"เงื่อนไขชีวิต" แม่ส่งมาให้ทางไลน์วันนี้ (20 ธ.ค. 62)


กลอนนี้ดีจริงๆ

 "เงื่อนไขชีวิต"

เวลาผ่าน พ้นไป ไม่หวนกลับ
ตะวันลับ ดับไป ให้โหยหา
ชีวิตพลัน สั้นลงไป ในเวลา
อีกไม่ช้า เวลาครบ จบทุกคน

จงเคร่งครัด ตัดสินใจ ในวันนี้
ว่าจะมี ความสุข ในทุกหน
จะมีทุกข์ หรือสุขไซร้ คือใจตน
เราสิคน กำหนด กฎขึ้นมา

บางคนต้อง มีเงิน สรรเสริญหนัก
บางคนต้อง มีคนรัก เป็นนักหนา
บางคนต้อง มีบ้าน ปานราชา
บางคนต้อง มียศฐา บารมี

หากไม่พบ ครบคาด ที่มาดหมาย
ที่หวังไว้ ยังไม่ได้ ในวิถี
ยังไม่ครบ เงื่อนไข ในชีวี
ไม่อาจมี ความสุข ต้องทุกข์ทน

ไม่ผิดหรอก ที่ตั้งฝัน ให้มันสูง
เพื่อจะจูง ใจเลิศ ให้เกิดผล
แต่อย่ายอม ให้ฝันบัง พรางใจตน
ตามฝันจน ลืมสุข ทุกข์ระทม  

มันจะดี กว่าไหม ในวันนี้
หากชีวี ไร้ทุกข์ แสนสุขสม
ตามฝันด้วย ใจสนุก สุขบรม
หัดชื่นชม ความงดงาม ตามมรรคา

ตื่นขึ้นมา พร้อมสรรพ กับความคิด
ว่าชีวิต คือรางวัล ที่สรรหา
คนที่รัก คือสวรรค์ ประทานมา
ไม่อาจหา สิ่งใดเทียบ มาเปรียบปาน

จงอย่าเสีย เวลา แม้สักนิด
เพราะชีวิต อยู่ในวัฏ ฏะสงสาร
แม้เวลา ของเราไซร้ ใช่อยู่นาน
เกินคาดการณ์ เวลาพราก ต้องจากไป

ปฏิบัติ ต่อคน ที่ตนรัก
เหมือนว่าจัก ต้องจากกัน ในวันไหน
ทุกเวลา ทุกนาที อยู่ที่ใด
จงรักษา หัวใจ ใครคนนั้น

จะดูแล พ่อแม่ ที่แก่เฒ่า
จะชื่นชม ลูกเต้า ที่เฝ้าฝัน
จะรักคู่ ชู้ชื่น ทุกคืนวัน
จะแบ่งปัน  ความสุข ให้ทุกคน

เพราะชีวิต เรานั้น มันสั้นนัก
อย่าช้าชัก ตัดสินใจ ให้เกิดผล
จะไม่ขอ เสียเวลา มาทุกข์ทน
ทำใจตน ให้สุขล้น จนนิพพาน



Create Date : 20 ธันวาคม 2562
Last Update : 20 ธันวาคม 2562 22:16:38 น.
Counter : 277 Pageviews.

เสียดายของเก่า


ตอนแรกตั้งใจว่าจะซื้อแท็บเล็ตของ Huawei ราคาสามพันกว่าให้เป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกเสียดายของเดิมที่มีที่ได้มาฟรีจากน้องชาย (ตอนนั้นน้องชายได้ฟรีจากการที่ซื้อปริ้นเตอร์) เป็นแท็บเล็ตของ Asus

น้องชายให้มาก็หลายปีแล้วล่ะ ตอนได้มาก็มีความสุขมาก เล่นสนุกสนานมาก เพราะยังไม่มีสมาร์ทโฟนใช้ โทรศัพท์มือถือตอนนั้นก็ยังเป็นรุ่นธรรมดาที่ใช้แค่รับสายและโทรออก เล่นอินเทอร์เน็ตไม่ได้ การได้แท็บเล็ตมาจึงเป็นอะไรที่สนุกมาก ก็เล่นเกมเปิดร้านกาแฟในช่วงนั้น แล้วก็เล่นแองกรี้เบิร์ดด้วย (ตอนนั้นยังไม่กลับไปเข้าห้องกลอน ยังไม่เล่นบล็อก ก็เป็นอะไรที่สนุกสนานไปอีกอารมณ์หนึ่ง) พอว่างจากงานต่างๆ ก็จะเล่น สนุกสนานเพลิดเพลินจริงเชียว




 


ตอนหลังพอมาเข้าห้องกลอน แต่งกลอน มีคนมาจีบ แล้วอกหัก ชีวิตก็เป๋ไป แล้วก็มาเข้าบล็อก มาพักใจ จริงๆ ไม่น่าเลย น่าจะกลับไปเล่นเกม ถ้ากลับไปเล่นเกม ก็คงไม่ต้องมาป่วยเพราะบล็อก เพราะเรื่องการเมือง (ชีวิตมันอยู่ที่การเลือกจริงๆ นะ เลือกผิดชีวิตเปลี่ยนเลยจริงๆ) แต่มันก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้วไง ทุกวันนี้เลยยังต้องกินยาทางจิตเวชอยู่ ทั้งๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองก็ปกติแล้ว (หรือไม่ปกติวะ) เฮ้อ... ชีวิตก็อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมันล่ะ

มาเข้าเรื่องแท็บเล็ตกันต่อที่เราอยากได้แท็บเล็ตใหม่ เพราะโทรศัพท์มือถือรุ่นที่เราซื้อมา มันไม่สามารถโหลดแอปได้เยอะ ตอนซื้อก็ซื้อรุ่นที่ราคาไม่แพง ราคาสามพันกว่า มันก็เลยได้พื้นที่ในโทรศัพท์ไม่มาก ถ้าเป็นแท็บเล็ต พื้นที่มันจะมากกว่า มันจะโหลดแอปได้เยอะกว่า แล้วเวลาอ่านอะไร มันจะสบายตากว่า เพราะหน้าจอมันกว้าง เราก็เลยอยากได้แท็บเล็ต

แต่อย่างที่บอก พอมาคิดๆ ดูแล้ว แท็บเล็ตอันเก่าเราก็มี ก็เลยรู้สึกยังไม่อยากซื้อใหม่ ถ้าของเก่ามันยังพอใช้ได้น่ะนะ ซึ่งมันก็พอใช้ได้ แม้มันจะไม่เร็วเหมือนเมื่อก่อน แต่ถึงเราจะกลับมาเล่นแท็บเล็ตอันเชื่องช้าของเรา ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลับไปเล่นเกมนะ เพราะเราตั้งใจไว้ว่า ปีหน้าเราจะทำตัวใหม่ เราจะแบ่งเวลา ทำงานบ้าน ดูแลยาย ทำอีบุ๊ก เขียนนิยาย แล้วก็คิดว่าจะเรียนภาษา โดยเรียนจากยูทูป เราจะกลับไปจริงจังกับภาษาจีน อ่านจีน เขียนจีน คิดว่าจะต้องเขียนให้ได้ เราก็ตั้งใจไว้อะนะ แต่ไม่รู้ว่าเอาเข้าจริง จะทำได้อย่างที่ตั้งใจหรือเปล่า แต่ก็บอกตัวเองว่ายังไงก็จะพยายาม

แต่ก็จะไม่ทำให้ตัวเองเครียดเกินไป เพราะถ้าเครียด ก็กลัวว่าจะกลับไปอาการเดิม ยังไงก็ต้องรักษาใจเราเอาไว้ให้มาก

ส่วนเรื่องแท็บเล็ตก็คงยังไม่ซื้อใหม่ในปีนี้หรอก เอาไว้ปีหน้าค่อยว่ากันอีกที เพราะตอนนี้โทรศัพท์มือถือเราก็ยังใช้ได้ แม้จะโหลดแอปมาได้นิดหน่อยก็เถอะ ส่วนแท็บเล็ตเครื่องเก่าก็ยังคงใช้ได้แม้มันจะช้ามากก็ตาม เอาไว้ถ้ามันพัง มันเสียหนักๆ เข้า ค่อยว่ากันอีกที

ยังไงก็ต้องขอบคุณแท็บเล็ตเครื่องนี้ด้วยนะที่ทำให้เราสนุก เพลิดเพลินกับการเล่นเกมมาช่วงหนึ่งเมื่อก่อนนี้ และตอนนี้ก็ยังพอให้เราใช้การได้ ขอบคุณมากจริงๆ

ก็อยู่ด้วยกันไปก่อนนะ จนกว่าจะถึงวันที่เปลี่ยนแปลง

 





Create Date : 20 ธันวาคม 2562
Last Update : 20 ธันวาคม 2562 20:13:52 น.
Counter : 291 Pageviews.

แม่ส่งมาให้ทางไลน์วันนี้ (16 ธ.ค. 62)







Create Date : 16 ธันวาคม 2562
Last Update : 16 ธันวาคม 2562 21:11:57 น.
Counter : 205 Pageviews.

เฝ้าดู


มี 3 คนที่ช่วงนี้ฉันเฝ้าดูอยู่ คือ น้องชาย คนรักของฉัน และลูกฉัน


ในส่วนของน้องชาย ฉันก็เฝ้าดูเฟซบุ๊กเขาทุกวัน เพราะน้องชายเป็นไบโพลาร์ และไม่ยอมกินยารักษา ช่วงนี้ก็เป็นช่วงแมเนีย ช่วงคึกคักของเขา ฉันก็เฝ้าดูว่ามันมีอะไรที่ผิดปกติหรือเปล่า แต่น้องชายก็ยังคงสรรเสริญพระเจ้า เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนว่าเขาปกติ แต่ลึกๆ แล้ว ฉันคิดว่าเขาน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ในใจ เพราะเมื่อเดือนก่อน เขาก็ร้องไห้กับพ่อ และระบายสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจให้พ่อฟัง ซึ่งนั่นก็เป็นผลพวงมาจากโรค เขาคิดอะไรของเขาไปเอง เหมือนเราเองก็คิดอะไรไปเองเช่นกันในตอนที่เรามีอาการทางจิต หรือหวาดระแวง ถ้าน้องได้ทานยา มันก็น่าจะดีขึ้น แต่ในเมื่อน้องไม่ทาน มันเลยต้องเฝ้าระวัง เพราะไม่รู้ว่าวันไหน มันจะเกิดเหตุ

การนับถือพระเจ้ามันช่วยเยียวยาได้ แต่มันไม่ได้รักษาโรคให้หาย ถ้าการนับถือพระเจ้าสามารถรักษาโรคให้หายได้ คนป่วยทางจิตก็น่าจะหันมานับถือพระเจ้ากันหมด

ตอนนี้ทางบ้านก็ต้องให้ยาน้ำผสมกับน้ำให้น้องกิน แต่เราก็ไม่รู้ว่าน้องกินไหม หรือน้องรู้ไหม เพราะเราอยู่คนละบ้าน เราก็ได้แต่ตามอ่านสิ่งที่น้องเขียน สิ่งที่น้องโพสต์ในเฟซบุ๊ก

แม่เราก็มาอยู่กับเรากับครึ่งนึง อยู่กับน้องครึ่งนึง ไม่ได้มาอยู่บ้านเราเต็มสัปดาห์ เพราะทางนู้นก็น่าห่วง น้องเราก็ต้องพบหมอทุกสัปดาห์ เพราะไม่กินยา (จริงๆ ถ้ากินยา ก็ไม่ต้องพบหมอบ่อย)

เราก็ห่วงเรื่องในอนาคตนี่แหละ ถ้าพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โรคไบโพลาร์นี่ เวลาน้องมีอาการหนักๆ นี่น่ากลัวมากเลยนะ แต่อย่างไรก็ต้องหาทางรับมือให้ได้ ก็เป็นเรื่องของอนาคตละนะ ตอนนี้ยังไม่เกิด ก็อย่าเพิ่งไปกังวล


ส่วนคนที่สอง คนรักของเรา เราก็เฝ้าดูทวิตเตอร์ ถ้าวันไหนเขาล็อกทวิตเตอร์เป็นส่วนตัว หรือลบที่รีทวีตไปจนหมด เราก็เป็นกังวล เพราะเขาเองก็บอกว่าเขาก็มีอาการของโรคทางจิตเวชเหมือนกัน เราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในอาการไหน จะถามทางไลน์ เขาก็ไม่ตอบ ก็ได้แต่เดาไป จนเห็นเขาโพสต์ภาพในไอจี ถึงได้รู้ว่าเขายังสบายดีอยู่ เราก็หมดห่วง


ส่วนคนสุดท้าย คนนี้ไม่ได้ป่วยอะไรเลย แต่โพสต์เอามัน และฉันก็บ้าคลิกเข้าไปดู คนที่ฉันจะพูดถึง คือ ลูกของฉันเอง (เรซซิ่งของแม่แพท) จะว่าฉันบ้าก็ได้นะ เพราะฉันเห็นอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นเห็น คิดอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นคิด เพราะฉันคิดว่าลูกฉันมีหลายล็อกอิน และวันๆ ก็จ้องหาจังหวะโพสต์นู่น นั่น นี่ เมื่อวานก็กระหน่ำโพสต์เรื่องเกม ฉันก็เข้าไปดูแล้วก็ขำ เออ เขาก็สนุกของเขาเนอะ

วันนี้ฉันก็รอดูอีกว่าเขาจะโพสต์อะไร เวลาเข้าหน้าแรกของบล็อก ฉันมักจะหาสิ่งที่ล็อกอินหมายเลขโพสต์ก่อน แล้วก็ดูชื่อหัวข้อ จากนั้นถ้ามีอะไรน่าสนใจ ฉันก็จะเข้าไปอ่านข้างใน พออ่านข้างใน ฉันก็ยิ้ม ฉันก็ยิ้มได้ทุกทีแหละ

จะว่าฉันบ้าก็ได้ แต่ฉันว่าลูกของฉันนี่แหละที่เป็นคนโพสต์

สำหรับลูกของฉัน ฉันไม่ห่วงกังวลอะไร เพราะฉันรู้ว่าเขาดูแลตัวเองได้ แต่ที่เขาทำ เพราะเขากำลังเรียกร้องอะไรบางอย่าง เรียกร้องความยุติธรรม

ก็อยากจะบอกว่าไม่ต้องเรียกร้องหรอก ความยุติธรรมมันไม่มีอยู่จริง ถ้ามีอยู่จริงๆ ผลอะไรบางอย่างก็คงออกมาตามอย่างที่ควรจะเป็น

เพราะฉะนั้นทำไปก็เปล่าประโยชน์ เก็บแรงไว้นอนพักดีกว่า พิมพ์อย่างนี้เหมือนเราไม่อยากสนใจ แต่จริงๆ เราเคยสนใจแล้ว แต่มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ก็ต้องยอมรับว่าบางอย่างมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุม

ถ้าอะไรบางอย่างจะทำให้บางคนมีความสุข ก็ให้มันเป็นอย่างที่มันเป็นเถอะ

ความสุขของคนเรามันแตกต่างกัน บางคนมีความสุขกับการได้รางวัล แต่บางคนก็มีความสุขกับการนอนอยู่เฉยๆ ใครมีความสุขอะไรก็ขวนขวาย และทำสิ่งนั้น

ถ้าเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก็ขอให้เขาได้คิดขึ้นมาเอง ไม่ใช่เราไปทำให้เขารู้สึกเสียใจ เพราะบางทีเขาก็อาจจะมีความหวังเหลืออยู่แค่นี้

เพราะฉะนั้น บางอย่างก็ต้องปล่อยวางอะนะลูกนะ

ถ้าเหนื่อยก็พักบ้าง ก็อยากบอกแค่นี้



Create Date : 12 ธันวาคม 2562
Last Update : 12 ธันวาคม 2562 14:14:38 น.
Counter : 215 Pageviews.

ประทับใจเพื่อนสนิทสมัยม.ปลาย (งานตะพาบครั้งที่ 242)


ถ้าจะพูดถึงช่วงเวลาที่แย่สุด หดหู่ที่สุด ไม่อยากใช้ชีวิตที่สุดก็ต้องนี่เลย ตอนม.4 เป็นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดในชีวิต เพราะโดนเพื่อนในห้องแกล้งทุกวัน ไม่ได้แกล้งกันเล่นๆ แต่แกล้งกันจริงจัง ถึงขนาดโดนล็อกกระเป๋านักเรียน โดนเอารองเท้าไปซ่อน ไม่ใช่เรื่องน่าสนุก

การกลั่นแกล้งในโรงเรียนเราเชื่อว่ามันมีทุกยุคทุกสมัย ไม่อยากใช้คำว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะมันไม่ใช่เรื่องปกติ มันไม่ควรจะต้องเกิดกับใครทั้งนั้น แต่เราก็ไม่มีหนทางที่จะหยุดยั้งการกลั่นแกล้ง หรือการบูลลี่กันตรงนี้ได้

ทางโรงเรียนก็ไม่มีคุณครูที่จะคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมนักเรียนได้อย่างทั่วถึง ถ้าไม่มีนักเรียนคนไหนหรือคนที่โดนไปบอก คุณครูก็ไม่รู้

ดังนั้น เพื่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าได้เพื่อนสนิทดี ก็จะพาเราผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ มาได้ แต่ถ้าได้เพื่อนสนิทที่ไม่สนใจ เราก็จะโดดเดี่ยว

เราโชคดีที่ได้เพื่อนสนิทตอนม.ปลายดี ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่โดดเดี่ยว เวลาโดนอะไรก็ยังมีเขาอยู่ข้างๆ คอยช่วย ถ้าไม่ได้เขา เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะมีชีวิตอยู่ยังไง

คนอื่นไปโรงเรียนด้วยความสุข ขณะที่เราไปโรงเรียนด้วยความทุกข์ และมีความรู้สึกว่าไม่น่าย้ายโรงเรียนมาเลย ถ้าเราไม่มีแม่คอยรับฟัง ไม่มีเพื่อนคอยช่วยในยามคับขัน เราต้องแย่สุดๆ อาจจะเป็นโรคซึมเศร้าก็ได้ (ช่วงม.4 น่าจะเป็นช่วงที่เราน่าจะเป็นโรคซึมเศร้ามากที่สุด แต่ก็ไม่เป็นเพราะมีแม่และเพื่อนคอยรับฟังและช่วยเหลือ)

เราจึงประทับใจเพื่อนสนิทของเราที่ชื่อว่าแอล ที่คอยช่วยเหลือเราเสมอมา ถ้าไม่ได้เพื่อนคนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านวันร้ายๆ มาได้ยังไง

เราโชคดีที่โดนแกล้งแค่ปีเดียว พอขึ้นม.5 พวกกลุ่มที่แกล้งเราก็แตก บางคนลาออก ทำให้ไม่มีใครมาแกล้งเราอีก ถ้ากลุ่มนี้ยังรวมตัวกันอยู่ เราคงโดนแกล้งจนถึงม.6 เราคิดว่าอย่างนั้น

การที่เรายอมคน การที่เราไม่สู้คน ไม่ได้ถือว่าเป็นข้อดี ถ้าเราสู้คนได้ มันน่าจะเป็นผลดีกับเรามากกว่า เราคงไม่โดนแกล้งยาวนานถึงหนึ่งปีเต็ม เพราะคนอื่นๆ ในห้องไม่มีใครโดนอย่างเรา ถึงเราจะเป็นนักเรียนใหม่ที่ย้ายเข้ามา แต่ก็มีคนอื่นที่เป็นนักเรียนใหม่เหมือนกัน แต่เขาไม่โดน เพราะถ้าโดน เขาก็คงเล่นกลับ หรือสู้กลับ แต่เราไม่ เรานิ่ง เราเฉย เรายอม ทำให้เราโดนแกล้ง โดนเอาเปรียบอย่างยาวนาน เราคิดว่านี่เป็นข้อเสียของเรา

เราอยากให้การกลั่นแกล้งในโรงเรียนมันหมดไป ไม่ใช่แต่เฉพาะในโรงเรียนของเรา อยากให้เป็นทุกโรงเรียน จะได้ไม่มีใครรู้สึกว่าไม่อยากมาโรงเรียน หรือมาโรงเรียนแล้วต้องพะวงในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

ถ้าคุณครูทุกคนสามารถสอดส่องพฤติกรรมนักเรียนในห้องได้ทุกคนก็เป็นเรื่องดี เพราะมันจะช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงนักเรียนแต่ละคนถ้ามีน้ำใจคอยช่วยเหลือกัน ปัญหาต่างๆ ก็คงจะลดน้อยลงไป

แต่ในสังคมขณะนี้ เราก็คาดหวังไม่ได้ คาดหวังอย่างเดียว คือ ขอให้ทุกคนมีสติ ถ้าเจอปัญหา หรือเจอการกลั่นแกล้ง ก็ขอให้มีสติในการตอบโต้ หรือถ้าจะวางเฉย ก็ขอให้วางเฉยได้อย่างไม่ทุกข์

เรารู้มันเป็นเรื่องยากที่จะทำ แต่ถ้าทำได้ มันจะทำให้การใช้ชีวิตของเราไม่เป็นทุกข์กับสิ่งที่เจอ เราจะไม่เป็นโรคซึมเศร้า หรือรู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ เพราะสิ่งที่คุณเจอ มันเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในชีวิต เชื่อเถอะว่าสักวันมันจะต้องผ่านพ้น ไม่มีใครเจอเรื่องร้ายๆ ไปตลอดชีวิตหรอก

ขอให้เชื่อว่าในอนาคตยังมีสิ่งที่ดีๆ รอเราอยู่ เราจะไม่รู้สึกหดหู่กับชีวิตที่เราเป็น ที่เราเจอ

ขอให้จับมือคนข้างๆ ถ้าไม่มีคนข้างๆ ก็ขอให้สร้างพลังใจให้แข็งแกร่งเข้าไว้

สิ่งที่เราเจอ มันจะเป็นประสบการณ์ เป็นประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ ถ้าเราผ่านมันไปได้ เรื่องทุกข์ยากลำบากใดๆ ก็เป็นเรื่องเล็กๆ แล้ว

ขอให้ทุกคนเจอคนดีๆ ในชีวิต และขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาลำบากไปให้ได้ เป็นกำลังใจให้นะคะ

ส่วนเรื่องการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน เราก็หวังว่าในอนาคต มันจะไม่มีเรื่องเหล่านี้ (แต่ก็ได้แต่หวัง) ยังไงก็ขอให้ทุกคนมีสติในการใช้ชีวิต จะได้ไม่เป็นโรคซึมเศร้าหรือคิดทำร้ายตัวเองไปเสียก่อน

ชีวิตยังอีกยาวไกลนะคะทุกคน ใช้ชีวิตอย่างมีสติค่ะ แล้วคุณจะผ่านทุกเรื่องในชีวิตมาได้อย่างแน่นอน




ขอบคุณที่มาจาก Pinterest



Create Date : 11 ธันวาคม 2562
Last Update : 11 ธันวาคม 2562 17:16:05 น.
Counter : 900 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]



Group Blog
All Blog
  •  Bloggang.com