ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

Fearization

ความกลัว อารมณ์การกระทำแสดงออกถึง ความไม่มั่นคงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ความไม่รู้และคาดเดาไม่ได้ต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น การปราศจากความแน่นอน ซึ่งจะเป็นปฎิกริยาของคนต่อสถานการณ์ต่างๆที่ไม่คงที่

ความกลัวที่เริ่มเจริญเติบโต แผ่ขยาย ก่อร่างสร้างตัวขึ้นเป็นอาณาจักรแห่งความหวาดกลัว ที่ปกคลุมไปทั่วทุกหนทุกแห่งบนโลก

ผู้คนเริ่มมีชีวิตอยู่อาศัยความกลัวเป็นเข็มทิศเครื่องกำหนดทิศทางการดำรงค์ชีวิต มากขึ้นทุกวัน

ด้วยพื้นฐานแห่งความหวดกลัว ผู้คนย่อมแสวงหาหลัก เพื่ออะไรซักอย่างที่จะเป็นจุดที่สร้างความมั่นใจ ลดระดับความกลัวให้ต่ำลง

ความกลัวปรากฏให้เห็นมากขึ้นทุกวันๆ และผู้คนก็ย่อมพยายามที่จะปรับลดมันลง
พ่อแม่กลัวลูกไม่ได้ดั่งใจ
เพื่อนกันกลัวเพื่อนไม่ยอมรับ
เด็กๆ กลัวไม่ได้เล่นเกมส์
วัยรุ่นกลัวไม่ได้เที่ยวเตร่
แก็งซิ่งกลัวโดนตำรวจจับ
สาวใจแตกกลัวท้อง
หนุ่มใจแตกกลัวเอดส์
เด็กเอนทรานต์กลัวเอ็นไม่ติด
นักศึกษากลัวโดนรีทาย
เด็กจบใหม่กลัวหางานไม่ได้
มนุษย์เงินเดือนกลัวตกงาน
เจ้านายกลัวลูกน้องเลื่อยขาเก้าอี้
พนักงานอายุมากกลัวเด็กรุ่นใหม่แซงหน้า
คนทำงานกลัวเงินไม่พอใช้
สาวๆกลัวไม่สวย เลยต้องเสริมสวยกันมากมาย
สาวๆกลัวอ้วน ต้องไป สถานลดหุ่นกัน
หนุ่มๆกลัวไม่เท่ห์ ต้องหาอุปกรณ์ รถรามาประดับความเท่ห์
ดารากลัว ชื่อเสียงลดลง
นักร้องกลัวไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่
นายทุน กลัวไม่กำไร
ผู้ผลิตกลัวขายของไม่ได้
ผู้ส่งออกกลัวส่งออกไม่ได้
นักการเมืองกลัวสอบตก
พรรคการเมืองกลัวไม่ได้เป็นรัฐบาล
หัวหน้าพรรคการเมืองกลัวไม่ได้เป็นนายก
ทหารกลัวบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย
ผู้มีอำนาจกลัวหมดอำนาจ
ชาวโลกกลัวการเกิดสงครามโลก
ประชาชนหวาดกลัวระเบิดตามจุดต่างๆ
ชาว3จังหวัดอาศัยอยู่ท่ามกลางความกลัวที่จะไม่มีชีวิตในวันรุ่งขึ้น
ชาวบ้านกลัวขโมยขึ้นบ้าน
คนกลัวผี ต้องพึ่งวัตถุมงคล
คนทุกคนกลัวตาย
ฯลฯ

เมื่อความกลัวมันแพร่สะพัดไปขนาดนั้น วิธีที่มาปรับลดก็จะมากมายเป็นเงาตามตัวไปด้วย
อย่าง ความตายที่ผู้คนกลัวกัน เราก็มีสิ่งที่จะมารับประกันว่าถ้าเราตาย คนข้างหลังเราจะมีหลักประกันอะไรไว้ไม่ให้ลำบาก หลงลืมไปถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความกลัวนั้นๆมาจากไหน และแก้ไขมันได้อย่างไร

สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยฟันเฟืองแห่งความหวาดกลัว แต่ทว่ามาตรการการแก้ไขความหวาดกลัวนั้นๆ ก็ กลับเป็นเรื่องราวที่ไม่มีผู้ใดสนใจ ความกลัวเป็นเรื่องที่ทุกคนมองข้ามผ่านไป โดยไม่แยแสใยดีเลยแม้แต่น้อย เพราะผู้คนมักมองเห็นแต่ภาพร่างแห่งความสว่างจน ไม่มองถึงความมืดมิดที่อยู่ด้านหลังนั้น

การแก้ไขที่เป็นแค่การทำให้ความกลัวถูกปกปิด และปิดบังไป ยังเป็นการแก้ไขที่ทุกๆคนนำมาใช้เสมอๆ และก็ละเลยที่จะทำให้ ผู้คนสามารถมีชีวิตอยู่อย่างปราศจากความหวาดกลัวได้

มนุษย์ทุกคนก็ยังคงมีความกลัวอยู่เสมอๆ คงยากที่จะบอกได้ว่ามีใครคนไหนไม่มีความกลัว ความกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น หรือกลัวต่อผลลัพธ์ของสิ่งต่างๆ เป็นเรื่องปกติ ที่สามัญมากๆ

ซึ่งความกลัวนั้นมันใกล้กับความไม่ต้องการมาก จนในบางครั้ง ความกลัวก็จะเป็นเรื่องของการที่เราไม่ต้องการ หรือ ความอยากไม่มีนั่นเอง

คนเราจะเป็น อนาคิน ที่ปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ นำพาไปสู่ความโกรธเกลียดชัง และพาเข้าสู่ด้านมืดแห่งพลัง
จะมีหรือไม่ที่ ไม่ปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ และเดินเข้าสู่ด้านสว่างได้ แบบลุค
เราสามารถปล่อยวาง จนละทิ้งซึ่งความกลัว อย่างที่โยดาพยายามพร่ำสอนได้จริงหรือ

เรากลัวอดีตที่เลวร้ายเล่นงานเรา
เรากลัวปัจจุบันที่ไม่ได้สมดั่งใจ
เรากลัวอนาคตที่มืดมนมองไม่เห็น

วันนี้คุณกลัวอะไรซักอย่างหรือยัง


Create Date : 30 มีนาคม 2550
Last Update : 30 มีนาคม 2550 16:46:30 น. 0 comments
Counter : 522 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]