กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
มิถุนายน 2565
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
space
space
23 มิถุนายน 2565
space
space
space

บทนมัสการ (นโม)


235บทนมัสการ 

  นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น.

  ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมทางพระศาสนา จะต้องตั้ง นะโม ๓ ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการใดๆ ทั้งนั้น แม้ที่สุดถวายสังฆทานก็ต้องเริ่มด้วยนะโมฯ ๓ ครั้งก่อน บทนี้ ท่านเรียกกันมาว่า บทนมัสการ หมายความว่า เป็นบทถวายความเคารพแด่พระพุทธเจ้า  แต่เป็นการนมัสการพระคุณ  มิใช่นมัสการพระองค์ การนมัสการพระคุณเช่นนี้ ทำให้พุทธศาสนิกชนไม่ต้องว้าเหว่ วุ่นวายใจว่า พระพุทธเจ้าดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว เพราะถึงพระองค์จะล่วงลับดับขันธ์ปรินิพพานไปนานแล้ว แต่พระคุณยังคงดำรงอยู่   มิได้ล่วงลับไปตามพระองค์    แม้ในปัจจุบันพระคุณของพระองค์ก็ยังคงปรากฏอยู่ เป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจพุทธศาสนิกชนทั่วไป   ดังนั้น  การนมัสการด้วยบทนมัสการนี้ จึงมีความหมายว่า

  “พระพุทธเจ้าพระองค์ใด  เป็นพระผู้ทรงพระภาค เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ขอนมัสการพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

   บททั้ง ๓ คือ ภควโต ๑ อรหโต ๑ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ๑ เป็นบทประกาศพระคุณของพระพุทธเจ้าโดยประมวล มีอรรถาธิบายโดยสังเขป ต่อไปนี้

   บท   ภควโต  แปลไว้ว่า  ผู้ทรงพระภาค เล็งถึงพระกรุณาคุณ คือ ทรงแจกพระธรรมอันล้ำเลิศที่ได้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ด้วยพระปัญญาอันยิ่งแก่มหาชนชาวโลก ที่ได้นามว่า “พระพุทธศาสนา”  อันพระพุทธศาสนานั้น  ท่านแต่ก่อนๆท่านเทิดทูน  ไม่เรียกเพียงว่า พระพุทธศาสนา เท่านั้น  ท่านเติมคำว่า บวร เข้าไปด้วย เป็นพระบวรพระพุทธศาสนาทีเดียว ทั้งนี้ เพราะยุติต้องกันว่า พระพุทธศาสนาเป็นสมบัติเอกอุดมแท้ที่โลกนี้มีอยู่ สมบัติอื่นๆ นั้น มีความวิบัติเสื่อมสลายแปรผัน และเป็นไปเพื่อความคับแค้นได้  ถึงจะเรียกว่าสมบัติ  ก็มิใช่เป็นอย่างเอกอุดม

ส่วนพระบวรพระพุทธศาสนานั้น  เป็นสมบัติที่ไม่มีวิบัติคอยตัดรอน  เป็นสมบัติที่ปราศจากความสูญสลาย เป็นสมบัติที่ไม่แปรผัน ทั้งไม่เป็นไปเพื่อความคับแค้น พระพุทธองค์โปรดประทานไว้แก่ชาวโลกด้วยพระกรุณาอันล้นพ้น เพราะว่าพระธรรมที่ตรัสรู้นั้น เป็นอมตธรรม

ถ้าพระองค์จะทรงหวงแหนไว้ ไม่ตรัสสอน ใครๆ ก็ไม่สามารถจะตำหนิพระองค์อย่างไรได้ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงเปิดเผยจำแนกแจกจ่ายแก่มหาชน ตามที่ตรัสรู้ทุกประการ มิได้ปิดบังอำพรางความรู้นั้นไว้เลย เป็นพระกรุณาอย่างล้นพ้นทีเดียว


  บทคือ อรหโต แปลไว้ว่า อรหันต์ หมายถึง เป็นผู้ไกลจากกิเลส เล็งถึงพระบริสุทธิคุณ ความหมายของพระคุณบทนี้ มีหลายนัย ที่ให้ความหมายมาแล้วว่า เป็นผู้ไกลจากกิเลสนั้น เป็นเพียงนัยหนึ่งเท่านั้น ยังมีนัยอื่นๆ อีก คือ ทรงหักกำกงแห่งสังสารจักร หมายถึงสิ้นชาติสิ้นภพ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดสืบไป ทรงกำจัดกิเลสอันเป็นข้าศึก หมายถึงบรรดากิเลสที่เป็นตัวก่อความยุ่งเหยิงในจิตใจ ทรงกำจัดได้เด็ดขาดไม่มีอำนาจที่จะจูงพระองค์ไปในทางเสื่อมเสียได้ และพระองค์ไม่มีความลับ ไม่มีข้อที่จะต้องปกปิดด้วยพระองค์เอง หรือจะต้องให้ผู้อื่นช่วยปกปิด กายสมาจาร ความประพฤติชอบทางกาย วจีสมาจาร ความประพฤติชอบทางวาจา และมโนสมาจาร ความประพฤติชอบทางใจของพระองค์คงที่ ต่อหน้ามหาชนเป็นอย่างใด ลับหลังก็อย่างนั้น  นัยที่พรรณนาตามความของศัพท์ต่างๆ ประมวลลงตรงที่ บริสุทธิ์ คือ ทรงผุดผ่องปราศจากข้อที่วิญญูชนจะตำหนิได้ ทั้งในด้านชาติกำเนิด ทั้งในด้านความรู้ความฉลาด ทั้งในด้านความประพฤติ และในด้านอัธยาศัย ทรงบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง


  บทคือ  สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส   แปลทับศัพท์ว่า สัมมาสัมพุทธ แต่ในทางภาษาไทยฟังแล้วห้วนไป เติมคำว่าเจ้า ซึ่งประกาศความสูงส่งประกอบเข้าท้ายคำ เป็น สัมมาสัมพุทธเจ้า เล็งถึงพระปัญญาคุณ คือ ตรัสรู้สรรพธรรมที่ควรรู้ได้โดยลำพังพระองค์ และข้อที่ตรัสรู้นั้นๆ เป็นไปโดยชอบ หมายความว่าอาการที่ตรัสรู้นั้น เป็นความจริง ไม่วิปริตแปรผันเป็นอย่างอื่น  ข้อที่ตรัสรู้เล่า ก็เป็นเรื่องจริง แท้ แน่นอน ไม่วิปริตแปรผันเป็นอย่างอื่น  เป็นสภาวะคงที่อยู่ตลอดกาล ความรู้ชัดรู้แน่นอนของพระองค์เป็นเช่นนี้   จึงเรียกว่า   โพธิญาณ   หมายถึง   รู้จริงๆ คือ ความรู้ของพระองค์ก็จริง ข้อที่ควรรู้ ก็จริง จึงกล่าวได้ว่า รู้จริงๆ

ประจักษ์พยานที่จะเห็นได้ง่ายๆ ก็คือตั้งแต่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานมาถึงบัดนี้ ๒๕๖๕ ปีแล้ว  มีใครบ้างที่อาจประกาศตนเป็น สัมมาสัมพุทธะ ซ้อนขึ้นมาเป็นองค์ที่ ๒ แม้จะมีผู้พยายามเป็นนักเป็นหนา ที่จะตั้งตนเป็นศาสดา ก็หาอาจประกาศตนเป็นสัมมาสัมพุทธะไม่ เพราะความรู้ของตนไม่จริง และข้อที่รู้ก็ไม่จริง เข้าไม่ถึงโพธิญาณ เมื่อเข้าไม่ถึงโพธิญาณ จะประกาศตนเป็นสัมมาสัมพุทธะไม่ได้เป็นอันขาด พระปัญญาของพระองค์เป็นเช่นนี้


- ต่อเรียงลำดับพระคุณ

 




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2565
0 comments
Last Update : 22 มิถุนายน 2569 9:23:02 น.
Counter : 655 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

BlogGang Popular Award#22


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space