ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

อย่าทำครึ่งๆกลางๆ เอาศีล5 มาหมดเลยไม่ดีกว่าเหรอ

ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เตรียมออกบังคับใช้ ได้ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อ ดังมีรายละเอียดซึ่งผู้อ่านคงได้รับทราบข้อมูลมากันบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อย

เมื่อเห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง และเป็นห่วงเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ ทำให้มีความคิดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังดีขนาดนี้แล้วละก้อ น่าที่จะทำให้ถึงที่สุดกันไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือ อย่าทำแค่ครึ่งๆกลางๆ ทำอะไรแล้วหากคิดมาแล้วว่ามันดีและสิ่งที่จะทำนั้นดีทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติ ก็น่าจะทำให้มันเป็นมาตราฐานเดียวกันไปเลย

เหตุผลการกล่าวอ้างบางประการ มีการพูดถึง ศีลธรรมอันดีงาม และความเป็นชาวพุทธของคนไทย ที่มีศีล5 อันมีข้อ5 กล่าวไว้คือ สุราเมรย มัชชปมาทฏฐานา เวรมณี ซึ่งเป็นข้อห้ามในการดื่มสุราและของมึนเมา

หากการกล่าวอ้างมีการอ้างถึงศีลธรรมแล้ว ทำไมศีลข้อนี้ถึงมีการยกขึ้นมามากกว่า หรือว่า ศีลข้ออื่นนั้นด้อยค่ากว่าตรงไหน ในเมื่อ ก็เป็นการกระทำที่ผิดศีลเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ก็น่าที่จะเอา ศีลข้ออื่นมาบังคับใช้ให้ไม่ต่างกัน เพื่อจะได้กล่าวกันได้เป็นปากเต็มคำกันไปเลยว่า เราทำตามหลักศีลธรรมอันดีงามแล้ว ไม่เช่นนั้นก็อย่ายกมาเพียงข้อเดียวมาทำเช่นนี้ เพราะมันจะกลายเป็นเพียงการเลือกปฏิบัติ

ยกตัวอย่างการ นำเอาศีล5มาประยุกษ์ใช้ เป็นกฏหมาย(เหมือนกับที่ ครม กำลังพยายามทำในศีลข้อ 5)
1 การไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ห้ามทำการเผยแพร่ภาพและเสียง การโฆษณา ละครโทรทัศน์ รายการวิทยุ อินเตอร์เน็ต เกมส์ หนังสือ การ์ตูน หรือสื่อใดก็ตามที่มีเนื้อหาสาระ อันประกอบด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือการทำร้ายสิ่งมีชีวิต เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้ เด็กและเยาวชน ซึมซับพฤติกรรมรุนแรงอันเป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ มีความเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม
ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี กระทำการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หากมีความผิด มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
(รายการ ฮีโร่ของเด็ก อย่าง เหล่ามดแดง หรือ อุลตร้าแมน อาจไม่ได้รับการฉาย เพราะมีเนื้อหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต)

2 การไม่ลักขโมย
ห้ามทำการเผยแพร่ภาพและเสียง การโฆษณา ละครโทรทัศน์ รายการวิทยุ อินเตอร์เน็ต เกมส์ หนังสือ การ์ตูน หรือสื่อใดก็ตามที่มีเนื้อหาสาระ อันประกอบด้วยการลักขโมย ฉ้อฉล โกงกิน เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กและเยาวชน ซึมซับพฤติกรรมการอยากได้ของผู้อื่น อันเป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ มีความเสี่ยงต่อการมีมีพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม
ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี กระทำการลักขโมย หากมีความผิด มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
(การซุกหุ้น กับการขายหุ้นให้กองทุนต่างชาติ นี่ไม่ถือว่าลักขโมยเพราะ เจตนาบริสุทธ์ ดังนั้นให้เด็กและเยาวชนรับรู้ได้)


3 การไม่ประพฤติผิดในกาม
ห้ามทำการเผยแพร่ภาพและเสียง การโฆษณา ละครโทรทัศน์ รายการวิทยุ อินเตอร์เน็ต เกมส์ หนังสือ การ์ตูน หรือสื่อใดก็ตามที่มีเนื้อหาสาระ อันประกอบด้วยการมีเพศสัมพันธ์ ความรักใคร่ชอบพอกัน หรือมีฉากที่มีความล่อแหลมต่อการประพฤติในกาม รวมไปถึงสิ่งใดก็ตามที่อาจทำให้เกิดการยั่วยุทางเพศ เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กและเยาวชน ซึมซับพฤติกรรมการอยากรู้อยากเห็น และความอยากมีเพศสัมพันธ์ อันเป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ มีความเสี่ยงต่อการมีมีพฤติกรรมก่อนวัยอันควร
ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี รับทราบความสัมพันธ์ทางเพศ พฤติกรรมทางเพศ รวมถึงสิ่งที่อาจทำให้เกิดการยั่วยุทางเพศ หากมีความผิด มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
(แน่นอนว่า สาวโคโยตี้ มาเต้นหน้ารถถังกับหน้าเมรุไม่ได้แน่ๆ เพราะอาจเป็นการยั่วยุ รวมไปถึงแฟชั่นต่างๆที่ไม่น่าจะมีโอกาสได้เห็นหากมีกฏหมายข้อนี้ อย่างพวกสายเดี่ยว เกาะอก เอวลอยฯลฯ)

4 การไม่พูดปด
ห้ามทำการเผยแพร่ภาพและเสียง การโฆษณา ละครโทรทัศน์ รายการวิทยุ อินเตอร์เน็ต เกมส์ หนังสือ การ์ตูน หรือสื่อใดก็ตามที่มีเนื้อหาสาระ อันประกอบด้วยการพูดโกหก พูดปด มดเท็จ เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กและเยาวชน ซึมซับพฤติกรรมการโกหก อันเป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ มีความเสี่ยงต่อการมีมีพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม
ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี กระทำการโกหก หากมีความผิด มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
(อันนี้ค่อนข้างลำบากแน่ เพราะต่อไปอาจไม่มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาแล้ว อีกทั้งการสัมภาษณ์รัฐมนตรีต่างๆ)

ตามที่ยกตัวอย่างมา หากทำเช่นนี้ก็จะไม่เป็นการเลือกปฏิบัติอีกต่อไป และ แน่นอนการกล่าวอ้างความเป็นไทยความมีศีลธรรมก็พูดได้เต็มปากเต็มคำแล้ว เอากันให้พอใจพวกผู้ใหญ่ที่หวังดีต่อชาติอย่างเปี่ยมล้นกันไปเลย

แล้วถ้าเป็นได้จริง เราจะเรียกตัวเราเองว่ามีสิทธิ์เสรีภาพในขั้นพื้นฐานของการรับรู้อยู่อีกหรือไม่ เราเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ อันนี้ก็ขอให้ตอบกันเอง

เลิก “ปากว่า ตาขยิบ” กันได้แล้ว


Create Date : 25 ตุลาคม 2549
Last Update : 28 ตุลาคม 2549 11:09:37 น. 4 comments
Counter : 488 Pageviews.  

 
เป็นความคิดที่ดีมากครับ ผมก็เคยคิดเรื่องนี้เหมือนกัน
แต่อย่าลืมว่าประเทศของเรา มิได้ประกอบด้วยผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเพียงศาสนาเดียว อีกทั้งคณะรัฐมนตรียังได้ถอดคำว่าศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติ ออกจากรัฐธรรมนูญ มาตั้งนานแล้ว
เพราะคำว่าชนชาติไทยนั้น มีความหลากหลาย มีมาจากหลายชนชาติ และสิ่งที่ติดมาด้วยก็คือความเชื่อ และศาสนา
แต่ก็มีบางประเทศที่กล้าประกาศตัวเป็นรัฐศาสนา เช่น วาติกัน อิหร่าน มาเลเซีย(กำลัง) อินโดนิเซีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อิสราเอล บอสเนีย (ตุรกีกับกรีก ก็กำลังจะแยกเป็นสองประเทศแล้ว) แล้วใคร่ครวญดูว่า ประเทศใดไม่ถูกแทรกแทรง โดยลุงแซมบ้าง
สุดท้าย ศาสนาพุทธ เน้นเรื่องความเข้าใจในธรรมชาติ และการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึงจุดนั้น ดังนั้นการไม่ลงมือปฏิบัติจึงเป็นการปฏิบัติอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน
ดังนั้นการแนะนำของท่าน อาจจะนำไปสู่การเสียดินแดน ในภาคใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะ ในส่วนนั้นก็จะกลายเป็นรัฐอิสลาม (ซึ่งเคร่งครัดกว่า) เหมือนที่อินเดียได้แยกแตกออกเป็น ปากีสถาน และบังคลาเทศ
สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ และง่ายที่สุดก็คือ ให้ตำรวจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทุกเรื่องก็จะบรรเทาเบาบางไปกว่าครึ่งแล้วครับ


โดย: นขล. (เหนือลิขิต ) วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:20:21:39 น.  

 
คงเป็นไปไม่ได้อ่ะค่ะ ต้องไปดูชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติด้านศาสนา-สังคมก่อน ว่าเป็นพุทธสักกี่คนเชียว แล้วจะเข้าใจ


โดย: Pride วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:18:32:02 น.  

 
ผมว่าพี่ kongming แกเขียนประชดนา ไอ้เรื่องพุทธไม่พุทธนั่นไม่น่าใช่ประเด็นของแกหรอก


โดย: TakumiKung วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:3:28:36 น.  

 
ใช่ครับ TakumiKung

ขอบคุณที่เข้าใจครับ


โดย: KongMing (KongMing ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:53:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]