มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา
<<
สิงหาคม 2564
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
12 สิงหาคม 2564

Tokyo Tower : แม่กับผมและพ่อในบางครั้งคราว

เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหา 
กับหนังสือที่จะอ่านแล้วรักแม่มากขึ้น

TOKYO TOWER
แม่กับผม..และพ่อในบางครั้งคราว


ว่ากันว่าบุคลิกและนิสัยที่ติดตัวเรามา ถูกสร้างขึ้นโดยขอบเขตที่กว้างกว่าบ้านและครอบครัว
.
บ้านแต่ละบ้านต่างก็มีวิถีชีวิตของใครของมัน อย่างเช่น บ้านของ มาคุง (มาซายะ) เด็กน้อยจากโคคุโระ
มาคุงมีพ่อขี้เมา ชอบกลับมาอาละวาดที่บ้านและมาคุงก็โดนลูกหลงอยู่บ่อยครั้ง ส่วนแม่เป็นคนใจดี เอาใจใส่คนรอบข้าง และคอยเซฟมาคุงเสมอๆ มาคุงได้อยู่กับพ่อและแม่พร้อมหน้าพร้อมตากันก็ถึงแค่ตอน 3ขวบ พอ4ขวบ แม่ก็พาเขาย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับญาติ จะด้วยเหตุผลอะไรนั้นก็เกินความเข้าใจของมาคุง

.
ความสัมพันธ์ฉัน พ่อ แม่ ลูก มีแต่เพิ่มพูน
แต่ความสัมพันธ์ฉันครอบครัวไม่เพียงเพิ่มพูน เท่านั้น แต่ยังลดลงได้เช่นกัน

.
พอขึ้นชั้นประถม มาคุงยังได้กลับไปเยี่ยมย่าและพ่อที่บ้านหลังเดิมในช่วงปิดเทอมซึ่งแม่ได้ไปด้วย และถึงทั้งคู่จะแยกกันอยู่แต่พ่อกับแม่ก็ยังไม่หย่ากัน มาคุงไม่ค่อยรู้สึกว่าพ่อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ก็พ่อก็คือพ่อของเขา สิ่งที่ยังตราตรึงในควาามทรงจำของมาคุงก็คือเรือรบลำเล็กที่พ่อเป็นคนประดิษฐ์ให้ ในขณะที่แม่ เป็นเหมือนที่พักพิงใจของมาคุง เรียกได้ว่าเมื่อใดที่มาคุงงร้องไห้โยเยเพราะไม่เห็นแม่ แป๊บเดียวเท่านั้นแม่ก็จะมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ทุกที่ของมาคุงจะมีแม่อยู่เสมอ
.
วิธีการให้ความสำคัญระหว่างอนาคตกับอดีตจะช่วยพยากรณ์อนาคตของแต่ละคนได้
.
.
ตอนนั้นแม่ทำงานร้านอาหารและจะกลับมาตอนที่มาคุงเข้านอนไปแล้ว แม้ที่บ้านจะไม่มีฐานะเท่าไหร่ แต่แม่ก็ซื้อชุดใหม่ๆ ให้มาคุงเสมอทั้งที่ตัวเองใช้แต่ของเดิมๆ นี่คงเป็นเพราะความทรงจำแบบที่เคยได้รับจากคุณตาติดตัวแม่มานั่นเอง เขาและแม่ยังย้ายที่อยู่อีกหลายครั้ง หนึ่งในนั้นก็เป็นห้องเช่าที่เคยเป็นโรงพยาบาลเก่า ซึ่งมันหลอนมากๆ
.
เมื่อไม่ก้าวเท้าออกมา ก็ไม่มีวันได้เริ่มต้น
.
หลังจบ ม.3 แม่ให้มาคุงไปเรียนต่อที่โรงเรียนออกแบบที่เมืองเบ็บพุ นี่เป็นครั้งแรกที่มาคุงจะต้องห่างแม่ เมื่อไม่มีคนปลุกตอนเช้า เลยตื่นสาย จึงขาดเรียนบ่อย ทำให้อาจารย์ต้องมาปลุกถึงที่ เรียกได้ว่าเรียนจบก็เพราะอาจารย์คนนั้นเลยก็ว่าได้ และมาคุงก็ได้เขาเรียนมหาวิยาลัยที่เมืองมุซาชิโนะ ในโตเกียว มาคุงมีงานจ้างงานแรกในระหว่างเรียน คืองานวาดภาพประกอบลงวารสารที่เพื่อนอีกคณะมาจ้างทำ คนที่ภูมิใจที่สุดหนีไม่พ้นแม่ ซึ่งได้ขอให้มาคุงออกแบบป้ายร้านอาหาร “กัปปะ” ที่เธอทำอยู่ให้ด้วย
(ฉากที่มาคุงต้องแยกจากแม่วันแรก มาคุงนั่งกินข้าวทั้งน้ำตาบนรถไฟกินใจมากจริงๆ)

.
ในโลกนี้มีทั้งคนที่เดือดร้อนเพราะลูก กับคนที่วิงวอนขอให้มีลูก
.
มาคุงรับผิดชอบชีวิตตัวเองไม่ดีนักจนเรียนไม่จบในสี่ปี แต่แม่ก็ขอร้องให้พยายามจนสำเร็จในปีที่ห้า แต่พอเรียนจบยิ่งเคว้งใหญ่ เพราะงานก็ยังไม่มีทำ ที่พักก็ต้องหาใหม่ ชีวิตช่วงนี้ของมาคุงดูจะสะบักสะบอมที่สุด มาคุงเติบโตขึ้นในขณะที่แม่แก่ลง เขาเปรียบเทียบว่า ”ร่างกายแม่ค่อยๆ เล็กลงเหมือนยางลบ” และแม่ในวัย 60 ก็ตรวจพบมะเร็งต่อมไทรอยด์ ซึ่งหากผ่าตัด เสียงก็จะหาย จึงใช้วิธีกินยาสลับกับฉายแสง
.
เมื่อวิถีการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป
คนที่ได้พบปะพูดคุยก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย

.
จากนั้นอีกไม่กี่ปีมาคุงได้ลืมตาอ้าปากได้เพราะกัลยาณมิตรที่ดีอย่างเอโนะโมโตะ เขาได้เช่าห้องที่ชั้น7 ของตึกสถานีรถไฟ ที่มีเสียงอึกทึกแทบตลอดวัน และมาคุงได้ชวนแม่มาอยู่ด้วย มาคุงรู้สึกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เขามีสมาธิในการทำงานที่สุด แม่ปลุกเขาทุกเช้า มีอาหารวางบนโต๊ะ เตรียมน้ำอุ่นให้อาบ เหมือนได้ย้อนกลับไปวัยเด็กอีกหน แม่เป็นคนไม่อยู่เฉยและชอบบำเพ็ญประโยชน์ จึงสมัครเข้าชมรมผู้สูงอายุ ด้วยความมีมนุษยสัมพันธ์ทำให้เพื่อนที่ทำงานและคนรู้จักของมาคุงแวะเวียนเข้าออกที่บ้านเพื่อมาหาแม่และร่วมกินอาหารที่แม่ทำไว้เป็นประจำ ในระหว่างนี้มาคุงก็ยังเจอกับพ่อเป็นครั้งคราว
.
มาคุงเคยสงสัยว่าแม่ทำงานมาเยอะ แต่แทบไม่ใช้จ่ายของส่วนตัว แล้วเงินเก็บแม่ไปไหนซะหมด แม่หยิบใบปริญญาบัตรของมาคุงขึ้นมา แล้วบอกว่า นี่คือทรัพย์สมับติทั้งหมดของแม่
(อ่านมาถึงตรงนี้คือจุกมาก)

.
.
เมื่ออายุมาก ต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับอาการเจ็บป่วยมากกว่าจะรักษาให้หาย
.
แต่โรคที่แม่เป็นดูจะไม่มีทางรักษาให้หายขาด มาคุงเห็นร่างกายของแม่ที่ค่อยๆ ทรุดลง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยขึ้น เหล่าป้าๆ น้าๆ ของแม่และเพื่อนของมาคุงก็ยังมาเยี่ยมอยู่เสมอ รวมถึงพ่อด้วย มาคุงรู้สึกว่านี่อาจเป็นคำอธิษฐานของแม่ที่อยากให้เราทั้งสามคนมาอยู่ร่วมในที่เดียวกันอีกครั้งหนึ่ง  และแม่ในวัย69… ก็จากเขาอย่างไม่มีวันกลับ จากไปโดยไม่ทันได้ไปใช้ชีวิตในบ้านเช่าหลังใหม่ที่มาคุงเตรียมไว้ และยังไม่ทันที่เขาจะพาแม่ไปดูวิวบนโตเกียวทาวเวอร์ด้วยกัน ….แต่แม่ยังคงอยู่ในมโนสำนึกของมาคุงทุกๆ วัน
.
ในโลกนี้มีอารมณ์ความรู้สึกหลากหลายรูปแบบ
แต่ไม่มีสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่กว่าความห่วงหาอาทรของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเลย

.
วันที่ไปเก็บของๆ แม่ มาคุงเจอกระดาษแผ่นหนึ่งแทรกในไดอารี่ เขาไม่รู้ว่าแม่เป็นคนเขียนเองหรือคัดลอกมาจากไหน
และนี่คือข้อความนั้น..

 
แม่...
คือผู้ที่ไม่ต้องการสิ่งใด
แม่ไม่หวังให้ลูกเป็นใหญ่เป็นโต
ไม่หวังให้ลูกร่ำรวยเป็นเศรษฐี
แต่หวังจากใจจริงว่า ขอให้ลูกสุขถาพดีทุกวัน
แม่ไม่หวังสิ่งตอบแทน
ขอแค่คำพูดอ่อนโยนเพียงคำหนึ่งเท่านั้นแม่ก็สุขเกินพอ
ผู้เป็นแม่ คือผู้ที่ไม่ต้องการสิ่งใดทั้งสิ้น
ดังนั้นสิ่งที่ไม่สมควรทำที่สุดก็คือ
การทำให้แม่ร้องไห้
(อันนี้คือร้องอีกแล้ว)
.

ไม่ว่าจะตอบแทนบุญคุณพ่อแม่มากมายสักแค่ไหน แน่นอนว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องเสียใจว่า
น่าจะทำอย่างนั้น น่าจะทำอย่างนี้เพื่อเขาให้มากกว่านี้

.
โตเกียวทาวเวอร์ เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นจากชีวิตจริงของ ลิลี่ แฟรงกี้ (นาคางาวะ มาซายะ) ผู้เขียน และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งการพิมพ์ซ้ำ การผลิตเป็นทีวีซีรี่ส์ปี 2007จำนวน11ตอน และเป็นภาพยนตร์ออกฉายในปีเดียวกัน ซึ่งเราเคยได้ดูเวอร์ชั่นซีรี่ส์ จากที่สถานีไทยพีบีเอสเอามาฉาย ในชื่อไทยว่า แม่ครับผมรักแม่ ตอนนั้นจะเรียกว่าแอบๆ ดู ก็ไม่ผิดเพราะดูแล้วตองร้องไห้ทุกตอน ไม่อยากให้คนที่บ้านเห็น 55
.
  
ซ้าย ซีรี่ส์ / ขวา ภาพยนตร์
(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)
.
นอกจากเรื่องราวของครอบครัวที่ถ่ายทอดความรักของแม่ที่มีต่อลูก และความรักของลูกที่มีต่อแม่แล้ว โตเกียวทาวเวอร์ยังมีข้อคิดและมุมมองการใช้ชีวิตที่ผู้ขียนได้กลั่นกรองออกมา อย่างเช่นข้อคิดที่เรายกมาคั่นในแต่ละย่อหน้าก็มาจากเล่มนี้ด้วย นี่เป็นหนังสือที่อ่านครั้งไหนก็ต้องมีน้ำตา เป็นหนังสือที่อ่านแล้วรักแม่มากขึ้น และเป็นหนังสือที่เหมาะจะอ่านซ้ำๆ อ่านแล้วมองชีวิตอย่างเข้าใจมากขึ้น ไม่ตีโพยตีพายกับชะตาชีวิต และมีความสุขกับสิ่งตนเป็นอยู่ หวังว่าหนังสือเล่มนี้ก็จะถูกใจใครหลายๆ คนเช่นกัน ...สุขสันต์วันแม่นะครับ
.
.

Tokyo Tower
東京タワー 
 オカンとボクと, 時々, オトン
โตเกียว ทาวเวอร์ แม่กับผมและพ่อในบางครั้งคราว
ผู้เขียน : ลิลี่ แฟรงกี้
ผู้แปล : ทิพย์วรรณ ยามาโมโตะ
แพรวสำนักพิมพ์

.
.
ชวนอ่าน x โตเกียว ทาวเวอร์ แม่กับผมและพ่อในบางครั้งคราว
https://www.facebook.com/comeonreading



Create Date : 12 สิงหาคม 2564
Last Update : 12 สิงหาคม 2564 20:14:35 น. 33 comments
Counter : 541 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณทนายอ้วน, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณtuk-tuk@korat, คุณปรศุราม, คุณเริงฤดีนะ, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณnonnoiGiwGiw, คุณThe Kop Civil, คุณชีริว, คุณnewyorknurse, คุณเนินน้ำ, คุณInsignia_Museum, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณ**mp5**


 
"แม่กับผมและพ่อเป็นบางครั้งคราว" ...

นึกว่าจะได้อ่านเรื่องของ จขบ. ซะอีก อิอิ
ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เสมอ อ่านหรือไม่อ่านก็รักแม่มากอยู่แล้วค่ะ

สุขสันต์วันแม่อีกครั้งนะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:16:49:33 น.  

 
ตามเข้าไปอ่านด้วยครับ หรือว่าจะไปหาหนังดูก่อนดีน๊า อิอิ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:17:22:06 น.  

 
ซาบซึ้งมากค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:19:34:00 น.  

 

ไม่ได้อ่านหนังสือ
แต่ได้ดูหนังค่ะ มี แผ่น DVD เรื่องนี้
เพราะเพื่อนชาวญี่ปุ่นให้มา
มีภาค 2 ด้วยมั้งคะ..
ชอบๆๆมากมายค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:20:42:21 น.  

 
แม่กับผม..และพ่อในบางครั้งคราว
แค่ชื่อหนังสือ
ก็สื่อถึงความสัมพันธ์ได้เลย
เขียนจากเรื่องจริงด้วย น่าสนใจมากเลยครับ

เหล้ากลายเป็นสาเหตุของการใช้ความรุนแรงในครอบครัวจริงๆ
ยังดีที่พ่อยังสร้างความรู้สึกที่ดีบ้างกับมาคุง

ตอนที่แม่ของมาคุงบอกว่า
นี่คือทรัพย์สมบัติทั้งหมดของแม่
ซาบซึ้งมากๆเลยนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:21:33:39 น.  

 
วันแม่ มาอ่านหนังสือเรื่องราวดีๆของแม่ครับ
ครอบครับที่พ่อแม่แยกกัน ถ้าลูกดีก็ดีไปเลย
บ้านเรา อบายมุข เหล้า ยาเสพติด ฯ ทำให้ลูกบางคนเสียผู้เสียคน
เรืองราวของแม่มีทั้งเศร้าและสุข เพื่อลูก



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:22:42:18 น.  

 
มีเล่มนี้ ต้องไปหยิบมาอ่านอีกครั้งค่ะ

ราตรีสวัสดิ์นะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:23:30:45 น.  

 
ญี่ปุ่นทำหนังแนวนี้ (รวมไปถึงหนังสือ) ได้ซึ้งใจมากเลยล่ะครับ ผมไม่ค่อยได้อ่านนิยายเท่าไหร่ แต่เคยดูซีรี่ย์ญี่ปุ่นหลายเรื่อง หลายๆ เรื่องดูแล้วรู้สึกได้เลยว่าแม่นี่ทุ่มเทมาก

มีเรื่องหนึ่งเด็กมีความบ่กพร่องทางการเรียนรู้ แม่ในเรื่องนี่อย่างเหนื่อยเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:0:01:02 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ

ความรักของแม่ยิ่งใหญ่จริง ๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:6:27:29 น.  

 
ชื่อเรื่องอ่านแล้วงง ๆ ก็อาจดีนะคะ
ทำให้คนอ่านอยากรู้ว่ามันอะไรกัน หยิบอ่านแบบงง ๆ กันไป

เช้านี้ส่งการบ้านไข่เจียวเมนูที่ 3 แล้วจ้า
คุณมาช้าตั้งแต่เมนูแรกเลย 555



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:8:52:46 น.  

 
ขนาดอ่านยังซึ้งเลยครับ ถ้าดูหนังจะซึ้งขนาดไหนเนี้ย
บางที ชีวิตครอบครัวที่สมบุรณ์ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบทาง Physical ครบก็ได้ แต่องค์ประกอบทางMental มีครบถ้วน ได้รับความรัก ความอบอุ่น การปกป้องให้ปลอดภัย การสร้างคุณค่าในตัวเอง เดี๋ยว ๆ นี่มันตามทฤษฏีลำดับขั้นความต้องการของมาส์โลว์ชัด ๆ 5555555
แต่นั่นแหละครับ สิ่งที่มาคุงได้รับมันทั้งหมดจากผู้หญิงตัวเล็ก ๆคนเดียว นั่นคือ แม่ ^^

ผมชอบคำโปรยอันแรกเลยว่า
"ว่ากันว่าบุคลิกและนิสัยที่ติดตัวเรามา ถูกสร้างขึ้นโดยขอบเขตที่กว้างกว่าบ้านและครอบครัว"
อันนี้ผมว่าจริงนะ กับตัวเองก็ใช่ การเลี้ยงดูที่บ้านทำให้ผมเป็นคนค่อนข้างพูดจาดี แต่สังคมที่โรงเรียนประถมทำให้ผมป็นคน....แสบ กวนตรีน ใครยุ่งนี่บวกไม่ลังเลครับ 55555555
ตอนนี้ผมก็เป็นแบบนั้นแหละครับ เหมือนใจเย็น แต่จุดวาบไฟต่ำด้วย ฟ้าบบบ เดี๋ยวเป็นไฟเลยฮะ 55555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:10:14:24 น.  

 
เพิ่งอ่านเม้นครับ 555

จากบล๊อก
วัคซีนเข็ม 2 ตุลานี่ใกล้แล้วครับ อีกนิดเดียวๆ safeๆ ตัวเองรอไปก่อนครับ

เตาไฟฟ้าไม่ติด build-in ครับ วางไว้เฉยๆ เลย แต่ใช้ผัดไม่มันส์เลยครับ ไฟไม่แรงเหมือนเตาแก๊ส ผัดผักบุ้งไฟแดง นี่ไม่ได้เลย 5555

คิดตามเรื่องหมูปิ้งแล้วเสียวคอแทน ผมไม่กินตอนขับรถๆ เสียวเหมือนกัน ยิ่งดู final destination มานี่ เสียวทุกอย่างรอบตัวเลยครับ

ขอบคุณครับผม รอโควิดซาๆ เรื่องแต่งงานรอได้ครับ รอได้สบ๊ายยยยย


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:11:15:52 น.  

 
ที่ไปถาม
Daisuki!! ผมรีบไปหาแผ่นมาดูเพื่อความแน่ใจเลยครับ เป็นซีรี่ย์เก่ามากละ ปี 2008 ดูแล้วลุ้นตัวคุณแม่จริงๆ ครับ ตอนผมดูผมดูซัพจีนนะเออ แต่ตอนนั้นภาษาได้ระดับหนึ่งละ

https://wiki.d-addicts.com/Daisuki!!


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:20:34:24 น.  

 

ในคืนวันศุกร์ 13 ฝันไปหวาน
Friday 13th ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:20:35:37 น.  

 
ฝันๆหวาน*


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:20:36:09 น.  

 
ช่วงนี้ใครป่วยเป็นหวัดธรรมดา
ไปโรงพยาบาลก็ดูว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เลยนะครับ
เพราะอาการเหมือนโควิดเลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:21:19:16 น.  

 
ตรงกับวันแม่พอดีเลยนะครับ
อ่านที่รีวิวหนังสือแล้วคิดถึงแม่ที่ต่างจังหวัดเลยครับ
ผมยังไม่เคยอ่านหนังสือ แต่เคยดูหนังเรื่องนี้ครับ
หนังญี่ปุ่นบทจะเศร้า นี่เศร้าสุด ๆ ไปเลย ทำเอาบ่อน้ำตาแตกง่าย ๆ เลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:22:20:07 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:6:30:19 น.  

 
เล่มนี้อ่านแล้วน่าจะได้บรรยากาศคนในโตเกียวน่าดู ผมไม่ได้ไปโตเกียวนานมากๆ แล้วครับ
สิ่งที่หล่อหลอมแต่ละคนขึ้นมานอกจากที่บ้านแล้วปัจจัยอื่นๆ ก็มีอิทธิพลมาก
คนที่เติบโตจากครอบครัวไม่ดี แต่กลายเป็นคนดีได้ต้องขอบคุณปัจจัยอื่นๆ ที่ว่านั่นจริงๆ
ร่างกายของแม่ค่อยๆเล็กลงเหมือนยางลบ เป็นความจริงที่น่าเศร้านะครับ พอเราเติบโตขึ้น แม่เราก็แก่เฒ่าลงไปเรื่อยๆ
แม่ของมาคุงไม่เหลือทรัพย์สินเงินทองเพราะทุ่มทุกอย่างกับการลงทุนการศึกษาลูก เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษา...หยุด!
เป็นหนังสือที่เหมาะกับวันแม่มากๆครับ ยิ่งสร้างจากชีวิตจริงด้วย แถมได้ทำเป็นซี่ร่ยส์กับหนังโรงอีก


โดย: ชีริว วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:17:20:09 น.  

 
ที่ผมประหลาดใจมาก ๆ คือ
โควิดมันกลายพันธุ์ได้เร็วจริงๆ
ไข้หวัดใหญ่ ปกติจะกลายพันธุ์ช้ากว่านี้
เจอโควิดเข้าไป น่าทึ่งปนสยองขวัญมากๆครับ
เหมือนมันเป็นเชื้อโรคสายพันธุ์จีเนียสเลย 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:22:54:21 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:6:23:22 น.  

 


สุขสันต์วันหยุดค่า

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
เช้านี้ ไข่เจียวเมนูที่ 4 แล้วจ้า อิอิ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:10:16:15 น.  

 
ผมก็เพิ่งได้ดูเรื่องนี้บน netflix เองครับ
ดูแล้วก็แปลกใจว่าเราพลาดหนังดีๆแบบนี้ไปได้ไงตั้งนาน
ปกติตามเก็บหนัง GTH เกือบทุกเรื่อง

รอรีวิวหนังสือเล่มต่อไปนะครับ


โดย: ชีริว วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:20:40:56 น.  

 
เห็นด้วยเลยครับ
ว่าการ์ตูนหรือหนังสือที่จบแบบเหนือความคาดหมาย
กลับทำให้อ่านสนุกมากว่าการจบแบบเดาได้ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:23:18:54 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:7:09:06 น.  

 
"... ขยันทำเมนูมากเลย"

ความจริงขี้เกียจมากกว่า เพราะยังไงก็ต้องทำอาหารทานอยู่แล้ว
และไข่เจียวเป็นอะไรที่ง่ายสุด ๆ จ้า อิอิ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:11:03:32 น.  

 
ลืมตอบ ...

"ถ้าโรยพริกแดงมากขึ้น แล้วใบโหระพาวางแบบกระจาย
ก็ดูเป็น festival ได้เหมือนกันนะครับ
เขียว/แดง คริสต์มาส"

การทำอาหารเป็นศาสตร์และศิลป์นะคะ
ทำแล้วสนุก กินได้ด้วย



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:11:07:43 น.  

 
จากบล๊อก

เพื่อนผมที่ยังต้องนั่งรถตู้ไปทำงานคือแพนิกจนเลิกแพนิกไปแล้วครับ บอกว่า ป่านนี้มันมีภูมิแล้ว

555 จริง ๆผมไม่ใช่สายลุย แค่ไม่ชอบถูกเอาเปรียบ หรือข่มเหงเรา

เตาไฟฟ้าทำแพนเค้กดีครับ ไฟมันไม่แรงเร็ว เลยไม่ไหม้ ถ้าทำเตาแก๊สนี่ไหม้เก่งมาก แต่ทอดไข่เจียวฟูไม่ได้ครับ 555555

Final destination ผมหลอนทุกภาคเลย


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:13:24:18 น.  

 
จากบล็อก ไข่คุณชาย

จำไม่ได้ว่าตามสูตรเดิมใช้ไชโป๊วฝอยหริอแผ่นนะครับ อิอิมั่วสุดๆ อิอิ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - ไข่คุณชายคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:20:07:27 น.  

 
เป็นหนังสือดีที่ลูกควรหามาอ่านค่ะ
ในโลกนี้คนที่รักและหวังดีกับเราที่สุดก็คงจะเป็นพ่อแม่นี่ล่ะค่ะ



โดย: เนินน้ำ วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:20:22:48 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ

หวยกลายเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่
ในภาวะที่คนไทยแทบจะสิ้นหวังกับการบริหารประเทศอันล้มเหลวของรัฐบาลนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:6:47:11 น.  

 
น่าอ่าน และคงจะต้องเขียนดีแน่ ๆ เลยมีคนนำไปทำเป็นภาพยนต์... ครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:8:13:59 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:15:30:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
มาช้ายังดีกว่าไม่มา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




สวัสดีครับ
มาช้ายังดีกว่าไม่มา มาแนะนำตัว

ประกอบสัมมาชีพมัณฑนากรและวาดภาพประกอบ
งานอดิเรกคือการอ่านการ์ตูน หนังสือ(นิยาย) วาดรูปเล่น ทำอาหาร สำหรับการรีวิวหนังสือนั้นเริ่มขึ้นจากเมื่ออ่านบ่อยๆ เข้า ก็อยากที่จะจดบันทึกช่วยจำ และอยากแนะนำเล่มนั้นเล่มนี้ให้เพื่อนๆอ่านกันด้วย

ใครแวะเวียนผ่านมาหน้าบ้านก็เคาะประตูทักทายกันได้ครับ
ด้วยความยินดี
ขอบคุณครับ
[Add มาช้ายังดีกว่าไม่มา's blog to your web]