happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

มาร่วมส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ





ภาพจากเวบ wabira.blogspot.com



ลืมพี่ลงคอ อดิเรก จันทร์เรือง








ลืมพี่ลงคอ


ค่ำคืนดึกดื่นพี่ยังคอยเธอ
หวิวหวั่นใจจริงเออ คอยเธออยู่ทุกเวลา
หรือดวงใจเจ้าคงสิ้นเงาเสน่หา
หลีกเร้นกายหลบหนีหน้า จากพี่ไป


ค่ำคืนดึกดื่นเราเคยคลอเคียง
สรรถ้อยคำจำเรียงเคียงประทับพิมพ์ใจ
น้องซบทรวงพี่อุ่นฤดีเพียงไหน
เสียงกระซิบแผ่วไป สุขฤทัยชื่นในอารมณ์


แต่บัดนี้ คนดีน้องเจ้าลืมคำ
ทิ้งรอยระกำความช้ำให้พี่ตรอมตรม
สิ้นความหมาย วิมานทลายลอยลม
เจ้าคงสุขสม รื่นรมย์จึงลืมสัญญา


ค่ำคืนเปลี่ยวใจอาลัยอาวรณ์
รักปักใจสะท้อน อ่อนใจจนเหลือระอา
โถดวงใจช่างลืมได้หนอแก้วตา
แล้วไยไม่เข่นฆ่า จะทรมาพี่อยู่ทำไม


เนื้อเพลงจากเวบ plengpakjai.net








ข่าวจากนสพ. Xcite ไทยโพสต์ ๑๑ มิ.ย. ๒๕๕๖



เมื่อเช้าวานนี้อ่านข่าวนักร้องคนโปรดของเรา "คุณอดิเรก จันทร์เรือง" เข้าโรงพยาบาลเพราะป่วยหนักแล้วตกใจมาก เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปดูคอนเสิร์ตที่คุณอดิเรกขึ้นเวทีร้องเพลงอยู่เลย เห็นท่านเดินไม่สะดวกนักก็คิดอยู่ว่าอาจจะไม่สบาย แต่ไม่คิดว่าจะป่วยหนักขนาดนี้ เราชอบเพลงคุณอดิเรกมาก ๆ เป็นนักร้องรุ่นเก่าที่มีเพลงไม่มากนัก แต่เพลงเพราะ ๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะเพลง "สวรรค์บนทราย" ที่เคยอัพบล็อกไว้ และอีกเพลงที่เพราะไม่แพ้กันคือเพลง "ลืมพี่ลงคอ" ที่อยู่ในบล็อกนี้ หาเนื้อเพลงมาได้ แต่ไม่ทราบว่าผู้ประพันธ์คือใคร ท่านใดทราบก็ช่วยบอกด้วยนะคะ


พออ่านข่าวว่าคุณอดิเรกจะเข้าผ่าตัดวันนี้ (๑๒ มิ.ย.) แล้วรีบเขียนบล็อกแบบด่วนจี๋ อยากให้เพื่อน ๆ มาร่วมด้วยช่วยกันภาวนาและส่งกำลังใจให้คุณอดิเรกกันค่ะ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก และขอพระบารมีในหลวงช่วยดลบันดาลให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ ให้คุณอดิเรกสุขภาพแข็งแรงขึ้นในเร็ววันค่ะ



นิทรรศการศิลปะบล็อกล่าสุดค่ะ
เสพงานศิลป์ ๓๙
เสพงานศิลป์ ๔o



อ่านเนื้อเรื่องออทั่มเวอร์ชั่นไทยสองตอนล่าสุดได้ที่นี่ค่ะ

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ (๗)
รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ (๘)











ภาพจากนสพ.แนวหน้า ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๕



หากย้อนเวลาไปเมื่อกว่า ๓o ปี เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก นักร้องผู้โด่งดังท่านนี้ อดิเรก จันทร์เรือง ซึ่งศิลปินท่านนี้ได้ฝากผลงานต่าง ๆ รวมถึงบทบาทการแสดงละคร และบทเพลง อาทิ เช่น สวรรค์บนทราย, ไก่ฟ้า, ลืมพี่ลงคอ, คุณจะงอนมากไปแล้ว และอีกมากมาย พร้อมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มไพเราะชวนหลงใหลทำให้ อดิเรก จันทร์เรือง หรือ เอ็ดดี้ มิชิแกน โด่งดังมากในยุคนั้น

"บันเทิงแนวหน้า" จึงไม่ละสายตาที่เฝ้าจับจ้อง สอดส่องหาเพื่อที่จะได้พูดคุยถึงผลงานในอดีตของศิลปินท่านนี้มาให้แฟนเพลง ได้ให้หายคิดถึงกัน



เริ่มตั้งแต่ ๑o ขวบ มีโอกาสร้องเพลงหน้าพระที่นั่ง

"ร้องเพลงมาตั้งแต่สิบขวบแล้วเพราะเป็นคนที่ชอบการร้องเพลงเพราะสมัยนั้นต่างจากสมัยนี้มาก? บอกไม่ถูกว่าเข้ามาร้องเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่แน่ คือ เราร้องมาตลอดเรื่อย ๆ และได้มีโอกาสไปร้องถวายต่อหน้าพระพักตร์ของในหลวงด้วยและนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจมาก และเป็นกำลังใจให้เราที่จะสร้างสรรค์ผลงานอื่น ๆ ตามาด้วยจนถึงปัจจุบัน"






ภาพจากเวบ orrawee.com



เล่นละครหลายคณะ

"อย่างที่บอกไปแล้วเราคลุกคลีงานแสดงตั้งแต่อายุสิบขวบ ได้เป็นพระเอกตอนเด็กของ คณะศิวรมณ์- คณะเทพสิทธิ์ คณะสวลี และคณะผกาวลี ภายใต้การนำของศิลปินแห่งชาติ ครูประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง กับคู่ชีวิต ครูลัดดา สารตายน นอกจากจะร่วมเล่นละครกับผกาวลี ยังเคยข้ามไปแสดงละครเรื่องกู้ราชบัลลังก์กับคณะศิวารมย์เรื่องพันท้ายนรสิงห์ และนเรศวรกับคณะอัศวินการละคร รวมถึงคณะเทพศิลป์ในบางโอกาส"



ความสามารถมาพร้อมกับชื่อเสียง

"เมื่อคุณ อดิศักดิ์ เศวตรนันท์ กับ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ได้ตั้งคณะละคร “ชื่นชุมนุมศิลปิน” ขึ้นมา เราได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักร้อง เช่นเดียวกับ ชรินทร์ นันทนาคร- สุเทพ วงศ์กำแหง,-นริศ อารีย์ และ พูลศรี เจริญพงษ์ เพียงแต่เรามักนำเพลงสากลของ แฟรงค์ ซิเนตร้า- ดีน มาร์ติน และแอนดี้ วิลเลียมส์ มาขับร้อง


จน พ.ศ. ๒๔๙๘ มีคณะ “ชื่นชุมนุมศิลปิน” เป็นคณะแรกที่ได้จัดรายการเพลงทางทีวี ในสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ครูสมาน กาญจนผลิน ผู้ควบคุมวงดนตรี ได้แต่งเพลงเราก็ได้ ร้องบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก ต่อด้วยเพลงสวรรค์บนทราย เรามามีชื่อเสียงกับ เพลงไก่ฟ้า ของ ชาญ เย็นแข มาร้องใหม่ ต่อเนื่องด้วยการอัดแผ่นเพลงชุมทางชีวิต ของ นริส ทรัพยประภา และ เพลงทะเลน้ำตา ของ ป.ชื่นประโยชน์"






ภาพจากเวบ youtube.com



ใช้ชีวิตต่างแดน

"ไปอยู่ที่นั่นตอนอายุ ๒๖ เท่านั้นเอง ไปกับคณะผกาวลี เอาศิลปวัฒนธรรมของไทยไปเผยแพร่ เล่นโขนด้วย และมีอะไร ๆ หลายอย่าง และร้องเพลงไทยเดิม ครูประสิทธิ์ ศิลปะบรรเลง และครูลัดดา ของผกาวลี คือฝรั่งเขามาจ้างให้ไปร้องเพลงที่ยุโรปหลายประเทศเลย แล้วก็ไปที่อเมริกา พอทัวร์จบแล้วก็ได้ไปร้องเพลงที่ไนท์โชว์ของ จอห์นนี่ คาซั่น ก็เลยอยู่มาหลายสิบปี"



ร้องเพลงพร้อมโชว์ศิลปะไทย

"ชีวิตก็สนุกดีต้องต่อสู้ เพราะเราเป็นคนไทยแล้วได้ไปเสนอศิลปะของเรา แล้วก็เอาเพลงไทยไปร้องด้วย เพลงฝรั่งบ้าง เล่นโขน เล่นละครหลายอย่าง ได้ออกรายการทีวีที่ต่างประเทศด้วย ที่นั้นเราก็มีชื่อเสียงบ้างการตอบรับดี อย่างร้องเพลงฝรั่งเราก็ร้องอยู่โอเรียลทอลตั้ง ๒ ยุค ตอนนี้มีลูกสาวที่ซานดิเอโก เมธาณี จันทร์เรือง เขาทำงานเป็น ลุกน้องบิลเกตต์ เป็นผู้จัดการทำซอฟท์แวร์ และมีลูกชาย กำลังทำปริญญาอยู่


สมัยก่อน ต้องเลี้ยงลูกเองต้องไปร้องเพลงที่ไนต์คลับกลับมาก็ต้องเลี้ยงลูก ตอนนี้ลูกสาวอายุ ๒๘ ลูกชาย ๓o สมัยนั้นเราต้องดูแลลูกเองหมดเลยเพราะไม่มีญาติที่นั่นอยู่ที่นั่นหลายสิบปี พอกลับมาเมืองไทยก็มีคอนเสิร์ต ร่วมกับหลาย ๆ คน"






วงสุเทพคอรัส
บนจากซ้ายไปขวา ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา, อดุลย์ กรีน, สุเทพ วงศ์กำแหง, มนูญ เทพประทาน, นิทัศน์ ละอองศรี
ล่างจากซ้ายไปขวา สุวัจชัย สุทธิมา, ธานินทร์ อินทรเทพ, อดิเรก จันทร์เรือง
ภาพจากเวบ prachathon.org



ลูกอยากให้พัก แต่เราคิดว่า เป็นกำไรของชีวิต

"อายุก็ไม่ใช้น้อยแล้วนะ จะให้ไปทำงานเหมือนแต่ก่อนคงไม่ไหวแล้วแต่ใจอยากทำนะ ผมเชื่อว่าทุกคนนะแหละที่อยากจะทำงานแต่ด้วยสภาวะร่างกายไม่อำนวยเลยต้องหยุดพัก แต่ก็จะมีงานการกุศลต่างๆ ก็มีบ้างที่ไปร่วมงาน ถือว่าเป็นกำไรชีวิตที่เรายังมีแรงจับไมค์ร้องเพลงให้ทุกคนฟังได้มีความสุขที่ได้ร้องเพลง ลูกก็บอกว่า “พักผ่อนบ้างนะพ่อ” แต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะเขารู้ว่าเราคือนักร้อง"



ชีวิตตอนนี้มีความสุขมาก อยากทำร้านอาหารไทย

"ปัจจุบันอยู่กับลูกชาย ดิเรก จันทร์เรือง และลูกสาวเมธาณี จันทร์เรือง อยู่ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนี้มีโครงการจะขยายธุรกิจร้านอาหารไทย ไปถึงชิคาโกและตามเมืองใหญ่ เพราะคนต่างชาติส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะรับประทานอาหารไทยอยู่แล้วและไม่น้อยเลยนะคนไทยก็เยอะ แต่ก็เป็นหน้าที่ของลูก ๆ เราอายุเยอะแล้วทำไม่ไหวหรอก"






ภาพจากเวบ orrawee.com



การดูแลสุขภาพ พลังเสียงยังคงความนุ่มนวลชวนหลงไหล

"ก็ออกกำลังกายนะเป็นสิ่งสำคัญเลยเราอายุเยอะแล้วจะทำอะไรหนักไปก็ไม่ได้ ก็พยายามตื่นเช้าเดินไปมายกแขน ยกมือ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดเรื่องนี้ ลูก ๆ จะเน้นเป็นพิเศษเลยเพราะสุขภาพมีผลต่อเสียงของเราเช่นกัน ที่สำคัญเลยไม่ดูดบุหรี่ ดื่มเหล้า"



บำรุงพระพุทธศาสนาคือหน้าที่ของคนไทย

"เป็นสิ่งที่สำคัญมากนะ เพราะเรานับถือศาสนาพุทธ เราก็สมควรบำรุงพระพุทธศาสนา ทางสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย โดย คุณสุเทพ วงศ์กำแหง นายกสมาคมนักร้องฯ คุณธานินทร์ อินทรเทพ ปฏิคมสมาคมนักร้องฯ และ คุณชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ ไปร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพุทธวิหารวัดไทยต่างแดนที่เมืองวอร์เรนรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา"



อยากให้รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

"ลูกๆหลาน ๆ นี้ชอบใจอยู่อย่างทุกคนมีความขยันและความตั้งใจในการแสดงได้ดี การแอ๊คติ้งทำให้มีความเคลื่อนไหวทำให้ดูน่ารักขึ้น แต่ขอให้ระวังเรื่องภาษาเพราะเราเป็นคนไทยต้องรักษาธรรมเนียบและประเพณีไทยเอาใว้ มีหลายต่อหลายคนนะ พอไปอยู่เมืองนอกแล้วก็กลายเป็นเด็กหัวนอกไปเลย โดยทั่วไปนะจะเป็นแบบนั้น อยากให้ รักชาติ ศาสนา และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา"





ภาพจากเวบ naewna.com



สัมภาษณ์โดย มะระ โช จากคอลัมน์
"Star Retro : อดิเรก จันทร์เรือง นักร้อง นักแสดง เจ้าของผลงานเพลงอมตะหลากหลาย"
นสพ.แนวหน้า ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๕



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบwallcoo
ไลน์และรูปในกล่องเม้นท์จากคุณเนยสีฟ้า
กรอบจากคุณ ebaemi ไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 11 มิถุนายน 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:13:14 น.  

暗香 - 沙宝亮




ภาพจาก liladaley.blogspot.com



วันอาทิตย์มาฟังเพลงเพราะ ๆ กันค่ะ เป็นเพลงจีนค่อนข้างใหม่ที่เราชอบมากที่สุดเพลงนึง คิดว่าคนไทยคงไม่ค่อยรู้จักนักร้องคนนี้เท่าไหร่ แต่พี่แกดังมากในเมืองจีน เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละครที่ดังมาก พระ-นางสวยหล่อ แถมมีนางฟ้าหลิวอี้เฟยแสดงด้วย เราดูทางช่อง CCTV ฟังรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่งก็ยังสนุกมาก ที่สำคัญคือเพลงเพราะได้ใจสุด ๆ หนนี้แปลเพลงเอง มีคำแปลภาษาปะกิตหลายเวอร์ชั่น จับมายำรวมกันแล้วแปลเป็นไทย ท่านผู้รู้เข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าแปลตรงไหนผิดก็วานบอกด้วยนะคะ แล้วก็ขอบคุณคุณต่อที่บอกวิธีหาคำอ่านพินอินในกูเกิ้ลด้วยค่ะ



เชิญเสพงานศิลป์ในนิทรรศการศิลปะได้ที่นี่ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๓๑
เสพงานศิลป์ ๓๒
เสพงานศิลป์ ๓๓



Sha Baoliang-Hidden fragrance (沙宝亮 - 暗香




hawaiihawaii



暗香
Àn xiāng
The Delicate Fragrance
รวยรินกลิ่นหอม


当花瓣离开花朵
Dāng huābàn líkāi huāduǒ
When the petals depart from the flower,
เมื่อกลีบดอกไม้ร่วงโปรยปราย


暗香残留
Àn xiāng cánliú
The Delicate fragrance remains.
ความหอมยังอวลกลิ่นรวยริน


香消在风起雨后
Xiāng xiāo zài fēng qǐ yǔ hòu
That fragrance fades after wind and rain.
กลิ่นหอมจางหายยามต้องลมและฝน


无人来嗅
Wú rén lái xiù
And no one comes to smell.
จะมีใครมาดมชมกลิ่นเจ้า


如果爱告诉我走下去
Rúguǒ ài gàosu wǒ zǒu xiàqù
If love tells me to insist,
ถ้าความรักบอกให้ฉันก้าวต่อไป


我会拼到爱尽头
Wǒ huì pīn dào ài jìntóu
I will strive till the end of love.
ฉันจะต่อสู้กระทั่งความรักสูญสลาย


心若在灿烂中死去
Xīn ruò zài cànlàn zhōng sǐqù
If heart died in the splendor,
หากหัวใจดับสิ้นในความเรืองรอง


爱会在灰烬里重生
Ài huì zài huījìn lǐ chóngshēng
From ashes love would gain renascence.
ความรักจักเกิดใหม่ในกองเถ้าธุลี


难忘缠绵细语时
Nánwàng chánmián xì yǔ shí
Having not forgot our tender whispers meanwhile
ถ้อยคำที่พร่ำกระซิบต่อกันฉันยังไม่ลืม


用你笑容为我祭奠
Yòng nǐ xiàoróng wèi wǒ jìdiàn
Remember me with your smile
จดจำฉันไว้ด้วยรอยยิ้มของคุณ


让心在灿烂中死去
Ràng xīn zài cànlàn zhōng sǐqù
Let heart die in the splendor.
ให้หัวใจดับสิ้นในความเรืองรอง


让爱在灰烬里重生
Ràng ài zài huījìn lǐ chóngshēng
From ashes love would gain renascence.
ความรักจักเกิดใหม่ในกองเถ้าธุลี


烈火烧过青草痕
Lièhuǒ shāoguò qīngcǎo hén
Again the grass green after the flame burn.
ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีอีกหลังถูกไฟโหมกระหน่ำ


看看又是一年春风
Kàn kàn yòu shì yī nián chūnfēng
Look, it is spring wind again.
ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพามาอีกครา


当花瓣离开花朵
Dāng huābàn líkāi huāduǒ
When the petals depart from the flower,
เมื่อกลีบดอกไม้ร่วงโปรยปราย


暗香残留
Àn xiāng cánliú
The Delicate fragrance remains.
ความหอมยังอวลกลิ่นรวยริน



hawaiihawaii





ภาพจาก nipic.com


เมื่อหลายวันก่อนได้ดูละครจีนเรื่อง "金粉世家" (The Story of Noble Family) อีกรอบทางช่อง CCTV แล้วอยากอัพเพลงนี้มาก เข้าไปค้นข้อมูลในเวบ มีคนให้ชื่อภาษาไทยว่า "บ้านตระกูลจิน" จำเนื้อเรื่องได้ลาง ๆ แต่ที่จำแม่นไม่ลืมคือเพลงไตเติ้ลนี่แหละ ชื่อเพลง "暗香" (The Delicate Fragrance) อ่านว่า อั้นเซียง ดูเรื่องนี้หนแรกเมื่อสักสามสี่ปีที่แล้วได้ สองปีให้หลังถึงจะรู้จักนักร้อง มาเห็นหน้าค่าตาตอนที่ดูรายการเพลงทางช่อง CCTV15 ไม่หล่อมากแต่เสียงดีเป๊ะเวอร์ ตอนที่ดูเขาร้องเพลงนี้หนแรกก็คุ้นเพลงนี้มาก พอเขาขึ้นภาพในละครก็ร้องอ๋อเลย





ภาพจาก nipic.com



หนุ่มเสียงหล่อคนนี้ชื่อ 沙宝亮 (ซา เป่าเลี่ยง) เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ที่กรุงปักกิ่ง มีเชื้อสายของชนชาติฮุย สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนศิลปะปักกิ่งในปี ๑๙๘๖ โดยเป็นนักแสดงกายกรรม และเคยได้รับรางวัลทองคำในเทศกาลกายกรรมแห่งโลกที่จัดขึ้นในฝรั่งเศสในปี ๑๙๘๗ แต่เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนักในการแสดงครั้งหนึ่ง จึงลาออกจากงานแสดงกายกรรม และตั้งใจจะเปลี่ยนอาชีพเป็นนักร้อง





ภาพจาก yue.ifeng.com



ซา เป่าเลี่ยงชอบร้องเพลงตั้งแต่อายุยังน้อย และนับว่ามีความสามารถในด้านการดนตรีด้วย เขาเข้าวงการดนตรีในปี ๑๙๙๓ เคยเป็นนักร้องในคลับต่าง ๆ ทั่วกรุงปักกิ่งเป็นเวลานาน และได้ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองเพลงเอง รวมทั้งประพันธ์เพลงให้กับนักร้องหลายคนของจีนแผ่นดินใหญ่ เดือนกรกฎาคมปี ๒oo๒ ได้ออกอัลบั้มชุดแรก ตั้งแต่ปี ๒oo๒ ถึงปี ๒oo๖ มีอัลบั้มทั้งหมด ๕ ชุด และได้รับรางวัลดนตรีต่าง ๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ พูดได้ว่า ปัจจุบัน ซา เป่าเลี่ยงกลายเป็นนักร้องอาชีพที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงอย่างกว้างขวางคนหนึ่งทีเดียว





ภาพจาก xinhuanet.com



ด้วยความดังของเพลง "暗香" ทำให้ซา เป่าเลี่ยงได้รับเลือกเป็นตัวแทนของจีนไปแข่งขันขับร้องเพลงป๊อบนานาชาติที่โรมาเนีย และได้รับรางวัลสูงสุดในการแข่งขัน (The Golden Stag) แต่เพลงนี้ก็ทำให้เส้นทางนักร้องเกือบสะดุดลง เพราะผู้ประพันธ์เพลงกล่าวหาเขาว่านำเพลงมาร้องโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่สุดท้ายก็ตกลงกันได้





ภาพจาก tieba.baidu.com


สถานที่เกิด : ปักกิ่ง
เชื้อชาติ : ฮุ่ย
วันเกิด : ๑ มกราคม
ส่วนสูง : ๑๘o ซม.
น้ำหนัก : ๗๕ กก.
กรุ๊ปเลือด : B
กีฬาที่ชื่นชอบ : ขี่, ว่ายน้ำเดินป่า,
นักแสดงที่ชอบ : Robert De Niro, Sylvia
นักร้องที่ชอบ : Sting, Huang Dawei
ภาพยนตร์ที่ชอบ :"Cinema Paradiso"
อาหารที่ชอบ : เห็ดป่า
สีที่ชอบ : สีฟ้า
สัตว์ที่ชอบ : ม้า
การศึกษา : จบการศึกษาจากโรงเรียนปักกิ่งของศิลปะในปี ๑๙๘๖
สถานภาพ : สมรสแล้ว มีลูกสาว ๑ คน





ภาพจาก trmusic.com.cn


ผลงานเพลงละครทีวี



Qian Qiu Wan Sui (千秋万岁), The Prince's Education insert song (2008)

Chen Lu (晨露) Morning Dew, The Prince's Education ending theme song, with Tan Jing (2008)

Xin Tiao (心跳) Heartbeat, Thrill ending theme song, with Zhang Jia Nan (2006)

Ai Neng You Duo Jiu (爱能有多久) How Long can Love Last, Li Hun Zai Hun theme song, withTan Jing (2005)

Jin Sheng Jin Shi (今生今世) This Life This Era, Just Like a Beautiful Flying Butterfly theme song (2004)

Duo Jiu Duo Shao (多久多少) How Long How Much, Chinese Style Divorce theme song (2004)

An Xiang (暗香) Hidden Fragrance, The Story of a Noble Family opening theme song (2003)





ภาพจาก tpwang.com



The Story of Noble Family - An Xiang




"บ้านตระกูลจิน" ละครที่สร้างจากนิยาย เป็นเรื่องราวของความรักระหว่างหนุ่มเพลย์บอยมหาเศรษฐีกับสาวน้อยชาวบ้านที่ฝ่าฝันจนความรักสมหวัง แต่การแต่งงานไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นหากแต่เป็นจุดจบที่น่าเศร้า





เฉินคุน
ภาพจาก บล็อกคุณพู่ไหม



พระเอก...จินหยานซี (เฉินคุน) คุณชายเจ็ด หนุ่มเพลย์บอยผู้มีนิสัยรักสนุกและทำทุกอย่างเพื่อชนะใจสาวน้อยที่พบกันกลางตรอกแห่งหนึ่ง แต่ตอนหลังกลับปันใจไปหาไป๋เซี่ยจวูปล่อยภรรยาและลูกให้ต้องอยู่อ้างว่างตามลำพัง กว่าเขาจะรู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นผิดพลาดก็ต้องสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว





ต่งเจี๋ย
ภาพจาก big5.3mt.com.cn



นางเอก...เหลิ่งชิงชิว (ต่งเจี๋ย) สาวน้อยชาวบ้านผู้มีอันจะกินธรรมดาคนหนึ่ง ที่พยายามหักใจไม่หลงไปกับเสน่ห์ของคุณชายเจ็ด หากเธอก็ต้องแพ้ต่อความพยายามของเขาและได้แต่งงานด้วย สุดท้ายเธอได้แต่ยอมรับว่าทุกสิ่งที่ผ่านล้วนเป็นดั่งความฝันที่ว่างเปล่า





หลิวอี้เฟย
ภาพจาก finance.cctv.com
และ fongfei.exteen.com



มือที่สาม...ไป๋เซี่ยจวู (หลิวอี้เฟย) คุณหนูผู้เอาแต่ใจ เธอหลงรักคุณชายเจ็ดมาเนิ่นนานและพยายามแก่งแย่งอยากเอาชนะ แม้เธอจะได้คนที่รักมาแต่ได้เพียงตัวไร้หัวใจ เมื่อรู้ว่าคุณชายเจ็ดยังคงรักชิงชิวไม่เปลี่ยนแปลงเธอจึงยอมตัดใจและเดินจากเขาไป





ภาพจาก yue.ifeng.com


ข้อมูลจาก
thai.cri.cn
บล็อกคุณพู่ไหม
wiki.d-addicts.com



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากคุณยายกุ๊กไก่

Free TextEditor





 

Create Date : 21 เมษายน 2556    
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 20:38:35 น.  

บ้านจรัล มโนเพ็ชร









ตำนาน


ใบหน้าเขาราวผืนป่า
มีชีวิตชีวาอย่างน่าทึ่ง
ดวงตาเขาราวแม่น้ำงามลึกซึ้ง
รอยยิ้มหนึ่งดั่งดอกไม้มอบให้กัน


เสียงของเขาราวเสียงซึง
มีเพียงหนึ่งตรึงใจชายช่างฝัน
เพลงของเขาเราทั้งรักและผูกพัน
เพลงจรัล มโนเพ็ชร เพชรแผ่นดิน


อุ๊ยคำ, มิดะ, สาวเชียงใหม่
สาวมอเตอร์ไซด์ ลูกข้าวนึ่ง
จึงถวิล
พี่สาวครับ ม่วนขนาด เมื่อได้ยิน
ผักกาดจอ ของกิ๋นคนเมือง น้อยใจยา


บ้านบนดอย มะเมี๊ยะ เจ้านาง
กาเหว่าที่บางเพลง ศิลปินป่า
รางวัลแด่คนช่างฝัน
บรรเลงมา
ลืมอ้ายแล้วกา คนสึ่งตึง ซึงสุดท้าย


ดวงใจเขาราวดนตรี
ช่าง 'สุนทรี' มีความรัก มากความหมาย
ชีวิตเขาราวน้ำค้างพร่างพราวพราย
ทองประกายเกร็ดดวงดาวเช้านิรัน


เสียงของเขาราวเสียงซึง
มีเพียงหนึ่งตรึงใจชายช่างฝัน
เพลงของเขาเราทั้งรักทั้งผูกพัน
เพลงจรัล มโนเพ็ชร เพชรแผ่นดิน


พรชัย แสนยะมูล ร้อยกรอง
นสพ.เนชั่นสุดสัปดาห์ ๑๒ ต.ค. ๒๕๕๕





น้อยใจยา - จรัล มโนเพชร




กลับมาแล้วจ้า ลากิจเกินกำหนดที่บอกไว้สิบวัน พอกลับถึงบ้านวันเดียวก็เกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ ทำเท้าตัวเองเป็นรูเพราะเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปเหยียบตะปูเข้า แถมยังทำเย็นใจไม่ไปหาหมอ พอสองวันถัดมายังเจ็บแผลอยู่ ก็เลยต้องแจ้นไปรพ. คุณหมอดูแผลบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แถมดุว่าน่าจะมาหาหมอตั้งแต่วันแรก แล้วก็ฉีดยากันบาดทะยักกับสั่งยาให้กิน และนัดให้มาฉีดยาอีกสองหน ตอนที่คุณพยาบาลพาไปฉีดยา อธิบายว่าที่ฉีดสามเข็มเพราะจะได้มีภูมิคุ้มกันไปถึงสิบปี ตอนนี้แผลเกือบหายแล้วค่ะ


ไปเมืองจีนเป็นครั้งแรก ถ่ายรูปไว้เยอะ แต่ก็เสียไปเยอะเหมือนกันเพราะกล้องที่ใช้ไม่ชินมือ ยังไงก็ขอเวลาจัดการรูปนิดนึงนะคะ หาเรื่องอื่นมาอัพให้อ่านกันก่อน ได้รับของฝากจากคุณก๋าที่ถูกใจมากหลายหน ล่าสุดก็เป็นหนังสือ "หมื่นตาธรรมะ" และ "สตีฟ จอบส์ เรียนเซน" พร้อมการ์ดพู่กันเดียวและการ์ดภาพถ่ายงาม ๆ


อ่านคอลัมน์ที่เอามาอัพตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อ่านแล้วก็ตัดเก็บไว้จนเกือบลืม ตอนที่คุณก๋าส่งหนังสือกับซีดีอ้ายจรัลมาให้แล้วนึกได้ ไปค้นมาอัพบล็อกขอบคุณ พอดีใกล้เทศกาลสงกรานต์ด้วย พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเมืองเหนือน่าจะเข้ากับบรรยากาศดี ตอนที่อ่านบทความนี้พิพิธภัณฑ์เพิ่งจะเริ่มโครงการ คิดว่าน่าจะมีความคืบหน้ามากแล้ว ท่านใดทราบข่าวเรื่องพิพิธภัณฑ์ก็เข้ามาบอกด้วยละกันเน้อ


ขอบคุณคุณก๋ามาก ๆ สำหรับมิตรภาพอันดีที่มีให้กันมาตลอด ประทับใจจริง ๆ ค่ะ อีกสองวันก็จะสงกรานต์แล้ว ขอให้เพื่อนบล็อกทุกท่านมีความสุขมาก ๆ เย็นกายเย็นใจไปตลอดทั้งปี ใครจะออกเที่ยวตจว.ก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ




บล็อกอ้ายจรัลที่เคยอัพไว้

เพชรล้านนา
"จรัล" คือนิรันดร์ในใจเรา
นิทรรศการ "จรัลในดวงใจ"



ตามข่าวงานนิทรรศการศิลปะหลากหลายได้ที่นี่ค่ะ

เสพงานศิลป์ ๓o
เสพงานศิลป์ ๓๑
เสพงานศิลป์ ๓๒













ผางประทีป ณ รูปอ้ายจรัล
ณ บ้านหม้อคำตวง "จรัล มิวเซียม"



บ้านจรัล มโนเพ็ชร : จากบ้านหม้อคำตวงสู่จรัลมิวเซียม
โดย สมปอง ดวงไสว



คนที่รักดนตรีกวี บทเพลงของจรัล มโนเพ็ชร กำลังรวมหัวใจกันสร้าง "บ้านหม้อคำตวง" เป็นจรัล มิวเซียม เพื่อฝากไว้ให้กับประเทศนี้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา


บ้านคือวิมานของคน กว่าจะเป็นบ้านสักหลัง เรื่องราวความสุขความอบอุ่นในบ้านแต่ละหลังล้วนมีที่มา "บ้านหม้อคำตวง" ในซอยพระยาสุเรนท์ก็เช่นกัน "หม้อคำตวง" ชื่อนี้เดิมเป็นชื่อวัดแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ ชื่ออันไพเราะนี้มีความหมายว่า บ้านนี้มีทองคำบรรจุอยู่เต็มหม้อ ถึงวันนี้บ้านหลังนี้ก็มีทองคำบรรจุอยู่เต็มสมดังที่ผู้ตั้งชื่อปรารถนา






ที่มาของบ้านจรัล มโนเพ็ชรหลังนี้ ได้สร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของเขาในราวปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เมื่อทำเพลงพอมีทุนได้ระดับหนึ่งเขานึกถึงการสร้างบ้านสักหลังไว้เป็นที่พักพิงอยู่อาศัย เป็นที่ทำงาน เป็นสตูดิโอในการทำเพลง เขาเก็บออมแล้วซื้อที่ดินและออกแบบบ้านด้วยตนเอง ส่วนช่างต้องเป็นช่างก่อสร้างที่มีฝีมือและรู้ใจ เพื่อสร้างบ้านให้งามสมใจปรารถนา บ้านนี้จึงมีที่มาและมีความหมายยิ่ง เมื่อเจ้าของบ้านจากไปสู่แดนสวรรค์ทิพย์วิมานแล้ว คนผู้อยู่เบื้องหลังจะสร้างสรรค์บ้านหลังนี้ให้อยู่เป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงเจ้าของบ้าน และเป็นแหล่งการศึกษาเรียนรู้ของคนรุ่นหลังได้อย่างไร ในต่างประเทศจะมีบ้านนักร้องนักดนตรีศิลปินให้ไปชื่นชมเรียนรู้อยู่มากมาย แต่กับเมืองไทยมีมากมายที่จากไปตามกาลเวลา ไม่มีโอกาสให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้แต่อย่างใด แต่สำหรับบ้านหม้อคำตวง คนที่รักดนตรี กวี บทเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร กำลังรวมหัวใจกันสร้างให้เป็น จรัล มิวเซียม เพื่อฝากไว้ให้กับประเทศนี้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา





อ้ายมานิด...บทเพลงอุ้ยคำ โดย ไม้เมือง...
กับเสียงระฆัง ที่ก้องกังวาน ณ จรัล มิวเซียม
บ้านหม้อคำตวง วันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕



จรัล มโนเพ็ชร เป็นคนเวียงเชียงใหม่ บ้านนี้จึงมีกลิ่นไอล้านนานับแต่ประตูบ้าน ซึ่งภาคกลางกรุงเทพฯ ไม่มีประตูบ้านเช่นนี้ เมื่อเดินเข้าไปด้านซ้าย คนภาคกลางจะมีศาลพระภูมิ แต่คนเหนือจะมีศาลปู่ศาลย่าไว้เป็นที่เคารพบูชา ก่อนเข้าไปสู่ตัวบ้านจะพบกับรูปปั้น ของจรัล มโนเพ็ชร รูปปั้นนี้ หงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ จิตรกรปั้นด้วยความรักและผูกพัน จรัล มโนเพ็ชร เป็นรูปแรกในชีวิต หงษ์จร เล่าให้ฟังว่า ได้ไปงานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๔ ที่สุสานบ้านหลวย ลำพูนแล้วก็ให้นึกถึงเมื่อขากลับผ่านบ้านหรือร้านสายหมอกกับดอกไม้ที่ถนน เจ็ดร้อยปีเชียงใหม่ จึงคิดจะปั้นรูป จรัล มโนเพ็ชร ไว้เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงความผูกพันที่มีต่อกัน เมื่อกลับกรุงเทพฯ ได้ไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญการปั้น ริหาร โอภาส ประติมากรคนหนึ่งของบ้านเรา ก็ให้คำแนะนำอย่างดี ตั้งแต่ขึ้นรูปจนปั้นได้สำเร็จเป็นสามเดือนแห่งความผูกพัน และเมื่อสำเร็จแล้ว ริหาร โอภาส ก็ได้ช่วยถอดพิมพ์ให้ แล้วส่งให้ลีลาอาร์ตได้ดำเนินการหล่อต่อไป รูปปั้นจรัลนี้ได้หล่อขึ้นไว้สามชิ้น ชิ้นหนึ่งอยู่ที่บ้าน หงษ์จร บางใหญ่ อีกชิ้นหนึ่งอยู่ที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้เชียงใหม่ และอีกชิ้นอยู่ที่บ้านหม้อคำตวง ที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้เอง





รูปปั้นจรัล มโนเพ็ชร ฝีมือหงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ
จิตรกรที่จับงานปั้นเป็นรูปแรกในชีวิต



ขึ้นเรือนบ้านหม้อคำตวง ก่อนถึงประตูบ้านมีประติมากรรมสำริด เห็นก็รู้ว่าเป็นฝีมือของคุณมิวเซียม ยิบอินซอย ศิลปินชั้นเยี่ยมของเมืองไทย คุณมานิดบอกว่า งานนี้ผมไม่ได้รับงานให้ จรัลไปร้องเพลงกลับมาพร้อมกับถือประติมากรรมชิ้นนี้เดินเข้าบ้านอย่างมีความสุข คุณมานิดเห็นรูปนี้คงหลายสตางค์ แพงมากนะ จรัลตอบ ก็ใช่ ค่าตัวร้องเพลงผมไง เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะเป็นห้องที่มีทั้งตู้ โต๊ะ และในตู้มีรางวัลพระสุรัสวดี สุพรรณหงส์ทองคำ ที่ได้รับจากการแสดงภาพยนตร์ ตั้งไว้ให้รำลึกถึง มองไปทางด้านซ้ายคือภาพคุ้นตา ภาพดำขาว จรัลกำลังดีดกีตาร์ ข้างหน้ามีเก้าอี้วางอยู่หนึ่งตัว และมีสแตนด์ตั้งโน๊ตเพลงอยู่เบื้องหน้า ด้านข้างมีดับเบิ้ลเบสตัวเบ้อเร่อตั้งตระหง่านอยู่ เหมือนวันนี้ยังมีจรัลอยู่อย่างแท้จริง ราวกับเขายังเกากีตาร์และร้องเพลงโปรด


“อุ๊ยคำคนแก่ ท่าทางใจ๋ดี ลูกผัวบ่มี เป๋นดีเอ็นดูล้ำ

แลงนี้แดดอ่อน บ่หันอุ๊ยคำ เกยมาประจำอุ๊ยคำไปไหน

หมู่ผักบุ้งยอดซม เซาซบบ่ไหว เป็นจะใดไปแล้วอุ๊ยคำ

ฟ้ามืดมัวหม่น เมฆฝนครึ้มดำ เสียงพระอ่านธรรมขออุ๊ยคำไปดี อุ๊ยคำ”



อุ้ยคำ







อุ้ยคำ คนแก่...ท่าทางใจดี
ณ บ้านหม้อคำตวง "จรัล มิวเซียม"





อุ้ยคำ และ มานิด อัชวงศ์ กับ ระฆังใบเดิม



คุณมานิด อัชวงศ์ เล่าว่าเป็นบ้านปิดเงียบ จรัลอยู่กับน้องไม้สองคนพ่อลูกเท่านั้น ไม่ต้องการให้ใครมารบกวน ภายหลังจรัลจึงให้กั้นชานเรือนหรือระเบียงเป็นห้อง และให้ คุณมานิด มานั่งทำงานบริษัททัวร์ ณ ที่ตรงนี้ จึงได้เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกัน ห้องสองห้องนี้วันนี้เป็นที่เก็บสิ่งรักของใช้ในชีวิตจรัลไว้ให้ศึกษา แต่ยังคงเป็นที่เก็บรักษาไว้จนกว่าจะเป็นจรัลมิวเซียมขึ้นมาจึงจะเปิดให้เข้าชมได้





บ้านหม้อคำตวงบ้านของจรัล มโนเพ็ชร ที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์




เข้าเรือน เป็นรูปที่จั่วเป็นรูปกาแล



ถามคุณมานิดว่าทำไมเพลงของจรัล ภาษาถึงไพเราะงดงาม อย่างเช่น “หมู่ผักบุ้งยอดซม เซาซบบ่ไหว” เป็นนักอ่านชอบหนังสืออะไร คุณมานิดบอกว่ามีหนังสือเล่มหนึ่ง จรัลให้ผม หากว่าจะได้มาใช้เวลาในตอนนั้นสี่ห้าปี ไปเจอโดยบังเอิญแถวสะพานเหล็ก เป็นร้านซ่อมหนังสือชื่อ เซ่งฮง ได้มาแล้วก็ให้ทำหลายฉบับใครอยากอ่านเป็นประโยชน์ก็ให้ไป เหลืออยู่ตรงหน้านี้หนึ่งเล่ม ชื่อ "ชินกาลมาลีปกรณ์" แปลโดย ท่านศาสตราจารย์แสง มนวิทูร นี้นับเป็นส่วนน้อยหากจะศึกษาเรียนรู้ล้วนใช้เวลา และหากได้จัดเป็นระบบมิวเซียมเต็มรูปคงสะดวกแก่การศึกษา และนับเป็นคุณูปการกับสังคมไทยอย่างใหญ่หลวง


“มีดวงตะวันส่องเป็นแสงสีทอง

กระจ่างครรลอง เพื่อใฝ่ปองและสร้างสรรค์

ดอกไม้แย้มบาน ให้คนหาญสู้ไม่หวั่น

คือรางวัลแด่ความฝันอันยิ่งใหญ่ให้เธอ”



รางวัลแด่คนช่างฝัน







ศิลปินวงไม้เมือง ในงานคอนเสิร์ตในวันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
รายได้นำมาจัดสร้างพิพิธภัณฑ์






ของฝากจาก ศิลปินไม้เมือง..สมุดบันทึกไม้เมือง สำหรับ ๓๐ ที่นั่ง





"หนังสือทำมือ ถนนคนเดิน โดย มานิด อัชวงศ์ เมื่อครั้งเปิดถนนคนเดินครั้งแรกที่เชียงใหม่" ของชำร่วย อีกชิ้นหนึ่ง ที่จะมอบให้ "ท่านผู้ชม จำนวน ๓๐ เล่ม ที่จะมาชม คอนเสิร์ต ไม้เมือง ที่ จรัล มิวเซียม ๒๑ ก.ค. ๒๕๕๕"



จรัลมิวเซียมนี้จะเป็นความฝันของจรัลหรือไม่ จรัลไม่ได้บอกไว้ แต่เวลาที่เขาไปต่างประเทศ สิ่งที่ชอบมากคือฟังคอนเสิร์ตและเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จรัลมิวเซียม จึงเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังที่ยังมีกำลังแรงกำลังใจ ย่อมเพียรที่จะสร้างให้บังเกิด เป็นอนุสรณ์แด่คนดีคีตกวีศรีล้านนานักวัฒนธรรมคนนี้ให้ปรากฏให้ได้และแน่นอน กรุงโรมหรือแม้นครเชียงใหม่ มิอาจสร้างเสร็จได้ในวันเดียว จรัลมิวเซียมก็เช่นกัน





เวทีสีขาวที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ สุนทรี เวชานนท์ นำเสนอคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์
ณ จรัล มิวเซียม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕".... ครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น"






หน้าบ้านมีซีตาร์ตัวเอกติดประดับไว้ ตัวนี้ซื้อมาเพื่อเล่นในงานคอนเสิร์ตเพียงครั้งเดียว


“บนทางเดินที่มีขวากหนาม

ถ้าเธอคร้ามถอยไปฉันคงเก้อ

ฉันยังพร้อมช่วยเธอเสมอ

เพียงตัวเธอไม่หนีไปเสียก่อน”



บนถนนหนทางจากบ้านหม้อคำตวง สู่จรัลมิวเซียม อาจมีอุปสรรคขวากหนามบ้างกว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่เราต้องร่วมกันหวังและร่วมกันฝัน


“ความฝันของวันนี้ อย่าคิดว่าไม่มีความหมาย หากไม่งมงายไร้จุดยืน” “เก็บความหวังใส่ความฝัน ออกไปฝ่าฟันยินดีเผชิญ สู้ปัญหาซึ่งหน้าอย่าเมิน และพร้อมเดินไปไม่ยอมแพ้ สิ่งที่หวังนั้นต้องกลับมา” (ความหวังความฝันของวันนี้ จรัล มโนเพ็ชร)


ด้วยหัวใจความรักดนตรีกวีบทเพลงตัวตนของคนที่รักจรัล มโนเพ็ชร ย่อมจะนำไปสู่จรัลมิวเซียมที่ประสบความสำเร็จในที่สุดได้ไม่ยาก









ราวกับวันนี้ยังมี จรัล อยู่
เก้าอี้ดับเบิ้ลเบส ที่มีเพียงตัวเดียวจากห้าง ไนติงเกลโอลิมปิก พาหุรัด ต้องอ้อนวอนซื้อ
ในที่สุดห้างก็ขายให้วันที่ส่งของ คนทั้งห้างมายืนส่งหน้าห้างด้วยความผูกพัน












หนังสือและการ์ดที่คุณก๋าส่งมาให้ ขอบคุณคุณก๋ามาก ๆ อีกครั้งนะคะ












การ์ดตรุษจีน คุณก๋าถ่ายได้งามขนาด เห็นแว่บแรกนึกว่าเป็นภาพวาด





การ์ดพู่กันเดียวที่ส่งมาพร้อมกับหนังสือหมื่นตา




ภาพและข้อมูลจาก
เฟซบุคจรัล มิวเซียม
bangkokbiznews.com
artculture4health.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับจ๊ะ



บีจีและไลน์จากคณญามี่ กรอบจากคุณ thattron

Free TextEditor





 

Create Date : 10 เมษายน 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:17:31 น.  

โลกนี้คือละคร




ภาพจากเวบ 1ms.net



อาทิตย์นี้อัพเพลงเก่า ๆ ให้ฟังอีกค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งไม่เลิก เข้ามาตอบเม้นท์บล็อกที่แล้วหนเดียวก็หายศีรษะไปเลย จะว่างก็วันอาทิตย์ แต่กว่าจะอัพบล็อกนี้ได้ก็ครี่งค่อนวันเข้าไปแล้ว เดี๋ยวเข้าไปตอบเม้นท์บล็อกที่แล้ว ๆ ค่อยแวะตระเวนเยี่ยมเพื่อน ๆ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนเร็ว เพื่อน ๆ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ



เสพงานศิลป์ดี ๆ ได้ที่บล็อกนี้ค่ะ
เสพงานศิลป์ ๒๘
เสพงานศิลป์ ๒๙



โลกนี้คือละคร-สุเทพ วงศ์กำแหง








โลกนี้คือละคร
คำร้อง - ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน


โลกนี้นี่ดูยิ่งดูยอกย้อน

เปรียบเหมือนละครถึงบทเมื่อตอนเร้าใจ

บทบาทลีลาแตกต่างกันไป

ถึงสูงเพียงใดต่างจบลงไปเหมือนกัน

เกิดมาต้องตายร่างกายผุพัง

ผู้คนเขาชังคิดยิ่งระวังไหวหวั่น

ต่างเกิดกันมาร่วมโลกเดียวกัน

ถือผิวชังพรรณบ้างเหยียดหยามกันเหลือเกิน

โลกนี้คือละคร

บทบาทบางตอนชีวิตยอกย้อนยับเยิน

ชีวิตบางคนรุ่งเรืองจำเริญ

แสนเพลินเหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน

โลกนี้นี่ดูยิ่งดูเศร้าใจ

ชั่วชีวิตวัยหมุนเปลี่ยนผันไปเหมือนม่าน

ปิดฉากเรืองรองผุดผ่องตระการ

ครั้นแล้วไม่นานเปิดผ่านเป็นความเศร้าใจ







ภาพจากเวบ oknation.net


'โลกนี้คือละคร' เพลงชีวิตแต่มีความรักและความหวัง



"โลกนี้นี่ดูยิ่งดูยอกย้อน เปรียบเหมือนละครถึงบทเมื่อตอนเร้าใจ..." ถ้าเปลี่ยนคำว่า "โลก" เป็น "ประเทศไทย" ก็จะได้เพลงใหม่ที่ใกล้ตัวเข้ามาทุกที


"ประเทศไทยนี้นี่ดูยิ่งดูยอกย้อน ยิ่งกว่าละครถึงบทเมื่อตอนเร้าใจ..."


จะยอกย้อนหรือไม่ยอกย้อนอย่างไร เชื่อว่าคอเพลงไทยทุกท่านก็คงบรรยายถึงลีลาของเพลง "ประเทศไทยวันนี้ยิ่งกว่าละคร" ได้เป็นอย่างดีทุกๆ ท่าน เพลงนี้ผู้แต่งทั้งคำร้องและทำนองคือบรมครู ไพบูลย์ บุตรขัน ซึ่งท่านได้เปิดเผยว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่ทรงแปลจากบทละครของ วิลเลียม เชคสเปียร์ เรื่องโรมิโอและจูเลียตเป็นฉากเจรจาความรักระหว่างพระเอกกับนางเอก ซึ่งเป็นฉากที่เด่นสุดของเรื่องคือ "โลกนี้นี่ดูยิ่งดูยอกย้อน เปรียบเหมือนละครถึงบทเมื่อตอนเร้าใจ....."





ภาพจากเวบ oknation.net



ถ้าเปลี่ยนคำว่า "โลก" เป็น "ประเทศไทย" ก็จะได้เพลงใหม่ที่ใกล้ตัวเข้ามาทุกที
"ประเทศไทยนี้นี่ดูยิ่งดูยอกย้อน ยิ่งกว่าละครถึงบทเมื่อตอนเร้าใจ......"
"ทั้งโลกเปรียบเหมือนโรงละครใหญ่ ชายหญิงไซร้เปรียบตัวละครนั่น ต่างมียามเข้าออกอยู่เหมือนกัน คนหนึ่งนั้นย่อมเล่นตัวนานา"


ซึ่งทรงหมายถึงว่า ชายหญิงทั้งโลกนั้นต่างก็เปรียบเหมือนตัวละคร ที่จะต้องแสดงไปตามบทบาทของตน แต่ในขณะเดียวกัน ในคนคนหนึ่งนั้นก็จำเป็นที่จะต้องแสดงได้หลายบทบาทในแต่ละช่วงตอนของชีวิต เพื่อที่จะให้ตนเองยืนหยัดอยู่ได้จนจบบทบาทของตน





ปรีชา บุณยเกียรติ
ภาพจากเวบ plengpakjai.net



ต้นฉบับเสียงร้องเพลงนี้คนแรกคือ ปรีชา บุณยเกียรติ  ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ต่อมาอีกประมาณ ๑o ปี ศิลปินแห่งชาติ  สุเทพ วงศ์กำแหง ได้นำมาบันทึกเสียงอีกครั้งบนแผ่นเสียงตรา "สุเทพโชว์" รุ่นแรก และได้มีสิ่งแปลกใหม่ปรากฏขึ้นในบทเพลง ตอนช่วงดนตรีรับกลางเพลงนั้นเอง มีเสียงอ่านวรรคทองของเนื้อเพลงท่อนแยก โดย สุเทพ วงศ์กำแหง ผู้ขับร้องว่า "โลกนี้คือละคร บทบาทบางตอน ชีวิตยอกย้อนยับเยิน ชีวิตบางคนรุ่งเรืองจำเริญ แสนเพลินเหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน..."





สุเทพ วงศ์กำแหง
ภาพจากเวบ oknation.net



เป็นตอนที่โดนใจแฟนเพลงมากที่สุด และเป็นที่ยอมรับกันว่า สำหรับเพลง "โลกนี้คือละคร" ต้นฉบับเสียงร้องของ สุเทพ วงศ์กำแหง ถือว่าเป็นยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของเพลงนี้


แต่ยังมีอีกต้นฉบับที่มีความพิเศษสุดทั้งผู้ขับร้องและผู้ฟัง  นั่นก็คือต้นฉบับที่ขับร้องโดยนักร้องหญิงยอดนิยมในยุคเดียวกัน คือ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส เพราะเป็นต้นฉบับที่มีทั้งความไพเราะงดงาม และเป็นทั้งความรักและความหลัง ของทั้งผู้ฟังและตัวผู้ขับร้องเอง





รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส
ภาพจากเวบ thaigramophone.com



เมื่อถามถึงเพลงที่มีเรื่องราวและความประทับใจเป็นพิเศษในชีวิตของการเป็นนักร้อง รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ซึ่งเป็นเจ้าของเพลงดังหรือเพลงยอดนิยมจำนวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พัทยาลาก่อน, เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง,ช่างเขาเถอะนะหัวใจ, คนหน้าเดิม, หลานย่าโม และอีกมากมาย  แต่เธอกลับตอบทันทีอย่างแทบไม่ต้องคิดเลยว่า เพลงที่ประทับใจและมีความรักและความหลังมากที่สุด คือ


"เพลงโลกนี้คือละครค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจนและพอเห็นผู้ฟังทำสีหน้างง ๆ เธอก็รีบอธิบายว่า


"เป็นเพลงที่แฟนชอบมากค่ะ คู่ชีวิตน่ะค่ะ ไม่ต้องบอกชื่อนะคะ เพราะท่านจากไปแล้ว" ตั้งใจจะถามให้แน่ใจว่าเป็นท่านนายพลใช่ไหม แต่เธอก็รีบอธิบายต่อว่า


"ท่านขอเพลงนี้มาตั้งแต่เริ่มรู้จักกันใหม่ ๆ ไปร้องเพลงที่ไหนพบท่าน ท่านก็ขอแต่เพลงนี้ โลกนี้คือละคร อยู่ด้วยกันแล้วไปร้องเพลงที่ไหนที่ท่านไปด้วย ท่านก็ขอโลกนี้คือละคร ตัวเองก็ชอบร้องค่ะ ทุกวันนี้ไปร้องเพลงที่ไหนก็มักจะร้องเพลงนี้ค่ะ ร้องแล้วก็จะคิดถึงคนที่รัก คนที่ชอบเพลงนี้ทุกครั้ง"


ระหว่างที่เธอเล่าเรื่องของความรักและความหลังที่ผูกพันอยู่กับเพลงชีวิตที่ชื่อ "โลกนี้คือละคร" ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนหวานเหมือนกำลังล่องลอยไปถึงสวรรค์


ขอให้ทุกท่านโชคดี ได้มีโอกาสไปนั่งฟัง รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ร้องเพลง  โลกนี้คือละคร ให้ฟังอย่างใกล้ชิดสักครั้ง.





ภาพจากเวบ trasguworld.blogspot.com


ข้อมูลจากนสพ. แทบลอยด์ ไทยโพสต์ ๒๘ ต.ค. ๒๕๕๕


บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่
กรอบจากคุณ somjaidean100


Free TextEditor





 

Create Date : 10 มีนาคม 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:12:26 น.  

คอนเสิร์ต หีบเพลงชัก...แทนคำรัก "ครูแจ๋ว" (๒)




ภาพจากใบปลิวงานคอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง
"คิดถึงครูแจ๋ว" ที่ศาลาเฉลิมกรุง วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๒



ฟ้ารักดิน - มรว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ - นงลักษณ์ โรจนพรรณ




ต้องขออำภัยอย่างแรงที่งวดนี้หายศีรษะหลายวันอีกแล้ว งานค่อยซาลงนี๊ดดดนึงก็พยายามหาเวลาเขียนบล็อก ปั่นบล็อกงานศิลปะผลงานของ ม.จ.มารศีฯ เสร็จแล้ว แต่ขออนุญาตโฆษณาคอนเสิร์ตเพลงครูสง่าก่อน คอนเสิร์ตชื่อ "หีบเพลงชัก...แทนคำรัก ครูสง่า อารัมภีร" เคยจัดไปเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว มาปีนี้จัดอีกครั้ง ตรงกับวันเลือกตั้งพอดี มีนักร้องรุ่นเก่าและใหม่ขึ้นเวทีมากมาย รวมถึงนักร้องคนโปรดของเรา คุณอดิเรก จันทร์เรือง ด้วย


อ่านเจอคอลัมน์ที่เขียนถึงคอนเสิร์ตอยู่เยอะเหมือนกัน มีทั้งในเวบและนสพ. ชอบข้อเขียนของคุณกิเลน ประลองเชิง ที่เขียนไว้ในเวบของไทยรัฐ copy มาลงบล็อกทั้งหมดเลย คราวที่แล้วรู้ข่าวคอนเสิร์ตช้าเกิน เลยอดดู หนนี้โชคดีที่รู้ข่าวเร็ว แถมคอนเสิร์ตจัดตรงกับวันอาทิตย์ เลยจัดการซื้อตั๋วไว้เรียบร้อยแล้ว ตะกี้เข้าไปดูในเวบไทยทิกเก็ตฯ ยังเหลือบัตรอยู่ ใครเป็นคอเพลงเก่าแล้ววันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ว่างละก็ อย่าพลาดคอนเสิร์ตดี ๆ แบบนี้นะจ๊ะ



คลิกอ่านบล็อกเสพงานศิลป์อันใหม่ได้ที่นี่ค่ะ เสพงานศิลป์ ๒๘











ภาพจากเวบ bangkokbiznews.com



ผมไม่ได้อ่านคอลัมน์ ..เพลงเก่า ของคุณบูรพา อารัมภีร เขียนในนิตยสารที่อ่านประจํา...มานาน เจอจดหมายชื่อบูรพา อารัมภีร เหมือนเจอเพื่อนเก่า ก็รีบเปิดอ่าน คุณบูรพา ขึ้นต้นจดหมาย ไม่อ้อมค้อม...


ผมบูรพา ลูกชายครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร จะจัดคอนเสิร์ตพ่อปีนี้ อีกครั้ง เป็นครั้งที่ ๒ ชื่อ คอนเสิร์ต หีบเพลงชัก แทนคํารัก สง่า อารัมภีร รอบเดียว ๑๔.oo น. วันที่ ๓ มีนาคม ที่หอประชุมธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์...ครับ





บูรพา อารัมภีร
ภาพจากเวบ komchadluek.net



นักร้องที่จะมาร้องมี สวลี ผกาพันธ์ สุเทพ วงศ์กําแหง ชาลี อินทรวิจิตร ชรินทร์ นันท นาคร จินตนา สุขสถิตย์ อดิเรก จันทร์เรือง นันทวรรณ สุวรรณ–ปิยะศิริ วิชัย ปุญญะยันต์ นรีกระจ่าง คันธมาส อิศริยา คูประเสริฐ กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ


นี่เป็นนักร้องรุ่นตํานาน ยังมีนักร้องเยาวชน ที่ชนะเลิศจากโครงการสืบสานตํานานเพลง ของศาลาเฉลิมกรุง อีก ๔ คน สลับฉากนักร้อง ด้วยบทกวีลํานํา น้ําตาแสงไต้ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ แต่งใหม่ อ่าน เคล้าเสียงขลุ่ยของ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี





เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ภาพจากเวบ nakhontoday.com



ผมอ่านจดหมายคุณบูรพาแล้วพยายามนึกเพลงไหน...ครูแจ๋วแต่ง แต่เด็กบ้านนอกที่ฟังเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ก็จําได้แต่ชื่อนักร้อง และเพลงที่ร้อง ไม่ค่อยรู้ว่าใครแต่ง ก็เพิ่งมารู้เอาคราวนี้...เพลงน้ําตาแสงไต้ เพลงหนึ่งในร้อย แว่วกริ่งกังสดาล กัลปังหา ฟ้ารักดิน รักข้ามตลาด กุลสตรี รักของแม่ ฟังเพลงเถิดชื่นใจ วนาสวาท รักข้ามขอบฟ้า ลืมแล้วหรือสัญญา หนี้รัก คืนหนึ่ง ทาสเทวี ดอกฟ้าในมือโจร ดวงใจ เมื่อวานนี้ สุดที่รัก มนต์รักดอกคําใต้... ที่คนรุ่นผมคุ้นหูคุ้นใจ...ครูแจ๋วแต่งทั้งนั้น





ภาพจากเวบ palungjit.com



เพลง...ที่ดูดเอาหัวใจของผมเข้าไป...ฟังทีไรน้ําตาซึม...คือชุดเพลงเซิ้ง แล้งในอก หรือ ขุ่นลําโขง “โขงไหลแรง ขุ่นสีแดงสองฝั่งฟ้า...” ที่มีชื่อ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ร่วมแต่ง...คุณบูรพาเล่าว่า ตอนที่...เพลงแล้งในอก ดังมาก


พ่อจึงแต่งเพลงรักในอก...แก้ “ฝนตกสุย สุย ตัวน้องลุยน้ําบ่า เปียกฝนท่วมหน้า น้องอุตส่าห์ยืนมอง...”


ผมเคยนั่งรถไฟจากยะลา ไปสุไหงโก-ลก จุดหมาย ข้ามเขตไทยเข้าไปหาเบียร์ดําดื่มในเขตมาเลเซีย เห็นป้าย ลันตูปันยัง นึกถึงเพลง “บุหลันลันตู” ไม่มีความสุขใดจะซึ้งใจ เท่ากับได้มีเธอที่รักเคียงข้าง...


เพิ่งรู้เหมือนกัน เพลงที่พี่เทพร้องได้จับใจ ครูแจ๋วใช้ทํานองเพลงมลายู...แต่งไว้เหมือนกัน ถึงวันนี้หาเพลงเหล่านี้ฟังไม่ค่อยได้ คนรุ่นหลังสงครามอย่างผม มีเหลือพอสมควร มีคอนเสิร์ตเพลงเก่าที่ไหน ก็แห่ตามกันไปฟัง





ครูสง่า อารัมภีรและครูสมาน กาญจนผลิน นักประพันธ์เพลงคู่บุญ
เจ้าของฉายา "เพลงรัก...ครูสมาน เพลงหวาน...ครูสง่า"
ภาพจากเวบ komchadluek.net



ฟังเพลงแล้วเหมือนระลึกชาติ เสียงร้อง ทํานอง เคยฟังกับใคร อยู่กับใคร ที่ไหน...บาง เพลงฟังแล้วน้ําตาก็ไหล...ความรัก ความหลัง กระทั่งความขม...ซ่อนอยู่ในเนื้อร้อง ทํานองเพลง...เหล่านั้น


เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ผมรู้จักสมัยเด็ก ก็หีบเพลงชัก เหมือนหีบเพลงชัก แทนคํารัก สง่า อารัมภีร นี่แหละครับ...เฮียสา นายท้ายเรือโชคชัยจินดา เรือโยงเรือโป๊ะ บ้านโกว (อา) ผม จอดเรือริมคลองบางรักหักแล้ว... ล้างเรือแล้ว หยิบหีบเพลงมาชัก


เพลงที่ฟังบ่อยคือทาสเทวี ฝีมือแค่ไหนผมไม่รู้ ตอนนั้นรู้แต่ว่า ฟังเพราะกว่าฟังจากวิทยุ เป็นไหน ๆ





ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com



ผมชอบเฮียสา แล้วเจ๊แอ๊ด ลูกสาวโกวผม ฟังเพลงทาสเทวีท่อน “เธอเป็นดอกฟ้า รู้ไหมว่า เราเป็นดั่งทาสเทวี" บ่อยเข้าก็รักเฮียสา ลงท้ายแต่งงานกันวันนี้มีลูกหลานอยู่หลายคน เฮียสากับเจ๊แอ๊ด จูงมือกันไปจับคู่คนหนึ่งเล่น คนหนึ่งฟัง หลายเพลงก็เป็นเพลงของครูแจ๋ว...อยู่บนสวรรค์


คนรุ่นผม มีเวลาเหลือไม่เท่าไหร่...มีข่าวคอนเสิร์ต หีบเพลงชัก แทนคํารัก สง่า อารัมภีร มีหรือที่จะพลาด ตอนผมเขียนเรื่องนี้ผมมีบัตรในมือแล้ว ใครไม่มี อย่ามาขอ ขอผมก็ไม่ให้ ก็ต้องไปหากันเองที่ o๒-๒๖๒-๓๔๕๖ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์





ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com



หวังว่า ยังพอมีบัตรเหลือขาย...งานแบบนี้ แฟน ๆ ประจํามีอุ่นหนา... ช้าไป...อย่ามาต่อว่ากัน
อย่าลืมบ่าย ๒ โมง ๓ มี.ค....ไปธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ดูคอนเสิร์ต หีบเพลงชัก แทน คํารัก สง่า อารัมภีร แต่ก่อนไปอย่าลืม ไปลงคะแนนเลือก ผู้ว่าฯ กทม.


จะเลือกนักบริหารแบบไร้รอยต่อ หรือบริหารแบบข้ามาคนเดียว ไม่ยอมต่อกับใคร...ถ้าเลือกถูกคน อย่างน้อยบาทวิถีที่ถูกยึดไปเป็นตลาดขายสินค้า ฯลฯ ก็จะได้คืน.



เขียนโดย คุณกิเลน ประลองเชิง
จากเวบ thairath.co.th











ภาพจากเวบ daily.bankokbixnews.com



บริษัท พล นิกร กิมหงวน ผู้จัดคอนเสิร์ต “หีบเพลงชัก...แทนคำรัก สง่า อารัมภีร”เมื่อต้นปีที่แล้ว โดยการนำบทเพลงอมตะจากการประพันธ์ของ ครูแจ๋ว หรือ สง่า อารัมภีร ครูเพลง-ศิลปินแห่งชาติ มาร้อยเรียงให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่ม เพื่อสานต่อความสุขความประทับใจที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของผู้ชมวันนั้น เพลงที่จะนำมาบรรเลงและขับร้องในคอนเสิร์ตปีนี้ยังคงเป็นเพลงที่เกิดจากความรักที่ครูแจ๋วเขียนขึ้นตามแต่โอกาส ไม่ว่าจะเป็นการเขียนให้กับคนรัก เพื่อนฝูงญาติมิตร หรือนักร้องที่ร่วมงานกันมานาน จนถึงงานเพลงเพื่อประกอบการแสดงต่าง ๆ ทั้งละครเวทีและภาพยนตร์ ผ่าน “หีบเพลงชัก” หรือ “แอคคอร์เดียน” เครื่องดนตรีประจำตัว ที่ส่งเสียงเป็นท่วงทำนองแสนไพเราะ สอดคล้องกลมกลืนไปกับเนื้อเพลงที่เปี่ยมความหมาย เช่น น้ำตาแสงไต้, หนึ่งในร้อย, เรือนแพ, รักข้ามขอบฟ้า, ฟ้ารักดิน, ลำนำรัก, กัลปังหา, เห็นคุณแล้วอดรักไม่ได้, ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ, ลืมแล้วหรือสัญญา, ลำนำรัก, มนต์รักดอกคำใต้, บุหลันลันตู เป็นต้น





ภาพจากเวบ palungjit.com



เพลงในคอนเสิร์ตทั้งหมดมี ๓๖ เพลง โดยเป็นเพลงรักในแง่มุมต่างๆ ซึ่งคัดเลือกเพลงที่อาจจะไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยนักมานำเสนอ นอกเหนือไปจากบทเพลงซึ่งคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว อาทิ น้ำตาแสงไต้, รักข้ามขอบฟ้า, เรือนแพ, รักข้ามคลอง ฯลฯ เพื่อให้ผู้ฟังได้คุ้นเคยมากขึ้นและจะมีเพลงลีลาพื้นเมืองจากภาคต่าง ๆ ให้ฟังด้วย นักร้อง นักดนตรีหลายท่านที่จะมาร่วมกันสร้างความรื่นรมย์ทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ผู้มีความผูกพันกับครูแจ๋ว ประกอบด้วยศิลปินแห่งชาติ ๖ ท่าน ได้แก่ สุเทพ วงศ์กำแหง, ชาลี อินทรวิจิตร, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ชรินทร์ นันทนาคร, สวลี ผกาพันธุ์ และจินตนา สุขสถิตย์ และยังมีนักแสดงนักดนตรี นักร้องคุณภาพอีก ๗ ท่าน ได้แก่ อดิเรก จันทร์เรือง, นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะสิริ, กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ, ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, อิสริยา คูประเสริฐ, วิชัย ปุญญะยันต์, นรีกระจ่าง คันธมาศ


สนใจติดต่อซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. o๒ - ๒๖๒ - ๓๔๕๖



ภาพและข้อมูลจาก
thaipost.net
dailynews.co.th



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บีจีจากเวบ wallcoo ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 9:07:56 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  
haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.