2008130 วิพากษ์ MAN. UNITED vs MIDDLESBROUGH
ของขวัญปีใหม่...แด่แฟนๆผีแดง


อรุณสวัสดิ์ และขอถือโอกาสนี้ สวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านด้วยเลยนะครับ ง่วงเหงาหาวนอนกันบ้างหรือเปล่าเอ่ยยยย สำหรับผมนั้น ตาจะปิดอยู่แล้วเนี่ย นอนเกือบห้าทุ่ม ก่อนจะตื่นนอนตอนตีสามมาดูถ่ายทอดสดแมนฯยูฯอีกเกม ซึ่งคราวนี้ฉายทางช่อง ชิท ชาแนล เอ๊ย...ไม่ใช่ ชิค ชาแนล ต่างหาก แหะ แหะ ได้ลุ้นกันปัสสาวะเหนียวอีกแล้วใช่ไหมครับ ปีนี้ ทำไมมีลุ้นมันทุกนัดไปก็ไม่ทราบได้แฮะ เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครึ่งซีซั่นมานี้ ทำให้หงส์แดงกลายเป็นจ่าฝูง...หนาวมาก ข้ามปีใหม่จนได้สิน่า//ฮ่าฮ่าฮ่า


สำหรับเกมรับมือเดอะ โบโร่ในคืนนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างให้พูดถึงกันก่อนเกมครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีโรนัลโด้ ที่พัวพันกับแฟนๆโบโร่มาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ที่ออกอาการ ดิ้น เกินเหตุจนแฟนๆเดอะ โบโร่ แค้นเคืองกันเป็นการส่วนตัว และเป็นการจุดชนวนให้เกมถัดมาเมื่อปีที่แล้ว โรนัลโด้ถูกจ้องสอยทั้งเกม จนป๋าเองต้องออกมาปรามๆก่อนเกมนี้ว่า เรื่องมันก็น่าจะจบไปตั้งนานแล้ว แต่ดั๊นนนไม่วายเกิดเหตุอีกครั้ง เมื่อเกมคาร์ลิ่ง คัพ ปีนี้ นักเตะโบโร่หลายคนสวมวิญญาณโหด ไล่เตะเด็กๆทีมผสมยูไนเต็ดซะกลิ้ง ขนาดพอสเซบอนถึงกับได้เลือดเลยทีเดียว โดยที่โปกาเตทซ์เองก็โดนแดงด้วยจากลูกดังกล่าว ป๋าของเราก็คงหวั่นใจไม่น้อยกับเกมนี้ เราจึงเห็นได้ว่า เกมกับสโต๊คก่อนหน้านี้ มีการดร็อปตัวหลักไว้บาน ซึ่งก็พาเหรดกันมาลงเกมนี้แทบทั้งหมด ขาดเพียง เตเวซ ที่ต้องเดินทางไปอาร์เจนติน่าตามข่าวที่ผมได้รับ ไลน์อัพจึงมีหน้าตาดังนี้

รูนี่ย์ เบอร์บาตอฟ
โรนัลโด้ เฟล็ทเชอร์ คาร์ริค ปาร์ค
โอเช เอแวนส์ วิดิช ราฟาเอล
น้าซาร์

ส่วนทางด้านเดอะ โบโร่นั้น ตามกราฟฟิควางหมากเป็น 4-5-1 ให้อฟองโซ่ อัลเวส ตัวแสบปีที่แล้วเป็นหน้าเป้า ริมเส้นใช้อาลียาดิแยร์ และดาวนิ่ง ตรงกลางสามคนมี ฮูลิโอ อาร์ก้า, ตุนกาย ซานลี่ และ แกรี่ โอนีล แผงแบ๊คโฟร์ใช้ แม็ทธิว เบ็ตส์, คริส ริกก็อตต์, เดวิด วีเธอร์ และเอมมานูเอล โปกาเต็ทซ์ มีรอสส์ เทิร์นบูลล์ นายทวารมือดีเฝ้าเสา



พลันที่นกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น เราก็เห็นเลยว่า ความมุ่งมั่นของนักเตะโบโร่ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม การไล่บอล การเข้ากดดันนักเตะเจ้าบ้านในทุกๆจังหวะ รวมทั้งไล่บดบี้ เบียด แซะ ทำฟาล์วตัดเกม มีให้เห็นตลอดทั้งเกม ยูไนเต็ดเจ้าบ้านพยายามเดินเกมคอนโทรลตามถนัด แต่ไม่สามารถทำได้ง่ายนัก เมื่อผู้เล่นโบโร่มาเน้นเกมเพรสซิ่ง และรับลึกตามสไตล์ผู้มาเยือนโรงละครของเรา รูปเกมโดยรวมในครึ่งแรกเป็นของยูไนเต็ด จังหวะวันทัชเข้าทำเริ่มดูดีขึ้นเรื่อยๆจากหลายๆเกมที่ผ่านมา เกมนี้บอลสั้น บอลวันทัช สามารถเจาะทะลุแนวรับเข้าไปได้มากขึ้น แต่ยังจบไม่ลง ติดที่จังหวะจบของเราเองและจังหวะเซฟของเทิร์นบูลล์ เล่นเอาผมเริ่มใจคอไม่ดีขึ้นทุกๆนาที ทำไมมันยิงไม่เข้าซะทีฟะ

เจ้าบ้านกดดันได้อย่างต่อเนื่องในครึ่งแรก ส่วนโบโร่นั้นก็ไม่ได้มารับอย่างเดียว เกมโต้กลับของพวกเขายังน่ากลัวเสมอ บอลริมเส้นซึ่งวันนี้ทางอาลียาดิแยร์ทำผลงานได้ดีในครึ่งแรก ลากบอลฝ่าโอเชได้หลายครั้ง ตุนกาย กลายเป็นเพลย์เมกเกอร์เกมโต้กลับอย่างเต็มตัว เมื่อสามารถคอนโทรลจังหวะได้ค่อนข้างดีและให้บอลไปข้างหน้าสวยๆหลายลูก แต่วิดิชและเอแวนส์ยังช่วยกันป้องกันไว้ได้ดี โดยเฉพาะจังหวะสุดท้าย ที่ทั้งคู่ช่วยกันปิด ช่วยกันบล๊อคได้อย่างน่าชื่นชมมากๆ จังหวะยิงของโบโร่เองไม่ใช่ไม่มี เพียงแต่ไม่เดือดร้อนน้าซาร์มากนัก



เกมมาเริ่มสนุกขึ้นและมันมากขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อท่านเซอร์เองต้องการประตูอย่างที่สุด และเหมือนว่าเซาธ์เกตเองก็รู้ในข้อนี้ เกมในครึ่งหลังจึงเปิดมากขึ้น ยูไนเต็ดที่ในครึ่งแรกไม่เน้นให้แบ๊คบุกมากนัก อาจจะเพราะกริ่งเกรงปีกสองข้างของโบโร่อยู่บ้าง ในครึ่งหลังก็ปรับเกมมาให้แบ๊คเติมสูงขึ้น เฟล็ทเชอร์ และคาร์ริคเริ่มหาจังหวะสอดขึ้นมาในกรอบบ่อยครั้ง ในขณะที่ดิมี่เองก็ขยับตำแหน่งตัวเองเข้ามาป้วนเปี้ยนในกรอบมากขึ้น แต่เกมนี้ยิ่งบุกยิ่งดูเหมือนฉายหนังซ้ำเกมสโต๊คสามวันก่อน คือผู้เล่นพากันไปยัดทะนานในกรอบโบโร่เต็มไปหมด ยิงติดทุกครั้ง ติดโบโร่บ้าง ติดพวกเดียวกันเองบ้าง ปาร์คที่ขยันวิ่ง ทุ่มเทมาตลอดครึ่งแรก ก็ยิ่งทำงานหนักขึ้น หาจังหวะสอดเข้ามาจบได้หลายครั้ง แต่ยังไม่คมพอ

เมื่อยูไนเต็ดรุกมากขึ้น ลอยสูงเติมเกมมากขึ้น โบโร่ก็มีพื้นที่มากขึ้น และการคุมคน การชลอเกมจากฝั่งยูไนเต็ดก็ไม่รัดกุมเท่าครึ่งแรก แบ๊คหลุดตำแหน่งหลายช็อต ทำให้โบโร่สามารถครองบอลกดดันเจ้าบ้านได้พักใหญ่ๆ มีจังหวะจบสกอร์สวยๆหลายครั้ง แต่กลับยิงทิ้งยิงขว้างออกไปหมด ทั้งๆที่หลายจังหวะน่าเป็นประตูจริงๆ ผมดูไปชักเริ่มมีปัญหาเสียแล้ว กลัวว่าลิเวอร์พูลจะหนาวตายอยู่ข้างบนตาราง หากเรายังยิงไม่ได้ แถมยังมีแววว่าจะเสียประตูอีกต่างหาก และเหมือนท่านเซอร์จะรับรู้ได้เช่นกัน ว่าเกมรุกเริ่มตันอีกแล้ว และผู้เล่นไปยัดทะนานกันมากเกินไปในกรอบ ทำให้ทำอะไรไม่สะดวก จึงส่งแกรี่ เนวิลล์ ลงมาแทนราฟาเอล และเอาสโคลส์ มาแทนเฟล็ทเชอร์ เพื่อเปลี่ยนเกมและลดปริมาณการเล่นบอลในกรอบ เท่านั้นเองก็ได้เรื่องครับ



เมื่อมีการเปลี่ยนสองผู้เล่นสูงวัยเข้ามา เกมมีการปรับรายละเอียดพอสมควร แกรี่ถูกสั่งไม่ให้เติมพร่ำเพรื่อเหมือนราฟาเอล เพราะวิ่งมากไม่ไหว และแกรี่ก็ช้าลงเยอะ ทำให้แกรี่ถูกวางมาเป็นแบ๊คเต็มตัวมากกว่า และเราอาศัยลูกวางยาวและครอสจากหลังของแกรี่ในเกมรุกได้ ส่วนสโคลส์นั้นมาช่วยคาร์ริคในการคุมเกม และช่วยกันวางยาวขึ้นหน้า จากเดิมที่เฟล็ทเชอร์ไม่สามารถเล่นเกมไดเร็กต์ได้ดีเท่าสองคนนี้ การปรับหมากตรงนี้ ทำให้เกมรุกเราน่ากลัวขึ้นจริงๆครับ ผู้เล่นไม่ต้องมาสุมหัวกันวันทัชมากเกินไป แต่กระจายกันออกไปเล่นทางกว้างได้มากขึ้น อาศัยการวางยาวแม่นๆจากหลังและกลางทำให้แกนรุกเราส่ายหาบอลได้ทุกพื้นที่ ปาร์ค, โรนัลโด้, รูนี่ย์ และดิมี่ กระจายกำลังกันหาที่ว่างรับบอลยาวได้ดีมากๆ เมื่อบอลมาถึงคนหนึ่ง ก็จะสามารถดึงกองหลังมาได้สองสามคน ที่เหลือก็ว่างขึ้น และจะเจาะโซนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเราก็ทำได้ดีมากๆแล้วตรงนี้ สุดท้ายก็ได้ประตูจริงๆ เมื่อโบโร่ไม่สามารถป้องกันลูกครอสซ้ายครอสขวาได้ดีพอ เดวิด วีเธอร์ สกัดไม่เด็ดขาด โหม่งแฉลบเข้าทางปืนดิมี่ ที่กระโดดตวัดยิงบอลเสียบตาข่ายในนาทีที่ 70 ได้สำเร็จ

จากนั้นเกมก็เป็นของยูไนเต็ดอีกครั้ง การปรับรายละเอียดเกมครั้งนี้ช่วยได้มากครับ คาร์ริคและสโคลส์ไม่ต้องขึ้นเกมสูง สามารถประคองช่วยแผงหลังได้ตลอด แผงหลังทำงานง่ายขึ้น การขึ้นเกมรุกก็อาศัยการวางบอลยาวที่แม่นยำของทั้งคู่แจกจ่ายบอลให้ผู้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หวุดหวิดจะได้ประตูที่สองหลายครั้ง แต่ก็พลาดไปหมด ผมล่ะเห็นใจปาร์คจริงๆครับ นัดนี้จะว่าไปก็น่าจะเป็นเกมที่ปาร์คมีโอกาสจบสกอร์มากครั้งที่สุดด้วยกระมัง แต่ดันยิงไม่ดีพอครับ ลูกชาร์จจ่อๆสองสามหลาเจ้าตัวยังไม่เชื่อว่าข้ามคานเลย ด้านโบโร่นั้นเร่งไม่ขึ้นแล้ว ถึงแม้จะเปลี่ยนเอมเนสลงมาแทนอาลียาดิแยร์ก็ตาม ในขณะที่กิ๊กส์ ก็ถูกส่งลงมาแทนโรนัลโด้ ที่ออกจะน่วมและเล่นไม่ดีเอาซะเลยในวันนี้ และเหมือนกับจะออกลูกแอ๊กเกินเหตุอีกแล้ว สุดท้ายก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกมด้วยสามแต้มของยูไนเต็ดเจ้าบ้าน ไล่ตามจ่าฝูงอยู่ห่างๆแบบไม่ให้หนาวมากเกินไปที่เจ็ดแต้ม กับสองนัดในมือ



ผมมองดูรูปเกมนัดนี้แล้วรู้สึกก้ำกึ่งครับ นั่นคือในวันที่เกมรุกเราตีบตัน ไม่สามารถเจาะทะลวงกำแพงเหล็กเข้าไปได้ง่ายๆแบบนี้ ยังดีที่เรามีคาร์ริคและสโคลส์ ที่สามารถเปลี่ยนมาเล่นไดเร็กต์ฟุตบอลได้ดีทั้งคู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ผลขนาดโป้งเดียวถึงยิงก็ตามที แต่ผมก็นับว่าเป็นการแก้เกมที่ได้ผลมากๆ แล้วกลับกันล่ะ หากเกมนี้ไม่มีสองคนนี้อยู่ล่ะ เราจะแก้เกมตรงนี้อย่างไร หากที่รออยู่ข้างสนามไม่ใช่สโคลส์ล่ะ จะทำอย่างไรต่อไป ยิ่งนัดนี้เราเห็นว่าโรนัลโด้ไม่มีสมาธิกับเกมเท่าที่ควร ผมว่าสมาธิเขาหายไปกว่าครึ่งเกมเลยครับ จับบอลไม่ติดเท้า ล็อคห่างตัวเป็นเมตร จังหวะสวนกลับดันจิ้มบอลยาวแบบหมดลุ้นซะเฉยๆ เหมือนกับว่าโปกาเตทซ์สามารถเล่นจิตวิทยาใส่ซะจนโรนัลโด้จิตเตลิดออกจากตัวไปแล้ว โรนัลโด้โฟกัสไปที่เกมไม่ได้เลย ยิ่งตอนก่อนพักครึ่งที่โปกาเตทซ์ขย้ำกระเดือกโรนัลโด้แล้วกรรมการไม่เห็นนี่ยิ่งชัดครับ เล่นเอาโด้เสียจริตไปเลย

อีกด้านหนึ่ง ผมว่าเป็นการดีที่ราฟาเอลได้เห็นแกรี่ลงมาแทนเขาในวันนี้ ในเกมที่ประสบการณ์ช่วยได้มากกว่าความสดความคล่อง เมื่อเปลี่ยนเกมเป็นวางยาวข้ามตรงกลางสนาม บอลจากกราบของโบโร่ก็เหมือนหายไปเลย แกรี่นั้นไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากวิ่งปิดทางดาวนิ่งบ้าง เปิดบอลยาวจากหลังบ้าง และเติมตอนทางสะดวกไปครอสบอลบ้าง แค่นั้นเองครับ ซึ่งป๋าคงอยากจะเลี่ยงการเอาคนไปออกันในเขตโทษมากๆนั่นเอง จึงเปลี่ยนเอาราฟาเอลที่สไตล์ถนัดคือเติมเกมแล้วสามารถหักเข้าในไปเล่นกับเพื่อนแลกกับการส่งแบ๊คโบราณอย่างแกรี่ลงมาแทน ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นว่าราฟาเอลจะเจ็บหรือยอกอะไรก่อนหน้านั้น



ผมไม่แน่ใจนะครับ ว่าการแก้เกมวันนี้ เป็นไอเดียบรรเจิดของท่านเซอร์เอง หรือของฟีแลนกันแน่ แต่ขอบอกว่า อ่านขาดมากๆ และปิดจุดแข็งในเกมโต้กลับที่น่ากลัวของเซาธ์เกตได้ชะงัดจริงๆ หลังจากแก้เกมตรงนั้นแล้ว เกมโต้กลับของโบโร่ก็ลดความน่ากลัวไปเยอะทีเดียวครับ โอเชไม่เติมสูง แกรี่ไม่เติมสูง เท่ากับเป็นการระวังหลังบ้านช่วยคู่เซ็นเตอร์ได้ดี ปิดพื้นที่ทางริมเส้นไม่ให้ตัวจี๊ดโบโร่ได้ลากเลื้อยตามถนัด การที่สโคลส์และคาร์ริคขยับลงมาต่ำหน่อย เติมแค่ตามจังหวะเท่านั้น ยิ่งช่วยชลอเกมโต้กลับของโบโร่ได้ดี และช่วยตัดบอลก่อนถึงแผงหลังได้อีกด้วย

ส่วนข้อดีในเกมรุกก็คือ เมื่อแบ๊คไม่เติมสูง ไม่เติมบ่อย พื้นที่ทางกราบก็เปิด นั่นคือการเปิดโอกาสให้ปีกอย่างโรนัลโด้ หรือปาร์ค แม้แต่รูนี่ย์ ได้ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่มากขึ้น ช่วยถ่างโซนแนวรับของโบโร่ออกมาทางกว้าง เปิดช่องและพื้นที่ในกรอบตรงกลางสามารถสอดเข้าไปเล่นได้ง่ายขึ้น และโอกาสจ่ายทะลุช่องที่กว้างขึ้นมากก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งเราจะเห็นว่า หลังจากนั้น เกมเจาะของเราก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นทันตาเห็น และนำมาซึ่งประตูที่ต้องการได้สำเร็จครับ




ผมว่าหมดเกมในปี 2008 โดยที่เรายังตามหลังในลักษณะนี้ก็ยังไม่เสียหายอะไร เพียงแต่สองเกมในมือจะพลาดไม่ได้ ฟอร์มการเล่นเราถึงแม้จะดีขึ้นในแง่การคุมและคอนโทรลเกม แต่เรื่องการจบสกอร์ยังน่าเป็นห่วง สี่ห้านัดหลังโอกาสยิงเกือบนัดละยี่สิบห้าสามสิบครั้ง เข้ากรอบสิบกว่า เป็นประตูไม่กี่ลูกเอง ถือว่าเป็นเปอร์เซนต์ที่ต่ำมากๆครับ และยิ่งต่ำเข้าไปใหญ่ หากเรามองว่า นี่เป็นทีมที่กองหน้าประกอบไปด้วย รูนี่ย์ เบอร์บาตอฟ และเตเวซ ไหนจะมีโรนัลโด้อีกคน แต่กลับยิงได้น้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็นมากนัก ป๋าคงมีเวลาปรับตรงนี้อีกพอสมควร กว่าจะถึงนัดที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง นั่นก็คือเกมรับมือเชลซีในศึกพรีเมียร์ลีกอีกสองสัปดาห์ให้หลัง ที่จะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ครึ่งซีซั่นนี้เก็บมินิลีกได้แค่แต้มเดียวเอง ถือว่าน้อยครับ เกมนี้จะพลาดอีกไม่ได้แล้ว

ส่วนสองเกมก่อนหน้านั้น จะมีเกมเยือนทั้งสองเกม ก็คือ เยือนนักบุญแดนใต้ในเกมเอฟเอ คัพ และเยือนดาร์บี้ เคานท์ตี้ รอบรองชนะเลิศ ศึกคาร์ลิ่ง คัพทั้งสองเกมนี้จะเป็นเกมที่เราสามารถดร็อปผู้เล่นได้บ้างหากมองด้วยสายตาของท่านเซอร์ ผมหวังว่าจะเห็นเตเวซ เห็นพอสเซบอน, กิ๊บสัน, เวลเบ็ค หรือมานูโช่ได้ลงสนามบ้าง อ้อ...ผมว่าน้าซาร์จะได้พักด้วยนะเนี่ย หากดูตัวอย่างเกมก่อนๆหน้านี้ครับ เอาล่ะ มาดูโปรแกรมล่วงหน้ากันนิดนึง



โปรแกรมเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ ครับ
เวลาที่ระบุ เป็นเวลาท้องถิ่นอังกฤษนะครับ ถ้าจะเปลี่ยนเป็นไทย
ตอนนี้น่าจะบวกเจ็ดชั่วโมงครับ
(เครดิต: //www.manutd.com)



หลังจากเดินทางมาถึงช่วงปีใหม่อีกครั้ง คราวนี้ ผู้นำกลับกลายเป็นลิเวอร์พูล ส่วนอาร์เซน่อลและเชลซี ต่างพากันสะดุดเป็นระยะๆ ทำให้ระยะห่างจากจ่าฝูงเริ่มฉีกกว้างมากขึ้นทุกทีๆ หลายๆท่านอาจมองว่าลิเวอร์พูลยังไม่มีประสบการณ์ลุ้นแชมป์โค้งสุดท้าย ที่ต้องกดดันสุดๆ ซึ่งมุมมองนั้นมันก็จริงครับ แต่ผมมองลึกกว่านั้นไปหน่อยแล้วด้วย นั่นคือหากทีมตามหลังยังสลับหน้ากันหลุดฟอร์มอยู่เรื่อยๆแบบนี้ โดยที่ฟอร์มลิเวอร์พูลเริ่มเปล่งปลั่งขึ้นทุกเกมทุกเกม และหากแต้มนำถ่างกลายเป็นเก้าเป็นสิบแต้มเมื่อไหร่ ผมว่าถึงแม้หงส์จะไม่มีประสบการณ์ก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะครับ ถ้าสถานการณ์เป็นอย่างนั้น ความมั่นใจมันจะกลบความไร้ประสบการณ์เองนั่นแหละ

ดังนั้นหากเรายังอยากจะรักษาถ้วยแชมป์ไว้ต่อไป เราต้องไม่พลาดอีก หรืออย่างน้อยพลาดได้เท่ากับที่ลิเวอร์พูลพลาด หากเก็บสองนัดตกค้างได้ เรายังตามอยู่แต้มเดียวครับ ซึ่งก็จะมีโปรแกรมพบกันอีกหนึ่งนัดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดช่วงมีนาคมที่จะถึงนี้ ตรงนั้นแหละ ผลของเกมนั้นจะบอกเราได้ว่า เราจะอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ลิเวอร์พูลพลาดได้หรือยัง



สวัสดีปีใหม่ครับ
มีความสุขมากๆ และสมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนานะครับ
สงบใจ



Create Date : 30 ธันวาคม 2551
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 10:45:00 น.
Counter : 394 Pageviews.

2 comments
Good Morning Friday : 11.09.2020 : พาเข้าโรงแรม "น้ำแข็ง" บรื๊อออออ!!! Max Bulliboo
(11 ก.ย. 2563 19:58:14 น.)
Preview: Italian Grand Prix 2020 finishline
(4 ก.ย. 2563 01:39:12 น.)
แบดมินตันโตโยต้า ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 The Kop Civil
(14 ส.ค. 2563 13:36:09 น.)
แบดมินตันโตโยต้า เยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ปี 2563 The Kop Civil
(9 ส.ค. 2563 12:42:53 น.)
  
โดย: เอสครับ (Perchpermporn ) วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:11:02:46 น.
  
บทความเยี่ยม มากครับ
โดย: Fox IP: 222.123.224.34 วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:22:59:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sa-ngob-jai.BlogGang.com

สงบใจ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด