ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

Pollution of Thinking

ภาวะมลพิษทางความคิด

มลพิษที่ หมายถึง สภาวะแวดล้อมที่ไม่สะอาดก่อให้เกิดความเสียหายและเป็นอันตรายต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งปกติแล้วมลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง มลพิษทางสายตา ฯลฯ เราเคยได้ยินกันมาเป็นปกติ เพราะเป็นสิ่งที่สังคมเมืองหลีกเลี่ยงได้ยากยิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะส่งผลร้ายในรูปแบบของการสะสมสารพิษ

ส่วนมลพิษ ทางความคิด ที่จะกล่าวถึงก็ คือ สิ่งที่ไม่สะอาดทางความคิดที่ ก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจ รบกวนความคิดและทำให้เกิดการสะสมซึ่งความรำคาญในรูปแบบต่างๆที่ จะคอยทำความรำคาญให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษที่กล่าว

การได้รับมลพิษทางความคิดนั้น ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ก็คือการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อ ต่างๆ แล้วเรื่องราวเหล่านั้นสร้างผลกระทบต่อสภาวะทางความคิดของผู้นั้น หรือ เป็นการสั่งสมมลพิษทางความคิดขึ้นในกระบวนการทางความคิดของผู้ได้รับมลพิษ

อย่างระบบข่าวสารที่ค่อนข้างจะเป็นมลพิษต่อความคิดของผู้คน(ในมุมมองของตัวผู้เขียนเอง) อย่างข่าวพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งในปัจจุบันที่พบเห็นได้ก็ คือ ข่าวร้ายซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น นี่คือตัวอย่างของมลพิษทางความคิดอย่างหนึ่งเพราะว่าการที่ผู้คนได้รับพิษเหล่านี้เข้าไปสะสมมากๆ ยิ่งขึ้นไปก็ น่าจะก่อให้เกิดผลเสียกับกระบวนการทางความคิดที่นับวันจะด้อยประสิทธิภาพลงเรื่อยๆ

ที่ยกตัวอย่างข่าวร้ายก็คือ การที่คนเรารับรู้ข่าวสารที่เป็นข่าวร้ายมากๆขึ้น ซึ่งผมถือว่าเป็นมลพิษ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์ทางความคิด ถึงมันไม่ได้ทำลายโครงสร้างทางความคิดแต่ทว่าตัวมันเองเป็นมลพิษที่จะกัดกล่อนให้ผู้ที่ได้รับการสะสมนั้น มีกระบวนการความคิดที่ถูกพิษทำอันตรายลงทีละนิด ก็คือ ผลลัพธ์ที่ความชาด้านของกระบวนการความคิดที่จะมีต่อข่าวสารหนึ่งๆ ลดลงไป เพราะ ความเคยชินที่มีต่อ หัวข้อข่าวนั้น จนในที่สุด มลพิษนั้นๆก็จะทำลาย กระบวนการความคิดลงจนเป็น การไม่รู้สึกรู้สาต่อ ข่าวสารที่เกิดขึ้น และไม่ได้ มีความคิด การับรู้ต่อข่าวสารๆนั้น เป็นความชาด้านไป จนไม่ว่าข่าวสารนั้นจะเลวร้ายเพียงใดก็ไม่รู้สึกรู้สา

ความเป็นมลพิษทางความคิดยังคงเห็นไปชัดอีกส่วนคือ การโต้แย้งอย่างไร้จุดหมายปลายทางของการเมือง คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นมาให้เห็นอยู่เนืองๆ อย่าง การโต้แย้งที่เอาเรื่องของความรักใคร่ชอบพอ เรื่องผลประโยชน์ นำมาเป็นประเด็นให้เกิดการเผชิญหน้าของมวลชน โดยที่หาบทสรุปไม่เคยได้จนถึงทุกวันนี้ที่ ก็ ยังคงความคลุมเคลือ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นมาแรมปี ผู้คนยังคงสับสนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะว่า นี่คือ มลพิษทางความคิดของเหล่าผู้มีอำนาจก่อสร้างมันขึ้นมา แล้วก็ กระทำการ ปล่อยสารพิษที่ทำร้ายความคิดของผู้คนในสังคม จนกระทั่งมลพิษที่สะสมมากขึ้นจะทำลายระบบความคิดของผู้คน ให้ตายหายไปเอง เพราะ คิดไปก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นมา จนความคิดเชิงการเมืองเป็นเรื่องที่ผู้คนหันหลังให้และ ปล่อยไปตามยถากรรมในเงื้อมือของเหล่าผู้ ปล่อยมลพิษเอง

จะให้ชัดไปอีกส่วนก็ คือ เรื่องของมลภาวะที่ปกคลุม โลกอินเทอร์เน็ต ที่เป็นโลกเสมือนและเริ่มที่เติบโตขึ้นทุกๆวัน ที่กล่าวว่าโลกอินเตอร์เน็ตมีมลพิษอยู่ คงไม่เกินเลยไปเท่าไหร่ แต่ทว่า มลพิษที่ขอกล่าวถึงไม่ใช่มลพิษแบบที่เหล่าผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยความรักและความหวังดี ต่อเยาวชนที่จะเติบโตมาเป็นอนาคตของชาติ มองว่าเป็นเรื่องเลวร้ายอย่าง พวก แคมฟร๊อก หรือ พวกเว๊ปโป๊ ฯลฯ

แต่ตัวผู้เขียนจะพุ่งเป้าไปที่ กระดานสนทนา ที่เริ่มมีภาวะที่เริ่มเป็นมลพิษมากขึ้นและ หากสะสมเอามลพิษอย่างต่อเนื่องก็ อาจจะทำให้ พิษที่สะสมไว้ออกอาการได้ สิ่งที่เรียกว่าเป็น มลพิษ ในกระดานสนทนา โดยส่วนตัวก็ คือ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบ ไร้ซึ่งความจริงใจในการถามหรือตอบ และนั่นก็จะนำพาไปสู่ ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครต้องการจากการอ่านกระดานสนทนา เพราะเท่าที่เห็นจะมีผู้คนอยู่บางกลุ่มที่ก่อให้เกิดสภาวะเป็นพิษทางกระดานสนทนาอยู่

อย่างพวกนักโพสรับจ้าง หรือกองเชียร์ กองเชลียร์ ต่างๆ ที่ มาเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้เหล่าผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนๆ มันก็ คือ ผู้ช่วยกันก่อร่างสร้างมลพิษไม่ต่างกันหรอก มานั่งทะเลาะกัน โดยไม่เห็นว่ามันจะเกิดประโยชน์อะไรตรงไหน รังแต่จะทำลายโลกอินเตอร์เน็ตไปเปล่าๆ อย่างสภาพการณ์ที่ผ่านๆมา ผู้คนทั่วไปๆ ต้องหนีออกจากห้องที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับการเมือง ของกระดานสนทนาชื่อดังเพราะ ว่าการโต้แย้งกันของ 2กลุ่มผู้รักและฝักใฝ่ กลุ่มอำนาจ นี่คือสภาวะการเป็นมลพิษเพราผู้คนทั่วไปต้องหลีกเลี่ยงออกมา และ ก็เป็นมลพิษทางความคิดเพราะในที่สุด ความคิดเห็นที่มีต่อการเมืองก็จะตายด้านลงไป

อย่างอีกพวกที่ได้รับการขนานนามกันว่าเกรียน นี่คือกลุ่มใหญ่เป็นผู้ปล่อยมลพิษออกมาสู้พื้นที่สาธารณะของโลกไซเบอร์ เพราะว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะทำการตั้งคำถามและตอบคำถามที่ ไม่สร้างสรรค์(ตรงส่วนนี้ขอให้ไปหาข้อมูลตีความกันเอาเอง) ซึ่งปรากฏอยู่ในกระดานสนทนาทั่วไป

กลุ่มต่อมาก็น่าจะที่เคยกล่าวๆ ถึงไปบ้างแล้ว จาก ข้อเขียนชุดเก่า ๆ อย่าง บางกลุ่มที่ จิตใจตีบตัน หรือว่ากลุ่มที่มีความอดทนต่ำ กลุ่มหลอกตัวเอง ฯลฯ

มลพิษที่เริ่มแผ่ขยายและปกคลุมไปตามกระดานสนทนาต่างๆ ซึ่งไม่ว่าที่ไหนๆ ก็เหมือนๆ กัน ดังนั้นมันคือบรรยากาศของโลกไซเบอร์ที่เป็นมลพิษมากขึ้นทุกๆวัน

วิธีการที่จะแก้ไขนั้น ก็ไม่อาจจะทราบได้ เลย เพราะ ถึงตอนนี้เอง ผู้คนก็เริ่มที่เคยชินกับมลพิษนั้นๆที่ทำลายระบบความคิดของผู้คนลงไป ความชาด้านไม่รู้สึกรู้สาที่เริ่มก่อตัวมากขึ้น จะนำไปผู้คนไปสู่ที่จุดไหน ยังไม่อาจคาดเดาได้

แต่ที่ทราบแน่ชัดคือ มลพิษทางความคิดมันมีอยู่ และมันเริ่มมีมากขึ้น เรื่อยๆ


Create Date : 17 เมษายน 2550
Last Update : 17 เมษายน 2550 20:32:19 น. 1 comments
Counter : 415 Pageviews.  

 
อย่าเพิ่งท้อ เราเป็นมนุษย์เราต้องสูดมลพิษต่อไป (อ่ะจ๊าก )

มนุษย์สายพันธุ์ใหม่จะปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ได้กับมลพิษ

ต่อไปเขาจะเรียกมลพิษว่า ออกซิเจน แระหร่ะ

คิดแล้วเจ๊แซด


โดย: floral_flory วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:8:14:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]