ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

เลิกทะเลาะกัน บ้องตื้น หรือ สติไม่สมประกอบ ถึงคิดออกมาได้

การที่จะบอกว่าตอนนี้สังคมแตกร้าว มีแต่เหตุการณ์ทะเลาะกันต่างๆ เรื่องราวเหตุการณ์ของสังคมนั้นก็น่าจะเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาผู้คน ทุกคนรับรู้อยู่แก่ใจ ไม่ใช่ว่าคนอื่นๆตาบอกหูหนวก เป็นใบ้ ที่จะทำให้คนอื่นๆนั้นไม่รู้ว่าในสังคมตอนนี้ทะเลาะกัน สื่อต่างๆก็นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นสื่อไหนๆก็ตามก็น่าจะเห็นได้ หนังสือพิมพ์ก็พาดหัวการทะเลาะอยู่ทุกวัน ข่าวทีวีก็รายงานแทบจะทุกชั่วโมง่ามีเรื่องราวความขัดแย้งกันในสังคม

เรื่องที่จะมาแยกว่าเป็นใครกลุ่มไหนทะเลาะกัน คงไม่ค่อยน่าพิสมัยเท่าไหร่เพราะก็น่าจะรู้ๆกันอยู่ดีแล้ว มันก็เป็นเรื่องของการต่อสู้กันของอำนาจ2ขั้ว ที่แก่งแย่งชิงฐานอำนาจกัน อันไหนจะเลวกว่าอันไหนอย่าไปพูดถึงเลย

ที่น่าจะพูดถึงและน่าสนใจกว่าคือ พวก กลุ่มคนบางกลุ่มที่พยายามบอกว่าตนเองเป็นกลางเอย ไม่ชอบเห็นการทะเลาะเอย พวกที่ต้องการความสมานฉันท์ ต้องการความสามัคคี แบบไม่ได้ดูหัวดูหาง ไม่ได้สนใจต้นเหตุสาเหตุ อะไรต่างๆ สักแต่ออกมาพูดพล่ามแบบคนบ้าบอ ไร้ซึ่งเหตุผล ไม่รู้ว่าจงใจแอ๊บแบ๊วรึเปล่า หรือว่า แบ๊วจริงๆเองตามธรรมชาติ

เห็นมีอยู่หลายกลุ่มออกมาเรียกร้องความสงบ แบบต่างๆ นั่นหมายถึงอะไร หมายถึงว่า คุณไม่เคารพในความคิดของผู้อื่นเลย คนที่ออกมาทะเลาะกันจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม คนเหล่านั้นย่อมมีเหตุและผล แต่อยู่ๆคุณเดินมาบอกว่า ไม่สนใจเหตุผลหรอกจะทะเลาะกันมาจากไหน จะบาดหมางขัดแย้งมายังไง ตอนนี้ขอให้ดีกัน เอาอะไรคิด ไม่รู้ว่าสมองยังทำงานดีอยู่หรือเปล่า หรือเอาไว้แค่คั่น2หูแค่นั้น

พวกที่น่ารังเกียจและเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตยที่สุด ก็คือคนกลุ่มที่อ้างความเป็นกลางนี้เอง คนพวกนี้เป็นเหมือนกับคนที่มือไม่พายแล้วยังลงไปว่ายน้ำเล่น ขวางทางเรืออีกต่างหาก คือไม่ช่วยไม่คิด ยังไปขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยอีก

การที่คนคิดไม่เหมือนกันมันเรื่องปกติ ฝาแฝดตัวติดกันยังคิดไม่เหมือนกันเลย คุณเป็นตัวอะไร อยู่ๆจะมาบอกให้คนอื่นๆ คิดเหมือนคุณ บอกให้สมานสามัคคี แบบนี้ก็ไม่ต่าสงอะไรกับเผด็จการทางความคิดที่ขีดเส้นความดีขึ้นมาหนึ่งเส้นแล้วบอกว่าเออ ตรงนี้ดี ล้ำเส้นนี้ไปถือว่าเลวชาติ แบบนั้นรึไง

อยากให้คนกลุ่มที่ออกมาพูดแบบนี้ เข้าใจว่าอะไรคือ ประชาธิปไตย มันคือการยอมรับฟังความคิด ความเห็นคนอื่นๆ ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ ตามหลักประชาธิปไตย จะทะเลาะอะไรกัน ถ้ามันยังอยู่ในกรอบของกฏหมายอยู่ก็ จงตะหนักไว้ว่า มันคือประชาธิปไตย ถ้ามันล้ำกรอบออกมาก็ไม่ใช่ เรื่องของหลักการ สิทธิ เสรีภาพ มันเป็นเรื่องพื้นๆ ของประชาธิปไตย พวกคุณยังไม่รู้เลย จะออกมาเรียกร้อง ให้สมานฉันท์ พุดโธ่

ปัญหาบ้านเมืองที่เกิดๆ กันมาแต่สมัยไหน ก็ไอ้พวกเผด็จการทางความคิดแบบนี้แหละ ที่สักแต่คิดเองเออ เองไม่ดูอะไรเลย สภาพแวดล้อม เหตุผลต่างๆ ไม่เคยมีในหัว พอเผด็จการทางความคิดแบบนี้แพร่ไปเรื่อยๆ มันก็จะมาลงอีหรอบเดิมคือ พอถึงจุดนึงคนอื่นคิดไม่เหมือนก็มีปัญหา วนไปวนมาไม่จบไม่สิ้น

ไอ้ที่มันวุ่นวายกันอยู่ๆ นี่แหละคือประชาธิปไตย ตะหนักใส่ะโหลกบื้อๆ ไว้เลย เพราะประชาธิปไตยมันคือการเห็นต่าง สิ่งที่สำคัญสุดคือ ต้องหาข้อสรุปของความต่างให้ได้ และเป็นการประนีประนอมทางความคิดไม่ใช่เผด็จการทางความคิด และบ้านเมืองก็ต้องมีกฏหมายที่สร้างความเป็นธรรม เน้นนะ สร้างความเป็นธรรมในสังคม (ตรงนี้ไม่เคยมี มีแต่ ทีใครทีมัน ) บ้านเมืองมีนเลยเดินไปไม่ถึงประชาธิปไตย แล้วไหนจะมาเจอพวกมนุษย์สันติสุขเข้าสายเลือด แบบไม่รู้เหนือรู้ใต้แบบคนกลุ่มบ้านี้อีก ยิ่งไปกันใหญ่

อยากจะบอกให้พวกคนกลุ่มที่ออกมาเรียกร้อง สันติสุข สามัคคี กลับไปนั่งคิด นอนคิด ยืนคิด ตรองดูใหม่ว่า อะไรที่ตัวเองเรียกร้อง ความสามัคคี สมานฉันย์ อะไรนั่นมันง่ายแบบนั้นเลยเหรอ แค่คุณเดินมาบอก เออ เรารักกันเถอะนะ อย่าไปทะเลาะกันอีกเลย คุณไม่เคยสนใจและใส่ใจในความเป็นไปจริงๆเลยนี่หว่า

ไม่ได้สนใจเหตุการณ์บ้านเมืองเลยหรืออย่างไรว่า เรื่องที่ทะเลาะกันอยู่มันคืออะไร สื่อก็ลงให้ดูให้อ่านเยอะแยะ ไม่มีความคิดจะดูบ้างหรือไง ไม่ได้รู้เรื่องอะไร ก็ออกมาพร่ำบอกให้คนอื่นรักกัน สติยังดีอยู่หรือเปล่าไม่รู้ ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ก็ออกมาเรียกร้อง ทำแบบนี้คงจะหวังผลว่าพอทำแล้วตนเองจะดีเลิศประเสิฐศรี เป็นเหล่าพ่อพนะแม่พระที่สังคมจะเชิดหน้าชูตามากกว่า ไม่ได้มีความหวังดีแบบเนื้อแท้หรอก


Create Date : 19 มิถุนายน 2550
Last Update : 19 มิถุนายน 2550 23:06:54 น. 0 comments
Counter : 463 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]