Photo Copyright @ "JUM"
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
26 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
ขนมปังหมูหยองน้ำพริกเผา







เริ่มผัดไส้ก่อน เพราะต้องทิ้งไส้ไว้ให้เย็น ไส้นี้ดูตามสูตรจากหนังสือมาค่ะ แต่ให้ตาย สัดส่วนไม่สมดุลย์กันอีกแล้ว ยังพอแก้ไขได้ เพราะเรามีหมูหยองเยอะ

ตามหนังสือ ไม่เอ่ยชื่อสำนักพิมพ์ดีกว่า แหะ แหะ

หมูหยอง 200 กรัม
น้ำพริกเผา 3/4 ถ้วย
น้ำเปล่า 2/3 ถ้วย

หมูหยองที่เห็นนี้ซื้อมาจากร้านวัตถุดิบเบเกอรี่ ราคาจำไม่ได้ค่ะ ไม่ได้จำเลยเดี๋ยวนี้ ใช้จดเอา พอดีสมุดจดเปลี่ยนเล่ม ต้องไปค้นมาก่อนค่ะจะมาตอบให้ ถุงนึงหนึ่งกิโล หมูหยองจะมี 2 แบบ แบบกรอบและแบบนิ่ม ใช้แบบนิ่มค่ะ แบบกรอบน่าจะเหมาะกับพวกทำเครปมากกว่า




น้ำพริกเผาในใจที่แนะนำให้ใช้ ยี่ห้อนี้ "ฉั่ว ฮะ เส็ง" กระปุกนี้เป็นขนาดกลาง ยิ่งถ้าเอามาทำพวกผัด ๆ แล้ว ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เพราะมีน้ำมันพริกเผาเยอะกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตัวน้ำพริกเผาไม่แห้ง ฉ่ำเยิ้ม เลือกซื้อที่กระป๋องไม่บุบบู้บี้ ไม่เป็นสนิม หากว่าเปิดฝากระป๋องมาน้ำพริกเผาสีไม่ดำ เวลาใช้ให้หาช้อนที่สะอาดตัก หากว่านาน ๆ ใช้ที ตักจากกระป๋องใส่ขวดแก้วลวกน้ำร้อน แล้วนำแช่ตู้เย็นจะเก็บได้นานและน้ำพริกเผาไม่ดำนะคะ แต่บ้านนี้ทำกับข้าวทุกวันเลยไม่ทำแบบนั้น เมื่อก่อนซื้อกระป๋องใหญ่มาด้วยความงกเพราะคิดว่าถูกกว่า แต่ใช้ไม่ทัน เสียก่อนค่ะ ขึ้นราก่อน มีกระป๋องเล็กขายนะคะ 30 กว่าบาท กระป๋องที่เห็นเป็นกระป๋องกลางค่ะ จริง ๆ ควรเรียกกระปุกซิ




น้ำพริกเผาและน้ำใส่กระทะ




ใช้ตะหลิวบี้ให้น้ำพริกเผากระจาย ไม่เป็นก้อน ตั้งไฟกลางให้น้ำพริกเผาเดือดปุด ๆ ใช้ตะหลิวตะล่อมรอบข้างบ่อย ๆ ระวังไหม้ หากกลัวไหม้ลดไฟลงอ่อนได้ค่ะ หากว่าไหม้แล้วจะดำ มีกลิ่นไหม้ และสีไม่สวยด้วย

ในหนังสือบอกแต่เพียงเอา 3 อย่างผัดรวมกัน หนังสือส่วนมากเป็นแบบนี้ อันนี้ทำแล้วพิมพ์แล้วขยายความให้นะคะตามประสบการณ์การทำอาหาร




น้ำพริกเผาเดือดแล้วใส่หมูหยองลงไป ตอนแรกใส่ 200 กรัมตามหนังสือ ไม่ไหวค่ะ ของเหลวเหลือเยอะมากกว่าของแห้งที่ใส่ลงไป ชิมแล้วรสจัดมากไป และเคี้ยวไม่เจอหมูหยอง เลยเพิ่มหมูหยองลงไปอีกเรื่อย ๆ เพิ่มเป็นประมาณ 450 กรัมนะคะ จริง ๆ จะเพิ่มมากกว่านี้อีกก็ได้ น่าจะได้ถึงประมาณ 600 กรัม แต่รสชาติน้ำพริกเผาจะจางลง ขอใส่เท่านี้แล้วกัน




ใส่หมูหยองลงไปแล้วผัดให้เข้ากัน ลดไฟลงอ่อน ผัดจนแห้งหน่อย แห้งขนาดที่ว่าพอปั้นเป็นก้อนได้ ห้ามเหลว เพราะเหลวมากยัดไส้และอบแล้วมีสิทธิ์แป้งขนมปังแตก ไส้ไหลค่ะ




พักส่วนไส้ไว้ก่อนค่ะ ให้มันเย็นก่อน

มาดูที่ตัวขนมปังกัน สูตรนี้เป็นสูตรที่พี่ yingkarn เป็นคนเอามาโพสต์ในห้องนี้นะคะ นานแล้ว พี่เค้าไปเรียนมาจากสถาบันของไทยสถาบันนึงค่ะ รับประกันว่าสูตรนี้ดีและอร่อยค่ะ นิ่ม หากว่าคุณนวดแป้งได้ที่นะคะ

กราบขอบพระคุณพี่หญิงมาก ๆ เลยคะ หนูเอามาทำกินเป็นสิบรอบแล้วคะ พักนี้โทรไปพี่ไม่เคยรับสายเลย หนูเปลี่ยนเบอร์แล้ว แล้วพี่ก็หายไปจากในนี้นานมากแล้วค่ะ ไม่รู้สบายดีหรือเปล่า นอกจากนี้พี่เค้ายังเคยโพสต์วุ้นมะพร้าวอ่อนสูตรเด็ด และสังขยาจิ้มขนมปังด้วยนะคะ ขอบอกว่าสังขยาจิ้มขนมปังสูตรพี่เค้าอร่อยมาก ๆ ลองไปค้นดูค่ะ จุ๋มเคยนำมาทำแล้ว หาภาพก่อนแล้วจะ up blog ให้นะคะ

แป้งขนมปัง 3 + 2/3 ถ้วยตวง
แป้งบัวแดง 1 ถ้วยตวง
ยีสต์ 1 + 1/2 ช้อนโต๊ะ (1 ช้อนโต๊ะ + 1 + 1/2 ช้อนชา)
นมผง 3 + 1/2 ช้อนโต๊ะ
แพตโต้ 1 + 1/4 ช้อนชา (ไม่มีไม่ต้องใส่ได้ค่ะ)
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 + 1/2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1 + 1/4 ถ้วย
ไข่ไก่ทั้งฟอง 1 ฟอง
ไข่แดง 2 ฟอง
เนยสด 1/3 ถ้วย (75 กรัม) จืดหรือเค็มก็ได้ค่ะ ไม่มีผลมากเท่าไร




แนะนำวิธีการเก็บยีสต์ให้ก่อนนะคะ ถ้าไม่ได้เป็นร้านเบเกอรี่และทำขนมปังบ่อย ๆ ซื้อห่อเล็กพ่อค่ะ มันมีห่อเท่านี้แล้วก็ไป 1/2 กิโลเลยมัง ถ้าจำไม่ผิดนะคะ เมื่อก่อนนี้จุ๋มจะแกะห่อออกมาและนำมาใส่ขวดพลาสติกสีชา เพื่อไม่ให้แสงเข้า เพราะยีสต์เจอแสงแสดไม่ได้ มันจะตาย

ตอนหลังพี่ชายและพี่สาวในนี้แนะนำให้มัดห่อ ใส่ถุงพลาสติก แล้วเก็บช่องฟรีซไปเลยคะ จะอยู่ได้นานมาก และเป็นจริง ปัจจุบันนี้จุ๋มทำแบบนี้ค่ะ

เวลาเลือกซื้อยีสต์ดูห่อที่แน่นตัวยีสต์แนบกับห่อ ห่อตึง ถ้าห่อเหี่ยว แฟบ ๆ ยีสต์มันตายแล้วค่ะ

อ้อ ยีสต์มี 2 ชนิด หวานและจืด เคยถามคนขายเค้าบอกว่า จืดใช้สำหรับทำพวกซาละเปา หวานทำขนมปังนะคะ แต่จุ๋มก็ซื้อหวานมาตลอด จริง ๆ จืดหรือหวานคงไม่แตกต่างเท่าไร เพราะส่วนมากขนมปังหวานเพราะน้ำตาลในสูตรขนมปังมากกว่า ตรงนี้จะหาข้อมูลก่อนนะคะ ถึงมาอธิบายแบบละเอียดได้




มีข้อแนะนำให้อีก ไม่รู้สาว ๆ หรือไม่สาวเท่าไรในนี้เก็บแป้งที่แกะถุงใช้แล้วแบบไหนกัน แนะนำให้ทำแบบนี้นะคะ หากล่องมีฝาปิดสนิทมิดชิดใส่ แปะฉลากให้ชัดเจน ใส่กล่องเพื่อกันแมลงเข้า แมลงกินแป้งบางจำพวกตัวเล็กมาก และการใส่กล่องจะทำให้ตักใช้ได้ง่ายกว่าค่ะ ทำแบบนี้มาตลอด ในหนังสือเกี่ยวกับเบเกอรี่ของสำนักพิมพ์แสงแดดเค้าก็แนะนำแบบนี้นะคะ




แป้งในที่นี้ร่อนก่อนตวง 1 ครั้ง และตวงแล้วร่อนอีก 1 ครั้ง หากสูตรไม่ได้บอกว่าร่อนก่อนตวง นั่นคือร่อนก่อนตวงเสมอ เว้นแต่สูตรจะบอกว่า ตวงก่อนร่อน แต่ส่วนมากไม่ค่อยพบ

แป้ง 2 ชนิด นมผง แพตโต้ และยีสต์ใส่รวมกันในชามผสมนึง




น้ำตาลทราย เกลือป่น เทใส่ชามผสมอีกใบ เทน้ำเปล่าตามลงไป คนให้น้ำตาลและเกลือละลายให้หมด ตอกไข่ทั้งฟองใส่ลงไป และตามด้วยไข่แดงอีก 2 ฟอง ตีไข่พอแตก

แม่หลิ่มใช้ไข่ไก่เบอร์ 0 เลยลดน้ำจาก 1 + 1/14 ถ้วย เหลือ 1 + 1/8 ถ้วย ไข่ 1 ฟอง ในต่างเบอร์กัน น้ำหนักของไข่แดงเท่ากันค่ะ ต่างกันที่น้ำหนักไข่ขาว เบอร์ใหญ่น้ำหนักไข่ขาวยิ่งเยอะ เพราะฉะนั้นเลยลดน้ำลงนะคะ อันนี้เป็นเทคนิคให้ไปคิดต่อเอาเองว่าใช้ไข่เบอร์ไหนลดเพิ่มน้ำเอาเองค่ะ




เทของแห้งใส่เครื่องนวด 2 แขน เครื่องนวดขนมปังโดยเฉพาะมี 2 แบบ เท่าที่เคยเห็นเคยเจอในประเทศไทย คือ แบบสองแขนที่เห็นอยู่นี้ มีภาพแบบชัด ๆ เฉพาะเครื่อง เคยถ่ายไว้ ขอค้นก่อนนะคะ วันหลังจะมาโพสต์อุปกรณ์เบเกอรี่ที่แตกต่างจากชาวบ้านให้ เผื่อใครสนใจอยากซื้อเครื่องนวดขนมปัง ส่วนอีกแบบเป็นแบบเกลียว การทำงานของเครื่องนวดไม่มีระดับความเร็วเป็น speed 1..... มีแต่ on และ off เท่านั้น อีกแบบคือแบบหัวเกลียวค่ะ แต่แบบนี้จะเป็นที่นิยมใช้มากกว่า

โถเครื่องนวดขนมปังเป็นสแตนเลสหนามาก และยกเอาออกมาล้างไม่ได้ ใช้เสร็จต้องเอาน้ำเทตามลงไปกันแป้งที่ติดกอยู่ก้นโถแห้งกรัง ใช้ฟองน้ำชุบน้ำล้าง ตามด้วยน้ำยา และน้ำสะอาด เครื่องหนักมาก ร่วมร้อยกิโลค่ะ ตอนย้ายบ้านเหนื่อยมากเลยยกไอ้เครื่องนี่




เดี๋ยวจะบอกว่าหากไม่มีเครื่องนวด 2 แขน ต้องทำอย่างไรนะค จะโพสต์แบบที่ทำให้ก่อน ไม่มีเครื่องนวด 2 แขน ก็มีทางออกให้ค่ะ

เปิดเครื่องให้ทำงาน ปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน




ส่วนผสมของแห้งเข้ากันดีแล้วเทส่วนผสมของเหลวลงไปค่ะ แนะนำให้คนก้นนิดหน่อยเผื่อมีน้ำตาลทรายนอนก้นนะคะ




นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน ตรงนี้ใช้เวลาไม่นานค่ะ




ใส่เนยสดลงไป เนยสดควรหั่นชิ้นเล็กและทิ้งให้อ่อนตัวเล็กน้อย หั่นชิ้นเล็กเพื่อให้เข้ากับส่วนแป้งได้ง่าย อ่อนตัวนิดหน่อยเพื่อให้เข้ากับส่วนผสมได้ง่ายเช่นกัน แต่ถ้าอ่อนตัวมากไปจนเหลว เดี๋ยวโดว์จะเหลวมากในตอนแรก และต้องใช้เวลานวดนานมากเกินไป




แล้วก็เดินเครื่องต่อ นวดจนแป้งขึงเป็นฟิล์มบาง ๆ ได้ ระยะเวลานี้จะนานหน่อย ใช้เครื่องนวดสองแขนจับเวลาประมาณ 40-50 นาทีค่ะ หากว่านวดไประยะนึงแล้ว ลองเช็คแป้งดู หากว่าแฉะไปให้เติมแป้งทำขนมปังได้ทีละ 1 ช้อน เพราะหากแฉะไป ยิ่งนวดนาน ยีสต์จะทำงานมากขึ้น เดี๋ยวสุดท้ายใช้เวลานานมากไปเนื้อขนมปังจะไม่ดีค่ะ ถ้าเติมแป้งมากเกินไป ขนมปังจะแข็งกระด้างอีก เคยเติมมากสุด 3 ช้อนโต๊ะค่ะ




วิธีเช็คโดว์ ให้หยิบแป้งที่นวดแล้วขึ้นมาสักก้อนหนึ่ง ใช้ 2 มือ ค่อย ๆ ขึงแป้งออก ค่อย ๆ แผ่แป้งออกค่ะ ไม่ใช่พรวดพราด ถ้าพรวดพราดยังไงมันก็ขาดค่ะ ขึงแป้งได้เป็นฟิล์มบาง ๆ โดยไม่ขาดแบบนี้ เอานิ้วไปส่องกลางฟิล์มข้างหลังแล้วมองจากด้านหน้า เห็นนิ้วเราชัดนะคะ แบบนั้นได้ที่แล้ว แต่อันนี้ทำคนเดียว ถ่ายรูปเอง ถ่ายภาพมาประกอบให้ได้เท่านี้ค่ะ แป้งไม่ติดมือเลยนะคะ

ถึงตรงนี้ก่อนที่จะไปขั้นต่อไป สำหรับคนไม่มีเครื่องนวด 2 แขนนะคะ กรณีมีเครื่อง 4.5-5 ลิตร จำพวก Kitchen Aid หรือ Kenwood ใช้ได้ค่ะ ทำแบบเดียวกัน แต่จะใช้เวลานานกว่า แนะนำให้นวดพอส่วนผสมเข้ากันแล้วเอามานวดมือกับโต๊ะเพื่อถนอมการใช้งานของเครื่องจะดีกว่า โดยใช้ความเร็วระดับกลางไปทางต่ำ

หากเป็นเครื่องตีไข่แบบพวกมือถือหรือฐานตั้งรุ่นเล็กห้ามใช้ค่ะ นวดมืออย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่นั้นมอเตอร์พังแน่ ๆ

แนะนำว่าหาชามผสมใบใหญ่ ๆ เทของแห้งใส่ไป ตามด้วยของเหลว นวดให้เข้ากัน พอแป้งเริ่มจับตัวแล้ว ค่อยนำแป้งมาวางบนโต๊ะ การนวดขนมปังจะต่างจากการนวดขนมไทย ๆ ที่ใช้ส้นมือหรือเปล่า เรียกไม่ถูกค่ะ ขนมปังไม่ทำแบบนั้น จับฟาดค่ะ รอดูภาพประกอบต่อไป




เอาแป้งมาวางบนโต๊ะ โรลนวลด้วยแป้งที่ทำขนมนั้น ๆ เป็นหลัก แป้งนวลคือแป้งที่ใช้ทำขนมนั้น ๆ เป็นหลัก ในที่นี้แป้งทำขนมปัง หากเป็นขนมไทยอาจใช้แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว เป็นต้น

โรลนวลนิดหน่อยบนโต๊ะ ทาที่มือนิดหน่อยได้ ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วส่วนที่เหลือจับแป้งให้อยู่ในอุ้งมือ จับแป้งฟาดไปกับโต๊ะ แล้วพลิกมือไปด้านหน้า ยกแป้งขึ้น ฟาดใหม่ ทำแบบนี้จนได้ผิวแป้งที่เรียบ

พอดีว่าโต๊ะอันนี้เป็นโต๊ะสแตนเลสกระทัดรัดที่สั่งทำมาโดยเฉพาะ เก็บพับได้ เลยไม่โรยแป้งนวลเพราะนวดแป้งได้ที่จริงคะ ทำจนได้แป้งโดว์ผิวเรียบนะคะ ถ้านวดมือใช้เวลานานมาก ๆ เคยมีน้องคนนึงทำสำเร็จค่ะแล้วส่งภาพมาให้ดู ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ถ้าสู้ไหวก็ลองดูนะคะ




คลึงกลมผิวเรียบแล้ว นำแป้งใส่ชามผสม หากกลัวติดก้นชามผสม โรยนวลที่ก้นชามผสมได้นิดหน่อย แต่ว่าจุ๋มไม่ได้โรยค่ะ นวดแป้งได้ที่ และทำบ่อยมากแล้ว ตอนหลังแป้งไม่ติดสักที

พักแป้งให้ขึ้นอีกเท่าตัว ไม่มีข้อตายตัวเรื่องเวลา ขึ้นกับสภาพอากาศ อากาศร้อนได้เปรียบ หากเป็นอุตสาหกรรมเขามีตู้หมักโดยเฉพาะค่ะ อันนี้ Home Made ก็ใช้ธรรมชาติ บางวัน 30 นาที บางวัน 45 นาที บางวัน 1 ชั่วโมง แต่ถ้านานไปแล้วแป้งไม่ขึ้น ยีสต์ตายแล้วค่ะ

หากว่าให้เร็วหน่อย นำแป้งเข้าตู้ ต้มอุ่นจัด 1 ชาม นำไปวางเคียงข้างกัน ปิดฝาตู้ไว้ แบบนั้นก็ย่นระยะเวลามาได้หน่อยค่ะ




ระยะเวลาที่รอนี้ หันมาปั้นไส้ค่ะ ก็แล้วแต่ไม่ปั้นก็ได้ แต่ปั้นก็จะสะดวกดี ถึงเวลาจับหยิบวางไปเลย ที่เห็นลูกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตรกว่า ๆ ค่ะ ทำได้ประมาณ 50-55 ลูก

ไส้ไม่แห้ง น้ำพริกเผาฉ่ำเยิ้มใจ กินแล้วสุขอุรามาก ๆ




การเตรียมพิมพ์หรือถาด ขึ้นกับว่าจะขึ้นรูปแบบไหน วันนี้ทำแบบก้อนรียาว ก็เลยเตรียมถาดทาเนยขาวหรือเนยสดบาง ๆ ค่ะ หากก้อนกลมก็ทาเนยที่ถ้วยแทน แล้วแต่นะคะ




เวลาผ่านไป พักแป้งขึ้น 2 เท่า วันนี้ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีค่ะ นำมาชกไล่ลมออก โกรธใครก็คิดว่าเป็นคนนั้นก็ชกไปเลยค่ะ ชกไล่ลมออกให้หมด




ลองชั่งดูน้ำหนักไม่ต่ำกว่ากิโลนะคะ พอดีมันเกินตาชั่งค่ะ นำมาตัดแบ่งเป็นก้อน ๆ ตามขนาดต้องการ ที่เห็นนี้ก้อน 25 กรัมค่ะ จะได้ประมาณ 40-45 ลูก พักหลัง ๆ ทำได้ 42 ลูกตลอดค่ะ

วิธีที่สะดวกรวดเร็วและแนะนำให้ทำคือ แป้งก้อนใหญ่นี้แบ่งเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แต่ละส่วนนำมาคลึงให้เป็นแท่งยาว ๆ แบบลูกชิ้นปลายาว ๆ ที่หั่นบาง ๆ ใส่เย็นตาโฟ ใช้มีดหรือที่ตัดแป้งตัดตามขวาง ให้ได้แถวละ 10 ลูกโดยประมาณ ทำบ่อย ๆ จะไม่ต้องชั่งค่ะ กะเอาด้วยสายตา น้ำหนักต่างกันไม่มากเท่าไร

ตัดแบ่งก้อนแป้งวางตามลำดับก่อนหลัง




นำแป้งที่ตัดแล้วเรียงตามลำดับก่อนหลังมาคลึงกลม วิธีการคลึงกลม หยิบก้อนแป้งมา ให้อยู่ในอุ้งมือ ใช้สันมือคลึงไปกับโต๊ะ แป้งอยู่ในวงช่องระหว่างนิ้วตลอดค่ะ สันมือคือด้านที่อยู่ด้านข้างของนิ้วก้อยลงไปถึงข้อมือค่ะ คลึงจนกลมเรียงตามลำดับก่อนหลังไว้เหมือนเดิม ถ้าชำนาญจะคลึง 2 มือพร้อมกันได้เลยคะ




กลม ๆ ประมาณนี้ค่ะ ถ้านวดแป้งไม่ได้ที่ คลึงเท่าไรมันก็ไม่กลม ผิวไม่เรียบ อบแล้วขนมผิวไม่เรียบสวยค่ะ




ทำไปจนหมด แล้วนำแป้งที่คลึงกลมตามลำดับก่อนหลังไว้มาขึ้นรูป วิธีการขึ้นรูป หากอยากได้แบบที่เห็นภาพบนเปิดกระทู้ หยิบก้อนแป้งมา วางด้านหัวเหน่ง ด้านที่ตอนแรกไม่สัมผัสกับโต๊ะลงไป

ก้อนแป้งที่เหลือควรหาพลาสติกหรือผ้าขาวบางคลุมไว้กันแป้งแห้งค่ะ ถ้าแป้งแห้ง คลึงแล้วจะได้ผิวขนมปังหยาบ ๆ แตก ๆ อบแล้วไม่สวย




ใช้นิ้วมือแผ่แป้งออกให้เป็นรูปรี ๆ ตามต้องการ ใส่ไส้ลงไป กระจายไส้ให้รี ๆ ตามแป้ง

ควรมีผ้าสะอาด 1 ผืนไว้เช็ดมือค่ะ




จับขอบแป้งด้านยาวบีบริมมาชิดกัน เก็บตะเข็บให้สนิท ตะเข็บหรือริมแป้งค่ะ บีบให้สนิท ไม่สนิทอบแล้วไส้แตก




เก็บด้านสั้นต่อ บีบแป้ง 2 ด้านสั้นเข้ามา เก็บตะเข็บให้สนิทเช่นกัน




จัดรูปร่างหน่อยค่ะ ให้สวยงาม แบบนี้อบแล้วโป่งพองเป็นอึ่งอ่างขึ้นอืดมากไป เก็บตะเข็บแล้วตบแป้งให้แบนลงหน่อยคะ ความกว้างจะขยายออกเล็กน้อย พอสวยงาม




หงายมาจะเป็นลักษณะนี้นะคะ บางร้านแบรนด์ดัง ๆ ที่รูปร่างแบบนี้เขาก็ทำแบบนี้ค่ะ แต่แป้งอาจจะคนละสูตร เคยยืนดูในสยามพารากอน ตอนขึ้นรูปแผ่แป้งนั้นเค้าใช้ไม้คลึงแป้งขนาดเล็กคลึงเลยค่ะ แป้งสูตรนี้จุ๋มไม่เคยใช้ไม้คลึงแป้งทำได้ คงเป็นที่สูตรมากกว่า

เคยถามพนักงานในสยามพารากอนว่า อยากมาฝึกงานได้ไหม อยากเห็นเทคนิคค่ะ ถ้าเขาโอเคก็จะไปฝึกสัก 3 วัน เขาถามว่า มันยืนตลอดพี่จะทนไหวเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่รู้เลยว่าความอดทนและความพยายามของผู้หญิงคนนี้มีขนาดไหน ฮิฮิ




แล้วก็เอาไปวางเรียงในถาดที่เตรียมไว้นะคะ วางห่างกันประมาณ 1 1/2 นิ้ว พักแป้งให้ขึ้นอีกเท่า ระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นกับสภาพอากาศ เช็คได้โดย ใช้นิ้วจิ้มที่โดว์แป้งแล้วทิ้งรอยบุ๋มของนิ้วเราไว้ นำไปอบได้เลยค่ะ ระหว่างพักแป้งควรหาพลาสติกหรือผ้าขาวบางคลุมกันแป้งแห้งด้วย

ก่อนอบอยากให้หน้าขนมปังเหลืองทองสวยเงาแบบนี้ แนะนำให้ใช้ไข่ไก่ตีบาง ๆ พอแตกทาค่ะ หากไม่ทาขนมก็เหลืองสวยแต่ไม่เงา เหลืองแบบด้าน ๆ ค่ะ

ตอนขึ้นรูปร่างช่วงหลัง ๆ ไปวอร์มเตาไว้ได้เลยนะคะ




นำเข้าอบด้วยไฟบน-ล่าง 180 องศาเซลเซียส 8-10 นาที หรือดูสีเอา พอเหลืองสวยและก้นพอเหลือง ไม่ต้องดำนะคะ ขนมปังสุกง่ายมากค่ะ




สุกแล้วนำออกจากเตา จะทาด้วยเนยสดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นก็ตามสะดวก ตามร้านแบรนด์ดัง ๆ ทาด้วยนมสดค่ะ แต่ขนมปังจะเสียง่าย วางผึ่งบนตะแกรงให้เย็น เก็บลงภาชนะมีฝาปิดค่ะ เวลาเก็บใช้มือที่สวมถุงพลาสติกนะคะ จะเก็บได้นานขึ้นนิดนึง มิฉะนั้นขนมปังจะขึ้นราง่ายค่ะ




ไส้ฉ่ำเยิ้มอุรา ไม่ต้องง้อร้าน

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ


Create Date : 26 กันยายน 2550
Last Update : 27 กันยายน 2550 13:32:37 น. 32 comments
Counter : 8346 Pageviews.

 
น่ากินมั่กมากเลยค่ะ


โดย: อ่ะนะ IP: 202.28.179.12 วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:18:41:26 น.  

 
ไม่พูดพล่ำทำเพลง กินเลย ลุย!!!!!


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:18:42:19 น.  

 
ทำไมคุณจุ๋มทำร้ายจิตใจเอ๋ขนาดนี้คะ...ที่นี่ตอนนี้มันจะ๔ทุ่มแล้วๆเอ๋จะหากินได้ไง....


โดย: aey_tara วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:18:43:00 น.  

 
น่ากินอีกแล้วค่ะพี่จุ๋ม กินตอนเสร็จใหม่อุ่นๆ คงอร่อยน่าดูเลย ^^


โดย: Donat-nat IP: 125.26.72.141 วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:18:50:28 น.  

 
น่ากินที่สุด เอ่อ พี่จุ๋ม ค่ะ ไม่มีวิธีทำหรอค่ะ


โดย: อ้อมกอดของความเหงา วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:18:56:13 น.  

 
อู้น่ากินอย่างแรงเลยค่ะคุณจุ๋ม


โดย: momijimi วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:19:05:00 น.  

 
น่าทานมากๆเลยค่ะ คุณจุ๋ม


โดย: iamnuchy วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:19:27:37 น.  

 
โอ้ว...เห็นแล้วหิวเลยค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:19:28:09 น.  

 


โดย: boatboat วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:19:49:57 น.  

 
น่าทานสุด ๆ เลยค่ะ


โดย: vanillaorchid วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:19:57:00 น.  

 
คุณจุ๋มขา ทรมานคนท้องจังเลยค๊า อยากหยิบมาหม่ำซัก สิบก้อนเลย ฮือๆๆๆ


โดย: คนตะกละ IP: 24.23.98.62 วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:20:57:38 น.  

 
กรี๊ดดด อยากกิจให้พุงปลิ้น


โดย: ป้าจะอิ๊บ (jipnaja ) วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:21:56:27 น.  

 
ว้าว มาอีกแล้วเมนูขนมของโปรด แถมรับประกันความอร่อยด้วยฝีมือคุณจุ๋ม น่าทานมากๆเลยครับ สีที่อบได้แล้วงามจริงๆ ขอใส้หมูหยองเยอะๆนะครับ คริ คริ


โดย: ซอร์บอนน์ (ซอร์บอนน์ ) วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:22:17:07 น.  

 
ขอหม่ำโด้ยยยจ้า


โดย: เนส IP: 203.113.60.73 วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:22:23:43 น.  

 
พี่จุ๋มขา .. ทำไมมันน่ากินอย่างงี้คะ .. อยากขอซักสิบลูก


โดย: ม่อน (monutto) IP: 66.17.121.230 วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:23:01:44 น.  

 
หน้าตาน่าทานมากเลยค๊า พี่จุ๋ม


โดย: แม่เฮือน วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:23:25:03 น.  

 
โอ้ย...อันนี้ยิ่งน่ากินใหญ่เลยหากินที่นี่ไม่ได้นะเนี๊ยต้องลงสูตรด่วน..แบบว่าน้องใหม่ไฟแรงเพิ่งเปิดเจอ..โดนเลยเต็ม ๆสงสารคนต่างแดนหน่อยนะคะ อย่าทรมานต่อมความหิวกันต่อไปเลย(เดี๋ยวจะรีบส่งการบ้านนะค่ะ)


โดย: ฝรั่งน้อย IP: 213.42.21.156 วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:0:17:58 น.  

 
อยากทานฝีมือพี่จุ๋มๆ


โดย: pummy_beauty วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:9:24:08 น.  

 
พี่จุ๋ม ทำไมทำได้น่ากินมากๆๆ สีสวยสุดเลย อยากทำ อยากกิน อยากไปพร้อมๆ กันเลยจ้า..... หยิบไปแล้วนะ 5 ชิ้นเลยค่ะ555


โดย: wee_nong วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:9:26:17 น.  

 
I think I was well prepared to see your food but couldn't help drooling once I saw it !!


โดย: pepsakoy วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:12:25:39 น.  

 
น่ากินจังเลยค่ะ...ขอซัก 2 ชิ้นน๊า


โดย: thanyaaom IP: 58.181.145.220 วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:15:51:23 น.  

 
น่าอร่อยสุดๆเลยค่ะพี่จุ๋ม แต่ว่าน้ำพริกเผาแบบนี้จะไปหาซื้อได้ที่ไหนมั่งคะ
กลับไทยมะไหร่จะไปหาซื้อมั่ง ฮี่ๆๆ


โดย: Complicatedgirl วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:18:41:35 น.  

 
สุดยอดจริงๆค่ะ น่าหม่ำสุดๆ


โดย: คนรักขนม IP: 124.121.52.207 วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:20:34:18 น.  

 
น่าทานมากเลย คุณจุ๋ม


โดย: Japanese Maple IP: 69.182.79.124 วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:21:13:24 น.  

 
น่ากินมากๆๆๆเลยค่ะ
ยังไม่เคยทำขนมปังเลย


โดย: Yoruichi วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:23:07:37 น.  

 
น่ากินมากครับ


โดย: mem_b IP: 124.157.185.119 วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:16:27:52 น.  

 
อยากกิน


โดย: เอ๊กกี่ วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:17:55:03 น.  

 
เวะมากินขนมอร่อยๆค่ะ ขอฝากท้องไว้ด้วยนะคะ


โดย: pinkydog (pinkydog ) วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:17:22 น.  

 
คุณจุ๋มคะ อยากจะรู้ว่า พอเรานวดแป้งหนมปังแล้ว ถ้าเราจะเก็บใส่ตู้เย็น แล้วค่อยไปปั้นวันรุ่งขึ้นได้ป่าวอ่ะคะ แหะๆ ไม่รู้มีแบบนี้ป่าวแฮะ


โดย: KimMu IP: 124.121.8.63 วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:23:02:26 น.  

 


น่าทานจังเลยค่ะ


โดย: Yui IP: 58.8.232.166 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:54:07 น.  

 
จะขอดูวิธีการม้วนแป้งขนมปังไส้หมูหยองนะคะ ในนี้ไม่มีรูปภาพนะคะ จะติดต่อคุณจุ๋มได้ยังไงคะ


โดย: หน่อย IP: 119.63.81.5 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:13:16:22 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับสูตรหมูหยองน้ำพริกเผา ได้แอบจดสูตรไปทำมาแล้วคะ เพื่อนบอกว่าอร่อย ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ


โดย: เอ IP: 125.27.48.131 วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:42:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่สลิ่ม
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 940 คน [?]




Always be myself
ปากตรงกับใจ
ไม่สตอเบอแหล
และไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนะจ๊ะ

Emergency contact me 081-804-0952

Going Home : Mark Knopfler
.
.
.
Friends' blogs
[Add แม่สลิ่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.