โรงอุปรากรเบย์รึท (เยอรมัน: Bayreuth Festspielhaus)






โรงอุปรากรเบย์รึท





โรงอุปรากรเบย์รึท (เยอรมัน: Bayreuth Festspielhaus; อังกฤษ: Bayreuth Festival Theatre) เป็นโรงละครที่ส่วนใหญ่ใช้สำหรับแสดงอุปรากร ที่ตั้งอยู่ที่ทางเหนือของเมืองเบย์รึท ในแคว้นบาวาเรียในประเทศเยอรมนี สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1872 และเปิดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1876

โรงอุปรากรเบย์รึทเป็นโรงละครที่ส่วนใหญ่ ใช้สำหรับแสดงอุปรากรโดยริชาร์ด วากเนอร์ โดยเฉพาะระหว่างเทศกาลเบย์รึท ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีที่มีแต่การแสดงอุปรากรโดยริชาร์ด วากเนอร์เท่านั้น

โรงละครเป็นความคิดของวากเนอร์ หลังจากที่ถูกขับจากราชสำนักที่มิวนิคของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย วากเนอร์ต้องการจะมีสถานที่สำหรับแสดงอุปรากรที่ตนเองเขียน ที่ห่างไกลจากวัฒนธรรมคู่แข่งอื่นๆ

และนอกจากจะเป็นที่แสดงตามปกติแล้ว ก็ยังเป็นที่จัดเทศกาลอุปรากรประจำปีซึ่งเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาของเบย์รึท

วากเนอร์เลือกเบย์รึทด้วยเหตุผลหลายประการ: โรงอุปรากรสร้างสำหรับมากราฟเฟรดริคแห่งเบย์รึทและภรรยาฟรีเดอริเค โซฟี วิลเฮลมีนแห่งเบย์รึท พระขนิษฐาของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 แห่งปรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1747

ซึ่งมีระบบเสียงดีและเหมาะกับความคิดของวากเนอร์ ประการที่สองเมืองเบย์รึทอยู่นอกบริเวณ ที่วากเนอร์ไม่สามารถแสดงอุปรากรของตนเองเพราะได้ขายลิขสิทธิ์ไปหมดเมื่อปี ค.ศ. 1864 เพราะปัญหาทางการเงิน

ประการสุดท้ายเบย์รึทขณะนั้น ไม่มีวัฒนธรรมที่เด่นที่จะเป็นคู่แข่งได้ทำให้วากเนอร์เป็นที่เด่นโดยไม่มีใครลบได้ เมื่อเทศกาลอุปรากรเริ่มขึ้นก็จะกลายเป็นจุดสนใจทางวัฒนธรรมของเบย์รึท

วากเนอร์นำการออกแบบมาจากสถาปนิกกอดฟรีด เซมเพอร์ซึ่งวากเนอร์ มิได้รับการอนุญาต แบบของเซมเพอร์เดิมออกสำหรับโรงอุปรากรที่มิวนิค ที่สร้างภายใต้การควบคุมของวากเนอร์

ทุนการก่อสร้างส่วนใหญ่มาจากพระเจ้าลุดวิกที่ 2 วากเนอร์วางศิลาฤกษ์ในวันเกิดของตนเองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1872 สิ่งก่อสร้างเปิดเป็นครั้งแรกด้วยการแสดงอุปรากร “แหวนแห่งนิเบลลุงเก็น” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “แหวน” (Der Ring des Nibelungen) ทั้งสี่องค์อย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก (ความยาวทั้งหมดประมาณ 15 ชั่วโมง)

ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1876 ถึงวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1876 อุปรากรเรื่องนี้มักจะแสดงทั้งชุดในงานเทศกาลอุปรากรที่เบย์รึท

ด้านหน้าของโรงละครเท่านั้น ที่มีลักษณะการตกแต่งที่พบกันในสมัยปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 นอกจากนั้นภายนอกก็มีลักษณะเรียบง่าย ไม่มีการตกแต่งเท่าใดนักนอกไปจากอิฐที่ก็มิได้มีการตกแต่ง

ลักษณะที่เด่นของโรงละครแห่งนี้คือ ที่นั่งของหลุมวงออร์เคสตรา (orchestra pit) ซึ่งตั้งลึกเข้าไปภายใต้เวที และคลุมด้วยเพดานบางๆ เพื่อที่จะซ่อนวงดนตรีจากผู้ชม ซึ่งเป็นสิ่งที่วากเนอร์เน้นเพื่อที่จะให้ผู้ชมสนใจแต่เฉพาะอุปรากรบนเวที แทนที่จะมีผู้กำกับดนตรื (Conductor) ที่โบกบาทองทำให้เสียสมาธิ

นอกจากนั้นการออกแบบก็ยังพยายามแก้ความสมดุล ระหว่างนักร้องและออร์เคสตราซึ่งทำให้เป็นเสียงที่ออกมา อย่างที่วากเนอร์ต้องการ แต่การจัดระบบเสียงเช่นนี้ทำความลำบาก ให้แก่ผู้กำกับดนตรืเป็นอันมาก แม้ว่าจะเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงก็ตาม

นอกจากผู้ชมที่ถูกซ่อนอยู่ในความมืดแล้ว เสียงสะท้อนกังวานทำให้การประสานเสียงระหว่างวงออร์เคสตรากับนักร้องเป็นไปได้ยาก ฉะนั้นผู้กำกับดนตรืจึงจำต้องไม่สนใจสัญญาณจากนักร้อง นอกจากนั้นผู้กำกับดนตรืยังพบว่าการกำกับดนตรี ที่เบย์รึทเป็นงานที่ท้าทายความสามารถมากที่สุดในอาชีพของตนเองงานหนึ่ง

ลักษณะที่เด่นทางสถาปัตยกรรมอีกอย่างหนึ่ง คือการใช้เพดานโค้งซ้อน (proscenium) ซึ่งทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกว่าโรงละครลึกกว่าความเป็นจริง

เพดานโค้งซ้อนและหลุมสำหรับวงออร์เคสตราเกือบใต้เวทีทำให้เกิดบรรยากาศที่วากเนอร์เรียกว่า “เหวแห่งความลึกลับ” (mystic gulf) ระหว่างผู้ชมและเวที อันทำให้การแสดงที่ออกมาบนเวทีเหมือนฝัน ซึ่งเป็นการย้ำความลึกลับของเนื้อหา และบรรยากาศของอุปรากรที่วากเนอร์ต้องการ


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สิริสวัสดิ์ศุกรวาร สิริมานรมเยศค่ะ



Create Date : 15 กันยายน 2553
Last Update : 18 กันยายน 2553 14:31:53 น.
Counter : 1034 Pageviews.

0 comments
อุทยานแห่งชาติ รามคำแหง พายุสุริยะ
(7 ม.ค. 2564 18:02:14 น.)
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(2 ม.ค. 2564 21:16:12 น.)
10 มค 64 นางพญาเสือโคร่ง - Wild Himalayan Cherry mcayenne94
(10 ม.ค. 2564 21:47:42 น.)
10 มค 64 นางพญาเสือโคร่ง - Wild Himalayan Cherry mcayenne94
(10 ม.ค. 2564 21:47:42 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด