เล่าบรรยากาศตอนที่ร้องเพลงนี้ในวันที่ไปร่วมแสดงความยินดีที่ คุณเลิศ มหาสุวีระชัย อดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากองค์จักรพรรดิญี่ปุ่น หาคลิปเพลงมาได้สามเวอร์ชั่นคือ เพลงที่มีเนื้อร้องภาษาญี่ปุ่น เวอร์ชั่นต้นฉบับ และที่คุณฟรานซิส ยิปร้องไว้ อากาศร้อนมาก เพื่อน ๆ รักษาสุขภาพกันด้วยจ้า



บล็อกเสพงานศิลป์สองบล็อกล่าสุด
เสพงานศิลป์ ๑๙๑
เสพงานศิลป์ ๑๙๒











ภาพจาก bestwallpaperhq.com



"Wasure na-i-de.."เมื่อผมร้องวรรคสุดท้ายของเพลง "รักคุณเข้าแล้ว" ในเนื้อภาษาญี่ปุ่นจบลง เสียงปรบมือจากผู้คนทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยในห้องโถงเล็ก ๆ แห่งบ้านพักเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ซอยนานาก็ดังกราวขึ้น ผมจึงโค้งตอบรับเกียรติที่ได้รับจากมวลชนผู้มีเกียรติเหล่านั้นด้วยความเคารพ และอธิบายว่าเป็นเนื้อร้องของเกจิอาจารย์นักแต่งเพลงของบริษัท "โตชิบา" ของญี่ปุ่นเป็นผู้แปลจากเนื้อร้องของไทย ซึ่งนักแต่งไทย ครูสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประพันธ์ ส่วนทำนองนั้น ครูสมาน กาญจนะผลิน ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้แต่ง





(ซ้าย) ครูสมาน กาญจนผลิน (ขวา) ครูสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์



"อ้าว เพลงของคนไทยหรอกหรือ?" เสียงถามไถ่จากผู้ฟังชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งเอ่ยถาม
"ครับ..คนไทยชื่อสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ท่านแต่งเอาไว้ให้ผมร้องตั้งแต่ปี ๒๔๙๕ หรือ ๒๔๙๖ ประมาณ ๕o กว่าปีมาแล้วครับ" ผมตอบมิสเตอร์ฟูกุดะ อาคันตุกะชาวอาทิตย์อุทัยอย่างนอบน้อม


"ผมนึกว่าเป็นเพลงของญี่ปุ่นเสียอีก" อีกท่านหนึ่งเสริม...


ท่านผู้อ่านที่เคารพ ที่ผมเล่ามานั้นเป็นเหตุการณ์เมื่อหัวค่ำของวันที่ ๒๒ มกราคมที่ผ่านมา มันเป็นเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อผมไป แสดงความยินดีที่คุณเลิศ มหาสุวีระชัย อดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากองค์จักรพรรดิ "อากิฮิโตะ" ของญี่ปุ่น พระราชทานให้เป็นรางวัลแห่งชีวิตอันทรงเกียรติยิ่งที่สามัญชนคนไทยคนล่าสุดได้รับจากองค์จักรพรรดิแดนอาทิตย์อุทัย





คุณเลิศ มหาสุวีระชัย
ภาพจาก ojsat.or.th






เหรียญ 3rd Class Gold Rays with Neck Ribbon Order of the Rising Sun
ภาพจาก wikipedia.org



"เครื่องราชอิสริยาภรณ์ The order of the rising sun, gold rays with rosette" ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น"


ครับ และเรื่องจริงของเพลงเพลงนี้ก็คือ


เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ครูสมาน กาญจนะผลิน นำเพลงนี้มาให้ผมร้อง ท่านบอกว่าบริษัท สหสันต์การสุรา จ้างให้ท่านแต่งและหานักร้องมาร้องให้เสร็จด้วย พร้อมกันนั้นก็ทำแผ่นเสียงโดยใช้เวลาในการส่งไปทำเป็นแผ่นเสียงจนสำเร็จผ่านการใช้เวลาเกือบ ๓ เดือนจึงเรียบร้อย





ภาพจาก vattavan.com



หลังจากนั้น พอแผ่นเสียงเริ่มจำหน่ายก็กลายเป็นแผ่นที่ขายดีเสียจนต้องอัดเพิ่มไม่รู้กี่ครั้งกี่หน จนกลายเป็นแผ่นขายดิบขายดีเสียจนบริษัทสหสันต์การสุรา ซึ่งไม่มีนโยบายขายแผ่นเสียงเลย แต่ต้องมาขายแผ่นเสียงได้กำไรผิดคาดให้รางวัลครูสมาน กาญจนะผลิน เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง ทำให้ครูสมานเป็นนักแต่งเพลงและนักดนตรีที่สามารถซื้อรถเก๋งขี่เป็นคนแรกก็ว่าได้





ภาพจาก youtube.com



แม้ว่าจะต้องเข็นเวลาสตาร์ทไม่ติด นักร้องสองคน ทั้งสุเทพ วงศ์กำแหง และชรินทร์ งามเมือง กลายเป็นนักเข็นรถประจำตัวของครูสมานไปเลย เพลงนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้สุเทพ วงศ์กำแหง เป็นนักร้องขวัญใจคนไทยในเวลาอันรวดเร็ว นักร้องต่างชาติคนไหนจะมาร้องเพลงในเมืองไทยจะต้องนำเพลง "รักคุณเข้าแล้ว" มาร้องเป็นเพลงเอก เรียกเสียงปรบมืออยู่เกือบทุกคน ไม่ว่าจะมาจากฮ่องกง หรือฟิลิปปินส์ แม้กระทั่งจากมาเลเซียก็ตาม...





ภาพจาก pisutshop.com



นี่เป็นประวัติของเพลง "รักคุณเข้าแล้ว" ที่สร้างสุเทพให้มีชื่อเสียงสำหรับคนไทย ๑๘ ล้านคน ในขณะที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้สุเทพ วงศ์กำแหง สามารถเลือกเหล่าทัพเมื่อถูกเกณฑ์ทหารในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ให้เป็นทหารอากาศจนได้





ภาพจากเวบ แม่ไม้เพลงไทย



ผลพวงจากการเป็นทหารอากาศและทำชื่อเสียงให้กับวง ดนตรีลูกฟ้าของกองทัพอากาศ ทำให้มีความเห็นชอบของ ผบ.ดม. (ผู้บังคับการดอนเมือง พลอากาศโททวี จุลละทรัพย์) ทำให้พลทหารสุเทพ วงศ์กำแหง กลายมาเป็น "จ่าอากาศตรีสุเทพ วงศ์กำแหง" ให้เจ้าตัวภาคภูมิยิ่ง





ภาพจาก dhoomwallpaper.com



เพิ่งจะได้รับยศเรืออากาศตรี พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑o พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติของตระกูล "วงศ์กำแหง" ต่อไปในอนาคตจนถึงลูกหลานนั่นเทียว


หมายเหตุ เคยมีนักวิจารณ์เพลงวิจารณ์เพลงนี้ว่า เนื้อหาหลักของการวิจารณ์จำได้ว่า เป็นเพลงแรก ๆ ที่ใช้คำว่า "คุณ" เป็นการใช้ภาษาที่ทันสมัย ซึ่งใช้ถึง ๑๔ ครั้ง





ภาพจาก jojopix.com



ข้อมูลจาก
ryt9.com
คอลัมน์ "ถูกทุกข้อ" นสพ.ไทยโพสต์ ๓o ม.ค. ๒๕๕๘




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 1 มีนาคม 2558 0:04:50 น.
Counter : 1305 Pageviews.  

"จูบจันทร์" ในค่ำคืน “คืนความรัก”




ภาพจาก theakumalian.com








จูบจันทร์
คำร้อง/ทำนอง : ประดิษฐ์ อุตตะมัง



ดวงดาว พราวกระจ่าง (เออ)...ต่างล้อมจันทร์

พี่เป็นเพียงกระต่าย ที่หมายจันทร์

หมายจันทร์ หมายจันทร์ 

ขวัญโลมลูบ จูบจันทร์เอ๋ย

ดวงจันทร์ พี่ฝันถึงเจ้า



(เออ)...อยากเคล้าคลอ
ป่านฉะนี้เจ้าคงให้พี่รอ พี่จะรอ พี่จะรอ

จนเดือนต่ำ...ดาวตก

จันทร์จ๋า เจ้าลาล่วง 

(เออ).....แสนจะโศกใจนัก



เจ้าก็รู้ พี่อยู่เพื่อรัก เพื่อรัก เพื่อรัก

เจ้าไม่มา...อาดูรเอย

โอ้โฉมสมร 

เจ้าอย่างอนนักเลย

พี่ห่วงทรามเชย



เพราะห่วงทรามเชย เลยจาบัลย์

ดวงดาว พราวกระจ่าง (เออ)...ต่างล้อมจันทร์

พี่เป็นเพียงกระต่ายที่หมายจันทร์

หมายจันทร์ หมายจันทร์ 

ขวัญโลมลูบ...จูบจันทร์เอ๋ย





พรุ่งนี้ก็จะถึงวันแห่งความรักแล้ว หาเพลงหวาน ๆ มาให้ฟัง แล้วจะชวนเพื่อน ๆ ไปชมคอนเสิร์ตที่คุณธานินทร์จัดขึ้นในตอนปลายเดือนนี้ (๒๑ ก.พ.) เสียดายจัดช่วงค่ำเลยแห้วตามระเบียบ ท่านใดชอบเพลงลูกกรุงเก่า ๆ ละก็ โทรจองบัตรได้ที่ o๘-๔๖๔๒-๒๒๑๒ เลยค่ะ


สุขสันต์วันแห่งความรัก Happy Valentine's Day จ้า



บล็อกคุณปอนล่าสุด

เพลงกุมภา



อัพเดทงานศิลปะและนิทรรศการได้ที่สองบล็อกนี้ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๑๘๗
เสพงานศิลป์ ๑๘๘





ภาพจาก lovethispic.com











ภาพจาก youtube.com




"จูบจันทร์"ในค่ำคืน“คืนความรัก”
จากหัวใจของ ธานินทร์ อินทรเทพ


“สัมผัสความอบอุ่น
   

ในอ้อมกอด ไอรัก
   

กับบทเพลงซึ้ง ๆ
   

ที่จะติดตรึงใจไปนานเท่านาน”




นั่นคือข้อความที่โปรยอยู่หลังปกแผ่นซีดีเพลง ที่เป็นทั้งบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต เป็นทั้งแผ่นเพลงของฝาก และเสียงพูดเปิดหัวใจของเจ้าของงาน ดินเนอร์คอนเสิร์ต ที่พิเศษสุดที่มีชื่อว่า “ค่ำคืน...คืนความรัก จาก ธานินทร์ อินทรเทพ” ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ณ ห้องประดิพัทธภูบาล ราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) เวลา ๑๘.oo-๒๒.oo น. ด้วยราคาเพียงท่านลพ ๒,ooo บาท จะสำรองที่นั่งได้ด้วยตัวท่านเองที่เลขหมายโทร. o๘-๔๖๔๒-๒๒๑๒





ภาพจาก naewna.com





ภาพจาก youtube.com

   


ในแผ่นซีดีที่ทำหน้าที่เป็นบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตในบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกนี้ มีเพลงเอกของ ธานินทร์ อินทรเทพ เป็นตัวอย่างให้ฟังถึง ๕ เพลงด้วยกัน คือ จูบจันทร์ / รักเอย / เหมือนคนละฟากฟ้า / แจกันรัก / นกขมิ้น ประกอบกับเสียงบรรยายของเจ้าของงานเอง ถึงความเป็นมาและบรรยากาศของงานที่ท่านจะได้เข้าไปร่วมอยู่ด้วยกัน ตลอดเวลา ๓-๔ ชั่วโมง จากเวลา ๑๘.oo น. จนถึงเวลาประมาณ ๒๒.oo น. แค่ฟังซีดีเพลงแผ่นนี้จบลง ท่านก็จะรู้สึกว่าคุ้มราคาค่าบัตรเข้าร่วมงานนี้เสียแล้ว
 









ภาพจาก naewna.com



ทันทีที่ท่านเปิดซีดีแผ่นนี้ ก็จะได้ยินน้ำเสียงที่นุ่ม ๆ แต่คมกริบจนบาดลึกเข้าไปในอารมณ์ความรู้สึก...นำมาก่อนว่า  



“สวัสดีครับ...ขอต้อนรับทุกท่านสู่ค่ำคืนแห่งความสุข เป็นคืนสุดพิเศษที่ผมตั้งใจจะมอบเสียงเพลงเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลงที่ให้การสนับสนุน  ธานินทร์ อินทรเทพ มากว่า ๕o ปี ผมถึงใช้ชื่อการพบปะคืนนี้ว่า คืนความรัก หมายถึงผมจะคืนความรักให้กับแฟน ๆ นะครับ 









ภาพจาก naewna.com

 
  

ตอนเด็ก ๆ ผมใฝ่ฝันอยากเป็นนายทหารเรือ แต่ไม่สามารถทำตามความฝันนั้นได้ เพราะไปตกตอนสอบสัมภาษณ์ ผมจึงตั้งใจมาเป็นนักร้อง ตระเวนประกวดร้องไปทั่ว หลายจังหวัด จากบ้านเกิดของผมสมุทรสาคร ชนะเลิศได้ถ้วยรางวัลมาทุกที่ สุดท้ายผมตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ จากการจำนำปากกาไพล็อตด้ามเดียวเพื่อเป็นค่าเดินทาง เพื่อที่จะมาประกวดร้องเพลงกับวงดนตรีของพยงค์ มุกดา คัดเลือกจากคนหลายร้อยคนที่มาประกวดในวันนั้นที่วิทยุกองพลที่หนึ่งรักษาพระองค์ จนมาชิงชนะเลิศที่วิทยุ ป.ช.ส.๗ ใต้สะพานพุทธ ได้รางวัลชนะเลิศผมก็อยู่กับวงดนตรีพยงค์ มุกดา
   


ตอนนั้นผมยังใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงว่า  ธานินทร์ อินทรแจ้ง....”





ภาพจาก .thaifilm.com



จากนั้นก็จะมีเสียงดนตรีอินโทรดักชั่นเพลงหนึ่งดังขึ้น  แล้วเสียงของ ธานินทร์ อินทรแจ้ง ในช่วงวัยรุ่นก็ดังกังวานออกมาเต็มพลังหนุ่ม       



“ดวงดาว พราวกระจ่าง (เออ)…

ต่างล้อมจันทร์
พี่เป็นเพียงกระต่าย

ที่หมายจันทร์  หมายจันทร์ หมายจันทร์ 


ขวัญโลมลูบ จูบจันทร์เอ๋ย...”



จบเพลงก็มีเสียงบรรยายต่อว่า



“นั่นคือเพลง จูบจันทร์ เป็นเพลงที่ผมบันทึกเสียงเป็นเพลงแรก จากการประพันธ์ของ ครูประดิษฐ์ อุตตะมัง ซึ่งเป็นคู่หูของครูพยงค์ มุกดา...พอไปได้นะครับ





ภาพจาก saisampan.net





ภาพจาก saisampan.net



ผมอยู่กับครูพยงค์มาเกือบปี ก็อัดเสียงไปหลายเพลง มีร้องเพลงคู่ รักใต้ร่มไทร กับนักร้องผู้หญิงของคณะคือ สุวรรณา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา แล้วก็เพลงพลังรัก จากนั้นครูพยงค์ก็มีความคิดว่า ถ้าผมอยู่กับแก ชีวิตการเป็นนักร้องของผมคงจะไม่รุ่งแน่  เพราะว่าวงดนตรีของแกต้องเดินสายตามต่างจังหวัดตลอดเวลา ครูพยงค์จึงนำผมมาฝากกับพี่เทพ ก็คือ สุเทพ วงศ์กำแหง แต่พี่เทพมีข้อแม้นิดหนึ่ง จะมาอยู่กับแกขอเปลี่ยนนามสกุลผม จากอินทรแจ้ง มาเป็นอินทรเทพ ซึ่งครูพยงค์ก็ยอมตกลง






ภาพจาก saisampan.net





ภาพจาก .thaifilm.com



จากคณะครูพยงค์ ผมมาอยู่กับพี่เทพและบันทึกเสียงอีกหลายเพลง จากผลงานของบรมครูเพลงอีกหลายท่าน จนผมได้รับเกียรติยศสูงสุดในชีวิตจากการเป็นนักร้อง คือการได้รับพระราชทานแผ่นเสียงทองคำจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. ๒๕o๖ จากเพลง เหมือนคนละฟากฟ้า จากผลงานของครูมนัส ปิติสานต์ และจงรัก จันทร์คณา และเพลง นกขมิ้น ผลงานของ ครูพยงค์ มุกดา ในปี พ.ศ. ๒๕o๘…”






ภาพจาก youtube.com





ภาพจาก youtube.com



แล้ว ธานินทร์ อินทรเทพ ก็ได้กล่าวสรุปและขอบคุณแฟนเพลงของเขาไว้ในช่วงท้ายของคำบรรยายในแผ่นซีดีเพลงที่ใช้แทนบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า 



“บทเพลงเหล่านี้เป็นบทเพลงที่มีคุณค่า มีความหมายผูกพันกับชีวิตผม เช่นเดียวกับความรักความผูกพันที่แฟนเพลงทุกท่านมีให้กับคนที่ชื่อว่า ธานินทร์ อินทรเทพ ซึ่งผมจะขอจดจำ ประทับไว้ในหัวใจ ตราบนานเท่านาน...ขอบคุณครับ”






ภาพจาก naewna.com





ภาพจาก thaigramophone.com



นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ติดมากับบัตรชมคอนเสิร์ตที่แปลกใหม่ล่าสุดในรูปแบบซีดีเพลงที่สวยหรูเท่านั้น



ถ้าเราก้าวเข้าไปถึงบริเวณงาน ในตอนค่ำของวันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา ๑๘.oo น. เป็นต้นไป และร่วมอยู่ในบรรยากาศที่ใกล้ชิดและอบอุ่นด้วยเสียงเพลงจากนักร้องขวัญใจของเราตลอดช่วงเวลาที่แสนดีอย่างนั้น เราจะอบอุ่นและมีความสุขสักปานใด
ขอทายใจทุกท่านที่ได้รับข่าวสารนี้แล้วว่า...เราจะไม่ยอมพลาดงานนี้กันอย่างแน่นอน.



ภาพและข้อมูลจาก
thaipost.net
นสพ.X-CITE ไทยโพสต์ ๘ ก.พ. ๒๕๕๘





บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณชมพร กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2558 22:20:31 น.
Counter : 1117 Pageviews.  

Annie's Song




ภาพจาก wikipedia.org






hawaiihawaii

Annie's Song


You fill up my senses
เธอแต้มแต่งเติมเต็ม ชีวิตฉัน

Like a night in a forest
เช่นยามค่ำกลางป่า คลายสับสน

Like the mountains in springtime
ดั่งภูเขาเขียวขจี น่ารื่นรมย์

Like a walk in the rain
ใจชื่นชมคล้ายฝ่า สายฝนพรำ

Like a storm in the desert
เหมือนพายุซัดสาด ทะเลทราย

Like a sleepy blue ocean
เหมือนริ้วรายมหาสมุทร สีฟ้าใส

You fill up my senses
เธอแต้มแต่งชืวิตฉัน ผ่องอำไพ

Come fill me again
วอนเธอให้มาเป็น ขวัญชีวี



Come let me love you
มาเถิดหนาให้ฉัน ทุ่มเทรัก

Let me give my life to you
มอบใจภักดิ์ทั้งชีวิต ไม่มีสอง

Let me drown in your laughter
เสียงหัวเราะของเธอ จะครอบครอง

Let me die in your arms
วิญญาณสองเราให้ ได้เคียงกัน

Let me lay down beside you
ให้ฉันได้นอนเคียง ข้างกับเธอ

Let me always be with you
ให้ฉันได้เคียงใกล้ เธอเสมอ

Come let me love you
ให้เธอมารับรู้ ฉันรักเธอ

Come love me again
มาสิเธอมารัก กันอีกครา



You fill up my senses
เธอแต้มแต่งเติมเต็ม ชีวิตฉัน

Like a night in a forest
เช่นยามค่ำกลางป่า คลายสับสน

Like the mountains in springtime
ดั่งภูเขาเขียวขจี น่ารื่นรมย์

Like a walk in the rain
ใจชื่นชมคล้ายฝ่า สายฝนพรำ

Like a storm in the desert
เหมือนพายุซัดสาด ทะเลทราย

Like a sleepy blue ocean
เหมือนริ้วรายมหาสมุทร สีฟ้าใส

You fill up my senses
เธอแต้มแต่งชืวิตฉัน ผ่องอำไพ

Come fill me again
วอนเธอให้มาเป็น ขวัญชีวี



เนื้อเพลงและคำแปลจาก บล็อกคุณ find me pr


hawaiihawaii



อัพเพลงของนักร้องคนโปรดให้ฟังค่ะ อาทิตย์ก่อนจัดห้อง รื้อลิ้นชักแล้วเจอซองเก็บตั๋วดูหนังกับบัตรคอนเสิร์ต เห็นบัตรคอนเสิร์ตจอห์น เดนเวอร์แล้วกรี๊ดอย่างแรง นั่งจ้องบัตรอยู่เป็นนานสองนาน นั่งนึกอยู่ว่าได้ไปดูหนุ่มผมม้าใส่แว่นตาหน้าแป้นของอิฉันร้องเพลงแบบตัวเป็น ๆ ด้วยหรือนี่ ถึงตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้เลยค่ะ แต่มีบัตรเป็นหลักฐาน ก็แสดงว่าได้ไปดูจริง ๆ ดูจากปีค.ศ. ๑๙๙๔ ปีนี้ ๒o๑๕ นับนิ้วแล้วนานได้ใจ ตั้งยี่สิบเอ็ดปีแน่ะ ตอนโน้นยังเอ๊าะ ๆ อยู่ เป็นแฟนขวับหนุ่มคนนี้ ซื้อทั้งเทปทั้งหนังสือเพลงด้วย ว่าจะสแกนหน้าปกมาอวดซะหน่อย แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ โชคดีงวดนี้หาได้ทั้งเนื้อเพลงและคำแปล ได้มาจากเพื่อนบล็อก ขอบพระคุณคุณคุณไพโรจน์มากนะคะ














ภาพจาก youtube.com



ปี ๑๙๗๔ วงการเพลงมีเพลงสุดฮิตซึ่งมีชื่อเพลงบ่งบอกว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเป็นเจ้าของบทเพลง เพลงนี้เกิดขึ้นในชั่วเวลาไม่กี่นาทีที่ จอห์น เดนเวอร์ (John Denver) นั่งอยู่บนลิฟต์ซึ่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวตามสายเคเบิลขึ้นไปสู่ยอดเขาอาแจ็กซ์ในเมืองแอสเพน ชั่วขณะนั้น นักร้อง-นักแต่งเพลงโฟล์กชื่อดังที่เอาชื่อนามสกุลมาจากเมืองหลวงของโคโลราโดพลันเกิดแรงบันดาลใจบางอย่างขึ้นมา เรื่องราวบางอย่างที่เขาอยากเอ่ยท่วมท้นขึ้นมาในใจ ท่วงทำนองผุดพรายขึ้นมาในหัวสมอง เขาเริ่มลงมือเขียนเพลง





ภาพจาก xallthingsukulele.com

 
         
จอห์นใช้เวลาเพียงสิบนาทีเศษ ๆ ก็ได้เพลงที่ไพเราะมาก ๆ เพลงหนึ่ง เขาตั้งชื่อเพลงนี้ว่า Annie’s Song ตามชื่อ แอนนี่ มาร์เทลล์ เดนเวอร์ (Annie Martell Denver) ภรรยาของเขาที่อยู่กินกันมา ๗ ปีแล้ว 





ภาพจาก sheetmusicplus.com

 
         
ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน จอห์นเพิ่งจะทะเลาะใหญ่โตกับภรรยา เหตุมาจากวิถีชีวิตที่แตกต่างกันของทั้งคู่นั้นเริ่มจะทำให้ชีวิตคู่ปริแตกหลังจากมีรอยร้าวมานาน จอห์นเป็นศิลปินที่ดังระเบิดของยุคนั้น เขามีเพลงฮิตอันดับหนึ่งของประเทศ มีอัลบั้มที่ต้องทำ มีตารางคิวทัวร์คอนเสิร์ตถี่ยิบ บางทียังต้องไปแสดงหนังและออกรายการโทรทัศน์อีกต่างหาก





ภาพจาก pinterest.com





ภาพจาก pixgood.com



ส่วนแอนนี่นั้นชอบอยู่บ้านมากกว่า เธอแทบไม่เคยตามไปดูคอนเสิร์ตของจอห์นเลย ไหนจะต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก ๒ คนที่เธอและจอห์นรับมาเลี้ยง นั่นทำให้ชีวิตแม่บ้านมีอะไรทำเต็มเวลาอยู่แล้ว ในช่วงหลัง ทั้งเธอและเขาดูจะไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างสนิทสนม ความห่างเหินทำให้ทั้งคู่ต้องแยกกันอยู่ชั่วคราว ทุกอย่างช่างต่างจากตอนที่เป็นคู่รักกันใหม่ ๆ...วันที่เขาและเธอสร้างตำนานรักส่วนตัวของนักร้องเพลงโฟล์กหนุ่มที่แอบชอบนักศึกษาสาวผู้โดดเด่นอยู่ในกลุ่มคนดูที่มินเนโซตาเมื่อปี ๑๙๖๖ ก่อนที่เขาจะตามจีบเธอเป็นปี ขอเธอแต่งงานถึงสองครั้ง แล้วได้แต่งงานกัน จนมาลงหลักปักฐานที่แอสเพน รัฐโคโลราโด ดินแดนที่จอห์นหลงรัก





ภาพจาก blogs.denverpost.com

 
         
เมื่อมีปากเสียงกัน จอห์นหนีหายออกจากบ้าน เขาเลือกหลบไปหย่อนใจและพักสมองด้วยการเล่นสกี แต่หัวใจของเขากลับนึกถึงแต่ปัญหาครอบครัวของตัวเอง หัวสมองก็คิดวุ่นวายไม่หยุด แล้วเขาก็ได้เพลง Annie’s Song กลับมามอบให้กับภรรยา
 
         
“เธอเติมเต็มความรู้สึกของฉัน         

เหมือนค่ำคืนในพงไพร
         
เหมือนเทือกเขาในฤดูใบไม้ผลิ
         
เหมือนการเดินเล่นกลางสายฝน”
                    
         

เนื้อร้องของเพลงนี้มีเพียงสองท่อนเท่านั้น ในท่อนแรกเขาเปรียบแอนนี่เป็นเหมือนสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ ทั้งสายฝน ต้นไม้ พายุ ท้องทะเล ส่วนในท่อนที่สองเขาเว้าวอนให้ได้อยู่เคียงข้างและคอยรักเธอตลอดไป เพลงนี้ไม่มีท่อนฮุก แต่เล่นทางเดินคอร์ดเดิมวนไป ๔ รอบ แต่ความเด็ดขาดที่สุดของเพลงนี้ก็คือเมโลดี้ที่ช่างไพเราะ ลอยล่อง และให้ความรู้สึกของคนที่กำลังอยู่ในห้วงรักได้อย่างเต็มเปี่ยม 





ภาพจาก eil.com

         

Annie’s Song เป็นเพลงที่ทำให้จอห์นและแอนนี่กลับมาอยู่ร่วมกันได้อีกครั้ง ความในใจของเขาถูกสื่อสารผ่านเนื้อหาและท่วงทำนอง และมันไม่ได้โดนใจแค่ภรรยาของเขาเท่านั้น เพลงนี้ถูกบรรจุในอัลบั้ม Back Home Again (๑๙๗๔) ที่ปกอัลบั้มเป็นภาพถ่ายคู่ของจอห์นและแอนนี่ มันกลายเป็นเพลงฮิตระเบิดถึงขนาดที่เป็นเพลงอันดับหนึ่งในชาร์ตบิลบอร์ดของอเมริกา ก่อนจะตามไปเป็นเพลงอันดับหนึ่งในประเทศอังกฤษ





ภาพจาก ultimateguitartutorial.com

         

แม้ Annie’s Song จะเป็นเพลงไพเราะแสนจริงใจที่กอบกู้ชีวิตครอบครัวของ จอห์น เดนเวอร์ ได้สำเร็จ แต่ในที่สุด มันก็มีส่วนทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่โด่งดังและมีงานยุ่งขึ้นไปอีก และแล้ววิถีชีวิตของศิลปินดังก็วนกลับมา จอห์นมีอัลบั้มที่ต้องทำ มีตารางคิวทัวร์คอนเสิร์ตถี่ยิบ ต้องไปออกรายการโทรทัศน์ แล้วก็แสดงคอนเสิร์ตอีก ปัญหาความไม่เข้าใจกันกลับมาอีกครั้ง ดูเหมือนจอห์นจะมีปัญหาเรื่องอารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เวลาอยู่กับครอบครัว จอห์นและแอนนี่พยายามกอบกู้สถานการณ์ด้วยการไปคุยกับที่ปรึกษาปัญหาครอบครัว แต่เมื่อพวกเขาใช้ชีวิตคู่มาถึงวันครบรอบแต่งงานปีที่ ๑๕ ทั่งคู่ก็เริ่มพูดคุยกันเรื่องการหย่าร้าง  





ภาพจาก pinterest.com

         

หลายปีผ่านไป จอห์นแต่งงานใหม่อีกครั้งกับดาราสาวชาวออสเตรเลียเพื่อจะพบกับชีวิตคู่ที่ล้มเหลวกว่าเดิม แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยังคงเป็นนักร้องเพลงโฟล์กชั้นแนวหน้าของโลกอยู่เสมอ บทเพลงของเขายังถูกใช้เป็นแบบฝึกหัดของคนที่เริ่มเล่นกีตาร์อะคูสติกทั่วโลก เพลงดังอย่าง Sunshine on My Shoulders, Leaving on Jet Plane โดยเฉพาะ Take Me Home, Country Roads ยังคงมีคนหยิบมาเล่นและหยิบมาฟังอยู่เสมอ รวมทั้งเพลง Annie’s Song ด้วย แม้ชีวิตส่วนตัวเขาจะไม่สดใสเท่าไหร่ แต่คนทั่วไปยังจดจำหนุ่มใหญ่ใส่แว่นตากลมโตท่าทางอารมณ์ดีคนนี้ในนามของนักกิจกรรมเพื่อสังคมตัวยง





ภาพจาก fredsullivan.com

         

จอห์น เดนเวอร์ ยังมีงานอดิเรกอีกอย่างที่ทำอย่างจริงจังคือการขับเครื่องบิน ซึ่งแม้จะบินได้เก่ง แต่ในที่สุดเขาก็ยังพลาดพลั้งจนนำไปสู่เหตุการณ์เครื่องบินตกในปี ๑๙๙๗ ที่ทำให้จอห์นอำลาโลกไปท่ามกลางความเศร้าโศกของแฟนเพลงทั่วโลก 




         

ส่วน แอนนี่ มาร์เทลล์ ...เธอหายไปจากความสนใจของแสงไฟและสื่อมวลชนในที่สุด ข่าวคราวสุดท้ายของเธอที่มีสื่อบันทึกไว้ก็คือ เธอยังอาศัยอยู่ในเมืองแอสเพน รัฐโคโลราโด ...ดินแดนที่ จอห์น เดนเวอร์ หลงรัก 





ภาพจาก fineartamerica.com



ภาพและข้อมูลจาก
"เพลงที่แต่งเพื่อแอนนี่" เขียนโดย วิภว์ บูรพาเดชะ
คอลัมน์ "มองผ่านเลนส์คม" นสพ.คม ชัด ลึก ๑๘ ก.ย. ๒๕๕๗
komchadluek.net








นึกได้ว่ามีหนังที่มีเพลงของหนุ่มจอห์นประกอบทั้งเรื่อง ไปหาคลิปมาฝาก
แปะตอนแรกไว้ ถ้าอยากชมต่อก็ตามลิงค์นี้ไปได้เลยค่ะ sunshine movie



sunshine movie 1973 part 1






บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ



บีจีจากเวบ walcool.com กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor





 

Create Date : 25 มกราคม 2558    
Last Update : 25 มกราคม 2558 21:58:50 น.
Counter : 1158 Pageviews.  

สุริยะจันทร์



ภาพจาก 1ms.net







สุริยะจันทร์เวอร์ชั่นต้นฉบับ






สุริยะจันทร์
     

ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน

คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร



ช. โลกเรานี้มีเป็นคู่ดูแล้วชื่นใจ


ญ. มีหรืออะไรมีไหมสิ่งใดไร้คู่ร่วมเรียงเคียงขวัญ


ช. แล้วคู่ใครจันทร์....

ญ. ควรร้องถามดวงตะวัน


ช. อยากถามจันทร์ที่ฉันรัก....


ญ. มีจันทร์หลายดวงลวงอยู่ดูเสียให้ดี


ช. บนฟ้าก็งาม

ญ. ในน้ำก็มี 

ช. รักดวงที่แอบเมินพักตร์


ญ. รักจันทร์แรมสลัวชีวิตคงมัวมืดนัก


ช. ความรักซิแจ่มไม่แรม  ไม่แรมหรอกนะจันทร์....


ญ. เพ้อไปกับจันทร์...ฝันไปกับลม


ช. ขอรักมาห่มใจฉัน


ญ. ร้อยลิ้นพันคำ 

ช. ใช่พร่ำเสกสรร ขอแต่ให้จันทร์เห็นใจ


ญ. สุริยะจันทร์ประจักษ์  ความรักรื่นรมย์


ช. ชีวิตไม่ตรอม  ความรักไม่ตรม เพราะเราช่วยกันพรมน้ำใจ


ญ.รักเย็นอย่างน้ำ 

ช. รักเย็นอย่างน้ำ

ญ. สูงล้ำปานขุนไศล 


ช. สูงล้ำปานขุนไศล 

ช.ญ. เรารักกันให้ฟากฟ้า...สิ้นสุริยะจันทร์





วันหยุดสุดสัปดาห์ หาเพลงเก่าที่เพราะมาก ๆ มาให้ฟังกันค่ะ นึกอยากอัพเพลงนี้มานาน เพิ่งจะหาข้อมูลได้ คอลัมน์เพลงเก่าในนสพ. X-cite ไทยโพสต์ คอลัมน์ที่แฮ้บมาลงบล็อกประจำบอกข่าวคอนเสิร์ต "เทศกาลเพลงหวาน" ที่จะจัดเดือนก.พ.นี้ แล้วเขียนถึงเพลง "สุริยะจันทร์" เสียดายที่หาคลิปเพลงเวอร์ชั่นต้นฉบับไม่ได้ แต่เรามีซีดีอยู่ โหลดมาให้ฟังด้วย อยากให้เพื่อน ๆ ลองฟังดู เพราะจริง ๆ ค่ะ



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๗๘
เสพงานศิลป์ ๑๗๙





พระราชวังพญาไท
ภาพจาก chaoprayanews.com



พร้อมกับลมหนาวที่พัดพามาจากแผ่นดินใหญ่สู่ภาคเหนือและภาคอีสานของไทย เทศกาลแห่งความรักกำลังเริ่มต้นอีกครั้ง จากช่วงส่งท้ายปีเก่าและระเรื่อยไปจนจรดวันวาเลนไทน์ และตรุษจีนปีนี้ บรรยากาศแห่งเพลงรักก็จะยังล่องลอยอยู่ในสายลมและบนเวทีคอนเสิร์ตในวงการเพลงไทยอีกหลายรายการ






ภาพจาก musicstation.kapook.com



และก็จะเป็นอีกครั้งที่ มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ร่วมกับทายาท  ครูสมาน กาญจนะผลิน และ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จะร่วมกันจัดงานคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ และมีความงดงามทั้งด้านศิลปะการดนตรี วัฒนธรรมและวรรณกรรมของไทย โดยมีชื่อคอนเสิร์ตว่า
 “เทศกาลหวาน...เพลงรัก”





ภาพจาก musicstation.kapook.com

   


ทั้งหวานแหววชวนชื่นใจและท้าทายนักชมคอนเสิร์ตเพลงอมตะของไทยให้รีบเตรียมตัวให้พร้อม ที่จะคอยติดตามชมกันอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา กำหนดการคือวันศุกร์ที่ ๒o กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ รอบ ๑๙.oo น. วันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ รอบ ๑๔.oo น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เปิดจำหน่ายบัตรแล้วที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา o-๒๒๖๒-๓๔๕๖





ภาพจาก musicstation.kapook.com



เมื่อคอนเสิร์ตนี้ชื่อ “เทศกาลหวาน...เพลงรัก” ก็ย่อมจะต้องมีทั้งเพลงรักที่ร้องเดี่ยวและร้องคู่จู๋จี๋กันไปตลอดรายการ นอกจากคู่ขวัญสองศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์กำแหง และ สวลี ผกาพันธุ์ แล้ว รายการนี้ได้จัดคู่รักเพลงหวานไว้ถึง ๗ คู่ชู้ชื่นด้วยกัน





ภาพจาก musicstation.kapook.com



คู่ที่น่าสนใจคู่หนึ่งที่วางโปรแกรมไว้แน่นอนแล้วคือ   อ๊อด-โอภาส ทศพร หรือ อ๊อด บรั่นดี กับ อิ๋ว-พิมพ์โพยม เรืองโรจน์ นักร้องสาวสวยเสียงหวาน แห่งวง ดี.ซี.แบนด์ ที่ผ่านงานจากค่าย อาร์เอส และ นิธิทัศน์ มาด้วยกัน มีผลงานโด่งดังคู่กันมาจากชุด “รวมดาว” ของ อาร์เอส และชุด “นพเก้า ๑-๒-๓” ของ นิธิทัศน์  





ภาพจาก musicstation.kapook.com



อิ๋ว พิมพ์โพยม นั้น นาน ๆ ก็จะมีคอนเสิร์ตร่วมกับเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันอยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่ส่วน อ๊อด โอภาส   หลังจากได้ขึ้นเวทีร้องเพลงในการชุมนุมของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้วก็รู้สึกว่าจะหายหน้าหายตาไปหลายเพลาแล้ว การหวนกลับมาสู่เวทีคอนเสิร์ต “เทศกาลหวาน...เพลงรัก” ครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่สุดที่แฟนเพลงของเขาจะได้ชื่นชมกับผลงานเพลงประทับใจบนเวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าก็จะมีทั้งเพลงร้องเดี่ยวและร้องคู่ที่สุดหวานตามสไตล์ “เพลงหวาน” แบบ อ๊อด โอภาส ที่ยังไม่เสื่อมคลายจากความทรงจำของแฟนเพลง





ภาพจาก dek-d.com





ภาพจาก thodan.net



โดยเฉพาะเพลงคู่ที่ถูกเตรียมไว้ให้ อ๊อด โอภาส กับ อิ๋ว พิมพ์โพยม ได้ร้องคู่กันในคอนเสิร์ตนี้นั้น ถือว่าเป็นเพลงคู่ในระดับคู่เอกทีเดียว


“ช. โลกเรานี้มีเป็นคู่ดูแล้วชื่นใจ

ญ. มีหรืออะไรมีไหมสิ่งใดไร้คู่ร่วมเรียงเคียงขวัญ


ช. แล้วคู่ใครจันทร์ 

ญ. ควรร้องถามดวงตะวัน   

ช. อยากถามจันทร์ที่ฉันรัก...”



เพลงนี้ก็คือเพลง “สุริยะจันทร์” เพลงคู่อมตะที่ยืนยงคงอยู่พระอาทิตย์และดวงจันทร์บนท้องฟ้าตราบชั่วนิจนิรันดรนั่นเอง เป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติถึง ๔ คน ที่ร่วมสร้างสรรค์เพลงนี้ไว้ให้เป็นคู่ขวัญของวงการเพลงไทย  คำร้องโดย ชาลี อินทรวิจิตร ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน ต้นฉบับเสียงร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง และ สวลี ผกาพันธุ์





ครูชาลี และ ครูสมาน




ท่อนที่ถือว่าไพเราะที่สุดและร้องยากที่สุดของเพลงคือท่อนท้าย ที่ต้องใช้ทั้งพลังเสียงและจิตวิญญาณของผู้ขับร้องทั้งสองคนที่ต้องถึงใจและถึงเพลงจึงจะฟังได้อรรถรส


ญ. รักเย็นอย่างน้ำ

ช. รักเย็นอย่างน้ำ   

ญ. สูงล้ำปานขุนไศล 

ช. สูงล้ำปานขุนไศล


ช.ญ. เรารักกันให้ฟากฟ้า...สิ้นสุริยะจันทร์...”




แฟนเพลงคงต้องติดตามไปฟังพลังเสียงและจิตวิญญาณเพลงของ อ๊อด โอภาส ทศพร กับ อิ๋ว พิมพ์โพยม เรืองโรจน์ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเนื้อหาและอารมณ์เพลงที่ยิ่งใหญ่เพลงนี้ ใน คอนเสิร์ต  “เทศกาลหวาน...เพลงรัก” รับขวัญเทศกาลแห่งความรักและตรุษจีนปีนี้.





ภาพจาก skitzone.com



ข้อมูลจาก
thaipost.net
นสพ.ไทยโพสต์ ๒๑ ธ.ค. ๒๕๕๗



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ



บีจีจากเวบ walcool กรอบจากคุณ KungHangGerman

Free TextEditor




 

Create Date : 10 มกราคม 2558    
Last Update : 10 มกราคม 2558 22:51:23 น.
Counter : 1167 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 121 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.