ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

สื่อลามก ในสังคมดัดจริต

สื่อลามกอนาจาร ซึ่งในตอนนี้ได้รับการกล่าวถึงและได้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคำกล่าวนี้ไม่น้อย และล่าสุดก็คือ พ.ร.บ. 2 ฉบับ ฉบับแรก คือ พ.ร.บ. ความผิดคอมพิวเตอร์ และอีกฉบับคือ พ.ร.บ.ปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย

คำว่าลามกอนาจารนั้น หมายถึง สิ่งที่มีการเปิดเผยให้เห็นถึงเนื้อหาทางที่ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้ ซึ่งโดยคำกล่าวนี้ก่อให้เกิดการตีความขยายต่อไปได้อีก ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้พอเป็นการตีความที่อยู่บนพื้นฐานของของแต่ละบุคคลแล้ว ย่อมนำมาซึ่งปัญหามากมายของการตีความหมายเอง ซึ่งแต่ละบุคคลย่อมจะมีการตีความหมายแตกต่างกันออกไป

ในการพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งลามกอนาจาร ศาลก็จะมีคำวินิจฉัยและตีความในแบบหนึ่งๆ การตีความของฝ่ายอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างตีความไม่เหมือนกัน

ในแวดวงของศิลปะ ยิ่งเต็มไปด้วยความคลุมเครือมากยิ่งขึ้นไปอีก จะเห็นได้ว่าการถกเถียงประเด็นเรื่องของศิลปะกับความลามกอนาจารนั้นก้ำกึ่งกันอย่างมาก และก็มีการโต้แย้งให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ศิลปะกับลามก แทบจะแยกกันไม่ได้เลยในบางครั้ง

ถ้าเป็นในสังคมเองก็จะยิ่งมีการตีความมากยิ่งขึ้นไปอีก อย่างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสตรีเด็กเยาวชน แค่ท่าทางก็กลายเป็นเรื่องลามกของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ไม่ยาก ด้วยความหวังดีที่มีต่อสังคม แต่ถ้าไปถามกลุ่มวัยรุ่นเยาวชนเอง จะได้คำตอบมาแทบจะเรียกได้ว่าคนละขั้วกันเลย สิ่งที่ลามกของกลุ่มวัยรุ่นแตกต่างกับกลุ่มผู้ใหญ่ราวฟ้ากับดิน

การเปรียบเทียบการตีความ ให้เห็นคร่าวๆถึงแก่นปัญหาแรกที่เกี่ยวข้องกับสิ่งลามกอนาจารที่กล่าวถึงกัน การตีความที่หลากหลายนำพาไปสู่ปัญหาที่ไม่จบไม่สิ้นสุด ของตัวปัญหาเอง ท้ายที่สุดก็จะเป็นเพียงการจบปัญหาของการตีความหมายไปที่ อำนาจที่เหนือกว่า

ปัญหาของสิ่งลามกอนาจารอีกอัน คือเรื่องของการให้ความรู้ ความคิด ที่เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมเสมอมา การกล่าวหาว่าคนอื่นด้อยซึ่งสติสัมปชัญญะ เป็นการกล่าวหาที่คลาสสิก และนำกลับมาใช้ได้เรื่อยๆ โดยไม่มีการเพิ่มพูน ความคิดสติปัญญาให้กับผู้ถูกกล่าวหาเลยแม้แต่น้อย

สิ่งลามกอนาจาร จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องของธรรมชาติจริงๆ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับการสืบพันธ์ และอารมณ์ทางเพศ ซึ่งถ้ามันเป็นธรรมชาติมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดขาดไปจากชีวิตของมนุษย์

ผู้คนที่อาศัยในสังคมมีความต้องการทางเพศตอบสนองเสมอๆ ดังนั้นการตอบสนองต่อความต้องการนั้นย่อมมีตามไปด้วย หากแต่ผู้คนในสังคมมีความดัดจริตพอที่จะบอกว่าเรื่องราวทางเพศนั้นเป็นเรื่องที่ต้องถูกปกปิด และไม่ควรให้รับรู้ต่อสังคม เรื่องราวทางเพศถูกผลักดันให้เป็นเรื่องส่วนตัว

ถ้าจะว่าไปแล้วผู้คนในสังคม มักจะเป็นผู้มีมือถือสากปากถือศีลไม่น้อย พฤติกรรมที่ตรงข้ามกับการกระทำ เป็นตลกร้ายที่ทำให้หัวเราะไม่ออกแม้แต่น้อย เป็นสภาพมองเรื่องตลกนี้ด้วยความอนาถใจ

มาตรการควบคุมสื่อต่างๆที่พยายามนำเรื่องลามกอนาจารมาใช้ควบคุม เป็นกระบวนการแก้ไขที่ทำแบบขอไปที มากกว่า เมื่อปัญหายังคลุมเครือและไม่เคยได้มีการเข้าใจความหมายได้ตรงกันถึงคำว่าลามกอนาจาร ก็จะเป็นแค่การใช้อำนาจแบบตกยุคสมัยอาศัยเพียงอัตตาตัวกูของกูเป็นเครื่องชี้นำ

และมาตรการควบคุมที่ปิดกั้นนั้น ไม่เคยมีมาตรการที่จะเสริมสร้างความคิดความรู้ให้กับผู้คน ใช้เรื่องของความเชื่อต่างๆเข้าครอบงำ คิดเองเออเอง เป็นคุณปู่คุณย่ารู้ดี คิดแทนผู้คนไปซะหมดเมื่อยามมีอำนาจ

ผู้คนในสังคมไม่เคยได้รับการให้ความรู้และความคิดที่ถูกต้องพอ ให้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เรียกว่าลามกอนาจาร ผู้คนได้รับเพียงการบอกบังคับให้เชื่อและทำตามที่ผู้มีอำนาจคิดให้เสร็จสรรพ

สังคมเองก็เลยดัดจริตพอที่จะตามน้ำกันไปว่าเรื่องราวแบบนี้เป็นอย่างที่ผู้มีอำนาจบอก เค้าบอกให้เชื่อผู้คนก็เชื่อ ปราศจากความคิด ไม่สามารถคิดอะไรเองได้ กลายเป็นเรื่องความเชื่อฝังหัวที่ไม่อาจสลัดหลุดออกไปได้

ที่กล่าวว่าสังคมดัดจริตนั้น ก็เพราะเนื้อแท้แล้วความเป็นจริงก็เห็นได้อยู่ว่าผู้คนอาศัยอยู่กับเรื่องราวแบบนี้ทั่วไป เรื่องทางเพศเป็นเรื่องที่ปกติมากในสังคม เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องปกติ แต่เรายอมรับการปกปิด และประพฤติในทางตรงข้าม เมื่อใดที่กล่าวถึงเรื่องเพศ การสนทนานั้นจะเป็นเรื่องราวของความไม่ดี จะกลายเป็นแบบนั้นเสมอไป

การตอบปัญหาให้เด็กและเยาวชนรู้เรื่องของธรรมชาติทางเพศ ยังคงต้องอาศัยการปกปิดควบคุม ห้ามปราม ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ไม่ถูกต้อง จนนำไปสู่ปัญหาอื่นๆต่อไป แต่ผู้คนก็ยังทำการปฏิเสธที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องทางเพศ เนื่องด้วยข้ออ้างแห่ง ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี ที่ยังนำมาอ้างได้เรื่อยๆ อาจไปไกลถึงการต้องหลอกลวงให้เด็กและเยาวชนเข้าใจผิดๆไปเลย เพียงเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใหญ่บางคนบางกลุ่ม อีกไม่นานคงต้องมีการบอกกล่าวแก่เด็กและเยาวชนว่าพวกเขาเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ หรือไม่ก็นกกระสาคาบมา เหมือนอย่างในสมัยโบาราณเป็นแน่แท้

เราปฏิเสธความจริงและยังต้องการปกปิด ควบคุม ไม่มีมาตรการให้ความคิดความรู้ มันก็จะมีสภาพเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่จบไม่สิ้น ผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้ใหญ่ เป็นเพียงผู้ที่หลงลืมความเป็นเด็กไปหมดแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นสัญชาติญาณได้เลือนหายไปจากผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้ใหญ่ เพียงเพราะพวกเขายึดมั่นถือมั่นในความคิดของตัวเองมาก และการหล่อหลอมของสังคมที่ผ่านมาเอง ทำให้พวกเขาเลือกที่จะตีกรอบความคิดและใช้วิธีการแบบเดียวกับที่ตนเองเคยประสบมา

ถ้าผู้คนมีความคิดความรู้พอ สิ่งลามกมากมายแค่ไหน ก็ไม่น่าจะทำให้สังคมมีปัญหามากมายไปได้ อย่างที่กล่าวว่าถึงอย่างไร สิ่งลามกก็เป็นเพียงเรื่องตามธรรมชาติ เป็นแค่หนึ่งในกิจกรรมของชีวิตประชำวันเพียงเท่านั้น ถ้าเรายอมรับความจริงข้อนี้ จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาหนักหนาดังที่สังคมกำลังดัดจริตทำให้เป็นอยู่

เพราะผู้คนในสังคมเองคิดไม่ได้ แยกแยะไม่ออกถึงส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่อาจจะแยกแยะเรื่องราวทางเพศได้ว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน และทางผู้มีอำนาจเองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะทำให้ผู้คนสามารถคิดและแยกแยะได้ เลือกที่จะกุมความคิดไว้แต่เพียงผู้เดียวมากกว่าจะกระจายให้ผู้คนได้คิดเองได้ นับวันมาตรการต่างๆก็หนักข้อขึ้นเรื่อยๆโดยไม่คำนึงถึงสาเหตุที่แท้จริง ได้แต่คอยปิดกั้นควบคุมกันไป

สิ่งลามกก็จะเป็นเพียงเรื่อราวที่หมกเม็ด ปกปิด ไม่เข้าใจกันไปเรื่อยๆ หลอกลวงกันไปว่าสังคมมันดีถ้าปราศจากเรื่องราวทางเพศ และความลามกอนาจาร เด็กจะได้รับการสอนเรื่องเพศแบบแง้มๆ ให้พอไม่รู้เรื่อง ให้เด็กไปหาคำตอบเอาเอง แล้วพอเด็กและเยาวชนผิดพลาด สังคมก็พร้อมจะตอกหน้าและลงโทษเด็กและเยาวชนนั้นๆ อย่างไม่รีรอ

สื่อลามกมากมาย มีอยู่จริง แต่การปิดกั้นควบคุม ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าไม่มีการให้ความรู้ ความคิดควบคู่ไปด้วย ปัญหาที่แท้ก็ไม่มีวันแก้ได้ ซึ่งการให้ความรู้ความคิดกับผู้ใหญ่ทั้งหลายก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าเด็กและเยาวชน

หนทางที่จะแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับลามกอนาจาร นั้นยังอีกยาวไกล แต่ที่ตอบได้แน่นอนคือ การใช้กำลังอำนาจแบบที่เป็นอยู่แก้ไขไม่ได้แน่นอน การทำให้สยบด้วยกำลังอำนาจ ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาอะไรเลย เป็นแค่การกลบปัญหาให้ไม่ลกหูลกตา เพียงเท่านั้นเอง

ตราบใดยังตีความหมาย ลากมกอนาจารให้เข้าใจไปในทางเดียวกัน(ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่ต้องเป็นไปในทางเดียวกัน)ไม่ได้ ก็ไม่อาจจะหาวิธีแก้ไขได้เพราะยังไม่มีทางเข้าใจถึงตัวปัญหา

และตราบใด ผู้คนยังปราศจากความคิด ความรู้ สิ่งลามกอนาจารก็จะเป็นเพียงเรื่องของความเชื่อให้ทำตาม ไม่อาจจะแก้ไขให้มันหายจากความดัดจริตไปได้อย่างไร

เด็กและเยาวชน ที่ปราศจากความรู้ความคิด โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ปราศจากความรู้ความคิด และผู้ใหญ่ที่ปราศจากความรู้ความคิด ก็จะไม่สามารถให้ความรู้ความคิดต่อเด็กและเยาวชนได้ สังคมก็จะเป็นวงจรแห่งความดัดจริตไม่สิ้นสุด



Create Date : 10 กันยายน 2550
Last Update : 10 กันยายน 2550 22:34:42 น. 1 comments
Counter : 607 Pageviews.  

 


โดย: ShadowServant วันที่: 11 กันยายน 2550 เวลา:16:43:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]