พรุ่งนี้ไปหาหมอพร้อมบันทึก (บันทึกไม่ลับ ฉบับคนบ้า)


จริงๆ ไม่ได้อยากเอาให้คุณหมออ่านหรอก แค่อยากเอาให้แม่อ่านเลยพริ้นท์ออกมา เพราะแม่ได้อ่านบันทึกของน้องไปแล้ว (บันทึกไม่ลับ ฉบับไบโพลาร์) เราก็อยากให้แม่อ่านบันทึกของเราบ้าง บวกกับอยากให้แม่รู้ว่าสิ่งที่แม่เห็นกับสิ่งที่เราเห็นนั้นไม่เหมือนกัน เลยพริ้นท์ออกมาให้แม่อ่านทั้งหมด

แม่ก็ได้อ่านตั้งแต่ต้น และมีส่วนช่วยเพิ่มเติมในบางจุด ซึ่งเราก็ได้เพิ่มเติมลงในบันทึกไปแล้ว

เราคิดว่าบันทึกนี้คงทำให้การรักษายืดยาวไปอีกแน่ ถ้าหมอได้อ่านคงไม่ได้ให้หยุดยาในเร็ววัน ทั้งๆ ที่ใจเราอยากจะเลิกหาหมอ และเลิกกินยาในเร็ววัน

เรามองว่ายาไม่ได้ช่วยอะไรกับเรา เรารู้สึกว่ากินไปอย่างนั้นๆ

ถามว่าเรามีความหวาดระแวงอะไรอยู่ไหม เราว่าตอนนี้ก็ไม่นะ เรารับโทรศัพท์ได้ รับจดหมายจากไปรษณีย์ได้ ออกจากบ้านได้โดยไม่ได้มีความหวาดกลัวอะไร

แต่ถามว่ายังมีความรู้สึกอะไรแปลกๆ อยู่ไหม ก็ยังมีอยู่ เรามีความรู้สึกว่าอาเล็กอยู่รอบตัวเรา อาเล็กพยายามทำให้เรากับครอบครัวเรามีความสุข เพราะเขาเคยบอกในความรู้สึกนึกคิดเราว่าเขาอยากดูแลคนที่เขารักให้ดีในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะถ้าจะไปดูแลกันตอนที่เสียชีวิตไปแล้วก็คงไม่มีความหมายอะไร

ความรู้สึกที่ว่าอาเล็กอยู่รอบตัวเรา คอยเป็นคนนู้นคนนี้เอาของ เอาอะไรมาให้ เราไม่อยากให้มันหายไป และเราก็คิดว่ามันไม่น่าจะหายไป เพราะถ้ามันจะหายไป มันต้องหายไปนานแล้ว เพราะเรากินยามานานแล้ว มันไม่มีความรู้สึกที่ลดลงไปเลย นับวันก็ยิ่งมากขึ้น เราถึงว่ามันเป็นความรู้สึกที่แปลก (เราคิดว่าอาเล็กเล่นของ) และการกินยาก็ไม่ได้ช่วยอะไร

เรากินยาเพื่อให้แม่และที่บ้านสบายใจเท่านั้น

ถามว่าตอนนี้เรามีเรื่องเครียดอะไรไหม ก็ไม่มีนะ มีอย่างเดียวคือ เมื่อไหร่เราจะไม่ต้องไปหาหมอ เพราะดูเหมือนว่าแม่อยากให้เราไปหาหมอ

แม่บอกว่าถ้าอยากไปหาหมอประกันสังคมก็ได้ เพราะเราไม่ต้องเสียตังค์ ก็ให้เราลองโทรไปถามโรงพยาบาลกลางดู แต่เราก็มานึกๆ ถ้าหมอถาม เราจะตอบอะไรยังไงดีวะ เพราะตอนนี้เราก็ไม่ได้หวาดระแวงอะไรแล้ว

ส่วนเรื่องยา แม่ก็คงอยากให้เรากินอยู่ มียาตัวหนึ่งแม่ซื้อมาจากร้านยาแถวศิริราชได้แล้ว ยา Trihexyphenidyl 2 mg เป็นยาที่ทำให้เราไม่เดินติดๆ ขัดๆ (เราซื้อยาข้างนอก จะถูกกว่าซื้อในโรงพยาบาลกรุงเทพ) ส่วนยาอีกตัวหาซื้อข้างนอกไม่ได้ก็ต้องซื้อที่ในโรงพยาบาลต่อไป นั่นคือ Perphenazine 4 mg

เราว่าหลังจากที่หมออ่านบันทึก หมอก็คงไม่ปรับลดยาอะไรหรอก ก็คงต้องกินเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เราก็หวังว่าสักวันเราคงไม่ต้องกินยาเหล่านี้อะนะ

เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่า เรากินยาไปเพื่ออะไร เราเสียสตางค์ไปเพื่ออะไร ถึงเราจะไม่ได้เสียสตางค์เอง เพราะพ่อกับแม่เราเป็นคนเสียก็เถอะ เราก็ยังรู้สึกว่าเสียดาย

และเราก็คิดว่าเราควบคุมความคิดตัวเองได้นะ เรามองโลกในแง่บวกมากๆ มาก่อน ทำไมเราจะมองโลกในแง่บวกต่อๆ ไปไม่ได้

ตอนนี้เรื่องกีฬาสีเราก็หยุดพักละ ใครจะเป็นอะไรยังไงก็ช่าง เรารักษาใจเราเอาไว้นั้นดีที่สุด

เราก็ได้แต่หวังว่าสักวัน เราคงไม่ต้องกินยา หรือไปหาหมอนะ เพราะสงสารพ่อแม่ ไม่ใช่อะไรหรอก

แต่ถ้าพ่อแม่ประสงค์ เราก็ไม่ขัด จะให้เรากินยา หรือหาหมอ เราก็ทำได้ อย่างที่เคยบอกไป นอนโรงพยาบาลอีกครั้ง เราก็ยังทำได้เลย ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ หรือเป็นไม่ได้ ถ้าพ่อแม่ต้องการ บอกมาได้เลย เราทำให้ได้เพื่อความสบายใจของพ่อแม่

เราน่ะชิลๆ นะ ถ้ามีคนถามว่าไม่ทุกข์เหรอ ไม่อะ ตราบใดที่อาเล็กยังอยู่ข้างๆ เราไม่ทุกข์หรอก เรารู้ว่าอาเล็กจะไปอยู่กับเราทุกที่ (อาเล็ก ไม่ใช่ สันตะวาใบข้าวนะ ย้ำอีกที)

อยู่กับอาเล็กก็มีเรื่องให้ยิ้มๆ ได้ตลอด คนอื่นๆ ไม่รู้หรอก มีแต่เรารู้คนเดียว และเราก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้ด้วย เดี๋ยวจะยิ่งรักษายาวไปกันใหญ่

เราอยากจะหยุดการรักษาเสียทีแล้ว ขี้เกียจไปหาหมอ

แต่ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปล่ะนะ เป็นไงเป็นกัน

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรารับได้อยู่แล้ว

เราก็หวังว่าทุกๆ คนที่เจอปัญหา จะรับมือกับปัญหาได้นะ

เราเป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ นะทุกคน



Create Date : 19 สิงหาคม 2562
Last Update : 19 สิงหาคม 2562 18:41:37 น.
Counter : 57 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

BlogGang Popular Award#15



comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com