ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

Chaos Problem ความโกลาหลแห่งปัญหา2

ทฤษฎีความโกลาหลที่ว่าด้วยเรื่องของ ความวุ่นวายและความสับสนต่างๆ ที่อ้างอิงไปถึงหลักการแห่งอภิปรัชญาของบ่อเกิดสรรพสิ่ง ที่ยังไม่อาจทำความเข้าใจได้ตลอดไปจนเป็นความไร้ซึ่งทฤษฎีรองรับ เป็นความโกลาหล เข้าทดแทน

ปัญหาที่ยุ่งเหยิง สลับซับซ้อนในสังคมปัจจุบันนี้เองที่เริ่มกลายสภาพเป็นความโกลาหลที่ไม่สิ้นสุด เพราะความเกี่ยวเนื่องและพัวพันของปัญหาต่างๆที่ไม่อาจแยกจากกันได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ปัญหาต่างๆเป็นเรื่องของความสัมพันธ์กันในเชิงโครงสร้างทางปัญหา และการถอดความของปัญหาต่างๆไม่สามารถที่จะมองและแก้ออกในลักษณะปัจเจกได้อีกต่อไป ต้องใช้ความเป็นสากลในการแก้ความเชื่อมโยงของแต่ละปัญหาไปพร้อมๆกันกับ การแก้ในตัวปัญหาเอง

การจะแก้ไขปัญหาหนึ่งโดยไม่ให้มีผลกระทบต่ออีกปัญหาย่อมเป็นไปไม่ได้ อย่างเช่นการจะแก้ไขปัญหาทางการเมืองโดยไม่แตะต้องส่วนที่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจเลย ย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นมิติของการแก้ปัญหาในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องของการแก้ไขภาพรวมไปพร้อมกับส่วนย่อย ซึ่งนั่นเองต้องอาศัยความจริงจังต่อการแก้ไข ประกอบกับวิสัยทัศน์ที่มองเห็นผลลัพธ์ที่จะตามมา

เรื่องประหลาดเกิดขึ้นมา เมื่อในสังคมเราเองมีคนเก่งและมีความสามารถมากมาย แต่ทว่าปัญหาที่รอการแก้ไขกลับไม่ลดลงนับวันจะมีมากขึ้น ปัญหาเก่าก็ไม่ได้แก้ไข ปัญหาใหม่ก็เพิ่มพูน ปัญหาเก่าและใหม่ผสมปนเปกันและเริ่มหมักหมมมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้เลย

ผลดีที่จะได้รับจากการแก้ไขปัญหาคืออะไร และผลเสียคืออะไร คือโจทย์ที่ต้องนำเอามาขบคิดกัน เพราะว่าในตอนนี้เราละเลยถึงเรื่องของประโยชน์ที่จะได้รับจากการแก้ปัญหาต่างๆไป เราพุ่งเป้าไปยังตัวปัญหาจนหลงลืมสิ่งแวดล้อมของตัวปัญหา และความทับซ้อนของปัญหาต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น ยิ่งทำให้เรายิ่งต้องแยกแยะปัญหาให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้นด้วย

ปัญหาต่างๆนั้นสร้างผลเสียต่อสังคมโดยรวม แต่ทว่าอีกด้านของปัญหาย่อมมีผู้คนได้รับผลประโยชน์จากปัญหาเหล่านั้นไม่มากก็น้อย ด้านมืดของปัญหาที่ไม่รับการเหลียวแล เพราะผู้คนจับจ้องแต่ด้านสว่างที่มองเห็นได้ชัดเจน และความสว่างเองก็เจิดจ้าจนบดบังความมืดจนน้อยคนนักจะหันไปเหลียวมอง ปัญหาหนึ่งๆมักสร้างผลเสียขึ้น และผู้คนมองแต่ผลเสียจนมองข้ามผลดีของปัญหานั้นไป

ผู้มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาอย่างที่เคยกล่าวไปแล้วในตอนก่อน มักจะเป็นผู้มีส่วนเอี่ยวในผลประโยชน์จากการแก้หรือไม่แก้ปัญหา และส่วนมากที่เป็นคือ หากปล่อยให้ปัญหาคงอยู่มีผลดีต่อพวกเขามากกว่าในกรณีปัญหาถูกแก้ไข

ผู้มีอำนาจยังมากด้วยผลประโยชน์เคลือบแฝง ซ่อนเร้นไว้ และไม่ให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปากมามีส่วนร่วมในการแก้ไข เช่น
- ปัญหาผู้คนด้อยการศึกษา ถ้าผู้คนได้รับการแก้ไขปัญหาคือการทำให้ผู้คนมีการศึกษา มีความคิดความรู้ และความคิดความรู้เหล่านั้นจะนำพาไปยังเรื่องของการสร้างสังคมและมีส่วนร่วมในเรื่องของอำนาจ และมีผลไปถึงการเมืองที่มีผู้มีเอี่ยวอยู่แค่ไม่กี่กลุ่ม นั่นย่อมทำให้อำนาจของผู้ปกครองสั่นคลอนได้ แล้วผู้มีอำนาจที่มีหน้าที่แก้ไขจะจริงใจแก้ไขให้ตัวเองเดือดร้อนทำไม
- ปัญหาความยากจน ถ้าผู้คนได้รับการแก้ไขให้มีฐานะดีขึ้นมีรายได้มากขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้นความสำคัญของผู้มีอำนาจจะลดลง นายทุนจะกำไรน้อยลง และส่วนแบ่งแห่งทรัพยากรของเหล่าผู้มีฐานะจะลดลง อีกทั้งยังเป็นข้ออ้างชั้นดีที่สามารถ้างได้ทุกยุคสมัยในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจน แต่นั่นก็เป็นเพียงอ้างเพราะหากทำให้หายจนจริงข้ออ้างที่๕ลาสสิกนี้จะใช้การไม่ได้อีกต่อไป ทำให้การคงไว้ซึ่งปัญหาย่อมเป็นผลดีต่อผู้ได้เปรียบอยู่แล้ว
- ปัญหายาเสพติด ผู้ที่ทำการค้าหรือมีผลประโยชน์กับส่วนนี้ได้ ต้องมีเครือข่าย อิทธิพล และอำนาจ การแก้ไขย่อมยากยิ่งเพราะผู้มีส่วนเอี่ยวย่อมต้องทำให้แก้ไขไม่ได้เพราะพวกของตนที่ได้รับผลประโยชน์มันมหาศาลกว่า การทำให้ผู้คนทั่วไปได้ประโยชน์ และเรื่องของยาเสพติดก็เป็นอีกหนึ่งข้ออ้างที่ใช้งานง่ายดาย เมื่อใดที่อ้างถึงยาเสพติดผู้คนย่อมปฏิเสธความเห็นด้วยไม่ได้ การทำให้มีอยู่เพื่อเอาไว้อ้างถึงย่อมดีกว่าไม่มีให้เอาไว้อ้าง
- ปัญหาคอรัปชั่น ที่ฝังรากลึกลงในทุกวงการและผู้ที่มีอำนาจแก้ไขก็มักจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระทำด้วย ไม่มากก็น้อย การจะแก้ไขจึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกกล่าวพูด หรือ รณงค์ผ่านสื่อ ผู้มีอำนาจเองก็ไม่อยากสูญเสียส่วนที่ได้ไป จึงไม่อาจแก้ไขได้โดยง่าย ประกอบกับการกระจายได้ได้ที่กระจุกตัวเพียงส่วนบน และจะให้ผู้คนส่วนกลางและล่างแก้ไข ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพรา ใครๆก็ย่อมต้องทำเพื่อปากท้อง จึงไม่อาจแก้ไขการคอรับชั่นได้ หากรายได้ยังไม่พอต่อการดำรงชีพ ซ่งนั้นย่อมพาดพิงไปถึงการครบงำวิถีชีวิตการดำรงชีพ
- ปัญหาการจราจร ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นก็ มีเรื่องของการได้ผลประโยชน์มากมาย จากหลายภาคส่วน ผู้ประกอบค้าน้ำมัน ผู้จำหน่ายยานพาหนะ ผู้ควบคุมเกี่ยวกับการจราจร และผู้ได้เปรียบทางสังคม เพราะว่าหากแก้ไขการจราจรให้มีความคล่องตัว มีความสะดวกมากขึ้น ผลประโยชน์ที่เคยได้จะลดลงมหาศาล ซึ่งนั่นยรวมไปถึง การดำเนินชีวิตของผู้คนทั่วไปที่จะทำให้มีเวลมากขึ้นและจะมีความสนใจเรื่องราวต่างๆมากขึ้นและดีขึ้นด้วย เพราะความเครียดลดลง และเวลามากขึ้นตามมา
- ปัญหาสุขภาพ ที่มีผู้มีเอี่ยวมากมาย ตั้งแต่ กลุ่มผู้รักษากลุ่มสถานบรการการออกกำลังกาย ไปจนถึง อาหารเสริมต่างๆ ปัญหาสุขภาพที่การป้องกันพื้นฐานคือการออกำลังกาย แต่ทว่าการทำให้คนได้ออกกำลังกาย จะมีผู้สูยฌสียมากมาย หากผู้คนเจ็บป่วยน้อยลง โรงพยาบาลก็จะขาดรายได้ไปไม่ไน้อย และหาก มีสถานที่ออกำลังกายมากพอ สถานบริการต่างๆก็จะมีปัญหาไปด้วย อีกทั้งหากผู้คนออกกำลังกายก็ไม่ต้องพึ่งพา เหล่าอหารเสริม อาหารบำรุงต่างๆ ที่มีมากมายในปัจจุบัน อีกทั้งการออกำลังกายและกีฬา ที่จะให้ ให้ผู้คนมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นย่อมไม่ใช่เรื่องราวที่ผู้มีอำนาจต้องการแน่นอน เพราะมันจะทำให้ ผู้คนได้คิดและได้สนใจเรื่องราวที่เป็นสาระมากขึ้น ที่จะส่งผลกระทบให้ผู้มีอำนาจต่อไป
- ปัญหาความบันเทิง ที่เฟ้อไปทั่วสังคม ผู้คนโหยหาแต่ความบันเทิงเพราภาวะผูกพันจากปัญหาอื่นๆที่ทับถมเข้ามา จนทำให้ต้องหันไปหาสิ่งบันเทิงเป็นทางออก และมีเพียงทางออกนี้ที่เหล่าผู้มีอำนาจกำหนดไว้ให้ เพื่อ ให้เรื่องราวของสาระความคิดความรู้บั่นทอนลงไป และเป็นการสร้างเกราะป้องกันฐานอำนาจของผู้มีเปรียบในสังคม ให้ ผู้คนเสพติดกับเรื่องราวที่ปราศจากสาระ จนผู้คนไม่อาจโงหัวขึ้นมามองดูความเป็นไปที่แท้จริงของสังคม และไม่มีความอยากยุ่งด้วยกับเรื่องราวของสังคม
- ปัญหาเด็กและเยาวชน ที่มักจะถูกหยิบยกมาเป็นข้ออ้างของผู้มีอำนาจทุกยุคสมัย การเอาเยาวชนมาเป็นโล่กำบังก่อให้เกิดการปิดกั้นและผลประโยชน์ย่มเกิดกับผู้มีเปรียบมากกว่าจะเกิดขึ้นกับตัวสังคมเอง ปัญหา เกม หรือการ์ตูน เด็กเกเร ช่างกลตีกัน สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงออกที่ภาครัฐเองบีบให้เป็น เพราะ การกดดันจากสังคมที่มุ่งเนให้เด็กและเยาวชน เรียนเพียงอย่างเดียวมากจนเกินไป การออกกำลังกายหรือกีฬา ที่เป็นทางออกที่อารยะเค้าใช้กัน กับไม่เป็นที่ต้องการ การคงไว้ซึ่งปัญหา เด็กและเยาวชน ย่อมทำให้ ข่ออ้างของภาครัฐขลังเสมอ เพราะมันเป็นข้ออ้างที่ฟังขึ้นตลอดมาและ ตลอดไป
- ปัญหาอาชีพที่ อาชีพที่ร่อยหรอ ลงทุกวัน ผู้คนตกงาน เป็นตัวแทนขายนั่นขายนี่เต็มบ้านเมือง เพียงเพราะว่า ระบบอาชีพที่มุ่งเน้นเพียงภาคธุรกิจ การเกษตรผู้คนก็เมินหน้าหนีไม่น้อยและหากหมดรุ่นนี้ ต่อไปภาคเกษตรคงไม่มี ภาคอุตสาหกรรมที่โรงงานปิดตัวลงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะ ไม่สามารถสู้กับจีนและเวียดนามได้ อีกทั้งฐานการผลิตที่ย้ายออกมาขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับระบบการศึกษาส่งเสริมให้ผู้คนเติมเต็มแต่สังคมเมือง ไม่สามารถขยายตัวออกส฿ทั่วประเทศได้ และ อาชีพที่จะทำให้มีรายได้ อยู่ได้ มีเพียงระดับกลางถึงบน
- ปัญหากีฬา ที่ไม่ได้รับการผลักดันเท่าที่ควร กีฬาที่จะสร้างประโยชน์ได้ตั้งแต่เรื่องสุขภาพ ไปจนถึงเรื่องจิตใจความีน้ำใจนักกีฬา แต่ทว่า บ้านเมืองไม่ส่งเสริมเพรามันไม่สามารถหารายได้ได้ วงการกีฬา เป็นการหารายได้แค่ฉาบฉวย ท้ายสุดก็มักไปจบลงที่ธุรกิจเสมอ นักกีฬาที่ได้เงินก้อนจะไปลงทุนทำธุรกิจร้านอาหารหรือ อื่นๆ เพราะวงการกีฬาของเราไม่สามารถเป็นที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนได้ ทำให้เด็กและเยาวชนเองก็ไม่ใส่ใจรวมไปถึงผู้ปกครองด้วย เพราะอนาคตไม่อาจฝากฝังไว้กัยเรื่องกีฬาได้ ไม่เหมือนกับวงการก๊ใษของประเทศอื่นๆที่สามารถเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้
- ปัญหาประชาธิปไตย ที่ผู้มีเปรียบทางสังคมพร่ำบอกว่ามันไม่เหมาะกับประเทศเรา การกระจายอำนาจให้อำนาจประชาชน เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะแบบที่พวกเขากล่าวอ้าวจริงหรือไม่ หรือ เป็นเพียงความพยายามที่จะบิดเบือนเจตนารมณ์ที่แท้จริง เพราะว่ามันอาจทำให้ประชาชนมีสิ่งที่ดีขึ้นและสิ่งที่ดีขึ้นมานั้นไปเบียดบังผลประโยชน์ของเหล่าผู้มีเปรียบทั้งหลาย การทำให้ผู้คนมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น ไม่เหมาะกับเราตามความเก็นของพวกเขา ปริศนาเพื่อคงไว้ซึ่งอำนาจอย่างนั้นหรือ
ยกตัวอย่างคร่าวๆ จะพอเห็นได้ว่า ปัญหา หลายๆอย่างมันสัมพันธ์กันไปหมด และนั่นรวมไปถึง เรื่องที่ผู้มีอำนาจส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปัญหาที่จะทำให้ผู้มีเปรียบทางสังคมเสียผลประโยชน์

ไม่ใช่เรื่องราวที่กล่าวเกินเลยไปกว่าความจริง ทว่ามันคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง แต่ความจริงมันก็ฝังลึกเกินกว่าจะขุดไปมอง หรือไม่ก็ โหดร้ายเกินกว่าจะรับได้ อีกทั้งยังสลับซับซ้อนจนยากเกินความเข้าใจ

ทั้งหมดก่อให้เกิด สภาพที่เรียกว่าโกลาหลโดยสิ้นเชิง เพราะไม่สามารถระบุต้นสายปลายเหตุได้เลย ความพวพัน และยุ่งเหยิง นำพาไปสู่การปล่อยปะละเลย โดยปราศจากความใส่ใจ และปัดทิ้งเพียงเพราะมันแก้ไขอะไรไม่ได้

ความโกลาหลแห่งปัญหา อย่างไรก็ตามทีมันย่อมมีวันแก้ไขได้ เพียงแต่คำถามที่ถูกไม่ใช่แก้ยังไง แต่เป็นแก้เมื่อไหร่

ไม่เริ่มก็แก้ไม่ได้ แล้วคนรุ่นต่อไปก็จะถามว่า คนรุ่นเราทิ้งปัญหาไว้ให้พวกเขาแก้ทำไม

แต่ท้ายที่สุด แท้จริงของปัญหาก็ คือ

ความจงใจที่จะไม่แก้ไขของผู้มีอำนาจแก้ไขมากกว่า


Create Date : 15 กันยายน 2550
Last Update : 15 กันยายน 2550 16:37:32 น. 1 comments
Counter : 506 Pageviews.  

 
ลงชื่อรับทราบ ---"


โดย: ตอบเบาๆเดี๋ยวตัวคิดถึงตกใจ วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:14:27:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]