happy memories
Group Blog
 
All blogs
 

คอนเสิร์ต “๑oo ปี กาญจนะผลิน”




ภาพจาก 1ms.net


ที่รัก - ชรินทร์ นันทนาคร







ที่รัก
คำร้อง สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน


นานแล้วพี่หลงพะวงมิหน่าย 


นานแล้วพี่หมายจะได้ภิรมย์


นานแล้วพี่รักคอยจักชื่นชม 


นานแล้วรักเพียงลมลมตรมเช้าค่ำ



ที่รักนะรักเพราะใจมิกล้า 


ที่ช้านะช้ามิกล้าเผยคำ


ที่คิดนะคิดกลัวอกจะช้ำ


เอ่ยคำแล้วเจ้าจะทำช้ำใจ



อย่าเหมือนน้ำค้างพราวพร่างใบพฤกษ์ 


พอยามดึกเหมือนดังจะดื่มกินได้


พอรุ่งลางก็จางหายไป 


รู้แน่แก่ใจได้แต่ระทมชีวี



ที่รักนะรักเพราะเทพเสริมส่ง


ที่หลงนะหลงเพราะเจ้าแสนดี


ที่หวงนะหวงเพราะสวยอย่างนี้


กลัวใครเขามาแย่งพี่ไปเอย






3



คอนเสิร์ตเพลงวาน '๑oo ปี กาญจนะผลิน'
เวลาแห่งการรำลึกถึง เพลงหวานแบบไทย



เนื่องในโอกาสครบ ๑oo ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล "กาญจนะผลิน" มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ร่วมกับทายาท ครูสมาน กาญจนะผลิน และ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกันจัดงาน คอนเสิร์ต “๑oo ปี กาญจนะผลิน” เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานนามสกุลให้กับปวงชนชาวไทย  และเพื่อเชิดชูศิลปินครูเพลง สมาน กาญจนะผลิน ศิลปินแห่งชาติ ผู้ซึ่งได้ประพันธ์ทำนองเพลงและเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยสากลไว้กว่า ๓,ooo เพลง โดยร่วมกับผู้ประพันธ์คำร้องอีกหลายท่าน





พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมสาทิสลักษณ์จาก student.nu.ac.th



ในคอนเสิร์ตนี้จะได้คัดสรรบทเพลงส่วนหนึ่ง ทั้งในยุค วงดนตรี "กาญจนะศิลป์" จนถึงยุคปัจจุบัน เช่น "รักชั่วชีวิต", "หลงเงา", "รักในใจ", "เอื้องดอกฟ้า",  "พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ", "ถ้าฉันจะรักคุณ", "รักประดับชีวี", "สายน้ำผึ้ง", "รักปักใจ", "จูบเย้ยจันทร์", "ทุ่งรวงทอง", "อาลัยรัก", "หนาวตัก" และ "ที่รัก"





ภาพจาก saisampan.net





ภาพจาก เฟซบุคครนักเพลงย้อนยุค
  


โดยเฉพาะเพลง "ที่รัก" นั้น คาดว่าจะเป็นเพลงที่สร้างความประทับใจเป็นพิเศษในคอนเสิร์ตนี้ เนื่องจาก จิรวุฒิ กาญจนะผลิน ได้ปรับใหม่ให้เป็นเวอร์ชั่นเพลงเพลงคู่ แล้วมอบให้หนุ่มหล่อ สุเมธ องอาจ ร้องคู่กับศิลปินแห่งชาติ พิศมัย วิไลศักดิ์ นางเอกตลอดกาล เมื่อยามอยู่บนเวที แม้จะเป็นเพลงคู่ของสองหนุ่มสาวที่ต่างวัย แต่ฝีมือของนักร้องนักแสดงคู่นี้คงทำให้เพลง "ที่รัก" ในเวอร์ชั่นใหม่นี้เป็นเพลงที่หวานชื่นหัวใจของผู้ชมได้อย่างไม่มีวันลืมแน่นอน



  

ภาพจาก manager.co.th


“ที่รัก” เป็นเพลงรักแสนหวานในแบบไทยสไตล์ครูสมาน ที่ยากจะหาใครเทียบ

โดยเฉพาะวรรคทองของเพลงนี้ในท่อนแยก



"อย่าเหมือนน้ำค้างพราวพร่างใบพฤกษ์    

พอยามดึกเหมือนดังจะดื่มกินได้


พอรุ่งลางก็จางหายไป        

รู้แน่แก่ใจได้แต่ระทมชีวี....."



นั่นคือสำนวนชุบน้ำผึ้งแท้ของ สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ศิลปินแห่งชาติ สุดยอดฝีมือด้านคำร้องคู่ใจ ครูสมาน กาญจนะผลิน อีกท่านหนึ่งนั่นเอง "ที่รัก" บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ต้นฉบับเสียงร้องคนแรกคือ ศิลปินแห่งชาติ ชรินทร์ นันทนาคร





คุณสุเทพ วงศ์กำแหง และ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ
ภาพจาก manager.co.th






คุณจินตนา สุขสถิตย์ และ คุณรวงทอง ทองลั่นธม ศิลปินแห่งชาติ
ภาพจาก manager.co.th

       


เนื่องในโอกาสครบ ๑oo ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล “กาญจนะผลิน” ทางมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ร่วมกับ ทายาทครูสมาน กาญจนะผลิน และกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกันจัดงานคอนเสิร์ต “๑oo ปี กาญจนะผลิน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และนำเสนอผลงานของ ครูสมาน กาญจนะผลิน (ศิลปินแห่งชาติ) ที่ประพันธ์ทำนองและเรียบเรียงเสียงประสานมากกว่า ๓,๐๐๐ เพลง ร่วมกับผู้ประพันธ์คำร้องที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน





คุณจิรวุฒิ กาญจนผลิน
ภาพจาก manager.co.th






คุณศรีไสล สุชาติวุฒิ และ คุณสุเมธ องอาจ
ภาพจาก manager.co.th



คอนเสิร์ต “๑oo ปี กาญจนะผลิน” เพลงวาน สมาน กาญจนะผลิน นอกจากจะเป็นการแสดงผลงานของคีตศิลปิน ครูสมาน กาญจนะผลิน ศิลปินแห่งชาติผู้ยิ่งยงแล้ว ยังจะเป็นงานรำลึกศิลปินและครูเพลงอีกหลายท่านที่เคยร่วมงานกับครูสมานในอดีตที่ผ่านมา นำโดย ๗ ศิลปินแห่งชาติ สวลี ผกาพันธุ์, สุเทพ วงศ์กำแหง, ชาลี อินทรวิจิตร, รวงทอง ทองลั่นธม, ชรินทร์ นันทนาคร, จินตนา สุขสถิตย์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ร่วมด้วย สุเมธ องอาจ, ศรีไศล สุชาตวุฒิ, สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา, อรวี สัจจานนท์ และคณะนักร้องประสานเสียง "กาญจน์กรุง" และ "กระแตไต่ไม้" บรรเลงดนตรีโดยวง "กาญจนะผลิน" ควบคุมโดย  จิรวุฒิ กาญจนะผลิน และวงดนตรีไทย "กอไผ่" ควบคุมโดย ชัยภัคร ภัทรจินดา


คอนเสิร์ตแสดงวันอาทิตย์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.oo น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา ๒,๕oo, ๒,ooo, ๑,๕oo, ๑,ooo และ ๕oo บาท เปิดจำหน่ายบัตรแล้วที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา o-๒๒๖๒-๓๔๕๖.





ภาพจาก เฟซบุค thaidrama.net 
    





ภาพจาก เฟซบุคอรวี สัจจานนท์ "อันเป็นดวงใจ"



ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๕๗
thaipost.net



ศิลป์สโมสร : ๑oo ปี สมาน กาญจนะผลิน











นสพ.คม ชัด ลึก ฉบับวันนี้ (๒๘ ส.ค.) คอลัมน์ "เป็นคุ้ง เป็นแคว"
คุณเคน สองแควเขียนถึงคอนเสิร์ตนี้ เอาลงบล็อกไว้ด้วยกันค่ะ






ถ้าเอ่ยถึงเพลงไทยสากล หรือเพลงลูกกรุงที่ไพเราะคุ้นหูคนไทยมายาวนานจนถึงปัจจุบัน ต้องมีชื่อของศิลปินแห่งชาติ ครูสมาน กาญจนะผลิน อยู่ในเบื้องหลังเพลงนั้น ๆ ด้วย ครูสมานเป็นศิลปินที่ประพันธ์ทำนองเพลง เรียบเรียงเสียงประสาน ไว้มากมายกว่า ๓,ooo เพลง ตัวอย่างเช่นเพลง “รักคุณเข้าแล้ว” “อาลัยรัก” "จูบเย้ยจันทร์" "ท่าฉลอม" "แสนแสบ" ฯลฯ และในปีนี้ครบรอบ ๑oo ปี ที่ตระกูลดนตรีไทยของครูที่ได้รับพระราชทานนามสกุล “กาญจนะผลิน” จากรัชกาลที่ ๖


๗ กันยายนนี้ จะมีงานใหญ่ คอนเสิร์ต “ ๑oo ปี กาญจนะผลิน” ที่หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในงานแถลงข่าวที่ผ่านมา มีศิลปินแห่งชาติ ชาลี อินทรวิจิตร, สุเทพ วงศ์กำแหง, สวลี ผกาพันธ์, รวงทอง ทองลั่นทม, จินตนา สุขสถิตย์ ซึ่งได้เคยผ่านการร่วมงานกับครูสมานมาแล้วทั้งสิ้น ศิลปินบางท่านถึงกับกล่าวว่า ถ้าไม่มีครูสมานก็คงไม่มีชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้


ครูสมาน กาญจนผลิน ได้รับการเชิดชูให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) เมื่อปี ๒๕๓๑ ครูเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๓๘ เมื่ออายุ ๗๔ ปี ซึ่งถ้าครูยังไม่จากไป ปีนี้ท่านจะมีอายุ ๙๓ ปี


แต่บทเพลงของครูนั้น ยังอยู่คู่แผ่นดินไม่ได้จืดจางห่างหายไป โดยครูสมานมีนักแต่งเพลงและประพันธ์ทำนองมีบทเพลงร่วมกับครูเพลงมากมาย ทั้งครูไพบูลย์ บุตรขัน ครูสนิท ศ. ครูชาลี อินทรวิจิตร ครูไสล ไกรเลิศ ครูศรีสวัสดิ์ วิจิตรวรการ ครูแก้ว อัจฉิยะกุล ครูสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ครูเกษม ชื่นประดิษฐ์ ครูสุรัฐ พุกกะเวส ครูเอิบ ประไพเพลงผสม ครูอิงอร ครูพรพิรุณ ฯลฯ ท่านจึงมีผลงานคุณภาพมากมาย และในคอนเสิร์ตนี้จะมีความได้เปรียบคือ มีความหลากหลายของเพลงที่นำมาแสดงเพราะครูได้ร่วมงานกับนักประพันธ์เพลงหลายท่านนั่นเอง จะกล่าวกันไปแล้ว เพลงของครูนำมาจัดคอนเสิร์ตสัก ๑oo ปี ไม่ซ้ำเพลงกันเลยก็ได้


ความเป็นอัจฉริยะอีกประการของครูสมานนอกจากท่านเป่าทรัมเปตได้เก่งกาจแล้ว ครูยังเป็นผู้ที่ผสมผสานดนตรีไทยกับสากลเข้ากันได้อย่างกลมกลืน อาทิเพลง "ท่าฉลอม" "แสนแสบ" "วิหคเหิรลม" "ง้อรัก" "จูบเย้ยจันทร์" "นกเขาคูรัก" "สัญญารัก" ฯลฯ


ดังนั้นในคอนเสิร์ตจะมีการบรรเลงดนตรีโดย “วงกาญจนะผลิน” โดยลูกชายของครู คือ คุณจิรวุฒิ กาญจนะผลิน กับวงดนตรีไทย “กอไผ่” จะนำเพลง “ชเวดากอง” ของศิลปินแห่งชาติ ครูบุญยงค์ เกตุคง มาบรรเลงร่วมกัน หรือจะเรียกว่ามาฟีเจอริ่งกันแบบคนสมัยใหม่ก็ได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสุดยอดของคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่หาชมได้ยาก


คอนเสิร์ต “๑oo ปี กาญจนะผลิน” นอกจากศิลปินแห่งชาติแล้วยังมีนักร้องคุณภาพ อาทิ ศรีไศล สุชาตวุฒิ อรวี สัจจานนท์ สุเมธ องอาจ โจ้ สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา พิศมัย วิไลศักดิ์ (เป็นนักแสดงที่ขับร้องเพลงครูสมานไว้มากมาย)


นอกจากศิลปินระดับครูแล้ว ยังมีคณะนักร้องประสานเสียง “กาญจน์กรุง” และ “กระแตไต่ไม้” มาร่วมแสดงพร้อมมีจินตลีลา แสงสีเสียงเต็มรูปแบบ โดยคอนเสิร์ตจะเริ่มเวลา ๑๔.oo น. เป็นต้นไป นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับบทเพลงดี ๆ ของไทยเราแล้ว ยังได้ร่วมทำกุศล เพราะรายได้ส่วนหนึ่ง สมทบกองทุน “ครูสมาน กาญจนะผลิน” ในกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และเพื่อบูรณะพระราชวังพญาไท ผู้ที่ยังไม่มีบัตร รีบจับจองได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ หรือ มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทฯ ก่อนที่บัตรจะเต็มเสียก่อน



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

บ่อน้ำทิพย์


บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๓๒
เสพงานศิลป์ ๑๓๓



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 21 สิงหาคม 2557    
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 9:28:34 น.  

Candle in the Wind


8

พระฉายาลักษณ์จาก s1.zetaboards.com


Candle in the Wind (Lady Diana's Funeral '97) - Elton John





lozocatlozocatlozocat


Candle In The Wind
คำร้อง-ทำนอง Elton John และ Bernie Taupin


Goodbye England's rose
ลาก่อน กุหลาบงามแห่งอังกฤษ

May you ever grow in our hearts
พระองค์จะสถิตย์ในใจพวกเราตลอดไป

You were the grace that placed itself
พระองค์คือความงดงามที่ตราตรึง

Where lives were torn apart
ในที่ซึ่งชีวิตถูกพรากไป

You called out to our country
พระองค์ทรงเรียกหาประเทศของเรา

And you whispered to those in pain
และทรงกระซิบปลอบเหล่าผู้ทุกข์ทน

Now you belong to heaven
บัดนี้ทรงเป็นของสรวงสวรรค์

And the stars spell out your name
และหมู่ดาวจะเรียกขานพระนามท่าน



And it seems to me you've lived your life
และนั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าพระองค์ยังทรงมีชีวิตอยู่

Like a candle in the wind
เฉกเช่นเปลวเทียนกลางสายลม

Never fading with the sunset
ที่ไม่่เคยวูบลับดับหายในยามตะวันรอน

When the rain set in
ยามเมื่อฝนพรมสาย

And your footsteps will always fall here
รอยพระบาทของพระองค์จะปรากฏตลอดไป

Along England's greenest hills
เคียงคู่หุบเขาอันเขียวขจีของอังกฤษ

Your candle's burned out long before
แม้แสงเทียนแห่งชีวิตพระองค์จะมอดดับไปเนิ่นนาน

Your legend ever will
หากตำนานของท่านจะไม่เสื่อมทรามตามลง



Loveliness we've lost
เราสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก

These empty days without your smile
วันเวลาว่างเปล่าเมื่อไร้รอยพระสรวลของพระองค์

This torch we'll always carry
เราจะชูคบเพลิงนี้ไว้เสมอ

For our nation's golden child
เพื่อนำทางแก่ลูกหลานของเรา

And even though we try
และไม่ว่าเราพยายามแค่ไหน

The truth brings us to tears
ความจริงก็ทำให้เราต้องร่ำไห้

All our words cannot express
ไม่มีคำพูดใดจะบรรยายความรู้สึก

The joy you brought us through the years
ถึงความสุขที่พระองค์ทรงมอบให้พวกเราในห้วงเวลาที่ผ่านมา



And it seems to me you've lived your life
Like a candle in the wind
Never fading with the sunset
When the rain set in
And your footsteps will always fall here
Along England's greenest hills
Your candle's burned out long before
Your legend ever will



Goodbye England's rose
ลาก่อน กุหลาบงามแห่งอังกฤษ

May you ever grow in our hearts
พระองค์จะสถิตย์ในใจพวกเราตลอดไป

You were the grace that placed itself
พระองค์คือความงดงามที่ตราตรึง

Where lives were torn apart
ในที่ซึ่งชีวิตถูกพรากไป



Goodbye England's rose
ลาก่อน กุหลาบงามแห่งอังกฤษ

From a country lost without your soul
จากประเทศที่สูญเสีย ไร้ซึ่งวิญญาณของพระองค์

Who'll miss the wings of your compassion
จากคนที่จะรำลึกถึงอ้อมกอดแห่งความเมตตาของพรองค์

More than you'll ever know
มากเกินกว่าที่พระองค์จะทรงหยั่งรู้



And it seems to me you've lived your life
Like a candle in the wind
Never fading with the sunset
When the rain set in
And your footsteps will always fall here
Along England's greenest hills
Your candle's burned out long before
Your legend ever will


เนื้อเพลงและคำแปลจาก
umarin.com
top-manga.darkbb.com

lozocatlozocat



อาทิตย์นี้ให้ฟังเพลงฝรั่งค่ะ เมื่อปลายเดือนที่แล้วได้อ่านคอลัมน์เพลงที่ คุณวิภว์ บูรพาเดชะ เขียนถึงเพลงโปรด "Candle in the Wind" อ่านแล้วนึกถึงเจ้าหญิงไดอานา รู้สึกเหมือนว่าเพระองค์เพิ่งสิ้นพระชนม์ไปไม่นาน ทั้งที่เวลาผ่านไปตั้ง ๑๗ ปีแล้ว (ใน วิกิ บอกว่าเป็นวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔o)


เนื้อเพลงเป็นเพลงเก่าที่นำมาดัดแปลงเพื่อร้องในงานพระศพของเจ้าหญิง ต้องชมคุณทอพิน นักแต่งเพลงคู่บุญของท่านเเซอร์ที่แปลงเนื้อออกมาได้ทั้งเพราะและเศร้ามาก งวดนี้หาเนื้อเพลงไม่ยาก แต่คำแปลที่ถูกใจไม่ค่อยมี ชอบอยู่สองเวบ เอามายำรวมกันแล้วแปลออกมาอีกที



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๑๔
เสพงานศิลป์ ๑๑๕









10

พระฉายาลักษณ์จาก charismalive.com



"ส่งแสงสว่างจ้า ทว่าไม่อาจอยู่ยืนยง"
โดย วิภว์ บูรพาเดชะ



มีบทเพลงอยู่เพลงหนึ่ง ถูกอุทิศให้ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกสองคน 
         
เพลง ๆ นี้ชื่อว่า Candle in the Wind

 
         
Candle in the Wind ขับร้องและแต่งทำนองโดยเอลตัน จอห์น นักร้องชื่อดังของโลก เขียนเนื้อโดยเบอร์นี ทอพิน นักแต่งเพลงคู่หูที่จับคู่สร้างงานและแจ้งเกิดด้วยกันมาตั้งแต่เพลง Your Song เมื่อปี ๑๙๗o เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มที่ชื่อว่า Goodbye Yellow Brick Road ที่ออกเมื่อปี ๑๙๗๓ ซึ่งอลังการขนาดที่ออกเป็นอัลบั้มคู่ และนับเป็นหนึ่งในงานที่อยู่ในช่วงพีคของ เอลตัน จอห์น ในยุคแรก ๆ 





ภาพจาก sheetmusicplus.com


Goodbye Yellow Brick Road (1973) - Elton John


 
         
เบอร์นี ทอพิน เคยให้สัมภาษณ์ว่าชื่อเพลง "เปลวเทียนในสายลม" ได้แรงบันดาลใจมาจากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ที่พูดถึงชีวิตของ เจนิส จอปลิน นักร้องสาวเจ้าของเสียงทรงพลังแหบพร่าผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทอพินบอกว่าวลีนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากเขียนเพลงถึงเหล่าคนดังผู้มีชีวิตวูบไหว คนประเภทที่ส่งแสงสว่างจ้าแต่ทว่าไม่อาจอยู่ยืนยง แล้วเขาก็เลือกเอาชีวิตของ มาริลีน มอนโร มาบันทึกไว้ในเพลง
 
         
“ลาก่อน นอร์มา จีน ...แม้ฉันจะไม่เคยรู้จักเธอเลย” 





เจ้าหญิงไดอานาและเซอร์เอลต้นในงานศพเวอร์ซาเชที่อิตาลี
ภาพจาก letsrollforums.com

 
         
ประโยคแรกของเพลงเอ่ยถึงชื่อจริง นามสกุลจริง ของ มาริลีน มอนโร เหมือนจะเป็นการพยายามสื่อสารกับตัวตนจริง ๆ ของเธอ ก่อนจะพรรณาความรู้สึกและมุมมองที่ทอพินมีต่อชีวิตของซูเปอร์สตาร์คนนี้ แต่เขาไม่ได้บันทึกถึงข่าวฉาว สีสันของฮอลลีวู้ด ชีวิตรักกับผู้ชายหลายคน และกระทั่งผลงานหนังและเพลงจำนวนมากก็ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในบทเพลง ทอพินเพียงเลือกเขียนถึงความเปลี่ยวเหงาและความสับสนที่ มาริลีน มอนโร ต้องเผชิญหน้าเป็นหลัก
 
         
“ความเหงานั้นเป็นเรื่องหนักหน่วง เป็นบทหนักที่สุดที่เธอเคยเล่น 
 
         
ฮอลลีวู้ดสร้างซูเปอร์สตาร์ และความเจ็บปวดคือราคาที่เธอต้องจ่าย”





เอลตัน จอห์น และ เบอร์นี ทอพิน
ภาพจาก telegraph.co.uk

          
         
ทอพิน กับ จอห์น ยังเล่าเลยไปถึงความตายที่สื่อมวลชนพากันใส่สีตีข่าว และยังออกตัวว่าเพลงนี้เป็นเพียงมุมมองจากเด็กน้อยคนหนึ่งถึง มาริลีน มอนโร เป็นการรำลึกถึงเปลวเทียนอันรุ่งโรจน์ที่ดับหายไปนานแล้ว
 
         
Candle in the Wind เป็นเพลงฮิตเพลงหนึ่งของ เอลตัน จอห์น มันขึ้นไปถึงอันดับสูงในชาร์ตเพลง ด้วยความที่เป็นเปียโนบัลลาร์ดที่เศร้าสร้อยแต่ไพเราะเหลือหลาย แถมเนื้อเพลงยังพูดถึงการอำลาและระลึกถึง มันจึงถูกเอาไปเล่นเป็นเพลงปิดท้ายคอนเสิร์ตของ เอลตัน จอห์น หลายต่อหลายครั้ง





ภาพจาก eltonjohnallsongslist.blogspot.com

 
         
แต่เพลงนี้มาโด่งดังระดับโลกจริง ๆ เมื่อคู่หูนักแต่งเพลงคู่นี้ตัดสินใจนำมันมาเปลี่ยนเนื้อเพลง แล้วมอบมันให้เจ้าหญิงไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ผู้เสียชีวิตในวัยเพียง ๓๖ ปี ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์จากการขับรถหนีการตามล่าของปาปารัซซี่





ภาพจาก wikipedia.org

 
         
คราวนี้มุมในเพลงไม่ได้มองมาจากสายตาของเด็กน้อยอีกแล้ว เพราะเอลตัน จอห์น นั้นมีสถานะเป็นพระสหายคนหนึ่งของเจ้าหญิงไดอาน่าด้วย เขาเป็นคนโทรไปบรีฟให้ เบอร์นี ทอพิน ปรับเนื้อเพลงเป็นเวอร์ชั่นใหม่หลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมไม่นาน
 
         
“ลาก่อนกุหลาบอังกฤษ ขอให้เธองอกงามในใจของเรา...” 





ภาพจาก markandrews.edublogs.org

 
         
ประโยคแรกเริ่มของเพลงถูกปรับเปลี่ยนมาใช้สัญลักษณ์ดอกกุหลาบแทนความงดงามของชีวิตและในจริยวัตรของเจ้าหญิงไดอาน่า ก่อนจะพรรณาต่อไปถึงความเศร้าโศกอาลัย ถ้อยคำที่ดีงามอย่าง ดวงดาว สรวงสวรรค์ และรอยยิ้ม ถูกนำมาใส่ไว้ในบทเพลงอย่างเหมาะเจาะ





ภาพจาก onlinesheetmusic.com

 
         
ทอพิน และ จอห์น ไม่ได้กล่าวถึงการอภิเษกสมรสที่งดงามราวเทพนิยาย ไม่ได้เขียนถึงชีวิตรักที่แตกร้าว ไม่ได้พูดถึงการเป็นผู้นำแฟชั่น หรือพระกรณียกิจของพระองค์ที่ทำเพื่อคนยากไร้และผู้ป่วย อาจเพราะเรื่องเหล่านั้นเป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว บทเพลงนี้จึงบรรจุไว้เพียงความเศร้าและการระลึกถึงเป็นหลัก
 
         
“แม้เราจะพยายาม แต่ความจริงก็ยังทำให้เราหลั่งน้ำตา
ถ้อยคำใดไม่อาจใช้พร่ำบรรยาย ถึงความสุขตลอดหลายปีที่เธอนำมาให้เรา”





เอลตันร้องเพลงวถวายอาลัยต่อเจ้าหญิงไดอานา
ภาพจาก markandrews.edublogs.org

 
         
เอลตัน จอห์น ขับร้องเพลงนี้ในงานพระศพของเจ้าหญิงไดอาน่าเพียงครั้งเดียว แต่สำหรับคนทั่วไปที่อยากฟังเพลงนี้อีก เอลตัน จอห์น ก็จัดทำซีดีเพลงนี้ออกจำหน่าย โดยนำรายได้มอบให้กับมูลนิธิของเจ้าหญิงไดอาน่า แล้วมันก็ขายดิบขายดีขนาดที่กลายเป็นซิงเกิ้ลที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก



16

มาริลีน มอนโร
ภาพจาก thefashiontag.wordpress.com

 
         
น่าสังเกตว่า แม้เพลงนี้จะมีสองเวอร์ชั่นอุทิศให้กับผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกสองคน เป็นชีวิตที่ต่างกัน คือเป็นดาราฮอลลีวู้ด กับ เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์อังกฤษ แต่ต่างก็เป็น "เปลวเทียนในสายลม" เหมือนกัน
 
         
ที่น่าสนใจก็คือ การที่ Candle In The Wind เป็นดังระดับโลกเพลงหนึ่ง ถูกขับร้อง เปิดออกอากาศ เปิดฟัง และกล่าวขวัญถึงอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะมันพูดถึงคนที่เป็นแรงบันดาลใจ ผู้จากไปก่อนวัยอันควร





ภาพจาก pianosheetmusiconline.com

 

ไม่ว่าเราจะเป็นอีกคนที่มองคนเหล่านี้จากมุมไหน จากมุมของเด็กน้อย มิตรสหาย ศัตรู นักข่าว หรือเพียงมุมมองของผู้เสพสีสันจากข่าวฉาว เราก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าแม้คนเหล่านี้จะไม่อาจอยู่ยืนยาว แต่แสงสว่างจากเรื่องราวของพวกเขาก็จะถูกนำมาเล่าขาน 
 

แล้วเราก็ชอบฟังเรื่องเล่า หรือแม้แต่บทเพลงจากเรื่องราวของพวกเขาอยู่เรื่อยไป



Candle In the Wind (Goodbye Norma Jean) - Elton John







ภาพจาก layoutsparks.com



ข้อมูลจากคอลัมน์ "มองผ่านเลนส์คม"
นสพ.คม ชัด ลึก ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๗
komchadluek.net













ภาพจาก lahydracomparte.blogspot.com



เซอร์เอลตัน เฮอร์คูลีส จอห์น (อังกฤษ: Sir Elton Hercules John) เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๗ เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ชาวอังกฤษ เอลตัน จอห์นอยู่ในวงการเพลงมานาน ๔ ทศวรรษ ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงยุค ๗o มียอดขายรวม ๕๕o ล้านชุด มีเพลง Top 40 ในอเมริกามากกว่า ๒oo เพลงรวมถึงมีอัลบั้มอันดับ ๑ เจ็ดอัลบั้มติดต่อกัน มีเพลงติด Top 40 ๒๓ เพลง, มีเพลงติด Top 10 ๑๖ เพลง และเพลงอันดับ ๑ หกเพลง


เพลงดังที่เป็นที่รู้จักอย่าง ยัวร์ซอง (Your Song) และเพลงประกอบภาพยนตร์ “เดอะ ไลออนคิง” ล่าสุดเอลตันจอห์นได้ เข้าพิธีวิวาห์กับนาย “เดวิด เฟอร์นิช” แฟนหนุ่มนักสร้างภาพยนตร์ชาวแคนาดา วัย ๔๓ ปี เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ค.ศ. ๒oo๕ หลังอังกฤษเปิดโอกาส ให้คู่รักร่วมเพศจดทะเบียนรับรอง การครองชีวิตคู่ได้ตามกฎหมาย “ซีวิล พาร์ตเนอร์ชิป” ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ ๕ ธันวาคม


ค.ศ. ๑๙๙๗ เอลตัน จอห์น ได้ดัดแปลงเนื้อร้องของเพลง "Candle in the Wind" เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับการจากไปของเจ้าหญิงไดอานา เขาได้แสดงเพลงนี้ในพิธีศพของเจ้าหญิง ณ วิหารเวสต์มินสเตอร์ หลังจากนั้น ซิงเกิล "Candle in the Wind 1997" ได้กลายเป็นซิงเกิ้ลที่ทำยอดขายได้เร็วที่สุดตลอดกาลด้วยยอดขายกว่า ๓o ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก รายได้ประมาณ ๕๕ ล้านปอนด์จากการขายซิงเกิ้ลนี้ได้มอบให้กับกองทุน Diana, Princess of Wales Memorial Fund นอกจากนี้ เขายังได้รับรางวัลแกรมมี่สาขา Best Male Pop Vocal Performance จากซิงเกิลนี้อีกด้วย เอลตัน จอห์น ได้รับการจารึกชื่อไว้ในหอเกียรติยศศิลปินร็อกแอนด์โรลใน ค.ศ. ๑๙๙๔ ซึ่งเป็นปีแรกที่เขาได้รับการเสนอชื่อ


เมื่อปี ๑๙๙๒ เขากับเบอร์นี่ ทอพิน ได้รับการจารึกชื่อไว้ในหอเกียรติยศนักแต่งเพลง ในปี ๑๙๙๕ เอลตัน จอห์น ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งสหราชอาณาจักร และในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๑๙๙๘ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๒ ได้ทรงแต่งตั้งให้เขาเป็นอัศวิน อีกทั้งยังพระราชทานยศให้เขาเป็นท่านเซอร์ ในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒oo๖ บริษัทวอลต์ ดีสนีย์ได้ประกาศให้เอลตัน จอห์น เป็นตำนานแห่งดีสนีย์ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติสูงสุดที่ทางดีสนีย์มอบให้เขา ในฐานะที่เขาได้สร้างผลงานเพลงเลื่องชื่อมากมายให้กับภาพยนตร์และงานละครของดีสนีย์ เอลตัน จอห์น พิชิตบัลลังก์เพลงป็อปมาไว้ในมือได้แล้ว


ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย





ภาพจาก gagful.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณจอมแก่นแสนซน ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ lozocat


Free TextEditor




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2557 23:42:30 น.  

ลุ่มเจ้าพระยา




ภาพจาก thailandtoursbooking.com


ลุ่มเจ้าพระยา - ชรินทร์ นันทนาคร







ลุ่มเจ้าพระยา
คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง นารถ ถาวรบุตร


ลุ่มเจ้าพระยาเห็นสายธารา ไหลล่อง
เพียง...แต่มองหัวใจให้ป่วน
น้ำไหลไปมักไม่ไหลทวน
ชีวิตเราไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน


เรา...เกิดมา ผูกใจรักกันดีกว่า
เพราะว่าชีวาแสนสั้น
เรา...อย่าได้ สะเทือนหัวใจต่อกัน
ทิ้งชีวิตอันสุขใจ


อย่าแตกกันเลยรักไว้ชมเชย ชิดมั่น
จง...ผูกพันรักกันด้วยใจ
ขอจงเป็นเหมือนเช่นนกไพร
ที่เหินบินคู่กันไป...หัวใจคู่กัน








ภาพจาก กระทู้คืนชีวิตสู่สายน้ำแห่งแผ่นดิน......เจ้าพระยา



'ลุ่มเจ้าพระยา'
หยดน้ำจากฟ้า สายธาราไหลล่อง ให้ปองผูกพัน



แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายหลักสายหนึ่งของประเทศไทย เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำแควทั้ง ๔ สายของภาคเหนือ คือ ปิง วัง ยม น่าน ที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นไหลลงไปทางทิศใต้ ผ่านจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ก่อนจะออกสู่อ่าวไทยที่ปากน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างเขตตำบลท้ายบ้าน ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ





ต้นน้ำเจ้าพระยา
ภาพจาก panoramio.com



แต่กว่าจะรวมกันเป็นสายน้ำแห่งชีวิตและจิตวิญญาณของชนชาวไทยกว่า ๖๔ ล้านคนในวันนี้ ก็ต้องใช้หยดน้ำจากฟ้าหลายล้าน ๆ หยด ผ่านกาลเวลาและการสั่งสมอย่างยาวนานจากโบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับการไหลรวมของชีวิตที่หลากหลายเผ่าพันธุ์บนแผ่นดินไทย จากเหนือจรดใต้ และจากตะวันออกถึงตะวันตก กว่าจะหลอมรวมชีวิตมาเป็นคนไทย และประเทศไทยในวันนี้





ดอยเชียงดาว
ภาพจาก panoramio.comchiangdao.net



แม่น้ำปิง มีต้นน้ำอยู่ที่ดอยเชียงดาวในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ไหลลงทางใต้ผ่านจังหวัดลำพูนรวมกับแม่น้ำวังที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ไหลลงใต้ผ่านจังหวัดกำแพงเพชร แล้วบรรจบกับแม่น้ำน่านที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และจากจุดนี้ไปก็เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา


แม่น้ำวัง เป็นแม่น้ำที่เกิดในเทือกเขาผีปันน้ำในเขตจังหวัดเชียงราย ไหลไปรวมกับแม่น้ำปิงที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ก่อนจะไหลไปรวมกับแม่น้ำน่านที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา





แม่น้ำปิง
ภาพจาก oknation.net



แม่น้ำยม เป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดอยู่ในป่าดงดิบสูงชันสลับซับซ้อนบนเทือกเขาซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดเชียงราย พะเยา และแพร่ กระแสน้ำไหลผ่านที่ราบสูงของจังหวัดแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร ไปบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนแม่น้ำน่านจะไปรวมกับแม่น้ำปิง ที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์ เกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา





จังหวัดนครสวรรค์
ภาพจาก travel.mthai.com



แม่น้ำน่าน มีต้นกำเนิดอยู่ในเทือกเขาหลวงพระบาง จังหวัดน่าน มีความยาวตลอดลำน้ำ ๗๔o กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดในบรรดาแควต้นน้ำเจ้าพระยาด้วยกัน นับเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักในภาคเหนือและภาคกลางของไทย โดยได้ไหลไปรวมกับแม่น้ำปิง กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญสายหนึ่งของประเทศ





ครูนารถ ถาวรบุตร
ภาพจาก saisampan.net



เพลง "ลุ่มเจ้าพระยา" เป็นผลงานชิ้นเอกของ ครูนารถ ถาวรบุตร และ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เป็นเพลงเอกในละครและภาพยนตร์เรื่อง "ลุ่มเจ้าพระยา" ของ บริษัทภาพยนตร์ศรีกรุง ผู้บันทึกเสียงต้นฉบับครั้งแรกเป็นคู่พระคู่นาง คือ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ และ ประชุม พุ่มศิริ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๙๔


ลุ่มเจ้าพระยา - สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ และ ประชุม พุ่มศิริ







คุณสุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
ภาพจาก saisampan.net



เป็นที่ทราบกันดีในวงการยุคนั้นว่า เพลงนี้ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล แต่งขึ้นจากแรงบันดาลใจในเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับเรื่องราวหมางใจกันระหว่าง ครูนารถ ถาวรบุตร และ ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการแต่งเพลงมาร์ชเพลงหนึ่ง คือเพลงที่ชื่อ "ไทยไม่ทำลายไทย" ซึ่ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีคำสั่งให้กรมโฆษณาการ ซึ่งทั้งครูนารถและครูเอื้อต่างรับราชการอยู่ด้วยกันในขณะนั้นแต่งขึ้น ซึ่งปรากฏว่าเพลงที่ ครูนารถ ถาวรบุตร แต่งทำนองให้นั้น ไม่เป็นที่ถูกใจของผู้ออกคำสั่งจากกรมโฆษณาการ ครูเอื้อ สุนทรสนาน จึงต้องแต่งขึ้นใหม่อีกทำนองหนึ่งตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เป็นเหตุให้ ครูนารถ ถาวรบุตร น้อยใจและลาออกจากกรมโฆษณาการไปในครั้งนั้น





ภาพจาก saisampan.net



เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องราวสะเทือนใจกันอยู่นานมากในบรรดาหมู่มิตรของทั้งสองคน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านักดนตรีระดับบรมครูคู่นี้คบกันและร่วมงานกันมานาน และต่างก็รักใคร่สนิทสนมกันมากที่สุด ครูนารถนั้นอายุมากกว่าครูเอื้อ ๕ ปี เป็นผู้ที่ครูเอื้อเองปรารภอยู่เสมอมาว่าเป็นทั้งพี่และเป็นทั้งครู แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าจากเพลงมาร์ชที่ชื่อ "ไทยไม่ทำลายไทย" ได้ทำลายมิตรภาพของทั้งสองคนไปอย่างไม่มีวันเอากลับคืนมาได้ จนกระทั่งถึงวันที่ต้องตายจากกัน





ครูแก้ว อัจฉริยกุล และ ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ภาพจาก บล็อกลุงแว่น



แม้ในเวลาต่อมาอีกประมาณสิบปีที่ผ่านไป จะมีเพลง "ลุ่มเจ้าพระยา" ซึ่ง ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ได้จงใจและบรรจงเขียนเนื้อร้องขึ้นเพื่อหวังจะเตือนใจและสมานรอยร้าวในอดีตให้กับทั้งสองคน แต่ก็ไม่สามารถจะเยียวยาหรือเปลี่ยนแปลงให้เหตุการณ์หวนกลับมาสู่ถนนแห่งมิตรภาพดังเดิมได้อีก


"ลุ่มเจ้าพระยาเห็นสายธาราไหลล่อง

เพียงแต่มองหัวใจให้ป่วน

น้ำไหลไปมักไม่ไหลทวน

ชีวิตเราไม่มีหวน...ไม่กลับทวนเหมือนกัน..."



ต่อมามีต้นฉบับใหม่ให้ได้ฟังกันอีกหลายต้นฉบับ ที่คุ้นหูกันดีต้นฉบับหนึ่ง ก็คือต้นฉบับที่ร้องโดยศิลปินแห่งชาติ จินตนา สุขสถิตย์





คุณจินตนา สุขสถิตย์
ภาพจาก plengpakjai.net




ลุ่มเจ้าพระยา - จินตนา สุขสถิตย์




ยามใดที่สังคมไทยมีปัญหาความร้าวรานภายในประเทศ เพลง "ลุ่มเจ้าพระยา" ก็ยังเป็นอีกหนึ่งความหวังของคนไทย ที่ยังมีความเชื่อ ความหวัง และความรัก ทุกคนก็ยังพร้อมที่จะฟังเพลงนี้ และพร้อมที่จะตั้งตารอวันที่คนไทยจะรักกันด้วย "หัวใจไทย" อีกครั้ง.





ภาพจากบล็อกคุณ yyswim



ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์ ๑๑-๑๗ ส.ค. ๒๕๕๖
thaipost.net




บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

เพลงรักฤดูร้อน



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๑๒



เสพงานศิลป์สองบล็อกที่งานยังจัดอยู่

เสพงานศิลป์ ๑๑o
เสพงานศิลป์ ๑๑๑




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 23 มิถุนายน 2557    
Last Update : 24 มิถุนายน 2557 17:51:47 น.  

เชียงรายรำลึก




ยามค่ำริมน้ำกก จ.เชียงราย
ภาพจาก decembertown.com



เชียงรายรำลึก - สุริยัน บุญยศ







เชียงรายรำลึก
คำร้อง-ทำนอง โกวิท เกิดศิริ


ณ ราตรีหนึ่ง  ซึ่งยังฝังใจ  เชียงรายฟ้าแจ่ม


คืนนั้นวาวแวม  ด้วยแสงจันทรา  นภาสดใส


ริมน้ำกกเย็น  ด้วยลมพลิ้วผ่าน  ซ่านซึมผิวกาย


คืนนั้นเชียงราย  มีเธอแหละฉัน  ร่วมสัมพันธ์ไม่คลาย
   



หนาวเย็นลมยิ่ง  เราอิงซบกัน  ดวงจันทร์คล้อยต่ำ


คืนนั้นยังจำ  ริมน้ำราตรี  ที่มีจันทร์ฉาย
 

ไฉนมาลืม  รักเราเคยสร้าง  ริมฝั่งเชียงราย


เมื่อคืนเดือนหงาย  นิยายสวาท  บาดหัวใจไม่ลืม








ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย
ภาพจาก บล็อกคุณสายหมอกและก้อนเมฆ




"เชียงรายรำลึก" เพลงรักโต้ลมหนาว



“ณ ราตรีหนึ่ง ซึ่งยังฝังใจ เชียงรายฟ้าแจ่ม
 

คืนนั้นวาวแวม ด้วยแสงจันทรา นภาสดใส


ริมน้ำกกเย็น ด้วยลมพลิ้วผ่าน ซ่านซึมผิวกาย


คืนนั้นเชียงราย มีเธอแหละฉัน ร่วมสัมพันธ์ไม่คลาย...”



นี่คือเพลงไทยสากลที่ดังไปทั่วโลกเพลงหนึ่ง ไม่ว่าคนไทยจะอยู่มุมไหนของโลก ก็มักจะได้ยินหรือร้องเพลงนี้ได้  ทุกเวลาที่คิดถึงเมืองไทย โดยเฉพาะลมหนาวที่เคยสัมผัสที่จังหวัดเชียงราย อันเป็นจังหวัดชายแดนเหนือสุดของประเทศไทย





วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย
ภาพจาก บล็อกคุณสายหมอกและก้อนเมฆ
  


ผู้แต่งเพลงนี้ ทั้งคำร้องและทำนอง คือ โกวิท เกิดศิริ เป็นชาวอยุธยาโดยกำเนิด แต่มาเติบโตที่กรุงเทพมหานคร  โกวิท เกิดศิริ เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๔๗๗ เป็นอดีตทหารอากาศแห่งกองบินยุทธการ กองทัพอากาศ ดอนเมือง  ภายหลังได้ออกจากราชการทหารมาเป็นนักดนตรีอาชีพเต็มตัว เพราะความรักในวิชาดนตรีมาตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือ  อยู่ที่โรงเรียนวัฒนศิลป์วิทยาลัย สถานศึกษาย่านประตูน้ำ  เครื่องดนตรีคู่กายและคู่ใจของเขาคือ แซ็กโซโฟน



10

พระตำหนักดอยตุง จ.เชียงราย
ภาพจาก mydressshops.com

   


ก่อนจะออกจากราชการทหาร ได้แต่งเพลงแรกและบันทึกเสียงไว้แล้ว เป็นเพลงที่มีความไพเราะเพลงหนึ่ง ซึ่งขับร้องบันทึกเสียงโดย ชรินทร์ นันทนาคร ชื่อเพลง “วณิพกเพ้อ” หลังออกจากราชการเมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๓ โกวิทก็ตระเวนเล่นดนตรีไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคดนตรีไนต์คลับ ซึ่งถือเป็นยุคทองของธุรกิจดนตรีทั่วโลก





ครูโกวิท เกิดศิริ
ภาพจาก บล็อกคุณกรมกุชะ

   


ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๑๖ ก่อนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ระหว่างที่ โกวิท เกิดศิริ เป็นนักดนตรีประจำอยู่ที่ "ภูเก็ตราตรี" ไนต์คลับชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ตในยุคนั้น เขาได้แต่งเพลงให้กับตัวเองอีกสองเพลง คือเพลง "ร้อยชู้" และ “รักพี่มีบาป” แล้วนำออกร้องในไนต์คลับที่เขาทำงานอยู่ทุกคืน จนมีเสียงเลื่องลือมาถึงกรุงเทพฯ  ทำให้ สุริยัน บุญยศ นักร้องหนุ่มที่ไม่มีใครรู้จักต้องเดินทางไปขอฟังถึงจังหวัดภูเก็ต และได้นำทั้งสองเพลงมาบันทึกเสียง  และได้ทำให้ชื่อของ สุริยัน บุญยศ กลายเป็นนักร้องดังคนหนึ่งในยุคนั้น ในเวลาต่อมา





บ้านดำ จ.เชียงราย
ภาพจาก บล็อกคุณก๋า






ภาพวาดฝีมือครูถวัลย์ ดัชนี
ภาพจาก บล็อกคุณก๋า

       


จากนั้นโกวิทก็ย้ายขึ้นภาคเหนือ โดยไปได้งานอยู่ที่ บลูมูนไนต์คลับ ซึ่งเป็นไนต์คลับชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่  ต่อมาเพื่อนของเจ้าของ บลูมูนไนต์คลับ ซึ่งเป็นนายแพทย์และเป็นเจ้าของ ทาไวไลท์ไนต์คลับ ซึ่งเป็นไนต์คลับเปิดใหม่ที่จังหวัดเชียงราย ได้ขอตัวให้ขึ้นไปเล่นดนตรีที่จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งให้ไปเป็นครูผู้ช่วยสอนดนตรีให้กับนักดนตรีในวงดนตรีของโรงพยาบาลจังหวัดเชียงรายด้วย
       


และที่นี่เองได้กลายเป็นที่มาของเพลง “เชียงรายรำลึก” เพลงดังระดับโลก





ตัวเมืองเชียงราย
ภาพจาก picpost.postjung.com






ดอยหัวแม่คำ จ.เชียงราย
ภาพจาก twineye2002.com
      


นักดนตรีหญิงคนหนึ่งในวงดนตรี ซึ่งแต่เดิมกำลังเรียนกีตาร์อยู่ พอเห็นโกวิทนักดนตรีหนุ่มมาสอนแซ็กโซโฟนก็ได้ย้ายมาเรียนแซ็กโซโฟนแทน ทำให้การเรียนเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพราะมาเริ่มเรียนใหม่ ทำให้อาจารย์ผู้สอนต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ทั้งในเวลาและนอกเวลาเรียน จนเริ่มมีเสียงซุบซิบกันไปทั้งวงดนตรี และขยายออกไปทั่วโรงพยาบาล จนในที่สุดนายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลต้องเรียกตัวอาจารย์โกวิทไปพบ และบอกว่า
       


“นี่โกวิท ถึงเวลาที่ผมจะต้องส่งตัวคุณกลับเชียงใหม่แล้วละนะ เพราะว่าพ่อแม่ของผู้หญิงเขาไม่ยอม เขาจะจับคุณแต่งงานกับลูกสาวเขาแล้ว...”



29

ดอกลิลลี่บานในงานเชียงรายดอกไม้งาม ครั้งที่ ๑o
ภาพจาก บล็อกคุณถปรร




30

ภาพจาก บล็อกคุณถปรร

       


ผมก็จำเป็นต้องเป็นฝ่ายยอมย้ายกลับไป บลูมูนไนต์คลับ เชียงใหม่ เพราะขณะนั้นผมเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว  แต่ก่อนวันเดินทางผมขอให้มีงานเลี้ยงส่งเล็ก ๆ ที่ร้านอาหารริมฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งอยู่ใกล้ศาลากลางจังหวัดเชียงรายนั้นเอง





อ่างเก็บน้ำถ้ำเสาหินพญานาค จ.เชียงราย
ภาพจาก บล็อกคุณก๋า

       


หลังรับประทานอาหาร ผมขอตัวเธอจากเพื่อน ๆ ที่มาร่วมเลี้ยงส่ง เพื่อขอตัวเธอไปคุยกันสองต่อสอง  หลังซุ้มต้นกล้วยริมฝั่งแม่น้ำกก ที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย แค่นั้นเองจริง ๆ ที่เรามีคำอำลาและมีโอกาสแนบชิดกันประสาคนรักที่จำต้องจากกัน ไม่มีอะไรอื่นเกินกว่านั้น  เพราะรักของเราเป็นรักที่บริสุทธิ์ใจต่อกันจากใจแท้จริง





ภาพจาก thaimisc.pukpik.com

       


“เชียงรายรำลึก” บันทึกเสียงครั้งแรกโดย สุริยัน บุยศ ต่อมามีผู้นำมาบันทึกเสียงอีกหลายครั้ง ต้นฉบับที่ได้รับความนิยมมากที่สุดต้นฉบับหนึ่งคือต้นฉบับซึ่งขับร้องโดย ศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์กำแหง.





วิวระหว่างทางจากดอยแม่สลองไปไร่ชา ๑o๑
ภาพจาก บล็อกคุณสายหมอกและก้อนเมฆ




ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์ ๒๙ ธ.ค. ๒๕๕๖
thaipost.net




บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

The Passion on Rong Bome Baiya
ในร่มเงาของความทรงจำสีจาง



บล็อกเสพงานศิลป์ล่าสุด

เสพงานศิลป์ ๑๑o


บล็อกเสพงานศิลป์สองบล็อกที่งานยังจัดอยู่

เสพงานศิลป์ ๑o๘
เสพงานศิลป์ ๑o๙



บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 17 มิถุนายน 2557    
Last Update : 24 มิถุนายน 2557 17:42:06 น.  

ดวงใจ




ภาพจากกระทู้ จากฉางหลางสู่ปากเมง ตรังในยามอาทิตย์อัศดง


ดวงใจ - สวลี ผกาพันธุ์







ดวงใจ

คำร้อง ทำนอง สง่า อารัมภีร


ลา…..  ลา…..  ลา….            
ดวงใจ ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้

ถึงอยู่ห่างไกล   

ก็ยังส่งใจไปถึง



อ้อมแขนของฉัน    

คอยสัมพันธ์รักอันตราตรึง

คอยวันสุขซึ้ง

จากดวงใจที่จริงจังมั่นคง



เธอเป็นคนต่างแดน

แต่แนบแน่นด้วยไมตรีสูงส่ง

มีใจรักมั่นคง
(ฮัม)
ไม่มีผู้ใดเสมอ



เธอเป็นความสว่าง

พร่างดังเพชรประกายเลิศเลอ

ฉันได้จุมพิตจากเธอ

ฉันภูมิใจและสุขใจทุกคืนวัน

ลา...........ลา..........ลา...…   
ฉันสุขใจทุกคืนวัน










'ดวงใจ' ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้
คือ สัจจะที่กาลเวลาพิสูจน์แล้ว



เดือนกุมภาพันธุ์เป็นเดือนที่ใคร ๆ ก็ให้คำจำกัดความว่าเป็น “เดือนแห่งความรัก” แต่น้อยครั้งที่เราจะได้มีโอกาสทำความเข้าใจว่า ความหมายของความรักนั้น มีความลึกซึ้งและมีคุณค่าเพียงใด เพราะส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเน้นความสนใจไปที่ความรักของชายและหญิงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ความหมายที่แท้จริงของความรักนั้น เป็นความหมายที่กว้างไกลและยิ่งใหญ่กว่าความรู้สึกทางเพศมากมายนัก





ภาพจาก freshhdwallpapers.com

   


ถ้าจะตั้งคำถามว่า “ความรักคืออะไร?” ก็คงมีคำตอบมากมายในนานาทัศนะ เช่นเดียวกับคำกวีแนวปรัชญาบทหนึ่งที่ก่อให้เกิดคำถามและคำตอบได้อย่างกว้างขวาง  
   


“ชีวิตคือความฝัน สิ่งสำคัญคือเงินตรา ยอดปรารถนาคือ............”
   


คำที่จะนำมาเติมตรงช่องว่างที่ประจุดไว้นั้น ก็เป็นอิสระของใครต่อใครที่จะเติมคำใดก็ได้ที่คิดว่าเป็นยอดปรารถนาของตน เช่น  ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งก็ได้ (ที่ไม่อยู่ในรายชื่อต้องปรับ ครม.บ่อยนัก)





ภาพจากบล็อกคุณถปรร

   


หรือไม่ก็อาจจะเป็น ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับเงินเดือนเดือนละ ๖๘,๖๒o บาท และเงินเพิ่มอีกเดือนละ ๔๑,๕oo บาท รวมแล้วเป็นเงิน ๑๑o,๑๒o ต่อเดือน  ทำงานครบวาระ ๔ ปี  ก็จะได้เงินเดือนรวมแล้วเป็นเงิน ๕,๒๘๕,๗๖o บาท แต่กฎหมายอนุญาตให้ใช้เงินหาเสียงเลือกตั้งได้ไม่เกินคนละ ๔๙ ล้านบาท ดังนั้น เมื่อเอาเงินเดือน ๔ ปีของผู้ว่าฯ ไปลบออก ก็จะทราบว่าใครที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็จะขาดทุนอยู่ประมาณ ๔๔ ล้านบาท แต่ถึงกระนั้น  ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ก็ยังคงเป็น “ยอดปรารถนา” ของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ทุกท่านอยู่นั่นเอง





ภาพจาก บล็อกคุณนอกลู่นอกทาง





ภาพจาก saisampan.net

   


หรือบางท่านอาจจะตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ยอดปรารถนาคือ...ความสุข” 
   


หรือ “ยอดปรารถนาคือ...ความรัก” 
   


ก็คงพอจะทำให้กวีปรัชญาบทนี้มีความสมบูรณ์ได้อย่างเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่าคำตอบของใครจะได้คะแนนดีกว่ากันเท่านั้นเอง





ภาพจาก ishop.jarungjai.com





ภาพจาก su-usedbook.com

   


“ดวงใจ.............ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้.....” 
   


จากเสียงร้องอันทรงพลังแห่งความกังวานหวานเป็นหนึ่งเดียว ของศิลปินแห่งชาติ สวลี ผกาพันธุ์  
   


นี่คือวรรคแรกของเพลง “ดวงใจ” ซึ่งเป็นวรรคทองระดับฝังโคตรเพชร เพราะกาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า นี่คือวรรคทองแห่ง “สัจจะ” โดยแท้


“ดวงใจ” เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง “เพชรตัดเพชร” พ.ศ. ๒๕o๙ บรรเลงโดยวงดนตรี “ฟรังโก้ทอมเบ็ตต้า”





ด.ญ.เชอร์รี่ ฮอฟแมนน์ (๘ ขวบ) กลายเป็นศิลปินแห่งชาติ สวลี (พี่รี่) ผกาพันธุ์ (๘๐ ปี)
บันทึกแผ่นเสียงทั้งหมดประมาณ ๒,๐๐๐ เพลง จากนักแต่งเพลงเกือบทุกคน
(ปัจจุบันอายุ ๘๒ ปี เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖)
ภาพจาก thailanewspaper.com






ภาพจาก youtube.com





ภาพจาก tonpalm.tarad.com

   


ครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร เล่าว่า ตอนสาย ๆ ของวันนั้น ครูขับรถคู่ใจที่ให้สมญาว่า “เจ้าม้าลาย” จากบางกะสอ มาจอดไว้ที่หน้าห้าง กมลสุโกศล แล้วจากนั้นก็นั่งรถรางจากหน้าห้างกมลสุโกศลไปทำงานที่ห้องอัดเสียงทุ่งมหาเมฆ วันนั้นทำงานเสร็จตอนเย็นก็ใช้เส้นทางเดิมกลับบ้าน 





ครูสง่า อารัมภีร
ภาพจากเวบ thaimisc.pukpik.com
  


ระหว่างขึ้นรถรางกลับไปหน้าห้างกมลสุโกศล เมื่อรถวิ่งผ่านสามย่านมาถึงหัวลำโพง ครูแจ๋วก็สังเกตเห็นว่าหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่นั่งมาบนรถเริ่มมีปากเสียงกัน เมื่อฝ่ายชายพูดกับฝ่ายหญิง ก็จะถูกฝ่ายหญิงหยิกแขนทุกครั้งไป จนมาถึงเยาวราชทั้งสองเริ่มทะเลาะกันมากขึ้นและเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงวังบูรพาหน้าโรงภาพยนตร์แกรนด์ เมื่อรถจอดรับผู้โดยสาร นักศึกษาหญิงผู้นั้นได้ยืนขึ้นและเอากระเป๋าที่ถือมาฟาดใส่หน้าอกของชายที่นั่งอยู่แล้วก็รีบเดินลงลงรถไปอย่างรวดเร็ว พอฝ่ายชายรู้ตัวก็รีบลุกขึ้นตะโกนตามหลังฝ่ายหญิงไปว่า
   


“ฉันมีสิทธิ์รักเธอนะ...” พูดจบก็รีบวิ่งลงจากรถรางตามผู้หญิงคนนั้นไป


ครูแจ๋วก็ยังนั่งอยู่บนรถเหมือนเดิม และนั่งนึกเนื้อเพลงไป  ก็เลยนึกเนื้อเพลงออกมาได้ว่า
   


“ดวงใจ.....ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้.......”
 



ดวงใจ

ภาพจาก arunsawat.com

      


เตรียมไปชมคุณสวลีขึ้นเวทีอีกครั้งในคอนเสิร์ตที่จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิอุบลรัตน์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) จัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศลเฉลิมพระเกียรติ "เมื่อเพลงพาไป...@ Sawalee" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และนำรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนการศึกษาให้โรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ และบ้านมิตราทร สถานเลี้ยงเด็กที่ติดเชื้อไวรัส HIV จากครรภ์มารดา จัดแสดงในวันเสาร์ที่ ๒๖ และวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ รอบ ๑๔.oo น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร o-๒๒๖๒-๓๔๕๖ หรือ thaiticketmajor.com บัตรราคา ๔,ooo / ๓,ooo / ๒,๕oo / ๒,ooo / ๑,๕oo / ๑,ooo และ ๕oo บาท.



คลิกอ่านรายละเอียดคอนเสิร์ต





ภาพจาก thaiticketmajor.com





ภาพจาก บล็อกคุณนอกลู่นอกทาง





ภาพจาก freshhdwallpapers.com



ข้อมูลจาก
นสพ.ไทยโพสต์ ๙ มี.ค. ๒๕๕๗
thaipost.net




บล็อกนี้อยู่ในหมวดแฟนคลับค่ะ



บล็อกคุณปอนอาทิตย์นี้

Vintage of the past...หอมหวานแห่งวารวัน



บีจีจากเวบ wallcoo.com กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 08 มิถุนายน 2557    
Last Update : 8 มิถุนายน 2557 17:17:23 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  

haiku
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 105 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.