เบลเลเรอฟอน โอรสเจ้าสมุทร
ภุมวารสิริสวัสดิ์-มานมนัสภิรมย์ปรีดิ์ ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ ค่ะ


เบลเลเรอฟอน (Bellerophon) เป็นนักรบหรือวีรบุรุษ (hero) ผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงเด่นมาก ในเทพปกรณัมของกรีก-โรมัน ดุจเดียวกับ เฮอร์คิวลีส (จอมพลัง) ธีซูส (แห่งเอเธนส์) หรือ เจสัน (ขนแกะทองคำ) กับมีวีรกรรมและวิบากกรรมไม่แพ้กัน

เบลเลเรอฟอน เป็นชื่อปลอม มีความหมายว่า
"ผู้ฆ่าเบลเลรัส"(Bellerus) ชือจริงคือ ฮิบโพโนมัส (Hipponomus) มีศักดิ์เป็นโอรสเจ้าเมืองกอรินธ์ แต่รู้กันนัยๆว่าเขาเป็น โอรสเจ้าสมุทร-เนปจูน เกิดแต่พระราชินี ยูริโนมิ แห่งกอรินธ์นั่นเอง

เบลเลเรอฟอนต้องคดีสังหารน้องชาย ดีไลอาดิส ด้วยอุบัติเหตุขณะออกป่าล่าสัตว์ด้วยกัน ด้วยเกรงจะถูกลงโทษ เขาจึงหลบหนีไปอยู่กับ
พระราชาโพรตัส พระญาติสนิท

เบลเลเรอฟอนเป็นชายหนุ่มทรงเสน่ห์รูปงาม เป็นที่ต้องใจ พระราชินี
แอนเทีย แต่ด้วยเป็นผู้มีความสัตย์เคร่งครัด ไม่เห็นด้วยกับพระราชินี ที่ใช้เล่ห์กลฟ้องพระสวามีด้วยโกรธจัด พระราชาทรงขุ่นเคืองพระทัยแต่ไม่กล้าลงโทษ

แต่จะอาศัย พระราชาแห่งเมืองลีเซีย จัดการแทน จึงออกอุบายให้เบลเลเรอฟอนถือหนังสือไป โดยความในหนังสือระบุให้ฆ่าผู้ถือหนังสือทันที

พระราชาแห่งลีเซีย เปิดหนังสือก็ตกพระทัย ไม่เคยคิดจะฆ่าชายหนุ่มผู้นี้เลย แต่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงเสี่ยงส่งเจาไปสู้กับอสูรตนหนึ่ง ดุร้าย และรูปร่างประหลาด หัวเป็นสิงโต ตัวเป็นแพะ และหางเป็นมังกร ชื่อ ไคมีรา

เบลเลเรอฟอนแม้กล้าหาญกว่าบุรุษอื่นๆแต่ก็กลัวอสูรร้าย พยายามสะกดความหวาดหวั่นไว้โดยตั้งสติและวิงวอนขอพรจาก เทวีอธีนา (เทวีแห่งปัญญาและความกล้าหาญ) ซึ่งเทวีเห็นใจมาก ในความฝันของเขาเทวีได้ปรากฎพระองค์ขึ้นและประทานบังเหียนทองคำเพื่อจับม้าวิเศษ พีกาซัส ไว้สู้กับอสูรไคมีรา

บังเหียนทองคำทำให้เขาจับม้าพีกาซัสได้โดยง่าย หลังคอยม้าลงดื่มน้ำพุ พิรินี เป็นสระน้ำพุใสสะอาดอยู่ใกล้เมืองคอรินธ์ แล้วช่วยกันสู้อสูรร้าย และฆ่ามันได้

หลังจากเบลเลเรอฟอนปราบอสูรร้ายได้แล้ว พระราชาแห่งลีเซียยังมีรายการสู้รบหนักๆ อีก เช่นส่งให้ไปสู้กับหมู่สาวอะเมซอน ผู้เชี่ยวชาญการรบยิ่งกว่าบุรุษ หรือลอบส่งกองทหารของพระองค์เป็นกองโจรไปลอบฆ่า

แต่เบลเลเรอฟอนสามารถฟันฝ่าอันตรายได้เสมอ พระราชาจึงยุติความคิดฆ่าเขาและประทานธิดางามให้สมรสด้วย

เบลเลเรอฟอนมีความสุขสบายในฐานะราชบุตรเขยของพระราชาแห่งลีเซีย ความผิดพลาด คือเขารู้สึกฮึกเหิมในความสามารถของตนเองและม้าวิเศษพีกาซัส โดยชวนกันเหินสูงขึ้นไปเกือบถึงยอดวิมานมหาเทพ ณ ขุนเขาโอลิมปัส

อันเป็นการก้าวล่วงที่ไม่บังควร เขาและม้าจึงถูกผลักหล่นลงสู่พื้นโลกโดยทันที แต่ด้วยความกรุณาเป็นพิเศษจึงยังไม่ถึงตาย

เพียงแต่ดวงตาที่เคยเห็นโลกสดใสสวยงาม ต้องมีอันฝ้าฟางขุ่นมัวไปหน่อยหนึ่งเท่านั้น


จากคอลัมน์ เชิงอรรถ
โดย ส.สีมา
มติชนสุดสัปดาห์ หน้า 70
ฉบับที่ 1514 วันที่ 21-27 สิงหาคม 2552
ขอขอบคุณ



Create Date : 25 สิงหาคม 2552
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 18:34:32 น.
Counter : 991 Pageviews.

0 comments
ปรับตัว เฮียมู ฝนที่ตกไม่หยุด toor36
(20 พ.ย. 2563 17:15:30 น.)
วัดเบญจมบพิตร : งานตานก๋วยสลาก ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 พ.ย. 2563 15:54:26 น.)
น้อมรำลึก ๑๒๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี haiku
(26 ต.ค. 2563 21:44:26 น.)
งานซ้อมใหญ่เสด็จเลียบพระนครทางชลมารค ผู้ชายในสายลมหนาว
(23 ก.ย. 2563 10:52:59 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด