มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา
<<
ตุลาคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
24 ตุลาคม 2564

เอมิลยอดนักสืบ : Erich Kastner

“ถ้าไม่ลำบากก็ไม่ได้อะไรมา”
-ป้ามาร์ธา-
.
.


เอมิล ต้องเดินทางไปเยี่ยมคุณยายและนำเงินที่คุณแม่ฝากไว้ไปให้คุณยาย เด็กชายนั่งรถไฟเพียงลำพังจากเมืองนอยซ์ดัตช์ไปยังกรุงเบอร์ลิน ระหว่างทางได้พบเจอคนรู้จักและคนแปลกหน้า เอมิลเผลอหลับไปวูบหนึ่ง แต่ตื่นมาก็ต้องเจอเรื่องเศร้าใจยิ่งกว่าเรื่องร้ายในฝันเมื่อกี้
เพราะเงินที่ติด ตั  ว  ม  า  ด้  ว  ย   ห     า     ย     ไ      ป      !!!!




 


เอมิลสงสัยว่า ชายไว้หนวดสวมหมวกที่ชื่อ กรุนไดส์ คนที่นั่งตรงข้ามกันในตู้รถไฟ และทำทีมาตีซี้เขาเมื่อกี้เป็นผู้ขโมยไป เอมิลลงรถไฟและไล่ตามชายคนนั้นอย่างไม่คลาดสายตา เอมิลคิดถี่ถ้วนแล้วว่าคำพูดของเด็กคงไม่มีน้ำหนักเท่าผู้ใหญ่ตัวโต ถ้าเมื่อกี้เขาดึงสัญญาณเตือนภัยในรถไฟให้ จนท.มาช่วย แต่ถ้าไม่มีใครเชื่อเขา กลายเป็นว่าเขาต้องเสียเงินไปกับค่าดึงสัญญาณฉุกเฉินโดยพลการแทนหรือเปล่า? หรือตอนนี้ถ้าเขาตะโกนขอความช่วยเหลือ แล้วโจรโบ้ยว่าเขาเป็นเด็กเลี้ยงแกะล่ะ? และเอมิลก็ขยาดตำรวจเพราะตนเคยไปก่อเรื่องซุกซนเอาไว้ จึงต้องไล่ตามโจรและหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระและช่อดอกไม้ที่จะให้คุณยายไปอย่างทุลักทุเล ระหว่างทาง เอมิลได้เจอกับ กุ๊สต๊าฟ เด็กชายรุ่นเดียวกับเขา หลังจากกุ๊สต๊าฟได้รู้เรื่องทั้งหมดจึงขออาสาและรวบรวมเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่มาช่วยให้เอมิลปฏิบัติการจับโจรให้สำเร็จ
.
ทีมเวิร์กที่มีประสิทธิภาพย่อมก่อให้เกิดความสำเร็จ และสิ่งที่จะต่อกรกับผู้ร้ายปากแข็งได้คือไหวพริบในตัวเอมิล!




(อีกภาพปกหนึ่งของเอมิล : ภาพจากอินเตอร์เน็ต)
 


เอมิล ยอดนักสืบ เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดี ( เดี๋ยว..แย่งเด็กอ่านหรือเปล่า^^ ) นอกจากพล็อตสะกดรอยตามจับโจรที่น่าติดตามแล้ว แต่หนังสือเล่มเล็กเล่มนี้ยังทำให้ผู้อ่านอิ่มเอมกับมุมมองเรื่องครอบครัวและมิตรภาพอันน่าประทับใจอีกด้วย

.


ฉากที่เด็กสองคนคือ เอมิล และ ศาสตราจารย์ (เด็กแว่นในกลุ่มของกุ๊สต๊าฟที่มีนิสัยเหมือนคุณครู เพื่อนๆ จึงเรียนเขาว่าศาสตราจารย์) พูดคุยกันเรื่องที่บ้าน เอมิลรับรู้เรื่องเงินของที่บ้านจนชิน เพราะบ้านเขาไม่ค่อยมีตังค์ แม่คือฮีโร่ที่มีเงินไว้สำหรับเรื่องของเอมิลได้ทุกครั้ง แม้ในยามที่รายจ่ายในบ้านพร่องก็ตาม แม่มักจะให้เอมิลไปสนุกกับเพื่อนๆ ได้ถึงมืดค่ำ ไม่ต้องมาพะวงกับที่บ้าน แต่เอมิลมักจะกลับก่อนเวลาเพื่อจะได้มากินมื้อเย็นพร้อมแม่ เพราะเอมิลรู้ว่าแม่คงเหงา เขาเองก็เช่นกัน และสังเกตเห็นรอยยิ้มดีใจของแม่ทุกครั้งไป
.
ส่วนบ้านของ ศาสตราจารย์นั้นแทบตรงข้ามกับเอมิลเลย ที่บ้านเขาไม่เคยพูดคุยเรื่องเงินให้ผ่านหู แต่ต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยได้เจอหน้าพร้อมเพรียงกัน แม้จะรักกันชอบกันแต่ก็ต่างคนต่างไป เขาจึงรู้สึกว่าชีวิตของเอมิลดูสมบูรณ์แบบเพราะ

”การอยู่พร้อมหน้ากันจะไม่ทำให้เราสูญเสียสิ่งใดไป”


.


และเราก็ยังชอบวิธีคิดในเวลาต้องตัดสินใจโดยลำพังของศาสตราจารย์ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาได้จากพ่อมา ที่ว่า
“ลูกจงคิดว่าจะทำเหมือนกับเวลาที่พ่อยืนอยู่ข้างๆ”



**หมายเหตุ : เวอร์ชั่นที่นำมารีวิวเป็นหนังสือแปลในเวอร์ชั่นพิมพ์เก่า ซึ่งในเวอร์ชั่นใหม่อาจมีการแปลชื่อ และสำนวณที่ต่างไปจากเดิมอยู่บ้าง
 


(ชอบรูปปกเวอร์ชั่นนี้จัง ดูเก๋ดี : ภาพจากอินเตอร์เน็ต)
 

เอมิล ยอดนักสืบ
แปลจาก Emil und die Detektive (Emil and the Detectives)
(1929)

ผู้เขียน : แอริค เคสต์เนอร์
ผู้แปล : บันลือ ถิ่นพังงา
สนพ. : บรรณกิจ
ผู้แปลเวอร์ชั่นพิมพ์ปัจจุบัน : ชลิต ดุรงค์พันธุ์
สนพ. : แพรวเยาวชน



ชวนอ่าน x เอมิลยอดนักสืบ
https://www.facebook.com/comeonreading



 



Create Date : 24 ตุลาคม 2564
Last Update : 24 ตุลาคม 2564 13:28:07 น. 39 comments
Counter : 505 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณทนายอ้วน, คุณThe Kop Civil, คุณกะว่าก๋า, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณปรศุราม, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณเริงฤดีนะ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณSertPhoto, คุณtuk-tuk@korat, คุณmariabamboo, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณกิ่งฟ้า, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณ**mp5**, คุณSweet_pills, คุณเซียน_กีตาร์, คุณชีริว


 
เอมิลยอดนักสืบ ... สรุปว่าใครคือขโมยคะ
ถ้าเป็นสมัยนี้ อย่างน้อยก็คงมีกล้องวงจรปิดนะคะ อิอิ

------------------

เรื่องนัดหมอแมว ...
ของที่บ้าน รพ. เขาจะโทรมาเตือนก่อนวันนัดทุกครั้ง
ไม่พลาดแน่นอนค่ะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 24 ตุลาคม 2564 เวลา:14:30:55 น.  

 
หนังสือเล่มนี้คุ้นๆว่าเป็นหนังสือนอกเวลาตอน ม.ปลาย หรือเปล่าครับ

จำได้ว่าที่โรงเรียนอ่านหนังสือนอกเวลาเยอะมากครับ

ตอน ม.3 เรียนโปรแกรม อังกฤษพิเศษ คือเรียนเป็นภาษาไทยแต่เรียนภาษาอังกฤษพิเศษอีก 2 วิชา ต่อเทอมครับ สรุปแว่เรียนภาษาอังกฤษทุกวันครับ บางวันเรียน 2 วิชา

เทอมๆนึงต้องอ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษวิชาละ 2 เล่ม เป็น 4 เล่ม

ภาษาไทยก็ต้องอ่านนอกเวลาด้วยครับ 2 เล่ม

ยังนึกไม่ออกว่า "มีเวลาไปวิ่งเล่นตอนไหน" ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 24 ตุลาคม 2564 เวลา:16:06:41 น.  

 
อ่านที่รีวิวแล้วอยากหามาอ่านขึ้นมาทันทีเลยครับ
สมัยก่อนตอนเรียนมัธยม ผมชอบอ่านนิยายแปล เรื่องสั้นมากครับ ยืมห้องสมุดจนบัตรเต็มเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 24 ตุลาคม 2564 เวลา:16:23:44 น.  

 
เล่มนี้ที่บ้านมี
แต่ผมไม่เคยอ่าน
เพราะเป็นหนังสือที่น้องสาวอ่านครับ
เค้าชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชน

ผมชอบปกสีเหลืองเช่นกัน
ดูเรียบง่าย แต่เท่

บ้านข้างวัดผมยังไม่เคยไปเดินเลย
แถวนั้นนานๆทีจะไปเดินเล่นแถววัดอุโมงค์ครับ
เชียงใหม่ช่วงนี้คนมาเที่ยวเยอะ
แต่ตัวเลขคนติดโควิดก็พุ่งสูงทุกวันเช่นกัน
โดยเฉพาะในตลาดสดหลายแห่งเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 ตุลาคม 2564 เวลา:18:38:55 น.  

 
ผมเคยมี ปกแบบเดียวกับในบล็อกนี้เลย เป็นหนงสืออ่านนอกเวลา จำได้ว่าอ่านตอนม.1 เทอมเดียวอ่าน 2 เล่ม โหดไม่เบา

ถ้าจำไม่ผิด แบงค์มีรูเพราะเข็มกลัดรึเปล่าครับ เลยทำให้จับโจรได้


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 24 ตุลาคม 2564 เวลา:22:03:32 น.  

 
ใช่ครับ
บ้านผม 4 พี่น้องอ่านหนังสือกันทุกคน
ช่วยกันซื้อหนังสือเข้าบ้าน
แต่อ่านคนละแนวครับ 5555

วัดแถวหลัง มช. มีหลายวัดเลย
ผมไปแค่วัดอุโมงค์ แล้วก็วัดร่ำเปิงสองวัดเองครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 ตุลาคม 2564 เวลา:23:26:22 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 ตุลาคม 2564 เวลา:5:39:02 น.  

 
Guten Morgen!
มาอ่านจนจบแล้วครับ
บอกเลยว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจมาก ๆ เลยครับ เรื่องนี้
อ่านทีแรกรู้สึกว่า หรือว่านี่จะเป็นแนว The murders in the orient express ฉบับเยอรมันหว่า แต่อ่านไปอ่านมา นี่มันโคนัน และทีมงาน 55555
การผจญภัยของเด็กน้อย เอมิลล์ กับเงินของคุณแม่ที่หายไป ต้องสนุก ตื่นเต้น ยิ่งในมุมมองของเด็กตัวเล็ก ๆ แล้ว นี่มันเรื่องผจญภัยครั้งใหญ่เลยนะเนี้ย
แต่ที่สุดแล้วก็คงมีเรื่องครอบครัวที่เป็นพื้นฐานของชีวิตเด็ก ๆ ในเรื่องนี่แหละครับ และจริงอย่างว่า การได้อยู่พร้อมหน้ากันคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ นี่ดู No time to die มาแล้วอินครับ 5555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 25 ตุลาคม 2564 เวลา:11:03:49 น.  

 
"หูย เค้าเซอร์วิสดีจัง โทรมาเตือนให้ด้วย"

ไม่ได้สิ ลูกค้าคน เอ๊ย ตัวสำคัญ 555
ใช้บริการเขาตั้งแต่เกิด เป็น "ตัวแสบ" ขาประจำ
หาหมอครั้งแรกแหกปากลั่น รพ. หมอยังไม่ทันทำอะไรเลย ฮามาก



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 25 ตุลาคม 2564 เวลา:14:11:24 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - On the river cafe' นะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 25 ตุลาคม 2564 เวลา:20:51:37 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ

ผมก็แอบเสียดายแอพนี้ที่เลิกไป
เพราะแต่งภาพสนุกดีครับ
สีสันสดใสดี



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ตุลาคม 2564 เวลา:5:42:41 น.  

 
หนังสือแบบนี้น่าอ่าน ชวนติดตาม ดูมุมมองของเด็ก ๆ ด้วยครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 26 ตุลาคม 2564 เวลา:8:27:17 น.  

 
น่าสนุกนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 ตุลาคม 2564 เวลา:15:43:18 น.  

 

มาจองที่ก่อนค่ะ
พรุ่งนี้มาใหม่


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 26 ตุลาคม 2564 เวลา:20:16:43 น.  

 
ปัญหาบางเรื่องต้องใช้เวลาเยียวยา
ปัญหาบางเรื่องต้องการความฉับไวในการแก้ไข
ผมว่าผู้นำจะเก่งหรือไม่เก่ง
ก็ดูตอนที่เขาตัดสินใจแก้ปัญหานี่ล่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ตุลาคม 2564 เวลา:22:39:35 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 ตุลาคม 2564 เวลา:5:38:56 น.  

 

วันนี้ข้ามมานำเสนอการ์ตูนเยอรมันเลยนะคะ

ดีจังค่ะ..ได้มีหลากหลายการ์ตูนดีๆมาฝากเพื่อนๆ
Pot เรื่องก็น่ารักและน่าติดตาม
ไม่ผิดหรอกค่ะที่ผู้ใหญ่จะแย่งเด้กๆอ่าน
ก็มันสนุกจะตายไป

เป็นดังนั้นจริงๆค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 27 ตุลาคม 2564 เวลา:5:46:46 น.  

 
จากบล๊อก

ชอบมุกคุณยายมากครับที่ให้ส่งเงินเอา ไม่ต้องหอบหิ้วมาเอง 5555
ถ้าเป็นสมัยนี้คุณยายคงบอก โอนเอานะลูก หรือสแกน QR code ยายก็ได้ 55555

จริง...ผมไม่ชอบเลข 3 กับ 7
อย่างเมื่อคืนผมตื่น 02:59 รู้สึกว่า หุยยยย ตื่นมารออะไรหรือไง โถ........


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 27 ตุลาคม 2564 เวลา:14:33:28 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อกโจทย์ตะพาบด้วยนะคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 27 ตุลาคม 2564 เวลา:20:04:08 น.  

 
เรื่องนี้ผมก็เคยอ่านครับ
ที่โรงเรียนผมให้อ่านเป็นหนังสือนอกเวลาวิชาภาษาไทยตอน ม.2 มั้ง



ผมจำได้ โจรถูกจับเพราะ "รูเข็ม" อย่างที่คุณต่อว่าไว้นั่นแหละ
เอมิลรู้ว่าใครเป็นคนร้ายนะ แต่ตัวเองกลัวตำรวจเลยไม่อยากออกตัวแรง
เลยยิงเข็มยาสลบใส่คุณลุงมีหนวดที่นั่งเก้าอี้ถัดไป
แล้วตัวเองก็ทำทีพากย์เสียงเป็นคุณลุงให้ช่วยคลี่คลายคดีแทน

จบปิ๊ง! ^^

^
^
^
^

เอ้ย! ไม่ใช่แล้ว! อย่างนี้ก็รู้กันหมดสิ ว่าสมัยก่อนผมไม่ตั้งใจเรียนเลย


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 27 ตุลาคม 2564 เวลา:21:28:03 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ

ความป่วยไข้
ทำให้เราเห็นว่าอะไรสำคัญกับเราจริงๆเลยนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 ตุลาคม 2564 เวลา:5:26:56 น.  

 

อ้าว
มาดูชื่อคนแปล
เหมือนเป็นคนรู้จักค่ะ อิ อิ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 ตุลาคม 2564 เวลา:7:35:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาอ่านหนังสือแปลที่สนุกๆค่ะ เรื่องราวแบบสอบสวนสืบสวนนะคะ ชอบสีสันน่าอ่านเรื่องราวลึกลับสนุกดีค่ะ

ไว้มาอ่านต่อนะคะ

ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจที่บล็อกค่ะ





โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 28 ตุลาคม 2564 เวลา:15:54:10 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อความที่บล๊อกครับ


ตอนเด็ก ๆ ผมก็เรียก "ลูลู่ดอกไม้เจ็ดสี" เหมือนกันครับ
เพราะคำว่าเทพธิดามันเข้าใจยากไปสำหรับเด็ก แหะ ๆ ^^"
แต่ผมจำได้ว่าเรื่องนี้ฉายบ้านเราก่อนปี 1988 หลายปีเลยครับ
(ปี 1988 เป็นวัยที่ผมจำอะไรได้เยอะแล้วล่ะ เซย่าลุย 12 ปราสาทแล้วนะ ^^)
สมัยนั้น TV บ้านเรามักฉายการ์ตูนหลังจากที่ญี่ปุ่นจบแล้วประมาณ 1-2 ปี
"ลุนลุน" ที่ญี่ปุ่นจบปี 1980 ผมคิดว่าน่าจะฉายบ้านเราอย่างมากไม่เกินปี 1982
พอดีผมยังหาข้อมูลที่ระบุปีแบบชี้ชัดไม่ได้ เลยไม่อยากเขียนลงบล๊อกน่ะครับ ^^


เรื่อง 菩提樹 (bodaiju)
ใช่เลยครับ ต้นไม้ชนิดนี้เป็นปัญหาในการหาข้อมูลมากจริง ๆ >_<
เพราะตัวคันจิ 菩提樹 แปลได้หลายชนิดเลย (ต้นโพธิ์ก็ใช่)
คือเราไม่รู้เลยว่า ถ้าคนญี่ปุ่นเขียนคำคำนี้ เค้ากำลังหมายถึงอะไร
ต้องค้นแล้วค้นอีกกว่าจะสรุปได้ว่าเค้าหมายถึงต้นอะไรกันแน่
อย่างถ้าเหตุการณ์ในเรื่องเกิดในยุโรป ไม่มีอะไรเกี่ยวกับศาสนาพุทธเลย
ต้น linden tree น่าจะเหมาะมากกว่า พอเช็คความหมายแฝงก็เข้าเค้า
เลยสรุปว่าเอาต้นไม้ชนิดนี้แล้วกัน ^^"


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:0:09:41 น.  

 


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:1:38:20 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:6:30:46 น.  

 


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:8:34:53 น.  

 

เอมิล ทั้งภาพและเรื่องราว
อ่านเมื่อใดก็ยังทันสมัยค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:10:36:10 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - ขนมเปี๊ยะ ร้าน ส.บุญยะวรรณ ด้วยนะคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:21:20:23 น.  

 
ผมยังเชื่อเรื่องทำดีได้ดี
ทำชั่วด้ชั่วอยู่เสมอครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:22:50:16 น.  

 
เรื่องการค้นข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้นี่สนุกจริง ๆ ด้วยครับ
ยิ่งค้นยิ่งเพลิน เพลินจนลืมเวลาเลย
ผมยังคิดอยู่เลยว่า...ทำไมตอนเรียนเราไม่ขยันแบบนี้บ้างเนอะ 55



ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ว่าช่อง 3 มีการรีรันเซย่าหรือเปล่า
จำได้แค่ว่าฉายครั้งแรกตอนเย็น ฉายจบถึงแค่ไหนไม่รู้นะ
ตอนนั้นผมไม่ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะเคยเช่าวิดีโอมาดูแล้วน่ะครับ แหะ ๆ

ผมอยากถามอยู่พอดีว่า กุหลาบแวร์ซายส์ เคยฉายช่องไหนครับ
คือความรู้สึกผมมีภาพจำว่าเคยฉายช่อง 3 ตอนเย็นมาโดยตลอด
แต่อยู่มาวันนึง มีคนที่อายุมากกว่าผม บอกว่าฉายช่อง 9
ผมเลยไม่แน่ใจน่ะครับ ^^"


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 29 ตุลาคม 2564 เวลา:23:50:42 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 ตุลาคม 2564 เวลา:6:02:40 น.  

 
จากบล็อกน้องหนามอิชินอปซิส ...

เห็นด้วยที่ว่าธรรมชาติจัดสรรได้ดี
ดอกสีขาวไม่ฉูดฉาด แต่มีกลิ่นหอมรวยริน
ล่อแมลงได้ดีกว่าดอกไม้สีสวย ๆ ด้วยนะคะ เราว่า

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=fasaiwonmai&month=07-2021&date=22&group=25&gblog=485



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 30 ตุลาคม 2564 เวลา:9:57:45 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 30 ตุลาคม 2564 เวลา:18:28:30 น.  

 

เอมิลเดินทางโดยลำพังและยังเจอเหตุการณ์เงินหายอีก
แต่โชคยังดีนะคะที่ได้กุ๊สต๊าฟและเพื่อนๆมาช่วย
เรื่องราวน่าสนุกน่าสืบเสาะจริงๆค่ะ
อ่านรีวิวจากบล็อกนี้ทีไรทำให้อยากอ่านทั้งเล่มขึ้นมาอีกแล้ว
ขอบคุณรีวิวนะคะ เดี๋ยวแวะมาใหม่ค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 30 ตุลาคม 2564 เวลา:22:24:31 น.  

 


สุขสันต์วันหยุดนะคะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 31 ตุลาคม 2564 เวลา:8:34:15 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง
สวัสดีครับ


ขอบคุณที่ไปร่วมฟังเพลงครับ
มีความสุข รักษาสุขภาพ ห่างไกลโควิด นะครับ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 31 ตุลาคม 2564 เวลา:8:55:31 น.  

 
ชอบเรื่องราวที่เอาเรื่องเล็กๆ แต่สำคัญมากสำหรับเด็กคนนึงในสถานการณ์เดียวกันแบบนี้มาเขียนเป็นหนังสือ
เหมาะให้เด็กอ่านไว้เตรียมรับมือเหตุการณ์แบบนี้ด้วยนะครับ ดูแนวเรื่องแล้วน่าจเป็นหนังสือเก่าเหมือนกัน พอเห็นปี อั้ยย่ะ! 1929 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 อีก!
ในการ์ตูนฝรั่งหลายเรื่องในกลุ่มเด็กจะมีตัวละครที่เพื่อนๆเรียกกันว่าศาสตราจารย์ อย่างกิลเบิร์ตหลานกู้ฟฟี่ก็เหมือนกัน คงเป็นคำที่นิยมเรียกกันในยุคนั้นนะครับ (ถ้าเมืองไทยน่ะเหรอ... ไอ้แว่น)


โดย: ชีริว วันที่: 31 ตุลาคม 2564 เวลา:13:19:54 น.  

 


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 31 ตุลาคม 2564 เวลา:16:13:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
มาช้ายังดีกว่าไม่มา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




สวัสดีครับ
มาช้ายังดีกว่าไม่มา มาแนะนำตัว

ประกอบสัมมาชีพมัณฑนากรและวาดภาพประกอบ
งานอดิเรกคือการอ่านการ์ตูน หนังสือ(นิยาย) วาดรูปเล่น ทำอาหาร สำหรับการรีวิวหนังสือนั้นเริ่มขึ้นจากเมื่ออ่านบ่อยๆ เข้า ก็อยากที่จะจดบันทึกช่วยจำ และอยากแนะนำเล่มนั้นเล่มนี้ให้เพื่อนๆอ่านกันด้วย

ใครแวะเวียนผ่านมาหน้าบ้านก็เคาะประตูทักทายกันได้ครับ
ด้วยความยินดี
ขอบคุณครับ
[Add มาช้ายังดีกว่าไม่มา's blog to your web]