ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

ฉาบฉวย

ความฉาบฉวยที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ความฉาบฉวยขยายตัวไปมากขึ้นเรื่อยๆ จนผู้คนไม่ทันจะรู้ตัวเองด้วยซ้ำไปว่า สิ่งที่ทำ ต่างนั้นมันฉาบฉวย

ฉาบฉวยคืออะไร ชั่วครั้งชั่วคราว, ขอไปที, ไม่จริงจัง นั่นคือความหมายของมัน
แล้วตอนนี้ผู้คนทำอะไรฉาบฉวยแบบนั้นจริงหรือไม่

อาจด้วยสังคมที่รีบเร่ง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ ความฉาบฉวย ต่างๆเกิดขึ้นมาเพราะความเร่งด่วน จึงไม่มีการรอช้า การทำอะไร ด้วยความรวดเร็วย่อมต้องดีกว่า ซึ่งรวดเร็วกับฉาบฉวยนั้นมันแตกต่างกัน

เพราฉาบฉวยมันเป็นการทำแบบ สักแต่ให้มันผ่านๆไป และมันไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานอีกต่อไปแล้ว แต่มัน แทบจะปรากฏไปหมด แทบทุกส่วนของชีวิตประจำวัน

คนเรามีอะไรแบบฉาบฉวยเข้ามาในชีวิตมากมายไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นในระดับกว้างหรือระดับแคบ
การเมืองก็มีแต่นักการเมืองฉาบฉวย มาๆไปๆ แบบชั่วครั้งชั่วคราว
เศรษฐกิจก็มี แต่ ความฉาบฉวย ไม่มีการแก้ไขที่แน่นอนอะไรเลย ดอกเบี้ย น้ำมัน ทอง
สังคมก็เต็มไปด้วยความฉาบฉวยบังหน้ากันของผู้คน
สื่อต่างๆ ข่าวสารก็มีแต่ข่าว สาร ฉาบฉวยที่มาเร็วไปเร็วแล้ว ก็ ลืมๆ กันไป
แฟชั่นเสื้อผ้าการแต่งตัวก็ เต็มไปด้วยความฉาบฉวย ที่แป๊ปก็ตกยุค ตกเทรนด์ แต่ก็ยังตามกันไป
มือถือ อุปกรณ์ไฮเทค ก็ฉาบฉวยไม่ต่างกัน เพราะ เทคโนโลยีมันมาเร็วไปเร็วจริงๆ สมัยนี้ แต่เราก็ยังไล่ตามกับมัน
อาหารการกินเอง พวกฟาสฟู๊ดที่ผุดขึ้นมาก็ปฏิเสธความฉาบฉวยไมได้เพราะว่ามันเป็นฟาสฟู๊ด แต่ถึงไม่ฟาสฟู๊ดมันก็มีเรื่องของกระแสต่างๆ อาหารญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนามฯลฯ ซึ่ง มันก็มาเร็วไปเร็ว แป๊ปๆ
ฯลฯ


ส่ง sms เสียครั้งละ6 บาท 9 บาท เพื่อให้มันขึ้นอยู่บนหน้าจอไม่กี่วิ และบางครั้งก็ไมได้ขึ้นด้วยซ้ำ ได้มาแค่ความฉาบฉวยที่ผ่านมาแล้วก็ไป แค่นั้น เอง ได้แค่ความพึงพอใจชั่วเสี้ยววิ

บางพวกก็พยายามกันเข้าไปที่จะมีชื่อเสียงกันในเว็บบอร์ด ทำตัวเกรียน ทำตัวล่อเป้า ชื่อเสียงที่ไม่ได้จีรังยั่งยืน ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วจะพยายามดังกันไปทำไม ชื่อเสียงแบบฉาบฉวยนี้กลับ มีคนเลือกทำมากขึ้นเรื่อยๆ ซะอีก

แล้วยังมีที่อยากดังทางลัดก๊อปปี้ผลงาน เพื่อให้ตัวเองดูดี มีชื่อเสียง ที่การก๊อปปี้ผลงานแบบนี้ เริ่มเป็นพฤติกรรมที่ระบาดไปทั่วอินเทอเน็ต ทำอะไรแบบฉาบฉวย คิดว่าคนอื่นไม่รู้ ตามไม่ทันตัวเอง หลายๆครั้งที่คนพวกนี้ถูกจับได้ ก็ ไม่มีความสำนึกผิด มันง่ายดายและฉาบฉวยมากที่ทำแบบนี้จึงเป็นที่นิยม อย่างนั้นหรือ

บางพวกก็ทำตัวเป็นกูรู กูเกิ้ล ใครถามอะไรก็ไปหาจากกูเกิ้ลมาโปะให้ เสมือนหนึ่งว่าตนเองรู้ หรือไม่ก็ กูรู หน้าเดียว ที่ไปอ่านใจความหลัก หรือ เนื้อหามาซักหน่อย ไม่เกิน1หน้า แล้วมายำ ผสมปนเป สร้างเนื้อหาวิชาใหม่ๆ ทำตัวเป็นเกจิอาจารย์ ศาสดาองค์ใหม่ ความรู้มันไม่ใช่เรื่องราวที่ฉาบฉวยแบบนั้นนะครับ รู้แค่นั้นแล้วพอ นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าฉาบฉวย ความรู้มันเป็นการต่อยอดไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ เอามานิดๆหน่อย แล้วคือรู้ ความรู้แบบฉาบฉวยนี้ ก็ฮิตมากในอินเทอเน็ต คงเพราะมันทำได้ง่าย


ความฉาบฉวยในอินเทอเน็ตนี้เองมันคงมาจาก ส่วนหนึ่งที่ว่าการกระทำเหล่านี้ ไม่ต้องปรากฏโฉมหน้าที่แท้จริง จะ เป็นไอ้แดง ไอ้ดำที่ไหนก็ทำได้ ความฉาบฉวยที่ถ้าในสังคมจริงอาจจะต้องมีใบหน้าที่คงทนพอควรเพราะอาจจะต้องอับอายบ้างในบางครั้ง แต่ในโลกเสมือน ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น ผู้คนพากัน ฉาบฉวยบนเน็ตกันยกใหญ่

สังคมเรามันไม่ต้องการความจีรังยั่งยืน อีกแล้วหรือ ความฉาบฉวยมันถึงได้ฉาบเคลือบไปทั่วทั้งสังคมแบบนี้
มองไปทางไหนก็สามารถพบเจอได้ ไม่ยาก ไล่ตั้งแต่ผู้ใหญ่ เด็ก วัยรุ่น คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา มีทุกวงการมีทุกอาชีพ ยากดีมีจน ก็ไม่พ้นทำอะไร แบบฉาบฉวยขอไปทีเหมือนๆ กัน มีแต่ความฉาบฉวยบังหน้า


การมีอยู่ของสิ่งต่างๆที่ฉาบฉวยเราห้ามมันไม่ได้ แต่ที่คนเราสามารถทำได้คือการไม่ไปฉาบฉวยตามมัน
แต่ใช่ว่าคนเราตอนนี้มีทางเลือกมากมายนัก


Create Date : 08 มีนาคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2551 3:14:59 น. 1 comments
Counter : 1837 Pageviews.  

 
เห็นด้วยนะคะ
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ


โดย: PPpIRCU วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:22:46:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]