ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

มือถือศีล ปากคาบสาก

สิ้นสุดยุคสมัยแห่งความเป็น มือถือสากปากถือศีลกันไปแล้ว เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ของความว่าอย่างทำอย่าง ให้ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม

ในสังคมที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวต่างๆ และ การเคลื่อนไหวนั้นมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวรอบตัวทั้งหมด มันเคลื่อนที่ไปเร็วกว่าแต่ก่อนมาก จนผู้คนหลายๆคนตามไม่ทัน ตกขบวนไปก็มี

แต่อีกมากที่ทันอยู่และได้ เกาะติดกับสิ่งต่างๆที่มาเป็นระลอกดังกระแสคลื่น ไม่ว่าจะซัดมากี่ระลอกผู้คนส่วนมากนั้นก็จะล้อคลื่นเหล่านั้นไปได้เรื่อยๆ ลูกใหม่ทดแทนลูกเก่าไม่ขาดสาย

และเมื่อมีการผสมผสานระหว่างเรื่องราวเก่าๆ เข้ากับยุคสมัยใหม่ๆ มันเลยมีเรื่องของช่องว่างที่เกิดขึ้น และเกิดกระแสให้ผู้คนได้เกาะติดเกาะตามกันต่อๆ มา เป็นที่ถกเถียง โตแย้งกัน ราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพียงแค่สิ่งบันเทิง ที่มนุษย์สร้างขึ้นก็นำเอามาทะเลาะกันอย่างไม่หยุดหย่อน เพียงเพื่อให้ สิ่งที่ตนเองถืออยู่นั้น เป็นความถูกต้อง

การแสดงตนเป็นผู้เปี่ยมด้วยศีลธรรม ที่ยึดมั่นถือมั่น ทยอยออกมาไม่ขาดสาย เมื่อไร ก็ตามที่มีเหตุการณ์ที่ขัดกับหลักการแห่งศีลธรรมที่ตนเองแบกไว้ ก็จะต้องมาห้ำหั่นกัน อย่างถึงพริกถึงขิง ตอบโต้กันอย่างไม่ลดละ

แต่ทว่าการสู้รบนั้นก็ย่อมเป็นเรื่องราวของความทันสมัยไม่น้อย นั่นคือ การสู้รบแบบไม่เห็นตัว เห็นเพียงจอ การต่อสู้ผ่านหน้าจอที่ ใครหน้าไหนจะพิมพ์อะไร ก็ไม่มีใครรู้ ใครหน้าไหนจะ ด่าว่ากันขนาดไหน ก็ไม่ต้องอับอาย แค่เปลี่ยนชื่อบนหน้าจอก็พ้นจากจุดนั้นได้ไม่ยากเลย

และเนื่องด้วยสังคมจริงนั้นเองไม่อำนวยต่อการกระทำ เช่นนั้น ผู้คนจึงเลือกหันมาระบายออกผ่านทางหน้าจอมากขึ้น ราวกับว่าหน้าจอประดุจดั่งยาระบาย

ความเป็นผู้ที่คาบสากอยู่นั่นเองทำให้การจะปริปากพูดในสังคมปกติ เป็นเรื่องที่ยากมากเพราะว่ามิอาจจะเอ่ยปากขึ้นมาได้เลย เพราสากสร้างความลำบากในการปริปากพูด

และด้วยน้ำมือที่ถือศีลอยู่เต็มกำมือ จึงใช้อุ้งมือ นิ้วมือ ระบายความคับข้องใจ และศีลธรรมที่พุ่งปี๊ดต่างๆ จับเอาสิ่งต่างๆที่อัดอั้นตันใจ ยัดมันลงไปที่หน้าจอ
ไม่ว่าจะหน้าจอ คอมพิวเตอร์ หรือว่าหน้าจอทีวีที่แสดงข้อความsms ที่ปลดปล่อยความอึดอัดใจออกไปจากอกได้

หน้าจอต่างๆกลายเป็นที่พึ่งของเหล่า ผู้ มือถือศีล ปากคาบสาก ไปซะแล้ว เพราะ ให้คนเหล่านี้ ออกมากระทำบนโลกปกติให้เหมือนกับที่ตัวเองพ่นออกมาทางหน้าจอ คงเป็นไปไม่ได้ หน้าจอเลยกลายเป็นที่พึ่งของคนยุคนี้ไปเสียแล้ว

หน้าจอทำหน้าที่ได้ดีกว่าสุขา ในการปลดทุกข์ให้ผู้คนสมัยนี้เสียอีก

โลกมันปฏิทรรศน์ แต่ก็เชื่อว่าแนวทางแก้ไข ไม่ใช่ แค่มาระบาย เพราะถ้าแค่ระบาย ทำแบบมือถือศีล ปากคาบสาก ไปแบบนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมาหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป

ผู้คนก็คงแค่หลงลืมมันไป และไม่ยึดติดอะไรกับมัน เพียงเพราะมันผ่านมาแล้ว และไปจดจ่อกับระลอกใหม่ของคลื่นแห่งกระแสในเบื้องหน้า ที่จะซัดโถมเข้ามาหมู่ฝูงชนที่เฝ้ารอย่างใจจดใจจ่อ กับอะไร ใหม่ๆ อะไรที่อินเทรนด์ อะไรที่เป็นกระแส

แล้วก็มานั่งเถียงกันต่อในเรื่องราวใหม่ ๆ แล้วก็ใหม่ แล้วก็ใหม่ แล้วไอ้ที่เถียงกันไปวันก่อน ก็ผ่านไป ราวกับปาหมอน จบแบบไม่ได้ อะไร เลย นอกจากความสะใจ ในการด่ากัน แต่ไม่ได้ข้อสรุปอะไร เพราะก็ทำเพื่อความสะใจไม่ต่างกัน แค่ความสะใจผ่านปลายนิ้ว ความสุข ราคาถูกที่หาได้ในปัจจุบัน

ท้ายสุดแล้วความเป็นผู้
มือถือศีล (ที่เปี่ยมไปด้วย หลักการต่างๆของตนที่ปลายนิ้วพร้อมจะพิมพ์ใส่อย่างทันท่วงทีเมื่อประสบพบเจอ สิ่งที่ขัดต่อศีลของตัว)
ปากคาบสาก (ที่ไม่พร้อมจะเอื้อนเอ่ยความคิดเห็น ความรู้สึก ออกมาเป็นน้ำเสียงได้ ได้แต่ปิดปากไว้เฉียบฉี่ ราบกับปากนั้นคาบสากไว้เป่า)
ก็ยังคงพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มันมาช้าๆ แต่ว่ามาอย่างมั่นคงและแน่นอน



Create Date : 16 เมษายน 2551
Last Update : 16 เมษายน 2551 13:07:31 น. 1 comments
Counter : 769 Pageviews.  

 


โดย: cybern วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:13:45:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]