ความไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ

ทุจริตบนดิน และ การตรวจสอบสุจริต

การตรวจสอบทุจริต เป็นงานอันแสนจะยากเย็นที่จะทำให้สำเร็จได้ในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเปลี่ยนมากี่ยุคกี่สมัย ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ครอบครองอำนาจ

การตรวจสอบทุจริตที่มี องกรค์อิสระ(แต่ชื่อ) เป็นหน่วยงานคอยตรวจสอบการทุจริตในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันไปตามความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ อีกทั้งหน่วยงานของผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ ที่คอยจับผู้กระทำผิด (ซึ่งไม่ค่อยมีในกรณีนี้)

แต่ในความเป็นจริงอันเป็นที่รู้กันอยู่แก่ใจ การทุจริตมีอยู่ทั่วไป มีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง มีอยู่ทุกระดับของสังคม ผู้คนทั่วไปใครๆก็รู้ ตามคำที่ว่า ถามเด็ก5ขวบยังรู้เลยว่ามีการทุจริต

ในเมื่อจริงๆแล้วสังคมยอมรับกันกลายๆ แล้วว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่และมันยากที่จะกำจัดออกไปได้จากสังคม ก็น่าจะทำให้มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องไปเลย เป็นไปในทางเดียวกับหวยบนดิน ที่ว่า ในเมื่อหวยมันมีอยู่และยากที่จะกำจัดไปได้ ก็เอามันมาอยู่บนดินไปเลย เพื่อทำแก้ปัญหาหวยใต้ดิน

ไม่รวมไปถึงการแย่งกันทุจริต ตามหลักการที่ว่า “ใครๆก็ทำกัน” ซึ่งรวมไปถึงที่ว่าเราไม่ทำคนอื่นก็ทำ ทำให้ผู้คนในสังคมขยัน แย่งกันทำทุจริตในรูปแบบต่างๆ ราวกับว่า กลัวจะแย่งคนอื่นทุจริตไม่ทัน หรือกลัวจะไม่เหลือทุจริตไว้ให้ทำเพราะคนอื่นทำไปหมดแล้ว

เอาความทุจริตมาอยู่บนดินให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ให้เป็นรูปธรรมไปเลยว่าบ้านเมืองและสังคมนี้ยอมรับกันแล้วว่า สิ่งเหล่านี้ถูกกฎหมาย เพราะในเมื่อตอนที่มันผิดกฎหมายไม่สามารถที่จะนำคนผิดมาลงโทษ ไม่สามารถที่จะทำให้สิ่งผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่ผิดได้ แล้วในบางครั้งความผิดนั้นกลายเป็นเรื่องของความบกพร่อง หรือ การหาช่องโหว่ทางกฎหมายจนกลายเป็นไม่ผิด

เอาทุจริตมาอยู่บนดิน แล้วก็ออกกฎหมายควบคุมว่า ทุจริตได้ขนาดไหน ขอบเขตส่วนไหนที่เป็นส่วนที่อยู่บนดิน ขอบเขตตรงไหนที่อยู่ใต้ดิน แล้วที่อยู่บนดินก็ให้ถือว่าเป็นการทุจริตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนนอกเหนือจากนั้น ถือว่าผิดแล้วออกกฎหมายลงโทษให้รุนแรงขึ้น (อาจไม่ต้องรุนแรงถึงการฆ่าตัดตอน)

ต่อไปจะได้ชัดเจนขึ้นว่า อย่างไหนคือทุจริตที่ผิด อย่างไหนคือ ทุจริตที่ถูกต้อง(บกพร่องโดยสุจริตใจรวมอยู่ในนี้ด้วย) ผู้คนจะไม่สับสนอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสังคมในทุกภาคส่วนจะคลี่คลายความสงสัย จากการตรวจสอบทุจริตที่มักจะจับได้แค่ แพะและปลาซิวปลาสร้อย จนทำให้สังคมสับสนไปในบางทีว่าหน่วยงานต่างๆนั้น เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า จึงไปเปิดฟาร์มเลี้ยงแพะ และเปิดบ่อเลี้ยงปลาซิวปลาสร้อย (เป็นการแย่งงานเกษตรกรบางส่วนให้ตกงาน)


หรือไม่ก็มีอีกอย่างนึงคือ เพิ่มหน่วยงานตรวจสอบสุจริตไปด้วยเลย ให้ผู้คนรับรู้กันไปด้วยว่า ยังมีความสุจริตหลงเหลืออยู่ ตรวจสอบเสร็จแล้วก็ทำการประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ ว่า การกระทำสุจริตที่จริงๆแล้วน่าส่งเสริมนั้น มีการส่งเสริมกันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ มองไม่เห็นอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้

หากว่าเป็นเช่นนี้ ก็จะได้ทำให้สังคมเป็นสังคมที่ยอมรับความเป็นจริงได้ มากกว่าที่จะเป็นสังคมที่หลอกตัวเองกันอย่างที่เป็นอยู่นี้ ความเป็นจริงที่จับต้องได้ ไม่ใช่มัวแต่เอาตำราตัวบทกฎหมายมาถกเถียงกันแล้วสร้าง ความสับสนให้ตาสีตาสา

ไม่มี ปากว่า ตาขยิบ ,เกลียดตัวกินไข่, มือถือสากปากถือศีล, ลูบหน้าปะจมูกฯลฯ อีกต่อไป


Create Date : 29 ตุลาคม 2549
Last Update : 29 ตุลาคม 2549 21:40:20 น. 0 comments
Counter : 502 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongMing
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่าจื้อกล่าวว่า"ผู้รู้เขาคือปราชญ์"
และกล่าวอีกว่า"ผู้รู้เราคือปัญญาชน"
ณ ปากทางเข้าถ้ำวิหารเทพอพอลโล่แห่งเดลฟี
มีป้ายทองคำเขียนว่า "Know thyself" แปลว่า รู้จักตนเอง
"temet nosce" ภาษาลาตินที่Oracleกล่าวให้
Neo รู้จักตนเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่ คำกล่าวเหล่านี้
[Add KongMing's blog to your web]