20 ปีวิกฤติต้มยำกุ้ง บทเรียนจากรุ่นพ่อแม่เล่าสู่รุ่นลูก
20 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง บทเรียนจากรุ่นพ่อแม่เล่าสู่รุ่นลูก

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2540 เป็นปีที่เรารับปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พอดี ก่อนรับปริญญา เราและเพื่อนอีกคนก็พากันไปสมัครงานกัน แต่ดวงเราไม่ดีเท่าเพื่อน เพื่อนให้ได้งานก่อน ส่วนเราไม่ได้ ถึงแม้เราจะได้เกรดมากกว่า มีใบปริญญาตรีสองใบ แต่ไม่ได้การันตีว่านั่นจะทำให้ได้งาน!

เราตกงานอยู่หลายเดือนหลังจากรับปริญญา วันๆ ก็นั่งๆ นอนๆ ระหว่างรอโทรศัพท์มาเรียกสัมภาษณ์จากการไปสมัครงานเองบ้าง ร่อนใบสมัครทางจดหมายบ้าง (สมัยก่อนยังไม่มีอินเทอร์เนตหรือการใช้อีเมลอย่างกว้างขวาง) กลับไปอยู่บ้านก็แล้ว มาอยู่กรุงเทพฯ กับพี่สาวก็แล้ว ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า จนเราได้เขียนจดหมายไปลงในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ว่าเราตกงานเพราะนายกจิ๋ว!!!

เรียกได้ว่ามันสุดๆ จริงๆ จบมาตกงานไม่เว้นว่าสถาบันใด หนทางของเด็กจบใหม่ยุคนั้นก็คือเรียนต่อเพราะไม่มีงานทำ ไม่กี่เดือนเราก็ได้งานทำที่รัฐสภา ได้เป็นลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งมีคนจบใหม่หลายสิบคนสอบได้เหมือนๆ กัน พวกเรามีอะไรคล้ายๆ กันคือ เพิ่งเรียนจบในปีนั้น จึงรุ่นราวคราวเดียวกันเยอะ จากหลากมหาวิทยาลัย หลายสาขา จบดีๆ ทั้งนั้น ทั้งป.ตรีและป.โท เราได้เงินเดือน 6360 ตามวุฒิซึ่งต้องใช้เงินก้อนนี้อยู่ให้ได้ทั้งเดือนในยุคต้มยำกุ้ง

นับว่ายังดีที่มีเงินเดือนประทังชีวิตแม้ไม่มากก็ตาม ขณะที่คนที่ล้มละลายหรือตกงานอยู่ ลำบากกว่าเราเยอะ ในยุคนั้นมีคำว่า “คนเคยรวย” “เปิดท้ายขายของ” คือคนเคยรวยหรือพนักงานออฟฟิศที่ตกงาน จะเอาของใช้ดีๆ ของตัวเองมาขาย เช่น เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม ขายถูกมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขายง่าย เพราะคนที่ซื้อก็ไม่มีเงินซื้อเช่นกัน

“ทุนมิยาซาว่า” “สำนึกรักบ้านเกิด” คือ ญี่ปุ่นจะให้ทุนมิยาซาว่าให้เด็กจบใหม่เพื่อไปทำประโยชน์ที่บ้านเกิด (เราจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว) ตอนนั้นใครๆ ก็อยากได้ทุนนี้ มันมหาศาลเหลือเกิน ใครมีเงินสดอยู่ในมือถือว่าเป็นโชค

ส่วนข้าราชการเป็นงานที่ใครๆ ก็อยากสอบให้ได้ เพราะดูจะมั่นคงที่สุดในสายตาคนยุคนั้น ใครสอบได้ถือว่าโชคดีมากแล้ว และเมื่อพวกเขาโตมาเป็นคนวัยกลางคนในยุคนี้ทำให้ยิ่งเชื่อมั่นว่างานราชการคืองานที่มั่นคงที่สุดเช่นกัน จึงปลูกฝังให้ลูกหลานพยายามสอบเป็นข้าราชการให้ได้(เพราะสวัสดิการดีโอกาสตกงานยาก) แม้จะเงินเดือนน้อย หากต้องฝากหรือยัดเงินก็ยอม ส่วนเราสอบผ่านแค่กพ. ตามใจแม่เพราะใจจริงไม่ชอบงานราชการเลย

ปัจจุบันเศรษฐกิจแย่ลง ผ่านมา 20 ปีแล้ว ใครๆ ในยุคนั้นที่มีลูกมีเต้าก็เติบโตเป็นวัยรุ่นหมดแล้ว ทำให้เรานึกย้อนกลับไปในยุควิกฤติต้มยำกุ้งอีกครั้ง วิกฤติตอนนี้มันอาจจะไม่เท่าตอนนั้น แต่มันก็อดห่วงไม่ได้ว่าเด็กที่เราสอนจบออกไป จะได้ทำงานหรือไม่ ถ้าได้ เราก็ยินดี แต่ถ้าไม่ได้ นั่นหมายความว่าเด็กจบใหม่จะต้องทำอะไรเป็นมากกว่าการเรียนในระดับปริญญาตรีเท่านั้น

ถ้าไม่อย่างนั้น จะเป็นอย่างเช่นรุ่นพ่อรุ่นแม่ (หรือรุ่นเรานี่แหละ) ที่เรียนอย่างเดียวโดยไม่มีความรู้ความสามารถพิเศษอื่นใดเลย และนึกไม่ออกว่าถ้าไม่เป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วจะไปทำอะไรกินได้อีก พวกเขาจึงเปราะบางและกลัวการตกงานมากกว่ารุ่นใดๆ เพราะประวัติศาสตร์มันยังตามหลอกหลอนอยู่มาถึงทุกวันนี้



Create Date : 25 กรกฎาคม 2560
Last Update : 25 กรกฎาคม 2560 20:41:23 น.
Counter : 1030 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]

บทความทั้งหมด