....OUR FAMILY'S JOURNEY....
ไหว้พระตามวัดชายฝั่งแม่น้ำโขง หนองคาย


ไหว้พระตามวัดชายฝั่งแม่น้ำโขง
หนองคาย




เป็นทริปที่ต่อเนื่องจากการเดินทางไปเยี่ยมเมืองเชียงคาน เมื่อ ตุลาคม 2009 หรือปีที่แล้ว จขบ. ได้รีวิวมาจนถึง อำเภอสังคม แต่ก็หยุดอยู่ตรงนั้นเสียหลายเดือน....

ในชายแดนหนองคายที่ติดกับแม่น้ำโขง ยังมีอาระยะธรรม และวัดวาอารามที่สำคัญๆหลายแห่ง ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับการเดินทาง จขบ. จึงได้นำมาเสนอเป็นตอนต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

ความเดิม...... หลังจากที่เราทานข้าวที่ร้านป้าหลี อ.สังคมเรียบร้อย ก็ออกเดินทางต่อ ซึ่งเป้าหมายต่อไปคือการไหว้พระตามเส้นทาง จาก อ. สังคม ถึง หนองคาย ซึ่งวัดแรกที่เราจะผ่านคือ วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่







วัดหินหมากเป้ง


วัดหินหมากเป้ง ตั้ง อยู่ที่บ้านไทยเจริญ ตำบลพระพุทธบาท การเดินทางจากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 (หนองคาย-ศรีเชียงใหม่) ถึง กม. 64 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2186 วัดจะอยู่ริมถนนด้านขวามือ รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 75 กิโลเมตร มีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ บริเวณวัดโดยรอบสะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ มีพื้นที่ด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพสวยงาม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ได้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย หลังจากท่านมรณภาพ มีการก่อสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุอัฐิของท่าน ภายในมีรูปปั้นของอาจารย์เทสก์ พร้อมจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านอีกด้วย
(อ่านประวัติของหลวงปู่)












พอมาถึงวัดเราควรเข้าไปด้านในวัด ที่อยู่ติดแม่น้ำโขง เพื่อนมัสการหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ กุฏิหลวงปู่ และดูธรรมชาติริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นส่วนที่ค่อนข้างแคบ มองเห็นฝั่งตรงข้ามชัดเจน.... ก่อนเดินไปที่หินหมากเป้ง จะพบป้ายเล่าประวัติหินหมากเป้ง ดังนี้








หินหมากเป้งที่อยู่ติดแม่น้ำโขง










ภาพหินหมากเป้งในบอร์ด กระจกครอบ








ประวัติหินหมากเป้ง

หินหมาเป้งเป็นชื่อหินสามก้อน ตั้งเรียงกันอยู่ตรงนี้ อันมีลักษณะคล้ายตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า คำว่าหมากเป้งเป็นภาษาภาคนี้ มีคนเฒ่าคนแก่เล่าปรัมปราสืบกันมาว่า หินหมากเป้งก้อนที่ 1 เป็นของหลวงพระบาง ก้อนที่ 2 เป็นของบางกอก ก้อนที่ 3 เป็นของเวียงจันทร์ ต่อไปในอนาคตข้างหน้า จะมีกษัตริย์ทั้งสามนครมาสร้างให้เจริญ.








ศาลาหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่เทสก์







เมื่อชมวัดด้านในเรียบร้อย ตอนจะออกมาจากวัด ให้แล้วเลี้ยวขวาออกไปที่พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ และที่พระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่ ซึ่งสงบ ร่มรื่นพร้อมกับนมัสการ และอ่านเรื่องราวของหลวงปู่ที่นี่








หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่










เจดีย์และพิพิธภัณฑ์หลวงปู่




ออกจากวัดหินหมากเป้ง เราเดินทางต่อไปทาง อ.ศรีเชียงใหม่ ไม่ไกลนัก ก็เจอวัดใหญ่อยู่ทางขวามือ (คนละฝั่งกับวัดหินหมากเป้ง) คือวัด อรัญบรรพต ...









วัดอรัญบรรพต



วัดอรัญญบรรพต ตั้งอยู่ริมถนนสายศรีเชียงใหม่-สังคม ตำบลบ้านหม้อ เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และและเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ก่อสร้างโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อถวายหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เกจิอาจารย์ที่มีศิษยานุศิษย์มากมาย มีการจัดงานบุญใหญ่ในเดือนมกราคมของทุกปี








พระสุธรรมเจดีย์







ประวัติ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย นามเดิม เหรียญ ใจขาน เกิดวันที่ 8 มกราคม 2455 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด ณ บ้านหม้อ ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย บิดาชื่อ ผา มารดาชื่อ พิมพา ชีวิตสมณะ การแสวงหาธรรม และปฏิปทา

- พศ. 2475 เมื่ออายุ 20 ปี ท่านออกบวชที่วัดหงษ์ทอง อ.ท่าบ่อ จ. หนองคาย
- พศ. 2481 ท่านได้พบพระอาจารย์มั่น ภูริภัตโต และต่อมาท่านได้เดินทางปฏิบัติธรรมไปทั่วประเทศ

- วันที่ 5 มิถุนายน 2548 ถือเป็นวาระแห่งความสูญเสียของพุทธศาสนิกชนชาวหนองคายและชาวไทยทั่วประเทศ เมื่อ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต ได้ละสังขารลงด้วยอาการสงบ สิริอายุ 93 ปี 73 พรรษา สร้างความอาลัยให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างยิ่ง
- พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ได้จัดขึ้นเมื่อ 14 ธันวาคม 2552

(อ่านประวัติหลวงปู่โดยละเอียด)







หน้าบันไดขึ้นพิพิธภัณฑ์ มีรูปหนู










ศาลาที่เตรียมไว้สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ (ตอนที่เราไปถึง)










ศาลาหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ










หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่เหรียญ








พิพิธภัณฑ์หลวงปู่เหรียญ อีกภาพ









วัดศรีชมภู องค์ตื้อ






วิหารหลวงพ่อพระเจ้าพระองตื้อ





ประวัติหลวงพ่อพระเจ้าพระองค์ตื้อ

พระพุทธรูปองค์นี้ได้ก่อสร้างมาแต่ดึกดำบรรพ์มีพระรูปงดงามน่าเลื่อมใส สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชครองเมืองเวียงจันทร์ พระสงฆ์ในวัดศรีชมภูองค์ตื้อได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ลงมติจะหล่อพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นในบ้านน้ำโมง (เดิมเรียกว่าบ้านน้ำโหม่ง) เพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่อนุชนรุ่นหลังต่อ ๆ มา







หลวงพ่อพระเจ้าพระองค์ตื้อ







เมื่อตกลงกันแล้วจึงได้ชักชวนบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เพื่อเรี่ยไรทองเหลืองบ้าง ทองแดงบ้าง ตามแต่ผู้ที่มีจิตศรัทธาจากท้องที่อำเภอและจังหวัดใกล้เคียง ได้ทองหนักตื้อหนึ่ง (มาตราโบราณภาคอีสานถือว่า ๑๐ ชั่งเป็นหมื่น ๑๐ หมื่นเป็นแสน ๑๐ แสนเป็นล้าน ๑๐ ล้านเป็นโกฏิ ๑๐ โกฏิเป็นหนึ่งกือ ๑๐ กือเป็นหนึ่งตื้อ)

พระสงฆ์และชาวบ้านจึงพร้อมกันหล่อ เป็นส่วน ๆ ในวันสุดท้ายเป็นวันหล่อตอนพระเกศ ในตอนเช้าได้ยกเบ้าเทแล้วแต่ไม่ติด เมื่อเอาเบ้าเข้าเตาใหม่ ทองยังไม่ละลายดีก็พอดีเป็นเวลาจวนพระจะฉันเพล พระทั้งหมดจึงทิ้งเบ้าเข้าเตาหรือทิ้งเบ้าไว้ในเตาแล้วก็ขึ้นไปฉันเพลบนกุฏิฉันเพลเสร็จแล้วลงมาหมายจะเทเบ้าที่ค้างไว้กลับปรากฏเป็นว่ามีผู้เทติด และตอนพระเกศสวยงามกว่าที่ตอนจะเป็น เป็นอัศจรรย์สืบถามได้ความว่า (มีชายผู้หนึ่งนุ่งห่มผ้าขาวมายกเบ้านั้นเทจนสำเร็จ) แต่ด้วยเหตุที่เบ้านั้นร้อนเมื่อเทเสร็จแล้ว ชายผู้นั้นจึงวิ่งไปทางเหนือบ้านน้ำโมงมีผู้เห็นยืนโลเลอยู่ริมหนองน้ำแห่งหนึ่งแล้วหายไป (หนองน้ำนั้นภายหลังชาวบ้านเรียกว่าหนองโลเลมาจนถึงปัจจุบันนี้ และชายผู้นั้นก็เข้าใจกันว่าเป็นเทวดามาช่วยสร้าง)








หอพระไตรปิฏก






เมื่อได้นำพระพุทธรูปที่หล่อแล้วมาประดิษฐานไว้ในวัด มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่แห่งเมืองเวียงจันทร์มาเที่ยวบ้านน้ำโมงสองท่านชื่อว่า ท่านหมื่นจันทร์ กับ ท่านหมื่นราม ทั้งสองท่านนี้ได้เห็นพระเจ้าองค์ตื้อก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสที่จะช่วยเหลือ จึงได้ช่วยกันก่อฐาน และทำราวเป็นการส่งเสริมศรัทธาของผู้สร้าง ครั้นเมื่อขุนนางทั้งสองได้กลับถึงเมืองเวียงจันทร์แล้ว ได้กราบทูลพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชซึ่งครองเมืองเวียงจันทร์ในเวลานั้นพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้เสด็จมาทอดพระเนตรก็ทรงเกิดศรัทธาจึงได้สร้างวิหารประดิษฐานกับแบ่งปันเขตแดนให้เป็นเขตข้าทาสบริวารของพระเจ้าองค์ตื้อดังนี้
๑ . ทางตะวันออกถึงบ้านมะก่องเชียงขวา( ทางฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอโพนพิสัย )
๒. ทางตะวันตกถึงบ้านหวากเมืองโสม ( อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี)
๓. ทางทิศใต้ถึงบ้านบ่อเอือดหรือบ่ออาด ( อยู่ในอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี)
๔. ทางเหนือไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน คาดว่าน่าจะเป็น บ้านพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย และเมือง ?กินายโม้? ส.ป.ป.ลาว ในปัจจุบัน










พลเมืองที่อยู่ในเขตข้าทาสของพระเจ้าองค์ตื้อตั้งแต่เดิมมาต้องเสียส่วยสาอากรให้แก่ทางราชการ แต่เมื่อตกเป็นข้าทาสของพระเจ้าองค์ตื้อ โดยผู้ใดประกอบอาชีพทางใดก็ให้นำสิ่งนั้นมาเสียส่วยให้แก่วัดศรีชมพูองค์ตื้อทั้งสิ้น เช่น ผู้ใดเป็นช่างเหล็กก็ให้นำเครื่องเหล็กมาเสีย ผู้ใดทำนาก็ให้นำข้าวมาเสีย ผู้ใดทำนาเกลือก็ให้เอาเกลือมาเสียทางวัดก็มีพนักงานคอยเก็บรักษาและจำหน่ายประจำเสมอ ที่ด้านหน้าของพระวิหารมีตัวหนังสือไทยน้อยหรือหนังสือลาวเดี๋ยวนี้อยู่ด้วย แต่เวลานี้เก่าและลบเลือนมากอ่านไม่ได้ความติดต่อกัน










พระเจ้าองค์ตื้อเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ฝีมือช่างฝ่ายเหนือและล้านช้างผสมกัน นับเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมาก เป็นพระประธานซึ่งสร้างด้วยทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนั่งขัดสมาธิปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง ๓ เมตร ๒๙ เชนติเมตร สูง ๔ เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชมภู องค์ตื้อ ตำบลน้ำโมง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง เคารพนับถือมาก สร้างในสมัยใดและใครเป็นผู้สร้างไม่มีประวัติแน่ชัด

อ่านเพิ่มเติม : ประวัตพระเจ้าพระองค์ตื้อ



ขอบคุณที่ตามอ่านครับ



__________ END __________







Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 3 กันยายน 2556 20:46:20 น. 25 comments
Counter : 16529 Pageviews.

 
กรี๊ดดดดด เจิมอีกแย้ว


โดย: JinnyTent วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:51:33 น.  

 
มาใหม่ ๆๆ ตะกี้กลัวไม่ทัน 5555

เห็นน้ำโขงครั้งแรก จนถึงทุกวันนี้ ก็ที่ จ.เชียงรายที่เดียวเลยค่ะ

หนองคายนี่สมกับที่เป็นเมืองแห่งพญานาคนะคะ
บันไดเอย บนรั้วล้อมรอบหอไตร มีพญานาคล้อมรอบ
เค้าปั้นพญานาคได้สวยนะ สมเป็นเจ้าถิ่น



โดย: JinnyTent วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:00:22 น.  

 
มาไหว้พระด้วยค่ะ


โดย: ณ มน วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:12:19 น.  

 
สวัสดีตอนสายๆค่ะ คุณ wicsir

ตามมาไหว้พระเพื่อเป็นมงคลชีวิตด้วยคนค่ะ

หนองคายเป็นอีกจังหวัดนึงในภาคอีสานที่อยากไปมากๆ
ไม่รู้ว่าคุณแฟนจะมีเวลาว่าง
มากพอที่จะไปเที่ยวแถบนั้นกันเมื่อไหร่น่ะสิคะ

ขอบคุณคุณ wicsir ที่พาเที่ยว พาไหว้พระทางแถบนั้น
อย่างสม่ำเสมอนะคะ


โดย: nLatte วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:40:52 น.  

 
สวัสดีวันศุกร์ค่ะ...

วัดทางภาคอีสานก็เป็นคนละแบบกับทางเหนือนะคะ
มีเอกลักษณ์ และงดงามไปอีกแบบ

หนึ่งยังไม่ค่อยได้ไปทางอีสานซะเท่าไหร่
แต่กลางปีนี้มีทริปไปอุดรฯ ครั้งนึงค่ะ

ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปเที่ยวไหนดี
เอาไว้ใกล้ๆ คงต้องหากันอีกทีค่ะ


โดย: chenyuye วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:36:01 น.  

 
วันนี้ได้ไหว้พระ แต่เช้า ..สาธุไปหลายรอบแล้ว วัดหินหมากเป้ง นี่ดังมากได้ยินและรู้จักตามหลวงปู่เทสก์ เราก็มีความนับถือ หนองคายนี่ ไม่เคยไปเลย ขอบคุณที่มีข้อมูลดีๆ มาให้เสมอ กะจะมาอ่านต่อเรื่องเมื่อวาน ค่ะ พอดีเจอ บล็อกใหม่ .. บ้านนี้ก็เที่ยวบ่อยเหมือนกัน นะ ถ้าชอบแนว ลุยๆ มาแจมกับเราได้นะคะ พอดี ไม่มีคนช่วยถ่ายรูปสวย ๆ ให้อยู่..


โดย: tifun วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:47:09 น.  

 
คล้ายๆรูปจะเอียงซ้ายหลายรูปนะคะ ลองปรับวิธีจับกล้องดูใหม่

หรือใช้โปรแกรมแต่งภาพเสียหน่อยน่าจะดีค่ะ


โดย: นิด IP: 203.144.144.164 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:25:31 น.  

 
ไม่ได้ไปนานแล้ว พอมาดูรูปแล้วหวนให้คิดถึงอดีต

วัดหินหมากเป้ง เมื่อก่อนชอบสงสัยชื่อค่ะ พอโตมารู้แระก็เลิกสงสัยแระ


โดย: ด.ญ คณิตกร วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:29:46 น.  

 
สวยอ่ะค่ะ


โดย: kwan_3023 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:30:05 น.  

 
ชีวิตนี้หากได้ตะลอนเลาะริมโขงสักครั้งคงมีความสุขไม่น้อย

จะไปแบบเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ

ไปมันสักเดือนครึ่งเดือน แบบค่ำไหนนอนนั่น ชอบไหนนานนั่น

อ้อ ตะลอนทะเลตะวันออกตอนล่าสุด ตอน 4 ออกอากาศแล้วครับ แวะมากระซิบบอก ^ ^


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:04:05 น.  

 
ขอบคุณ คุณนิดครับ
สำหรับคำแนะนำ
จะพยามครับ....

มีความสุขมากๆนะครับ


โดย: wicsir วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:54:17 น.  

 
วันนี้ตามคุณ wicsir ไปเข้าวัดด้วยคน ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ อ่านประวัติแต่ละวัดแล้ว ดูจะมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ทั้งนั้นเลยนะครับ


โดย: NET-MANIA วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:57:37 น.  

 
แจ่มไปเลยครับ มีแต่วัดสวย ๆ ทั้งนั้น ฟ้าก็สีสดใสซะเหลือเกิน


โดย: นายหัวเด่น วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:38:31 น.  

 
แวะมาทักทายวันเสาร์ค่ะ



โดย: babyL' วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:17:08 น.  

 
แวะมาทักทายยามดึก ๆ ที่หนาวเย็นของที่นี่

อ้อเคยไปวัดนี้ค่ะ แต่ถ่ายรูปมาไม่ยักสวยเหมือนที่พี่ถ่ายเลย เห็นแล้วก็อยากกลับไปอีก รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจไงไม่รู้เหมือนกันค่ะตอนไปวัดครั้งนั้น

นอนหลับฝันดีเด้อค่ะเด้อ


โดย: thainurse@norway วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:3:24:29 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


สวัสดีเช้าวันจันทร์วันแรกของสัปดาห์
อยู่อย่างมีความหมาย มีความหวัง และมีความสุขทุกวันนะค่ะคุณ wicis

เที่ยวแบบเลาะริมโขง
ตามรอยพญานาคเลยค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:01:03 น.  

 


สวัสดีวันแรกของสัปดาห์ค่ะ คุณ wicsir

ทำงานด้วยความสุขสดชื่นทั้งวันนะคะ


โดย: nLatte วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:31:32 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักกันวันจันทร์จ้า คุณ Wic ขอบคุณที่พาไปเที่ยวนะ
ขออภัยมากมาย ไม่ได้มาทักกันเสียหลายวัน



โดย: หอมกร วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:51:53 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ wicsir หายไปหลายวัน ช่วงนี้วุ่นๆ นิดหน่อยค่ะ

สบายดีนะคะ...
ส่วนตัวแล้ว ไม่ค่อยมีโอกาสไปเที่ยวที่ไหน แต่คิดไว้แล้วล่ะค่ะว่า
ถ้าจะไป ก็คงจะมีบล็อกนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นเหมือนไกด์นำทางให้...
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ นะคะ...

มีความสุขทุกๆ วันนะคะ


โดย: น้ำค้างเดือนหก IP: 125.27.117.215 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:45:23 น.  

 
โอ๊ยย... เห็นวัดแล้ว..ร้อนนน.. ทำไมถึงร้อนแบบนี้ ..
ฮี่ๆ.. แวะมาทักทายยามบ่ายๆคร่าา..
โห..คุณwicsir อ่ะ หงส์ค่ะ หงส์ ไม่ใช่เป็ดค่ะ ..แหม

ถึงเค้าจะมีแค่10 คน เค้าก็ยังชนะนะคะ เจ๋งอ่ะ

ฮิ้ววว.....



เห็นหัวบล็อคแล้วอยากไปญี่ปุ่นๆๆๆ อีกแร้วครับท่าน


โดย: Nongpurch วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:34:22 น.  

 
ตอนที่ไปเมืองโบราณ
บางจุดลงเดิน บางจุดชะโงกทัวร์ค่ะ
ร้อนโพดๆๆๆ และอีกอย่างต้องทำเวลาไปเพชรบุรี
เลยไม่ได้เที่ยวหน่ำใจค่ะ

คิด ๆ ไว้เหมือนกันว่า
จะเก็บรายละเอียดอีกระลอก รอจังหวะอยู่ค่ะ

มีความสุขมากมายเช่นกันค่า


โดย: JinnyTent วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:14:49 น.  

 
เคยไปตอนหลวงปู่เทสก์ท่านยังอยู่ค่ะ ส่วนวัดอื่นไม่เคยไปก็ตามคุณมาละกันเนาะ ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:25:52 น.  

 
หมี่โคราช ก็คล้ายก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทน์ค่ะ เป็นเส้นแห้ง ผลิตที่ไหนก็เรียกที่นั่นเช่น หมี่พิมาย หมี่กระโทก หมี่ตะคุ ( ปักธงชัย )

เวลาผัดก็จะใส่ไก่หรือเนื้ออะไรก็ได้ เต้าเจียว น้ำตาล พริกป่น น้ำมะขาม ปรุงรสเลยเติมน้ำซุบให้เยอะหน่อย กะว่าพอใส่เส้นแห้งเส้นก็จะนิ่มพอดี แล้วใส่ผักเช่นคะน้า และยกลงเลยค่ะ

ก็จะเรียก ผัดหมี่โคราช หรือผัดหมี่พิมาย ตะคุ กระโทก

คล้าย ๆ ผัดไทยแต่จะไม่ใส่ซีอิ้วหวานค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:52:42 น.  

 
God natt....
og
God morn...





โดย: thainurse@norway วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:4:40:55 น.  

 
ผมอยู่หนองคายเด้อครับ หนองคายสบายดีเด้อครับ


โดย: gotobook วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:50:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

wicsir
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊ง ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
5 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.