happy memories
Group Blog
 
<<
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 มกราคม 2565
 
All Blogs
 
อำลา อาลัย...อาวัฒน์ ผู้สร้างสรรค์การ์ตูนเบบี้และขายหัวเราะ




หลังปีใหม่มานี้มีศิลปินที่มีชื่อเสียงจากโลกนี้ไปหลายท่าน อย่างเช่น ครูไวพจน์ เพชรสุพรรรณ, คุณศรเพชร ศรสุวรรณ และที่รู้สึกเสียดายมาก ๆ คือ อาวัฒน์ ผู้ที่สร้างสรรค์การ์ตูนแสนน่ารักสดใสที่เราอ่านมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในแต่ละเล่มนอกจากการ์ตูนดี ๆ แล้ว ยังมีความรู้และเรื่องราวน่าสนใจที่เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดี ถึงตอนนี้จะโตเป็นผู้ใหญ่เข้าขั้นสูงวัย ไม่ค่อยได้อ่านการ์ตูนแล้ว แต่ "เบบี้" ก็ยังเป็นหนังสือการ์ตูนอันดับหนึ่งในดวงใจมาตลอด พอได้ข่าว อาวัฒน์ เสียชีวิตเลยอดใจหายไม่ได้ ทำบล็อกอีกอันไว้จวนจะอัพได้แล้ว แต่เปลี่ยนใจมาอัพบล็อกนี้ก่อน หาข้อมูลได้เยอะเลยค่ะ แต่เลือกเฉพาะที่เราชอบ ขอมอบบล็อกนี้แทนคำขอบคุณและไว้อาลัย อาวัฒน์ ขอบพระคุณมาก ๆ ที่สร้างความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนไทยมาอย่างยาวนาน และขอเป็นกำลังใจและแสดงความเสียใจต่อ ครอบครัวเพ็ชรสุวรรณ ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ขอให้ดวงวิญญาณของ อาวัฒน์ ไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ









สำหรับนักอ่านรุ่นเก๋า คงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘เบบี้’ การ์ตูนเด็กที่เขียนโดย อาวัฒน์ ทั้งเล่ม มีตัวละครมากมาย นำโดย ‘โหน่ง’ เด็กซน ของแท้ต้องชอบดูดจุกนมยางและมีผมเส้นเดียว ‘คุณโฉลง’ สามีตัวสูงโย่ง สวมแว่น และภรรยาผู้หญิงอ้วน ๆ มีไฝชื่อ ‘คุณแต๋ว’ 

เบบี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ ในช่วงนั้นตลาดการ์ตูนเด็กและครอบครัวกำลังคึกคัก นำโดย ‘การ์ตูน ตุ๊กตา’ ของ พิมล กาฬสีห์ ที่เป็นผู้เปิดตลาดมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ จากนั้น ในปี ๒๕๐๒ บันลือ อุตสาหจิต นายใหญ่ของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น จึงส่งหนังสือการ์ตูน ‘หนูจ๋า’ ของจุ๋มจิ๋ม-จำนูญ เล็กสมทิศมาเป็นคู่แข่งและประสบความสำเร็จพอ ๆ กัน กลยุทธ์สำคัญคือการออกให้ถี่กว่า ขณะที่ตุ๊กตาออกเดือนละเล่มหรือนานกว่านั้น หนูจ๋า ก็ออกเดือนละ ๒ เล่ม ไม่ให้ผู้อ่านต้องรอนาน




บันลือ พยายามมองหานักเขียนหน้าใหม่มาเสริมทีม เมื่อได้เห็นแววของอาวัฒน์ ซึ่งตอนนั้นวาดการ์ตูนเด็กอยู่ที่การ์ตูนหรรษา แถมมีประสบการณ์วาดการ์ตูนช่องตามหน้านิตยสารมาแล้ว จึงทาบทามมาออกการ์ตูนเดี่ยว รูปแบบเดียวกับหนูจ๋า

“คุณบันลือ ติดต่อกลับมาว่าจะให้ผมลองวาดการ์ตูนที่เป็นของตัวเองเลยเอาไหม ผมตอบตกลงทันที บอกเลยว่ารับปากแบบส่งเดช แต่บนความส่งเดชนั้นผมมีความมั่นใจว่าผมทำได้ ลองไปเปรียบเทียบงานของเรากับงานของนักวาดการ์ตูนคนอื่นของเราก็ไม่แย่ เราสู้เขาได้” 




ตอนแรกเสนอชื่อหนังสือเป็นภาษาไทยไป ๒๐ กว่าชื่อ แต่ไม่ถูกใจนายใหญ่แห่งบรรลือสาส์นเลย อาวัฒน์จึงลองเปลี่ยนมาคิดเป็นภาษาอังกฤษบ้าง พอเสนอชื่อ ‘เบบี้’ ก็ผ่านทันที ‘เบบี้’ กลายเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของวัฒนา ออกเป็นรายปักษ์ วางขายราคาเล่มละ ๒.๕๐ บาท เมื่อออกไปแล้วก็มีผู้อ่านติดตามอย่างเหนียวแน่น  

อาวัฒน์วาดการ์ตูนเรื่องนี้ โดยให้ตัวการ์ตูนส่วนใหญ่เป็นเด็ก เพราะอยากให้ผู้อ่านตัวน้อย รู้สึกว่าตัวการ์ตูนเป็นเพื่อน และด้วยความที่มีตัวการ์ตูนเยอะมาก ในช่วงแรกแม้แต่คนเขียนเองก็จำรายละเอียดได้ไม่หมด จึงต้องวาดแปะผนังเอาไว้ดูเทียบเคียงหน้าตาและการแต่งตัว วาดกี่ครั้งจะได้เหมือนกัน




แฟนๆ รุ่นจิ๋วถึงขนาดเขียนจดหมายมาถามว่า ทำไมตัวการ์ตูนพวกนี้ถึงสวมเสื้อผ้าชุดเดิมตลอดเวลา ไม่เหม็นแย่หรือหน้าตาและท่าทางของตัวการ์ตูน คือสิ่งที่อาให้ความสำคัญมาก เขียนแล้วจะต้องขำ เหมือนมีชีวิตจริง ไม่ใช่แค่หุ่นตัวหนึ่ง ดังนั้นท่าทางอาจแสดงออกเกินจริงไปบ้างเพื่อความสนุกสนาน เช่น เวลาตกใจก็สะดุ้งโหยงตัวลอยจากพื้นเกินปกติ

แรงบันดาลใจของตัวการ์ตูนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อาวัฒน์จับเอารูปร่างลักษณะหน้าตาของคนใกล้ตัวไปวาด ทุกตัวจึงมีชีวิตอยู่จริง นิตยสารเบบี้ฉบับหนึ่งเคยเอารูปคุณโฉลงและภรรยาตัวจริงมาให้ดูกันด้วย
 
“บุคลิกตัวละครของผมบางทีก็เหมือนชีวิตจริงผมนี่แหละ ส่วนตัวการ์ตูนที่เป็นเด็ก ๆ ส่วนมากก็เป็นลูกของเพื่อน ๆ ทั้งนั้น ไปบ้านเพื่อนเจอลูกเขาน่ารักดีก็เอามาวาดเป็นการ์ตูน หนูปุ๊ หนูแป้น หนูแกะ หนูเปีย หนูเป้า ส่วนตัวละครที่มีชื่อเสียงอย่างคุณโฉลงกับภรรยาก็เป็นเพื่อนที่ทำงาน หน้าตาเขาเป๊ะแบบที่ผมวาดเลยนะ”




เนื้อหาของเบบี้ มีทั้งการ์ตูนเรื่องสั้น เรื่องยาว การ์ตูนช่อง ตัวละครเป็นเด็กล้วน ๆ และยังมีนิยายภาพเรื่องยาวที่มีเด็กโตขึ้นมาอีกหน่อยเป็นตัวเอก บางครั้งก็เป็นงานแปล มีคอลัมน์ต่าง ๆ เช่น เรื่องแปลกแต่จริง เกร็ดความรู้

อาวัฒน์ตั้งใจให้ เบบี้ เป็นการ์ตูนที่สะอาด เด็กอ่านได้โดยไม่มีพิษภัย จึงคัดกรองทั้งเนื้อหาและถ้อยคำในเรื่องอย่างพิถีพิถัน เรียกว่าถ้า ‘หนูจ๋า’ เป็นเด็กผู้ชายที่ทะลึ่งทะเล้น ‘เบบี้’ก็เป็นเด็กผู้หญิงที่เรียบร้อยกว่า 

“คำว่าการ์ตูน สำหรับผมหมายถึงเรื่องที่อ่านสนุก ขำๆ คลายเครียด เครียดจากงานก็มาอ่านการ์ตูน ไม่มีเรื่องเซ็กส์ เรื่องลามก ในการทำงานของผมพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้ คือโป๊และสนุกมีอยู่ แต่ผมเอาไปลงขายหัวเราะ ซึ่งถือเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนในเบบี้ผมไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย แม้แต่คำว่า ‘เสือก’ หรือคำว่า ‘ไอ้’ ผมก็พยายามหลีกเลี่ยง เพราะอยากให้หนังสือของเรา เข้าถึงโรงเรียน เข้าถึงบ้านได้”




ภาษาภาพหรือสัญลักษณ์การ์ตูนก็เช่นกัน ความที่ผู้อ่านเป็นเด็ก ไม่ได้มีประสบการณ์การอ่านมากนัก อาจึงใช้กลวิธีสื่อสารที่เรียบง่ายที่สุด

“หนังสือเบบี้ เป็นหนังสือสำหรับเด็กอ่าน ดังนั้นก็ต้องให้เด็กเข้าใจเรื่องได้ง่ายที่สุด ก็เลยสื่อด้วยภาษาพูดง่ายๆ แทน..อย่างคนนอนหลับไม่ต้องใช้ภาษาสัญลักษณ์ก็ได้ แต่เราให้นกบนต้นไม้พูดแทน ว่าคนๆ นี้กำลังนอนหลับก็ได้ใจความเหมือนกัน เรื่องของการ์ตูนไม่มีอะไรบังคับตายตัว มันแล้วแต่เทคนิกของนักเขียนแต่ละคน จะทำยังไงให้ผู้อ่านเข้าใจ”

เบบี้ ไม่เพียงประสบความสำเร็จทางด้านยอดขาย และอยู่ยืนยาวมากว่า ๕๐ ปี การ์ตูนเรื่องนี้ยังได้รับรางวัลจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๓๓, ๒๕๓๔, ๒๕๓๗ และรางวัลดีเด่นเพื่อเยาวชน ประจำปี ๒๕๓๖, ๒๕๓๗, ๒๕๔๓ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพอีกด้วย




ย้อนกลับไปในวัยเด็ก อาวัฒน์ ชอบอ่านการ์ตูนมาก รวมไปถึงชอบวาดด้วย

“ผมไม่เคยเรียนด้านศิลปะมาก่อนแต่รักการวาดรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาดรูปในหนังสือเรียนนี่ชอบมาก วาดจนโดนครูตีหลายต่อหลายหน แต่ผมก็ยังคงวาดไม่หยุด ครูสอนไปผมก็วาดไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงหยุดวาดไม่ได้” นักเขียนอาวุโสให้สัมภาษณ์ไว้กับนิตยสารฉบับหนึ่ง 

นักเขียนการตูนที่อาวัฒน์ชื่นชอบในสมัยนั้น เช่น ประยูร จรรยาวงษ์ ผู้เขียนขบวนการแก้จน การ์ตูนลิเกและล้อการเมือง พิมล กาฬสีห์ คนเขียนการ์ตูนชุด ‘ตุ๊กตา’ อานำมาศึกษาเป็นแม่แบบ ลองวาดตาม ตามไปดูการทำงานของนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพ เพื่อจดจำวิธีการทำงาน แล้วกลับมาเขียนการ์ตูนด้วยตนเอง ตอนแรกลายเส้นอาจยังไม่ดีนัก แต่เมื่อพยายามต่อไป ผลงานก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ 




อาวัฒน์เรียนหนังสือไม่จบ แต่เมื่อมีโอกาสวิ่งเข้ามา ก็ไม่เคยปฏิเสธ ตอนสมัยวัยรุ่นเขาทำงานเขียนป้ายโรงหนัง ก่อนจะขวนขวายจนได้เขียนการ์ตูนตลกช่องในนิตยสารชาวกรุง และอาชญากรรม นับว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เป็นที่ถูกตาถูกใจผู้อ่าน ในนามปากกา ‘วัฒนา’ 

“ผมเรียนไม่จบเพราะเขียนการ์ตูนนี่แหละ ดังนั้นผมจึงต้องมุ่งมั่นมากกว่าคนอื่น ทำมันให้ถึงที่สุด”




จนกระทั่งมาเขียน เบบี้ คนจึงรู้จักนักเขียนชื่อวัฒนาเพิ่มมากขึ้น พอตอนที่ วิธิต อุตสาหจิต ลูกชายคนโตของบันลือ มีไอเดียจะทำขายหัวเราะ ซึ่งเป็นการรวบรวมงานของนักเขียนหลาย ๆ คน เมื่อปี ๒๕๑๖ นักเขียนรุ่นใหญ่ของสำนักพิมพ์ก็เอาด้วย ทำให้อาวัฒน์ต้องรับผิดชอบเขียนเบบี้ทั้งเล่ม และเขียนขายหัวเราะร่วมกับคนอื่น เรียกว่าวาดการ์ตูนมือเป็นพัลวัน

“ช่วงชีวิตที่รุ่งเรืองของผมอยู่ในช่วงอายุ ๒๐-๓๐ ปี เพราะทำงานเยอะ เขียนการ์ตูนให้หลายโรงพิมพ์จนมันมากเกินไป ทำให้ต้องตัดสินใจค่อยๆ ทยอยยกเลิก สุดท้ายก็เหลืออยู่ที่บรรลือสาส์นที่เดียว แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงรุ่ง ๆ ยังไงผมก็ไม่หลงไม่เหลิงเพราะรู้สึกว่างานนี้มันถูกกับนิสัยของเรา ทำไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีปัญหา สบาย ๆ ผมยึดหลักนี้มาตลอด ไม่เคยขี้เกียจวาดการ์ตูนเพราะเป็นงานที่รักและฝังใจจริง ๆ บางทีนอนแล้วนึกได้ก็ลุกขึ้นเขียนทันที เราจดจ่ออยู่กับงานไม่เลิก”




แม้จะมีงานมากมายก่ายกอง แต่อาจะไม่นั่งเขียนอยู่ที่โต๊ะเพียงอย่างเดียว เพราะสำหรับอาชีพคนเขียนการ์ตูน อาวุธสำคัญคือไอเดีย ต้องทันสมัยและเฉียบคม ดังนั้นจึงต้องติดตามข่าวสาร และออกไปเปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเดินสนามหลวง เที่ยวต่างจังหวัด ตลาดนัด ศูนย์การค้า เพื่อให้ตัวเองกว้างขวางขึ้น จะได้รู้ว่าเด็กสมัยนี้พูดจากันอย่างไร ถ้าไม่รู้เรื่องเลยแล้วเขียนออกไปเชย ๆ ไม่มีใครอ่าน   
  
พอได้ไอเดีย อาวัฒน์จะร่างตัวหนังสือขึ้นมาก่อน ให้รู้ว่าเหลือเนื้อที่กระดาษสำหรับเขียนการ์ตูนได้เท่าไร จากนั้นจึงลงมือร่างภาพ ถ้ามีการสะกดคำ ผิด หรือยังไม่พอใจหน้าตาท่าทางของตัวการ์ตูนก็จะแก้ไขในขั้นตอนนี้เพื่อให้งานถูกต้องและดีที่สุด 




ถัดมาคือการลงเส้นจริงด้วยหมึก ถ้าเป็นการ์ตูนขาวดำเมื่อลงเส้นเสร็จก็จบงาน แต่ถ้าเป็นการ์ตูนสี หรือภาพหน้าปกก็จะต้องลงสีอีกขั้นตอนหนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่ระบบบรรณาธิการ โรงพิมพ์ ส่งไปถึงมือผู้อ่าน กระบวนการเป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดหลายสิบปี

นอกจากขายหัวเราะ มหาสนุก เบบี้ อาวัฒน์ยังไปเขียนการ์ตูนลงในหนังสือพิม์ข่าวสด และมติชนสุดสัปดาห์ นับเป็นนักเขียนการ์ตูนที่มีผลงานสม่ำเสมอ ไม่เคยขาดช่วง ยกเว้นแต่ตอนป่วยหนักเท่านั้นที่อาว่างเว้นการเขียนไปร่วมปี




“ชีวิตด้านการงานของผมไม่มีมรสุมอะไร เพราะผมทำงานด้วยใจรักและมีความสุขตลอดเวลา ผมจึงทำอาชีพนี้ได้เรื่อย ๆ...เป็นอาชีพที่ผมชอบมาก มันอิสระ เราเขียนการ์ตูนมาขายเขาเหมือนเป็นฐานะลูกจ้าง แต่เขาไม่อาจมาบังคับให้เราเขียนอย่างโน้นอย่างนี้ คือเขาเป็นนายเราไม่ได้ เขาเป็นได้แค่นายทุน เราจึงมีอิสระทางความคิดมาก กรอบของเรามีเพียงว่าอย่าเขียนการ์ตูนหยาบโลน หรือเป็นพิษเป็นภัยกับสังคมเท่านั้น”

ความสุขและประโยชน์ที่ผู้อ่านจะได้รับ คือสิ่งที่นักเขียนอาวุโสท่านนี้ยึดถือเป็นหลักในการทำงานมาตลอดชีวิต










อาวัฒน์ หรือ วัฒนา เพ็ชรสุวรรณ อายุ ๙๐ ปี นักวาดกระตูนชื่อดัง มีลูกทั้งหมด ๘ คน ทุกคนมีครอบครัวกันหมดแล้ว พักอาศัยอยู่ที่บ้าน จ.อุทัยธานี  ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาอาวัฒน์ได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.อุทัยธานี ด้วยโรควัณโรคปอดมาตลอด จนวันที่ ๕ ม.ค. ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาอาวัฒน์อาการไม่ค่อยสู้ดี ลูก ๆ ได้ส่ง รพ.อุทัยธานี อีกครั้ง แต่อาวัฒน์ก็อาการไม่ดีขึ้น และคืนของวันที่ ๑๑ ม.ค. เวลา ๒๓.๓๕ น. อาวัฒน์ได้จากไปอย่างสงบด้วยโรคชราในวัย ๙๐ ปี

ลูก ๆ ส่วนใหญ่ของอาวัฒน์ทำงานอยู่ที่ จ.นนทบุรี จึงตัดสินใจนำร่างของพ่อมาทำพิธีทางศาสนาที่วัดคงคา ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยจะมีการรดน้ำศพในเวลา ๑๖.๐๐ น. สวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา ๓ คืน ตั้งแต่วันที่ ๑๒-๑๔ ม.ค. ในเวลา ๑๘.๓๐ น. และในวันที่ ๑๕ ม.ค. เวลา ๑๖.๐๐ น. จะมีพิธีฌาปนกิจศพ 




ด้าน นางวัชรีย์ เพ็ชรสุวรรณ์ อายุ ๕๖ ปี หลานสาวที่อาวัฒน์นับเป็นลูก และเลี้ยงมาตั้งแต่ ๑๐ ขวบ กล่าวว่า “คุณพ่อเป็นเบาหวานและเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ เป็นโรคชราด้วย เข้าออกโรงพยาบาลหลายรอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ตลอดเวลาน้ำตาลต่ำมาโดยตลอด และครั้งสุดท้ายคือน้ำตาลต่ำมากจนหมดสติ เมื่อวันที่ ๕ ม.ค. และเสียชีวิต

ท่านยังเขียนหนังสือมาตลอดแต่น้อยมากที่จะส่ง ส่วนมากก็ส่งหนังสือพิมพ์ข่าวสด และขายหัวเราะ คุณพ่อเป็นคนตลก ใจดีมีเมตตา คนที่ตกทุกข์ได้ยากท่านก็มีเมตตามาตลอด ท่านไม่ได้เรียนศิลปะมาเลย แต่ด้วยความที่เป็นคนรักการเขียนมีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตัวละครของอาวัฒน์มีชีวิตจริงทุกคน เป็นลูกของเพื่อน ๆ เป็นเด็ก ๆ แล้วแต่ว่าจะจับคาแร็กเตอร์ของใครมาได้ สำหรับงานชิ้นสุดท้ายของอาวัฒน์คือ พระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ ๙”


นายอัณณพ เพ็ชรสุวรรณ อายุ ๔๕ ปี ลูกชายอีกคนของอาวัฒน์กล่าวว่า

“ตนดีใจที่ได้อยู่กับพ่อ ดูแลท่านจนลมหายใจสุดท้าย ได้ตอบแทนบุญคุณท่าน ที่ท่านเลี้ยงดูให้การศึกษาคนมา เป็นผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของตน เป็นฮีโร่ในใจของลูก ท่านเป็นคนขยันมาก ขอให้บุญกุศลที่พ่อทำมาทั้งหมดได้ตอบแทนให้พ่อไปสบายแล้ว พ่ออายุมากแล้ว จะได้พักผ่อน พ่อได้สร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ ขอให้พ่อไปสู่ภพภูมิที่ดี”




นางพรระพี เพ็ชรสุวรรณ อายุ ๕๒ ปี ลูกสาวอีกคนของอาวัฒน์ หรือ หนุงหนิงในหนังสือขายหัวเราะ เล่าว่าใครเป็นใครบ้างในตัวละครของอาวัฒน์

“มีที่เป็นตัวละครหลักเลยเมื่อก่อนคือ หนูแป้น หนูเป้า และหนูหนุงหนิง ที่เป็นตัวยืนสมัยแรก ๆ เป็นลูกของพ่อทั้งหมด เอาลูก ๆ เป็นตัวการ์ตูน

มีลุงเหน่งเป็นตำรวจ อันนี้เป็นเพื่อนรักของเขาซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว รวมทั้งลุงโฉลง นี่ก็เป็นเพื่อนรัก ป้าแต๋วต่าง ๆ ทุกตัวละครมีตัวตนจริงทั้งหมด ตัวนึงก็เป็นตน ชื่อหนุ๋งหนิง ที่มีโบว์ติดหน้าผาก หนูแป้นก็เป็นพี่ชายคนโต หนูจุก หนูแกะ เป็นลูกของลุงไม่ค่อยเจอแล้ว โตแล้ว

หนุ๋งหนิงก็เป็นเด็กแบ๊ว ๆ เกเรหน่อย เป็นลูกคนเล็กของบ้าน มีการถ่ายรูปตัวจริงลงในการ์ตูนสมัยนั้น อีก ๒ ตัวเป็นพี่ชาย ตนก็จำไม่ค่อยได้หลายตัว ตัวหนุ๋งหนิงคือตนเอง เลิกไว้ผมหน้าม้ามาเป็น ๑๐ ปีแล้ว เพราะอายตัวเอง ปกติตัวเองไม่ถูกกับติงลี่เลยนะ เพราะมันกัด มันมีตัวตนจริง ๆ และมันดุมาก”






















ตบท้ายด้วยรูปตัวละครทั้งหมดในการ์ตูนของอาวัฒน์อยู่ในเวบขายหัวเราะ
มีรูปและรายละเอียดของแต่ละคน คลิกลิงค์ kaihuaror.com เข้าไปดูได้เพิ่มเติมได้เลยค่ะ

เวบขายหัวเราะ





แก๊งค์เด็กผู้ชาย



แก๊งค์เด็กผู้หญิง



ติงลี่ หมาแสนรู้ของครอบครัวหนูโหน่ง



๓ เกลอ ๓ เก๋าแห่งแก๊งค์พ่อบ้าน



๓ แม่บ้านผู้บังคับบัญชาสูงสุดของบ้าน



สาว ๆ จากปกขายหัวเราะ



เพื่อนบ้าน - วัฒนา นักเขียนการ์ตูนไส้แห้ง เช่าบ้านป้าจันทร์อยู่ในราคามิตรภาพ
บางครั้งป้าจันทร์ก็เอาโหน่งมาฝากให้เลี้ยง
แล้วหักค่าเหนื่อยเป็นค่าเช่า ๑ เดือน ถูกแก๊งเด็ก ๆ มาป่วนบ่อย
จนเอามาเขียนการ์ตูนส่งสำนักพิมพ์ซะเลย







ข้อมูลจาก
sanook.com
kaihuaror.com
thematter.com
today.line.me






บีจีจคุณคุณจอมแก่นแสนซน ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





Create Date : 16 มกราคม 2565
Last Update : 16 มกราคม 2565 22:09:09 น. 0 comments
Counter : 566 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtoor36, คุณทนายอ้วน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณkae+aoe, คุณเริงฤดีนะ, คุณกิ่งฟ้า, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณปรศุราม, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณmcayenne94, คุณSweet_pills, คุณkatoy, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse, คุณmariabamboo, คุณRinsa Yoyolive


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 158 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.