ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

สังคมบริโภค(เปลือก)นิยม

บริโภคนิยม หมายถึงการเน้นการบริโภคอย่างเข้มข้น โดยใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่เพื่อการบริโภค เน้นการจับจ่ายใช้สอยเพื่อความเติบโตทางการตลาด หรือ พฤติกรรมของบุคคลต่างๆที่มีการลอกเลียนแบบ และตามแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ในชีวิตประจำวันจำพวกปัจจัย4 ที่อยู่อาศัย อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิเช่น ยานพาหนะ เครื่องมือสื่อสาร ฯลฯ

แต่ในความเป็นจริงที่นอกเหนือจากความหมายนั้น สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือ แท้ที่จริงแล้วนั้น สังคมไม่ใช่บริโภคนิยม หากแต่เป็น สังคมบริโภคเปลือกนิยม ต่างหาก

ผู้คนในสังคมต่างมุ่งมั่นขยันกันบริโภค เปลือกของสิ่งต่างๆ ไม่ได้บริโภคไปที่เนื้อแท้ หรือแก่นของสิ่งต่างๆ
เพราะหากผู้คนไม่เลือกบริโภคเพียงเปลือก คงไม่มีสภาพสังคมอย่างที่เราเห็นคุ้นตา ดังที่เป็นอยู่

ตัวอย่าง เรื่องของการบริโภคข่าวสาร
ข่าวสาร แก่นแท้ก็คือ สารที่นำเสนอให้เรารับรู้ข่าวคราว บ้านเมือง สังคม การเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวต่างๆ โลกาภิวัตน์ ทำให้ข่าวสารเคลื่อนที่เร็วขึ้น แต่นั่นกลับทำให้ผู้คนฉาบฉวยมากขึ้นตามไปด้วย ความก้าวหน้าต่างๆ ผู้คนรับรู้ เร็วขึ้น และลืมเร็วขึ้นด้วย เพราะข่าวสารใหม่ๆ จะเข้ามาแทนที่อยู่เรื่อยๆ จนในบางครั้งก็เป็นเรื่องของการสร้างข่าว เพื่อสร้างความสนใจต่อผู้บริโภคข่าวสารแขนงต่างๆ

แก่นแท้ก็ถูกลืมไป เพราะผู้คนสนใจเพียงเปลือกของข่าวสารต่างๆ ทั้งนี้เพื่อการนำไปพูดคุยกับวงสนทนาของตน หรือ เสพเพื่อความบันเทิงมากกว่าที่จะ เสพข่าวสารเพื่อประโยชน์ หรือเพื่อความรู้ (ด้วยเหตุผลที่มักได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ในลักษณะที่ว่า ชีวิตเครียดพอแล้ว รับข่าวสารต้องเป็นไปในแง่ความคลายเครียดมากกว่า ประกอบกับความคลั่งไคล้บันเทิงนิยมอย่างไม่ลืมหูลืมตาองผู้คนในสังคม)

และรูปแบบการนำเสนอที่ มักจะนำเสนอข่าวสารในรูปแบบเป็นกันเอง ให้ดูมีความบันเทิง โดยที่ไม่ได้มีการสนใจนำเสนอถึงเนื้อแท้ของข่าวสาร มากกว่าการพยายามสร้างความสนใจให้กับเปลือกของข่าวสาร ซึ่งในที่นี่ก็คือ ภาพการเล่าข่าว ภาพการอ่านข่าว หรือ แม้กระทั่ง หน้าตา ท่าทาง พิธีกร รูปแบบรายการ ที่มีการให้ความสำคัญมากไปกว่า เนื้อแท้ของข่าวสาร

รวมไปถึงข่าวสารในเชิงการเมือง ซึ่งเป็นไปในแง่ของการสร้างข่าว และการกลบข่าว รวมไปถึงการสร้างค่า สร้างภาพตามสื่อในทุกๆแขนง (ไม่ยกเว้นเวบบอร์ดเวบไซด์ ที่มีการสร้างมูลค่าสร้างข่าวสาร สร้างกระแส ให้กับกลุ่มต่างๆ)

และสิ่งเหล่านั่นก็คือ เปลือกที่ห่อหุ้มข่าวสาร และผู้คนชอบที่จะรับประทาน แต่ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างของเรื่องเพียงเรื่องเดียว ซึ่งในสังคมไม่ได้มีการเลือกบริโภคเปลือกเพียงแค่นี้

ดังนั้นการจะกล่าวว่า สังคมนั้นเป็นบริโภคนิยม ย่อม ไม่อาจจะกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำเพราะ ว่าไอ้ที่บริโภคนั้นมันแค่เปลือก หากไม่เลือกที่จะบริโภคแต่เปลือก เนื้อหา แก่นสารต่างๆต้องได้รับการบริโภคด้วย จึงจะเรียกได้ว่า เป็นสังคมบริโภคนิยม ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เลย

เปลือกดูสวยงาม กินได้ง่าย มีรสชาติอร่อย แต่ไร้ซึ่งคุณค่าสารอาหาร เป็นเพียงความอร่อยที่ฉาบฉวย ไม่ต่างอะไรจาก อาหารกินด่วนทั้งหลายที่ ไปเร็วมาเร็ว

เมื่อกินเปลือกหมด เนื้อใน และแก่นเมล็ด ก็ถูกทิ้งลงถังขยะอย่างไม่มีเยื่อใย เพราะ เนื้อในและเมล็ดเหล่านั้น ไม่สวยงาม กินยากกินเย็น รสชาติ อาจฝาดและขม ไม่อร่อยเท่าเปลือกที่ฉาบไว้ แต่นั่นคือสิ่งที่ดำรงค์คุณค่า เปี่ยมไปด้วยสารอาหาร

เราเลือกที่จะกินเนื้อแท้ กับเมล็ด และปอกเปลือกทิ้ง หรือไม่


Create Date : 18 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2549 18:11:18 น. 0 comments
Counter : 5201 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]