20080320 วิพากษ์ Man UTD VS Bolton
THE REVENGE [PART III] -- BOLTON


สวัสดีครับ มาพบกันกลางสัปดาห์อีกครั้ง กับนัดตกค้างศึกพรีเมียร์ลีก และโอกาสอันดีที่ยูไนเต็ดจะทำแต้มหนีผู้ไล่ล่าอย่างอาร์เซนอลออกไปให้ไกลขึ้นอีกนิดนะครับ และก็ต้องขอขอบคุณดิดิเยร์ ดร็อกบาด้วย ที่รีบยิงประตูตั้งแต่สองสามนาทีแรก เพราะผมตั้งเวลาทีวีให้เปิดเอาไว้ แต่ปรากฏว่า ผมไม่ตื่น!!! ถ้าดร็อกบาไม่ยิง ผมคงไม่ได้ยินเสียงผู้บรรยายแน่ๆ และคงจะหลับต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนไม่ได้มาเขียนในที่สุดครับ

สำหรับเกมวันนี้ ก็เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ นั่นคือ ท่านเซอร์บรรจงเก็บตัวหลักบางตัวไว้รอซดลิเวอร์พูลอย่างเต็มที่ อีกอย่างก็คือเมื่อโบลตันไม่มีอาเนลก้าแล้ว อีกทั้งโนแลนก็ไม่อยู่ในสนาม นั่นทำให้เหลือตัวอันตรายน้อยลง และลดดีกรีความร้อนแรงของโบลตันไปได้เยอะ ทำให้ท่านเซอร์กล้าๆจัดทัพแบบหวาดเสียวหัวใจอีกครั้ง นั่นก็คือ ดร็อปริโอต่อไป ดร็อป เวส บราวน์, เอวร่า และรูนี่ย์ รวมทั้งคาร์ริคด้วย โดยเอาปิเก้มายืนเซ็นเตอร์คู่กับวิดิช โยกฮาร์กรีฟส์มายืนแบ๊คขวา เอาโอเชมายืนแบ๊กซ้าย ให้อันแดร์สันจับคู่กับเฟล็ทเชอร์ตรงกลางเป็นครั้งแรก แต่แนวรุกทางกราบ ยังให้โรนัลโด้ และนานี่ ลากเลื้อยต่อไป มี เตเวซและซาฮาเป็นคู่กองหน้า ดังจะจัดทีมได้ดังนี้

ซาฮา เตเวซ
นานี่ อันแดร์สัน เฟล็ทเชอร์ โรนัลโด้
โอเช วิดิช ปิเก้ ฮาร์กรีฟส์
คุสแซ็ค

ส่วนทางด้านโบลตัน ที่เห็นหายไปก็คือโนแลนแน่ๆ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าหายไปไหน อาจจะเจ็บก็ได้ครับ ส่วนยุสซี่ ยัสเคไลเน่น ที่เป็นตัวแสบชอบเซฟเวลาเจอแมนฯยูฯ ก็ดันเจ็บต้องผ่าตัดและพักยาวเรียบร้อย ต้องส่ง อัล ฮับซี มายืนแทน ส่วนตัวทีเด็ดแถวหน้ายังต้องพึ่งพา เควิน เดวี่ส์ กับ เอล ฮัดจี ดิยุฟ อยู่เหมือนเดิม

เริ่มเกม ก็กลายเป็นยูไนเต็ดที่ครองบอลได้ทันที โดยยูไนเต็ดในวันนี้ ไม่เน้นการต่อบอลเข้าทำเหมือนเดิม เพราะโบลตันมาเน้นรับลึกเหมือนที่เจอกันครึ่งซีซั่นแรก ที่โบลตันทำแสบ เอาชนะยูไนเต็ดด้วยประตูโทนของอาเนลก้าไปได้ ทำให้วันนี้ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการเสี่ยงอีก จึงเปลี่ยนมาเน้นการขึ้นเกมแบบฉาบฉวย และไม่ดันกองกลางขึ้นเติมเกมสูงเป็นแผง นอกจากนี้ เฟล็ทเชอร์ที่ถูกส่งลงมาคู่กับอันแดร์สัน ยังรับบทลูกหาบและตัวกวาดหน้าแผงหลังได้ค่อนข้างเด่นในครึ่งแรก ส่วนอันแดร์สัน ดูจะถูกสั่งมาให้เน้นวางบอลยาวขึ้นหน้าโดยเฉพาะ ทำให้เกมรุกของยูไนเต็ด มักจะเป็นการทิ้งบอลไปที่ว่างให้แนวรุกโฉบไปเล่นมากกว่าจะเป็นการต่อบอลสั้นขึ้นไป

ซึ่งเกมในลักษณะนี้ ค่อนข้างได้ผลในการถ่างแนวรับของโบลตันดีทีเดียว การที่ไม่เน้นต่อบอลสั้น แต่เน้นฉีกไปรับบอลในที่ว่าง ทำให้แนวรับโบลตัน ต้องทิ้งพื้นที่ประจำการ และตามประกบผู้เล่นยูไนเต็ดที่ผลัดกันฉีกออกทางกว้างอยู่บ่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ซาฮา แต่ประตูที่เกิดขึ้นเร็วนั้น กลับมาจากลูกเตะมุม ที่ยูไนเต็ดค่อนข้างห่างเหินมานาน เมื่อบอลทะลักจากหน้ากรอบมาเข้าทางโรนัลโด้ ที่จัดการวอลเลย์จากกรอบโทษสวนแถวผู้เล่นทั้งสองฝ่าย เข้าประตูให้ยูไนเต็ดขึ้นนำตั้งแต่ยังไม่ถึงสิบนาทีของเกม

หลังจากนั้น โบลตันก็ไม่มีทางเลือก นอกจากจะเปิดเกมมาสู้กลับ แต่ก็ยังคงทำได้ไม่เต็มที่ เพราะยูไนเต็ดได้เปลี่ยนเกมมาเป็นเกมฉวยจังหวะเต็มรูปแบบไปแล้ว โดยการทิ้งบอลไปที่ว่างให้นานี่, เตเวซ หรือโรนัลโด้โฉบไปเอาด้วยความเร็วที่เหนือกว่ากองหลังของโบลตัน สร้างความปั่นป่วนให้แผงรับโบลตันอยู่เรื่อยๆ ส่วนซาฮา ก็ยืนค้ำอยู่ข้างหน้า เพื่อกดดันคู่เซ็นเตอร์ของโบลตันไม่ให้ดันเกมสูงมาช่วยรุก

ส่วนโบลตัน เริ่มทำเกมรุกได้ดีมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป โดยมี กัทธรี่ เด็กลิเวอร์พูลที่ถูกยืมตัวมา และ แม็ทธิว เทย์เลอร์ เป็นตัวสร้างสรรค์เกม ให้เควิน เดวี่ส์ และ ดิยุฟ คอยปั่นป่วนแนวรับยูไนเต็ด ซึ่งค่อนข้างได้ผลดีมาก เนื่องจากแนวรับยูไนเต็ดวันนี้ เป็นพวกมือใหม่หัดเล่นร่วมกันทั้งนั้น ฮาร์กรีฟส์ ยืนเป็นแบ๊คได้แน่ ถ้าไม่โดนเกมกดดันด้วยลูกโต้กลับ เพราะฮาร์กรีฟส์เมื่อดันเกมขึ้นสูงแล้วโดนโต้กลับ จะถอยมาผิดตำแหน่งตลอดเวลา ลูกที่โดนเปิดข้ามหน้าปากประตูมาให้กองหน้าได้ชาร์จติดตัวคุสแซ็คนั้น ฮาร์กรีฟส์ก็หลงตำแหน่ง ปิเก้กลายเป็นต้องวิ่งเข้ามาบล็อค ซึ่งไม่ทัน ดีที่คุสแซ็คเซฟไว้ได้

ส่วนวิดิช กับ ปิเก้นั้น โดยรวมถือว่าปักหลักได้ดี แต่กับปิเก้ต้องห้าวกว่านี้ครับ เงียบๆติ๋มๆแบบนี้ ขู่กองหน้ายักษ์ๆไม่ได้แน่นอน อีกอย่างก็คือ ปืเก้ต้องไปรองข้างหลังฮาร์กรีฟส์ที่ลงไม่ทันบ่อยมากด้วย และเจอพวกเขี้ยวๆอย่างเดวี่ส์ อย่างแม็คคานน์ หรือแม้แต่ กัทธรี่ ทำให้เจองานค่อนข้างหินไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่า ถ้าจะเป็นตัวหลัก เขาต้องเจออะไรที่หนักหนากว่านี้แน่นอนครับ

ยูไนเต็ดเจ้าบ้าน มาได้ลูกที่สองจากโรนัลโด้อีกเช่นเดิม เมื่อเฟล็ทเชอร์ได้บอลในแดนตัวเอง ลากเลื้อยหลบหลีกผู้เล่นโบลตันมาเรื่อยๆ ก่อนจะทำชิ่งกับโรนัลโด้ แล้วถูกสอยล้มลง โรนัลโด้ได้ซัดฟรีคิก บอลพุ่งวาบเสียบตาข่ายแบบอัล ฮับซี พุ่งไม่ถึงจริงๆ ส่งให้ยูไนเต็ดขึ้นนำสองศูนย์ตั้งแต่ยี่สิบนาทีแรกเท่านั้น และทำให้โบลตันรอจังหวะเหมาะๆแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ต้องเร่งเครื่องมากขึ้น ซึ่งก็เข้าทางเจ้าบ้านที่รอจังหวะฉาบฉวยแบบนี้อยู่แล้ว ทำให้เกมกลายเป็นการพยายามรุกของโบลตัน และตัดบอลมาโต้ของยูไนเต็ด

หลังจากได้สองประตูเร็ว เกมของยูไนเต็ดเริ่มเข้ารูปแบบเดิมๆในแดนหน้า นั่นคือ โรนัลโด้, นานี่ พยายามหาจังหวะยิงเหลือเกิน ทั้งๆที่หลายๆครั้งไม่มีเหลี่ยมไม่มีมุม ก็ยังฝืน ส่วนโบลตัน เวลาได้บอลรุกก็ทำได้น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการเปิดจากเส้นข้าง หรือการเคาะบอลสั้นทะลุเข้าไปทำ ดีที่หลายๆครั้งคุสแซ็คเซฟได้ตลอด ทำให้สกอร์ในครึ่งแรกยังคงเป็นสองศูนย์

เมื่อลงมาครึ่งหลัง โบลตันเปลี่ยนทันที ส่งนิคกี้ ฮันต์ ลงมาแทน ไมเต้ ที่ผิดพลาดเยอะเหลือเกินในครึ่งแรก ซึ่งฮันต์ก็ทำผลงานได้ดีมาก สร้างสรรค์เกมร่วมกับ กัทธรี่ และเทย์เลอร์ ขึ้นเกมรุกกดดันยูไนเต็ดได้ตลอดเวลาประมาณสิบห้านาทีเต็มๆ เป็นสิบห้านาทีที่จวนอยู่จวนไปจริงๆ คุสแซ็คกลัวจะน้อยหน้าฟอสเตอร์รึเปล่าไม่ทราบ เพราะต้องโชว์ซูเปอร์เซฟติดๆกันหลายครั้งมาก และแผงหลังก็ต้องทำงานหนักแทบไม่ได้หายใจหายคอ จนวิดิช ที่ขึ้นเทคสู้กับกองหน้าโบลตันตลอดเวลา ก็ต้องเจ็บ น่าจะเป็นเลือดกำเดาที่ไหลจากจมูกไม่หยุด จนต้องเปลี่ยนตัว เอาบราวน์ลงมาแทนในนาทีที่ 60

หลังจากนั้น ยูไนเต็ดก็เริ่มตอบโต้ได้น้ำได้เนื้อขึ้นบ้าง เมื่อเริ่มตัดบอลได้มากขึ้น และวางยาวสวนกลับให้บรรดาแนวรุกโฉบไปทำ แต่โดยรวมแล้วเกมยังเป็นรองโบลตันที่มุ่งมั่นมากกว่าอยู่เยอะทีเดียว ท่านเซอร์จึงต้องปรับอีกครั้ง ส่งสโคลส์ ลงมาแทนอันแดร์สัน เพื่อคุมเกมตรงกลางให้มั่นคงมากขึ้น และเอารูนี่ย์ลงมาแทนซาฮา ที่ดูเหมือนนาทีนี้ ไม่เหลือลายกองหน้าอีกแล้วครับ พอสโคลส์ลงมา และเนื่องจากไม่ต้องการการรุกเข้าไปทำประตูมากนัก การคุมเกมของสโคลส์จึงง่ายกว่านัดอื่นๆ ไม่ต้องรีบจ่าย ไม่ต้องพะวงเกมรุกมากมาย และมีเฟล็ทเชอร์เป็นลูกหาบอยู่ด้วย ยิ่งทำให้การคุมเกมตรงกลางง่ายขึ้น

หลังจากนั้น เกมตรงกลางก็กลับเป็นของยูไนเต็ดอีกครั้ง เมื่อสโคลส์ปรับสปีด ดึงเกมให้ช้าลงมา เพื่อไม่ให้ไหลไปตามกระแสบอลรุกของโบลตัน ทำให้จังหวะรุกของโบลตันเสียขบวนไปพอสมควร แต่จังหวะสวนสวยๆของยูไนเต็ดก็ไม่น่าหวาดเสียวเท่าไหร่นัก มีจังหวะที่ควรเป็นประตูน้อยลง ทั้งนี้ เพราะนานี่ กับโรนัลโด้ มักจะฝืนยิงเองบ่อยๆ จนโกรธกันเองก็หลายครั้ง รูนี่ย์ และเตเวซ ก็รอบอลเก้อบ่อยๆ ทั้งๆที่อยู่ว่างๆด้วยซ้ำ จนทำให้ท่านเซอร์ถึงกับควันออกหู ที่จังหวะหนึ่ง นานี่ ได้บอลจากการจ่ายของโรนัลโด้ หลุดมาทางขวาเล็กน้อย ด้วยผู้เล่นยูไนเต็ดสามคน โบลตันสองคน แทนที่จะลากเข้าไปอีก หรือเลือกจ่ายให้รูนี่ย์ที่โล่งๆคนเดียวทางซ้าย หรือเตเวซทางขวา กลับเลือกยิงนกซะงั้น ทั้งๆที่ยังไม่ต้องรีบยิงเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่ท้ายเกมก็ยังเป็นโอกาสของยูไนเต็ดอยู่เรื่อยๆ ซึ่ง อัล ฮับซี ก็เซฟได้ยอดเยี่ยมหลายต่อหลายจังหวะ ไม่แพ้คุสแซ็ค และเกมก็จบลงด้วยสกอร์เดียวกันกับเมื่อยี่สิบนาทีแรก ด้วยชัยชนะของยูไนเต็ด ทำให้ทำคะแนนหนีไปเป็น 70 แต้มเต็มๆเรียบร้อย ห่างจากอาร์เซนอลสามแต้ม และเชลซีที่ถูกตีเสมอสองนาทีก่อนหมดเวลา เป็นห้าแต้ม โดยที่ตอนนี้ ทุกๆทีมเตะเท่ากันที่ 30 นัด

จบเกมนี้ลง ผมว่า ต้องมีหลายคนที่โดนไดร์เป่าผมเล่นงานแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นนานี่ ที่ออกแนวข้าอยากยิงมั่งมากเกินไป ทำให้เสียโอกาสทำประตูเพิ่มไปหลายครั้ง หรือแม้แต่เฟล็ทเชอร์ลูกรัก ที่ปลายๆครึ่งหลังมีอาการเหม่อ โดนแย่งบอลจากเท้าไปทำเกมรุกเกือบได้ยิงประตูอยู่สองสามจังหวะ แม้แต่สโคลส์เอง ที่ลงมาใหม่ๆ เครื่องแรงเหลือเกิน ไปไล่อัดนักเตะโบลตันสองสามจังหวะติดๆกัน เสี่ยงไข้เหลืองมากๆ แต่ผมมองว่า เราโชคดี ที่นัดนี้ สองประตูมาเร็วจริงๆ ทำให้เล่นง่ายขึ้นเยอะ แต่ก็ต้องบ่นว่า ติดประมาทอยู่เหมือนกัน ที่ฝืนยิงมากเกินไป ประตูได้เสีย ที่นำแค่สิบลูก มันไม่มากอย่างที่คิดกัน สามสี่นัดก็พลิกผันได้แล้ว อย่าลืมว่า หากเราแพ้บิ๊กโฟร์ด้วยกันเองเนี่ย ประตูได้เสียมันหายแบบไป-กลับเลยนะครับ

นั่นทำให้ผมค่อนข้างเซ็งเล็กน้อย ว่ามีโอกาสแล้ว น่าจะทำประตูตุนไว้ก่อน อย่างน้อย เกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมา จะได้ไม่ต้องกดดันมากนัก แต่ก็เอาเถอะครับ ทีมเรา เด็กมีเยอะ บางทีพอนำไปแล้ว ก็เกิดแอ๊กอาร์ตขึ้นมาอย่างนี้เป็นธรรมดา ท่านเซอร์ก็คงต้องค่อยๆปรับค่อยๆจูนทัศนคติกันไป ผมเองเชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ที่มากขึ้น จะค่อยๆส่งผลให้เด็กๆเหล่านี้ เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นครับ ส่วนกรณีสโคลส์นั้น ผมมองว่า ตอนแกลงมา โมเมนตัมมันตกไปทางโบลตันเยอะเลย แกเลยต้องหาทางเปลี่ยนทิศทางโมเมนตัมก่อนเป็นอันดับแรก นั่นทำให้เราเห็นแกไล่อัดแย่งบอลคืนมาแบบบ้าพลังไปนิด แต่แค่ไม่นาน โมเมนตัมก็เปลี่ยนมาได้สำเร็จครับ

สำหรับอันแดร์สัน นี่เป็นอีกนัดที่พิสูจน์ว่า เขาทำหน้าที่มิดฟิลด์ตัวรุกได้ดี น่าพอใจเลยทีเดียว แต่ปัญหาก็เป็นสิ่งที่ผมเคยบอกไปแล้วครับ นั่นคือ ยังอ่อนประสบการณ์อยู่มาก ทำให้เมื่อโบลตันเร่งเกมเต็มที่แล้ว แอนนี่ไม่สามารถคุมเกมได้เลย ได้แต่วิ่งไล่บอลไปเรื่อยๆ และทำให้เฟล็ทเชอร์ป่วนไปด้วย ในช่วงต้นครึ่งหลังก่อนสโคลส์จะลงมาคุมเกมให้ นั่นแสดงให้เห็นว่า ในช่วงนี้ ที่แอนนี่ ยังต้องการเกมเพื่อสั่งสมประสบการณ์นั้น เกมที่ต้องการการคุมเกมแบบเด็ดขาด แอนนี่ยังไม่เหมาะครับ หายไปเลยด้วยซ้ำนะในต้นครึ่งหลัง แต่ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่ได้นะครับ ผมเชื่อว่าทำได้แน่นอน เพียงแต่ต้องดูเกม และศึกษาการคุมเกมของสโคลส์ ของคาร์ริคให้มากขึ้น ได้รับโอกาสในการเล่นในเกมลักษณะนั้น กับคู่ขาแบบสโคลส์ หรือคาร์ริคมากขึ้น เพื่อเรียนรู้จังหวะของเกม และสปีดของเกม รวมทั้งโอกาสในการเข้าทำ เมื่อไหร่ควรดึง เมื่อไหร่ควรเร่ง ซึ่งผมมองว่า ศักยภาพของแอนนี่นั้น ไม่น่าเกินสองสามปี ทำได้แน่นอนครับ

สำหรับเฟล็ทเชอร์ ผมค่อนข้างทึ่ง ที่ช่วงครึ่งซีซั่นหลังมานี้ เขาทะลุฟอร์มตัวเองได้อย่างคาดไม่ถึงจริงๆ น่าจะเป็นเพราะการได้เล่น ได้ซ้อมร่วมกับพวกฮาร์กรีฟส์, คาร์ริค, สโคลส์, แอนนี่ ทำให้ค่อยๆซึมซับเทคนิค และการอ่านเกมมาเรื่อยๆ จนทำให้ฟอร์มดีขึ้นผิดหูผิดตา ถือได้ว่าเป็นกำลังสำรองที่ดีจริงๆแล้วในตอนนี้ และอยากให้บรรดาแฟนผี ถอดเขาออกจากการเป็นเทพได้แล้วครับ

ทางด้านโอเชนั้น ในการเติมเกม ถือว่าทำได้ดี และสามารถช่วยสกัดจังหวะสุดท้ายได้หลายครั้ง แต่การทำหน้าที่ในตำแหน่งตัวเอง กลับไม่ค่อยดี ผมมองว่าเป็นเพราะอาการจับฉ่ายนั่นเอง ที่ทำให้โอเชเล่นตรงไหนก็ได้ แต่ไม่ดีเลิศซักตำแหน่ง ดังนั้นเขาจึงช่วยเหลือทีมได้ดีโดยรวม แต่กลับทำได้ไม่ดีในตำแหน่งที่ถูกสั่งให้ลงมาเล่น งงมั้ยครับ สำหรับบราวน์ ยังคงสร้างความหวาดเสียวเป็นระยะๆ แต่ผมเริ่มชินแล้วล่ะ นัดนี้ก็ถือว่าใช้ได้ครับ ยืนตำแหน่งได้ดี มีขึ้นเทคหลุดบ้าง แต่ไม่เสียหายอะไร ทางฮาร์กรีฟส์นั้น ถ้าจะให้เล่นแบ๊คขวาจริง ต้องไม่ให้เติมเลยครับ เติมแล้วหลุดตลอด ถึงจะลงมาทันก็ผิดตำแหน่ง หวาดเสียวจริงๆครับ หลายจังหวะเลยด้วย

คุสแซ็คก็ยังกลับมาโชว์ฟอร์มหนึบอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นการบอกฟอสเตอร์กลายๆเลย ว่าถ้าจะมาแทนข้านั้น มันไม่ง่ายอย่างที่เอ็งคิดหรอกนะ แต่จังหวะที่คุสแซ็คออกมาปะทะนักเตะโบลตันที่หลุดเดี่ยวแต่ล้ำหน้าเข้ามาโหม่ง ซึ่งดูชัดๆแล้วว่าคุสแซ็คออกมาช้ากว่า ลูกนั้นโชคดีที่ล้ำหน้าไปแล้วไม่งั้นอาจถูกแดงอีกนัดได้เลยครับ รอดตัวไป ทางด้านเตเวซ กับรูนี่ย์ ผมถือว่าทำผลงานได้ดีมากแล้ว แต่ไม่มีจังหวะจบสกอร์เน้นๆแค่นั้นเองในวันนี้ครับ

หันมามองทางด้านโบลตัน หากไม่นับอัล ฮับซีที่โชว์ฟอร์มดีมากแล้ว ที่น่าจับตามองจากนัดนี้ก็คงเป็น กัทธรี่, เดวี่ส์ และเทย์เลอร์ รวมทั้ง ฮันต์ ที่ทำเกมได้ดีจริงๆ ส่วนดิยุฟ ก็ยังคงเป็นดิยุฟคนเดิม ที่ทำเกมมาได้ดี แต่ตายจังหวะสุดท้ายตลอด

เมื่อกลับมามองดูตารางคะแนน พบว่าเริ่มหายใจคล่องขึ้นมาหน่อย กับสามแต้มที่นำอันดับสองและห้าแต้มจากอันดับสาม ทำให้เรามีเกมที่สามารถพลาดได้หนึ่งเกมเป็นสแปร์ในมือครับ และหากเก็บเกมสแปร์ดังกล่าวไว้ได้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นก็เท่ากับว่า ความกดดันจะถูกส่งไปให้ผู้ไล่ล่ามากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ซึ่งผมก็หวังว่า ยูไนเต็ดจะทำผลงานได้ดีในนัดแดงเดือดวันอาทิตย์นี้ เพื่อฉีกหนีผู้ไล่ล่าออกให้มากกว่าเดิมอีกนะครับ และเก็บสามแต้มสแปร์นี้ไว้ใช้ได้ต่อไปเรื่อยๆ

เรามาลุ้นกันเต็มๆคืนวันอาทิตย์นะครับ

สงบใจ



Create Date : 20 มีนาคม 2551
Last Update : 20 มีนาคม 2551 9:50:19 น.
Counter : 306 Pageviews.

1 comments
Blog 108/2563 ตะพาบ 255 **หมดความอดทน** จากการดองบล็อกกีฬา เริงฤดีนะ
(5 ก.ค. 2563 06:18:49 น.)
❤ ⓛⓞⓥⓔ ❤ We Are Liverpool. ⚽ Champions of England 2019-2020 ⚽! “You’ll never walk alone” Tui Laksi
(26 มิ.ย. 2563 16:34:13 น.)
อัพเดตปฏิทินการแข่งขัน F1 ปี 2020 finishline
(3 มิ.ย. 2563 01:34:46 น.)
Facebook trendy : กีฬาสี ฮาเฮ จันทราน็อคเทิร์น
(25 พ.ค. 2563 10:58:23 น.)
  
เชียร์แมนยูเหมือนกันครับ
โดย: PEDestrain วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:11:33:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sa-ngob-jai.BlogGang.com

สงบใจ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด