Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
11 กุมภาพันธ์ 2564
 
All Blogs
 
การบริหารจิต






 

               การฟังธรรมตามหลักพุทธศาสนาถือว่าเป็นมงคลของชีวิต การฟังธรรมตามกาลเป็นมงคลอันสูงสุด ชีวิตมีความเจริญก้าวหน้า ตามกาลคือการกำหนดให้มีการฟังธรรม เช่น วันพระ หรือตามที่กำหนดถือว่าเป็นมงคล บางคนชอบทำมงคล บางคนชอบทำอวมงคล คือแทนที่จะฟังธรรมกลับไปกินเหล้าเมายา ประพฤติผิด ชีวิตไม่เป็นมงคล อย่างเรานั้นทำสิ่งที่เป็นมงคล

            การฟังธรรมนี้ท่านทั้งหลาย บางท่านฟังแล้วเข้าใจธรรมบรรลุมรรคผล เราไม่ต้องให้ถึงอย่างนั้นหรอก เพียงแค่ว่าให้ใจสูงขึ้นเพราะการฟังธรรม หน้าที่ของชาวพุทธที่บัญญัติไว้มี ๑๔ ประการ อาทิ เป็นคนกล้าหาญ เป็นคนซื่อตรง เป็นคนอดทน เป็นคนไม่เย่อหยิ่ง และข้อสุดท้ายคือไม่ควรทำความชั่วใดๆ ที่บัณฑิตจะติเตียนได้ สรุปแล้วหน้าที่ชาวพุทธคือเอาจุดเสียออกจากตัวกับเอาความดีใส่ตัว

            การฟังธรรมพระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าทำเป็นจะได้รับประโยชน์ ๕ ประการ ๑) ผู้ฟังจะได้ทราบสิ่งที่ไม่เคยฟัง ๒) สิ่งใดที่เคยฟังแล้วยังไม่เข้าใจชัดจะได้เข้าใจชัดขึ้น ๓) จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส ๔) ทำความเห็นที่ผิดๆ ไห้ถูกต้อง ๕) ย่อมบรรเทาความสงสัยซึ่งเคยสงสัย

            ย่อให้สั้นๆ คือ ๑) ได้บุญ คือจิตเดินทางถูกต้องเป็นกุศลขึ้น ๒) ได้ปัญญา ความรู้ คือความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่จะได้บุญมากหรือปัญญามากเพราะตั้งใจฟัง การตั้งใจฟังจริงๆ ย่อมได้รับความรู้ความเข้าใจ คนที่มาฟังธรรมมี ๔ ก. คือ ๑) ฟังกลับ ๒) ฟังกลบ ๓) ฟังเก็บ ๔) ฟังเกิด

            ฟังกลับ คือ เมื่อมานั่งฟังธรรมเข้าหูซ้ายออกหูขวา หลับบ้าง คุยกันบ้าง ทำให้คำสอนคำเทศน์กลับสู่พระหมด ฟังกลบ คือ บางคนเมื่อพระเริ่มเทศน์ก็เริ่มง่วง (พอพระเทศน์จบก็ตื่นพอดี) ฟังทั้งทีไม่ได้อะไรเลย ฟังเก็บ คือ พระท่านเทศน์เราต้องเก็บความรู้ความเข้าใจ จะได้เอาไว้สอนตนเองและสอนคนอื่น ฟังเกิด คือ เกิดปัญญา ความรู้ความเข้าใจ ละชั่วประพฤติดี ไม่อยากทำชั่วอยากกระทำแต่ความดี

            ชีวิตของคนเราในที่สุดก็ต้องตาย เมื่อตายก็ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในโลกนี้ ไม่มีใครนำอะไรติดตัวไปได้เลย ทั้งคนที่เรารักทั้งคนที่เราชังก็ต้องจากกันไป เราจะนำไปได้แต่บุญและบาปติดตัวไปได้เท่านั้น อย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ตรัสเตือนไว้ว่า “ยศและลาภหาบไปไม่ได้แน่ มีเพียงแต่ต้นทุนบุญกุศล ทรัพย์สมบัติทิ้งไว้ให้ปวงชน แม้ร่างตนเขาก็เอาไปเผาไฟ เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน เจ้ามามือเปล่าเจ้าจะเอาอะไร เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา” อาตมาจึงคิดเตือนตนเองว่า “เมื่อเรามามีอะไรมาด้วยเล่า เราจะเอาแต่สุขสนุกไฉน เรามามือเปล่าเราจะเอาอะไร เราก็ไปมือเปล่าเหมือนเรามา” เอาอะไรไปไม่ได้นอกจากบุญและบาป สั่งสมบุญดีกว่าสั่งสมบาป บาปสร้างความทุกข์แก่ตนเอง ประเทศชาติ สังคม แต่บุญทำความสุขแก่เราเอง ประเทศชาติ และสังคม บางคนเกิดปัญญาเกิดความรู้ความเข้าใจ อย่างนี้เรียกฟังเกิด ๒ ประเภทแรก คือ ฟังกลับ ฟังกลบ ไม่ได้ผล สองประเภทหลังดีมากๆ คือ ฟังเก็บ ฟังเกิด ซึ่งที่ดีที่สุดคือฟังเกิด ในวันนี้อยากให้ทุกท่านได้ ๒ ประเภทหลังนี้ไป

            การพัฒนาจิตตามหลักพระพุทธศาสนานั้น มีท่าบริหาร ๗ ท่า ๑) ด้วยการไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอนหรือช่วงไหนก็ได้ ๒) ด้วยการมีศีล ๕ เป็นประจำ ๓) บริหารด้วยการนั่งสมาธิ ๔) บริหารด้วยการเดินจงกรม ๕) บริหารด้วยท่ายืน คือ ยืนทำสมาธิ ๖) บริหารด้วยท่านอน คือ นอนทำสมาธิ พระกรรมฐานบางองค์ท่านมักจะเตือนศิษย์ว่า คุณนั่งหายใจทิ้งไปเฉยๆ เสียดายลมหายใจ นั่งหายใจทิ้งหมดเลยวันๆ นักปฏิบัติไม่นั่งหายใจทิ้งเพราะเขากำหนดลมหายใจไม่ว่ายืนเดินนั่งนอน เอาลมหายใจมาพัฒนาตนเอง เหมือนน้ำที่ปล่อยจากก๊อกแล้วทิ้งเฉยๆ แต่เรานำมาพัฒนามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่างๆ และ ๗) การพัฒนาจิตข้อสุดท้ายคือใช้ลูกประคำ อุปกรณ์ฝึกกายเดี๋ยวนี้ราคาเป็นหมื่นแต่อุปกรณ์ในการฝึกจิต ๓๐ บาท (ลูกประคำ)

            การบริหารด้วยท่านั่งสมาธิ เชื่อว่าหลายท่านเคยฝึกสมาธิมาด้วยกันทุกคนมากบ้างน้อยบ้าง เคยเข้าฝึกกรรมฐานกับครูบาอาจารย์มาแล้ว จึงขอย้ำว่าสมาธิหรือหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งถ้าย่อจะได้ ๓ ประการ คือ ทาน ศีล ภาวนา พระพุทธเจ้าสอนพระว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ศีล ๕ ถือเป็นอภัยทาน เป็นมหาทาน ทานกับศีลคงไม่ต้องอธิบายมาก แต่ภาวนาต้องฝึกต้องพัฒนา ภาวนาคือพัฒนานั่นเองในสมัยพระพุทธเจ้าเรียก “ภาวนา” ปัจจุบันคือพัฒนา

            เมื่อวานอาตมามีโอกาสได้ไปบรรยายในสมาคมระหว่างประเทศของประเทศในเอเชีย มีตัวแทนชาติต่างๆ และศาสนาต่างๆ มาบรรยาย โดยให้พูดถึงศาสนากับสันติภาพ เรื่องพุทธศาสนากับสันติภาพเป็นเรื่องไม่ยาก สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ตามหลักพุทธศาสนาต้องอาศัยหลักธรรม ๓ อย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา แค่ศีล ๕ ก็เกิดความสงบสุขแล้ว ถ้าเรามีศีล ๕ ทั่วโลกก็สงบสุขแล้ว แต่ที่สังคมไม่สงบสุขเพราะคนขาดศีล ๕ ส่วนสมาธิอาตมาเสนอเรื่องเมตตา ถ้าเรามีเมตตาเกื้อกูลต่อผู้อื่นเหมือนรักลูก รักหลาน สังคมก็จะสงบสุข วิปัสสนาต้องเข้าขั้นปล่อยวาง ถ้าปล่อยวางไม่เป็นก็แบกทุกข์ไว้ ยิ่งยึดมากเท่าไหร่ก็ทุกข์มากเท่านั้น ยิ่งปล่อยวางเท่าไหร่ก็สุขมากเท่านั้น

            สรุปว่าการสร้างสันติภาพในพุทธศาสนานั้น คือสันติภาพแบบเพื่อชาวโลกและสันติภาพข้างใน คือมีศีล ๕ และต้องปล่อยวางเป็น ต้องรู้จักเอาออกเป็น ก็จะเกิดสันติภาพทั้งข้างในและข้างนอก คำสอนในพระพุทธศาสนาไม่ใช่พระพุทธเจ้าสร้างขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้เป็นกฎธรรมชาติ สมัยก่อนเรียกการฝึกจิตว่าภาวนา ปัจจุบันเรียกกรรมฐาน การภาวนามีจุดมุ่งหมาย ๓ ส. คือ สะอาด สงบ สว่าง จิตสะอาดด้วยอำนาจศีล สงบด้วยอำนาจสมาธิ สว่างด้วยการใช้ปัญญารู้เท่าทันความจริง เราต้องพัฒนาจิตตามแนวทางนี้ ใช้ลมหายใจกำหนดให้จิตเกิดคุณค่าสูงขึ้น จิตก็จะเกิดความสงบขึ้นได้ ซึ่งจิตของเราถ้าเราไม่ฝึกแล้วใครจะฝึกให้เรา จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำความสุขความเจริญมาให้แก่เจ้าของยิ่งกว่าสิ่งที่พ่อแม่พี่น้องทำให้หลายเท่า แต่จิตที่ไม่ฝึกทำความฉิบหายแก่ตนเองมากกว่าศัตรูผู้มีเวรทำให้เสียอีก

 
 
……………………………………….



ขอขอบคุณที่มาจาก : การบรรยายธรรมโดย พระธรรมวิสุทธิกวี



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2564 14:03:50 น. 25 comments
Counter : 492 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณThe Kop Civil, คุณmultiple, คุณTui Laksi, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณSleepless Sea, คุณปรศุราม, คุณzungzaa, คุณhaiku, คุณSai Eeuu, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณtoor36, คุณทูน่าค่ะ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณสองแผ่นดิน, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณกะว่าก๋า, คุณtuk-tuk@korat, คุณเริงฤดีนะ, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณnin77, คุณตะลีกีปัส, คุณผู้ชายในสายลมหนาว, คุณInsignia_Museum, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน


 
สาธุเจ้าค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:28:42 น.  

 
สาธุครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:54:01 น.  

 
แวะมาอนุโมทนาบุญวันพระกันจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:56:37 น.  

 
ต้องสารภาพว่า เวลาไปฟังเทศน์นี่
ส่วนใหญ่ อ.เต๊ะ จะไปได้แค่ ฟังกลับ กับ ฟังกลบ ยังไปไม่ถึง ฟังเก็บ ฟังเกิด ซักกะทีเลยละครับ





โดย: multiple วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:02:19 น.  

 
สาธุค่ะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:10:19 น.  

 
ตามมาอ่านด้วยครับ ชอบครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:26:28 น.  

 
รอกินข้าวก้นบาตรจ้า


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:36:38 น.  

 
สวัสดีครับ

สาธุครับ ขอบคุณนะครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:14:42 น.  

 
สวัสดีตอนค่ำของวันพฤหัสบดีครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - ครัวไท เชียงแสน นะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:46:56 น.  

 
สาธุค่ะ

ขอบคุณที่แวะส่งกำลังใจให้ค่ะ


โดย: zungzaa วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:24:46 น.  

 
สาธุเจ้าค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:1:36:27 น.  

 
ต้องบริหารจิตให้มากขึ้น เอาเข้าจริงในยุคปัจจุบันแค่ศีลห้าบางวันยังไม่ค่อนจะรอดเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:10:47:25 น.  

 
สวัสดีวันศุกร์ครับ



มาชวนไปชิมอาหารทำเองครับ - Claudia's favorite


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:24:47 น.  

 
สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ


โดย: zungzaa วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:49:18 น.  

 
คำเทศน์ที่ดี
ช่วยเตือนสติให้แง่คิดได้ดีมากจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:53:20 น.  

 
สวัสดีครับ

ได้อ่านแล้วก็พลอยจิตใจสบายไปด้วย

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:09:02 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องเอ็ม
วันนี้มารับธรรมะ ข้อคิดดี ๆ ดึกไปหน่อย มัวแต่
ปั่น ตะพาบ ส่งงาน จ้ะ
สาธุ และขอบใจที่สรรหาธรรมะดี ๆ มาให้เสมอ
สวัสดีวันตรุษจีนด้วยจ้ะ
โหวดหมวด ข้อคิดและธรรมะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:33:51 น.  

 
ธรรมะที่ให้ข้อคิดดีๆเป็นประโยชน์มากค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณพี



โดย: Sweet_pills วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:18:12 น.  

 
ฟังธรรมดีครับ ฟังแล้วคิด+นำไปปฏิบัติ
หรือทดลองทำ...
ผมว่าใช่เลย จะเห็นผลจากคำสอนของพระพุทธ
องค์
....
ถ้ารู้เฉพาะหลักการ ก็เก่งเฉพาะวิชาการ แต่ภาค
ปฏิบัติมิได้ทำเลย
เหมือนเราเรียนในมหาลัย.. วิชาการแล้วออกไป
ทำงานจริง จึงจะรู้ว่า ทำงานจริงได้ความรู้ความชำนาญมากกว่ามากมายครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:4:39:08 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:38:48 น.  

 
กำลังอ่านเรื่องศาสนาอยู่พอดีเลยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:12:57 น.  

 
มาฝึกบริหารจิต
🙏🙏🙏


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:38:32 น.  

 
ฝึกจิต เวลานอนไม่หลับจะใช้วิธีสวดมนต์ค่ะพยายามให้จิตอยู่กับบทสวดมนต์ไม่ฟุ้งซ่านก็ได้ผลอยู่นะคะสวดคาถาชินบัญชรยังไม่จบก็หลับแล้ว ขอบคุณธรรมมะและข้อคิดดีๆที่นำมาแบ่งปันค่ะ


โดย: nin77 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:34:55 น.  

 
สาธุ


โดย: wicsir วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:39:56 น.  

 
ขอบคุณกำลังใจค่ะ
สุขสันต์วันแห่งความรักเช่นกันค่ะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:33:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

**mp5**
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 83 คน [?]




สวัสดีครับ

ขอส่งความสุขให้กับทุกคน




New Comments
Friends' blogs
[Add **mp5**'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.