happy memories
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2564
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 สิงหาคม 2564
 
All Blogs
 
ทีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี ๒๕๖๔









เป็นรอยยิ้มของปวงชนคนทั้งชาติ
งามพิลาสอาภรณ์คือหม่อนไหม
จากสองมือราษฎรกันดารไกล
แม่สวมใส่เสริมสง่าบารมี

บอกให้รู้ถึงรักในปวงลูก
แม่ฝังปลูกคุณค่าเนื้อผ้าที่
ราษฎรธรรมดากระตุกกี่
ผ้าเหล่านี้จึงราคาสูงค่าพลัน

แม่ยกค่าหัตถาของสตรี
สองมือที่กรำงานเสกสานสรรค์
จากปลายมือคนธรรมดาคนสามัญ
สู่ฉลองพระองค์ทรงธรรม์ของแผ่นดิน

จากงานทอใต้ถุนแม่หมุนเปลี่ยน
จากงานเพียรสู่งานแพงทุกแห่งสิ้น
เป็นรายได้เลี้ยงหล่อต่อชีวิน
ระบือระบิล 'ศิลปาชีพ' ประทีปไทย





ทรงทำให้ "ผ้าไทย" ที่ไร้ค่า
ตามใต้ถุนชายคามหาศาล
กลับทวีค่าล้นพ้นประมาณ
เป็นทั้งเงินทั้งงานเลี้ยงชีวิต
.
และทรงเป็นแบบอย่างผู้ทรงผ้า
ตัดภูษาฉลององค์บรรจงวิจิตร
จากเครื่องทอถิ่นกันดารพลันน่าพิศ
ทั่วทุกทิศชื่นชมว่าเป็นผ้าดี
.
"แม่" ...รู้ค่าหม่อนไหม...หัวใจมนุษย์
ทอให้สวยพิสุทธิ์เป็นศักดิ์ศรี
แม่ประกาศ...ว่ามือน้อยน้อยของอิสตรี
สร้างโลกงามได้ฉะนี้หนอมนุษย์.


จาก เพจปู จิตกร บุษบา


เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออกในโอกาสที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอถวายพระพรชัยมงคล ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสากลโลก ช่วยปกปักรักษาคุ้มครองพระองค์ท่านให้ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถิตเป็นร่มโพธิ์ทอง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของปวงชนชาวไทยตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.


ทีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บล็อกเกอร์ไฮกุ




วันแม่ปีนี้อัญเชิญพระฉายาลักษณ์งดงามของ สมเด็จพระพันปีหลวง มาเป็นมงคลแก่จขบ. ประกอบบทกลอนจากคุณปู จิตกร บุษบา อ่านแล้วนึกถึงนิทรรศการ "จากขุนเขา...สู่ศิลปาชีพ" จัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อสี่ปีที่แล้ว นิทรรศการถ่ายทอดผลงานศิลปกรรมสื่อผสมหัตถกรรมผ้าชาวไทยภูเขาอันวิจิตร ที่สะท้อนเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ ที่พระราชทานความช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยทรงอนุรักษ์และพัฒนาผลงานหัตถกรรมชาวไทยภูเขา เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ควบคู่ไปกับงานโครงการหลวง กลับไปเปิดบล็อกดูรูปและอ่านบทกลอนทีไรก็ประทับใจทุกครั้ง โดยเฉพาะภาพโต๊ะทรงงานของ สมเด็จพระพันปีหลวง ที่อัญเชิญมาจัดแสดงที่ชั้น ๕ เป็นโต๊ะที่พระองค์ท่านประทับทรงงาน มีพระราชดำรัสและตรัสถามชาวบ้านเกี่ยวกับผ้าไหมหรือผ้าทอมือฝีมือชาวบ้าน ตอนนั้นบรรยายความรู้สึกไว้ว่า

ประทับใจส่วนที่จัดแสดงอยู่บนชั้น ๕ ที่สุด เป็นโต๊ะทรงงานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เห็นแล้วขนลุกแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ โต๊ะทรงงานไม่ใหญ่มาก มีกองผ้าของชาวบ้านเรียงรายล้อมรอบโต๊ะ ดูแล้วน่าจะหลายพันผืน รับรู้ได้ว่าพระองค์ท่านต้องทรงทุ่มเทแรงพระวรกายและพระราชทรัพย์มากและเป็นเวลานานขนาดไหน

บนโต๊ะนี้ เวลาที่เสด็จฯ ตามพื้นที่ ๆ ต่าง จะทรงให้ประชาชนนำผ้ามาเข้าเฝ้าถวาย และทรงพิจารณาด้วยพระองค์เอง พระราชินีทรงพูดคุยกับประชาชน ไม่ใช่แค่เรื่องของผ้าหรือชิ้นงานเท่านั้น แต่ทรงถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนว่ามีความเดือดร้อนเรื่องใดบ้าง เจ็บป่วยอะไร พระองค์ก็จะพระราชทานความช่วยเหลือ ได้เห็นสำเนาเอกสารที่มีการซักประวัติและมีลายพระหัตถ์ของพระองค์ท่านบางส่วนด้วย และมีวีดีทัศน์บันทึกบทสนทนาระหว่างสมเด็จท่านกลับประชาชน โดยพระองค์จะทรงแทนตัวเองว่า "แม่หลวง" และเรียก ศูนย์ศิลปาชีพว่า บ้านแม่หลวง

คำกลอนด้านบนพิมพ์อยู่บนผ้าบาง ๆ แขวนทิ้งชายยาวลงมาสองข้าง ข้างหนึ่งเป็นภาษาไทย อีกข้างเป็นคำแปลภาษาอังกฤษ แต่งได้เพราะมาก ๆ อัพบล็อกนี้แล้วนึกถึงรายการ "เปิดตำนานกับเผ่าทอง" ตอนที่อาจารย์พาไปชมงานนี้ พอได้เห็นโต๊ะทรงงานแล้วน้ำตาไหลเลย ไปหาคลิปมาได้ จะดูกี่ครั้งก็รู้สึกขนลุกแล้วน้ำตาไหลเหมือนอาจารย์เลยค่ะ



บล็อกพาชมนิทรรศการ มีรูปเยอะมาก เลยแยกบล็อกเป็นสองภาค
นิทรรศการ “จากขุนเขา สู่....ศิลปาชีพ” (๑)

บล็อกนี้เป็นส่วนที่จัดแสดงโต๊ะทรงงานบนชั้น ๕
นิทรรศการ “จากขุนเขา สู่....ศิลปาชีพ” (๒)





























































































พระฉายาลักษณ์จาก
vogue.co.th
wikipedia.org
เพจพิทักษ์รักษา
เพจ Varanya Marino
เพจ Pichchapong Chusrui






แปะภาพบางส่วนของโต๊ะทรงงานที่จัดแสดงในนิทรรศการค่ะ
ตามไปชมภาพแบบเต็ม ๆ ได้ที่บล็อก นิทรรศการ “จากขุนเขา สู่....ศิลปาชีพ” (๒)



ฉันคือโต๊ะที่พระองค์ใช้ทรงงาน
แบกการบ้านประชาชนไว้บนหลัง
แต่ละทุกข์ของคนไทยฉันได้ฟัง
น้ำตายังหยดลงตรงโต๊ะนี้

คำตอบคือหยาดน้ำอมฤต
ชุบชีวิตไทยชื่นทุกพื้นที่
อ่อนโยนด้วยพระกรุณาราชินี
ฉันโชคดีเพียงใดที่ได้ยิน

พระเสโทหยดลงทาบคราบน้ำตา
แล้วก็พากันแห้งหายสลายสิ้น
เหลือเพียงรอยยิ้มแย้มแต้มแผ่นดิน
ฉันซึ่งชินกับงานนี้พลอยดีใจ





The Queen's Table

I am the table where Her Majesty works on.
Over my top, works for the people loaded upon.
Each of Thai people's problems I hear.
Tears have dropped on me right here.

The solutions are like drops of divine nectar
In all areas, Thai people's lives are
Enlivened by gentleness and mercy of the Queen.
Having listened to them, oh, how lucky I've been.

He Majesty's sweats dripped over the tear stains.
Problems evaporated smiles remain.
Touching people's hearts all over the country.
Familiar with Her Majesty's work, joyful I remain humble.






































สำเนาเอกสารการซักประวัติและมีลายพระหัตถ์ของพระองค์ท่านบางส่วน


รายการ "เปิดตำนานกับเผ่าทอง" ตอนที่พาชมนิทรรศการ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ตอนนิทรรศการ "จากขุนเขาสู่ศิลปาชีพ (๑)




เปิดตำนานกับเผ่าทอง ตอนนิทรรศการ "จากขุนเขาสู่ศิลปาชีพ (๒)






'พระผู้พระคุณคู่แผ่นดิน'

วันนี้ "วันแม่"
    วันเฉลิมพระชนมพรรษา "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๙  พรรษา ณ วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ นี้่
    แม้มีหมื่นแสนคำกล่าว ว่ามากแล้ว....
    ที่จะใช้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันทรงมีด้วยพระพากเพียรต่อไทยประเทศและพสกนิกร
    แต่กับศักดิ์ศรีประเทศที่ดำรงและแผ่นดินสร้างสุขสู่พสกสู่สากลยั่งยืนถึงวันนี้
    หมื่นแสนคำที่ว่านั้น กลับน้อยเกินไปทันที!
    ในการถวายพระพรชัยมงคลวันนี้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า ได้รับรู้และนำไปคิดใคร่ครวญกัน 
    จึงขอนำที่ "ดร.สมเกียรติ โอสถสภา" สรุปบันทึกไว้เมื่อ ๑๓  ตุลา ๖๑ มาเพื่อแสดงถึงความระลึกรู้ด้วยภักดี ดังนี้      

    
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พาไทยพ้นวิกฤติสงครามโลกครั้งที่ ๒
โดย ดร.สมเกียรติ โอสถสภา


    "พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ กับการต่างประเทศ บุญวาสนาของคนไทยและประเทศไทยในสถานการณ์ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
     เมื่อนักข่าวต่างชาติถามในหลวงว่า ทำไมจึงไม่ค่อยยิ้ม ทรงชี้ไปที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ แล้วบอกว่า That is my Smile"

    สงครามโลกครั้งที่สองจบลง
    หลังจากนั้น ก็เป็นเวลาซ่อมเศรษฐกิจและจ่ายหนี้มหาศาลของคนไทย
    หนี้สงครามเยอะมาก ต้องจ่ายข้าวให้อังกฤษ ๓ ล้านตัน
    มีสัญญาห้ามขุดคอคอดกระด้วย
    ค่าเงินก็อ่อน ไม่มีรายได้ ญี่ปุ่นมาพิมพ์เงินฟรีไปมาก สมัย ร.๔  หนึ่งบาทเท่ากับหนึ่งปอนด์เชียวนาครับ
    เอาว่าก่อนปี ๒๕๐๐ ประเทศไทยจนมาก แร้นแค้น ไม่มีถนน  ไฟฟ้า น้ำประปา โรงพยาบาล หมอ พยาบาล โรงเรียน 
    คือมีบ้างเป็นบางที่ คนส่วนใหญ่อาศัยกระต๊อบหลังคามุงจาก
    มีปัญหาว่าข้าวจะไม่พอกิน ไก่ หมู เป็นของหายาก ใช้หนี้กันยาวนาน

    พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ขึ้นครองราชย์ในปี ๒๔๘๙ ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก
    อันตรายจากคนในรัฐบาล บ้างก็แนวฮิตเลอร์ บ้างก็แนวบอลเชวิก
    ทรัพย์สิน เช่น ที่ดินของพระมหากษัตริย์แถวรอบวังสวนจิตร  สามเสน ศาลาแดง สีลม ถูกเอาไปขายแบ่งกัน
    สถิติปี ๒๕๐๓ ที่ฝรั่งมาสำรวจให้ UN Escap ไทยมีรายได้ต่อหัวต่ำสุดในเอเชีย ต่ำกว่ามาเลย์ ๔ เท่า 
    ต่ำกว่าเวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า อินเดีย ฟิลิปปินส์
 แค่ ๒,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี
    ต่ำกว่าญี่ปุ่น ๘ เท่า ญี่ปุ่นสร้างเครื่องบิน เรือรบ เหล็ก เป็นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๑ แล้ว

    รัชกาลที่ ๙ ในหลวงของเรา ทรงพลิกฟื้นสถานะไทยกับต่างประเทศ

    สถานการณ์ยุคนั้น คือ

    ไทยต้องการมิตรประเทศเพื่อมาป้องกันอันตรายจากภัยคุกคามรอบบ้าน
    ไทยต้องการเงินเพื่อมาลงทุนสร้างถนน น้ำ ไฟฟ้า เขื่อนกันน้ำท่วม  การศืกษา โรงพยาบาล
    ไทยต้องการให้มีการลงทุนสร้างอุตสาหกรรม และบริการ ขยายการเกษตร สร้างงานให้คน
    ไทยต้องการการยอมรับนับถือจากต่างชาติ ให้คนลืมสงครามโลกครั้งที่สอง
    ไทยต้องการพัฒนาให้เท่าเทียมประเทศเพื่อนบ้าน
    ในหลวงเสด็จประพาสประเทศในตะวันตก ๑๔ ประเทศ หกเดือนเต็ม พร้อมพระราชินี มี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นแม่กองจัดการ 
    ท่านผู้นี้ เป็นแม่กองจัดการเสด็จฯ ต่างจังหวัดด้วย โชคดีของคนไทย

    พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตรัสได้หลายภาษาอย่างดีมาก ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน เข้าใจขนบ วัฒนธรรม และทรง  witty แบบฝรั่ง ทั้งความสง่างาม ทุกสิ่งทุกอย่างไม่แพ้ใครในโลก

    ทรงน่าเกรงขาม แต่นุ่มนวล และเป็นมิตร ไม่มีคนไทยคนไหนทำได้ขนาดนั้น

    การที่ทรงศึกษาที่สวิสนั้น คนยุโรปและอเมริกาถือว่าสุดยอดแห่งอารยธรรม เป็นสังคมที่สร้างคนที่เข้าใจอารยธรรมหลากหลาย

    ทั้งสองพระองค์มีพระบุคลิกภาพที่เป็นที่ชื่นชมของคนในทุกประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ นั้น ได้ชื่อว่าเป็นพระราชินีที่สวยที่สุดในโลก 
    รูปถ่ายลงปกหนังสือพิมพ์ ออกทีวีกันมากมาย ตอนนั้นผมเป็นเด็ก ภูมิใจมาก

    ทั้งสองพระองค์นั้นทรงเป็นนักการต่างประเทศ และนักการทูตที่ยอดเยี่ยมมากที่สุด ประสบการณ์นะครับ
    ทรงมีพระ nobility มาก การเสด็จฯ เยือนจึงได้ความเคารพนับถือจากประมุขประเทศ หัวหน้ารัฐบาล รัฐบาล ต่างประเทศ
    และที่สำคัญประชาชนของประเทศนั้นๆ ออกมารอรับกันเนืองแน่น  ต้อนรับใหญ่โตมากๆ ข่าวกระจายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
    ในยุคนั้นสถาบันกษัตริย์ในยุโรปสูงส่งมาก นี่เป็นคุณต่อประเทศไทยที่มีสถาบันกษัตริย์

    จากการเสด็จฯ เยือนของทั้งสองพระองค์ ต่อมาประมุข และหัวหน้ารัฐบาลเหล่านั้นก็มาเยือนประเทศไทยอีก ชื่อประเทศไทยปักสง่างามบนแผนที่โลก

    ต่อมา เสด็จฯ เยือนประเทศในเอเชีย เมื่อทรงได้รับมาตรฐานระดับสูงลิ่วนั่น แถวเอเชียก็ต้อนรับยิ่งใหญ่มาก เชิงแข่งนิด ๆ

    คนไทยภูมิใจกันสุด ๆ นี่คือการทูตที่ดีที่สุดของไทย

    ยุคโลกสองขั้ว พระองค์ท่านช่วยให้ประเทศไทยยืนถูกข้าง ไม่ล้ม
    สมัยพวกผมเรียนมหาวิทยาลัย ประธานาธิบดี กษัตริย์ หัวหน้ารัฐบาลต่างๆ จะมาเมืองไทยกันถี่ยิบ 
    สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะตรัสในหอประชุมว่า "ข้าพเจ้าจะมีแขกมาเยือน ช่วยกันหน่อยนะ"
    พวกผมก็ได้ทำประโยชน์เช่นไปยืนเข้าแถวรับบ้าง แปรอักษรบ้าง  นั่งปรบมือในหอประชุมบ้าง 
    ใครมากล่าวหาพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านแบบไม่รู้เรื่อง คนไทยโกรธ เพราะพวกเราถือว่าเป็นงานของเราคนไทยทั้งชาติ ที่ช่วยกันทำ

    ประเทศไทยได้อะไร

    ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เรื่องไทยเป็นประเทศแพ้สงครามโลกครั้งที่สองร่วมกับญี่ปุ่น เยอรมัน อิตาลี หายไป
    มีเงินช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามา พร้อมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เขื่อนเจ้าพระยายุคนั้น ๓,๕๐๐ ล้านเอง ทุนเรียนนอกเยอะมาก
    ตลาดสินค้าเปิด มีการลงทุนเข้ามามาก ตั้งแต่นั้น
การท่องเที่ยวก็เริ่มจากราว ๑ ล้านคน มาจนปัจจุบัน
    เป็นยุคของการฟื้นฟูอารยธรรม วัฒนธรรม อวดแขกเมือง แพร่ไปทั่วโลก
    เป็นยุคที่ประมุขต่างประเทศเสด็จฯ เยือนต่างจังหวัด เช่นเชียงใหม่  จนกลายเป็นเมืองระดับโลก
    เป็นจุดเริ่มต้นของการมาทำข่าวประเทศไทยไปทั่วโลกครับ

    คนรุ่นผม เรียนรู้จากการช่วยงานพระองค์ท่านกันทั้งประเทศ
    เราจึงภูมิใจมาก ที่พระประมุขของเราทรงฉลาด เยี่ยมยอด เปี่ยมความสามารถ
    วันนี้ สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเป็นพระราชินีผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดของโลกนะครับ
    ความลับ
    ที่ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดี เกิดอาเซียน ๑๐ มั่นคงมานาน เพราะในหลวงครับ
    จีนบอกว่า ทรงเป็นผู้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองแผ่นดิน
    พระจักรพรรดิญี่ปุ่นนั้น ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ไทยมาก การลงทุนญี่ปุ่นจึงมากันเพียบ
    ประธานบริษัทใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นตัดสินใจลงทุนทันทีที่ได้เข้าเฝ้าฯ
    ทรงปิดทองหลังพระให้คนไทยมากมายจริง ๆ

    ผู้ที่กระทำการชั่วร้ายให้สถาบันเสียหายคือ การทำลายชาติครับ
    เห็นทำกันมาหลายปี
    กราบขอพระราชทานอภัยโทษพระองค์ท่านน่ะ ถูก แต่ความเสียหายต่อประเทศและประชาชน เอาคืนมาไม่ได้แล้ว
    ที่น่าประหลาด คือ ทั้งสองพระองค์ไม่เคยตรัสว่าทรงทำอะไรให้ประเทศมากมายมหาศาลขนาดไหน
    ทรงปิดทองหลังพระ

    ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา "สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง" ๑๒ สิงหาคม นี้
    ขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน
  

 ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
    ข้าพระพุทธเจ้า เปลว สีเงิน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์.
จาก thaipost.net









บีจีจากคุณยายกุ๊กไก่ กรอบจากคุณ ebaemi ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





Create Date : 12 สิงหาคม 2564
Last Update : 12 สิงหาคม 2564 15:45:31 น. 0 comments
Counter : 724 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณทนายอ้วน, คุณปรศุราม, คุณmcayenne94, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณlovereason, คุณThe Kop Civil, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณกะว่าก๋า, คุณkae+aoe, คุณSweet_pills, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณ**mp5**, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณอุ้มสี


BlogGang Popular Award#17


 
haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 158 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.