ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

กิเลสที่ตื่น

การเติบโตของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ที่ทุนใครหนาก็มาครอบครอง ทำให้เกิดการส่งเสริมบริโภคนิยมซึ่ง
นอกจากจะเป็นการส่งเสริมกิเลสที่อยู่ในตัวมนุษย์ให้ออกมาสู่โลกภายนอกมากขึ้น ยังทำให้เกิดความคลุมเคลือต่อความถูกต้องทางจริยธรรมอีกด้วย

กิเลสที่ถูกส่งเสริมให้ออกมาเพ่นพ่าน นั้นเป็นกิเลสในส่วนกิเลสชั้นละเอียดที่เป็นภายใน มีชื่อเรียกว่า อกุศลมูล มี ๓ อย่าง คือ โลภะ-ความโลภ, โทสะ-ความโกรธ ประทุษร้าย, โมหะ-ความหลง
ซึ่งในชั้นนี้ว่าอย่างรวบรัดคือ จะนิ่งอยู่จนกว่าจะถูกกระตุ้นและแสดงออกมา ซึ่งเป็นเนื้อแท้ของกิเลสในใจมนุษย์

การที่นายทุนเฝ้าคอยหวังซึ่งผลประโยชน์ที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การพยายามทำในทุกๆวิถีทางเพื่อจะกระตุ้นการบริโภคของประชาชนทั่วไป จนเมื่อนายทุนเริ่มที่จะทำไปมากกว่าที่ควรจะต้องทำ นายทุนเริ่มที่จะเข้าครอบงำส่วนต่างๆของสังคม การเติบโตของ”ผลประนิยม” และการส่งเสริม”บันเทิงนิยม” เป็นการบุกรุกเข้าไปสู่การสร้างความเจริญเติบโตให้ กิเลส ที่อยู่ในใจคน ได้ออกมาครอบงำให้ผู้คนสูญเสียความเป็นตัวตนของความเป็นมนุษย์

เมื่อผู้คนเต็มไปด้วยกิเลสแล้ว ย่อมทำให้ความถูกต้อง ความดีงาม ความโปร่งใส คุณธรรม และส่วนที่ว่าถึงจริยธรรมที่ควรเป็นทางสังคม สิ่งต่างๆเหล่านี้จะบิดเบือนไป เนื่องจากกิเลสที่แพร่หลายอยู่ในสังคม
กลางวัน กับกลางคืน ไม่ชัดเจน ความถูกต้องกลายเป็นโพล้เพล้ ไม่สว่างและไม่มืดในทีเดียว
สีเทากลายเป็นตัวแทนความถูกต้องที่มีอยู่ทั่วไปในสังคม หากทำแล้วไม่ผิดกฎหมายก็จะทำเพื่อผลประโยชน์ของตน
ต่างฝ่ายต่างยึดถือเอาความมัวหมองของสีเทาเป็นหลักยึด ว่าเหตุผลเข้าข้างฝ่ายตนตลอดเวลา
จริยธรรมที่ถูกต้องได้ลบเลือนไปแล้วจากสังคมที่เน้น “ผลประโยชน์นิยม”

- ความโลภ ถูกกระตุ้นทั้งทางภาครัฐเอง ที่พยายามจะอัดฉีดเงินลงไปสู่รากหญ้า ประกอบกับภาคเอกชนที่เหล่านายทุนใช้สื่อต่างๆเข้าครอบงำความคิดผู้คน ด้วยการใช้”บันเทิงนิยม” เป็นหัวหอกที่พุ่งเป้าหมายไปที่การเติบโตของตัวเองอย่างเกินควร และภาครัฐเองก็ไม่เคยที่จะมาแยแสใยดีกับการที่จะต้องคอย ตีกรอบสิ่งที่มอมเมาแบบนี้ แต่กับไปทำลายสิ่งที่จะเป็นภูมิคุ้มกันสิ่งเหล่านี้อีกต่างหาก การปิดกั้นสื่อต่างๆที่เป็นข่าวมากมายในช่วงเวลานี้ และการที่ไม่มีการส่งเสริมปัญญาที่แท้จริงให้เกิดขึ้นมา เลยกลายเป็นเหมือนกับว่าภาครัฐได้จับมือกับทางภาคเอกชนนายทุน เพื่อกระตุ้นให้ความโลภเข้าครอบครองผู้คน
- ความโกรธ ประทุษร้าย เห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆกับการปะทะกันในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายเชียร์ ฝ่ายต่อต้าน
ฝ่ายเห็นด้วย ฝ่ายไม่เห็นด้วย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรักษาการ องกรค์รัฐ ภาคเอกชน ทั้งหมดนี้การปะทะกันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแต่ละฝ่ายไม่ยอมลดละกันเลย ต่างฝ่ายต่างมีความโกรธ กันอย่างในบางครั้ง เหมือนกับจะต้องฆ่ากันให้ตายให้ได้จากเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ ความโกรธได้ถูกส่งเสริมขึ้นมาแล้ว และจะยังคงอยู่หากว่า หลายๆฝ่ายยังตั้งหน้าตั้งตาที่จะห้ำหั่นกันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่คำนึงถึง จริยธรรม
- ความหลง ไม่ต่างอะไรกับความโลภที่ ทั้งภาครัฐและนายทุนได้ทำให้ ผู้คนหลงงมงายกันไปต่างๆนานา ความหลงมิได้หมายถึงการที่ลุ่มหลงอยู่ในรูปธรรมเพียงอย่างเดียว หากแต่ว่า มันได้รวมไปถึงการที่ผู้คนลุ่มหลงในนามธรรมอีกด้วย ผู้คนเริ่มที่จะแยกแยะสิ่งที่เรียกว่า ตัวเองรักหรือตัวเองหลงไม่ออก ในบางครั้งหลงจนไม่ลืมหูลืมตา เป็นเหตุแห่งปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันนี้ การหลงอยู่ที่คนเพียงบางกลุ่มนั้นไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรม
เพราะว่าผู้คนไม่ควรที่จะไปยึดติดกับสิ่งใดๆ

เมื่อกิเลสนั้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว เราจะทำอย่างไรกับมัน เราจะระงับมันทำให้มันหลับใหลอีกรอบได้อย่างไร
สังคมถูกบิดเบือน ความถูกต้องไม่ชัดเจน หากไม่ใช่จากกิเลสที่มากมายแล้ว มันคงไม่มากมายเท่านี้

เฝ้าคอยความหวังเหมือนดั่งแสงหิ่งห้อยที่ปลายอุโมงค์


Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 22:44:19 น. 0 comments
Counter : 484 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]