ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

ความเห็นแก่ตัว

คำเตือน บทความต่อนี้ มีเนื้อหาที่ ค่อนข้างรุนแรง และแสดงออกถึงความตรงไปตรงมา หากผู้อ่านไม่มีความอดทนอดกลั้นพอ หากจุดใดไปกระตุ้นต่อมอารมณ์ อาจบังเกิด โมหะ และ โทสะ ได้ จึงขอบอกกล่าวล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ หากมีความพร้อมที่จะเปิดใจยอมรับความคิดเห็นผู้อื่นได้ ก็เชิญอ่านได้

เห็นแก่ตัว คำง่ายๆที่ความหมายครอบคลุมพอสมควร ความหมายในที่นี้ คือเห็นแก่ตัวชนิดที่จะเอาเปรียบผู้อื่น "เราได้ก็แล้วกัน,คนอื่นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร" ซึ่งก็จะรวมไปถึงเห็นแก่พวกพ้อง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว และก็คือความไม่เห็นแก่ส่วนรวม ไม่มีความเสียสละให้ส่วนรวม

เสรีนิยม บอกกล่าวถึงความมีเสรีภาพที่ใครจะสนองตัณหาตนเองเท่าไหร่ก็ได้ หากว่ายังอยู่ในกรอบที่เหล่าผู้ตั้งกฎไม่เห็นว่าผิด เป็นเหตุให้เหล่าผู้คนหาช่องทางที่อ้างเสรีภาพ ควักความเห็นแก่ตัวมาแผ่หลาให้คนอื่นเห็น
ทุนนิยมที่บูชาเงินตรา ทุนทรัพย์ เพื่อสร้างสรรค์ โอกาสแห่งความโลภต่อผลประโยชน์ที่ ต้องแข่งกันมือยาว ใครยาวกว่าก็ได้รับก้อนเค้กอันแสนกลมกล่อมด้วยกลิ่นเงินตรา ที่อาบด้วยน้ำตาแห่งความปวดร้าวของผู้บริโภค

ทุนนิยมสามานย์นี้เองเป็นตัวกระตุ้น ความเห็นแก่ตัวให้ออกมาเพ่นพ่าน มากขึ้น การใช้ชีวิตของผู้คนในกระแสทุน ชาวบ้านเดินดินกินข้างแกง ใช้แรงงาน จะเอาอะไรไปต้านความเชี่ยวกราดของ คลื่นทุนที่ถาโถมซัดเข้าสู่ผู้คนจนแทบจะจมน้ำ หายใจหายคอไม่ทันหากมัวแต่พยายามต้านคลื่นยักษ์นี้ พวกเขาทำได้ก็เพียงแต่ เกาะขอนไม้ที่เหล่านายทุนนั้นเป็นคนโปรยลงมาให้เพื่อประทังชีวิตต่อไปวันๆ แล้วก็กลายเป็นหนี้บุญคุณกันไป ขึ้นอยู่กับหน้าของนายทุนนั้น ว่าจะแดงฉานแค่ไหน

หันมองสอดส่องสายตาไปทางไหนๆ ก็มองเห็นแต่ ความเห็นแก่ตัวที่เคลือบร่างของผู้คนอยู่แทนผิวหนัง แถมยังเปิดเผยออกมาให้เห็นกันจะๆไปเลย อย่างไม่หลงเหลือความยางอายอีกต่อไป

กระดานสนทนา กระดานข่าวที่เป็นสื่อเสรีใหม่ที่ทำให้ ผู้คนมีปากมีเสียงมากขึ้น แต่นั่นก็คือ เครื่องมือ ที่โชว์ภาพความเห็นแก่ตัวออกมาให้ยลโฉม อันแสนอัปลักษณ์ ได้ชัดเจนขึ้นเช่นกัน

กูรูมากมาย ออกตัวกันเพ่นพ่านตามกระดานสนทนา รู้ดีรู้มาก รู้ไปหมด รู้ทุกอย่าง รู้ทุกปัญหา ด่าคนโน้น ด่าคนนี้
ไอ้นั่นไม่ดี ไอ้นี่ไม่ใช่ พล่ามกันไปต่างๆ นานา แต่ท้ายที่สุดก็มีดีแต่ปาก ปากที่พ่นน้ำลายแตกฟองบอกว่า รู้นั่นรู้นี่
แต่ก็ไม่เคยได้ทำอะไรซักอย่าง ดีแต่เห่าหอนอยู่ ตามโลกไซเบอร์ (นี่ยังไม่นับรวมที่ว่ากันว่ามีพวกรับจ้างนะ)

แล้วก็มักมีข้ออ้างแห่งความไร้ซึ่งอำนาจ ที่จะทำอะไร บอกแต่เพียง ผู้มีอำนาจไม่ทำ ตนเองก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วก็ได้แต่รอคอยความหวังว่าอะไรๆมันจะดีขึ้น โดยที่ตัวเองงอมืองอเท้า เฝ้ารอคอย อัศวินม้าขาวมาช่วยเหลือ

นี่คือความเห็นแก่ตัวของเหล่าชนชั้นกลาง ผู้ที่มีความคิดมีความรู้ ที่กล่าวอ้างไว้ด่า ชาวบ้านว่า รากหญ้าโง่ ไม่รู้ทัน พวกกรูสิ เรียนมา กรุเก่ง กรุรู้ทัน แต่กรุรุ้อย่างเดียวพอนะ กรุไม่ทำอะไรหรอก เพราะ ห่วงแต่ปากท้อง มองหาแต่เงินตรา วัตถุ ไม่กล้าพอที่จะไปสู้อะไรกับเหล่าผู้มีอำนาจ เดี่ยวชีวิตจะลำบาก

ชนชั้นล่าง เองที่โดนชนชั้นบนกว่าเอาเปรียบอยู่เสมอๆ ก็ต่างรอคอยการโปรยปรายของเมล็ดผลประโยชน์ ที่จะสนองตอบต่อความเห็นแก่ได้ ปากท้องของพวกเขา ซึ่งแท้จริงแล้วความเห็นแก่ตัวนั้นๆก็ไม่ได้ต่างอะไรกับชนชั้นอื่นๆ นักหนา เพียงแต่ว่า เค้ามีโอกาสและทุนทรัพย์น้อยกว่าคนอื่นๆ เพียงเท่านั้นเอง ทำให้พวกเขาต้องเป็นเช่นนั้นโดยที่ ไม่สามารถปฏิเสธได้

สื่อเองที่มีหน้าที่ นำเสนอข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชน ซึ่งควรที่จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม แต่นั่นมันเป็นเรื่องในตำรา ในความจริง มันผิดกัน ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาทำให้ประชาชนอ่าน มีเพียงอุดมการณ์จะทำได้อย่างไร จะเอาอะไรกิน ปากท้องเรื่องใหญ่
สื่อ ในทุกวันนี้อันไหนจะทำเพื่อส่วนรวม ก็จะมีน้อยมากๆ เพราะ ปัจจัยต่างๆที่รุมเร้า ให้สื่อต้องทำเพื่อผลประโยชน์ ของตัวสื่อเอง

ผู้คนทั้งหลาย ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่รู้จักสำเหนียก เรื่องของผลประโยชน์ส่วนรวม ความเสียสละเพื่อส่วนรวม เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ไม่สำนึกถึงพ่อแม่ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษที่ เคยเสียสละมาก่อน ทำให้ เราได้มีแผ่นดินอยู่กันทุกวันนี้

ความเห็นแก่ส่วนรวม เห็นแก่ชาติบ้านเมือง กลายสภาพเป็นคำที่สงวนไว้ให้เหล่าผู้มีอำนาจ ชนชั้นสูง เหล่า ทหาร อำมาตย์ หรือแม้กระทั่งกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆที่พยายามเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อผลประโยชน์ ที่ออกปากกล่าวอ้างกันปาวๆ ว่าแต่ละคนก็ต่าง ทำเพื่อชาติ เสียสละเพื่อส่วนรวม

นักการเมือง เอ่ย ถึงการเสียสละเพื่อชาติ ได้ยินแล้วมันช่าง สร้างความกระอักกระอ่วน ให้กับโสตประสาท เพราะว่าคำพูดที่กล่าวอ้างมักที่จะไปจบในตอนท้ายเหมือนๆกันไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองยุคสมัยไหนก็ตาม คือ ผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง แต่การเริ่มต้นก็คือ นักการเมืองผู้เสียสละ เหมือนๆกัน

เหล่าผู้มีอำนาจ ต่างก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวนั้น มักที่จะกล่าวอ้างการทำเพื่อชาติ ใครๆ ก็แก่งแย่งกันทำเพื่อชาติ
ไม่ว่าจะหน้าไหนๆ ก็พ่นลมปากว่าทำเพื่อชาติไม่ต่างกันเลย แต่แล้วที่สุด นั้นก็ยังไม่เห็นว่าชาติที่ทำกันนักกันหนานั้นมันอยู่ไหน คงเป็นชาติหน้า หรือไม่ก็ชาติไหน ทำให้แย่งรุมแย่งกันทำเพื่อชาติอย่างตละกะตละกราม

ไม่ต่างอะไรกับเหล่าผู้รับใช้อำนาจที่เตรียมลิ้น รอไว้ละเลงเกือกคู่ไหนก็ได้ ที่อยู่ในอำนาจ ไม่ว่าจะเกือกหนังของนักการเมือง เกือกราคาแสนแพงของเหล่าพ่อค้า หรือ แม้กระทั่งท๊อปบู๊ทของเหล่าทหารผู้ทรงอำนาจ การกระทำที่แสดงออกถึงความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ เหล่านี้ กลับกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ ในสังคม

เสียสละ กับ เพื่อส่วนรวม ถ้ามัน จะสงวนเอาไว้ใช้ กับเหล่า ผู้มีอำนาจปกครอง ถ้าเช่นนั้น ก็เอามันออกไปจาก พจนานุกรมเถิด หรือ ไม่ก็ บอกให้ชัดเจนไปเลยว่า คำนี้เป็นคำต้องห้ามสำหรับสามัญชน รากหญ้า รากแก้ว รากฝอย รากอะไรต่อมิอะไรก็ตามแต่จะคัดสรรค์คำเรียกกันไป

ถ้าหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ วงจรณ์อุบาทว์ ก็จะวนเวียนไปไม่รู้จักจบสิ้น เพราะ ต่างคนต่างเห็นแก่ตัว ไม่มีใครหน้าไหนจะเสียสละทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม เพื่อผลประโยชน์ของชาติ มีแต่คำพูด ที่พูดกันปาวๆ พูดกันเหมือนๆกันหมด ว่าทำเพื่อส่วนรวม เห็นแก่ส่วนรวม แต่ไม่ทำ เห็นแก่ตัวกันไปหมด

ประชาธิปไตยให้สิทธิ์ เสรีภาพ ทุกคน เท่าเทียมกัน แต่ผู้คนกลับนำไปใช้กันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ซะมาก
หยิบยกอำนาจแห่งประชาธิปไตย มอบให้ผู้อื่นโดยไม่คิดจะทำอะไรเอง เพราะความมักง่ายและเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากจะต้องเอาตัวเองไปเสี่ยง เสียเวลา ห่วงปากท้อง 108เหตุผลที่หยิบยกกันมา

แล้วยังมีความเข้าใจผิด เกี่ยวกับการทำเพื่อส่วนรวมที่ ไปมองถึงการไปอาสาพัฒนาต่างๆ หรือการบริจาคทุน อะไรต่อมิอะไร แต่ไม่มองความเป็นจริงว่า นอกเหนือไปกว่านั้นว่า การทำเพื่อส่วนรวมคืออะไรที่แท้จริง

คนเราสายตาสั้นหรืออย่างไร ถึงไม่มีใครพยายามที่จะมองเห็นภาพอนาคตที่ลูกหลานจะต้องมาทนอยู่กับสภาพสังคมที่เหลวแหลกไม่มีชิ้นดี มีร่างกายและจิตใจแต่ก็ถูกกำกับควบคุมไปหมด สิ้นสภาพความเป็นคน ไม่ต่างอะไรกับสัตว์หรือหุ่นยนต์ที่คอยตามคำสั่งและหน้าที่ นั่นจะเป็นผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของยุคเรา ซึ่งมันจะส่งผลต่อๆ ไปในยุคหลังจากนี้

หรือเพราะว่ามันไม่สลักสำคัญอะไรต่อปากท้องเราๆ ท่านๆ จึงไม่แยแสใยดีกัน เพราะว่ามันยังมาไม่ถึง เพราะว่ามันยังไม่มีผลกระทบกับเราเราเลยไม่สน คนเราเห็นแก่ตัวกันเกินไปหรือเปล่า

แล้วที่เราอาศัยอยู่กันได้ทุกวันนี้นี่ บรรพบุรุษเรา เป็นอย่างที่เราเป็นกันอยู่นี่หรือไม่ ท่านเห็นแก่ตัวกันทั่วบ้านทั่วเมืองแบบนี้ไหม บรรพบุรุษท่านปล่อยให้ความเห็นแก่ตัวครอบงำจนไม่ทำอะไรไว้ให้เราเลยหรือเปล่า ซึ่งก็ไม่น่าใช่เพราะเรามีวันนี้ เพราะพวกท่านทำไว้ให้พวกเรา แล้วเราจะทำไว้ให้คนรุ่นหลังหรือไม่

หรือว่าจริงๆแล้ว ความเห็นแก่ตัว ที่เป็นกันอยู่นี้เป็นเรื่องปกติสุขที่เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น ที่ผู้เขียนคนเดียวที่เพ้อไปเอง





ขณะที่เขียนนี้ตัวผู้เขียนเอง ก็ได้แต่หวังว่า ตนเองจะพยายามลดความเห็นแก่ตัวลงได้บ้าง และอยากที่จะทำเพื่อส่วนรวม แต่ยังมองไม่เห็นหนทาง เพราะมองไปทางไหน ก็มีแต่เรื่องผลประโยชน์เห็นแก่ตัวมากกว่าที่จะเจอหนทางที่จะทำเพื่อส่วนรวมที่แท้จริงปรากฎออกมา แต่เมื่อใดที่มีโอกาส ก็คิดว่าจะทำโดยที่ไม่ลังเล และไม่ใช่ดีแต่พูด


Create Date : 02 ธันวาคม 2549
Last Update : 2 ธันวาคม 2549 15:28:25 น. 1 comments
Counter : 3704 Pageviews.  

 
ไม่มีใคร ที่จะเสียสละเพื่อชาติ ได้ตามที่บอก ก้อจริงอยู่ค่ะแต่ก้อน่าจะมีคนที่ไม่เอาเปรียบคนในชาติจนเกินไป และไม่รู้ว่าจนเราตายจะเจอคนที่จะยอมเสียสละเพื่อชาติได้ตามที่เขาพูดหรือป่าวเลยค่ะ


โดย: STAR ALONE (STAR ALONE ) วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:20:49:46 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]