ก่อนจะถึงศาลปกครอง
เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราจะมีข้อพิพาทกับหน่วยงานของรัฐได้ในชาตินี้ เพราะไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้องเลย แต่มันจำเป็นต้องเกี่ยวกันจนได้

ก่อนหน้านี้ เราไม่เคยรู้หรอกว่าการที่มหาวิทยาลัยออกนอกระบบมันดีหรือแย่ยังไง เพราะตัวเองก็จบมาก็นานพอดูแล้ว แต่พอกลับเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง ในฐานะคนทำงาน ถึงรู้ว่ามันมีผลกระทบแย่กว่าที่คิดไว้เยอะ

ขอเท้าความไปก่อนหน้านี้สักเจ็ดแปดเดือนนะคะ ราวเดือนมิย.ปี 50 เราเข้ามาทำงานที่มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้วแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ยอมรับว่ามาแบบทางลัด ไม่ได้ผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกอย่างถูกต้องตามแบบแผนของทางราชการ อาศัยความมักคุ้นกับคนในนั้นว่างั้นเหอะ (แต่ว่ามีอัตราว่างอยู่แล้วนะคะ ไม่ใช่ไปเบียดที่ใคร)

ทีนี้ความซวยก็เลยบังเกิดขึ้นพอดิบพอดีที่เรา เราทำงานถึงเจ็ดเดือนเต็มกว่าเงินเดือนจะออก เรียกว่าออกสิ้นปี 50 เป๊ะ เราก็ไม่รู้ว่าเราทนอยู่ได้ไงเหมือนกันตั้งนาน เค้าอ้างสารพัดจะอ้างนั่นแหละค่ะ เช่น เราถูกจ้างโดยเงินรายได้ของคณะ ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นเลยนานหน่อย สักพักบอกว่าเรามีประสบการณ์การทำงานมา ขอเวลาคิดค่าประสบการณ์ก่อน (เหมือนจะเยอะใช่มั้ยคะเราก็คิดอย่างนั้นค่ะ) ประสบการณ์เราประมาณห้าปีค่ะ ก็รอไปอีก ปรากฏว่าห้าปีที่เราทำงานแทบตาย เราได้เพิ่มมาสองพันค่ะ ดีใจแทบน้ำตาไหล กับการรอคอยเงินเดือนตัวเองถึงเจ็ดเดือน ซึ่งเราลงทุนไปกับย้ายที่อยู่ ค่าใช้จ่ายโน่นนี่แต่ละเดือนก็เกือบแสนค่ะ

ในเดือนที่หกของการทำงาน ก็ราวเดือนพย. ทางคณะก็เสนอให้เราไปยืมเงินมหาลัยก่อน เราบอกว่าไม่เอาดีกว่า ไม่อยากเป็นหนี้ใคร เค้าก็บอกว่าไม่ใช่เป็นหนี้ เพราะเราก็ยืมเงินเดือนตัวเองออกมาใช้ แล้วพอเงินเดือนออกเค้าก็หักเงินตรงนั้นมา เค้ารบเร้าให้เรายืมจนได้ เหมือนบังคับนั่นแหละค่ะ เราบอกว่าเอาสองหมื่นพอ เค้าบอกว่าเบิกให้หมดเลย เพราะเป็นเงินเรา เต็มที่เดือนละหนึ่งหมื่นบาท หกเดือนก็หกหมื่น เราบอกว่าเราไม่มีความจำเป็นใช้เงินมากขนาดนั้น แต่เค้าบอกว่าเอาไปเหอะ เผื่อขัดข้องอะไรเราได้อุ่นใจว่าได้เงินออกมาใช้แล้ว เค้าก็เอาหนังสือยืมเงินมาให้เราเซ็น เราก็เซ็น แต่ในหนังสือไม่มีบอกว่าจะคิดดอกนะคะ ถ้าคิด เราก็คงไม่ยืมแน่ เพราะเราไม่อยากเป็นหนี้

พอเดือนธค.เราก็ได้เงินเดือนมา โดยที่เค้าไม่ได้หักหกหมื่นบาทไป (ขณะที่คนที่เคยใช้วิธียืมเงินอย่างเราจะโดนหักไปโดยอัตโนมัติ แล้วแต่ละคนที่ผ่านมาไม่เคยมีใครนานเกินสามเดือนด้วยค่ะ) แล้ววันนี้วันที่ 28 มค. ทางกองคลังมหาลัยมีหนังสือมาถึงเรา ให้เราคืนเงินหกหมืนบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 /ปี สรุปว่าเราต้องจ่ายเพิ่ม 224.92 (จำตัวเลขไม่ได้แล้วเพราะตอนพิมพ์อยู่บ้าน ไม่ได้เอาหนังสือฉบับนั้นติดมาด้วย)

เรางงมากว่าทำไมเราต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย เพราะในสัญญาไม่มีบอกมาก่อนเลยว่าต้องจ่าย ที่สำคัญก็บอกเองว่าเป็นการยืมเงินตัวเอง แล้วทำไมต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย เราจึงทำหนังสือกลับไปแจ้งว่าเราไม่จ่ายดอกเบี้ยดังกล่าว เพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่าย บังคับให้เรายืม แล้วมาให้เราจ่ายดอกเบี้ย มันใช่ที่ไหนกัน แล้วเอาอะไรมาเป็นมาตรฐานการคิดดอกเบี้ย ตอนที่เราไม่ได้เงินเดือนหกเดือนทำไมไม่คิดดอกเบี้ยที่เราสมควรได้รับให้เราบ้างล่ะ

ระบบบ้าบออะไรเนี่ย เกิดมาไม่เคยเห็น ถ้ารู้ว่าคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 เราจะยืมทำไมต้องหกหมื่น เราก็ไม่ประสาทสร้างหนี้ให้ตัวเองหรอก เพราะเราก็พอมีเงินเก็บที่พอจะใช้จ่ายอยู่บ้าง หรือไม่ก็ขอที่บ้านเอาก็ได้ เค้าไม่มาคิดดอกกับเราหรอก

ทำไมต้องเอาเปรียบกันด้วยวิธีนี้ เงินเดือนที่ได้รับมา ก็ไม่ได้มากมายอะไร สวัสดิการก็ไม่ดี บ้านพักก็ไม่มีให้ มันคุ้มหรือเปล่ากับการมาอยู่นี่ เราเองก็ยังไม่แน่ใจ

จริงอยู่ หลายคนอาจจะมองว่าหยวนๆไป สองร้อยกว่าบาท จ่ายไปเหอะ อย่าคิดมาก อย่าเคี่ยว เฮ้ย เราไม่ได้เสียดายเงินหรอก แต่เราสงสัยว่าทำไมมันอุบาทว์ได้ขนาดนี้ล่ะ ความซื่อสัตย์ มาตรฐานของระบบราชการมันอยู่ตรงไหน ถ้าจะจ่ายก็ขอให้จ่ายอย่างมีศักดิ์ศรีกว่านี้ เราก็ทำงานเสียภาษีให้รัฐตลอด แต่เราจะไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลงี่เง่าอย่างนี้แน่ เอาไปทำบุญยังดีกว่า ถ้ามีคนไม่ยอมจ่าย เราก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะดำเนินการกับเรายังไง อ้อ แล้วที่เด็ดกว่านั้นคือ หนังสือที่ส่งหาเราลงวันที่ 18 บอกให้เราจ่ายกำหนดวันที่ 18 หลังจากนี้จะคิดดอกเบี้ยเพิ่มอีกตามวันที่ส่งคืนช้า แต่เราเพิ่งได้รับหนังสือวันที่ 28 สิบวันมาแล้ว เห็นๆกันอยู่ว่าเราต้องโดนจ่ายเพิ่มอีกแน่นอน แล้วทำไมเราต้องมาจ่ายด้วย!!!

เงินเดือนเราไม่ได้มาหกเดือน เราอยากโวยวายนะ แต่เราอดทนมาตลอด(ทั้งคิดว่าถ้าปีใหม่ไม่ได้จะออกแล้วฟ้องด้วย) แต่มาคิดดอกเบี้ยเรานี่ เราทนไม่ไหวแล้ว ไม่ให้เรา แล้วยังมาเอาอะไรจากเราอีก เราคิดว่าถ้าเราไม่ได้คำตอบ หรือไม่ได้รับการยกเว้น เราจะฟ้องศาลปกครองดีมั้ยนะ เราไม่เคยรับรู้ระเบียบบ้าๆแบบนี้มาก่อน ทำไมมามัดมือชกกันด้วย บอกตรงๆว่าเราอยากเอาชนะไอ้ระบบเฮงซวยแบบนี้เสียจริงๆ

ยิ่งประเภทลักเพศ ก้ำกึ้งจะเป็นราชการดี นอกระบบดีเนี่ย มันน่าจะสังคยนาสักหน่อย จะอุบาทว์กันไปถึงไหน? เพราะด้วยเหตุนี้กระมัง การศึกษาไทยถึงไม่พัฒนาไปไหนเสียที เพราะมีนโยบายหรือระเบียบนรกๆมาบังคับใช้อยู่เสมอๆ บุคลากรมันก็เลยไม่อยากทำงานให้มีคุณภาพ ผลิตผลที่ออกมาก็เลยเน่าลงๆ อย่างที่เห็น

สงสัยจะอยู่ได้ไม่นานเสียแล้ว เห็นความเจริญฮวบๆ อยู่ร่ำไร



Create Date : 28 มกราคม 2551
Last Update : 28 มกราคม 2551 22:53:48 น.
Counter : 721 Pageviews.

3 comments
  
คนที่แนะนำว่าให้ยืมเงิน กับคนที่ทำเรื่องขอยืมเงินให้
เป็นคนๆ เดียวกันหรือเปล่าคะ

ถ้าไม่ได้เป็นคนๆ เดียวกัน
ปัญหาก็คงเป็นเพราะการหลุดร่วงของข้อมูลสำคัญ
ในระหว่างการเดินทาง
(ก็คือ เงื่อนไขและข้อผูกมัดจากการยืมเงินทดรองจ่าย)

คนที่แนะนำให้ยืม คงปรารถนาดีจริงๆ

คน่ที่ทำเรื่องยืมเงินทดรอง
ก็คงทำงานตามหน้าที่ และข้อกำหนดตามระเบียบ

ที่อาจจะช่วยได้คือ
หนังสือขอความอนุเคราะห์จากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด
หรือไม่ก็ต้องขออนุมัติงบพิเศษ เพื่อคัฟเวอร์รายจ่ายนี้

ระบบราชการ
ผู้ปฏิบัติงานค่อนข้างยึดสิ่งที่เขียนลงบนกระดาษ
ขาดความยืดหยุ่นพลิกแพลง
เพราะเสี่ยงต่อการถูกตั้งกรรมการสอบ

คุยกับผู้บังคับบัญชาสายตรง น่าจะช่วยได้

คุณจขบ.กำลังเกิดความรู้สึกเชิงลบกับที่ทำงาน
ถ้าไม่เคลียร์ให้ดี มีแนวโน้มเก็บของกลับบ้าน

ขอให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่อยากให้เป็นค่ะ
โดย: ริมยมนา วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:23:38:42 น.
  
เห็นด้วยกับคุณ ริมยมนา

แต่ก่อนอื่นต้องใจเย็น ๆ ก่อน แล้วก็ค่อยแกะปมออกทีละปม งานนี้ปรึกษาคณะของเธอก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งไปโวยคนออกจดหมายทวงหนี้ล่ะ เดี๋ยวมันจะมีเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวมาค้ำคอ ทำให้ฝ่ายนั้นเค้ายอมไม่ได้ ปมมันก็จะยิ่งแกะไม่ออก

แต่ถ้าอยากให้ยุ่งก็บอกฝ่ายโน้นว่าไม่จ่าย อยากได้ไปฟ้องแพ่งเอา ไม่หนีไปไหนด้วย (แต่คิดว่าไม่เกินสิ้นปีต้องโดนเช็คบิล)

อย่าลืมมาอับเดตล่ะ เอาใจช่วยอยู่

โดย: ริมคงคา IP: 58.8.211.35 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:18:00:01 น.
  
อัพเดตเลยแล้วกัน จัดการตามที่ใจต้องการไปเรียบร้อยแล้ว ทำหนังสือถึงผอ.แล้วว่าไม่จ่าย แต่ผอ.ยังไม่มีอะไรตอบกลับมา เราก็ไปจ่ายเงินต้น พร้อมกับบอกเจ้าหน้าที่ที่รับเงินว่า ไม่จ่ายดอกเบี้ยค่ะ ทำหนังสือไปแล้วด้วย เจ้าหน้าที่บอกว่ามันเกินหนึ่งเดือนก็ต้องจ่าย เราบอกไปว่า ไม่เคยแจ้งล่วงหน้าเลย (ไงมันก็เกินหนึ่งเดือนอยู่แล้วล่ะ อนุมัติเงินยืมให้เรา 20 พย. แต่เงินเดือนเราออก 31 ธค. บ้านป้าไหนล่ะจะไม่เกินเดือน แล้วถ้าจะไม่ให้เกินหนึ่งเดือนจะให้เรายืมทำแมวอะไรตั้งหกหมื่น ใครจะหาเงินมาใช้คืนทัน ไม่ได้เงินเดือนเลยสักบาท เราก็ไม่โง่ขนาดจะไปยืมเงินหกหมื่นแล้วคืนโดยไม่มีรายได้เข้ามาหรอกนะ) ในวงเล็บด่าในใจนะคะ ไม่ได้พูดออกมา รักษาภาพตัวเองอยู่พอสมควร

ยังไงซะเราก็จะไม่จ่ายสักบาทเดียว ผลจะเป็นยังไงต่อไป ต้องรอติดตามตอนต่อไปค่ะ
โดย: Alex on the rock วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:24:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]

บทความทั้งหมด