Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ



“ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ”

แม้แต่ต้นไม้ก็เทศน์ธรรมอันมาจากธรรมชาติให้ฟังได้ ปริศนาธรรมที่

"หลวงปู่ชา”ทิ้งไว้ให้หมั่นพิจารณาด้วยตนเอง #สาธุ สาธุ สาธุ







 
“ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ”

         พวกเราบางองค์ที่มาอาศัยการปฏิบัตินั้น อยู่ไปตั้งปีสองปีก็ยังไม่รู้เรื่องกันเลยก็มี ไม่รู้เรื่องว่าเขาทำอะไรกัน เพราะความเข้าใจตั้งใจจดจ่อไม่มี ความจริงการเป็นผู้ปฏิบัติใจเรานั้น เมื่อเราดูใจเราเมื่อใด ก็ให้มีสติจ้องอยู่อย่างนั้น เมื่อมีสติมันก็มีปัญญามองเห็นว่า ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม และไม่ว่าจะเป็นใครพูดอะไรก็ตาม มันล้วนแล้วแต่เป็นธรรมะทั้งนั้น ถ้าเรารู้จักนำมาคิด

ธรรมะทั้งหลายคือธรรมชาติที่มันเป็นอยู่ของมัน มันล้วนแต่เป็นธรรมะทั้งหมด ทีนี้เมื่อเราไม่รู้ข้อปฏิบัติ ไม่รู้ว่าสิ่งทั้งหลายคือธรรมะ เราจึงอาศัยแต่การอบรมจากครูบาอาจารย์ แต่ความจริงแล้ว เราควรพิจารณาสภาวะธรรมชาติรอบตัวทุกอย่าง อย่างต้นไม้อย่างนี้ ธรรมชาติของมันก็เกิดขึ้นมาจากเมล็ดของมัน แล้วมันก็โตขึ้นมาเรื่อยๆ

ถ้าเราพิจารณา เราก็จะได้ธรรมะจากต้นไม้ แต่เราไม่สามารถเข้าใจว่าต้นไม้ก็ให้ธรรมะได้ เมื่อมันใหญ่ขึ้นมาใหญ่ขึ้นมาจนเป็นดอก จนมันออกผล เราก็รู้เพียงว่าต้นไม้มันเป็นดอก มันออกผลมา แต่ไม่รู้จักน้อมเข้ามาเป็นโอปนยิโก คือน้อมเข้ามาในใจของเรา เลยไม่รู้ว่าต้นไม้ก็เทศน์ให้เราฟังได้

พวกเราไม่พากันรู้จักต้นไม้นั้น มันเกิดเป็นผลขึ้นมาให้เราได้เคี้ยว ได้ฉัน ได้กินตามธรรมชาติมัน เราก็กินไปเฉยๆ กินด้วยการไม่พิจารณา รสเปรี้ยว รสหวาน รสมัน รสเค็ม เรียกว่าไม่รู้จักพิจารณาธรรมะจากต้นไม้จากธรรมชาติ เราไม่พากันเข้าใจถึงธรรมชาติของมัน เมื่อต้นไม้มันแก่ขึ้น ใบของมันก็ร่วงลง เราก็เห็นเพียงว่าใบไม้นั้นมันร่วงลง แล้วเราก็เหยียบไป กวาดไปเท่านั้น การจะพิจารณาให้คืบคลานไปอีกก็ไม่มี อันนี้ก็คือไม่รู้จักว่าธรรมชาตินั้นคือธรรมะ

พอใบร่วงแล้ว ทีนี้ก็จะมียอดเล็กๆโผล่ขึ้นมา เราก็เห็นเพียงแค่ว่า มันโผล่ขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาอย่างอื่นอีก นี่ก็ไม่เป็นโอปนยิโก คือไม่น้อมเข้ามาหาในตน นี่เป็นเช่นนั้น ถ้าน้อมเข้ามาหา เราจะเห็นว่าความเกิดของเรากับต้นไม้ก็ไม่แปลกอะไรกันเลย สกลร่างกายของเราเกิดขึ้นมาด้วยเหตุด้วยปัจจัยของมัน อาศัยดินน้ำลมไฟ เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติของมัน

มันก็เหมือนกันกับเรา มันก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะเราก็เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกส่วนของมันก็เจริญขึ้นเรื่อยๆ มันเปลี่ยนสภาวะของมันไปเรื่อยๆ เหมือนกันกับต้นไม้ ถ้าเราน้อมเข้ามาดูแล้ว จะเห็นว่าต้นไม้เป็นอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

 



 

มองให้เห็นความจริงของสิ่งทั้งปวง

         มนุษย์ทั้งหลายเกิดขึ้นมา เกิดขึ้นมาเบื้องต้น ท่ามกลางแล้วก็แปรไป ขน เล็บ ฟัน หนัง มันก็แปรไป มันไม่อยู่เหมือนเดิม สิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่รู้จักต้นไม้ เครือเขาเถาวัลย์เหล่านั้นก็เหมือนกับเราไม่รู้จักตัวของเรา ถ้าเราน้อมเข้ามาเป็นโอปนยิกธรรม จึงจะรู้จักว่าต้นไม้เครือเขาเถาวัลย์นั้นก็เหมือนกับเรา คนเราเกิดมาผลที่สุดแล้วก็ตายไป คนใหม่ก็เกิด มาต่อไป อย่างผมขนเล็บ ของเราเกิดมาก็แปรไป ผมขนเล็บหลุดร่วงไปก็งอกขึ้นมาใหม่ สลับเปลี่ยนกันไปอย่างนี้ไม่หยุดสักที ความเป็นจริงนั้น ถ้าหากเราเข้าใจในข้อปฏิบัติ ก็จะเห็นว่าต้นไม้ก็ไม่แปลกไปจากเรา จะเห็นของสะอาดของสกปรกก็ไม่แปลกไปจากเรา เพราะมันเป็นอย่างเดียวกัน

ถ้าเราเข้าใจธรรมะ เข้าใจฟังธรรมะจากครูบาอาจารย์ มันเปรียบเหมือนกับที่ข้างในกับข้างนอก สังขารที่มีวิญญาณครองและไม่มีวิญญาณครองนี่มันก็เหมือนกัน ไม่ได้แปลกอะไรกัน ถ้าเราเข้าใจว่ามันเหมือนกันแล้ว เราเห็นต้นไม้ว่าเป็นอย่างไร เราก็จะเห็นขันธ์ของเราคือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร ก้อนสกลร่างกายของเรานี้ก็เช่นกัน มันก็ไม่ได้แปลกอะไรกัน ถ้าเรามีความเข้าใจเช่นนี้ เราก็จะเห็นธรรม เห็นอาการของขันธ์ห้าของเราว่า มันเคลื่อน มันไหว มันพลิกมันแพลง มันเปลี่ยนมันแปลงไปไม่มีหยุด

ทีนี้ ไม่ว่าเราจะยืนจะเดินหรือนั่งหรือนอน ใจของเราก็จะมีสติคุ้มครองระวังรักษาอยู่เสมอ เมื่อเห็นของภายนอกก็เห็นของภายใน ถ้าเห็นของภายในก็เห็นของภายนอก เพราะมันเหมือนกัน ถ้าหากว่าเราเข้าใจอย่างนี้ เราก็ได้ฟังเทศน์ของพระพุทธเจ้าแล้ว ถ้าเข้าใจอย่างนี้ก็เรียกว่า “พุทธภาวะ” คือผู้รู้เกิดขึ้นมาแล้ว เกิดขึ้นมาแล้วมันรู้แล้วรู้อาการภายนอก รู้อาการภายใน รู้ธรรมทั้งหลายต่างๆที่มันเป็นมา

ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ แม้เรานั่งอยู่ใต้ร่มไม้ก็เหมือนกันกับพระพุทธเจ้าท่านเสด็จมาเทศน์โปรดเรา เราได้ฟังเทศน์ของพระพุทธองค์อยู่เสมอ เราจะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ก็ได้ฟัง เราจะได้เห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส โผฏฐัพพะธรรมารมณ์ อันนี้เราก็ได้ฟังเทศน์อยู่เสมอ เหมือนกับพระพุทธเจ้าเทศน์ให้เราฟัง พระพุทธเจ้าก็คือผู้รู้อยู่ในใจของเรานี้แหละ

รู้ธรรมเหล่านี้แล้ว เห็นธรรมเหล่านี้แล้ว ก็พิจารณาธรรมอันนี้ได้ ไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าท่านนิพพานไปแล้วท่านจะมาเทศน์ให้เราฟัง พุทธภาวะคือตัวผู้รู้ คือดวงจิตของเรานี้เกิดรู้เกิดสว่างมาแล้ว ตัวนี้เแหละจะพาเราพิจารณาธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ธรรมก็คือพุทธเจ้าองค์นี้แหละ ถ้าตั้งพุทธะเอาไว้ในใจของเรา คือความรู้สึกมันมีอยู่อย่างนี้ เราเห็นมดเราก็พิจารณาไป มันก็ไม่แปลกจากเรา เห็นสัตว์ก็ไม่แปลกจากเรา เห็นต้นไม้ก็ไม่แปลก เห็นคนทุกข์คนจนก็ไม่แปลกกัน เห็นคนร่ำรวยก็ไม่แปลกกัน เห็นคนดำขาวก็ไม่แปลกกัน เพราะสิ่งเหล่านี้มันตกอยู่ในสามัญลักษณะอันเดียวกัน คือลักษณะอันเดียวกัน

ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ ก็เรียกว่าผู้นั้นอยู่ที่ไหนก็สบาย จะได้มีพระพุทธเจ้าเทศน์โปรดเสมอเลยทีเดียว ถ้าผู้ไม่เข้าใจอย่างนี้ ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ก็ให้นึก อยากจะฟังเทศน์กับอาจารย์อยู่เรื่อยไป เลยไม่รู้จักธรรมะ

ที่พระบรมศาสดาของเราท่านว่า ตรัสรู้ธรรมนั้นก็คือรู้ธรรมชาติเหล่านี้แหละ ธรรมชาติที่มันป็นอยู่นี้แหละ ถ้าเราไม่รู้จักธรรมชาติธรรมดาอันนี้ พอเราเห็นเข้าเราก็กระตือรือร้นตื่นเต้น มีความร่าเริง จนหลงอารมณ์ จึงมีโศรกเศร้าเสียใจเพราะหลงอารมณ์ หลงธรรมชาติเหล่านี้แหละ เมื่อมัวหลงธรรมชาติอันนี้ มันก็คือไม่รู้จักธรรมะนั่นเอง

สมเด็จพระบรมศาสดา ท่านทรงชี้ธรรมชาติคือธรรมชาติ หรือธรรมดา ว่ามันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น เกิดมาแล้วก็เปลี่ยนไป แปรไปแล้วดับไป เป็นธรรมดา จนเป็นตัวว่าสุขก็เหมือนกัน จะเป็นตัวว่าทุกข์ก็เหมือนกัน อย่างวัตถุที่เราปั้นขึ้น เช่น ถ้วยหม้อต่างๆทั้งหลายเหล่านี้ เมื่อถูกปั้นขึ้นมา ก็เกิดจากเหตุจากปัจจัย คือความปรุงแต่งของเราขึ้นมาอีกทีหนึ่งเช่นกัน ครั้นได้ใช้ไปมันก็เก่าไป แตกไปสลายไป มลายไปได้ เพราะเป็นธรรมดาของมัน ต้นไม้ถูเขาเถาวัลย์ต่างๆก็เหมือนกัน ตลอดจนมนุษย์สัตว์เดียรฉานก็เหมือนกัน มีความเกิดขึ้นเป็นเบื้องต้น มีความแปรไปเป็นธรรมดาเช่นนั้น

เมื่อท่านอัญญาโกณฑัญญะ ท่านฟังเทศน์เป็นปฐมสาวกนั้น ท่านไม่ได้เข้าใจอะไรมากมายท่านเข้าใจว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นเบื้องต้น แล้วมีความแปรไปเป็นธรรมดาแล้วผลที่สุดก็มีความดับเป็นธรรมดาของมัน

เมื่อก่อนนี้พระอัญญาโกณฑัญญะนั้น ไม่เคยได้มีความนึก หรือความคิดอย่างนี้เลย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือไม่เคยพิจารณาให้แจ่มแจ้งเลยสักครั้ง ฉะนั้น พระอัญญาโกณฑัญญะจึงไม่ได้ปล่อย หรือไม่ได้วาง คือมีอุปาทานในขันธ์ทั้งห้านี้อยู่ ต่อเมื่อได้มาฟังเทศน์ของพระบรมศาสดาของเรา ขณะนั่งฟังมีพุทธะภาวะเกิดขึ้น ได้มองเห็นธรรมว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นของไม่แน่นอน มันเป็นธรรมชาติหรือธรรมดานี่เอง ท่านจึงบอกได้ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นเบื้องต้น แล้วมีความแปรไป สิ่งเหล่านี้ก็ดับไปเป็นธรรมดา ธรรมชาติอันนี้มันเป็นอยู่อย่างนี้เสมอ ความเห็นของพระอัญญาโกณฑัญญะในขณะที่ฟังนั้นเป็นความรู้สึกแปลก แปลกจากในอดีตหรือในกาลก่อนที่ได้เคยพิจารณา อันนี้รู้เท่าถึงดวงจิตจริงๆ เป็นได้ว่าพุทธะคือผู้รู้เกิดขึ้นมาในเวลานั้น สมเด็จพระศาสดาท่านทรงเรียกว่าพระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเป็นธรรมแล้ว

 

............................................................



ขอขอบคุณที่มาจาก : หลวงพ่อชา  สุภัทโท




Create Date : 12 สิงหาคม 2563
Last Update : 12 สิงหาคม 2563 14:46:44 น. 25 comments
Counter : 602 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณSleepless Sea, คุณกะว่าก๋า, คุณสองแผ่นดิน, คุณtuk-tuk@korat, คุณชีริว, คุณnonnoiGiwGiw, คุณtoor36, คุณThe Kop Civil, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณหอมกร, คุณkatoy, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณmariabamboo, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณทนายอ้วน, คุณTui Laksi, คุณnewyorknurse, คุณธนูคือลุงแอ็ด, คุณตะลีกีปัส, คุณkae+aoe, คุณInsignia_Museum, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณhaiku, คุณร่มไม้เย็น, คุณSweet_pills, คุณเริงฤดีนะ, คุณกาปอมซ่า


 
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ
เห็นจริงตามนั้นเลยค่ะ สาธุ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 12 สิงหาคม 2563 เวลา:16:25:03 น.  

 
ผมชอบคำสอนของหลวงพ่อชา สุภัทโทมากเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 สิงหาคม 2563 เวลา:18:43:06 น.  

 
ท่านเป็นนักทดลองค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 12 สิงหาคม 2563 เวลา:20:27:47 น.  

 
ธรรมะ ก็คือธรรมชาติจริงๆ แหละครับ เข้าใจมันให้ได้ ตามนั้นเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 สิงหาคม 2563 เวลา:22:28:55 น.  

 
ธรรมะสวัสดีครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 12 สิงหาคม 2563 เวลา:22:41:55 น.  

 
ความเข้าใจเรื่องแบบนี้ บางคนใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ยังไม่เข้าใจ คนที่เข้าใจได้เร็ว ชีวิตก็จะมีความสุข สงบ มากเลยนะครับ



โดย: multiple วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:9:29:30 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

อ่านแล้วสบายใจดีค่ะ
ขอบคุณกำลังใจที่หน้าอาหารด้วยนะคะ

ธรรมชาติสอนธรรม ได้ดีสุดค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:10:40:42 น.  

 
เคยเชื่อในคอนเซปต์นี้จนไปเจอลพ.สงบที่ราชบุรี (ศิษย์หลวงตามหาบัว+หลวงปู่เจี๊ยะ) ก็ได้ยินว่า ธรรมะไม่ใช่ธรรมชาติ

เพราะธรรมชาติคือ เวียนว่ายตายเกิด

แต่ถ้าเราปลายทางคือไม่อยากเวียนว่ายตายเกิด มันต้องเหนือธรรมชาติ

พลิกความคิดอยู่เหมือนกัน

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ตะลีกีปัส Pet Blog ดู Blog
nonnoiGiwGiw Pet Blog ดู Blog
ซองขาวเบอร์ 9 Home & Garden Blog ดู Blog
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:11:09:28 น.  

 
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
อนุโมทนาบุญวันพระที่ผ่านมาจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:12:32:16 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องเอ็ม

ธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ ธรรมชาติ ก็คือ ธรรมะ
เมื่อเราเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ก็สามารถหลุด
พ้นจากความทุกข์ ได้ จ้ะ
โหวดหมวด ข้อคิดและคติธรรม


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:18:31:39 น.  

 
**mp5** Dharma Blog

แวะมาส่งกำลังใจค่ะ ไม่ได้มาทักทายนานเลยค่ะ
สบายดีนะคะ


โดย: mariabamboo วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:18:39:27 น.  

 
มาส่งกำลังใจเช่นกันครับ... เช้าวันนี้ผมก็แวะ
เข้าวัดเขาเต่าที่ หัวหิน สงบ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:20:09:43 น.  

 
มาส่งกำลังใจครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:20:22:11 น.  

 
สาธุค่ะ
"ธรรมะทั้งหลายคือธรรมชาติที่มันเป็นอยู่ของมัน"


โดย: Tui Laksi วันที่: 13 สิงหาคม 2563 เวลา:20:32:58 น.  

 


โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 14 สิงหาคม 2563 เวลา:2:00:46 น.  

 
สาธุค่ะ

ช่วงที่คุณยายอยู่ รพ. ก็เปิดหาธรรมะให้คุณยายฟังค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 14 สิงหาคม 2563 เวลา:11:25:11 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 14 สิงหาคม 2563 เวลา:12:04:19 น.  

 
สาธุค่ะ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยม
ส่งกำลังใจด้วยนะคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 14 สิงหาคม 2563 เวลา:18:24:45 น.  

 
ไปปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรม รู้สึกสบายใจ ว่างเลยค่ะ

เข้าใจธรรมะมากขึ้น
ขอบคุณกำลังใจค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 14 สิงหาคม 2563 เวลา:19:25:46 น.  

 


สาธุค่ะ

ส่งกำลังใจให้คุณพีค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 18 สิงหาคม 2563 เวลา:0:17:38 น.  

 
สาธุ
ธรรมะอยู่ในใจเรา ใจสงบก็จะเห็นธรรมะ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 19 สิงหาคม 2563 เวลา:8:07:24 น.  

 
สาธุ สาธุ สาธุ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 22 สิงหาคม 2563 เวลา:7:01:45 น.  

 
ไม่ได้เข้าบล็อกมาอาทิตย์นึงครับ หลังจากวันแม่ไปเที่ยวเขาใหญ่มาครับ พอกลับมาถึงบ้านไมเกรนเล่นงานหนักมากเป็นๆหายๆอยู่เกือบอาทิตย์ครับ ขอติดโหวตเอาไว้ก่อนนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:21:02:51 น.  

 
ท่านเป็นพระแท้จริงๆค่ะ


โดย: กาปอมซ่า วันที่: 26 สิงหาคม 2563 เวลา:20:55:29 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะค่ะ
หายไปนานไม่ว่างจริงๆ
ตอนนี้เริ่มว่างแล้วค่ะ
เดี๋ยวนี้บีหันมาฟังธรรมมะและนั่งสมาธิทุกวันแล้วค่ะ
หลวงพ่อชาท่านเทศน์สอนดีนะค่ะ
ช่วงนี้บีติดฟังเทศน์ของพระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญค่ะ
ฟังแล้วจิตใจสงบ


โดย: Mitsubachi วันที่: 29 สิงหาคม 2563 เวลา:20:15:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

**mp5**
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 83 คน [?]




สวัสดีครับ

ขอส่งความสุขให้กับทุกคน




New Comments
Friends' blogs
[Add **mp5**'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.