Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
30 พฤศจิกายน 2563
 
All Blogs
 
เห็นธรรมดับทุกข์



 
 

การฟังธรรมนั้นทำใจให้เป็นสมาธิก็พอ ไม่ต้องพนมมือไหว้ก็ได้ แล้วแต่เหตุการณ์ เพราะจะเป็นการบังคับร่างกายจนเกินไป อาจจะเกิดผลเสียทางการฟังไปก็ได้ และการฟังธรรมนั้นไม่จำเป็นจะต้องจำให้ได้หมด บางคนคิดว่าฟังแล้วก็ลืม จำอะไรไม่ได้ ข้อนี้ไม่สำคัญ อยู่ที่ตั้งใจฟัง ให้เสียงนั้นผ่านไปๆด้วยความสงบ เหมือนกับผ้าที่เราพับไว้เป็นชั้นๆ ถึงคราวที่เราจะคลี่ออกมา การฟังธรรมก็เหมือนกัน มันจะค่อยซึมซาบเข้าไปในความทรงจำทีละน้อย เพราะมีสติสันติพุทโธ ความระลึกได้สงบใจ และตื่นตัวรู้ตัวอยู่ ในขณะที่ฟังธรรม ทั้งสามนี้มีอยู่พร้อมกัน จะกำจัดนิวรณ์ได้

เมื่อมีความสงบใจ ความรู้จะเกิดขึ้น เรื่องต่างๆหรือเหตุการณ์ที่เราเคยได้ยินได้ฟังมา และความรู้บางอย่างจะเกิดขึ้นมาเอง การฟังธรรมด้วยดีจะเกิดเป็นไตรสิกขาขึ้น ดังนี้

       การสำรวมระวังกายวาจาใจ เรียกว่า ศีล

       ใจสงบ เรียกว่า สมาธิ

       อาการที่รู้ทันเมื่อมีอารมณ์มากระทบรู้ตามความเป็นจริง เรียกว่า ปัญญา

อันธรรมดา เมื่อเราเก็บสิ่งของเช่นเพชรนิลจินดาไว้ เมื่อมีความกังวลใจมาก จิตใจเกิดความวุ่นวายจะหาของนั้นไม่พบ คิดไม่ออกว่าเก็บไว้ที่ไหน ความทุกข์จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเราทำใจให้หายกังวล ตัดใจได้ว่าหายก็หายไป ถ้ามันไม่ใช่ของเราก็เป็นของยาก ทำใจให้สบายและสงบลง ก็จะนึกออกเองได้บ้าง ของนั้นที่เราเก็บไว้ในที่นั้นๆ เมื่อเรานึกได้รู้ได้ว่าอยู่ในที่นั้นๆ ทั้งๆที่เรายังไม่ได้ไปเอา ใจเราก็สบาย เพราะหมดความกังวลนั้นเอง ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะยืนเดินนั่งนอน ก็จะมีความสุขใจ

ผู้บรรลุธรรมนั้นเหมือนผู้ไปถึงบ้าน การพูดธรรมเรียนธรรมนั้นไม่ใช่ผู้ถึงธรรม ส่วนผู้ถึงธรรมหรือใจเป็นธรรม ย่อมต่างจากผู้พูดผู้เรียนธรรมนั้นๆ

พระพุทธองค์ทรงทำกิจเกี่ยวกับการสอนสัตว์โลกสองอย่าง คือ

เบื้องแรก จัดโลกให้สะอาดและมีระเบียบด้วย ทาน ศีล

ขั้นที่สอง ขนนำสัตว์ออกจากโลก(ออกจากความโลภโกรธหลง)ให้ได้พบความสะอาดสงบสว่าง ด้วยการภาวนา

ในโลกนี้มีแต่ความทุกข์ แม้จะอยู่ในบ้านมันก็วุ่นวายอยู่เรื่อยๆ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป นอกจากทุกข์หาอะไรเกิดอะไรดับมิได้ นอกจากทุกข์”

การเห็นธรรม คือการเห็นความดับทุกข์ การดูโลกก็คือการดูท่อนไม้ ต้องดูให้รู้ปลายท่อนไม้ทั้งสองข้าง เมื่อเรารู้ที่สุดของท่อนไม้ท่อนนั้นทั้งสองข้างแล้ว เราจะหาท่ามกลางของท่อนไม้นั้นได้ ด้วยการวัดจากปลายทั้งสองข้างเข้ามา กึ่งกลางก็จะปรากฏเอง กึ่งกลางของท่อนไม้ไหนๆก็มีอยู่แล้วในท่อนไม้นั้น เราจะไปหาที่อื่นย่อมไม่พบ

ธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอน ก็เหมือนกันกุศลธรรมธรรมอันขาว ได้แก่บุญอกุศลธรรมคือธรรมอันดำ ได้แก่บาปอัพยากตธรรมคือธรรมไม่ดำไม่ขาว ได้แก่พระนิพพานคือธรรมเป็นกลางๆ

ความดีใจความเสียใจ คือปลายทั้งสองข้าง ล้วนแต่เป็นทุกข์ ให้เราพิจารณารู้เท่าทัน อย่าไปติดปลายทั้งสองข้าง ความทุกข์ก็จะลดลงได้ เมื่อเรารู้ศูนย์กลางของมัน ก็ต้องทิ้งปลายทั้งสองข้างเสีย เหมือนคนหาบของต้องหาบกึ่งกลางของไม้คานได้เอง ถ้าปล่อยให้หาบยื่นไปข้างหน้ามากเกินไป หรือยื่นไปข้างหลังมากเกินไป ก็จะหาบของไม่ได้ แต่ถ้าเลื่อนไปเลื่อนมาหาศูนย์กลางได้แล้ว ก็จะหาบไปได้อย่างสบาย

จิตใจของเราก็เหมือนกัน ถ้าปล่อยให้อารมณ์ชอบใจหรือไม่ชอบใจเข้าสิงสู่ มันก็เกิดทุกข์ เมื่อเราดีใจ ก็ให้เหลือเผื่อแผ่แขกที่จะมาใหม่คือความเสียใจบ้าง ถ้าเสียใจ ก็ให้เหลือเผื่อแผ่แขกที่จะมาคือความดีใจบ้าง อย่าเห็นแก่ปลายข้างเดียว มันจะเกิดความทุกข์ เราต้องรู้เท่าทันในความเห็นที่ถูกต้อง ในรูปนาม (ร่างกายจิตใจ) พิจารณาจนรู้ปลายทั้งสองจนแน่ชัดแล้ว เราจะรู้ตรงกลางได้เอง

ความเห็นแก่ตัวไม่อยากตาย ให้คนอื่นตาย ร้อนก็ไม่อยากร้อน ให้คนอื่นร้อน เราอยากได้สุข คนอื่นจะทุกข์อย่างไรก็ช่าง ถ้าเจ็บให้คนอื่นเจ็บ เราเองไม่อยากเจ็บ เขาเรียกว่าคนเห็นปลายข้างเดียว มีดีติดดี มีชั่วติดชั่ว จึงต้องเป็นทุกข์อยู่ร่ำไป ฉะนั้น จำเป็นจะต้องศึกษาเพื่อให้เข้าถึงรู้ทันมัน จะยืนเดินนอนนั่งหรือจะอยู่ที่ไหนๆก็มีสติพิจารณาอยู่อย่างนี้ว่า ได้ปฏิบัติตามธรรมนั้น เช่น เรารักลูก รักจนหมด มีความรักเท่าไรมอบให้หมด รักผู้อื่น รักคนอื่นก็เหมือนกัน เขาเรียกว่าคนเห็นปลายข้างเดียว ไม่รู้จักอนิจจังทุกขังอนัตตา เมื่อเรารักก็เหลือไว้เผื่อชังบ้าง เมื่อชังก็เหลือไว้เผื่อรักบ้าง เราต้องรู้ทันอารมณ์ อยู่เหนืออารมณ์ คนหลงอารมณ์ก็คือคนหลงโลก คนหลงโลกก็คือคนหลงอารมณ์ พระพุทธองค์ที่ได้รับการยกย่องจากพุทธบริษัทว่า เป็นโลกวิทูผู้รู้แจ้งโลก ก็เพราะพระพุทธองค์รู้อย่างนี้ เรามาฟังธรรม ก็เพื่อให้ตัวเราเป็นธรรมมีธรรมอยู่ในใจ ไม่หลงโลกหลงอารมณ์ เป็นผู้เข้าถึงธรรมจึงจะมีความสุขความสบาย

อันผลไม้มีรสหวาน ภูเขามีป่าไม้เขียวชะอุ่ม เกิดความชุ่มชื่น เยือกเย็น ย่อมเป็นที่พึ่งอาศัยของสัตว์และมนุษย์ พระอริยสงฆ์มีความดีทางกายวาจาใจตรง และตรงต่อศีลสมาธิปัญญา เมื่อเราปฏิบัติดีคือชอบ กายชอบ วาจาชอบ ศีลสมาธิปัญญา เมื่อเราปฏิบัติตามก็ได้ชื่อว่าถึงพระสงฆ์แน่นอน

เราเกิดมาเห็นเขาทำเราก็ทำ ไม่รู้จักผิดถูก รับศีลก็ว่าตามพระบอก ไม่ทราบว่าคืออะไร เมื่อก่อนนี้ พวกเราชาวบ้านพากันทำกระทงหน้าวัว เอาข้าวดำ ข้าวแดง กล้วย อ้อยมาทำพิธีส่งผีป่าหนี แต่ผีบ้านไม่มีส่งสักที เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็ สาธุ! ขอให้คุณศีลคุณทานช่วยคนเอากายเข้าวัด แม้จะนั่งใกล้พระแต่จิตใจอยู่ไกล ทำอย่างนี้สัตว์ต่างๆ หมู หมา เป็ด ไก่ มันก็เอากายเข้ามาได้ มันจะไม่เข้าถึงธรรมเหมือนกันหรือ

การเข้าวัดมาหาพระแต่อย่าติดพระ ควรเข้าถึงธรรมซึ่งเป็นหลักของใจ เมื่อมีศีลชื่อว่าเป็นคนดี พวกวัวควายเราหัดได้ ไม่นานก็ใช้งานได้ คนเราหัดตั้งนานยังใช้ไม่ค่อยจะได้ ยังเป็นสัตว์อยู่ เพราะมันหนามาก เราต้องพิจารณาให้ลึกๆ การรักษาศีล ฟังธรรม จะทำให้เป็นผู้พบความสุข แต่เราเห็นว่ามันยาก ทำตามก็ยาก เพราะเรายังไม่พร้อม พระให้บุญขณะที่เรากำลังเป็นๆมีชีวิตอยู่ ยังไม่รับคอยจะรับ ละเห็นว่าเหมาะเวลาตายแล้ว เพราะเรายังไม่เข้าใจลึกซึ้ง ยังหลงของที่ยังมีอยู่

วัวควายอ่านหนังสือไม่ออกก็น่าให้อภัย เป็นพวกอบายภูมิต่ำๆ ต้องพูดกันด้วยไม้ด้วยแส้ ต้องตีต้องเฆี่ยน พระพุทธองค์สอนศีลธรรม ไม่ได้สอนแก่สัตว์เดรัจฉาน ท่านสอนสัตว์มนุษย์เรานี่เอง เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ นึกว่าเป็นของง่าย คิดว่าเป็นของง่าย คิดว่าตนเองจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์เสมอไป เพราะความหลง คนหนุ่มคนสาวยิ่งหลงในรูปเสียงกลิ่นรสอยู่มาก วันหนึ่งๆต้องส่องกระจกดูหลายครั้ง เพราะนึกว่าตนเองยังสวย แต่หารู้ไม่ว่า ร่างกายมันเปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที

การเข้าถึงธรรมนั้น ย่อมทำให้กายวาจาใจ เป็นสุขสบาย เราไม่ทำอันตรายเขา เขาก็ไม่ทำอันตรายเรา คนอื่นๆก็ไม่ทำอันตรายแก่กันและกัน โลกนี้ยิ่งมีความสุขเพราะไม่เบียดเบียนกัน แต่เราไม่เห็นตามความเป็นจริง ของไม่ดีก็ว่าดี ของไม่งามก็ว่างาม ของสั้นก็ว่าของยาว ของไม่ยั่งยืนก็ว่ายั่งยืน ผู้สอนต้องหาอุบายมาสอนจนเหนื่อยอ่อน

เราเกิดมาแล้วต้องพิจารณาให้มากๆ เห็นเขาทำนาบนดิน ตัวเองก็คิดว่าจะทำได้ เขาทำไร่บนดินก็เช่นกัน แต่ว่าดินนั้นมันต่างกัน ที่ดินเรากับที่ดินเขาที่ทำไร่ย่อมมีลักษณะแตกต่างกัน ผู้จะทำต้องเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดินนี้ แต่ก่อนเราทำบุญอุทิศ นิยมทำต้นดอกผึ้ง ทำแล้วต้องมีของเสมอกัน มีสุราอาหารและของที่ต้องผลาญชีวิตสัตว์อื่นๆ ทำแล้วคิดว่าจะได้บุญ เหมือนลิงถวายรวงผึ้งแก่พระพุทธเจ้า แต่ลิงป่ากับลิงบ้านทำบุญต่างกัน ตัวหนึ่งไม่ได้ฆ่าเอาเนื้อมาทำบุญ แต่พวกหนึ่งฆ่าเขาเอามาทำบุญ มันจึงมีผลต่างกัน ลิงป่าทำทานแล้วไปสวรรค์ แต่ลิงบ้านทำแล้วไปนรก เพราะความหลงเข้าใจผิด

การพิจารณาร่างกาย พิจารณาถึงความตาย จะเป็นการผ่อนคลายความโลภความโกรธและความหลงลงได้บ้าง เพราะเรากลัวตายจึงไม่ค่อยพิจารณากัน ถ้าใครพูดถึงความตายก็ห้ามไว้ ฉะนั้น พวกเราจึงพากันเข้าแถวเดียวกัน “ตาย” อยู่อย่างนี้หลายพันชาติ

ธรรมะเป็นของเยือกเย็นทำใจให้สงบ ส่วนเงินทองข้าวของเป็นของร้อน มีแล้วก็อยากซื้อสิ่งนั้นสิ่งนี้ทำใจให้เกิดความวุ่นวายมีทุกข์ แต่ศีลธรรมนำโลกให้สะอาด เบา สบาย ขนสัตว์ออกจากเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์ ศีลคือความสะอาด ธรรมะคือการขนออกจากของสกปรก เพราะตามธรรมดา เราเมื่อดีใจก็คอยความเสียใจตามมา เมื่อเสียใจก็คอยความดีใจตามมา มันกลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้

เราเกิดมา แม้ยังหนุ่มสาวก็อย่าประมาทคิดว่าตนยังไม่แก่ ควรพิจารณาถึงความตายเอาไว้บ้าง ความจริงแก่มาตั้งแต่เราเกิดทีแรก เหมือนกับคนหิวกินอาหารมันก็เริ่มอิ่มมาตั้งแต่คำแรกนั่นแหละ แต่คนมีความหิวมากกินด้วยความโลภจึงมองไม่เห็น คิดว่าตนยังไม่อิ่ม เช่น คนมีผมแซมขาวปนดำ ใกล้ความตายเข้าไปทุกวัน เหมือนกับเรือที่จวนจะล่มสู่ก้นแม่น้ำนั่นเอง ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ตายทั้งนั้น เป็นคนใกล้ความเป็นเทวดาหรือเปล่า? เราพิจารณาบ่อยๆจะเกิดความรู้ จะทำให้ตนมีความสุขความสบาย ปราศจากความเดือดร้อนทั้งกายและใจ

ได้แสดงธรรมมาพอสมควรแก่เวลา ขอยุติไว้เพียงเท่านี้ เอวัง
 

[จบเรื่อง เห็นธรรมดับทุกข์]
 

.......................................................


 
ขอขอบคุณที่มาจาก : หลวงปู่ชา สุภัทโท หนังสือ หมวด: 
 



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2563 19:04:46 น. 19 comments
Counter : 559 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtuk-tuk@korat, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณกะว่าก๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณSleepless Sea, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณThe Kop Civil, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณทนายอ้วน, คุณzungzaa, คุณmcayenne94, คุณnin77, คุณSai Eeuu, คุณร่มไม้เย็น, คุณออโอ, คุณInsignia_Museum, คุณmariabamboo, คุณkae+aoe, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณkatoy


 
ธรรมะสวัสดีค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา:19:47:37 น.  

 
กราบสาธุค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา:20:11:43 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา:21:50:34 น.  

 
ผมก็ชอบคำสอนของหลวงพ่อชาครับ
ท่านสอนไว้ดีมากๆเลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา:22:09:00 น.  

 
ผมยังไม่ค่อยได้ติดตามหลวงพ่อชาเท่าไหร่ ที่ติดตามจะเป็นหลวงพ่อจรัญมากว่า ไว้ต้องติดตามบ้างแล้ว


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:0:12:50 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:4:59:30 น.  

 
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
อนุโมทนาบุญวันพระใหญ่ที่ผ่านมาจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:7:40:51 น.  

 
สวัสดีครับ

สาธุครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:8:48:20 น.  

 
สวัสดีคุณ **mp5** ครับ

เมื่อใดที่ตัดความกังวลได้ จิตใจเราก็จะสงบ
แต่จิตก็มักซุกซน หลุดไปคิดนู่นนี่ได้ตลอด
เมื่อรู้สึกตัวปุ๊บก็ต้องรีบดึงกลับมา

ขอบคุณสำหรับเทศนาธรรมที่นำมาแบ่งปันสู่กันครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:11:12:59 น.  

 
ธรรมะสวัสดีครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:11:18:39 น.  

 
สวัสดี ค่ะ น้องเอ็ม

สาธุ จ้ะ เป็นธรรมะที่ใช้เป็นข้อคิดในการขจัดทุกข์ได้ดี จ้ะ

โหวดหมวด ข้อคิดและธรรมะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:14:14:09 น.  

 
ท่านพูดสอนชัดเจนเข้าใจง่ายครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:14:46:38 น.  

 
เคยอ่านหนังสือธรรมะของหลวงปู่ชามาบ้างค่ะ


โดย: zungzaa วันที่: 1 ธันวาคม 2563 เวลา:18:44:48 น.  

 
สาธุค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 2 ธันวาคม 2563 เวลา:18:39:37 น.  

 
อ่านถึง การเข้าวัดมาหาพระแต่อย่าติดพระ ควรเข้าถึงธรรมซึ่งเป็นหลักของใจ อ่านแล้วได้ข้อคิดดีมากไว้จะมาอ่านต่อนะคะ


โดย: nin77 วันที่: 2 ธันวาคม 2563 เวลา:19:42:08 น.  

 
😊ขอบคุณค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 3 ธันวาคม 2563 เวลา:0:01:56 น.  

 
ส่งกำลังใจนะคะ


โดย: mariabamboo วันที่: 3 ธันวาคม 2563 เวลา:20:15:38 น.  

 
มาอ่านต่อจนจบแล้วนะคะ ต้องค่อยๆอ่านแล้วคิดตามไปด้วยได้ข้อคิดดีๆมากเลยค่ะ ต้องขออนุญาติเข้ามาอีกหลายรอบนะคะจะตามอ่านหน้าอื่นๆด้วยค่ะ


โดย: nin77 วันที่: 6 ธันวาคม 2563 เวลา:20:05:02 น.  

 
น้อมรับธรรมะค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทนายอ้วน Food Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 ธันวาคม 2563 เวลา:11:56:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

**mp5**
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 83 คน [?]




สวัสดีครับ

ขอส่งความสุขให้กับทุกคน




New Comments
Friends' blogs
[Add **mp5**'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.