กรรมสะท้อน ย้อนยอกชีวิต (งานตะพาบครั้งที่ 257)  
 

                เราไม่รู้นะว่าคุณยังตามอ่านในสิ่งที่เราเขียนหรือไม่ แต่เราบอกเลยเรายังตามติดชีวิตของคุณ ตามอย่างเงียบ ๆ จะว่าเป็นห่วงก็ไม่เชิง จะว่าอยากหัวเราะก็ไม่ใช่ เราแค่อยากรู้ว่าคุณจะจัดการชีวิตตัวเองอย่างไรกับเรื่องของความรัก
 
                กรรม คือ การกระทำ
 
                การที่ครั้งหนึ่งเราได้รู้จักกัน พูดคุยกันอย่างสนิทเหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน นั่นถือเป็นเรื่องดี เพราะนั่นทำให้เราได้เรียนรู้ถึงตัวตนของคุณด้วย การที่คุณอยู่ ๆ ก็จากเราไปอย่างกะทันหัน ในตอนนั้นเรามองว่ามันเลวร้ายมาก แต่ในตอนนี้เรากลับมองว่ามันเป็นเรื่องดี เพราะการลาจากของคุณ ทำให้เราได้ทำอะไรใหม่ ๆ เราได้เข้ามาเขียนบล็อก เราได้ทดลองเลี้ยงแคคตัส รวมถึงเราได้มีความรักครั้งใหม่
 
                ชีวิตเรามีสิ่งแปลกใหม่เข้ามา แต่ชีวิตคุณ เรามองแล้ว เราก็แอบยิ้ม เรารู้ว่าคุณอยากจะจบความรู้สึก ‘รัก’ กับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่คุณก็ไม่สามารถจบได้ เพราะเธอยังเกาะติดกับคุณอยู่
 
                คุณรู้ไหมว่าทำไมเธอถึงยังไม่ไปจากคุณ เพราะเธอขาดไง มีเพื่อนเราคนหนึ่งเคยบอกเราว่าการที่ผู้หญิงจะยึดติดกับเรื่องของความรัก มันเป็นเพราะว่าเธอเพียบพร้อมในทุกด้าน ๆ แล้ว ขาดอยู่อย่างเดียว คือ เรื่องของความรัก ดังนั้น เธอจึงโหยหา แล้วหวยมันก็ไปออกที่คุณ ก็คุณอยากคุยเล่นเองก็ช่วยไม่ได้
 
                เราบอกแล้วมันเป็นกรรม กรรม คือ การกระทำ ถ้าคุณไม่คิดจะคุยเล่น หรือคิดจีบตั้งแต่แรก เรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้
 
                คุณลองคิดสิ ทำไมเธอถึงไม่สนใจคนอื่น  ทั้ง ๆ ที่เธอก็มีคนรู้จักที่เป็นผู้ชายอื่นมากมาย (อ้อ! เรามีเรื่องบอกคุณเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่คุณคงไม่รู้ และก็ไม่มีใครรู้เพราะเราไม่เคยเล่าให้ใครฟัง คือ เราจะบอกว่า ตอนที่คุณจีบเรา ก็มีผู้ชายอีกคนมาจีบเราด้วย เป็นผู้ชายในห้องนั้น แต่เราบอกไปว่าเรามีคนคุยอยู่ เราซื่อสัตย์กับตัวเองนะ) เราว่าเธอก็คงเหมือนเรา คงจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมาก ความรู้สึกมันเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ง่าย ๆ หรอก
 
                นี่มันกี่ปีมาแล้วล่ะ ที่เรื่องความรักระหว่างเธอกับคุณ มันยังคาราคาซังกันอยู่ เราอยากถามคุณเหมือนกันว่าชอบหรือที่มันเป็นอย่างนี้ แล้วเราก็อยากถามเธอด้วยว่าเธอชอบหรือที่มันเป็นอย่างนี้
 
                คนหนึ่งอยากลา อีกคนอยากไปต่อ รอด้วยความหวัง นี่มันกรรมสะท้อน ย้อนยอกชีวิตจริง ๆ จบกันไม่ได้
 
                เรารู้สึกดี ดีมากนะที่ถูกทิ้ง (แม้ในวันนั้นจะรู้สึกไม่ดีโคตร ๆ) มันทำให้เราได้มีประสบการณ์ชีวิต และได้ชดใช้กรรมที่เราเคยได้ทำไว้กับคนอื่น
 
                เราไม่เจ็บปวดอีกต่อไป เพราะเราได้เจ็บมาก ๆ แล้วในวันนั้น ส่วนคุณและเธอ เราเชื่อว่ายังไม่เคยมีความรู้สึกเจ็บอย่างที่เราเคยเจ็บ แต่การที่เป็นอยู่แบบนี้ เราก็เชื่อว่าคงไม่อาจพูดได้ว่ารู้สึกดีอย่างสุด ๆ ได้
 
                ความสนุกสนานที่มี มันคงแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะกล่าว
 
                เราไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง หรือมันจะเป็นอย่างนี้ไปอีก 10 ปี 20 ปี เราไม่สามารถบอกได้ เพราะมันไม่ใช่กรรมเราแล้ว มันเป็นกรรมของคุณ กับ กรรมของเธอ เราได้แต่ติดตามดูอยู่ห่าง ๆ
 
                ไม่ขอเอาใจช่วยนะ เพราะอยากให้เรื่องมันจบ ไม่ใช่จบเพราะเราจะได้สะใจ แต่จบเพื่อที่เธอจะได้ไปมองคนอื่นบ้าง หรือมีอะไรแปลกใหม่ให้กับชีวิตบ้าง เราไม่อยากให้เธอหมกมุ่นกับเรื่องความรักมากเกินไป ยิ่งรักที่ไม่มีทางเป็นจริง พอเถอะ (เพราะถ้ามันจะเป็นจริง มันก็คงเป็นไปนานแล้ว)
 
                กรรมสะท้อน ย้อนยอกชีวิต มันก็เป็นอย่างนี้แหละ รู้สึกหน่วง ๆ บอกใครไม่ได้ ได้แต่คิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นคงดี อย่างนี้คงดี ก็อยากบอกให้รู้ไว้ว่าไม่มีอะไรเป็นไปอย่างใจเรา ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
 
                ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติก็แล้วกัน ฝากไว้แค่นี้



Create Date : 20 กรกฎาคม 2563
Last Update : 20 กรกฎาคม 2563 19:28:41 น.
Counter : 206 Pageviews.

แอบเครียด


การมีงาน ก็ดีกว่าไม่มีงาน แต่พอมีงานแล้วก็กลุ้ม กลุ้มว่าจะทำงานออกมาได้ดีไหม ผลตอบรับจะเป็นยังไง

ตอนนี้ต้องศึกษาอะไรให้เยอะ บอกตัวเองอย่ามัวแต่ติดน้องแชมป์แห่งแอป Vibie เมื่อวานเจอน้องแชมป์มาไลฟ์แล้วหลงรักอะ แทบอยากจะไปเรียนเลขกับน้องเขาเลย น้องเขาเป็นครูสอนเลข

แต่ตอนนี้ต้องดึงตัวเองออกมา ตั้งสติ และทุ่มเทกับงาน ถ้าทำดีที่สุดแล้ว มันไม่เวิร์ค ก็แค่ออกมาพักยาว ๆ

ถ้าเครียดมากไปก็กลัวจะมีอาการทางจิตกลับมาอีก ต้องบอกตัวเองใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทำ ใจเย็น ๆ ค่อยๆ ศึกษาหาข้อมูลเรื่องที่จะเขียนเพื่อนำไปทำพอดแคสต์

ไม่อยากบอกตัวเองว่าต้องทำให้ได้ แต่ขอบอกตัวเองให้ทำให้ดีที่สุดก็พอ



Create Date : 13 กรกฎาคม 2563
Last Update : 13 กรกฎาคม 2563 18:32:37 น.
Counter : 203 Pageviews.

​​​​​​​1 ปีผ่านไปกับโรคทางจิต (3)

 
ขอรำลึกนึกถึงครั้งสุดท้าย
ว่าใจกายนั้นเป็นเช่นไรหนอ
หนึ่งปีก่อนที่ฉันเข้ารอพอ
เพื่อพบหมอซักถามถึงอาการ
 
ในตอนนั้นฉันคิดว่ามีญาณทิพย์
ที่จะหยิบคำพูดมาสื่อสาร
ใช้โทรจิตติดต่อกับวิญญาณ
และก็กับทางบ้านเขาดิบดี
 
มโนไปว่าเขานั้นยังอยู่
แต่ว่าเขานั้นดูไม่สดศรี
เพราะว่ายังเป็นห่วงบุพการี
เหมือนอย่างพี่อ๊อฟนี้ห่วงแม่เขา

ตอนนั้นคุยทางจิตกับแม่สีดา แม่ของพี่อ๊อฟด้วย


 
และยังคิดว่าพี่ธรรม์นั้นยังอยู่
แต่เขาดูรู้สึกว่าแอบเหงา
คิดถึงเพื่อนในวงการนั้นไม่เบา
ให้ตัวเรานั้นมาช่วยติดต่อ

กับพี่ธรรม์นี้ก็เสิร์ชดูรูปเพื่อน ๆ ของพี่เขา แล้วใช้จิตคุยกัน


 
ตอนนั้นฉันนั้นเพ้อไปมากมาย
มีเรื่องราวอีกหลากหลายกว่านี้หนอ
อย่างเช่นฉันนั้นมีสิทธิ์เรียนหลายมอ
ทั้งที่ความจริงนี้ก็ไม่มีทาง

คิดว่าตัวเองมีความสามารถหลากหลาย เรียนได้หลายคณะ หลายสาขาวิชา
ในมหาวิทยาลัยในประเทศ



 
ฉันไม่ใช่คนเก่งอะไรเลย
แต่คิดไกลไปแล้วเหวยจนรุ่งสาง
มีให้คิดสารพันไม่ปล่อยวาง
มีแต่ร่างแต่จิตใจเพี้ยนไปหมด
 
เพลงที่ชอบฟังตอนนั้นฉันก็มี
โดยอิงสีการเมืองไม่ราลด
คิดว่าตัวเองนั้นไปปรากฏ
ไปสวมบทแทนที่ศิลปิน
 
คิดว่าตัวเองนั้นเป็นนักร้องนำถือไมค์สีแดง



ดูเอ็มวี.ท่องกูเกิลไปไม่หยุด
เหมือนอยากจุดประกายศาสตร์และศิลป์
แต่ความจริงเป็นเรื่องเพี้ยนในชีวิน
ที่ต้องกินยารักษาถึงหายเอย

---------------

ขอบคุณรูปภาพทั้งหมดจากอินเทอร์เน็ต


ปัจจุบันยังกินยาอย่างต่อเนื่อง แม้อาการต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่ปรากฏแล้วก็ตาม



Create Date : 08 กรกฎาคม 2563
Last Update : 8 กรกฎาคม 2563 18:48:00 น.
Counter : 216 Pageviews.

1 ปีผ่านไปกับโรคทางจิต (2)

 
กลับมาเล่าเรื่องราวของเราต่อ
หลังจากออกจากรอพอในครั้งนั้น
ฉันยังคงเล่นโซเชียลไปทุกวัน
จินตนาการคล้ายความฝันไปมากมาย
 
เวลาออกจากบ้านฉันนั้นคิด
ว่าชีวิตเรานั้นมีความหมาย
กับผู้คนที่อยู่รอบรอบกาย
เขาทั้งหลายสนใจในเรื่องเรา
 
อะไรที่เราชอบคนอื่นชอบ
อย่างน้ำปั่นคือคำตอบที่เขาเหมา
เด็กนักเรียนมารุมซื้อกันไม่เบา
ทำเอาเราตกอกและตกใจ

ภาพเด็กนักเรียนประถมรุมล้อมรถน้ำปั่นยังติดตาเราอยู่


 
เราไปซื้อน้ำกระเจี๊ยบ ‘กระเจี๊ยบทุกวัน’
เราก็ยืนงงงันกันไปใหญ่
กระเจี๊ยบทุกวันนั้นหมายความว่าอะไร
หรือจะบอกว่าเราไงคล้ายหมอเจี๊ยบ

ป้าย ‘กระเจี๊ยบทุกวัน’ ทำให้เราสงสัยจริง ๆ


 
รถกับข้าวก็แซวเราเรื่องผิวขาว
คล้ายเราเป็นผู้สาวผิวขาวเนี้ยบ
ในตอนนั้นเรายืนอย่างเงียบเงียบ
ในความคิดเราเพียบด้วยจินตนาการ
 
เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องจริง
หรือไม่จริงเราก็ยากจะสื่อสาร
รู้แต่ว่าเป็นอย่างนี้อยู่ก็นาน
ความคิดดลบันดาลให้มันเป็น
 
เรื่องเหลืองแดงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เรานั้นอึ้งกับสิ่งที่ได้เห็น
เมื่อต่างสีต่างพวกเป็นประเด็น
ก็จะเป็นว่าโดนแยกออกมา

เคยคิดว่ารถไฟฟ้าไม่รับเรา เพราะเราเป็นคนละสีกับคนในรถนั้น
(แต่ความจริง คือ รถมันเต็ม)



 
เรื่องสีรุ้งก็มีเข้ามาด้วย
ให้เราช่วยกลุ่มเขาแก้ปัญหา
เวลาไปเดินวิ่งสะดุดตา
เขาจะมาขวางหน้าเราทุกที

ตอนนั้นจะเจอเกย์ เจอทอมดี้มายืน หรือเดินผ่านหน้า หรืออยู่ข้างหน้าบ่อยมาก


 
ตอนตากผ้าเจอกางเกงดาวแดงพ่อ
จินตนาการไปต่อว่าพ่อนี้
เข้ากับกลุ่มพวกเข้าป่าในทันที
เป็นสหายคลุกคลีกับการเมือง

เจอกางเกงดาวแดงพ่อ กับ ผ้าขาวม้า ก็จินตนาการไปว่าพ่อเข้าป่า เป็นคอมมิวนิสต์
(ความจริง คือ พ่อไม่เคยเข้าป่า แต่เพื่อนพ่อน่ะเคยเข้า)



 
เป็นอะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิด
จินตนาการเตลิดไปหลายเรื่อง
เรื่องต่างต่างก็ไม่ค่อยจะประเทือง
เรื่องการเมืองเรื่องบันเทิงเรื่องมายา
 
เรื่องบันเทิงก็มีหลากรูปแบบ
ก็จะแอบบันทึกไว้ให้หรรษา
เรื่องเพลงที่ชอบฟังเรื่องดารา
เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเขียนให้ได้ดู
 
ส่วนตอนนี้ขอเขียนแค่นี้ก่อน
อย่าพึ่งรีบหลอนหลอนนะหนูหนู
เพราะตอนหน้ายังมีหลอนให้ได้รู้
แล้วจะรู้ว่าเราอยู่ไม่ง่ายเลย
 
---------------
 
ขอบคุณรูปภาพทั้งหมดจากอินเทอร์เน็ต

((ปัจจุบันเราไม่มีอาการต่าง ๆ นี้แล้วนะ อาการที่คิดไปเอง จินตนาการไปเอง))



Create Date : 04 มิถุนายน 2563
Last Update : 4 มิถุนายน 2563 20:37:39 น.
Counter : 209 Pageviews.

1 ปีผ่านไปกับโรคทางจิต (1)


หนึ่งปีผ่านกับการเป็นโรคทางจิต
ที่ไม่คิดชีวิตจะเป็นหนอ
ถูกกักตัวสิบแปดวันในรอพอ
มีสองหมอเข้ามาช่วยดูแล
 
หมอที่หนึ่งรักษาโรคหวาดระแวง
แต่ยาใหม่นั้นแรงทำให้แพ้
ลิ้นนั้นแข็งกลืนลำบากประสาทแย่
หมอที่สองเลยมาแลดูกันไป
 
หมอที่สองทางสมองเรานั้นปลื้ม
ไม่เคยลืมเหมือนเราโดนเล่นคุณไสย
คิดเป็นคุณสีเมจิกอยู่ร่ำไป
มาทุกเช้าเมื่อไหร่ตื่นเต้นทุกที
 
ชีวิตเราอยู่โรง’บาลไม่เหมือนบ้าน
อยู่คนเดียวนานนานไม่ได้พี่
ต้องมีพยาบาลมาคลุกคลี
กิจกรรมมากมีให้ทำกัน
 
เล่นดนตรีเข้าจังหวะทำอาหาร
และมีการเล่นโยคะให้สุขสันต์
บางวันมีเข้ากลุ่มพูดคุยกัน
กับเรื่องราวที่ผ่านผันประสบมา
 
กว่าจะได้เจอพ่อแม่ก็ช่วงเย็น
ก็จะเป็นอย่างนี้ประจำหนา
พ่อแม่ได้กินขนมที่ทำมา
อบอุ่นทุกเวลาที่ได้เจอ
 
เมื่อถึงคราวที่ได้กลับก็ดีใจ
ถามอะไรก็ตอบได้สม่ำเสมอ
เหมือนว่าเราสิ้นแล้วความมึนเบลอ
แต่ความจริงนะเธอยังมีอยู่
 
ยังคิดถึงเรื่องการเมืองอยู่บ้างนะ
ตอนที่กอดลาเพื่อนน่ะก็คิดอยู่
แต่ถ้าดูภายนอกคงไม่รู้
เพราะเราดูปกติเหมือนไม่มีอะไร
 
ตอนถึงบ้านก็คิดว่าเราสำคัญ
คนเขาพูดถึงเรากันอย่างยกใหญ่
ในละครก็มีเรื่องเรานั้นไง
เพื่อนชิดใกล้ก็ยังอยู่ในละคร
 
จำได้เลยว่าเป็นเรื่องเพลิงพรางเทียน
เป็นนางเอกอย่างแนบเนียนด้วยจิตหลอน
ประกบคู่กับเต้ยพงศกร
เป็นละครที่อยู่ในความทรงจำ
 
แบงค์ก็มาเป็นพระรองอย่างโคตรหล่อ
ปรากฏตัวในจออย่างเลิศล้ำ
หัวหน้าห้องเรานี้เท่อยู่ประจำ
ช่างน่าขำคิดไปได้ไงเออ
 
ก็ยังมีอีกมากอยากจะกล่าว
เป็นเรื่องราวที่อยากนำเสนอ
อยากจะอ่านหรือไม่อ่านแล้วแต่เธอ
แค่อยากเขียนนะเออสนุกดี




ขอบคุณรูปภาพจากอินเทอร์เน็ต




Cr. Youtube :: แบ่งใจ Ost.เพลิงพรางเทียน - จั๊ก ชวิน



Create Date : 27 พฤษภาคม 2563
Last Update : 27 พฤษภาคม 2563 16:58:49 น.
Counter : 225 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]



Group Blog
All Blog
  •  Bloggang.com