20090305 วิพากษ์ NEWCASTLE vs MAN. UNITED
คัมแบ๊คด้วยใจ และความมุ่งมั่น เพื่อ...โยนความกดดันกลับคืนไป


สวัสดีครับ แหม...ลุ้นกันตัวโก่งเชียวนะครับ กับเกมการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีก้อนความกดดันขนาดย่อมๆ ที่ถูกโยนลงมาใส่บ่าจากทั้งทางลอนดอน และแถบริมแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ แต่เหล่าลูกกรอกของป๋าเราก็มิได้นำพา อาจจะมีหลุดสมาธิไปบ้าง แต่พอเห็นป๋าออกมาชี้หน้าด่าเรียงตัวถึงข้างสนามปุ๊บ สติสตังก็กลับมาปั๊บ และก็ทำผลงานออกมาจนคว้าสามแต้มเต็มๆ เป็นการโยนเจ้าก้อนความกดดันดังกล่าว ทิ้งลงถังขยะแถบไทน์ไซด์อย่างไม่ใยดีเลย...แม้แต่น้อย


เนื่องจากช่วงนี้มีโปรแกรมชุกชุมยิ่งกว่ายุงลายหลังบ้าน แต่ท่านเซอร์ก็เพิ่งพักแข้งดังไปหลายรายในเกมคาร์ลิ่งคัพ นัดชิงฯ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้นัดนี้ ท่านเซอร์สามารถเรียกใช้บริการทีมชุดใหญ่ได้เรียกว่าเกือบยกทีม ไล่ตั้งแต่น้าซาร์ที่จะมาทำสถิติคลีนชีตเพิ่ม แผงหลังประกอบไปด้วย จอห์น โอเชีย, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช และ ปาทริซ เอวร่า คู่กองกลางเป็น ไมเคิล คาร์ริค กับ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ มีโรนัลโด้กับตี๋ปาร์คเล่นริมเส้น และใช้รูนี่ย์จับคู่เบอร์บาตอฟเป็นคู่หูข้างหน้า การที่เลือกใช้โอเชียวันนี้ ก็น่าคิดครับ ราฟาเอลนั่นคงต้องรออีกเกือบเดือนกว่าจะคัมแบ๊คได้ แต่การที่แกรี่ เนวิลล์ และเวสลี่ย์ บราวน์ ไม่มีชื่อแม้แต่สำรอง แต่กลับใส่เอ็คเคอร์สลี่ย์ไว้แทน ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ ว่า ทั้งแกรี่ และ บราวน์ ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวนติดตัวอยู่รึเปล่า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็น่ากังวลครับ ว่าเฮียฉ่าย อาจต้องกรำศึกหนักในเอฟ เอ คัพ ตามด้วย อินเตอร์ และ ลิเวอร์พูล แบบนันสต๊อปแหงมๆ โอ...แบ๊คขวาของเราเลยกลายเป็นตำแหน่งที่เปลี่ยนเทพให้กลายเป็นคนไปแล้ว หลังจากปีที่แล้วเพิ่งกลายร่างให้บราวน์มาหมาดๆ ปีนี้ก็ถึงคิวโอเชียซะแล้วครับ

ส่วนทางด้านเจ้าถิ่น หลังจากที่กุนซือจอมโหด(เก่า) โจ คินเนียร์ ต้องไปรักษาอาการหัวใจที่บ้าน ก็มอบหมายทีมให้กับคริส ฮิวจ์ตัน เพื่อคุมลูกทีมเป็นการชั่วคราว นิวคาสเซิลนี่น่าจะเป็นที่ที่มีพยาบาลสวยมากๆ สังเกตจากนักเตะมักจะผลัดกันบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องมาตลอดคราวละหลายๆคน ทำให้ไม่สามารถส่งชุดใหญ่เต็มสูบลงสนามได้สักที และผู้เล่นที่ฮิวจ์ตันส่งลงมาในเกมนี้ก็ประกอบไปด้วย สตีฟ ฮาร์เปอร์ เฝ้าเสา แผงหลังได้แก่ สตีเฟ่น เทย์เลอร์, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, เซบาสเตียน บาสซง, และโชเซ่ เอ็นริเก้ คู่กองกลางเลือกใช้ เฌเรมี่ กับ ไรอัน เทย์เลอร์ มิดฟิลด์ริมเส้น มี โฮนาส กูเตียร์เรซ และ ปีเตอร์ โลเวนครานด์ คู่กองหน้า ใช้ อลัน สมิธ กับ โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์


พลันที่เริ่มเกม นิวคาสเซิลก็ลุยใส่ทันที ตามสไตล์ของผู้ที่ทราบว่า ยูไนเต็ดนั้นเครื่องมักจะร้อนช้าเป็นสรณะ นิวคาสเซิลมานัดนี้ด้วยแท็คติคที่ถูกต้องที่สุดในการรับมือยูไนเต็ดครับ นั่นคือในส่วนเกมรับใช้การคุมโซนแล้วไล่เพรสซิ่งเร็วทุกพื้นที่ ขยัน อดทน และมีวินัยในเกมรับ ผู้เล่นทุกคนมีหน้าที่หลักคือไล่แย่งบอลจากเท้ายูไนเต็ดทุกๆจังหวะ นั่นทำให้ยูไนเต็ดเริ่มเกมได้ไม่ค่อยถนัดเอาซะเลย กลับเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นได้วูบวาบมากๆ เพราะไม่ได้เน้นแพ็คเกมรับลึก แต่ไล่ตั้งแต่การต่อบอลจากหลังของยูไนเต็ดเลยทีเดียว และทางด้านเกมรุก ก็ไม่ได้รอแต่จังหวะโต้กลับเร็วเท่านั้น แต่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นความเร็วจัดทั้งกูเตียร์เรซและ โลเวนครานด์ รวมทั้งมาร์ตินส์ คอยปั่นป่วนและโจมตีเร็วอยู่ตลอดด้วยการเล่นให้บอลที่เร็ว และแม่นยำขึ้นหน้าทันที เพื่อเลี่ยงการลงมาช่วยเกมรับของกองกลางยูไนเต็ดที่ช่วยให้ไม่เสียประตูมาหลายต่อหลายนัด เกมรุกแบบนี้ทำให้กลางยูไนเต็ดกรองบอลไม่ทัน บอลหลุดมาถึงแผงหลังอย่างรวดเร็วทุกครั้ง

เจ้าถิ่นลุยแบบนี้ บอลจึงทะลักมาเร็วมากๆ และจากลูกเตะมุมของยูไนเต็ดที่นิวคาสเซิลตัดได้ แล้วโจมตีเร็วทันที อาศัยการต่อบอลแค่สองสามจังหวะ ทะลักมาถึงกูเตียร์เรซทางกราบซ้าย ซึ่งต้องชมกูเตียร์เรซเลยครับ ที่ตัดสินใจยิงเร็วทันทีในขณะที่แผงหลังของยูไนเต็ดยังประจำการตำแหน่งได้ไม่ถูกต้อง เพราะตอนนั้นระยะก็ไม่ใช่ระยะทำการเท่าไหร่ ลูกยิงก็ไม่แรง แต่บอลมันเปียกมากๆหลังจากวิ่งผ่านดงเกล็ดน้ำแข็งทางซ้ายมาในจังหวะแรก (ดูจากภาพช้าจะเห็นเลยว่า น้ำและเกล็ดน้ำแข็งปลิวฟุ้งขึ้นมาตามไลน์ลูกบอล) บอลที่กูเตียร์เรซยิงนั้นฮุกลงข้างหน้าน้าซาร์ที่ล้มตัวลงตั้งใจจะรับ แต่ลูกคงลื่นจนหลุดจากการตะปบออกมาเข้าทางโลเวนครานด์ที่รออยู่คนเดียวแบบที่น้าซาร์เองก็ไม่มีสภาพจะป้องกันต่อได้อีก จึงซ้ำจ่อๆเข้าไปง่ายๆ ตั้งแต่สิบนาทีแรกของเกม

ลูกนี้นอกจากจะต้องชมกูเตียร์เรซที่ตัดสินใจยิงก่อนที่แผงหลังยูไนเต็ดจะปักหลักได้ทันแล้วนั้น ก็ต้องตำหนิน้าซาร์ที่ประมาทไปนิด ตัดสินใจผิดไปหน่อย ที่ไม่เลือกทุบลูกแต่แรก ผมสังเกตภาพช้าหลายๆครั้ง ผมดูออกว่าตั้งใจจะรับบอล แต่พอลูกกระดอนขึ้นมาก็กระฉอกจากมือ แล้วตัวเองก็ไม่อยู่ในสภาพจะตั้งรับได้ หากลูกนี้ตั้งใจชก หรือปัดทิ้งแต่แรก ผมว่าวิถีบอลและความแรงคงไม่ทำให้โลเวนครานด์ยิงได้ง่ายๆแน่ และตัวเองน่าจะพร้อมตั้งรับจังหวะต่อไปได้ดีกว่านี้ แต่มองอีกด้านหนึ่ง เสียประตูนี้ไปก็ดีครับ น้าซาร์เองก็บ่นอยู่บ่อยๆว่าไอ้สถิติเนี่ย ทำให้แกพะวงมากๆ ระหว่างเกมต้องคอยดูนาฬิกาตลอดทำให้เสียสมาธิ พอเสียลูกนี้ไป ผมว่าทุกอย่างก็คงกลับมาเข้าที่เหมือนเดิม และเราก็คงไม่ต้องระแวงเรื่องสถิติอะไรพวกนี้ให้เปลืองสมาธิอีก (ถึงแม้ตอนนี้แกจะครองสถิติสหราชอาณาจักร และ ที่สองของยุโรปแล้วก็เถอะ)


หลังจากเสียประตู เครื่องของยูไนเต็ดก็ร้อนทันที เกมนี้เล่นกันด้วยสปีดเกมเร็วมากๆ และนั่นทำให้กองกลางทั้งสองทีม ไม่ค่อยมีเวลาจะคอนโทรลจังหวะหรือตัดเกมคู่ต่อสู้มากนัก ยูไนเต็ดเองต่อบอลขึ้นหน้าออกปีกเร็ว ในขณะที่นิวคาสเซิลก็ใช้โลเวนครานด์, มาร์ตินส์ และ กูเตียร์เรซ คอยโจมตีเร็วอยู่ตลอดเช่นกัน และยังทำได้เร็วกว่าเราเยอะ การสู้กันลักษณะนี้ ปัญหาก็เกิดกับเรามากกว่าเนื่องจากพอกลางชลอเกมไม่ทัน หลังก็รับบทหนัก ยิ่งฟูลแบ๊คเติมกระจายแบบนี้ เหลือหลังแค่สองคนยืนตำแหน่ง ในขณะที่เจ้าถิ่นทิ้งเกมตรงกลางมาไล่บอลหน้าแผงหลังและวางบอลยาวออกให้สามแนวรุกอย่างเดียว ยิ่งทำให้คู่เซ็นเตอร์เราเครียดหนัก ถึงแม้สมิธจะไม่มีบทบาทในเกมรุกของเจ้าถิ่นเอาซะเลย แต่ลำพังสามคนนี้ก็เล่นเอาเรารากเลือดแล้วครับ ผมไม่อยากคิดเลยว่า หากนัดนี้ เปลี่ยนจากสมิธเป็นวิดูก้ามาร่วมเล่นเป็นสี่คน อะไรจะเกิดขึ้นกับยูไนเต็ดเรา

และการดวลกับสามตัวรุกนี้ ยังทำเอาวิดิชเกือบโชคร้ายจากจังหวะเข้าขวางไลน์วิ่งทะลุเข้ากรอบของมาร์ตินส์จนโดนใบเหลือง ในขณะที่ผู้เล่นนิวคาสเซิลพยายามฟ้องว่าลูกแบบนี้มันโปรเฟสชั่นแนลฟาล์วชัดๆ อย่างนี้ต้องแดง แต่เบ็นเน็ตต์ไม่ได้มองว่าเป็นจังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไป จึงพิจารณาให้แค่เหลือง นับว่ายังโชคดีครับ และไม่นานจากจังหวะดังกล่าว เราก็ตีเสมอได้สำเร็จจากการขึ้นเกมทางตี๋ปาร์ค ที่ในครึ่งแรกขึ้นไปไม่บ่อยนัก แต่มีครั้งหนึ่งที่มันได้ผลมากๆ ปาร์คชิ่งกับโอเชียหลุดเข้าไปทางกราบขวา ก่อนจ่ายเรียดเข้ากลางให้รูนี่ย์ รูนี่ย์แปะบอลด้วยขวาก่อนจะหมุนตัวสลัดหนีตัวประกบมาได้ปล่อยให้บอลไหลเข้าซ้ายและตวัดยิงด้วยอีซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งแฉลบตัวบล๊อคนิดหนึ่งก่อนจะแสกหน้าฮาร์เปอร์เข้าไปกลางตาข่ายในนาทีที่ 20 ส่งให้กองแช่งทั้งประเทศต้องชะงักไปทันที



หลังจากนั้น บอลของยูไนเต็ดก็เริ่มที่จะเน้นมากขึ้น พยายามคอนโทรลจังหวะเกมให้ได้มากขึ้น เกมนี้ตี๋ปาร์คมีปัญหาจริงๆครับ เพราะการต้องขึ้นเกมกับโอเชียที่ยังไม่ค่อยได้จูนกันนัก ทำให้หลายครั้ง ตี๋ปาร์คต้องไปคนเดียว ประกอบกับการที่กูเตียร์เรซนี่วิ่งขึ้นลงเป็นม้าเลย และโอเชียก็เอาเดี่ยวเดี่ยวไม่ค่อยอยู่ ตี๋ปาร์คจึงมีเรื่องพะวงมากขึ้น ยิ่งทั้งปีกทั้งแบ๊คข้างนี้ที่มาจัดการตี๋ปาร์คนั้น คนหนึ่งเป็นอาร์เจนไตน์ อีกคนสแปนิช ที่ดูแล้วทักษะฝีเท้าโอเคทีเดียว ยิ่งทำให้ตี๋ปาร์คไปยากขึ้นอีก ส่วนทางโรนัลโด้ที่เกมนี้รับภาระทะลวงด้านซ้ายกับเอวร่า ด้านนี้ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก โรนัลโด้ยังปล่อยให้เอวร่าขึ้นเดี่ยวๆหลายครั้งโดยที่ตัวเองหุบเข้าไปหน้ากรอบเล่นร่วมกับรูนี่ย์ แต่ฮาร์เปอร์เองก็ตัดลูกเปิดกลางอากาศทั้งจากเอวร่าและโด้ได้แทบหมดจดดีจริงๆ ทำให้ลูกครอสจะได้ลุ้นก็มาจากคอร์เนอร์ซะเป็นส่วนใหญ่

การขึ้นเกมของทั้งสองทีมในครึ่งแรกต้องยอมรับว่านิวคาสเซิลทำได้ดีกว่า ใช้ทรัพยากรในสนามได้คุ้นค่ากว่า (ยกเว้นสมิธที่หาไม่เจอ) คู่กองกลางของนิวฯ ซึ่งอาจจะรวมสมิธด้วยก็เป็นได้ ทำให้เราไม่ค่อยเห็นทั้งสามคนนี้เล่นบอลมากนัก ช่วยกันไล่บี้ให้ยูไนเต็ดคายบอลเร็วตลอดเวลา ในขณะที่สามแนวรุกอย่างมาร์ตินส์-กูเตียร์เรซ-โลเวนครานด์ รอรับบอลอยู่แถวๆกลางสนามและเล่นโจมตีเร็ว ซึ่งริโอกับวิดิชงานเข้าตลอดเวลา ในขณะที่ยูไนเต็ดเนื่องจากถูกไล่ให้คายบอลเร็วตลอด แต่ก็พอที่จะเอาตัวรอดจากกลางสนามมาได้เนื่องจากพื้นที่มีพอสมควร จึงทำให้บอลมักมาตายบริเวณหน้ากรอบโทษนิวคาสเซิล ซึ่งพื้นที่จะเล่นก็ไม่ค่อยมี และจังหวะแบบนี้เอง ที่นิวฯใช้เพื่อเน้นรุกเร็วเอาคืนจนปั่นป่วนยูไนเต็ดได้พอหลายๆครั้ง และน้าซาร์เองก็ต้องงัดซูเปอร์เซฟออกมาโชว์ทั้งๆที่ตัวเองยังเหวอๆอยู่จากการเสียลูกแรกไป


เกมในครึ่งหลัง ยูไนเต็ดถูกป๋าเน้นมาดีขึ้น พยายามเล่นในจังหวะที่ช้าลงแต่แน่นอนกว่าครึ่งแรก การถ่ายบอล การเซ็ตเกมรุกเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และไม่เร่งตัวเองตามเกมนิวคาสเซิลจนเกินไป แต่เกมรุกของนิวคาสเซิลก็ยังคุกคามเราได้เป็นระยะๆ น้าซาร์ต้องออกมาเสี่ยงตัดบอลจากการจ่ายเข้ากรอบโทษอย่างสุดงามของกูเตียร์เรซให้โลเวนครานด์ ก่อนจะขโมยบอลมาได้และลากมาเตะทิ้งทีหลัง รวมทั้งจังหวะที่วิดิชเสียเลือดบริเวณโหนกแก้มให้กับศอกของมาร์ตินส์ในจังหวะแย่งโหม่ง แต่ยูไนเต็ดกลับมาได้ประตูนำจนได้ จากลูกที่ถูกเปิดย้อนกลับไปทางกราบซ้ายอีกครั้ง ไรอัน เทย์เลอร์ที่มาปิดพื้นที่ตรงนั้นเลือกพักอกคืนฮาร์เปอร์แต่ลื่นล้มในจังหวะที่พัก ทำให้บอลเบาเกินไปและถูกตี๋ปาร์คปราดเข้ามาจิ้มชนตัวฮาร์เปอร์ไหลไปเข้าทางเบอร์บาตอฟซ้ำจ่อๆในนาทีที่ 56

เสียประตูไป ยูไนเต็ดก็เริ่มผ่อนเกมรุกลง หันมาเน้นการถ่ายบอลตามช่องมากขึ้น และเริ่มเล่นกับเวลา เล่นกับเกมเพรสซิ่งของนิวคาสเซิล เพื่อหาจังหวะและโอกาสเหมาะๆในการเจาะเข้าทำตามช่องที่เปิดออกมา ซึ่งก็ทำได้ดีครับ กลายเป็นเกมคอนโทรลของยูไนเต็ดอยู่พักใหญ่ๆ เบอร์บาตอฟ และรูนี่ย์ยังคงต้องจูนกันอีกระยะหลังถูกพรากรักกันไปพักใหญ่ๆ แต่ในจังหวะของตัวเองแล้วนั้น ทั้งคู่ทำได้ดีมากๆเลยทีเดียว ฟีลลิ่งของรูนี่ย์ทำให้รู้สึกว่าเขาเริ่มกลับมาอันตรายเต็มที่อีกครั้ง ทั้งการพลิก การดึงจังหวะ การสับไก เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยตอนพีคๆอีกครั้ง ส่วนเบอร์บาตอฟเองก็ลงมาเล่นต่ำทำเกมรุกได้เด่นพอสมควร มีจังหวะยิงสวยๆหลายครั้ง โรนัลโด้เองก็ทำเกมได้วูบวาบและมีโอกาสสับไกมากเหมือนทุกเกม แต่ปีนี้คู่แข่งเริ่มจับทางเขาได้มากขึ้น ทำให้จังหวะหักเข้ามายิงมักจะถูกบล๊อคได้ทันบ่อยๆ เกมนี้ก็เช่นกัน


นิวฯเปลี่ยนตัวก่อน โดยส่งหัวหอกแอนดี้ คาร์โรลล์ลงมาแทนไรอัน เทย์เลอร์เพื่อเติมเกมรุก ซึ่งเกมตรงกลางไม่ได้มีผลกระทบจากการขาดหายไปของเทย์เลอร์มากนัก เพราะคนทำเกมในเกมนี้ของนิวฯก็เป็นตัวรุกทั้งสามอยู่แล้ว ซึ่งดูแล้วนิวฯก็ถอยสมิธลงมายืนต่ำคู่กับเฌเรมี่มากขึ้นนั่นเอง และก็มาถึงจังหวะที่น่าเสียดายเมื่อโรนัลโด้สลัดคู่ต่อสู้หลุดมาได้ก่อนจะแตะบอลหนีฮาร์เปอร์ที่ออกมาป้องกัน บอลมาถึงรูนี่ย์แต่รูนี่ย์ดันเลือกปั่นข้ามคานทั้งๆที่เบอร์บาตอฟรออยู่ทางขวาอย่างโล่งเลย ช็อตนี้เล่นเอาเบอร์บาตอฟเซ็งมากครับ เกมยังคงเป็นของผู้มาเยือนและนิวฯก็ต้องปลี่ยนอีกครั้งโดยส่ง คาเซ็งก้า ลัวลัว ลงมาแทน สมิธ แต่ตัวสำรองที่ส่งลงมาทั้งคู่แทบไม่สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้เลย

ช่วงสิบนาทีสุดท้าย นิวคาสเซิลโหมเกมเต็มที่ และเร่งจังหวะเกมรุกสุดเหยียด เล่นเอาจังหวะที่ยูไนเต็ดเคยคอนโทรลได้อยู่หมัดเริ่มเฝดเอาท์ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นเกมรุกในคอนโทรลของนิวคาสเซิลเต็มๆ ยูไนเต็ดเริ่มถอยลงมาแพ็คเกมแน่นและลึกบ้างแล้ว การเร่งสปีดเต็มที่ของนิวฯ บวกกับสภาพสนามเปียกลื่นที่คอนโทรลได้ยากในจังหวะเกมที่เร็วเช่นนี้ ส่งผลให้เกมรับยูไนเต็ดเริ่มรวนและเริ่มมีการเร่งจังหวะเกมตามไปด้วย เฟล็ทเชอร์และโอเชียโดนป๋าว้ากข้างสนามไปหลายดอก โทษฐานเร่งเกมเมื่อตัดบอลได้ แทนที่จะค่อยๆดึงจังหวะกลับมา ดันไปรีบร้อนจ่ายขึ้นหน้าให้เพื่อนซึ่งเสียบอลกลับมาหลายครั้ง ทำให้นิวฯย่ามใจ โหมบุกอย่างต่อเนื่อง ป๋าเห็นท่าไม่ดี เลยต้องรีบเบรกเกมด้วยการเปลี่ยนตัว เอากิ๊กส์ลงมาแทนเบอร์บาตอฟในนาทีสุดท้าย และสุดท้ายก็จบเกมลงไปด้วยสกอร์เท่านี้


ไฮไลต์ของเกมนี้หากไม่นับสกอร์ที่เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นรูปเกมที่รวดเร็ว มันหยด และได้ลุ้นกันทั้งสองทีมอย่างไม่มีกั๊ก นอกจากนั้นก็น่าจะอยู่ที่จังหวะก่อนจบครึ่งแรก ที่โรนัลโด้โดนครอสไลน์เข้าไปเต็มหน้า ซึ่งสตีเฟ่น เทย์เลอร์ก็โดนใบเหลืองไป แต่ริโอที่เข้าไปประท้วงเหตุการณ์นี้ต่อหลังจากคุณเบนเน็ตต์เป่าหมดเวลาครึ่งแรกก็โดนเหลืองไปอีกคน ซึ่งเป็นช็อตที่หวุดหวิดจะเดือดขึ้นมาได้เหมือนกัน ส่วนใบเหลืองอีกใบในเกมเป็นของกูเตียร์เรซที่ไปสอยตี๋ปาร์คจนกลิ้งดริ๊ฟท์ไม่ออกในนาทีสุดท้าย แต่สำหรับผม ไฮไลต์ของเกมไม่ได้อยู่ตรงจุดที่พูดถึง มันไปอยู่ที่น้าซาร์และรูปเกมของเราซะหมด น้าซาร์ที่พอพลาดแบบไม่น่าเชื่อในลูกแรก ก็ออกอาการจิตหลุดไปพักหนึ่ง เตะบอลส่งหลังตื่นๆแปลกๆไปเลยครับ เล่นเอาผมเครียด แต่หลังจากนั้น ก็เริ่มกลับมาได้ และกลับมาเป็นคนเดิมในที่สุดเมื่อเข้าครึ่งหลัง มีโชว์หนึบรับลูกยิงเต็มข้อแบบติดมือสองสามครั้งไม่ว่าจะแฉลบหรือไม่ก็ตาม ก็นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่น้าซาร์เรียกความมั่นใจกลับมาได้เร็วมากๆ


ส่วนทางด้านรูปเกม ผมล่ะหวั่นใจจริงๆ คู่กองกลางและฟูลแบ๊คเราดูเหมือนจะมีอิสระทางความคิดมากเกินไปหน่อยในเกมนี้ การคอนโทรลเกม ดึงจังหวะ ผ่อนช้าผ่อนเร็ว ไม่เกิดให้เห็นบ่อยๆดังที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นเกมรุกในรูปแบบปิศาจแดงฟอร์เมชั่นที่เราคุ้นตาในสมัยก่อนหน้า ซึ่งก็ยอมรับครับ ว่าเป็นอะไรที่ผมคิดถึงจริงๆ เพราะมันตื่นตา ได้อารมณ์ในการเชียร์ เรียกได้ว่าวันคืนเก่าๆย้อนมาเลยแหละ ซึ่งรูปเกมแบบนี้เป็นของแสลงในเกมยุโรปนะครับ หากเราเดินหน้าเปิดหน้าแลกแบบนี้ในเกมยุโรป ผมว่าไม่ต้องอะไรมาก เกมอินเตอร์ท่ะถึงนี่แหละ ถ้าพื้นที่หน้ากรอบเปิดให้ขนาดนี้ ลองเปลี่ยนมาร์ตินส์ เป็นอาเดรียโน่ เปลี่ยนโลเวนครานด์เป็นซลาตัน คุณจินตนาการเห็นอะไรบ้างครับ สำหรับผม...หายนะดีๆนี่เอง แต่ป๋าเราก็ยังคุมเกมได้อยู่ การออกมาดึงสตินักเตะให้กลับมาในร่องในรอยได้บ้าง ก็ยังถือว่าเป็นมุมดีๆของเราในเกม ที่ป๋าไม่ยอมปล่อยให้ความมันอารมณ์เข้ามามีอิทธิพลต่อลูกทีมจนเกินไป ซึ่งมันอาจเปลี่ยนผลลัพธ์เกมนี้ไปก็ได้ครับ


จบเกมนี้ด้วยสามแต้ม แน่ล่ะ ความกดดันกลับไปที่สองผู้ไล่ล่าอีกครั้ง ด้วยเจ็ดแต้มห่างและเกมในมือเราอีกนัด การที่สุดสัปดาห์นี้จะถูกคั่นด้วยการไปเยือนฟูแล่มในเกมเอฟ เอ คัพ ที่ผมคงต้องนอนกอดเอฟเอ็มอีกแล้ว นั่นย่อมทำให้ป๋าเลือกโรเตชั่นทีมบ้างแน่ๆ เพื่อเตรียมความสดไว้รับมืออินเตอร์กลางสัปดาห์หน้าครับ ไหนจะมีเกมแดงเดือดรออยู่สุดสัปดาห์หน้าอีกล่ะ ซึ่งไม่ว่ายังไง ผมว่าป๋าต้องกั๊กการจัดทัพเอฟเอบ้างแหละ ในสายตาป๋านั้น ผมว่าป๋าต้องเน้นชัวร์เกมอินเตอร์ก่อนเป็นอันดับแรกแน่ๆครับ เพราะป๋าบอกไว้ก่อนเปิดซีซั่นแล้วว่า เป้าหมายหลักปีนี้ คือการป้องกันแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้


แล้วมาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ



Create Date : 05 มีนาคม 2552
Last Update : 5 มีนาคม 2552 11:11:26 น.
Counter : 416 Pageviews.

1 comments
เช้านี้เวลาที่เมืองไทย เทนนิส คู่ Serena Williams vs Victoria Azarenka Brighten your day
(11 ก.ย. 2563 03:08:28 น.)
ปั่นจักรยาน 200 BRM Thung Makham Yong The Kop Civil
(24 ส.ค. 2563 12:01:51 น.)
สวน happy กองเรือยุทธการ สัตหีบ แมวเซาผู้น่าสงสาร
(20 ส.ค. 2563 15:29:56 น.)
ออกกำลังกาย @ ลู่วิ่งลานหน้า central world แมวเซาผู้น่าสงสาร
(16 ส.ค. 2563 12:13:52 น.)
  
โอ้ คำว่า ส่งเทพให้เป็นคน เลือกคิดคำได้ไง.. เท่ ซ้า

ที่จริง ก็ชอบ น้ำตาล ไม่น้อยครับ อยากให้หายไวๆ

ที่บล็อกคุณสงบใจ คนมาเยี่ยมน้อยกว่ากระทู้นะครับ

แต่ที่นี่ ก็มีข้อดี คือ ข้อมูลจะอยู่ได้นานกว่า เช่น 50 60 70 ปี ส่วนกระทู้จะอยู่ได้ไม่นาน และตามอ่านไม่ง่าย

ผมเองก็นิยมเขียนบล็อก เขียนมากกว่ากระทู้

วันๆจะมีคนเข้าเยี่ยมบล็อก ประมาณอยู่ในช่วง 500-1200 คน อันนี้สังเกตที่ตัวนับสถิติที่บล็อกของผม
โดย: yyswim วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:12:14:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sa-ngob-jai.BlogGang.com

สงบใจ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด