ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

หนี

การหนีจากอะไรซักอย่างเป็นเรื่องที่ผู้คนมักจะพึงกระทำอยู่เสมอๆ การหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องราวต่างๆ ย่อมไม่ง่ายดาย การที่จะปฏิเสธและหลบจากเรื่องราวนั้นๆย่อมเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการกระทำมากกว่า

ความมักง่ายและผิวเผิน ทำให้ผู้คนมักจะเลือกหลบหนีเข้าสู่หนทางที่ราบเรียบปราศจากสิ่งกีดขวาง มากกว่าที่จะเดินหน้าไปสู้เส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามให้ต้องเผชิญ

ประกอบกับสภาวการณ์ ณ ปัจจุบันนี้เอง ด้วยเครื่องมือเครื่องไม้ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีต่างๆนานา ผู้คนสามารถใช้เครื่องมือเหล่านั้นในการหลบหนีได้ง่ายดายขึ้น และแพร่หลายมากขึ้นอีกด้วย

ในชีวิตประจำวันที่คร่ำเคร่งและเคร่งเครียดของเหล่าคนทำงาน ที่ต้องทำงานกันอย่างปากกัดตีนถีบเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินที่จะมาคอยประทังชีวิต ซึ่งนั่นก็ เป็นเรื่องที่เครียดมากพอแล้วในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ต่างๆ
- ตื่นเช้าก็เจอ ปัญหารถติด
- ปัญหาในหน้าที่การงาน
- ปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ปัญหากับเจ้านาย
- ปัญหาเรื่องเงินเดือน เงินทองที่ต้องจับจ่ายใช้สอย
- ปัญหาค่าครองชีพที่แสนแพง น้ำมันแพง ข้างปลาอาหารแพง
- ปัญหาเรื่องของความสวยงามต่างๆที่ต้องไล่ตามเทนด์กันจ้าล่ะหวั่น
- ปัญหาการเรียน ผลการเรียน ผลการสอบ การแอดมิชชั่น
- ปัญหาการค้าขาย การทำมาหากิน การแข่งขันทางธุรกิจ
- ปัญหา อนาคต วันข้างหน้า วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
- และอีกมากมาย

ปัญหาหลากหลายทีรุมเร้า ย่อมทำให้ แค่เพียงชีวิตประจำวันก็ เหนื่อยมากพอแล้ว จนพอหลังจากกลับบ้านผู้คนก็จะเลือกที่จะพักผ่อนสมองด้วยวิธีต่างๆ

ผู้คนเลือกที่จะหนีจากเรื่องราวที่หนักหัวสมองด้วยการผ่อนคลายจากสิ่งบันเทิง ที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทีวี เพลง วีซีดี ดีวีดี อินเทอเน็ต หรือไม่บางส่วนก็ ใช้การผ่อนคลายด้วยการหนีออกจากโลกความเป็นจริงไปที่การกินเหล้า เที่ยวกลางคืน สังสรรค์ เฮฮา เที่ยวเตร่ แข่งรถ หรือแม้กระทั่งยาเสพติด

แต่ ที่หนีออกจากปัญหานั้น มันกลับช่วยเหลือได้แต่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่นั่นก็ เป็นทางออกที่มีให้ ไว้อยู่แค่นั้น ผู้คนไม่ได้มีทางออกจากความเครียดและปัญหา จึงจำเป็นต้องใช้การหลบหนีออกจากจุดนั้น

เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น มันก็จะยิ่งซ้ำเติมความเครียดมากขึ้นไปอีก และแน่นอนปัญหาต่างๆนั้นมันไม่ใช่ว่าจะแก้ไขได้ ด้วยเพียงเจ้าตัว หลายๆปัญหามันสลับซับซ้อนเกินกว่าที่แค่เพียงเจ้าตัวจะแก้ไขได้ นั่นย่อมเป็นเหตุให้ ผู้คนจำเป็นต้องทำเช่นนี้

ท้ายที่สุด การหนี เหล่านั้น มันก็จะผ่านไปเหมือนสายลมที่พัดผ่านไป ไม่ยาวนาน เพราะเหล่าความเครียดและปัญหานั้นยังคงอยู่เมื่อยามที่ผู้คนกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง


เมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วผู้คนจะสามารถที่จะไม่ต้องหนีไปพึ่งพาสิ่งต่างๆที่นำพาให้หลบพ้นไปจากโลกความจริงได้เมื่อไหร่
หรือว่าผู้คนจะต้องเลือกหนีไปเช่นนี้โดยไม่อาจจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้วหรือ

ดังนั้นที่หนีๆ กันนั้นหนีไปไหน มันไม่สามารถหนีไปไหนได้พ้นเลย แต่ถ้าก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมันก็ย่อมไม่ใช่

ทำไมทางเลือกของผู้คน มันช่างคับแคบ และตีบตัน เช่นนี้


Create Date : 28 ธันวาคม 2550
Last Update : 28 ธันวาคม 2550 16:36:47 น. 3 comments
Counter : 507 Pageviews.  

 



Happy New Year 2008!!


*Photo From Getty Image

ขอให้โลกสงบสุขค่ะ


โดย: waidhaya วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:18:44:59 น.  

 
เป็นสิ่งที่ถามตัวเองอยู่บ่อยๆ และบ่อยมากขึ้นทุกทีๆว่า ทำไมเราถึงมีทางเลือกอยู่แค่นี้ เราไม่มีทางเลือกอื่น หรือว่าเราไม่กล้าเลือกเอง

เคยถกปัญหานี้กับพ่อกับแม่ เป็นเรื่องเลย กลายเป็นว่า ฉันไม่ควรยอมให้เธอเรียนที่.....เลยจริงๆ ลูกฉันเพี้ยนไปแล้ว เป็นงั้นไป


โดย: gluhp วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:16:52:03 น.  

 
ลองฟัง เพราะมาก เพลง hitz.co.cc/xn-aftersix-l47a5ca7v3a6fem3es2b6jxfqdwa40ame.html">หนี ขอบคุณค่ะ


โดย: lifestyle-note วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:6:35:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]