คอลัมน์ดังแห่งยุค “โคลนติดล้อ” - “ล้อติดโคลน”

โดย โรม บุนนาค

 

 

คอลัมน์ดังแห่งยุค “โคลนติดล้อ” - “ล้อติดโคลน”
จากคอลัมน์หนึ่งของ ดุสิตสมิธ

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ แม้จะเป็นการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่หนังสือพิมพ์ในสยามก็เฟื่องฟูขึ้นสุดขีด มีหนังสือพิมพ์ออกมากถึง ๑๓๐ ฉบับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงออกหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งในชื่อ “ไทย” และ รายเดือนอีกฉบับในชื่อ “ดุสิตสมิธ”

ทรงร่วมแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ที่ออกด้วย ในนามปากกา “อัศวพาหุ” “รามจิตติ” และ “ฟันแหลม” เป็นต้น

       บทพระราชนิพนธ์ซึ่งเป็นเรื่องเกรียวกราวถูกกล่าวขวัญกันไปทั่ว ก็คือคอลัมน์ในชื่อ “โคลนติดล้อ” โดยใช้นามปากกา “อัศวพาหุ” เปรียบเปรยถึงพวกที่คอยคัดค้านว่า เป็นพวกที่ถ่วงความเจริญของชาติ เสมือนโคลนที่ติดล้อรถ

       ต่อมาก็มีผู้ใช้นามปากกาว่า “โคนันทวิศาล” เขียนบทความในชื่อ “ล้อติดโคลน” ลงในหนังสือพิมพ์ “กรุงเทพฯเดลิเมล์” ตอบโต้บทความเรื่อง “โคลนติดล้อ” ว่าถ้าสารถีคนขับรถมีฝีมือไม่ขับรถไปลงโคลน โคลนจะติดล้อได้อย่างไร ซึ่งได้ใช้เหตุผลที่น่าฟังมาเป็นข้อโต้แย้ง จึงเป็นเรื่องที่ฮือฮากันมากในยุคนั้น

       ทั้งนี้เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า เจ้าของนามปากกา “อัศวพาหุ” นั้นคือใคร การเขียนบทความโต้แย้งพระเจ้าแผ่นดินในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นับเป็นเรื่องล่อแหลมและบังอาจอย่างมาก สืบรู้กันต่อมาว่า ผู้ใช้นามปากกา “โคนันทวิศาล” ก็คือ นายพลเรือตรี พระยาวินัยสุนทร (วิม พลกุล)

       แต่เมื่อถึงงานพระราชพิธีฉัตรมงคลต่อมา ปรากฏว่า มีชื่อพระยาวินัยสุนทรได้รับพระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้า ที่ถือกันว่าได้เป็น “พระยาพานทอง” ด้วย และในขณะที่พระยาวินัยฯคลานเข้าไปรับพระราชทานตรานั้น

ได้มีพระกระแสรับสั่งว่าพระองค์ไม่ได้ถือโกรธแต่อย่างใด ทั้งยังทรงชมเชยว่าเป็นคนกล้า ที่ช่วยออกความคิดแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

       ต่อมาบุตรชายของพระยาวินัยสุนทรได้เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อโด่งดังของวงการหนังสือพิมพ์เมืองไทยถึง ๓ คน คือ อุทธรณ์ พลกุล, วิมล พลกุล และชาญชัยศรี พลกุล หรือ โดม แดนไทย

       จมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) ผู้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทเล่าไว้ว่า

“...บางคนฝีปากกล้าก็พูดเหน็บแนมพระองค์อย่างรุนแรง บางครั้งทรงพระพิโรธ ถึงกับพระหัตถ์สั่นเทิ้ม ขณะทรงจับหนังสือพิมพ์อยู่ และพระพักตร์แดงกล่ำ

แต่ในไม่ช้าพระองค์ก็ทรงดับเสียได้ตามวิสัยปราชญ์ โดยทรงได้สติว่า นายอัศวพาหุ หรือ นายรามจิตติ ก็คือประชาชนคนหนึ่ง มิใช่พระมหากษัตริย์ นับว่าพระองค์เป็นนักกีฬาที่น่าสรรเสริญ...”


ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

คุณโรม บุนนาค

สิริสวัสดิ์จันทรวารค่ะ




Create Date : 20 กรกฎาคม 2558
Last Update : 20 กรกฎาคม 2558 10:01:12 น.
Counter : 4919 Pageviews.

0 comments
วัดเบญจมบพิตร : แรกมีพิพิธภัณฑ์ ผู้ชายในสายลมหนาว
(14 ม.ค. 2564 13:55:43 น.)
ตะพาบ โครงการที่ 269 โจทย์ "หน้ากาก" ✤Collection Face Masks✤ หน้ากากแฟชั่นหรู Tui Laksi
(13 ม.ค. 2564 15:20:15 น.)
情人的电话 Qíngrén de diànhuà กิ๊กโทรมาหา Kavanich96
(9 ม.ค. 2564 07:33:01 น.)
จุลปทุมชาดก : ชาดกนอกนิบาตร ผู้ชายในสายลมหนาว
(8 ม.ค. 2564 14:13:43 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด