ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

สังคมอุดมความรัก

ความรัก เป็นคำที่มีความหมายเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึกเกี่ยวกับ การชอบ, การผูกพันทางจิตใจกับบางสิ่งบางอย่าง. คำว่ารักมีความหมายในหลายแง่มุมซึ่งทั้งลึกซึ้งและกว้างขวาง ต่างคนต่างมีความรักต่อผู้อื่นแตกต่างกัน ดังนั้นจึงยากต่อการอธิบายและให้คำนิยามคำว่ารักแบบเฉพาะเจาะจง. รักเป็นความสัมพันธ์ซึ่งไม่ได้อยู่ลอยๆ หากมีรักก็จะต้องมีผู้ซึ่งเป็นฝ่ายรักและอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ถูกรัก. ความรักเป็นนามธรรมจึงไม่อาจมองเห็น, ไม่อาจจับต้อง ไม่อาจวัดปริมาณได้. โดยทั่วไปแล้ว ความเสียหายหรือการจากไปของสิ่งรักจะนำมาซึ่งความโศกเศร้าแก่ผู้รัก เนื่องจากผู้รักได้ให้คุณค่าแก่สิ่งนั้น. อาจกล่าวได้ว่า ความโศกเศร้าจะมากหรือน้อยขึ้นกับคุณค่าที่ผู้รักกำหนดให้กับสิ่งที่ตนรักนั้น. ความรักไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงมนุษย์ สัตว์ต่างๆก็แสดงปรากฏการณ์ทางความรักให้เห็น เช่น การปกป้องลูก.

ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราจะสามารถสัมผัสได้กับสิ่งต่างๆที่พยายามเกี่ยวพัน โยงใยไปยังคำที่เรียกว่าความรักเสมอๆ สื่อต่างๆ มีการนำเสนอหลายๆเรื่อง แต่ในความจริงทุกๆเรื่องกับต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคำๆนี้เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม
ยกตัวอย่างที่ ข่าว สื่อรูปแบบหนึ่งที่ใกล้ชิดผู้คนในปัจจุบัน และมีส่วนอย่างมากในการที่จะให้ความรู้ ข้อมูลและข่าวสารต่อประชาชน(ในที่นี้ไม่ขอกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ แต่รวมๆคือสิ่งใหม่สำหรับประชาชน) เมื่อให้ความรู้ ข้อมูลและข่าวสาร ก็ย่อมที่จะสามารถชักจูงได้ว่า จะให้ประชาชนขับเคลื่อนไปทางไหน ที่ฝ่ายตนต้องการ ก่อให้เกิดความขัดแย้งกัน มีการชุมนุมต่างๆ และข้ออ้างสำคัญย่อมไม่พ้น ไปจาก ความรักที่มีต่อ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่นี้คือผลพวงในการมีส่วนร่วมจากการชักจูง

แต่สิ่งที่สื่อให้ความสำคัญกับความรักในส่วนอื่นกับเป็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ามาก คือในส่วนที่มีการเข้าถึงประชาชนและเยาวชนที่ไม่รู้เท่าทันและส่วนต่างๆนี้เข้าถึงได้อย่างง่ายดายในรูปแบบของความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น ละครต่างๆที่ เนื้อหาหลักๆ ก็เป็นความรัก ระหว่างตัวเอก, วาไรตี้ต่างๆนานา ที่นำเอาดาราหรือคนดังต่างๆ ออกมาเล่าเรื่องชีวิตรักของพวกเขา , เกมโชว์ที่ในบางครั้งเป็นไปในลักษณะที่ส่งเสริมคู่รักต่างๆ , เพลง ยิ่งเป็นส่วนสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นเพลง ลูกทุ่ง หรือ ลูกกรุง ไม่ต่างกันเลย ต่างให้ความสำคัญกับเนื้อหาของความรักในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบบสมหวัง แบบผิดหวัง แบบเริ่มต้น แบบตอนปลาย และอีกหลายรูปแบบของความรัก , และ หนังสือ นิยายต่างๆ นานาที่ก็เช่นเดียวกัน ไม่ต่างกันเลย มุ่งเน้น ไปที่เนื้อหาความรัก แม้แต่หนังสือพิมพ์ก็ยังมีที่บางฉบับที่เน้นช่าวชาวบ้าน มักชูเอา เรื่องความรักมาเป็นพาดหัวอยู่บ่อยๆ

เมื่อสื่อต่างๆ มุ่งเน้น ความรักกันแบบ ชิดที่ว่าผู้บริโภคไปทางไหน สื่อตามไปยัดเยียดความรักให้ได้ถึงที่

ทำให้ ประชาชนและเยาวชน ลุ่มหลงในเรื่องของความรัก บางครั้ง บางคน หลายๆคน และ หลายๆครั้ง ไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเอง ถูกสื่อผลักดัน ให้ลุ่มหลงในความรัก และด้วยการที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้องนั้นย่อมทำให้ คนกลุ่มนั้นเข้าใจความรัก ผิดเพี้ยนไป จนกลายเป็นเรื่องของความต้องการทางเพศหรือเซ็กซ์ มากกว่าที่จะเป็นคำว่าความรัก
พอเกิด สิ่งที่เรียกว่าความรักแพร่ขยายไปทั่วทุกหนทุกแห่งในสังคม หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต่างพากันเข้ามาเพื่อหาทางเยียวยาอาการ โหยหาความรักของ เยาวชนแต่สิ่งที่ทำกลับเลวร้ายกว่าที่คิด ก็คือการทีมองไม่เห็น(หรือเห็นแต่ไม่กล้าแตะต้อง) ตัวปัญหาที่ใกล้ชิด เยาวชนที่แท้จริงอย่าง รายการโทรทัศน์ เพลง ที่เข้าถึงง่ายกว่าและเป็นวงกว้างกว่า แต่กลับไปมุ่งเน้นที่สื่อเฉพาะ อย่างเกมส์ การ์ตูน หนัง เพลง หรือ internet ว่าเป็นตัวการทำให้เยาวชน หมกมุ่นในเรื่องทางเพศ และก็ได้เริ่มทำการ ปิดกั้นหลายๆส่วน
ไม่ว่าจะเป็นการบล็อคเว็บไซด์ เซ็นเซอร์ฉากต่างๆซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงในการปิดกั้นมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งแก้ยิ่งมัด ไม่ต่างจากลิงแก้แห การให้ความรู้ที่ถูกต้องยังคงถูกเพิกเฉยต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เลือกการใช้การปิดกั้นที่เป็นการบั่นทอนสติปัญญาของผู้คนลงไปอีกด้วย

ความรัก ก็เป็นข้ออ้างหนึ่งของผู้ซึ่งมีส่วนรับผิดชอบ ไม่ต่างไปจากผู้อื่นเลย ผู้กระทำการอุกอาจในการปิดกั้นความรู้สู่ประชาชนและเยาวชน เลือกที่จะบอกว่า มันเป็นสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อชาติและ เพื่ออนาคตของชาติ ด้วยความรักความหวังดี ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ก็เป็นความบิดเบือนไปอย่างที่ยากที่จะทำให้สังคมที่ยังขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้องเข้าใจได้ อาจดูเหมือนดีที่ให้ความใส่ใจกับปัญหาเยาวชนและประชาชนที่ลุ่มหลง ในคำว่าความรักจนเกินไป แต่ ไม่เคยที่จะทำให้คำๆนี้ได้รับการให้ความรู้ในด้านที่ถูกต้อง การปิดกั้นย่อมทำให้เกิดความอยากรู้เพิ่มมากขึ้น เป็นเงาตามตัว

ปัญหา เรื่องความรักที่ผิดความหมายไปเป็นเซ็กซ์ ยังคงครอบงำสังคมอยู่ทุกวันทุกเวลาในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืน การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การฆ่ากันจากความบาดหมาง การฆ่าตัวตายเมื่อไม่สมหวัง จนไปถึงการทำแท้ง
และการแก้ไขยังคงดำเนินไปในแนวทางเดิม เช่นนี้ สังคมก็จะยังมีปัญหาไปเรื่อยๆ

ความรักเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่เป็นอยู่ไม่ใช่เรื่องที่ดี การไม่เข้าใจและไม่ส่งเสริมความรู้ที่ถูกต้อง เป็นตัวปัญหาที่แท้จริง
ถ้าผู้คนยังแยกแยะไม่ได้ ว่าความรักในรูปแบบที่ถูกต้องคืออะไร สังคมอุดมความรัก ก็ไม่ใช่สังคมที่ดีอยู่เหมือนเดิม

เฝ้าคอยความหวังเหมือนดั่งแสงหิ่งห้อยที่ปลายอุโมงค์


Create Date : 17 มิถุนายน 2549
Last Update : 17 มิถุนายน 2549 14:09:29 น. 0 comments
Counter : 506 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]