ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

หรือเราใจแคบเกินกว่าประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยต้องใจกว้าง น่าจะเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง เพราะว่าเสียงข้างมากไม่ได้ถูกต้องไปทั้งหมด และเสียงข้างน้อยก็ไม่ใช่ความผิด การเปิดใจยอมรับความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน คือหนทางตามครรลองของประชาธิปไตย

เสียงข้างมาก 51 คน ไม่ได้หมายถึงคนที่ไม่เห็นด้วย 49 คน กลายสภาพเป็นผู้มีความผิด ผู้ไร้ความคิด ไร้ปัญญา ไร้การศึกษา แต่อย่างใด แต่นั่นหมายถึง 49คนนั้นเลือกที่จะไม่เห็นด้วยตามหลักพื้นฐานที่พวกเขามี คือเรื่องของความเท่าเทียมของเสียง 1เสียงที่เท่าๆ กัน

แต่กระนั้นเอง เมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นไปอย่างใจ หลายๆครั้งก็เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ทั้งนองเลือด และไม่เสียเลือดเสียเนื้อ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความใจดำที่ไม่ยอมรับ เรื่องของความเท่าเทียมในเสียง ที่ควรจะต้องเท่ากัน

เสียงที่เท่ากัน เป็นหลักพื้นฐานอย่างง่ายๆที่ใครๆก็รู้ แต่แล้วพอมีปัญหา เสียงบางส่วนจะถูกทำให้ด้อยค่าลง และเสียงบางส่วนจะถูกยกระดับขึ้น ทำให้ เสียง 1 เสียง ไม่เท่าเทียมกัน

นั่นเป็นสิ่งที่อาจเรียกได้ว่า คนบางส่วนใจแคบเกินกว่าจะยอมรับความเท่าเทียมกันของคะแนนเสียงได้ การกล่าวหาโจมตีเสียงอีกด้าน หรือแม้กระทั่งการยกระดับเสียงตัวเอง เป็นเรื่องตลกที่น่าเศร้าใจไม่น้อย เพราะนี่ยังแค่เรื่องเสียง 1เสียงที่ต้องเท่ากันในการลงคะแนน ยังเป็นแบบนี้

แล้วเรื่องราวอื่นๆ ที่เราจะต้องพึงมีพึงได้รับในประชาธิปไตย จะมีขึ้นมาได้อย่างไร ในเมื่อแค่ one man one vote ยังถูกทำให้ไม่เท่าเทียมกันได้ ด้วยกระบวนการบิดเบือนทุกรูปแบบที่จะงัดเอามาใช้ใส่กัน

เรื่องของสิทธิ เสรีภาพ ที่จะประชาชนทุกคนจะต้องได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ก็คงเป็นเรื่องราวในนิทานปรัมปรา ที่คอยเล่าให้ลูกหลานไว้ฟังก่อนนอน ว่าในสมัยก่อนนั้น มนุษย์ในเมืองแห่งเทพนิยายมี สิทธิ เสรีภาพ ที่เท่าเทียมกัน

หรือว่าความเท่าเทียมกันที่ต้องอาศัยการเปิดใจให้กว้างพอที่จะยอมรับ ความเป็นมนุษย์ที่มีเหมือนๆกัน นั้นมันยากเย็นแสนเข็ญสำหรับบางสถานที่

อาจเพราะยังมีเหล่าผู้ที่ยังไม่พร้อมจะเปิดใจยอมรับความเท่าเทียมของมนุษย์อยู่ จึงพยายามทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียมให้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

แล้วผู้คนทั่วไปนั้นใจกว้างพอหรือยัง เพราะเมื่อวันข้างหน้าเหล่าผู้ที่ยังใจคับแคบจากไป ผู้คนเหล่านั้นจะมาแทนที่ในรูปแบบไหน


ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเสมอๆ


เมื่อจิตใจของผู้คนเปิดกว้าง เมื่อนั้นผู้คนก็จะพร้อมสำหรับประชาธิปไตย


Create Date : 21 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2550 18:46:42 น. 0 comments
Counter : 489 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]