ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

ชราธิปไตย การปกครองของคนชรา โดยคนชรา เพื่อคนชรา

ประชาธิปไตย หมายถึง การปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน
แน่นอน ชราธิปไตย ก็ย่อมหมายถึง การปกครองของคนชรา โดยคนชรา เพื่อคนชรา

อ่านถึงตรงนี้ ก็ อาจคิดไปได้ว่า ต้องการถากถาง ด่าทอ เสียดสี เหล่า ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่เดินถือไม้เท้ากันไป กันมา ขวักไขว่ เต็มสภา แต่ไม่ใช่ครับ ไม่ได้จะว่าพ่อแก่แม่เฒ่าเหล่านั้นเท่านั้น

แต่ที่จะกล่าวถึงคือ ไม่ว่าจะยุคสมัยผ่านไปเท่าไร การปกครองยังคงเป็นเรื่องของผู้สูงวัย ไม่ใช่เรื่องของ คนอ่อนวัยกว่า มันไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นมา แต่ว่ามันเกิดมานานแล้วในสังคมของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ให้ความเคารพต่อผู้สูงอายุ แต่ว่านั่นมันคนละเรื่องกัน เพราะถ้าคุณจะกล่าวอ้างว่าประชาธิปไตย นั่นย่อมหมายถึงความมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน เน้นนะครับว่าทุกคน ไม่ใช่เฉพาะประชาชนคนแก่เท่านั้นที่มีอำนาจปกครอง

ที่ผ่านมาผู้อ่อนวัยกว่ามักตกเป็นเพียงเครื่องมือของเหล่าคนแก่ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะพยายามให้คนรุ่นใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองกันเพียงไร สุดท้ายก็ไม่เคยเห็นว่า ผู้อ่อนวัยกว่าจะได้อะไรขึ้นเป็นชิ้นเป็นอัน อย่างการลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 18 ปี ที่ไม่เห็นว่ามันจะช่วยให้เยาวชนได้อะไรขึ้นมาเลย เยาวชนเหล่านั้นได้มีส่วนร่วมในการปกครองตรงไหน แล้วไปๆมาก็กลายเป็นเครื่องมือให้ เหล่าคนชราเอาไปหาเสียงหรือซื้อเสียงซะงั้น

แล้วยุคสมัยที่ผ่านมา ก็ยังคงมองเห็นไม่เห็นว่า คนหนุ่มๆ คนสาวๆ คนรุ่นใหม่ได้ ก้าวเข้าไป หรือได้โอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมของการปกครองมากน้อยแค่ไหน เพราะจะมองไป ก็เห็นมีแต่หน้าตา ริ้วรอยเหี่ยวย่น ของเหล่าคนแก่ป้วนเปี้ยนกันไป ในสภา ราวกับว่าจะยึดครองไว้เพื่อเป็น สถานคนชราก็ไม่ปาน

ประสบการณ์ เป็นข้ออ้างที่ฟังขึ้นทุกยุคสมัย คำกล่าวอ้างเพื่อการสร้างความชอบธรรมให้กับคนแก่ ที่ในบางครั้งอาจไม่ได้มีอะไร ดี ไปกว่าคนรุ่นใหม่เลย ครั้นจะต้องปลดระวางย่อมไม่ง่ายดาย เพราะฐานอำนาจย่อมคงอยู่และไม่สั่นคลอน จากการอยู่มานาน ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ภาครัฐหรือ เอกชน เหล่าคนแก่มัก จะนำเอา คำศักดิ์สิทธ์ นี้มาท่องบอกกล่าวแก่ เหล่าพนักงาน ลูกจ้างทั้งหลายแหล่ ให้รอ อายุงาน ประสบการณ์ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เลย ที่ในหลายๆครั้งคนดีๆ คนรุ่นใหม่ ผู้อ่อนวัยกว่า ไม่สามารถที่จะ ทำอะไรได้ เพียงเพราะ พวกเขาอายุ(แน่นอนรวมไปถึงประสบการณ์ด้วย)น้อยกว่าเพียงเท่านั้น

อันว่าความชราภาพ นำมาซึ่งสมรรถภาพที่ลดหย่อนไปตามอายุขัย หูตา ฟ้าฟาง กระดูกกระเดี้ยวไม่ดี ขาเขอไม่มีแร็ง โรคอะไรต่อมิอะไร ปะเดปะดังกันเข้ามา ในเมื่อสภาพต่างๆลดหย่อนลงไปมากมาย เราจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าในการที่เค้าบอกว่าอาสา มาทำงานล่วงเวลาในครั้งนี้นั้น เค้าทำเพื่ออนาคต ของเหล่าลูกหลานเขา ทำเพื่อคนรุ่นใหม่ หรือ ผู้อ่อนวัยกว่าจริงหรือ เค้าจะมองเห็นอนาคตของเหล่าคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร ในเมื่อตัวพวกเขาเอง ยังอ่านตัวหนังสือของรัฐธรรมนูญที่อยู่ตรงหน้าและร่างกันมาเองและฉีกกันเองไม่ชัดเจนเลย จะเอาอะไรไปมองอนาคต และวิสัยทรรศน์

ยิ่งได้เห็นพฤติกรรม ที่ยกบ้านบ้านแค มาทำงานกันแล้วนั้น ยิ่งทำให้ รู้สึก กระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก ทำไม ถึงต้องเป็นเหล่าคนแก่ ประเทศนี้มีแค่คนแก่เท่านั้นหรือ ที่จะแก้ปัญหาประเทศได้ แล้วคนอ่อนวัยกว่าทำไมถึงไม่ได้ รับโอกาสให้เข้าไปมีส่วนร่วม คนแก่เท่านั้นหรือที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้

รัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ถูกฉีกทิ้ง แล้วก็เตรียมเอาผู้เฒ่าผู้แก่ มาร่างกันใหม่ ไม่เห็นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่อายุน้อย มีแต่ทุกภาคส่วนของผู้มีอายุถึงจะได้เข้าไปร่าง หากเป็นเช่น ก็คงไม่พ้นคำว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนอาวุโส

แล้วจะไม่ให้ เรียกว่า ชราธิปไตยได้ อย่างไร
การปกครองของคนชรา (ก็ปกครองกันอยู่เห็นๆ)
โดยคนชรา (โดยปืนชราด้วย ไม่รู้รถถังชราหรือเปล่า)
เพื่อคนชรา? (อันนี้ยังต้องรอดูกันต่อไป)


Create Date : 22 มกราคม 2550
Last Update : 22 มกราคม 2550 20:20:10 น. 1 comments
Counter : 467 Pageviews.  

 
ชราแล้วดี ก็มี
ชราแล้วไม่ดี ก็มาก

ปัญหาคือ ทำไงคนชราถึงจะมีความคิดที่ไม่ชรา ไม่หลังเขาน่ะ


โดย: Plin, :-p วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:22:31:19 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]