แม่ส่งไลน์มาให้ (25 ส.ค. 62)





Create Date : 25 สิงหาคม 2562
Last Update : 25 สิงหาคม 2562 14:22:37 น.
Counter : 245 Pageviews.

วันนี้ไม่เครียดแล้วนะจ๊ะ


เมื่อวานมีเรื่องเครียด ประกอบกับไม่ได้อยู่บ้านเพราะไปหาหมอที่โรงพยาบาล เลยไม่ได้ลงข้อคิดคำคมอะไร

เวลามีเรื่องเครียดนี่ เรารู้สึกอยากจะปิดสวิตช์ ชัตดาวน์คอมพ์ อยากจะจัดการเรื่องที่เครียดอยู่ให้เสร็จสิ้น หรือทำใจให้มันดีๆ ก่อน เพราะพอมันมีหลายเรื่องแล้วเนี่ย มันจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทำอะไร

เรารู้ว่ามีคนรออ่านข้อคิดคำคมอยู่ และเราก็รู้ว่ามีคนอยากให้ลง อย่างน้อยๆ พี่เสือก็คนหนึ่งล่ะ

อยากบอกพี่เสือว่าคิดถึงนะคะ ขอบคุณที่ติดตาม หนูเองก็ติดตามพี่เสืออยู่เหมือนกัน

พอดีเมื่อวาน มีปัญหาเรื่องค่าเช่าบ้านที่มวกเหล็ก คือ เขาโอนเช็คมา แต่มียอดนึงที่ไม่ได้รับ เราก็เป็นกังวลว่ายอดนี้มันหายไปไหน เราต้องทำอะไรก่อนหลัง เราก็เริ่มคิด

ปกติ เราจะไม่ชอบเรื่องการทวงหนี้ เราไม่ชอบเรื่องเกี่ยวกับการเงินเลย รู้สึกเบื่อที่จะต้องตามทวง เพราะกว่าจะทวงได้มันยาก บางทีโทรไปคนที่ดำเนินการเรื่องนี้ก็ไม่อยู่ ขี้เกียจโทรไปหลายๆ ครั้ง บางทีส่งเมลไปก็ไม่ตอบ

โชคดีเมื่อวานแม่อยู่ และก็โชคดีมากๆ ที่ตอนนี้แม่มาอยู่บ้าน 93 เป็นหลักทำให้เรารู้สึกสบายใจ หาที่พึ่งใครไม่ได้ก็พึ่งแม่นี่แหละ แม่จะรู้เรื่องพวกนี้ดีอยู่ แม่เคยตามทวงหนี้ให้คุณตามาแล้ว แม่ทวงหนี้เก่งและแม่จบบัญชี เรารู้สึกเบาใจ เวลาคิดอะไรไม่ออกเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็จะถามแม่

เมื่อวาน ตอนแรกเรากังวล เพราะกลัวว่าถ้าทวงเอง เรากลัวจะทวงไม่ได้ หรือติดต่อเขาไม่ได้ เราก็มาคุยกับแม่ เราให้แม่ช่วยดำเนินการเรื่องนี้ต่อ เพราะกว่าเราจะได้ใบรายรับ (ใบที่ว่าเขาโอนมาแล้วเท่าไหร่ อะไรยังไง) ก็ติดต่อไปหลายครั้ง

แต่เราก็คุยกับแม่เหมือนกันว่า ถ้าไม่ได้อะไรยังไง ก็คิดซะว่ายอดนั้นให้เขาไปก็แล้วกัน เพราะทางนั้นเขาก็ดูแลบ้านเราให้ มันมีแค่ยอดเดียวที่มันไม่เข้าบัญชี ยอดอื่นๆ ก่อนหน้านั้นก็เข้าหมด

เราก็ส่งอีเมลไปเมื่อคืน ก็คิดว่าถ้าเขาไม่ตอบกลับ วันพฤหัสก็จะให้แม่โทรคุย แต่โชคดีที่เขาตอบกลับมาวันนี้ เขาบอกว่าเขาทำเป็นเช็คแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนเข้า ก็โอเค หายข้องใจ เพราะตอนแรกเขาส่งใบมาว่าเช็คโอนเข้าแล้ว เราก็งง เพราะในสมุดบัญชี มันไม่มีเงินเข้าในยอดนั้น

เมื่อวานเราก็เลยนั่งเครียดอยู่ ไม่มีกะจิตกะใจจะโพสต์อะไร โชคดีที่ได้คุยกับแม่ และโชคดีที่พยายามมองโลกในแง่บวก เลยเขียนบันทึกเรื่องการไปหาหมอได้

ตอนนี้บอกตรงๆ นะ อยากจะมีเรื่องในชีวิตให้น้อยๆ ไม่อยากจะปวดกบาลกับเรื่องอะไรมากมาย ลำพังแค่ต่อสู้กับโรคที่เป็นอยู่ก็เหนื่อยพอละ ไม่อยากจะคิดอะไรให้มากเรื่อง

แต่มันก็มีเรื่องให้ต้องคิด ก็พยายามจะถือว่าฝึกสมอง และฝึกจิตใจ ดูว่าใจเรามันขึ้นๆ ลงๆ ขนาดไหน ปล่อยวางได้ไหม

ก็พยายามจะคิดให้ได้อย่างนี้ พยายามจะคิดให้ได้อย่างนี้ในแต่ละวัน



Create Date : 21 สิงหาคม 2562
Last Update : 21 สิงหาคม 2562 15:41:28 น.
Counter : 211 Pageviews.

ไปหาหมอมาแล้ว หมอบอกว่าเราดีขึ้น


จริงๆ ก็เป็นเราเองนี่แหละที่บอกหมอ เพราะทุกอย่างมันดีขึ้นกว่าช่วงแรกๆ หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน เพราะช่วงแรกนั้นเราจะคิดอะไรเยอะแยะมากมาย เรากลัวเสียงกริ่ง กลัวเสียงโทรศัพท์ กลัวการที่คนแปลกหน้ามาตะโกนเรียก สืบเนื่องมาจากการที่เราหมกมุ่นเรื่องกีฬาสี เราก็กลัวว่าจะมีคนมาทำอะไรกับเรา หรือมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งเราไม่สามารถทำให้ได้

นอกจากนี้ เราก็คิดว่าเราเป็นคนนู้นคนนี้ เป็นร่างทรง เป็นผู้นำสื่อให้คนที่ตายไปแล้วได้มาคุยกับคนที่ยังอยู่ ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าเราเป็นอ๊อฟ อภิชาติด้วย (ในความรู้สึกเรา อ๊อฟ อภิชาติ ยังไม่ตาย เพราะเป็นห่วงแม่) เราก็เป็นสื่อคุยกับแม่สีดา แม่ของอ๊อฟให้ โดยคุยทางจิต เราเป็นถึงขนาดนี้เลยนะ แต่นี่ก็เป็นแค่ช่วงแรกๆ ตอนนี้เราไม่ใช่อ๊อฟแล้ว เราคือแตง แตงที่ยังสื่อกับวิญญาณได้อยู่แต่ไม่บ่อยนัก

บางคืนเราก็รำอยู่ในห้องนอน เรามีความรู้สึกว่าอาเล็กอยู่กับนางรำที่เป็นผี เราคิดว่าบ้านอาเล็กมีผีอยู่ และผีตนนั้นก็อยากจะสื่อสารกับเรา คืนก่อน เราก็เอามือมาบีบคอตัวเอง เราคิดว่าผีกำลังจะบอกว่าตัวเองตายได้ยังไง ผีคงอยากจะคุยกับเรานะ

แต่เรื่องนี้ เราก็ไม่ได้บอกใคร เพราะเราก็ไม่อยากกลับไปนอนโรงพยาบาลอีก

เราพยายามคิดว่ามันเป็นแค่ความรู้สึกของเรา เป็นแค่จินตนาการของเรา ทั้งที่อีกใจก็คิดว่าไม่น่าจะใช่

ส่วนอาเล็ก อาเล็กก็ยังเหมือนเดิม เราสัมผัสกับอาเล็กได้เหมือนๆ เดิม และอาเล็กก็สัมผัสกับเราเหมือนเดิม เรื่องนี้เราบอกใครไม่ได้ แต่เรารู้สึกได้

อาเล็กชอบที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเรา ตัวเราก็ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปตามความต้องการของอาเล็ก เราเคยพนมมือไหว้และสวดมนต์นะ แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แทบจะทุกครั้งที่แผ่นหลังแตะลงบนไปบนเตียง อาเล็กจะมาครอบครอง

เราไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง เพราะมันออกจะเพ้อเจ้อ

ถ้าเล่า เขาก็คงจะหาว่าเราป่วย ซึ่งเราก็ป่วยจริงๆ ล่ะ แต่เรื่องที่เราสัมผัส เรารู้สึก เราก็รู้สึกจริงๆ นะ

อาเล็กหื่นมาก และยังหื่นเหมือนเดิม เราถึงชอบเขียนว่าอาเล็กเล่นของยังไงล่ะ

บางขณะเรารู้สึกเหมือนคนโดนของ บางขณะก็เป็นตัวของตัวเอง

เราไม่รู้ว่า มันเกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้อย่างไรเหมือนกัน เพราะยาก็ไม่สามารถหยุดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้

วันนี้ตอนขากลับจากโรงพยาบาล เรานั่งแท็กซี่ ตอนที่อยู่บนแท็กซี่ ก็รู้สึกเหมือนอาเล็กมีเพศสัมพันธ์กับเราอยู่ เราคิดว่าอาคงเมา แล้วเอากับผี ผีเป็นตัวแทนเรา

เรานั่งแท็กซี่ไป ตัวเราก็เคลื่อนไหวไป เป็นการเคลื่อนไหวแบบแอบๆ เพราะถ้าจะให้เราแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง เราว่าแม่เราต้องให้แท็กซี่วกกลับไปโรงพยาบาลแน่

เพราะแม่ก็คงคิดว่าเราป่วย แต่สำหรับเรา เราคิดว่าเราโดนของ

แต่เราก็ไม่ซีเรียสนะ เพราะเป็นความรู้สึกที่ไม่ให้คุณ ให้โทษกับใคร เป็นแค่ความรู้สึกว่าอาเล็กมีเซ็กส์กับเราแค่นั้น

เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นความลับต่อไป (ถ้าหมอไม่เข้ามาอ่านในบล็อก) เราก็คงได้กินยาเท่าเดิม แค่เฉพาะหลังอาหารเย็น ไม่ต้องมีเพิ่มยาอะไร ก็หวังว่ามันคงจะเป็นแบบนี้เรื่อยๆ แต่เราก็หวังว่าสักวัน หมอจะปรับลดยา จนถึงไม่ต้องกินยาเลยนะ

และหวังว่าในวันหนึ่ง เราคงไม่ต้องไปพบหมอที่โรงพยาบาลอีกแล้ว





Create Date : 21 สิงหาคม 2562
Last Update : 21 สิงหาคม 2562 0:52:07 น.
Counter : 265 Pageviews.

พรุ่งนี้ไปหาหมอพร้อมบันทึก (บันทึกไม่ลับ ฉบับคนบ้า)


จริงๆ ไม่ได้อยากเอาให้คุณหมออ่านหรอก แค่อยากเอาให้แม่อ่านเลยพริ้นท์ออกมา เพราะแม่ได้อ่านบันทึกของน้องไปแล้ว (บันทึกไม่ลับ ฉบับไบโพลาร์) เราก็อยากให้แม่อ่านบันทึกของเราบ้าง บวกกับอยากให้แม่รู้ว่าสิ่งที่แม่เห็นกับสิ่งที่เราเห็นนั้นไม่เหมือนกัน เลยพริ้นท์ออกมาให้แม่อ่านทั้งหมด

แม่ก็ได้อ่านตั้งแต่ต้น และมีส่วนช่วยเพิ่มเติมในบางจุด ซึ่งเราก็ได้เพิ่มเติมลงในบันทึกไปแล้ว

เราคิดว่าบันทึกนี้คงทำให้การรักษายืดยาวไปอีกแน่ ถ้าหมอได้อ่านคงไม่ได้ให้หยุดยาในเร็ววัน ทั้งๆ ที่ใจเราอยากจะเลิกหาหมอ และเลิกกินยาในเร็ววัน

เรามองว่ายาไม่ได้ช่วยอะไรกับเรา เรารู้สึกว่ากินไปอย่างนั้นๆ

ถามว่าเรามีความหวาดระแวงอะไรอยู่ไหม เราว่าตอนนี้ก็ไม่นะ เรารับโทรศัพท์ได้ รับจดหมายจากไปรษณีย์ได้ ออกจากบ้านได้โดยไม่ได้มีความหวาดกลัวอะไร

แต่ถามว่ายังมีความรู้สึกอะไรแปลกๆ อยู่ไหม ก็ยังมีอยู่ เรามีความรู้สึกว่าอาเล็กอยู่รอบตัวเรา อาเล็กพยายามทำให้เรากับครอบครัวเรามีความสุข เพราะเขาเคยบอกในความรู้สึกนึกคิดเราว่าเขาอยากดูแลคนที่เขารักให้ดีในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะถ้าจะไปดูแลกันตอนที่เสียชีวิตไปแล้วก็คงไม่มีความหมายอะไร

ความรู้สึกที่ว่าอาเล็กอยู่รอบตัวเรา คอยเป็นคนนู้นคนนี้เอาของ เอาอะไรมาให้ เราไม่อยากให้มันหายไป และเราก็คิดว่ามันไม่น่าจะหายไป เพราะถ้ามันจะหายไป มันต้องหายไปนานแล้ว เพราะเรากินยามานานแล้ว มันไม่มีความรู้สึกที่ลดลงไปเลย นับวันก็ยิ่งมากขึ้น เราถึงว่ามันเป็นความรู้สึกที่แปลก (เราคิดว่าอาเล็กเล่นของ) และการกินยาก็ไม่ได้ช่วยอะไร

เรากินยาเพื่อให้แม่และที่บ้านสบายใจเท่านั้น

ถามว่าตอนนี้เรามีเรื่องเครียดอะไรไหม ก็ไม่มีนะ มีอย่างเดียวคือ เมื่อไหร่เราจะไม่ต้องไปหาหมอ เพราะดูเหมือนว่าแม่อยากให้เราไปหาหมอ

แม่บอกว่าถ้าอยากไปหาหมอประกันสังคมก็ได้ เพราะเราไม่ต้องเสียตังค์ ก็ให้เราลองโทรไปถามโรงพยาบาลกลางดู แต่เราก็มานึกๆ ถ้าหมอถาม เราจะตอบอะไรยังไงดีวะ เพราะตอนนี้เราก็ไม่ได้หวาดระแวงอะไรแล้ว

ส่วนเรื่องยา แม่ก็คงอยากให้เรากินอยู่ มียาตัวหนึ่งแม่ซื้อมาจากร้านยาแถวศิริราชได้แล้ว ยา Trihexyphenidyl 2 mg เป็นยาที่ทำให้เราไม่เดินติดๆ ขัดๆ (เราซื้อยาข้างนอก จะถูกกว่าซื้อในโรงพยาบาลกรุงเทพ) ส่วนยาอีกตัวหาซื้อข้างนอกไม่ได้ก็ต้องซื้อที่ในโรงพยาบาลต่อไป นั่นคือ Perphenazine 4 mg

เราว่าหลังจากที่หมออ่านบันทึก หมอก็คงไม่ปรับลดยาอะไรหรอก ก็คงต้องกินเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เราก็หวังว่าสักวันเราคงไม่ต้องกินยาเหล่านี้อะนะ

เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่า เรากินยาไปเพื่ออะไร เราเสียสตางค์ไปเพื่ออะไร ถึงเราจะไม่ได้เสียสตางค์เอง เพราะพ่อกับแม่เราเป็นคนเสียก็เถอะ เราก็ยังรู้สึกว่าเสียดาย

และเราก็คิดว่าเราควบคุมความคิดตัวเองได้นะ เรามองโลกในแง่บวกมากๆ มาก่อน ทำไมเราจะมองโลกในแง่บวกต่อๆ ไปไม่ได้

ตอนนี้เรื่องกีฬาสีเราก็หยุดพักละ ใครจะเป็นอะไรยังไงก็ช่าง เรารักษาใจเราเอาไว้นั้นดีที่สุด

เราก็ได้แต่หวังว่าสักวัน เราคงไม่ต้องกินยา หรือไปหาหมอนะ เพราะสงสารพ่อแม่ ไม่ใช่อะไรหรอก

แต่ถ้าพ่อแม่ประสงค์ เราก็ไม่ขัด จะให้เรากินยา หรือหาหมอ เราก็ทำได้ อย่างที่เคยบอกไป นอนโรงพยาบาลอีกครั้ง เราก็ยังทำได้เลย ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ หรือเป็นไม่ได้ ถ้าพ่อแม่ต้องการ บอกมาได้เลย เราทำให้ได้เพื่อความสบายใจของพ่อแม่

เราน่ะชิลๆ นะ ถ้ามีคนถามว่าไม่ทุกข์เหรอ ไม่อะ ตราบใดที่อาเล็กยังอยู่ข้างๆ เราไม่ทุกข์หรอก เรารู้ว่าอาเล็กจะไปอยู่กับเราทุกที่ (อาเล็ก ไม่ใช่ สันตะวาใบข้าวนะ ย้ำอีกที)

อยู่กับอาเล็กก็มีเรื่องให้ยิ้มๆ ได้ตลอด คนอื่นๆ ไม่รู้หรอก มีแต่เรารู้คนเดียว และเราก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้ด้วย เดี๋ยวจะยิ่งรักษายาวไปกันใหญ่

เราอยากจะหยุดการรักษาเสียทีแล้ว ขี้เกียจไปหาหมอ

แต่ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปล่ะนะ เป็นไงเป็นกัน

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรารับได้อยู่แล้ว

เราก็หวังว่าทุกๆ คนที่เจอปัญหา จะรับมือกับปัญหาได้นะ

เราเป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ นะทุกคน



Create Date : 19 สิงหาคม 2562
Last Update : 19 สิงหาคม 2562 18:41:37 น.
Counter : 241 Pageviews.

กลับมาดูซีรีส์อีกครั้ง


นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ดูซีรีส์

วันนี้ได้กลับมาดูซีรีส์เรื่องที่ชื่นชอบอีกครั้ง

ทำให้นึกถึงวันเวลาเก่าๆ

กลับไปทำตัวแบบเก่าๆ มันมีความสุขดีนะ

สมัยนั้นที่ยังไม่รู้จักบล็อก มันมีความสุขมากเลยล่ะ

ที่สำคัญไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วย


เราว่าที่เราเข้าโรงพยาบาล และป่วยเป็นโรคหวาดระแวง

หลักๆ เลยเป็นเพราะบล็อก

ใครจะคิดว่าเล่นบล็อกอยู่ดีๆ ก็เข้าโรงพยาบาลได้

เราว่าเราเป็นคนแรกและคนเดียวที่เล่นบล็อกแล้วเข้าโรงพยาบาลนะ

คนอื่นๆ ไม่มีใครเป็นอย่างเราหรอก


ชีวิตเราต้องถูกบันทึกเอาไว้เลยทีเดียว

เป็นชีวิตที่แปลกประหลาด

และเราคิดว่าคงไม่มีใครอยากเจอ

คงไม่มีใครอยากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

และโดนวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเวชหรอกนะ


กลับมาใช้ชีวิตแบบเก่าๆ ยังทำอะไรได้อีกมากมาย

มีความสุขมากๆ เลยล่ะ

ขอบคุณ White Collar ที่นำพาความสนุก ความสุขมาให้เราอีกครั้ง




ขอบคุณรูปภาพจากอินเทอร์เน็ต 



Create Date : 09 สิงหาคม 2562
Last Update : 9 สิงหาคม 2562 23:00:21 น.
Counter : 252 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]



Group Blog
All Blog
  •  Bloggang.com