....OUR FAMILY'S JOURNEY....
ไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธร


ไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธร
(พัทยา ตอนจบ)




7 ธันวาคม 2008

หลังอาหารเช้าที่โรงแรมฮาร์ดร๊อคประมา 0700 น เราก็ออกเดินทางจากพัทยาเพื่อกลับขอนแก่นกัน ระยะทาง 600 กว่า กม. ทำให้เราต้องเตรียมตัวในการขับรถเป็นพิเศษ นอนแต่หัวค่ำ และตื่นเช้า.

ตามทางกลับเราวางแผนไว้ว่า จะไปไหว้หลวงพ่อโสธรที่แปดริ้ว และเดินทางขึ้นเขาใหญ่ผ่านไปทางวังน้ำเขียว และตัดออกไปทางปากช่องเพื่อชมงานวันบอลลูนนานาชาติวันสุดท้าย ส่วนสาเหตุที่เราไม่ตัดขึ้นเขาใหญ่ทางปราจีนบุรีเพราะอยากจะเห็นบรรยกาศแถวๆบ้านผางาม ที่นักท่องเที่ยวกำลังนิยมมาพักผ่อนกัน ส่วนมากเราจะผ่านตรงนั้นเวลาเย็นๆ หรือมืดแล้ว เลยอยากดูบรรยกาศตอนกลางวันบ้าง..

ขับออกจากพัทยามาถึงแยกบางประกงเราก้เลี้ยวใต้สะพานเพื่อเดินทางต่อไปที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร ที่เมืองแปดริ้ว ใช้เวลาไม่นานนักเราก็มาถึงลานจอดรถของวัด ซึ่งเขาให้เราจอดฟรี... แต่วันที่ไปถึงเช้านั้น คนเยอะมากเพราะเป็นวันหยุดยาววันสุดท้าย

เมื่อมาถึงวัดทั้งทีเราน่าจะมารู้จักประวัติความเป็นมาของวัดนี้หน่อยดีไหมครับ..










วิหารหลวงพ่อโสธร (จากเลนส์ไวด์)







ประวัติหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา

อันบุญบารมีอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ใครๆ จะปฏิเสธไม่ได้เลย และจะแข่งขันให้เท่าเทียมกันนั้นก็ได้ยาก จะมีบ้างก็บางสถานที่ บางท่านบางคนทั้งยังเป็นสิ่งที่เหนือเหตุผลของการพิสูจน์ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า สิ่งมหัศจรรย์นั้นเป็นอจินตัยไม่ควรคิดค้นหาเหตุผล ความศักดิ์สิทธิ์อภินิหารจะดลบันดาลให้เกิดมีเฉพาะผู้มีบุญวาสนา และผู้เลื่อมใสศรัทธาเชื่อมั่นเท่านั้น

หลวงพ่อโสธรองค์หนึ่งที่ทรงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์มีอภินิหารเป็นพระพุทธรูปที่ทรงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ เป็นมิ่งขวัญของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นที่รู้จักเคารพบูชาของประชาชนทั้งหลาย

หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอกเศษ ปรางค์ขัดสมาธิเพชร แต่ได้เสริมแต่งขึ้นจากเดิมโดยพอกปูนลงลักปิดทองให้เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 3ศอก 5 นิ้ว พระเนตรเนื้อเลียนแบบพระสมัยลานช้าง หรือเรียกกันสามัญว่า “พระลาว” ซึ่งพระชนิดนี้มีชื่อว่าวัดหงษ์










แม่ค้าขายดอกไม้ข้างลานจอดรถ









รำแก้บน







โดยที่วัดนี้มีเสาใหญ่ มีหงษ์เป็นเครื่องหมายติดอยู่กับยอดเสา วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงด้านทิศตะวันตก สถานที่ตั้งวัดแต่ดั้งเดิมนั้น เวลานี้ถูกน้ำเซาะพังเป็นแม่น้ำไปหมดแล้ว

วัดนี้ใครเป็นผู้สร้างและสร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏ แต่ได้ความว่าเป็นวัดเก่าแก่สร้างมานานแล้ว ต้นเหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่า โสทรหรือ โสธร นั้นเล่ากันว่ากาลต่อมาหงษ์ใหญ่ที่ติดอยู่บนยอดเสานั้น พลัดตกลงมาหักทำลายคงเหลือแต่เสา จึงได้เอาผ้าผืนใหญ่ทำเป็นธงขึ้นไปแขวนไว้บนยอดเสาแทนหงษ์ประชาชนก็เลยเรียกชื่อตามนิมิตเครื่องหมายนั้นว่า วัดเสาธง นานมาเสาธงนี้ได้ถูกลมพายุพัดหักโค่นลงมาเป็น 2 ท่อน ชาวบ้านก็เลยถือเอานิมิตที่เสาธงหักเป็นท่อนนั้นตั้งเป็นชื่อวัดว่า “วัดเสาทอน” อยู่สิ้นกาลช้านาน

จวบจนถึงสมัยที่มีพระพุทธรูป 3 องค์ พี่น้องล่องลอยน้ำมาจากเหนือ และในจำนวนพระพุทธรูป 3 องค์ นั้นได้อาราธนาอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ 1 องค์ คือ หลวงพ่อโสธร และปรางหลังครั้งหลังก่อนหลวงพ่อโสธรจะมีชื่อเรียกมาอย่างไรไม่มีใครทราบ










วิหารหลวงพ่อโสธรอีกมุม (เลนส์ไวด์)







เมื่อได้หลวงพ่อมาไว้สักการะบูชาแล้ว ก็ได้มีท่านผู้รู้ออกความเห็นว่า วัดนี้ยังเรียกชื่อวัดกันไม่แน่นอน จึงพร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ว่า “วัดโสทร” อันหมายความว่า วัดพระ 3 องค์ พี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน

เมื่อเปลี่ยนเป็นชื่อวัดโสทรแล้ว หมู่บ้านและคลองที่ขึ้นอยู่กับวัดนี้ก็ได้นามเปลี่ยนตามวัดไปด้วย เดิมทีเดียววัดนี้ใช้ตัวหนังสือเขียนว่า “โสทร” ไม่ได้เขียนว่า “โสธร” ดังปัจจุบันนี้ แต่เนื่องด้วยพระพุทธรูปที่ได้มาคือหลวงพ่อโสธรนั้น มีอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏ และรูปทรงท่านสวยงามมาก จึงได้เขียนและชื่อวัดว่า “วัดโสธร” ซึ่งมีความหมายว่า “พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์” มาจนทุกวันนี้

คำว่า “โสธร” นี้มีพระอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็นว่า เป็นนามที่ศักดิ์สิทธิ์ (โส) เป็นอักขระสำเร็จรูป ป้องกันทุกข์โศกโรคภัยได้ทั้งปวง (ธ) นั้นเป็นพยัญชนะอำนาจ มีตบะเดชานุภาพ (ร) เป็นอักษรมหานิยมเป็นที่ชื่นชมของเทวดาและมนุษย์










ผู้คนเข้าไปไหว้พระ







เมื่อ พ.ศ.2458 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสพระสังฆราชเสด็จมาตรวจการคณะสงฆ์ที่วัดโสธร ทรงสันนิษฐานว่า ผู้ที่ให้ชื่อวัดนี้ไม่ใช่คนที่ไม่รู้ เพราะเป็นนามที่ไพเราะทั้งแปลก็ได้ใจความดังนี้

หลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรนานเท่าใด ไม่มีใครทราบได้แน่นอนพอจะมีเค้าตามคำบอกเล่าอันเกี่ยวโยงถึง หลวงพ่อวัดบ้านแหลมจังหวัดสมุทรสงครามและหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการว่า เป็นพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาด้วยกัน และเป็นพระพี่น้องกันและชาวบ้านแหลมได้อัญเชิญหลวงพ่อวัดบ้านแหลมขึ้นจากน้ำเมื่อ พ.ศ.2313 จึงคาดคะเนเอาว่าหลวงพ่อก็คงมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรราว พ.ศ.2313 หรือก่อนนั้นก็ไม่แน่นัก










นมัสการหลวงพ่อ







ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธรนี้มีผู้เล่าสืบ ๆ กันมาหลายกระแส ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ได้รับฟังมาจากบรรพบุรุษเล่าให้ฟังต้องกันว่า “หลวงพ่อโสธร” ลอยน้ำมาตามคำว่า มีพระพี่น้องชายกัน 3 องค์ อยู่ทางเมืองเหนือแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ล่องลอยมาตามแม่น้ำจากทางทิศเหนือ เรื่อยมาจามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ในที่สุดมาผุดขึ้นใน แม่น้ำบางปะกง ณ ที่ตำบลหนึ่ง และแสดงปาฏิหารย์ลอยทวนกระแสน้ำให้ประชาชนเห็นทั้ง 3 องค์

ประชาชนแถบนั้นต่างพร้อมใจกันอาราธนาเอาเชือกพรวนมนิลาลงไปผูกมัดที่องค์หลวงพ่อทั้ง 3 แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่งด้วยจำนวนผู้คนประมาณ 500 กว่าคนก็ฉุดขึ้นไม่ได้ เชือกขนาดใหญ่ที่ผูกองค์หลวงพ่อทั้ง 3 ก็ขาดฉุดไม่สำเร็จตามความประสงค์

ครั้นแล้วหลวงพ่อทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไปต่อหน้าคนทั้งหมด สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้ลอยทวนน้ำมานั้นเลยได้ชื่อว่า “ตำบลสามพระทวน” แต่ต่อมากลับเรียกว่า สัมปทวน ได้แก่แม่น้ำหน้าวัดสมปทวน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้










หลวงพ่อโสธร








วิหารอีกมุม







ต่อจากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ก็ล่องลอยตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านหน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธร แสดงอภินิหารผุดขึ้นให้ชาวบ้านบางนั้นเห็น ชาวบ้านได้ช่วยกันอาราธนาฉุดขึ้นฝั่งทำนองเดียวกันกับชาวสัมปทวน แต่ก็ไม่สำเร็จหมู่บ้านบางนั้นจึงได้ชื่อว่า บางพระ มาจนทุกวันนี้

จากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ก็ล่องลอยทวนน้ำขึ้นมาถึงและลอยวนอยู่ที่หัวเลี้ยว ตรงกองพันทหารช่างที่ 2 ปัจจุบัน สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์มาลอยวนอยู่นั้นจึงเรียกกันว่า แหลมหัววน และได้จมน้ำหายไปหลังจากนั้นพระพุทธรูปองค์พี่ใหญ่ ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ ล่อยลอยไปผุดขึ้นที่ลำน้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ประชาชนชาวประมงอาราธนาขึ้นได้ และประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญอยู่ที่วัดบ้านแหลมเราเรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ทุกวันนี้เป็นที่บูชานับถือกันว่าเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ทัดเทียมกับหลวงพ่อโสธร

ส่วนองค์สุดท้องได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ลอยล่องไปผุดขึ้นที่ปากคลองสำโรง ชาวบ้านแถบนั้นได้อาราธนาขึ้นแพใช้เรือพายลากจูง ทั้งอธิษฐานว่าจะขึ้นเป็นมิ่งขวัญที่ใด ก็ขอให้แพนั้นจงหยุดอยู่กับที่ แล้วล่องมาตามลำคลองแพนั้นก็มาหยุดอยู่หน้าวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ชาวบางพลีก็ได้อาราธนาอัญเชิญขึ้นประดิษฐานอยู่ทีวัดบางพลีใหญ่ใน ก็ปรากฏว่ามีผู้คนเคารพเลื่อมใสมากมายทัดเทียมกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อโสธร

ส่วนพระพุทธรูปองค์กลาง คือ หลวงพ่อโสธร เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววนดังกล่าวแล้ว ก็มาผุดขึ้นที่ท่าหน้าวัด โสธร กล่าวกันว่าประชาชนจำนวนมากทำการฉุดลากขึ้นโดยได้มีอาจารย์ผู้มีความรู้ทางไสยศาสตร์กระทำตามพิธีการอันถูกต้อง แล้วเอาด้านสายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธรอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง นำมาประดิษฐานในวิหารสำเร็จตามความประสงค์ แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภช และให้นามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อโสธร องค์หลวงพ่อโสธรจริง ๆ นั้นในสมัยที่ลองลอยน้ำมาเดิม เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิเพชร หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก










วิหารอีกมุม







ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภายหน้าฝูงคนที่มีตัณหาและความโลภแรงกล้ามีอัธยาศัยเป็นบาปลามกไม่มีความศรัทธาเลื่อมใส จักนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวจะไม่เป็นการปลอดภัย จึงพอกปูนเสริมให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายในดังปรากฏที่เห็นในปัจจุบันนี้

สถานที่วัดโสธรตั้งอยู่เดิมภายแรกนั้น ทางบกเป็นป่ามีหมู่บ้านคนน้อยมาก การคมนาคมไม่ค่อยสะดวก เมื่อหลวงพ่อมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรแล้ว ประชาชนชาวเรือนับถือว่า ถ้าได้บอกขอต่อหลวงพ่อโสธรแล้ว สินค้าก็ซื้อง่ายขายคล่องเป็นเทน้ำเทท่า เรือแพที่ผ่านไปมาในแม่น้ำพอถึงที่ตรงกับโบสถ์หลวงพ่อโสธรแล้ว ผู้ที่นิยมนับถือและเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ ก็วักเอาน้ำในแม่น้ำซึ่งนับถือว่าเป็นน้ำมนต์หลวงพ่อดื่มบ้าง ลูบศีรษะบ้าง ล้างหน้าประพรมเรือสินค้าในเรือ ดังได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้

ครั้นต่อมาการคมนาคมทางบกสะดวกขึ้น จึงมีผู้คนไปนมัสการหลวงพ่อกันมากขึ้น ผู้ใดเจ็บป่วยก็มาขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อโสธร และก็ได้รับสมความปรารถนาเป็นส่วนมาก กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรได้แผ่ไพศาลไปในถิ่นต่าง ๆ

มูลเหตุที่มีงานสมโภชนั้น เล่ากันว่า สมัยหนึ่งบ้านโสธรเกิดข้าวยากหมากแพง ฝนแล้งข้าวกล้าในนาเหี่ยวแห้งตาย สัตว์พาหนะเกิดโรคระบาด ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นโรคฝีดาษล้มเจ็บลงตามกัน ผู้ที่พอหนีได้ก็ทิ้งสมบัติบ้านเรือนหนีเอาตัวรอด ผู้ที่ป่วยไปไม่ไหวก็นอนรอวันตายของตนอยู่ ในกาลนั้นยังมีบุรุษหัวหน้าครอบครัว ๆ หนึ่งก็ได้เป็นโรคนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนที่พอจะเป็นที่พึ่งกันได้ ก็เลยหันหน้าเข้าพึ่งสรณะนมัสการอธิษฐานบนบานขอความคุ้มครองรักษาจากหลวงพ่อ โสธรในวิหาร รับเอายาดีของหลวงพ่อมา 3 อย่าง คือ ขี้ธูป 1 ดอกไม้เหี่ยวแห้งที่บูชาแล้ว 1 และน้ำมนต์จากหลวงพ่อ 1 เอามาต้มกินทาอาบทั่วสรรพางค์กาย ปรากฏว่าได้ผลสมปรารถนา โรคภัยต่าง ๆ หายเป็นปกติด้วยความดีใจที่โรคหายสมประสงค์จึงจัดให้มีการสมโภชแก้บนถวายหลวงพ่อแต่นั้นมา

กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ ก็แพร่ไปทั่วในถิ่นต่าง ๆ กว้างขวางมากยิ่งขึ้นจนเป็นที่เลื่องลือนับถือบูชาว่าหลวงพ่อโสธรศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดปรารถนาสิ่งใดที่ชอบธรรม ท่านก็ประสิทธิ์ประสาทให้สมประสงค์ การสมโภชแก้บนจึงมีขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา









บริเวณวัด







มีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับหลวงพ่อโสธร ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. 2451 ไว้ดังนี้

“กลับมาแวะวัดโสธร” ซึ่งกรมหลวงดำรงคิดจะแปลว่า ยโสธรจะให้เกี่ยวข้องแก่การที่ได้สร้าง เมื่อเสด็จกลับจากการไปตีเขมร แผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถ หรือเมื่อใดนั้นเป็นที่สงสัยด้วยเห็นไม่ถนัด พระพุทธรูปทำด้วยศิลาแลงทั้งนั้น องค์ที่สำคัญว่าเป็นหมดดีนั้น คือ องค์ที่อยู่กลาง ดูรูปตักและเอวงามเป็นทำนองเดียวกันกับพระพุทธรูปเทวปฏิมากร แต่ตอนบนกลายเป็นด้วยฝีมือผู้ปั้นไปว่า ลอยน้ำมาก็เป็นความจริงเพราะเป็นศิลาคงจะไม่ได้ทำในที่นี้”

อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร มีมากเหลือที่จะเล่าสู่กันฟังให้หมดได้ เพราะหลวงพ่อโสธรเปรียบเสมือนเป็นต้นโพธิ์ไทรอันใหญ่ ให้สรรพสัตว์ได้พำนักอาศัย หลวงพ่อเป็นร่มใหญ่กางกั้นสรรพภัยอันตราย ความเดือดร้อนลำเค็ญให้สรรพสัตว์ได้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นแพทย์วิเศษพยาบาลผู้อาพาธให้หายขาดไม่กลับคืน เป็นสรณะที่พึ่งพิงของหมู่บริษัทที่ถูกภัยคุกคามเป็นนิธิบ่อบุญกุศลของทายกทายิกาผู้ใฝ่หาบุญกุศลเป็นหมอดูพยากรณ์ทายโชคชะตาวาสนาทั้งอดีต อนาคต ปัจจุบัน ให้ทุกท่านผู้ต้องการทราบหลวงพ่อเป็นสัพพัญญูสำเร็จวิชาทุกอย่างทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นบรมครูของเทวดาและมนุษย์ไม่มีผู้ใดยิ่งไปกว่าหลวงพ่อ









วิหารอีกมุมถ่ายจากด้านหน้าโรงเจ







งานนมัสการหลวงพ่อโสธร

หลวงพ่อโสธรเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนพุทธบริษัททั้งใกล้และไกลเป็นที่นับถือ และที่ผู้ไปนมัสการไม่ขาด ทางวัดจึงจัดให้มีงานเทศกาลฉลององค์หลวงพ่อปีหนึ่งมีสองครั้ง คือ

1. งานเดือน 5 เรียกว่างานกลางเดือน 5 เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 14-15 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 รวม 3 วัน
2. งานเดือน 12 เรียกว่างานกลางเดือน 12 เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 รวม 5 วัน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: www.itti-patihan.com

การเข้าไปนมัสการหลวงพ่อในวิหาร ไม่อนุญาตให้ท่านสุภาพสตรีที่แต่งกายไม่เรียบร้อยเข้าไป แต่ทางการเขาจะมีชุดคลุมให้ยืมที่ด้านหน้าครับ.










โรงเจหลวงพ่อโสธร









ด้านหน้าโรงเจ








ออกจากเยี่ยมชมบริเวณวิหาร และโรงเจแล้วท่านสามารถหาซื้อพวกเครื่องราง และของที่ระลึกจากร้านค้าข้างวิหารได้ ซึ่งก็มีวางขายมากมายหลายอย่าง









ขายเครื่องรางข้างวัด









ขายเครื่องรางข้างวัด









ขายเครื่องรางข้างวัด







หลังจากได้นมัสการหลวงพ่อสมความตั้งใจแล้วเราก็ขับออกจากเมืองแปดริ้ว หรือจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามเส้นทางหมายเลข 304 เพื่อไปขึ้นเขาใหญ่ทางอำเภอกบิณท์บุรี

ก่อนถึงอำเภอเขาเขียว เราแวะพักทานมื้อเที่ยงกันที่ เรือนไม้ทับลาน รีสอร์ท ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจาก รีสอร์ทบ้านผางามมากนัก อากาศวันที่ 7 ธันวาคม ตอนบ่านโมงเศษๆ เย็นราวๆ 21 - 22 องศา บริเวณใกล้เคียงกันจึงมีรีสอร์ทขึ้นอยู่หลายที่ รวมทั้งที่กางเต้นสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย.










ที่เรือนไม้ทับลานรีสอร์ท












เราออกจากเรือนไม้ทับลาน รีสอร์ทหลังมื้อเที่ยง ขับไปถึงตรงก่อนเข้าวังน้ำเขียวแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางเขาแผงม้า ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถไปเขาใหญ่ และปากช่องได้

สองข้างทางที่เราผ่านไปซึ่งเป็นถนนสองเลนจะพบรีสอร์ทมากมาย บางช่วงของทางเส้นนี้จะวิ่งรอบๆเขื่อนลำพระเพลิง ทำให้บรรยากาศหน้าหนาวสวยงามมากขึ้น จากการตกแต่ง บ้าน รีสอร์ท ด้วยพันธุ์ไม้ดอกนาๆชนิด

และแล้วเราก็มาถึงปากช่องประมาณ 1500 น. พอถึงศูนย์ฝึกสุนัขที่ปากช่องซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงบอลลูนนานาชาติ เจ้าหน้าที่บอกเราว่าจะเริ่มแสดงเอาตอน 1600 น. .... ด้วยความจำเป็นที่เรามีภาระกิจอย่างอื่น เลยไม่สามารถรอ เพื่อถ่ายภาพมาฝากเพื่อนๆนักเดินทางได้ เราเลยจากที่นั่นมาด้วยความเสียดายยิ่ง.

คอยพบกันใหม่ในทริปหน้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบล๊อกนะครับ.



ขอบคุณที่ตามอ่าน



_____จบทริปพัทยา_____








Create Date : 15 ธันวาคม 2551
Last Update : 16 สิงหาคม 2555 22:54:05 น. 16 comments
Counter : 5473 Pageviews.

 
มาให้กำลังใจค่ะ ภาพยังงดงามมากเช่นเดิม...

อากาศเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยนตามอากาศนะคะ...

รูปใหม่สวย แต่ตัวอักษรสู้ของเก่าไม่ได้ค่ะ

ลุ้นอภิสิทธิ์ ได้ 233 ชนะประชา 197 ได้ไวน์ดีๆอีก 2 ขวด เสียดายก้อย sjn ไม่ได้จิบด้วย สุขสบายดีนะคะ...


โดย: รวิตุลยา IP: 203.144.187.18 วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:11:07:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ตามมาไหว้พระด้วยคนค่ะ

ได้ไปไหว้หลวงพ่อโสธรในช่วงอากาศอย่างนี้ค่อยยังชั่วนะคะ เพราะถ้าไปหน้าอื่นคง อ่ะค่ะ

Have a nice day na ka.


โดย: nLatte วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:12:02:00 น.  

 
หวัดดีครับ รวิตุลยา .....
บล๊อกนี้อยากได้สีทองมากๆ...... เลยเลือก BG ตัวนี้น่ะ.
คงต้องทนอ่านหน่อยนะครับ...
ส่วนการเมือง ก็ว่ากันไป อะไรคืออะไรคอการเมืองตัวจริง เขาเข้าใจหมดแล้ว งานนี้ผลก็เป็นไปตามที่คนเขียนบทอยากให้เป็น.... ลองดูบ้างเผื่อเก่งแบบที่พูดน่ะ..


โดย: wicsir วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:12:11:38 น.  

 
หวัดดีครับ nLatte...
ผมจำได้ว่าเคยเข้าไปอ่านบล๊อกคุณยุ้ย เกี่ยวกับวัดหลวงพ่อโสธร เลยอยากไปบ้าง......
เห็นคนเข้าวัดนี้เยอะมาก จนต้องแย่งกันทุกอย่าง แม้แต่คิวเข้าไหว้หลวงพ่อ....
ขอบคุณครับที่จุดไฟ ทำให้อยากไป และได้ภาพมาฝากอย่างที่เห็นครับ.... ขอบคุณอีกครั้งที่แวะมาเยี่ยมกัน


โดย: wicsir วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:12:16:05 น.  

 
ตามมาเที่ยววัดด้วยคนค่ะ

สวยจัง....เลนส์ไวด์ ได้ใจค่ะ ใช้กล้อง เลนส์ไรเอ่ยคะเนี่ย

มาบลอกนี้ไม่ผิดหวังเลยค่ะ อิอิ
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: TweetyFly วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:22:04:50 น.  

 
หวัดดีครับ TweetyFly.... ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล๊อกครับ
ใช้ นิคส์ ครับ ดี80 เลนส์ไวด์ 10-20 ของอาม่า น่ะ...... แต่ปกติจะใช้ คิด 18-135 ครับ..... อุปกรณ์พอใช้ แต่ฝีมือยังห่างไกลความจริงเยอะครับ


โดย: wicsir วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:18:29:58 น.  

 
มาจากบล็อก รอคุณมาชิมน่ะค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 ธันวาคม 2551 เวลา:10:01:50 น.  

 
นินี เห็นว่า ตัวอักษรเปลี่ยนแล้ว สวยเชียว คิดถึงเพื่อน เลยมาดูรูปค่ะ


โดย: รวิตุลยา IP: 203.144.187.18 วันที่: 18 ธันวาคม 2551 เวลา:14:25:47 น.  

 
หวัดดีคุณตุ๊ก..... ขอบคุณครับ ที่ชวนไปชิม อ่อมปลาแซลม่อน..ถ้าผ่านไปจะแวะแน่นอนครับ.

หวัดดี รวิตุลยา ...... ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ


โดย: wicsir วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:9:48:30 น.  

 
หวัดดีครับ

วันนี้ชวนมาเที่ยวกันต่อดีกว่า

Photobucket


โดย: chalawanman วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:18:04:49 น.  

 
ขอบคุณ Chalawanman ที่แวะมาเยี่ยมครับ
ตามไปแล้ว ถ่ายภาพสวยจริงๆครับ


โดย: wicsir วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:20:27:04 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะ คุณ wicsir

เห็นตามไปเที่ยวเชียงคานและเซ็นทรัลเวิลด์ที่บ้านแล้ว ขอบคุณมากนะคะ

ว่าแต่สองที่สองบรรยากาศ อารมณ์คนละขั้วเลยเน๊าะคะ ที่นึงสง๊บ สงบ หาศูนย์การค้า แสงสีแทบไม่เจอ ส่วนอีกที่นึงก้ออึกทึกครึกโครมซ้า

นี่แหล่ะหนอเมืองไทย เที่ยวครบรสจริงๆนะคะ


โดย: nLatte วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:20:31:24 น.  

 
ขอบคุณ nLatte ครับที่ตามมาคุยถึงบ้าน..
ทุกอย่างคือสิ่งสมมติครับ.... เจออะไรที่ดี ไม่เป็นพิษเป็นภัย เราก็เก็บเอามาระลึกถึงครับ.... และต้องพยามลืมทุกอย่างที่เป็นภาพลวงตาน่ะ...

เชียงคานสงบ ผู้คนที่นั่นน่ารักมาก ตอนเด็กๆเคยมีคนเล่าเรื่องเมืองนี้ให้ฟัง อยากเห็น และได้เห็นหลายครั้งจนรัก.... ห้องกล้องชอบเอาเรื่องเชียงคานมาลงบ่อยๆครับ..

ส่วนเวิลด์เทรด ไม่ไปก้ไม่ได้ เพราะ สนง.เราอยู่แถวนั้นด้วยดิ...


โดย: wicsir วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:21:05:51 น.  

 
รูปสวยเช่นเคย...เปิ้ลยังไม่มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อโสธร ช่วงที่เขาสร้างวิหารใหม่ แต่มาดูแบบนี้เหมือนได้ไปกราบแล้วละค่ะ


โดย: Pleja IP: 117.47.98.40 วันที่: 24 ธันวาคม 2551 เวลา:22:56:51 น.  

 
ถ่ายรูปโบสถ์ได้สวยมากค่ะ เลนส์ไวด์เก็บรูปได้ทั้งโบสถ์เรย

แหมมๆๆๆ จันทร์ไม่กล้าเอารูปตะเองลงเรยนะนี่ รูปจันทร์มือสมัครเล่นสุดๆ 5555+



โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:17:27:31 น.  

 
อย่าไปคิดมากครับคุณจันทร์
อันนี้ก็ยังไม่ดีเลย เพราะผมเองก็มือสมัครเล่น
แต่อาศัยใจรักน่ะ........ผมชอบวิวและสถานที่ของวัดมากๆ
ถ้ามีเวลาจะกลับไปไหว้หลวงพ่ออีกครับ


โดย: wicsir วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:20:51:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

wicsir
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊ง ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.