เหตุใดเจ้าตากจึงต้องทุบหม้อตีเมืองจันท์?
โดย โรม บุนนาค







พระยาตากแหวกวงล้อมออกจากกรุงศรีอยุธยา
ภาพเขียนในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร




พระเจ้าตากสินมหาราช





ราชอาณาจักรไทยสมัยกรุงธนบุรี





เมื่อพระเจ้าตากสินนำทหารเพียง ๕๐๐ คน แหวกวงล้อมของพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา ทรงมุ่งไปภาคตะวันออกก็เพราะไม่มีกองทัพใหญ่ของพม่าอยู่ย่านนั้น คงมีแต่กองกำลังเล็กๆ ตั้งรักษาการไว้แค่ชลบุรี แต่ก็ต้องปะทะกับทหารพม่าถึง ๔ ครั้ง

เมื่อกิตติศัพท์ที่พระยาตากมีชัยชนะต่อกองทหารพม่ามาตลอด ทำให้ราษฎรที่หลบซ่อนอยู่ในป่า และนายซ่องที่รวมตัวกันป้องกันครอบครัวจากทหารพม่า เข้ามาสวามิภักดิ์เป็นอันมาก

รวมทั้งพระระยอง ชื่อบุญ ซึ่งว่าราชการเมืองระยอง เมื่อทราบข่าวว่าพระยาตากกำลังยกมาด้านตะวันออก เกรงจะทำร้ายตัว จึงไปดักต้อนรับขออ่อนน้อมที่กลางทาง มอบข้าวสารให้หนึ่งเกวียนและเชิญเข้าเมือง แต่พระยาตากได้ตั้งค่ายที่วัดลุ่ม นอกเมืองระยอง

แม้พระระยองจะอ่อนน้อมต่อพระยาตาก แต่กรมการเมืองระยองหลายคนกลับเห็นว่าพระยาตากเป็นกบฏ เพราะขณะนั้นกรุงศรีอยุธยายังไม่เสียแก่พม่า จึงคบคิดที่จะเข้าตีค่ายที่วัดลุ่ม

แต่มีคนที่สวามิภักดิ์นำความมาบอก พระยาตากจึงเตรียมรับแล้วโต้กลับจนเข้ายึดเมืองระยองได้

การเข้ายึดเมืองระยองนี้ ทำให้ฐานะของพระยาตากกลายเป็นกบฏไปทันที เพราะกรุงศรีอยุธยายังไม่แตก จึงต้องเลยตามเลย แต่ก็ยังไม่ได้ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ คำสั่งที่ออกไปเรียกว่า “พระประศาสน์” ในระดับที่เจ้าเมืองเอกใช้เท่านั้น ส่วนพวกบริวารพากันเรียกว่า “เจ้าตาก” แต่นั้นมา

ขณะนั้นหัวเมืองใหญ่สุดในทะเลภาคตะวันออกก็คือเมืองจันทบุรี ยังคงมีเจ้าเมืองปกครองตามปกติและมีกำลังมาก เจ้าตากใคร่หยั่งท่าทีว่าเจ้าเมืองจันทบุรีจะร่วมมือด้วยหรือไม่

จึงส่งทูตถือศุภอักษรไปแจ้งว่า พระยาตากได้มาตั้งรวบรวมผู้คนที่เมืองระยอง หมายจะไปรบกับพม่าให้พระนครพ้นจากอำนาจข้าศึก ขอให้พระยาจันทบุรีเห็นแก่บ้านเมือง ช่วยกันปราบปรามพม่าให้กรุงศรีอยุธยาผาสุกดังแต่ก่อน

พระยาจันทบุรีรับสาสน์แล้ว ก็ตอบรับว่าจะมาปรึกษาหารือที่เมืองระยองใน ๑๐ วัน ตอนนี้ขอส่งเสบียงอาหารมาให้ก่อน

ครั้นถึงกำหนด ๑๐ วัน พระยาจันทบุรีก็ไม่ได้มาตามสัญญา ส่งแต่กรมการเมืองนำข้าวเปลือกอีก ๔ เกวียนมาให้

ต่อมาถึงเดือน ๕ ปีกุน พ.ศ.๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาก็แตก คนที่มีกำลังอยู่ตามหัวเมือง ก็อยากจะตั้งตัวเป็นใหญ่กันทั้งนั้น ด้วยแผ่นดินว่างอำนาจ

พระยาจันทบุรีก็เพ้อด้วยเพราะถูกยุจากคนรอบตัว โดยเฉพาะขุนรามและหมื่นซ่อง กรมการเมืองระยองที่หนีไปจากการเข้าปล้นค่ายพระยาตาก ซ่องสุมกำลังอยู่ที่บ้านประแส แขวงเมืองจันทบุรี คุมสมัครพรรคพวกออกปล้นวัวควายช้างม้าของชาวระยองอยู่เนืองๆ

เจ้าตากเห็นว่าจะต้องปราบปรามให้ราบคาบ จึงนำทหารไปบ้านประแส บ้านไร่ บ้านตร่ำ เมืองแกลง ระดมยิงด้วยปืนใหญ่จนแตกกระเจิง ขุนรามและหมื่นซ่องหนีไปหาพระยาจันทบุรี

พระยาจันทบุรีคาดว่าเจ้าตากจะต้องมาตีเมืองจันทบุรีต่อแน่ จึงคบคิดกับขุนรามและหมื่นซ่อง เห็นว่าเจ้าตากมีฝีมือเข้มแข็ง ทั้งรี้พลก็ชำนาญศึก จะสู้ซึ่งหน้าคงไม่ไหว จำจะใช้อุบายล่อเข้ามาในเมือง ก็จะกำจัดได้โดยง่าย

เมื่อคิดได้ดังนั้น พระยาจันทบุรีจึงนิมนต์พระสงฆ์ ๔ รูป ให้เป็นทูตไปเชิญเจ้าตากมาเมืองจันทบุรี แจ้งว่าพระยาจันทบุรีมีความเจ็บแค้นข้าศึกที่มาย่ำยีกรุงศรีอยุธยา

จึงเต็มใจจะมาช่วยเจ้าตากปราบยุคเข็ญ และเห็นว่าเมืองระยองเป็นเมืองเล็ก จะเป็นที่รวบรวมกองทัพใหญ่ได้ยาก จึงขอเชิญไปตั้งที่จันทบุรีซึ่งเป็นเมืองใหญ่และมีอาหารอุดมสมบูรณ์ จะได้ปรึกษาหารือเตรียมยกไปกู้กรุงศรีอยุธยาจากข้าศึกให้จงได้

เจ้าตากฟังความแล้วก็ไม่ไว้วางใจพระยาจันทบุรี แต่เมื่อปรึกษาแม่ทัพนายกองแล้ว เห็นว่าควรจะยกไปเพื่อให้รู้แน่ หากประสงค์ร้ายก็จะได้จัดการเสีย

เจ้าตากนำทัพตามพระสงฆ์ไป ๕ วัน ก็ถึงบางกระจะหัวแหวน ห่างเมืองจันทบุรี ๒๐๐ เส้น พระยาจันทบุรีให้ปลัดกับขุนหมื่นกรมการเมืองออกมาต้อนรับ บอกว่าจัดที่ให้ตั้งทำเนียบไว้ที่ริมน้ำฟากใต้ตรงข้ามเมือง

เจ้าตากก็สั่งให้ทัพหน้าตามปลัดเมืองไป แต่ยังไม่ทันถึงเมืองจันทบุรีก็มีผู้มาบอกให้ทราบว่า พระยาจันทบุรีพร้อมขุนรามและหมื่นซ่องระดมคนไว้ในเมือง จะออกมาโจมตีตอนข้ามแม่น้ำ

เจ้าตากจึงให้ม้าเร็วไปส่งข่าวทัพหน้า สั่งให้เลี้ยวกระบวนไปทางเหนือ ตรงไปวัดป่าแก้ว ห่างประตูท่าช้างเพียง ๔ เส้น

พระยาจันทบุรีเห็นเจ้าตากไม่เดินไปตามแผนก็ตกใจ รีบให้ไพร่พลขึ้นรักษาเชิงเทิน แล้วให้ขุนพรหมธิบาลซึ่งคุ้นเคยกับเจ้าตากมาก่อน ออกมาเชื้อเชิญให้เข้าไปในเมือง

เจ้าตากจึงว่า ที่พระยาจันทบุรีให้พระสงฆ์ไปเชิญมาคิดอ่านกู้กรุงศรีอยุธยากัน ก็เข้าใจว่าเป็นความบริสุทธิ์ใจจึงมา แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ไม่ได้ออกมาต้อนรับอย่างผู้น้อยกับผู้ใหญ่

เพราะเจ้าเมืองกำแพงเพชรถือศักดินาหมื่น มียศเป็นผู้ใหญ่กว่าพระยาจันทบุรี แต่กลับเรียกระดมคนเข้าประจำหน้าที่เชิงเทิน ทั้งยังคบหาขุนรามหมื่นซ่องที่ทำร้ายเราไว้เป็นมิตร

พระยาจันทบุรีทำเหมือนหนึ่งเป็นข้าศึกกับเรา ถ้าจะให้เราเข้าไปในเมือง พระยาจันทบุรีก็ควรออกมาหาเราก่อน หรือส่งตัวขุนรามกับหมื่นซ่องออกมา แล้วพระยาจันทบุรีออกมาทำสัตย์สาบานให้เราไว้ใจ จะรักใคร่นับถือเหมือนเป็นพี่น้องกันต่อไป

พระยาจันทบุรีก็ตอบออกมาว่า ขุนรามหมื่นซ่องมีความกลัวไม่กล้าออกมา ทั้งพระยาจันทบุรีก็ไม่ยอมออก ส่งแต่สำรับเครื่องเลี้ยงดูมาให้

เจ้าตากขัดเคืองจึงสั่งให้กลับไปบอกพระยาจันทบุรีว่า เมื่อไม่เห็นแก่ไมตรีแล้ว ก็รักษาเมืองไว้ให้ดีเถิด พระยาจันทบุรีก็สั่งปิดประตูเมืองเตรียมรับมือเต็มที่ ด้วยเชื่อว่าตัวมีกำลังมากกว่า

เจ้าตากรู้สถานะของตัวเองว่า อยู่ในที่คับขันเสียแล้ว ข้าศึกที่อยู่ในเมืองมีกำลังมากกว่า เป็นแต่ครั่นคร้ามไม่กล้าออกมาสู้ซึ่งหน้า แต่ถ้าหากเจ้าตากล่าถอยเมื่อใด ข้าศึกก็จะออกมาล้อมตีได้หลายทาง เพราะชำนาญพื้นที่

และถ้าจะตั้งประจันหน้ากันต่อไปก็จะขาดเสบียงอาหาร เหมือนหนึ่งคอยให้ข้าศึกเลือกเวลาโจมตีเอาตามใจชอบ

ด้วยความเป็นชายชาตินักรบ เห็นว่าถ้าชิงลงมือก่อนจะได้เปรียบ จึงเรียกนายทัพนายกองมาสั่งว่า

“เราจะตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเย็นกินเสร็จแล้ว ทั้งนายไพร่ให้เททิ้งอาหารที่เหลือและต่อยหม้อเสียให้หมด หมายไปกินข้าวเช้าด้วยกันที่ในเมืองพรุ่งนี้ ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ในค่ำวันนี้ ก็จะได้ตายเสียด้วยกันให้หมดทีเดียว”

นายทัพนายกองเห็นอาญาสิทธิ์เจ้าตากมาแต่ก่อน จึงไม่มีใครกล้าขัดขืน ครั้นเวลาค่ำเจ้าตากจึงให้ทหารแอบไปซุ่มตัวมิให้ชาวเมืองรู้ สั่งให้คอยฟังเสียงปืนสัญญาณเข้าปล้นเมืองพร้อมกัน แต่อย่าให้ออกเสียงอื้ออึง จนเมื่อพวกไหนเข้าเมืองได้แล้วจึงค่อยโห่ร้องขึ้นให้ด้านอื่นรู้

ครั้นพอได้ฤกษ์ ๓ นาฬิกา เจ้าตากก็ขึ้นคอช้างพังคีรีบัญชร ให้ยิงปืนสัญญาณบอกทหารให้เข้าปล้นเมืองพร้อมกัน ส่วนเจ้าตากก็ขับช้างจะพุ่งเข้าพังประตูเมือง

พวกชาวเมืองที่รักษาอยู่บนกำแพงจึงระดมยิงลงมา นายท้ายช้างเกรงเจ้าตากจะเป็นอันตราย จึงเกี่ยวช้างทรงให้ถอยออก เจ้าตากขัดพระทัยชักพระแสงดาบหันมาจะฟัน นายท้ายช้างตกใจร้องขอชีวิต แล้วไสช้างกลับเข้าชนบานประตูเมืองพังลง

พวกทหารก็กรูกันเข้าประตูเมืองพร้อมโห่ร้อง ทหารพระยาจันทบุรีรู้ว่าข้าศึกเข้าเมืองได้ ก็พากันละทิ้งหน้าที่เผ่นหนีเอาตัวรอด พระยาจันทบุรีพาครอบครัวลงเรือหนีไปได้

เมื่อเจ้าตากเข้าเมืองจันทบุรีได้นั้นเป็นวันอาทิตย์ เดือน ๗ ปีกุน พ.ศ.๒๓๑๐ หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว ๒ เดือน




ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์
คุณโรม บุนนาค

สิริสวัสดิ์วุธวารค่ะ



Create Date : 19 สิงหาคม 2558
Last Update : 19 สิงหาคม 2558 12:29:48 น.
Counter : 2817 Pageviews.

0 comments
วัดเบญจมบพิตร : แรกมีพิพิธภัณฑ์ ผู้ชายในสายลมหนาว
(14 ม.ค. 2564 13:55:43 น.)
ตะพาบ โครงการที่ 269 โจทย์ "หน้ากาก" ✤Collection Face Masks✤ หน้ากากแฟชั่นหรู Tui Laksi
(13 ม.ค. 2564 15:20:15 น.)
情人的电话 Qíngrén de diànhuà กิ๊กโทรมาหา Kavanich96
(9 ม.ค. 2564 07:33:01 น.)
จุลปทุมชาดก : ชาดกนอกนิบาตร ผู้ชายในสายลมหนาว
(8 ม.ค. 2564 14:13:43 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด