##### รีวิว Thames Valley เขาใหญ่ ตอนที่ 2 ห้องพักแบบ Glory Suite #####







สวัสดีค่ะ





เอนทรี่ล่าสุด รีวิวอาหารกลางวันแบบบุฟเฟท์ที่ Kowakien Hotel ค่ะ (คลิกเพื่ออ่าน)





และหลังจากประเดิมกับการรีวิวทริปไปเยือนเทมส์วัลลีย์มาแล้ว ตามนี้

รับประทานอาหารกลางวัน ณ The Castle (คลิกเพื่ออ่าน)







วันนี้ก็จะพาไปดูห้องพักของที่นี่กันบ้างนะคะ

ก่อนอื่นคงต้องขอเกริ่นเรื่องของที่นี่ก่อนว่าเป็นไงมาไงเนาะ สำหรับที่เทมส์วัลลีย์เป็นโรงแรมที่สร้างในสไตล์ English-style Countryside (ในเอกสารมีบอกสองอันค่ะ คือแบบนี้กับอีกชุดบอกว่าเป็นสไตล์ English Country Home) ซึ่งก็เนื่องด้วยจากเจ้าของเคยไปเรียนที่อังกฤษแล้วก็ชอบที่นั่น ก็เลยเอามาสร้างเป็นที่พักที่นี่นะคะ เนื้อที่ก็มีอยู่ราว 10 ไร่บนถนนธนะรัชต์กิโลเมตรที่ 18 ค่ะ ส่วนแผนที่แปะไปแล้วที่เอนทรี่ที่แล้ว ไม่แปะซ้ำนะฮับ แฮ่...


ถ้าใครอยากไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของโรงแรมก็ตามนี้นะคะ



ส่วนเฟซบุ๊คของทางโรงแรมก็ที่นี่เลยฮับ



สำหรับห้องพักที่นี่จะมีทั้งหมด 58 ห้องค่ะ โดยแบ่งออกเป็นดังนี้นะคะ

1. Deluxe Highgarden เนื้อที่ขนาด 40 ตารางเมตร มีทั้งหมด 24 ห้องค่ะ ห้องแบบนี้จะอยู่ที่ชั้นหนึ่งทั้งหมดนะคะ (ถ้ามีผู้สูงอายุมา แนะนำให้เลือกห้องไทพ์ที่อยู่ชั้นหนึ่ง (หรือชั้นล่าง) เพราะที่นี่มีแค่สองชั้นและไม่มีลิฟท์นะคะ ผู้สูงอายุอาจจะไม่เหมาะกับการเดินขึ้นลงบันไดเท่าไหร่ค่ะ)

2. Deluxe upon Thames เนื้อที่และทุกอย่างเหมือนแบบที่หนึ่งค่ะ แต่อยู่ที่ชั้นสอง มีอยู่ 12 ห้องค่ะ

3. Deluxe Pond เนื้อที่เท่าเดิม เพียงแต่มีอ่างสปาไว้แช่ตัวที่ระเบียงนะคะ ห้องแบบนี้มีทั้งหมด 10 ห้องค่ะ

4. Glory Suite ห้องนี้ใหญ่ขึ้นมากว่าสามแบบแรก มีเนื้อที่ 48 ตารางเมตร มีอยู่แค่ 6 ห้อง เป็นห้องพักแบบที่พักได้สามคน จะมีเตียงดับเบิ้ล (เตียงใหญ่ นอนได้สองคน) หนึ่งเตียง และเตียงซิงเกิ้ลอีกหนึ่งเตียงค่ะ และห้องแบบนี้จะมีอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ (ส่วนที่ระเบียงจะเป็นที่นั่งเล่นเฉยๆ นะคะ)

5. Executive Suite เนื้อที่ใหญ่ถึง 88 ตารางเมตรเลยค่ะ แล้วก็ทั้งโรงแรมมีทั้งหมด 2 ห้องนะคะ คือเหมือนเอาห้องแบบที่หนึ่งหรือสอง มาบวกกับกลอรี่สวีทน่ะแหละค่ะ (เดี๋ยวจะมีเอนทรี่หนึ่งที่พาไปดูนะคะ) มีอยู่แค่ 2 ห้องค่ะ ห้องแบบนี้ที่ต่างไปก็คือจะมีส่วนห้องนั่งเล่นที่แยกออกมาเป็นสัดส่วนต่างหากนะคะ (และมีห้องน้ำที่ใช้อาบน้ำได้ทั้งสองห้องด้วยค่ะ)

6. Pool Villa ห้องนี้เนื้อที่ 130 ตารางเมตรค่ะ มันคือบ้านหนึ่งหลังเลยแหละ ทั้งโรงแรมมีอยู่ 3 ห้องนะคะ ห้องแบบนี้มีสระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่าค่ะ ตอนนี้กำลังมีการสร้างเพิ่มอีกสามหลังอยู่นะคะ

7. Duplex Pool Villa ห้องนี้เนื้อที่มากที่สุดคือ 180 ตารางเมตร มีอยู่แค่ห้องเดียวค่ะ ซึ่งเป็นบ้านสองชั้นเลยค่ะ มีสองห้องนอน สองห้องน้ำและสระว่ายน้ำส่วนตัว เดี๋ยวตอนเอนทรี่ที่รีวิวห้องพักแบบอื่นๆ จะพาไปชมกันค่ะ

ซึ่งแม้ว่าห้องพักจะมี 58 ห้องแต่พนักงานของที่นี่กลับมีทั้งหมดถึง 93 คนค่ะ เรียกว่าค่อนข้างมีมากพอที่ควรจะให้บริการที่ดีให้กับลูกค้าที่มาพักได้นะคะ ซึ่งเราว่าเหมาะสมสำหรับระดับของโรงแรมด้วยค่ะ ถ้าโรงแรมสวย ดูดี แต่พนักงานไม่เพียงพอต่อการบริการ ซึ่งทำให้การบริการบกพร่อง มันก็ไม่โอเคนะคะ ว่ามั้ย? Smiley


และนอกจากนั้นค่ะ สำหรับ Dog Lover ทั้งหลาย ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ไปต่อ (ไม่ใช่แระ!) ที่นี่อนุญาตให้น้องหมาได้มาพักด้วยค่ะ โดยมีห้องสองห้องที่สามารถให้สุนัขพักได้ ซึ่งเป็น Deluxe High Garden 1 ห้องและเป็น Pool Villa 1 ห้องค่ะ ส่วนจะเป็นห้องไหนเบอร์อะไร ต้องลองติดต่อทางโรงแรมเองนะฮับ





ประเดิมเอนทรี่นี้ด้วยรูปของอาคารที่พักของที่นี่นะคะ
















สำหรับที่โรงแรมนี้นะคะ การจัดวางผังของโรงแรม จะมีแม่น้ำ (-เทมส์จำลอง) ผ่ากลาง และตึกที่พักจะอยู่สองฟากฝั่งค่ะ ฝั่งซ้ายจะเริ่มต้นด้วยอาคารที่มีห้องพักที่ขึ้นด้วยเลข 3 (Abingdon) และไล่ 2 (Kent) 1 (Marlow) ไป พอสุดที่อาคารหนึ่งก็จะข้ามลำน้ำไปสู่โซนของพูลวิลล่าทั้งสามหลังแล้วค่ะ ส่วนทางฝั่งขวาด้านใกล้ล็อบบี้ (และห้องอาหาร) จะเริ่มต้นด้วยอาคารที่มีห้องพักขึ้นต้นด้วยหมายเลข 4 (Walton) ต่อด้วย 5 (Paddington) และหลังสุดท้ายจะเป็น Duplex Pool Villa (Windsor) นะคะ


จะเห็นว่าแต่ละอาคารที่พักนี่จะตั้งชื่อตามเมืองต่างๆ ในอังกฤษเลยนะคะ
















เลยแอบไปหาจากกุเกิ้ลมาว่าแต่ละเมืองที่ว่านี่อยู่ประมาณไหนของอังกฤษหว่า (เอ่อ..อะไรจะอยากรู้อยากเห็นขนาดนั้นป้า? Smiley ) ก็ได้มาประมาณนี้นะคะ ไม่เป๊ะๆ นะคะ เพราะที่ลูกศรโยงไปก็กะๆ เอาน่ะค่ะว่าน่าจะประมาณแถวๆ นั้น แหะๆ
















ให้ดูภาพรวมๆ จากมุมสูงอีกที (อันนี้ทางเจ้าภาพพาไปถ่ายรูปบนดาดฟ้าค่ะ ตรงนั้นปกติไม่ได้อนุญาตให้ออกไปถ่ายรูปได้นะคะ แต่บรรดาบล็อกเกอร์ทั้งหลายปรารถนา เจ้าภาพเลยต้องให้ แหะๆ (คือเพิ่งมารู้หลังจากถ่ายเสร็จน่ะแหละค่ะว่าเค้าไม่ให้ใครขึ้นมาที่ดาดฟ้าถ้าไม่ได้จัดงานง่ะค่ะ))

ดูทั้งแบบมีแสงกับตอนแสงกำลังจะหมดนะคะ (เราไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไปนะคะ มีนอยซ์บ้างเล็กน้อย Smiley )


















จากนั้นก็ขอย้อนกลับไปที่ล็อบบี้นะคะ ความเดิมจากตอนที่แล้ว เดินผ่านล็อบบี้ไปปุ๊บ ก็จะเจอกับสะพานข้ามลำน้ำเล็กๆ ก่อนจะไปเจอกับซุ้มนั่งเล่นที่ทำเป็นกึ่งๆ ลูกกรงหละนะคะ อันนี้เราถ่ายย้อนหลังไปหลังจากเดินผ่านมาแล้วค่ะ
















ตัวป้ายที่บอกทางไปอาคารที่พักค่ะ เข้าธีมเช่นกันนะคะ



















ซึ่งสำหรับท่านใดที่พาผู้สูงอายุมาด้วย หากไม่สะดวกในการเดินเท้า ทางโรงแรมเค้ามีรถกอล์ฟในการบริการรับ-ส่งนะคะ แต่อย่างเราไม่ได้ใช้ค่ะ เพราะยังวัยรุ่นอยู่ (ช่างกล้านะป้านะ )
















เราได้ห้องพักที่ขึ้นต้นหมายเลขสองนะคะ ซึ่งจะเป็นอาคารที่ชื่อว่า Kentค่ะ หน้าตาของกุญแจที่นี่จะเป็นคีย์การ์ดลายดอกกุหลาบตามภาพเลยนะคะ ที่นี่มีไวไฟฟรีบริการให้ค่ะ จะมีพาสเวิร์ดใส่มาให้ในซองกุญแจเลย
















แต่ละห้องทุกแบบจะมีระเบียงนะคะ แต่อยู่ที่ว่าจะเป็นที่นั่งเล่นหรือจะเป็นอ่างให้แช่ตามไทพ์ของห้องค่ะ ซึ่งภายนอกของระเบียงจะไม่เหมือนกันค่ะ (ตามภาพเลย) นี่แอบไปเก็บภาพของอาคาร Marlow ที่อยู่เลยอาคารเราไปมาให้ดูค่ะ
















ลักษณะของอาคารก็ประมาณนี้นะคะ (อันนี้ถ่าย Marlow ค่ะ แหะๆ) คือเป็นอาคารสองชั้นและไม่มีลิฟท์ค่ะ
















แถ่นแท้...นี่คืออาคาร Kent ที่เราพักค่า ทุกห้องของอาคารนี้จะขึ้นต้นด้วยเลข 2 นะคะ

ถ้าเป็นห้อง 211-218 (คือมีเลข 1 อยู่ตรงกลาง) จะต้องขึ้นไปที่ชั้นบนค่ะ ส่วนห้อง 201-208 จะอยู่ที่ชั้นล่าง (นับชั้นที่ติดพื้นเป็นกราวด์ฟลอร์ เลขห้องตรงกลางเลยเป็นเลขศูนย์ ขณะที่ขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นเป็นชั้นที่ 1 นี่ตามแบบอังกฤษใช่ป่าวคะ?)


















ด้านหน้าของแต่ละห้องพัก จะมีเก้าอี้และรั้วเตี้ยๆ ตามภาพทุกห้องเลยนะคะ ลักษณะก็คล้ายคลึงกันแหละค่ะ มีต่างไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ อย่างของห้อง 201 กับห้องเรา 202 ก็วางเก้าอี้คนละฝั่งตามภาพ เป็นต้นค่ะ
















ทางเดินชั้นล่างค่ะ จะดูทึบๆ หน่อยนะคะ ถ้าเป็นชั้นบนจะโปร่งกว่านิดหนึ่งค่ะ
















สำหรับการเข้าห้อง แค่เอาการ์ดไปแตะตรงบริเวณแม่กุญแจหละค่ะ พอไฟเขียวก็เข้าได้เลยนะคะ
















ก่อนจะเข้าไปดูในห้อง เพื่อความเข้าใจ เราวาดแปลนแบบคร่าวๆ (มาก) ให้ดูผังของห้องพักแบบกลอรี่สวีทนะคะ ตรงทางเข้าห้องของรูปด้านบนจะอยู่ทางขวามือของผังแปลนนี้นะคะ
















เข้าไปในห้องปุ๊บ มองไปทางซ้ายมือ จะเป็นโซนนั่งเล่นก่อนเลยค่ะ ระบบไฟนี่นี่เป็นคีย์บ็อกซ์หละนะคะ เอาการ์ดเสียบเพื่อให้ระบบไฟในห้องทั้งหมดทำงานค่ะ
















ป้ายบอกห้ามรบกวนกับให้ทำความสะอาดค่ะ น่ารักดี
















โซนของที่นั่งเล่นค่ะ จะมีเดย์เบดด้วย ตัวเล็กๆ (คำสุภาพแทนคำว่าเตี้ย) อย่างเรานี่นอนเล่นได้สบายๆ เลยนะคะ แฮ่...
















มาดูห้องพักของเราบ้างค่ะ อย่างที่บอกไปนะคะว่า ห้องแบบ Glory Suite จะมีเตียงแบบเตียงดับเบิ้ลสำหรับนอนสองคนหนึ่งเตียง และเตียงสำหรับนอนคนเดียวอีกหนึ่งเตียง (คุณภาพของเตียงเหมือนกัน ไม่ใช่เตียงเสริมค่ะ)ดังนั้นห้องแบบนี้จะพักได้สามคนค่ะ แต่เราไปกับเพื่อนสองคน เราให้เพื่อนนอนเตียงใหญ่ ส่วนเรานอนเตียงเล็กแทนค่ะ (ดูเป็นคนดีเนาะ อิอิ)

ซึ่งถ้าเป็นห้องแบบ Deluxe ปกติ พื้นที่จะหายไป แล้วเตียงก็จะเหลือแค่เตียง Double เตียงเดียวค่ะ (เดี๋ยวจะพาไปดูแบบละเอียดอีกทีในเอนทรี่ห้องพักแบบอื่นๆ ของที่นี่นะคะ)
















ขอพาไปดูห้องน้ำกันก่อนเลยแล้วกันนะคะ แฮ่...

สำหรับห้องน้ำที่นี่นะคะ จะมีอ่างแบบย้อนยุคเก๋ๆ ให้ในห้องน้ำด้วยค่ะ จะอยู่ติดกับหน้าต่างฝั่งระเบียงกันเลยทีเดียว (ปิดม่านเอาละกันค่ะ แต่ฝั่งเราไม่ได้เป็นฝั่งติดกับทางเดินหลักของทางโรงแรมอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหา แหะๆ) ตัวอ่างโอเคเลยนะคะ ไซส์กำลังพอดีกับเรา แช่แล้วไม่จมไปทั้งตัวแบบบางที่ น้ำร้อนก็ช้าหน่อย (ถ้าเปิดอาบด้วยฝักบัวจะเห็นชัดว่าน้ำร้อนช้าไปนิดค่ะ) แต่เปิดใส่อ่างก็โอค่ะ

แต่ข้อเสียตรงนี้นิดหนึ่งก็คือ เราลองหารอบๆ อ่างอาบน้ำแล้วนะคะ ไม่เจอท่อหรือรูที่ระบายน้ำแฮะ ยังคิดว่า ถ้าเกิดน้ำล้น หรือกระฉอกหกออกมานี่ ต้องเช็ดอย่างเดียวเลยนะนี่ เพราะไม่มีทางระบายน้ำออกไปได้อะค่ะ
















ตัวหัวก็อกของที่นี่จะเป็นแยกระหว่างน้ำร้อนและเย็นนะคะ ส่วนตัวจุกก็อกของอ่าง ทั้งอ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ จะเป็นแบบกดที่จุกก็อกโดยตรงเพื่อปิดหรือปล่อยน้ำทั้งคู่ค่ะ ส่วนที่มีลูกศรชี้นั่นคือ การเปลี่ยนเป็นน้ำไหลทางฝักบัวหรือก็อกสำหรับปล่อยน้ำลงอ่างอาบน้ำค่ะ
















จากปลายอ่างอาบน้ำ มองไปทางขวาก็จะเป็นตามภาพเลยนะคะ นั่นคือมีตู้เสื้อผ้าอยู่ทางขวามือ (ติดกับทางเข้าออกห้องน้ำนี่แหละค่ะ) ถัดไปทางซ้ายมือจะเป็นอ่างล้างหน้า ทางขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์ ส่วนด้านในสุดจะเป็นส่วนของชาวเวอร์ค่ะ
















ตัวของใช้ที่อยู่ส่วนของชาวเวอร์ จะมีครีมอาบน้ำ แชมพูและบอดี้โลชั่นนะคะ ขอบอกว่าบอดี้โลชั่นนี่แม้จะสีช็อกโกแลต แต่กลิ่นออกแนววานิลาค่ะ หอมมากกกก ปกติเราจะไม่ค่อยเก็บพวก amenity kits ของห้องน้ำแต่ละรร.เท่าไหร่ แต่อันนี้เอากลับบ้านเลยค่ะ ฮา Smiley
















ส่วนของใช้อื่นๆ จะอยู่ตรงกระจกปลายอ่างอาบน้ำนะคะ (พร้อมทั้งน้ำเปล่ายี่ห้อของโรงแรมเองฟรีสามขวด ตามจำนวนคนที่เข้าพักในห้องนั้นๆ ได้) แล้วก็ตัวไดร์เป่าผมจะอยู่ข้างๆ อ่างล้างหน้าค่ะ


















สำหรับตู้เสื้อผ้าที่นี่ก็มีข้าวของค่อนข้างครบครันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะ ร่ม ตู้เซฟ ตามภาพเลยฮับ
















ดูห้องน้ำเสร็จสิ้นแล้ว กลับมาที่ห้องนอนกันนะคะ ห้องแบบกลอรี่สวีท จะตกแต่งด้วย Dream Catcher (เห็นบางเว็บสะกดแบบติดกันเลยนะคะ ไม่แน่ใจว่าอันไหนถูกเหมือนกันค่ะ) หรือตาข่ายดักฝันค่ะ ตามภาพเลย




สำหรับความหมายของตาข่ายดักฝันนะคะ เราไปหามาได้ดังนี้ค่ะ เครดิตจากลิงก์นี้ค่ะ



ชนเผ่าพื้นเมืองในอเมริกาหรือที่เรียกกันว่า เผ่าอินเดียนแดง มีการสร้างงานหัตถกรรมของชนเผ่าที่เชื่อกันว่าเป็นเครื่องรางดักจับความฝัน เรียกกันว่า “Dreamcatcher”มีความหมายถึง “ตาข่ายดักฝัน” หรือ “เครื่องดักความฝัน” หัตถกรรมอินเดียนแดงชิ้นนี้เชื่อกันมาตั้งแต่โบราณว่าจะช่วยกรองฝัน ให้ฝันดีอยู่กับตัว และฝันร้ายสลายไป ลักษณะของตาข่ายดักฝันหรือเครื่องดักฝันจะเป็นห่วงวงกลม ข้างในถักทอเป็นตาข่าย และด้านล่างจะประดับประดาด้วยขนนก ลูกปัด รวมทั้งเครื่องประดับเล็กๆน้อยๆอื่นๆ

ตาข่ายดักฝันมีที่มาจากอินเดียแดงเผ่าโอจิบวี (Ojibwe) หรือ ชนเผ่าชิปเปวา (Chippewa) ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกา ชนเผ่าชิปเปวาเชื่อกนว่า แมงมุมมีพลังอำนาจวิเศษที่สามารถทอใยดักจับความฝันได้เหมือนกับที่มันดักจับสัตว์เป็นอาหารนั่นเอง แม้ว่าวันเวลาที่มีการคิดสร้างตาข่ายดักฝัน ไม่มีใครรู้ที่มาว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด แต่ก็พอสันนิษฐานได้ว่าน่าจะก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 20 ไม่นาน

ชนเผ่าโอจิบวีเป็นอีกชนเผ่าหนึ่งที่นิยมประดิษฐ์สร้างตาข่ายดักฝันไว้เป็นจำนวนมาก กลายเป็นว่า ตาข่ายดักฝันเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชนเผ่าต่างๆที่เป็นกลุ่มน้อยอยู่ในอเมริกา จนกระทั่งมันกลายมาเป็นของขวัญของกำนัลจากร้านขายของที่ระลึกในเขตที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียแดงในปัจจุบัน

วัฒนธรรมอินเดียแดง ซึ่งปัจจุบันจะไม่เรียกว่า “อินเดียนแดง” แล้ว แต่จะเรียกกันว่า “ชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกัน (Native American)” ถือว่า “ขนนก” เป็นสัญลักษณ์ของ “อากาศ” และ “ลมหายใจ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การมีชีวิต กรรมวิธีการทำเครื่องดักฝันจะทำมาจากเกลียวเชือกจากต้นวิลโลว์ มาถักทอเป็นโครงวงกลมโดยมีตาข่ายอยู่ด้านใน

ด้านล่างจะตกแต่งประดับประดาด้วยขนนกแบบต่างๆดังนั้น ตาข่ายดักฝันหรือเครื่องดักฝัน จึงกลายมาเป็นเครื่องรางมงคลที่นิยมห้อยแขวนไว้เหนือเปลเด็กในทางคติความเชื่อก็คือ เครื่องหมายนำอากาศเข้าสู่ลมหายใจและนำโชคดีมาให้เด็กๆ

ส่วนทางจิตวิทยาก็คือ ตาข่ายดักฝันประดับขนนกเหล่านี้จะทำหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กๆได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของขนนกที่ส่ายไหวดั่งระบำขนนก จะช่วยทำให้ทารกมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อต่างๆได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันมันคือเครื่องรางที่ช่วยกรองฝันดีมาสู่เด็กๆ และสกัดฝันร้ายไม่ให้มากล้ำกราย แต่ถึงกระนั้น ก็มีวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่นำไปแขวนประดับเหนือเตียงนอน จนกลายเป็นแฟชั่นแบบอย่างหนึ่ง แต่ทว่า การดักจับความฝันคงทำไม่ได้กับนิสัยพวกเขา เพราะวัยผู้ใหญ่นั้นจิตใจไม่ได้ใสสะอาดเหมือนเด็กๆ เครื่องดักฝันจึงอาจไม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย

ยังมีเครื่องรางต่างๆอีกมากมายที่เชื่อว่ามีอำนาจพิทักษ์ความฝัน ซึ่งถูกนำมาใช้ห้อยแขวนเหนือตียงนอนขวางทารกและเด็กๆเพื่อปกป้องให้พ้นจากฝันร้ายและหลบเลี่ยงพลังอันชั่วร้ายที่มองไม่เห็นได้สำเร็จ แต่หลายๆคนกลับนิยมเลือกตาข่ายดักฝัน ด้วยเพราะมนุษย์สัมผัสได้ถึงอำนาจเร้นลับจากสิ่งชั่วร้ายที่อาจซ่อนตัวอยู่ในกระจก ต้นไม้ หรือกรอบหน้าต่าง ดังนั้น การแขวน “ตาข่ายดักฝัน” ก็เพื่อช่วยปกป้องเด็กๆให้พ้นจากภัยมืด เพราะฝันร้ายเหล่านั้นจะถูกกักขังไว้ในตาข่ายไม่ให้ออกไปไหนอีกเลย จนกระทั่งถึงยามผ้าสาง ฝันร้ายจะมลายหายไปเอง ส่วนฝันดีจะถูกกรองผ่านรูตาข่ายไปสู่เด็กๆ ตลอดยามราตรี














ต่อไปค่ะ ขอย้อนกลับไปดูส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่นกันบ้างนะคะ

นอกจากเดย์เบด โต๊ะและเก้าอี้แล้ว จะมีตู้มินิบาร์อยู่ใกล้ๆ ตามภาพด้วยค่ะ
















ตู้นี้ตอนที่ปิดอยู่นี่จะดูหน้าตาเพลนๆ มากค่ะ เปิดออกมาก็พบกับคลังสมบัติดังกล่าว (ฮา) ด้านบนก็มีประดับดรีมแคชเชอร์เช่นเดียวกันนะคะ


















มินิบาร์ตรงนี้ ที่อยู่ในตู้เย็นได้แก่น้ำอัดลมและน้ำผลไม้ รวมทั้งมันฝรั่งนี่ รับประทานได้ฟรีทั้งหมดนะคะ (สำหรับห้องทุกไทพ์ด้วยค่ะ ไม่ใช่เฉพาะสวีท) ซึ่งเราว่าเป็นแนวคิดที่ดีค่ะ หลายๆ โรงแรมก็เริ่มทำกันแบบนี้แล้วนะคะ (ต้นทุนไม่เท่าไหร่เอง เราว่าได้ความรู้สึกดีๆ จากคนเข้าพักออกนะคะ Smiley )
















สำหรับชั้นบนจะเป็นที่สิงสถิตของเครื่องทำกาแฟ ชา และกาแฟค่ะ (และน้ำเปล่าฟรีอีกสามขวด รวมทั้งหมดฟรี 6 ขวดค่ะ)
















สำหรับการชงกาแฟนะคะ พอดีพนักงานมาส่งกระเป๋า ก็เลยให้อธิบายให้ฟังค่ะ (สังเกตชุดฟอร์มนะคะว่าจะแตกต่างจากน้องที่ต้อนรับและมอบผ้าเย็นให้ที่ล็อบบี้ด้วย เค้าบอกว่าคนละส่วนงานกันก็จะมีชุดฟอร์มที่แตกต่างกันค่ะ)
















เครื่องชงกาแฟหน้าตาก็ตามรูปนะคะ (คือ แสงน้อยมาก เบลอพอควร ขออภัยด้วยค่ะ แง ) จะมีแคปซูลกาแฟให้ตามจำนวนคนเข้าพักอีกเช่นกันค่ะ สีฟ้าจะเป็นแบบไม่มีคาเฟอีน สีครีมน้ำตาลมีคาเฟอีนปกติ และสีแดงคือแบบเข้มข้นค่ะ

ส่วนการชงกาแฟด้วยเครื่องชงกาแฟ ก็ต้องกดไล่น้ำที่ปุ่มบนสุดก่อนนะคะ จากนั้นเปิดฝาสีเงินๆ ออกก็จะมีช่องให้ใส่แคปซูลตามภาพ ใส่แคปซูลกาแฟที่ต้องการลงไป ปิดฝา จากนั้นก็กดเลือกระดับน้ำสำหรับกาแฟที่ต้องการ แล้วก็รอดื่มได้เลยค่ะ


















ตอนนี้ยังขาดอีกหนึ่งจุดคือที่ระเบียงของห้องพักค่ะ เดินเข้าไปจนสุดห้องก่อนนะคะ ขอถ่ายรูปภาพรวมของห้องอีกครั้งค่ะ

อ้อๆ ทีวีที่นี่เป็นจอแบนขนาดใหญ่ตามภาพหละนะคะ แล้วก็ในเอกสารบอกว่ามี Apple TV ด้วยแต่ต้อง On request ค่ะ ถ้าใครต้องการก็แจ้งเค้าไปล่วงหน้าก่อนแล้วกันนะคะ แหะๆ แต่อืมม์...ไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีแฮะ ถ้ามีเพิ่มอีกนิดก็ดีค่ะ เผื่อบางคนอยากมาพักผ่อนแบบได้ดูหนังกันกับแฟนหรือครอบครัวหรือเพื่อนฝูงหรือ..(พอเหอะป้า) นั่นแหละค่ะ ถ้ามีเครื่องเล่นดีวีดี แล้วก็มีส่วนให้ยืมภาพยนตร์ได้ จะครบถ้วนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นนะคะ แฮ่...
















ระเบียงของห้องพักแบบนี้นะคะ จะเป็นที่นั่งตามภาพค่ะ แล้วก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าจะอยู่ติดกับหน้าต่างของห้องน้ำตรงอ่างอาบน้ำเลยนะคะ

ตัววิวทิวทัศน์ของห้องเราก็ตามภาพเลยค่ะ ฝั่งนี้จะค่อนข้างไม่พลุกพล่านเท่าฝั่งที่ระเบียงอยู่ด้านทางเดินหลักของโรงแรมนะคะ


















ปิดท้ายเอนทรี่นี้ด้วยภาพห้องพักของเรายามค่ำคืนนะคะ เอนทรี่หน้าจะพาไปหม่ำอาฟเตอร์นูนทีกันฮ้าบบ

















อ้อๆ ที่พิเศษมากๆ เลยก็คือ ตลอดเดือนธันวาคมนี้นี่ ทางโรงแรมเค้ามีการจัดมุมถ่ายภาพเก๋ๆ ไว้ให้กับลูกค้าทุกคนด้วยนะคะ ไม่ว่าจะมาเดินทางมาเดี่ยว คู่หรือเป็นกลุ่มก็จะได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วก็จะเขียนโปสการ์ดจากเทมส์ วัลลีย์ โดยทางโรงแรมฯ จะทำหน้าที่ในการส่งให้ฟรีอีกด้วยอีกด้วยหละค่ะ ใครไปพักช่วงธันวาคมนี่ก็เรียกได้ว่าได้เปรียบกว่าช่วงอื่นหน่อยนะคะ แฮ่...Smiley












ปฏิทินธรรม








วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557

1. ตักบาตรพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น วัดพุทธบูชา (ทุกวันเสาร์แรกของเดือน)




วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น.


ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
//www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447

สำหรับเดือนนี้มีงานทอดกฐินด้วยนะคะ


2. กฐินวัดมเหยงคณ์ อ.หันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา

ยังไม่ทราบกำหนดการค่ะ เดี๋ยวทราบแล้วจะมาอัพเดทเพิ่ม





วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2557

1. กฐินวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี




วันอาทิตย์ที่ 8 และ 22 พฤศจิกายน 2557 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts






วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2557 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือน)

1. ตักบาตรพระกรรมฐาน (นิมนต์พระสายหลวงปู่มั่น) ที่วัดบรมนิวาส (ไม่มีรายละเอียดอย่างอื่นค่ะ)

ที่จอดรถค่อนข้างหายาก ไม่ควรนำรถส่วนตัวไปค่ะ





วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 (จัดทุกวันเสาร์ที่สี่ของเดือน)

1. เชิญทุกท่านร่วมทำบุญตักบาตร สดับธรรม พระเถระวัดป่ากรรมฐาน เมตตารับบาตร โดย
พระราชภาวนาวิกรม (หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม)
วัดหนองป่าพง จ. อุบลราชธานี
พระครูสุธรรมประโชติ (หลวงพ่อคำผอง ฐิตปุญโญ)
วัดป่าพิทักษ์ธรรม จ. นครราชสีมา
พระครูภาวนาอุดมคุณ (หลวงพ่อโสภา อุตฺตโม)
วัดเขาวันชัยนวรัตน์ จ. นครราชสีมา
เวลา ๐๗.๐๐-๑๐.๐๐ น. ณ บ้านอารีย์

เว็บไซต์บ้านอารีย์
//www.baanaree.net

















ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1,469,696+1996164=3465860/11032/912




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2557 8:23:14 น. 34 comments
Counter : 17008 Pageviews.

 
สวย และน่าไปพักซักครั้งครับ


โดย: wicsir วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:8:45:24 น.  

 
สวย ๆ และรีวิวละเอียดดีจังเลยค่ะ เห็นแล้วน่าไปเที่ยวบ้างค่ะ
ส่งกำลังใจมาด้วยนะคะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:52:20 น.  

 
ตาลุกเป็นไฟกันเลยทีเดียว รักกันมายาวนานมากๆ เลยค่ะ โดย: สาวไกด์ใจซื่อ

ตาลุกเป็นไฟเช่นกัน อยากไปเที่ยวบ้าง...


โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:08:05 น.  

 
ถ้าไม่บอกว่าที่ไหน
แล้วให้ดูแค่รูป
ผมเดาว่าเป็นเมืองนอกได้เลยนะครับ
ทั้งการออกแบบอาคารและการตกแต่ง
ทำได้สวยมากๆเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:43:17 น.  

 
ดูแล้วนึกว่าอยู่เมืองนอกเลยค่ะ
เห็นแล้วอยากไปเที่ยวเขาใหญ่วันนี้พรุ่งนี้เลยค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:43:12 น.  

 
สวยมากๆเลยค่ะ เหมือนไปเมืองนอกเลยค่ะ น่าสนใจมากๆค่ะ ขอบคุณที่รีวิวนะคะ


โดย: touch the sky วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:14:26 น.  

 
สวยมาก อยากพักค่า


โดย: mariabamboo วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:15:13:43 น.  

 
แวะมาส่งกำลังใจยามเย็นค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog


โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:22:49 น.  

 
รีสอร์ต บูติกโฮเทล
ร้านกาแฟในเชียงใหม่ เดี๋ยวนี้ก็ออกแบบสวยๆทั้งนั้นเลยครับคุณเต้ย




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:18:41:30 น.  

 
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog

อังกฤษ มากกกกกก (พูดยังกะเคยไป )

พี่เต้ยถึงกะสืบดูที่มาเลยแฮะ เกิกสร้างผิดสเปกคงได้มีฮาแน่ๆ

พอเห็นตาข่ายดักฝัน แล้ว ดูกลายเป็นบรรยากาศบ้านชนพื้นเมืองอเมริกันไปเลย


โดย: กาบริเอล วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:24:36 น.  

 
อย่างหรูเลยค่ะ
ได้บรรยากาศแบบอังกฤษมากๆ (พูดยังกะเคยไป 555)
ชอบมากเลยค่ะโรงแรมนี้
บรรยากาศดี การตกตกแต่งดูแปลกตา น่าพัก
ที่สำคัญคือเขาจำลองความเป็นอังกฤษมาได้ฟิวมากๆค่ะ

สวยๆๆๆๆๆๆๆ ชอบๆๆๆๆ


โดย: ฝากเธอ วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:43:40 น.  

 
แวะมาชมโรงแรมภาคต่อค่า โรงแรมสวยจริง ๆ วิวด้านนอกสวยทั้งกลางวันกลางคืนเลย ชอบตรงที่บรรยากาศเหมือนบ้านมากกว่าโรงแรม น่าพักมา ๆ ค่ะ

ขอบคุณมากที่แวะไปชมภาพวาดพู่กันจีนของน้องดิ่งลมนะคะ อยากชมภาพใหม่ ๆ ก็คลิกเลยค่ะ เฟซบุคดิ่งลม


โดย: haiku วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:52:33 น.  

 
ดูแล้วเป็นปราสาทจริงๆ เลยครับ ซุ้มนั่งเล่นเหมือนกรงนกจริงๆ

ห้องดูกว้างขวางดีมาก ไวไฟเดี๋ยวนี้ทุกที่ต้องมีกันหมด คนเราขาดโซลเชียวไม่ได้แล้วจริงๆ

ที่นี่ให้น้ำ 3 ขวดเลย ส่วนใหญ่หลา่ยๆ ที่ที่เจอจะให้แค่ 2 นะ

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:23:39:09 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:51:17 น.  

 
อยากไปถ่ายรูป แต่ไม่ได้พัก เค้าจะด่าพี่มั้ยหว่า

เสียดายภาพที่มองจากห้อง เห็นรั้วเขียวๆ นั่นเนอะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:01:26 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:7:31:52 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ


โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:8:18:24 น.  

 
ห้องพักน่ารักดีนะครับ บรรยากาศน่าไปนอนอ่านหนังสือมากๆ


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:57:30 น.  

 
เรื่องของชีวิตคู่นี่
ผมว่าถ้าเขียนเป็นตำรา
คาดว่าจะหนาประมาณ 5 พันหน้าก็ยังไม่จบครับ 5555

มีรายละเอียดมากมายจริงๆครับ
ว่าทำไมคนสองคนจึงจะอยู่ด้วยกันได้



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:15:30:29 น.  

 
มองจากด้านล่าง นึกว่าพี่เต้ยไปพักต่างประเทศ เลยย้อนไปดูอีกรอบ ที่ไหนได้ในไทยนี่เองสวยมากค่ะ ชอบอ่างอาบน้ำที่สุด ทำให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ


โดย: sawkitty วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:04:38 น.  

 
บางทีความรักก็เป็นหลุมพรางของกิเลสอย่างหนึ่งเหมือนกัน
.
.
.
ชอบประโยคนี้มากๆเลยครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:49:53 น.  

 
ห้องพักสวยยังกะเมืองนอก เจออากาศเย็นช่วงนี้คงฟินสุด ๆ


โดย: แมวเซาผู้น่าสงสาร วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:31:13 น.  

 
แวะมาชมและส่งกำลังใจด้วยค่ะ

นอนหลับฝันดีนะคะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ALDI Food Blog ดู Blog
find me pr Music Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog


โดย: มัลลิกา ป 402 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:49:26 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:07:34 น.  

 
ถ้าตอนเป็นเด็กๆ
ผมว่าอกหักน่าจะเจ็บกว่าการแอบรัก

แต่ตอนนี้ไม่รู้แล้วครับ
ลูกหนึ่ง ภรรยาหนึ่ง
ไม่มีปัญหาเรื่องความรักแล้วครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:15:27 น.  

 
ใช่จ้ะเต้ย ภาพที่ 3 - 4 จากท้ายน่ะ ถ้าไม่มีรั้วเขียวๆ นั่น คงเห็นรั้วธรรมชาติสีเขียว น่าจะสวยกว่านี้เนอะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:47:38 น.  

 
สวย สวย สวยมากกกกกกกกกกกค่ะคุณเต้ย


ใช้สาขานี้ไปแล้ว พรุ่งนี้มาใหม่ค่ะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:20:08:44 น.  

 
โอ้โห เป็นโรงแรมที่สวยโดนใจมากๆเลยค่ะ
เค้าเรียกแนวนี้ว่าแนวอะไรนะคะ
ลืมๆๆ นึกไม่ออก ชอบมาก
ชอบบรรยากาศโรงแรม
ดูใส่ใจทุกรายละเอียดเลย

สวยมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับภาพรีวิวสวยๆค่า



โดย: lovereason วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:19:28 น.  

 
สวยมากๆครับ หน้าหนาวนี้น่าไปเที่ยว...


โดย: ShiroOgon วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:32:19 น.  

 


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:23:07:03 น.  

 
ส่วนผสมลงตัวเลยนะคะ
เขาใหญ่กับแดนผู้ดีอังกฤษ
บรรยากาศดีเชียว
ห้องพักก็สวย น่านอนมากๆ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันด้วยจ้าา
อนุญาตให้แชร์ในเพจได้เตามสบายเลยค่ะ ยินดีๆ


โดย: IndyLand วันที่: 27 พฤศจิกายน 2557 เวลา:4:39:18 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:24:52 น.  

 
กลับมาดูอีกรอบ...สวยมากทุกภาพจริงๆค่ะคุณเต้ย

มาบ้านนี้ได้ทั้งข้อมูลและภาพที่อิ่มตา


โหวต โหวต โหวตค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:14:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาชม
โรงแรมสวยน่าพักมากค่ะ


โดย: Calla Lily วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:28:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 202 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.